WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, December 20, 2007

พปช.เดือด!โยง"วีซีดีแม้ว"ยุบพรรค อุบไต๋ผลเอ็กซิตโพล-แขวะ"คมช."ให้คะแนนต่ำ

นายวัฒนา เซ่งไพเราะ ผู้สมัครส.ส.กทม. พรรคพลังประชาชน กล่าวถึงการแจกวีซีดีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่กล่าวสนับสนุนพรรคพลังประชาชนอาจนำไปสู่การยุบพรรคว่า ประชาชนเริ่มมีอารมณ์ร่วมว่าพรรคโดนรังแกอย่างไม่เป็นธรรม เรื่องเกิดจากมีคนไปตีเกราะเคาะไม้เพื่อดิสเครดิตพรรคทั้งที่เป็นเรื่องกระจอก ปัจจัยที่ทำให้พรรคถูกยุบต้องมีสาเหตุรุนแรง เช่น เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย แต่เชื่อว่าคนจะเห็นใจและเลือกพรรคจนได้คะแนนเสียงถล่มทลายกว่า 300 เสียงตั้งรัฐบาลพรรคเดียวอย่างที่เคยเกิดขึ้น

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ผู้สมัครส.ส.เชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน กล่าวว่า ที่มีข่าวว่าเรื่องวีซีดี เอกสารลับ และการปลอมลายเซ็นผู้สมัครพรรคอื่นจะเป็นเหตุให้พรรคถูกยุบ เป็นเพียงเกมการเมืองเพราะเรื่องเกิดช่วงใกล้เลือกตั้งแสดงว่ามีผู้ตั้งใจสั่งการ ไม่เชื่อว่าพรรคดำเนินการจึงไม่หนักใจว่าจะได้รับผลกระทบถึงขั้นได้ใบเหลืองใบแดง

น.พ.ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ผู้สมัครส.ส.นครพนม พรรคพลังประชาชน กล่าวว่า รู้อยู่แล้วว่าต้องสู้กับใครจึงรู้สึกเฉยๆ และไม่กังวลว่าจะทำให้ไม่ได้เป็นส.ส. มีนักการเมืองบางคนต้องการเห็นความพ่ายแพ้ของเราจึงสร้างเรื่องขึ้น เราเป็นฝ่ายถูกกลั่นแกล้ง

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงการลงคะแนนล่วงหน้าเมื่อวันที่ 15-16 ธ.ค.ว่า พรรคไม่ได้ทำเอ็กซิตโพลหรือสำรวจการลงคะแนนหน้าหน่วยเลือกตั้ง แม้สำรวจก็นำมาเปิดเผยไม่ได้เพราะผิดกฎหมาย แต่ยอมรับว่าประเมินคะแนนเสียงผู้สมัครของพรรคที่คาดว่าจะได้รับเลือกตั้ง ที่ผ่านมาโพลของทหารที่เกี่ยวข้องกับคมช.มักให้คะแนนพรรคต่ำในทุกหัวข้อที่สำรวจ สวนทางโพลสำนักอื่นๆ ไม่ทราบว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้นแต่เราก็ต้องเชื่อเพราะเขาแม่นยำที่สุด

จาก www.khaosod.co.th

เชื่อเจอใบแดงไล่หลังหาก พปช.ชนะ


นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวยอมรับว่ามีข้อเป็นกังวลเรื่องการแจกใบแดงของ กกต.หลังการเลือกตั้ง ได้ย้ำกับผู้สมัครของพรรคทุกคนว่าให้ทำทุกอย่างตามกฎระเบียบของ กกต. เชื่อว่าหากพรรคพลังประชาชนได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมาก สิ่งที่จะตามมาคือเรื่องการร้องเรียน


เมื่อถามว่า การที่พรรคพลังประชาชนไม่ประกาศจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว เพราะต้องการพันธมิตรจากพรรคการเมืองอื่นมาสำรองหาก ส.ส.ของพรรคโดนใบแดงหลังการเลือกตั้ง


นพ.สุรพงษ์ ตอบว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ปัจจัยในการจับมือกับพรรคการเมืองอื่น เรื่องสำคัญคือเสถียรภาพของรัฐบาล เพราะหากรัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ จะเจอปัญหามากในเรื่องการผลักดันนโยบาย


เมื่อถามว่ากังวล หรือไม่ว่าจะพิจารณาให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะภายหลังวันที่ 23 ธ.ค. หากพรรคพลังประชาชนได้คะแนนเสียงมาอันดับ 1 หลังจากที่มีการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองให้การเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นโมฆะแล้ว นพ.สุรพงษ์ ตอบว่า คำร้องจะฟังขึ้นหรือไม่อยู่ที่ศาลเป็นผู้ตัดสิน เชื่อว่าศาลจะพิจารณาด้วยความยุติธรรม

กกต.จับตาคืน‘หมาหอน’เป็นพิเศษ

‘สุเมธ’เตรียมส่งจนท.ลงพื้นที่หสังเกตุการณ์3วันสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง เชื่อคืนหมาหอนจะมีการแจกเงิน วอนปชช.อย่ารับเงิน แนะให้แจ้งเบาะแสมายังเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินคดีต่อไป

วันนี้(20 ธ.ค.) นายสุเมธ อุปนิสากร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม กล่าวว่า ช่วง3วันสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง ที่ 23ธ.ค. นี้ทางกกต.ได้ส่งฝ่ายสืบสวนข้อมูลลงพื้นที่เพื่อติดตามการซื้อสิทธิ์ ขาบเสียง โดยคืนวันที่ 22 ธ.ค.หรือเรียกว่าคืนหมาหอน คาดว่าจะมีหัวคะแนนของแต่ละพรรคเดินไปตามบ้านเรือนประชาชนเพื่อแจกเงิน

อย่างไรก็ตามทางกกต.ขอวอนให้ประชาชนอย่ารับเงินดังกล่าวนั้นเพราะถือว่าเป็นการทำลายระบบประชาธิปไตยของประหเทศ แต่ก็ขอร้องให้ประชาชนที่ทราบเบาะแสแจ้งเรื่องร้องทุกมายังเจ้าหน้าที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งอาจจะแจ้งมายังกกต.จังหวัดหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้

นายสุเมธ กล่าวถึงกรณี ของนางจุฑามาศ ศิริวรรณ รองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นที่ประกาศลาออกจากพรรคว่า หากนางจุฑามาศลาออกจากพรรคเพื่อแผ่นดินจริงก็ถือว่าขาดจากการเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งจะมีความสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อทางพรรคเพื่อแผ่นดินทำหนังสือรายงานมายังกกต.ทราบว่านางจุฑามาศลาออกจากพรรคจริง

ในวันเดียวกัน ทางสมาพันธ์ประชาธิปไตย นำโดยน.พ.เหวง โตจิราการได้เดินทางมาที่กกต.เพื่อยื่นหนังสือสนับสนุนกกต.ให้เดินหน้าจัดการเลือกตั้ง ในวันที่23 ธ.ค.

โดยน.พ.เหวง กล่าวว่า ทางสมาพันธ์ประชาธิปไตยพร้อมร่วมตรวจสอบทุจริตและรณรงค์ให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม


พีทีวี นิวส์
20 ธันวาคม 2550 เวลา 14:40 น.

‘วชิรมณฑ์’เชื่อ‘จุฑามาศ’ไม่เกี่ยวสินบนเทศกาลหนัง

โฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน ยัน “จุฑามาศ” ลาออกแล้ว พร้อมโชว์หลักฐาน ระบุเป็นการแสดงสปิริต พรรคไม่ได้กดดัน เชื่อบริสุทธิ์ไม่เกี่ยวข้องสินบน ขณะที่ “ขิงแก่” อ้างยังไม่รู้รายละเอียด เตรียมหารือ “เสรีพิศุทธ์” ขอข้อมูลจาก เอฟบีไอ!

จากกรณีที่ เอฟบีไอ ดำเนินคดีกับสองสามี-ภรรยาชาวสหรัฐ ในการให้สินบนกับเจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อให้ได้สิทธิ์ในการจัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ 2550 กระทั่ง นางจุฑามาศ ศิริวรรณ รองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ซึ่งเป็นอดีตผู้ว่าการ ททท. ประกาศจะลาออกจากพรรค เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อชื่อเสียงของพรรค

ความคืบหน้า วันนี้ (20 ธ.ค.) นายวชิรมณฑ์ คุณะเกษมธนาวัฒน์ โฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน ได้แถลงถึงการลาออกจากการเป็นสมาชิกและรองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินของ นางจุฑามาศ พร้อมแสดงหนังสือลาออกของนางจุฑามาศ ที่นำมายื่นต่อนายทะเบียนอย่างเป็นทางการ และชี้แจงเหตุผลในการลาออกของนางจุฑามาศว่า เป็นการแสดงสปิริต และเป็นการตัดสินใจของนางจุฑามาศเอง เพื่อไม่ให้กระทบต่อชื่อเสียงของพรรคในการเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าพรรคไม่มีส่วนเข้าไปกดดันแต่อย่างใด ซึ่งรู้สึกเสียใจต่อเรื่องที่เกิดขึ้นและเสียดายที่ไม่มีโอกาสร่วมงานทางการเมืองร่วมกัน และเชื่อมั่นว่านางจุฑามาศเป็นผู้บริสุทธิ์

ขณะที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องนี้ โดยจะหารือกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่จะเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติก่อน เพื่อขอข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม หากข้อกล่าวหาเบื้องต้นเป็นความจริง ก็จะต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



พีทีวี นิวส์
20 ธันวาคม 2550 เวลา 12:00 น.

‘มาร์ค’หวังตั้งรบ.ยาหอม‘ชท.’คุยก่อนพรรคแรก

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หวังได้ตั้งรัฐบาล หยอดคำหวานคุยกับ “ชาติไทย “พรรคแรก เผยทำงานร่วมกันมาก่อน โบ๊ยการเมืองแบบเก่าทำชาติพัง ส่วน กกต.เพชรบูรณ์พบเงินซุกบ้านหัวคะแนนพรรคการเมืองใหญ่ ระบุหากเป็นลูกพรรค ไม่มีการปกป้อง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์หลังการเลือกตั้งว่า หากพรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล จะมีการพูดคุยกับพรรคชาติไทยเป็นพรรคแรก เนื่องจากเคยทำงานร่วมกันมานาน และมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน รวมทั้งอยากเรียกร้องให้ประชาชนให้โอกาสกับการเมืองใหม่ด้วยเช่นกัน เพราะการเมืองแบบเก่าทำให้ประเทศชาติเสียหาย

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ กกต. จ.เพชรบูรณ์ ตรวจพบเงินสดจำนวน 1.3 ล้านบาท ที่บ้านหัวคะแนนของผู้สมัคร ส.ส.พรรคการเมืองใหญ่ โดยสงสัยว่าเตรียมการไว้เพื่อซื้อเสียงนั้น ขอให้ กกต.ทำงานอย่างเต็มที่ และหากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นผู้สมัครของพรรคกระทำความผิด ก็จะไม่ปกป้องลูกพรรคอย่างแน่นอน



พีทีวี นิวส์
20 ธันวาคม 2550 เวลา 11:19 น.

‘สมัคร’พบผู้ประกอบการแท็กซี่ถกปัญหาจราจร

‘สมัคร’เปิดเวทีปราศรัยพบผู้ประกอบการแท็กซี่ ถกปัญหาจราจร-สุวรรณภูมิ เน้นนโยบายพรรคเต็มรูปแบบ ก่อนควง “เฉลิม” หาเสียงย่านสุขุมวิท-ปทุมธานี


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (20 ธ.ค.) เวลา 10.00 น. นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน จะเปิดเวทีปราศรัยพบปะผู้ประกอบการรถแท็กซี่ ที่วัดบำเพ็ญเหนือ เขตมีนบุรี กทม. จากนั้นเวลา 13.00 น. จะเปิดแถลงข่าว การสนทนาปัญหาระบบการจราจรและเรื่องสุวรรณภูมิ ที่ ห้องออดิทอเรียม ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ชั้น 6 ดิเอ็มโพเรียม ช็อปปิ้งคอมเพล็กซ์ โดยเป็นการพูดเนื้อหาในนโยบายของพรรคอย่างเต็มรูปแบบ

จากนั้นเวลา 17.00 น. นายสมัครจะควง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 6 ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียง ที่ ซ.อุดมสุข สุขุมวิท 103 และที่หน้าศาลากลางจังหวัดปทุมธานี ก่อนจะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ก่อนการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้(21 ธ.ค.) ที่ท้องสนามหลวง



พีทีวี นิวส์
20 ธันวาคม 2550 เวลา 10:19 น.

ลูกค้าฉงน Dtac กับ True Move เชียร์พรรคพลังประชาชน!?

กองเชียร์พรรคพลังประชาชนเห็นแล้วอมยิ้ม บริษัทโทรศัพท์สองค่ายใหญ่จับมือออกแคมเปญเกี่ยวกับเลข 12 หราทุกสื่อ ค่ายทรูจัดแคมเปญใหญ่ฉลองสิบสองล้านเบอร์ เอาทุกอย่างเกี่ยวกับเลข 12 มาเป็นธีมทำโฆษณา ในขณะที่ดีแทคไม่มีเลขสิบสองมาพราง เลยงัดเอาแคมเปญส่งเอสเอ็มเอสจากทุกประเทศราคาเดียว 12 บาท มาเป็นหน้าฉาก เชื่อถึงไปถามก็คงปฏิเสธหน้าตายว่าเชียร์ พปช.

คุณ
"สุขนิยมปาร์ตี้" จากเว็บบอร์ดห้องราชดำเนิน พันทิปดอตคอม ลงทุนดึงภาพมาแสดง แคมเปญของค่ายโทรศัพท์ยักษ์ใหญ่ทั้งสองค่ายที่ใช้เลข 12 มาเป็นเลขหลักในการทำโฆษณา ในช่วงระยะเวลาก่อนการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 ธันวาคม นี้ อนึ่ง เลข 12 เป็นหมายเลขของพรรคพลังประชาชนในการเลือกตั้ง ส.ส.แบบสัดส่วน



จาก http://thaienews.blogspot.com/

พปช.เปิดสูตรตั้งรัฐบาล2พรรค

พรรคการเมืองดิ้นจับขั้วล่วงหน้า เฉลิมยอมรับเจรจา เสธ.หนั่นจัดสูตรตั้งรัฐบาล 2 พรรค พงศ์เทพแพร่บทความผ่านเว็บไซต์บ้านเลขที่ 111 ด่า คมช.ล็อคผลเลือกตั้ง พร้อมจี้ กกต. ทำหน้าที่ให้สง่างาม ผู้สมัคร พปช.โอด ฟังฝ่ายมั่นคงพูดถึงเหตุระเบิดแล้วรู้สึกว้าเหว่ แถมคนของพรรคยังถูกรถขับตามชนถึงสองครั้งสองหน


ยังไม่ทันที่จะมีการเลือกตั้งกระแสการจับขั้นก็เริ่มจะมีความคึกคักเสียแล้ว เมื่อพรรคการเมืองขนาดกลางอย่าง พรรคชาติไทย เพื่อแผ่นดิน รวมใจไทยชาติพัฒนา มีการต่อสายหารือถึงการจับขั้วเพื่อสร้างอำนาจต่อรองกับพรรคประชาธิปัตย์ และพลังประชาชน ที่คาดหมายว่าจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้ง 23 ธันวาคมนี้


ขณะที่ความคืบหน้าล่าสุด ที่ทำการพรรคพลังประชาชน นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน แถลงข่าวโดยเชื่อว่าการพูดคุยของพรรคการเมืองต่างๆ คงไม่มีลักษณะที่ผูกพันเป็นมั่นเป็นเหมาะอย่างแน่นอน วันนี้พรรคพลังประชาชนยังไม่สรุปสูตรใดๆ ทั้งสิ้น และยืนยันท่าทีเดิมว่าพร้อมจะทำงานกับพรรคที่ไม่ได้ตั้งข้อรังเกียจเดียดฉันท์พรรคใด


ส่วนที่มีการพูดคุยระหว่าง พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทย และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้สมัครส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชน นั้น ยังไม่มีโอกาสสอบถามกับ ร.ต.อ.เฉลิม แต่นักการเมืองแม้จะอยู่ต่างพรรคการเมืองก็รู้จักกันเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะพูดคุยกัน แต่การจับมือเพื่อจัดตั้งรัฐบาลต้องพูดคุยกันอย่างเป็นทางการพอสมควร


อย่างไรก็ดี สิ่งที่พรรคเป็นห่วงในช่วง 4 วันสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง คือแนวโน้มที่จะมีกระบวนการที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้น จึงขอวิงวอนไปยัง กกต. ติดตามตรวจสอบการกระทำที่จะผิดต่อระเบียบอย่างเข้มงวด และให้เท่าเทียมกันทุกพรรคการเมือง


พปช.เปิดสูตรรัฐบาล2พรรค

ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม ยอมรับว่าได้หารือถึงอนาคตทางการเมืองกับ พล.ต.สนั่น จริง โดยพล.ต.สนัน ได้โทรศัพท์มาหาตอนที่ไปปราศรัย จ.หนองคาย และแลกเปลี่ยนข้อมูลกันว่า แต่ละพรรคจะได้ส.ส.จำนวนเท่าใด ซึ่งก็ได้บอกไปว่า พรรคพลังประชาชนน่าจะได้ส.ส.เกินครึ่ง ส่วน พล.ต.สนั่น ประเมินว่าพรรคชาติไทยน่าจะได้ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 50 ที่นั่ง เลยคิดว่าหาก 2 พรรครวมกันก็น่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้


อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า พูดคุยส่วนตัวไม่มีผลผูกพันกับพรรคพลังประชน ส่วนตัวคิดว่า แม้พรรคจะได้ ส.ส. เกินครึ่งก็ยังน้อยไปที่จะจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว จึงน่าจะร่วมกับพรรคอื่นให้ได้ 300 เสียงน่าจะสวยกว่า


จี้กกต.ทำหน้าที่ให้สง่างาม

ทางด้าน ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวในเรื่องนี้ว่า ทั้งหมดเป็นการวางแผนรับมือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง แต่ไม่ใช่ล็อคกันไว้ จนแยกไม่ออก เพราะหากผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามที่คิด แทนที่จะเป็นการแก้ปัญหา กลับกลายเป็นเพิ่มปัญหาให้กับประเทศ


ขณะเดียวกันแหล่งข่าวทางการเมืองก็ระบุว่าการจับขั้วทางการเองจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนถึงวันเลือกตั้ง เพราะอย่างไรก็ตามท้งพรรคพลังประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องพยายามจับขั้วเพื่อตั้งรัฐบาลอยู่ดี ขณะที่บรรดาพรรคขนาดกลางก็จะเป็นตัวแปรที่มีอำนาจต่อรอง


ในอีกด้านหนึ่ง เว็บไซต์บ้านเลข 111 พลเมืองชั้นสอง (www.secondclass111.com) ของอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ได้เผยแพร่บทความเรื่อง ทางสายเดี่ยวในการแก้วิกฤตประเทศไทยเขียนโดย นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองหัวน้าพรรคไทยรักไทย มีเนื้อหาบางตอนระบุว่าจากการรัฐประประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 มีคนจำนวนน้อยได้ประโยชน์ และคงไม่คาดหวังว่าจะทำอะไรที่เป็นการส่งเสริมประชาธิปไตย เพราะผลประโยชน์ที่ได้จากการรับใช้คณะปฏิวัติ ปิดบังประสาทสัมผัสทั้งหลาย บางคนเป็นพวกปัญญาดี แต่ถูกกิเลสครอบงำ


นอกจากนี้ ในบทความยังเรียกร้องให้ กกต. ปฏิบัติหน้าที่อย่างสง่างาม จะทำอย่างไรให้ประชาชนชาวไทย พรรคการเมืองและผู้สมัครทุกคนมั่นใจว่า จะไม่มีการใช้อำนาจรัฐเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด


ผบช.น.ย้ำระเบิดสร้างสถานการณ์

ส่วนกรณีระเบิดสำนักงานพรรคพลังประชาชนเขตลาดพร้าวเมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงความคืบหน้าว่าสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบสอบสวนในทุกประเด็น โดยเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างสถานการณ์ เพื่อให้เกิดความสับสนวุ่นวายและเป็นการเรียกร้องความเห็นใจจากคนบางกลุ่ม


แถมแกล้งก่อเหตุเพื่อหวังผลต่อชีวิตและทรัพย์สินซึ่งขณะนี้ในการสอบสวนไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นการกระทำของกลุ่มใด เป็นการสร้างสถานการณ์ของพรรคการเมืองหรือไม่


ขณะที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ยืนยันทหารไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุที่เกิดขึ้น แต่จะมีการสร้างข่าว การข่มขู่เกิดขึ้นในช่วงเลือกตั้งอีกหรือไม่ ไม่ขอคาดเดาในสิ่งที่อาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งต่อไป


ขับรถชนซ้ำคนพลังประชาชน

ขณะที่ในวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา นายยุรนันท์ ภมรมนตรี นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ ดร.ภูวนิดา คุณผลิน ผู้สมัครส.ส.พรรคพลังประชาชน เขตเลือกตั้งที่ 3 ได้พานายทศพล บันลือศิลป์ อายุ 52 ปี อาชีพรับจ้าง อยู่บ้านเลขที่ 60/93 หมู่ 5 ซอยเสนานิคม 1 หมู่บ้านเสนานิเวศน์โครงการ 2 แขวงจระเข้บัว เขตลาดพร้าว กทม. ทีมงานพรรคพลังประชาชน เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.ประทวน แมลงทับ พนักงานสอบสวน (สบ.2) สน.โชคชัย เพื่อแจ้งความหลังถูกผู้ไม่หวังดีขับรถเฉี่ยวชนได้รับบาดเจ็บ


โดยนายทศพล เป็นทีมงานของพรรคมีหน้าที่เฝ้าหีบบัตรเลือกตั้งที่เก็บไว้ที่ห้องขังของ สน.โชคชัย โดยได้เฝ้ามาตั้งมาตั้งแต่เย็นวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมาหลังจากมีการเลือกตั้งล่วงหน้า โดยจะสลับกับเพื่อรนเฝ้าในตอนกลางคืนตั้งแต่เวลา 17.00-06.00 น.


ในตอนเช้าวันที่ 19 ธันวาคม เวลาประมาณ 07.30 น. ได้ขับรถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่น มีโอ สีชมพู ทะเบียน ขงษ 878 ร้อยเอ็ด เพื่อจะกลับบ้าน โดยสวมใส่เสื้อทีมงานหาเสียงของพรรคพลังประชาชน ระหว่างทางจอดติดไฟแดงบนถนนลาดพร้าว มีรถยนต์ไม่ทราบ สี ยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียน ขับมาชนท้ายรถจักรยานยนต์จนล้มพลิกคว่ำ นายทศพล กระเด็นไปกระแทกกับเสาไฟฟ้าข้างทาง แต่ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยเหลือ ส่วนคนขับรถคันก่อเหตุได้ขับรถหนีไป ตอนนั้นตนแค่ถลอกเท่านั้น จึงได้คว้ารถจักรยานยนต์ขับต่อเพื่อกลับบ้าน


จากนั้นนายทศพล ขับรถมาในซอยโชคชัย 4 ช่วงตัดซอยลาดพร้าว 71 ขณะจอดรถติดไฟแดง ก็ได้มีรถยนต์ไม่ทราบ สี รุ่น ยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียน ได้แซงมาทางด้านซ้ายก่อนที่จะเฉี่ยวมือจนได้รับบาดเจ็บเส้นเลือดใหญ่ที่บริเวณนิ้วชี้ มือข้างซ้ายขาด นิ้วก้อยเป็นแผล เลือดไหลไม่หยุดต้องเข้ารักษาตัวที่ รพ.เปาโลสยาม โดยแพทย์ได้ทำการรักษา และเย็บบาดแผลจำนวน 8 เข็ม


จี้ตำรวจ-คมช.เร่งจับคนผิด

ทั้งนี้หลังจากผู้สมัครของพรรคพลังปะชาชนทราบเรื่องจึงได้นำนายทศพล เจ้าแจ่งคว่มที่ สน.โชคชัย ดังกล่าว


นายเฉลิมชัย กล่าวว่าไม่อยากให้โยงเรื่องนี้ไปเป็นเรื่องการเมือง เพราะไม่อยากถูกมองว่าสร้างสถานการณ์ ช่วงนี้ใกล้เลือกตั้งแล้วก็อยากให้ทีมงานทำงานอย่างสบายใจ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ถึงกับเลือดตกยางออก ผู้ที่ก่อเหตุนั้นถามว่ามีสำนึกของมนุษย์ที่ดีหรือไม่ การขับรถชนคนก็ควรจะลงมาช่วย มารับผิดชอบแต่กลับหนีไป


ขณะที่นายยุรนันท์ กล่าวว่า ตนไม่อยากให้มองเรื่องนี้เป็นเรื่องไร้สาระ ไม่ใช่ทำแบบไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา เนื่องจากที่ผ่านมา คมช และ ทางผู้ใหญ่ที่ทำหน้าที่ด้านความมั่นคง มองเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย อย่างระเบิดที่ศูนย์ประสานงานพรรคพลังประชาชนเขต 3 ตำรวจก็สรุป ทั้งที่มาตรวจสอบอีกรอบ สลักระเบิดมีการถอดออกก็ทำให้เห็นว่าคนร้ายมีเจตนาทำร้าย หากมีการระเบิดขึ้นมาอาจเกิดเหตุร้ายขึ้นได้ ฝ่ายความมั่นคงควรจะออกมาดูแลเรื่องนี้ ไม่ใช่ยิ้มแสยะแล้วบอกว่าอย่าสนใจ ทำให้เรารู้สึกหว้าเหว่มาก


นายยุรนันท์ กล่าวย้ำว่า เราไม่ได้สร้างเรื่องนี้มาเพื่อให้ประชาชนสงสารและมาเลือกเรา อีกไม่กี่วันจะเลือกตั้งแล้ว เราอยากให้การดำเนินการเลือกตั้งเสร็จสิ้นอย่างราบรื่น แต่เรื่องนี้เกิดขึ้นแล้ว ทำให้ไม่รู้สึกไม่ปลอดภัย และว้าเหว่ และอยากให้จับคนผิดมาลงโทษ เพื่อที่จะได้รู้ตัวคนก่อเหตุ และทราบถึงสาเหตุว่าเกิดจากอะไร


คนบ้านเลขที่111พบสื่อมวลชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันเดียวกันนี้ ที่โรงแรมรามาการ์เด้น อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง จำนวน 13 คน ประกอบด้วย พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช นายจาตุรนต์ ฉายแสง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายปองพล อดิเรกสาร นายภูมิธรรม เวชยชัย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช นายอดิศร เพียงเกษ นายจำลอง ครุฑขุนทด นายสุธรรม แสงประทุม นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ ได้เปิดแถลงข่าวหัวข้อ คนบ้านเลขที่ 111 พบสื่อมวลชน


โดยระบุว่าอดีตกรรมกมรบริหารพรรคไทยรักไทยทุกคน แม้ว่าจะไม่สามารถมีบทบาททางการเมืองได้ แต่ทุกคนยังคงมีความรักบ้านเมือง รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ทุกประการ


พล.ต.อ.ชิดชัยกล่าวว่าอยากออกมายืนยันกับสื่อมวลชนว่าพวกเราอยากเห็นความสามัคคีปรองดอง อย่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯมีพระราชดำรัสหลายครั้ง หลายโอกาส ซึ่งถือเป็นการจุดแสงสว่างให้กับทุกคน ความเป็นประชาธิปไตยต้องแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองจะวุ่นวาย ขอให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 23 ธ.ค. เพื่อตัดสินอนาคตของประเทศ


คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า แม้พวกเราจะถูกตัดสิทธิทางการเมือง แต่ยังมีสิทธิห่วงใยบ้านเมือง จึงได้ทำการจัดตั้งเว็ปไซด์ ขึ้นมา จะมีการนำบทความของอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่วิเคราะห์วิจารณ์ และให้ข้อเสนอแนะต่อสถานการณ์บ้านเมือง มาเผยแพร่บนเว็ปไซด์ เพื่อให้ผู้มีอำนาจในขณะนี้รับไปแก้ปัญหา เจตนาของพวกเราคืออยากเห็นบ้านเมืองเดินต่อไปได้


เตือน สุริยะใสหัดรับความจริง

ด้านนายสุธรรมกล่าวว่า เรามีสิทธิโดยสมบูรณ์ที่จะบอกต่อสังคมว่าเราห่วงบ้านเมืองเช่นเดียวกัน และประชาธิปไตยจะเป็นทางออกของบ้านเมือง วันนี้ผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไรควรยอมรับ กรณีที่ นายสุริยใส กตะศิลา เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.)ออกมาต่อต้านพรรคพลังประชาชนถือเป็นสำนึกที่ใช้ไม่ได้ เป็นการกวนน้ำให้ขุ่น การตัดสินใจของประชาชนจะเป็นสิ่งเตือนใจคนเหล่านี้เอง


นายอดิศรกล่าวว่า เท่าที่ได้ไปพบปะประชาชนปรากฏว่าให้การต้อนรับเรามากกว่าพรรคเก่าแก่บางพรรคเสียอีก การตัดสิทธิทางการเมืองนั้นเป็นการจงใจตัดสิทธิพวกเรา ซึ่งก็จะขอดิ้นรนตามพื้นฐานทางการเมืองของรัฐธรรมนูญ


นายจาตุรนต์กล่าวว่า ก่อน 19 ก.ย. 49 กลุ่มต่อต้านรัฐบาลขณะนั้นไม่เชื่อรัฐธรรมนูญ ไม่เชื่อถือการเลือกตั้ง ไม่ไว้ใจกกต.ในขณะนั้น แต่เมื่อมีการยึดอำนาจกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและคมช.มีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ อีกทั้งกกต.ชุดนี้ คมช.ก็เป็นผู้แต่งตั้งเอง ดังนั้นจึงไม่เหตุผลที่จะไม่เชื่อถือการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ควรมาประกาศล่วงหน้าว่าถ้าพรรคนั้น พรรคนี้ ชนะแล้วจะเคลื่อนไหวต่อต้าน


จ้องเล่น“ทักษิณ”สนช.ผ่านฉลุยสัญญาข้ามชาติ

สนช. พิจารณาเป็นวาระด่วน เห็นชอบให้ลงนามในอนุสัญญาต่อต้านทุจริต หวังเป็นช่องทางนำตัว “ทักษิณ กลับมาขึ้นศาลไทย นิตย์ ระบุถือเป็นความก้าวหน้าในเวทีต่างประเทศ พร้อมผลักดันเร่งออกกฎหมาย 3 ฉบับรองรับ


การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในช่วงเช้าวันที่ 19 ธันวาคม ที่ผ่านมา พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ รองประธาน สนช. คนที่ 1 ได้นั่งทำหน้าที่ประธาน โดยที่ประชุมมีการพิจารณาเรื่องด่วน การให้ความเห็นชอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ.2003 ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ


นายนิตย์ พิบูลสงคราม รมว.ต่างประเทศ กล่าวชี้แจงว่า เรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่นได้สร้างความเสียหายและชื่อเสียงของประเทศ ดังนั้นการที่ไทยจะเข้าไปเป็นภาคีในอนุสัญญาถือว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งที่ดีในเวทีต่างประเทศ เพื่อร่วมมือในการต่อต้านการทุจริต


ทั้งนี้ จะต้องมีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา คือ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายอาญาเพิ่มเติม ฐานความผิดเรื่องการให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐในต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต หรือสินบนข้ามชาติ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ที่เกี่ยวกับอายุความ โดยให้หยุดอายุความในกรณีที่ผู้ต้องหาหลบหนีไปต่างประเทศ เมื่อกลับมาดำเนินคดีก็ให้นับอายุความ


และร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมความร่วมมือระหว่างประเทศทางอาญา พ.ศ.2535 เพิ่มเติมหลักการการติดตาม อายัด ยึดทรัพย์ ริบทรัพย์ ผู้ต้องหาที่นำออกไปไว้ที่ต่างประเทศ ตามมูลค่าที่ทุจริต ซึ่งทั้ง 3 ฉบับ ทางกระทรวงยุติธรรมได้กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ รัฐบาลจะสามารถดำเนินการตามอนุสัญญาได้


ด้าน นายสุจิต บุญบงการ รองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ กล่าวว่า กรรมาธิการฯ ได้ศึกษาร่างอนุสัญญาแล้ว พบว่าอาชญากรข้ามชาติมีคดีหลายประเภท ซึ่งอนุสัญญาดังกล่าวมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการดำเนินการของภาครัฐและเอกชน ที่จะดำเนินการเกี่ยวกับการได้มาซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด การฟอกเงิน ปัญหาการทุจริต ซึ่งเชื่อว่าหากออกกฎหมายทั้ง 3 ฉบับและมีการลงสัตยาบันแล้ว จะสามารถดำเนินการตามพันธกิจในการปราบปรามการทุจริตได้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกหลายคน เช่น นายโคทม อารียา นายสมหมาย ปาริจฉัตต์ นายสมชาย แสวงการ นายภัทระ คำพิทักษ์ ได้อภิปรายสนับสนุนการลงสัตยาบันในอนุสัญญาดังกล่าว แต่ได้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการยึดทรัพย์ อายัดทรัพย์ผู้ที่กระทำความผิดการฟอกเงิน เรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดนและการฟอกเงิน โดยได้หยิบยกกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าจะสามารถติดตามยึดทรัพย์หรืออายัดทรัพย์ที่ยักย้ายถ่ายโอนไปยังบริษัทการเงินต่างประเทศ เช่น ที่เกาะบริติชเวอร์จิ้น หรือบางประเทศในกลุ่มอาเซียน การทำธุรกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมาย และจะสามารถใช้อนุสัญญาดังกล่าวเกี่ยวกับการส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้หรือไม่


นอกจากนี้ ในคดีบีบีซี ที่รัฐบาลไทยไม่สามารถนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษและตามยึดทรัพย์สิน จะยังใช้อนุสัญญาในการดำเนินการได้หรือไม่


นายนิตย์ ชี้แจงว่า การส่งผู้ร้ายข้ามแดนเป็นประเด็นที่รัฐบาลจะต้องตกลงกับประเทศคู่กรณี ซึ่งประเทศได้มีการทำสนธิสัญญาการส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับ 10 ประเทศ โดยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้น ทั้ง 2 ประเทศที่เป็นคู่กรณีจะต้องมีประมวลกฎหมายอาญาที่สอดคล้องกันด้วย และถึงไม่มีกฎหมายที่ไม่สอดคล้อง ก็สามารถที่จะเจราต่อรองกันได้


ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ในเรื่องของการส่งตัวมาดำเนินคดีในประเทศไทย ในเรื่องนี้ต้องมีการหารือกับประเทศนั้นโดยใช้วิธีการฑูต แต่ในเรื่องการลงสัตยาบันในอนุสัญญา เป็นการเสริมสร้างการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นให้มีประสิทธิภาพได้ นอกจากนี้ การเจรจาจะต้องผ่านวิธีการฑูต โดยกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ต้องกระทำเช่นเดียวกัน


ในที่สุด ที่ประชุมได้ลงมติให้ความเห็นชอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ.2003 ด้วยคะแนน 136 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง จากนั้นได้มีมติเลื่อนการพิจารณาให้ความเห็นชอบการสมัครเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงปารีส ว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินอุตสาหกรรม และสนธิสัญญาว่าด้วยความร่วมมือด้านสิทธิบัตร โดยที่ประชุมเห็นว่าควรจะพิจารณากฎหมายที่ค้างการพิจารณาให้เสร็จก่อน


อนึ่ง ก่อนหน้านี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 18 ธันวาคม ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบอนุมัติตามที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เสนอทั้ง 3 ข้อ ดังนี้


1.ให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการให้สัตยาบันให้ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาอาเซียน ว่าด้วยการต่อต้านการก่อการร้าย (ASEAN Convention on Counter Terrorism – ACCT)


2.ให้ศูนย์ประสานความร่วมมือต่อต้านการก่อการร้ายสากลและอาชญากรรมข้ามชาติ (ศกอช.) สังกัดสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นหน่วยงานประสานงานกลางของประเทศไทย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือภายใต้อนุสัญญาตามข้อ 15 ของอนุสัญญาฯ


3.ให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นหน่วยงานดำเนินการแจ้งภาคีที่เกี่ยวข้อง กรณีมีการจับกุมตามข้อ 8 วรรค 6 ของอนุสัญญาฯ


หาบเร่สนามหลวงบ่นไม่เอามัชฌิมา

ผู้ค้าหาบเร่ที่ท้องสนามหลวง พูดถึงพรรคมัชชิมาธิปไตยในแง่ลบ โดยเฉพาะ ส.ส.บางคน ขณะที่ ตำรวจ เทศกิจ ยังคุมเข้มรักษาความปลอดภัยเวทีปราศรัย

ประชาชนยังเข้าร่วมฟังการปราศรัยใหญ่ของพรรคมัชฌิมาธิปไตย ที่บริเวณท้องสนามหลวงตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมาโดยส่วนใหญ่ผู้ที่เข้าร่วมัการปราศรัยได้เดินทางมาจากหลายจังหวัดเพื่อมารอผู้สมัครส.ส.แต่ละเขต ขึ้นปราศรัยบนเวที ขณะที่พ่อค้า แม่ค้า บางคนที่ขายของอยู่บริเวณดังกล่าวได้มีการพูดถึงพรรคมัชฌิมาธิปไตยในแง่ลบ โดยเฉพาะผู้สมัครส.ส.บางคนในพรรค ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเทศกิจได้เข้าดูแลรักษาความปลอดภัยอยู่บริเวณโดยรอบพื้นที่การปราศรัยอย่างเข้มงวด วันนี้เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นเช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ของพรรคมัชฌิมาธิปไตยที่คอยร่วมสังเกตการณ์ด้วย

จาก INN NEWS