WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, December 22, 2007

พปช.ปราศรัยใหญ่ปล่อยมุข'ทักษิณ'ผิดแย่งอากาศ'คมช.-คตส.' หายใจ

'พปช.'ทิ้งทวนปราศรัยใหญ่คนแห่ฟังแน่นสนามหลวง 'อดีต นปก.'ขึ้นเวที ปล่อยมุขเด็ด ทักษิณ'ผิดแค่แย่ง อากาศ 'คมช-คตส.'หายใจ ขนญาติโกโหติกา'ทักษิณ'มาเพียบ

ที่สนามหลวง เมื่อเวลา 16.00 น. พรรคพลังประชาชน ได้จัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย ก่อนการเลือกตั้งภายใต้หัวข้อ 'หมดเวลาทะเลาะกัน เลือกเกินครึ่ง เศรษฐกิจฟื้นแน่'

โดยตั้งเวทีตั้งอยู่กลางสนามหลวงบริเวณด้านหน้าศาลฎีกา หันหน้าไปทางสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า พร้อมทั้งติดตั้งจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่รอบบริเวณสนามหลวงหลายจุด โดยนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน นำคณะผู้บริหารพรรค แกนนำพรรค ตลอดจนผู้สมัครส.ส.ของพรรคทั้งระบบเขต และระบบสัดส่วนขึ้นเวทีปราศรัยท่ามกลางประชาชนร่วมรับฟังหลายหมื่นคน

นอกจากนี้ นางพจณีย์ ณ ป้อมเพชร มารดาคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตเลขานุการส่วนตัวพ.ต.ท.ทักษิณ และนายพายัพ ชินวัตร น้องชายพ.ต.ท.ทักษิณ ได้เข้ามาร่วมฟังการปราศรัยด้วย

จัดทอล์กโชว์'มิ่งขวัญ'สร้างฝันทำประเทศมั่งคั่ง

ปราศรัยบนเวที มีผู้สมัครส.ส.กทม.และปริมณฑลสลับกันขึ้นพูด โดยอดีตแกนนำ นปก. 3คน ประกอบด้วย นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รวมทั้งนายจักรภพ เพ็ญแข ต่างขึ้นเวทีปราศรัยทั้งหมด เนื้อหาโดยรวมเน้น ไปที่การเรียกร้องประชาธิปไตยกลับสู่ประเทศ เลือกพรรคพลังประชาชนให้เกินครึ่ง และโจมตีพรรคการเมืองคู่แข่ง โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์

กระทั่งเวลา 18.20 น. นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค ได้ขึ้นเวทีพร้อมกับนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรค โดยทำหน้าที่พิธีกรสอบถามความเป็นมาเกี่ยวกับชีวิตการทำงานของนายมิ่งขวัญ ซึ่งนายมิ่งขวัญ ได้เล่าถึงความสำเร็จในชีวิตการทำงาน และระบุว่าจะทำให้ประเทศไทยไม่ต้องถูกเผาจริง ตามที่คาดการณ์กัน แต่จะทำให้ประเทศมีความมั่งคั่ง

ต่อมา นายนพดล ปัทมะ รองเลขธิการพรรค ปราศรัยว่าวันที่ 23 ธ.ค.เป็นวันพิพากษาโดยประชาชน 45ล้านคน 19 ก.ย.2549 เป็นการยึดอำนาจโดนคนไม่กี่คน 1 ปีเศษที่ผ่านมานั้น 4 ข้อกล่าวหาของคมช. ต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยังไม่มีคดีใดตัดสินว่าพ.ต.ท.ทักษิณผิดเลย

'แต่ตอนนี้ คตส.ก็ทยอยยื่นสำนวนและยังสรุปสมุดปกเหลืองที่ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ทำผิดนั้น ผมมองแล้วว่าทุกข้อหานั้นไม่ยากที่จะต่อสู้ในชั้นศาล ยกเว้นข้อหาเดียวคือ พ.ต.ท.ทักษิณ แย่งอากาศ คตส.และ คมช.หายใจ ส่วนคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา หรือคุณหญิงเป็ด ผู้ว่าฯ สตง.และกรรมการคตส.บอกว่า โดนขู่ทำร้ายและยังจะไปหัดยิงปืนนั้น ตนคิดว่าคงจะยิงไม่เข้า'

นายนพดล กล่าวอีกว่า ตนไปหาเสียงทั่วประเทศ โพลล์และหมอดูก็สรุปแล้วและขอให้เชื่อมั่นว่า นายสมัครจะเป็นนายกฯ คู่แข่งทางการเมืองของพรรคนี้คือพรรคประชาธิปัตย์ ตนเคยทำงานกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่ตนไม่เคยเห็นผลงานหรือแนวคิดใหม่ๆของนายอภิสิทธิ์เลย หากใครคิดอะไรออกมา นายอภิสิทธิ์ก็อธิบายได้เป็นฉากๆ โวหารและความรูปหล่อไม่ได้ช่วยเศรษฐกิจให้ดีขึ้น แต่นายอภิสิทธิ์มีผลงาน ที่ชัดเจนสองเรื่องคือ ขอนายกฯ พระราชทาน มาตรา 7และไม่ส่งพรรคลงสมัครส.ส.วันที่ 2เม.ย.2549 นายอภิสิทธิ์เหมือนเด็กที่รู้ว่าไม่ชนะก็ไม่ลงแข่งขัน

'นายอภิสิทธิ์เป็นมะม่วงที่บ่มแก๊ส ผมจึงขอเรียกว่า มาร์ก แมงโก และนโยบาย 99 วันนั้น พรรคนั้นไม่เคย พูดถึงผลงานที่อดีตพรรคไทยรักไทยทำไว้ เพราะไม่เคยคิดและไม่เคยทำ'

นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ผู้สมัครส.ส.ระบบสัดส่วนกลุ่ม 8ปราศรัยว่า นายสมัครจะได้เป็นนายกฯ เพราะมีประสบการณ์ เพราะมาจากมหาประชาชนที่เลือกมา นายสมัครเป็นรัฐมนตรี เป็นรองนายกฯ เป็นผู้ว่าฯกทม.และเป็นส.ว. นายสมัครมาจากการเลือกตั้ง ตนไม่อยากเชื่อเคล็ด แต่ก็ต้องเชื่อ เพราะทุกสนามก็ระบุว่า รับสมัครทั้งนั้น และในการเลือกตั้งครั้งนี้รัฐธรรมนูญก็ระบุว่านายกฯต้องมาจากส.ส. และส.ส.ก็ต้องมาจากการรับสมัคร

ฉะนั้นนายกฯก็ต้องชื่อนายสมัคร อย่าไปเลือกพรรคประชาธิปัตย์ เพราะนายอภิสิทธิ์ นั่งรถไปหาเสียงที่อีสานก็ต้องประสบอุบัติเหตุ ต้องเปลี่ยนรถถึงสี่คัน ซึ่งตรงกับเบอร์หาเสียงของพรรคนั้น หากประชาชนเลือกพรรคนั้นเป็นรัฐบาล ตนไม่รู้ว่าประเทศจะคว่ำอย่างที่นายอภิสิทธิ์เจอหรือไม่ สมมติว่าพรรคประชาธิปัตย์ชนะเลือกตั้ง ก็เวลาทำงานบ้าง และหากผ่าน 99วันไปแล้วทำไม่ได้อย่างที่พูดไว้ วันที่ 100ก็ขอให้ประชาชนไปทำบุญให้เลย เพราะครบ100วันแล้ว

นายจักรภพ เพ็ญแข คณะทำงานด้านต่างประเทศ พรรคพลังประชาชน ปราศรัยว่า เผด็จการทำให้เศรษฐกิจ ตกต่ำและหลายพรรคก็ไปกอดแข้งกอดขาเผด็จการ ตนไปหาเสียงมาหลายแห่งก็ขอบอกว่า ประชาชนตัดสินใจแล้ว และคงไม่มีการโกงการเลือกตั้ง เพราะนานาชาติก็ส่งทีมมาสังเกตการณ์แล้ว หากมีอะไรที่ไม่สุจริตก็จะมาจากฝีมือ ของเผด็จการหน้าโง่ ตนและพรรคนี้สู้กับเผด็จการไหว ฉะนั้นวันที่23ธ.ค.ประชาชนต้องเลือ กพรรคนี้ที่ยึดประชาธิปไตย


'อภิสิทธิ์'ลั่นให้'สมัคร'ด่าได้ แต่ห้ามด่าปธ.องคมนตรี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวระหว่างการปราศรัยใหญ่ ที่สวนเบญจศิริ ว่า หากตนได้เป็นนายกรัฐมนตรี เรื่องแรกที่จะทำคือการพา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับประเทศ เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมเหมือนคนไทยคนอื่น และจะให้สมาชิกของพรรคทุกคน แสดงบัญชีทรัพย์สิน ทุกคน รวมถึงครอบครัว เพื่อยืนยันความโปร่งใสในการบริหารบ้านเมือง ส่วนแผน 99 วันทำได้จริง นั้น หากไม่สำเร็จ จะถือว่าเป็นความผิดและไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคประชาชน ไม่ยอมขึ้นเวทีดีเบต ว่า กลัวความจริง เพราะจะถูกประชาชนมองเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ทั้งที่นายสมัครบอกว่าเป็นมวยละรุ่น นายสมัครเป็นมวยรุ่นเฮฟวี่เวท และตนเป็นมวยรุ่นไลท์เวท ก็เพิ่งเคยเห็นมวยรุ่นใหญ่กลัวมวยรุ่นเล็ก ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่ามีประสบการณ์ทางการเมืองมากเพียงพอในการบริหารประเทศ

'แต่มีเรื่องเดียวกที่ไม่เคย คือเรื่องทุจริตทางการเมือง ไม่เหมือนบางคน ที่มีแต่กลิ่นขยะ และนอนฝันร้ายเกี่ยวกับเรื่องรถดับเพลิง' นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างชัดเจน หากนายสมัคร ได้เป็นฝ่ายค้าน จะไม่ถูกสกัดทางความคิดเห็น เหมือนครั้งที่ตนเป็นฝ่ายค้านในสมัยรัฐบาลของพ.ต.ท.ทักษิณ อย่างแน่นอน

'แล้วตอนนี้ยังอยากจะได้ นายกรัฐมนตรีหยาบคาย ขี้โมโห ชวนทะเลาะอีกหรือเปล่า ความสามัคคี ีก็คงเกิดขึ้น ไม่ได้ 1เดือนตลอดการหาเสียง นายสมัครใช้วิธีด่าผมตลอด แต่จะด่าผมก็ได้ แต่อย่าไปด่าประธานองคมนตรี (พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์)'

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการปราศรัยของนายอภิสิทธิ์ ได้มีผู้หญิงอุ้มเด็กอายุประมาณ 3 ขวบขึ้นเวที โดยเสื้อของเด็กมีข้อความเขียนที่เสื้อ ความว่า 'ผมอยากเรียนฟรี เลือกเบอร์ 4 นะครับ'


ชาวบ้านทยอยเข้าสนามหลวงพปช.ยังเอ่ยพา'ทักษิณ'กลับบ้าน


ประชาชนจำนวนมาก ยังทยอยร่วมฟังพรรคพลังประชาชนที่สนามหลวง ซึ่งแกนนำส่วนใหญ่ ยกประเด็นการเดินทางกลับประเทศ ของทักษิณ ชักจูงให้คนเลือกผู้สมัครฯของพรรค

เวทีการปราศรัยใหญ่ของพรรคพลังประชาชน ยังคงเนืองแน่นไปด้วยเป็นประชาชน จำนวนมากที่เดินทางมาร่วม รับฟังการปราศรัยอย่างคึกคัก โดยเนื้อหาของแกนนำพรรคและผู้สมัครส่วนใหญ่ยังคงเป็นการเรียกร้องให้เลือกพรรคพลังประชาชน เพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตร ีกลับประเทศและกล่าวโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ในการบริหารประเทศสมัย เป็นรัฐบาลพร้อมยังกล่าวไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติรัฐประหาร เมื่อวันที่19 กันยายนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน ได้กล่าวโจมตีนโนบายพรรคประชาธิปัตย์ 99 วันทำได้จริงว่าไม่สามารถเป็นไปได้พร้องทั้งเปลี่ยนสมญานามหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จากมาร์คเป็นมาร์คแมงโก้

ขณะที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 8 เปิดเผยว่าจากการลงพื้นที่ภาคใต้พบว่าประชาชน ยังให้การตอบรับพรรคพลังประชาชน เป็นอย่างดีและยังคิดถึง อดีตนายกฯทักษิณอยู่ นอกจากนี้นายณัฐวุติ ยังกล่าว ด้วยว่าตนไม่เชื่อว่าหัวหน้าพรรคชาติไทยจะดูแลความปลอดภัยให้กับอดีตนายกฯ ทักษิณตามที่ประกาศไว้ได ้อดีตนายกฯทักษิณเดินทางกลับประเทศ


'สนธิ'ชี้'ทักษิณ'โผล่ฮ่องกงเล่นเกมจิตวิทยา อ้อมแอ้มรับได้'สมัคร'นายกฯ

รองนายกฯฝ่ายมั่นคง ยันยังไม่มีข่าวก่อเหตุร้ายช่วงเลือกตั้ง ชี้'ทักษิณ'โผล่ฮ่องกงแค่เล่นสงครามจิตวิทยา แต่อ้อมแอ้มถ้าประชาชนลือก'พปช.' ก็ต้องยอมรับ'สมัคร'เป็นนายกฯ

ที่ทำเนียบรัฐบาล สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมพร้อมรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงวันเลือกตั้งว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มี ีรายงานข่าวอะไรในเรื่องนี้เข้ามา

เมื่อถามว่า ได้รับรายงานวางระเบิดในที่ต่างๆ หรือไม่ พล.อ.สนธิ ยืนยันว่าน่าจะเป็นการหวังผลทางการเมือง มากกว่า เพราะไม่ใช่ระเบิดร้ายแรง คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นไปโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม ก็ไม่น่าจะเป็นความกังวลอะไร

เมื่อถามต่อว่า เหตุระเบิดตามพรรคการเมือง จะส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของกประชานที่จะออกมาใช้สิทธิ ิในวันที่ 23 ธ.ค.หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่น่ามีอะไรกระทบ

เมื่อถามถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาตั้งกองบัญชาการติดตามการเลือกตั้งที่ฮ่องกง จะกระทบต่อการ เลือกตั้งในประเทศไทยหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ไม่น่าจะกระทบ แต่คิดว่าเป็นจิตวิทยาในการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธ.ค.

เมื่อถามว่า มีเบื้องลึกเบื้องหลังเป็นการวางแผนเกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า คิดว่าไม่มี ทาง กกต.เองได้วางแผนไว้แล้ว และฝ่ายความมั่นคงก็ได้มองภาพด้านต่างๆ ไว้แล้ว ไม่น่ากังวล เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าเป็นสิทธิที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะทำได้ใช่หรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวยอมรับว่า 'ใช่ครับๆ เป็นสิทธิ'

เมื่อถามว่า สิ่งที่พยายามอธิบายให้ประชาชนนั้น จนถึงตอนนี้ประชาชนเข้าใจแล้วหรือยัง พล.อ.สนธิ ตอบว่า ตนได้แต่ภาวนา

เมื่อถามอีกว่า หลังผลการเลือกตั้งออกมาจะเกิดความวุ่นวายหรือไม่ เพราะกลุ่มพันธมิตรฯ ขู่ว่าหาก พรรคพลังประชานชน จะออกมาเคลื่อนไหวอีก ได้มีการประสานพูดคุยกันหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่ได้พูดคุยกัน

เมื่อถามอีกว่า หากเมื่อถึงเวลาพรรคพลังประชาชน ชนะการเลือกตั้งและนายสมัคร สนุทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีจะยอมรับได้หรือไม่ พล.อ.สนธิ ตอบว่า 'ก็ประชาชนเลือกแล้วนี่แหม...ไม่รับได้ไง'

‘ทักษิณ' เตรียมกลับไทย14 ก.พ.ปีหน้า

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 6 พรรคพลังประชาชน ประกาศกลางเวทีปราศรัยหาเสียงส่งท้ายเลือกตั้ง ท่ามกลางประชาชนที่มารับฟังร่วม 1 แสนคน ถึงการเดินทางกลับประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกฯ ว่า จะกลับในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ปีหน้า ซึ่งตรงกับวันแห่งความรัก ประกอบกับเป็นช่วงที่น่าจะตั้งรัฐบาลเสร็จแล้ว พร้อมปฏิเสธ อดีตนายกฯทักษิณ ตั้งศูนย์บัญชาการที่ฮ่องกง เพียงแต่เป็นการเฝ้าติดตามสถานการณ์การเลือกตั้งของไทยเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ร.ต.อ.เฉลิมยังกล่าวประชดประชันนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า อย่าพยายามตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคพลังประชาชน เพราะอายุยังน้อย ซึ่งคงต้องรอไปอีก 12 ปี ถึงจะกลับมาตั้งรัฐบาลได้

ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ยังได้ตั้งคำถามไปยังหัวหน้าพรรคชาติไทยด้วยว่า บุคคลที่เคารพมา 30 ปี และจะไม่ทำให้ผิดหวังคือ บุคคล เดียวกันกับที่ตนไม่ชอบด้วยหรือไม่ และขอให้หัวหน้าพรรคชาติไทยตอบเรื่องนี้ให้ชัดเจน

ทางด้าน นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงสาเหตุที่ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษไม่ชอบพรรคพลังประชาชน เนื่องด้วยพรรคประชาธิปัตย์ เคยสนับสนุนให้ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษเคยเป็นนายกฯมาแล้วถึง 2 สมัย ด้วยกัน

จาก hi-thaksin

‘ในหลวง'ทรงห่วงบ้านเมืองย้ำเตือนทหาร-ตร.ดูแลให้เรียบร้อย


วันนี้(21ธ.ค.) เวลา 16.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินออก ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เข้าเฝ้าฯ ในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนของนายทหารชั้นนายพล และนายตำรวจชั้นนายพล ที่ได้รับพระราชทานยศสูงขึ้น ประจำปี 2549 - 2550

โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานพระบรมราโชวาท ใจความว่า ". . . .หน้าที่ของท่านสำคัญ และอย่างที่ได้ปฏิญาณ ถ้าไม่ได้ทำตามจะมีอันเป็น แม้ไม่ได้พูดก็จะมี แต่ถ้าทำดีอย่างที่ได้ปฏิญาณ ก็เชื่อว่าท่านจะประสบความรุ่งเรือง ความเจริญ เพราะว่าคำที่พูดนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ เทวาดาอารักษ์ก็ได้ฟังก็ได้ยิน แต่ถ้าเทวดาอารักษ์ได้ฟังได้ยิน ท่านก็จะต้องป้องกันท่าน ตราบใดที่ท่านทำดีตามคำปฏิญาณ เป็นคำศักดิ์สิทธิ์ ทำให้มีกำลังเพื่อช่วยให้ประเทศชาติอยู่เย็นเป็นสุขได้

ท่านเป็นทหารไม่ได้หมายความว่า ท่านจะต้องประหัตประหารใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ แต่ว่าท่านจะต้องทำคำให้ศักดิ์สิทธิ์ และถ้าทำด้วยมีความเข้มแข็ง ในกรณีใดก็ตาม ท่านก็จะปลอดภัย และทำให้บ้านเมืองปลอดภัย ทำให้บ้านเมืองมีความสุข มีความเรียบร้อย อันนี้ก็เป็นสำหรับนายทหารทุกเหล่าตลอดจน ตำรวจทุกหน่วย ซึ่งมีหน้าที่ที่จะป้องกัน มีหน้าที่ที่จะทำให้บ้านเมืองมีความปลอดภัย

ถ้าท่านทำดีอย่างนี้ หมายความว่าทุกท่านได้รับความปลอดภัยไปด้วย ท่านต้องให้อำนวยความปลอดภัยกับประชาชนทุกเหล่าทุกพวก ท่านก็จะได้รับความปลอดภัยในโอกาสเดียวกัน คือไม่ได้หมายความว่า ท่านทำความปลอดภัยกับประชาชน ท่านก็ทำความปลอดภัยกับท่านเอง ท่านก็เป็นประชาชน ถ้าผู้ใดทำดีก็ได้ความปลอดภัยทุกยศ ทุกคณะ จะได้รับผลของคำปฏิญาณนี้ จึงดีใจมากที่ได้ยิน ได้เปร่งวาจาเข้มแข็งที่หนักแน่น ก็ขอให้การเปร่งวาจาที่หนักแน่นนี้ เป็นผลดีแก่ท่าน จนกระทั้งประชาชนทุกคนในประเทศ เป็นการทำให้ประเทศชาติอยู่เย็นได้

ซึ่งท่านก็ทราบดีว่า เดี๋ยวนี้มีการไม่ค่อยปรองดองกัน แต่ว่าท่านเปล่งอย่างนี้ทำให้ทุกคน ไม่ใช่เฉพาะนายพล ทุกคน ทุกฝ่าย ทั้งทหาร พลเรือน มีความเข้มแข็ง และถ้าทุกคนในประเทศมีความเข้มแข็ง และซื่อสัตย์สุจริตไม่มีปัญหาว่า ประเทศอยู่เย็นเป็นสุข อยู่ได้ไม่ล่มจม

ซึ่งบ้านเมืองในระยะนี้ดูท่าทางไม่ค่อยเรียบร้อยนัก แต่ว่าท่านจะสามารถทำให้บ้านเมืองเรียบร้อยเข้มแข็ง ด้วยความเข้มแข็งของท่าน ก็ขอให้ท่านได้ประสงค์สำเร็จในงานการของท่าน ทำให้บ้านเมืองมีความร่มเย็น มีความสุข ทั้งประชาชนทุกเหล่า ทุกพวก ทุกคน

และท่านเมื่อเป็นผู้ที่ได้ปฏิบัติทำให้บ้านเมืองมีความเรียบร้อย มีความสุขมีควาสงบ ท่านก็จะมีความสุขความสงบในใจ และท่านก็จะมีความเจริญด้วยเหมือนกัน ก็ขอให้ท่านทั้งหลายทหารทุกเหล่า พลเรือน ทุกหมู่ได้มีความสำเร็จในงานการ และมีความสุขในงานในหน้าที่ ความสำเร็จในหน้าที่ ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จทุกอย่าง ให้ประเทศชาติ มีความสำเร็จด้วยเหมืนกัน ประเทศชาติก็จะเจริญ ท่านก็จะเจริญ ทุกคน ทุกหมู่ ทุกเหล่า

ข้าพเจ้าดีใจที่ได้เห็นท่านมีความเข้มแข็ง ขอให้รักษาความเข้มแข็งนี้ให้ประเทศชาติอยู่เย็นเป็นสุข ให้บ้านเมืองอยู่ ไม่มีอะไรที่เกิดเสียหายกับบ้านเมืองขอให้ทุกท่านมีเจริญ ทุกฝ่ายทุกพวกทุกคน . . . "--จบ--

จาก hi-thaksin

Friday, December 21, 2007

พปช. ฟ้องกกต.ดำเนินคดีปชป.ติดป้ายหาเสียงใส่ร้าย


นายชูศักดิ์ ศิรินิล ฝ่ายกฎหมายพรรคพลังประชาชน เตรียมฟ้องร้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ให้ดำเนินคดีกับพรรคประชาธิปัตย์หลังติดป้ายหาเสียงใส่ร้ายพรรคพลังประชาชน ทำให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยม และจูงใจให้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งป้ายหาเสียงมีการอ้างชื่อพรรคไทยรักไทย ที่ทำให้เกิดหนี้เสียจากบัตรเครดิตจำนวนมาก จึงไม่ควรเลือกพรรคพลังประชาชน นอกจากนี้ ยังพบว่าที่ จ.ยโสธร มีพรรคการเมืองบางพรรคปลอมเอกสาร และลายเซ็นของอดีตนายกฯ

นอกจากนี้ นายชูศักดิ์ แถลงว่าได้รับแจ้งจากผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคพลังประชาชนว่าพบการปลอมแปลงเอกสารที่สนับสนุนพรรคพลังประชาชนโดยใช้รูปโลโก้พรรคไทยรักไทยและรูปภาพ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยข้อความระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้ส่งเงินให้แกนนำพรรคและผู้สมัครในพื้นที่มาให้ประชาชนคะแนนละ 1,000 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและขอให้ไปรับได้ที่ตัวแทนพรรคพร้อมเชิญชวนให้ประชาชนไปลงคะแนนให้พรรคพลังประชาชน ซึ่งเรื่องนี้ทางพรรคไม่มีนโยบายที่จะทำและถือว่าเป็นวิธีการกลั่นแกล้งที่สกปรกมาก ซึ่งพรรคทราบว่าเป็นฝีมือของพรรคใด ขณะนี้ตัวแทนพรรคได้เข้าแจ้งความที่ สภ.อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร ไว้แล้วเพื่อส่งให้ กกต.ประจำจังหวัดดำเนินการ

จาก hi-thaksin

‘คุณหญิงแจ่มใส'หัวแตก!ระหว่างช่วยลูกหาเสียง


ผู้สื่อข่าวประจำจ.สุพรรณบุรี รายงานบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ช่วงโค้งสุดท้าย เมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 ธ.ค.50 ว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างเผ็ดมัน หลายพรรคการเมืองต่างเดินสายหาเสียงกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะ พรรคชาติไทย ของ นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นพรรคที่ดูแล้วไร้เทียมทาน น่าหอบหิ้วเอาส.ส.เข้าสภาฯ แบบยกทีม แต่ นายบรรหาร ก็ไม่ได้ประมาท ยังคงนำลูกทีมเดินสายหาเสียงอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเช้า คุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา ภรรยานายบรรหาร ได้ออกหาเสียงช่วยบุตรชาย นายวราวุธ ศิลปอาชา ที่อ.อู่ทอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่คุณหญิงแจ่มใสเดินหาเสียงอยู่นั้น ศีรษะของคุณหญิงแจ่มใสได้ไปชนกับตู้แดงตำรวจเข้า จนเป็นเหตุให้ศีรษะแตก เลือดไหล แต่ก็ไม่ได้ทำให้การหาเสียงต้องหยุดชะงัก

จารุวรรณ เมณฑกา


สามวันแล้ว ที่หนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ นำเสนอข่าว คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการ สตง. มีพฤติกรรมเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน กรณี บริษัท ออดิต แอนด์ แมเนจเม้นท์ คอนซัลแตนท์ จำกัด เช่าอาคารพาณิชย์ของ นายทรงเกียรติ เมณฑกา สามีของคุณหญิงจารุวรรณ เป็นสำนักงาน แต่ไม่เคยเปิดใช้อาคารพาณิชย์หลังดังกล่าวเลย และไม่มีสภาพเป็นสำนักงานของบริษัทแต่อย่างใด

ความน่าสนใจของประเด็นก็คือว่า อาคารพาณิชย์หลังดังกล่าว มีชื่อผู้อาศัยคนสำคัญชื่อ จารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการ สตง. ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างบริษัท ออดิต แอนด์ แมเนจเม้นท์ คอนซัลแตนท์ จำกัด ให้เป็นผู้จัดการอบรมสัมมนาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีให้แก่เจ้าหน้าที่ สตง. โดยในปี 2550 บริษัทแห่งนี้มีรายได้จาก สตง. ไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท

สามวันแล้ว ที่ คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา หลีกเลี่ยงที่จะกล่าวถึงความเป็นมาของ บริษัท ออดิต แอนด์ แมนเนจเม้นท์ คอนซัลแตนท์ จำกัด ว่าไปทำมาหากินกันอย่างไร ไปทำมาค้าขายกันอย่างไร จึงจับพลัดจับผลูมาเช่าตึกเจ้าปัญหาหลังนี้ได้อย่างไร และเหตุใดเมื่อจ่ายค่าเช่าแล้ว จึงไม่ยอมเข้าอยู่ และไม่ใช้ประโยชน์ ซึ่งผิดวิสัยของผู้เช่าทั่วไป ทั้งๆ ที่แจ้งข้อมูลต่อกระทรวงพาณิชย์ว่ามีสำนักงานใหญ่อยู่ที่อาคารหลังดังกล่าว แต่เมื่อนักข่าวไปตรวจสอบ กลับไม่พบป้ายชื่อบริษัทฯ และไม่พบว่ามีการเปิดเป็นสำนักงานบริษัทฯ แต่อย่างใด

นักข่าวของประชาทรรศน์พยายามติดต่อสอบถามเรื่องนี้กับคุณหญิงจารุวรรณทุกวัน ตั้งแต่วันจันทร์จนถึงวันพุธ ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ สตง. เหมือนกันทุกวันคือ "ไม่ว่าง ติดประชุม" จนต้องสรุปว่า คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา หลีกเลี่ยงที่จะให้สัมภาษณ์เรื่องนี้

ลำพังแค่ไม่ชี้แจง และหลีกเลี่ยง ก็ยังพอเข้าใจได้ว่าคุณหญิงเธอยังไม่พร้อมที่จะตอบ เพราะตั้งตัวไม่ทัน คิดไม่ถึงว่าจะมีผู้ขุดคุ้ยเรื่องนี้ขึ้นมาแฉ ขึ้นมา ทดสอบจริยธรรมของตำแหน่งผู้ว่าการ สตง. และจริยธรรมของคนดี ที่คุณหญิงเธออวดโอ่และแอบอ้างราวกับว่าเป็น
เจ้าของนิยาม "คนดี" แต่เพียงผู้เดียวมาโดยตลอด

บุคคลสาธารณะหลายคนก็มีอาการไม่ผิดเพี้ยนไปจากคุณหญิงจารุวรรณ เมื่อถูกขุดคุ้ยเรื่องที่ตัวเองคิดว่าปกปิดไว้มิดชิดแล้ว
แรกๆ ก็ตกใจที่มีคนรู้ ต่อมาก็ประหลาดใจที่มีคนรู้ได้อย่างไร แล้วก็เจ็บใจที่คนรู้แล้วนำมาพูดนำมาแฉ

ต่อจากนั้นก็แล้วแต่
ความหนา-บางของจริยธรรมในแต่ละคน

คนที่หน้าบาง ก็จะละอายใจ สารภาพผิด ไม่กล้าอยู่สู้หน้าใครต่อไป แต่ถ้าหน้าหนา ก็จะไม่ละอายใจ และยังด้านที่จะทำต่อไปโดยไม่เกรงใจใครทั้งนั้น

ผมไม่เห็นว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาด ที่คุณหญิงจารุวรรณจะไม่ตอบคำถามเรื่องนี้ และคิดว่าขณะนี้คุณหญิงเธอได้ผ่านอาการตกใจและประหลาดใจมาแล้ว อยู่ในขั้นเจ็บใจที่ถูกนำมาแฉประจาน แต่ในขั้นต่อไป คือ ขั้น "ละอายใจ" หรือไม่นั้น

ผมยังมองไม่เห็นอาการของคุณหญิงเธอ ว่าจะออกทางหนาหรือบาง

แต่ที่ผมเห็นว่าแปลกและประหลาดใจก็คือ ในขณะที่คุณหญิงไม่ตอบเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนของสามีและตัวเองกับบริษัทฯ ที่ได้รับงานว่าจ้างจาก สตง. ที่คุณหญิงเป็นผู้ว่าการ เป็นผู้บริหารสูงสุด คุณหญิงกลับใช้กลยุทธ์ทางการข่าว โดยมีสื่อมวลชนที่อวดโอ่เป็นสื่อคุณภาพบางราย นำเสนอข่าวเอียงข้างคุณหญิงว่า กรณีนี้เป็นเรื่องที่กลุ่มอำนาจเก่านำมากลั่นแกล้งดิสเครดิตคุณหญิง จึงไม่อยากจะชี้แจง

โธ่...ถ้าเป็นเรื่องไม่จริง มีพยาน มีหลักฐาน มีเอกสารมาหักล้าง ก็จบ ไม่ต้องไปทุกข์ใจ ไม่ต้องปล่อยให้ใครเขามากล่าวหากันฟรีๆ มาตั้งคำถามเชิงดูถูกว่ามีจริยธรรมจริงหรือไม่ แบบนี้

ไม่ใช่เพียงแค่ชี้แจงแล้วจบกันไป จะต้องแจ้งความดำเนินคดีให้เข็ดหลาบด้วย หากเป็นการกระทำของพวกอำนาจเก่าจริงๆ
อย่าได้เก็บไว้ให้มาเหยียบย่ำเกียรติยศศักดิ์ศรีของผู้ว่าการ สตง. และคุณหญิงเล่นฟรีๆ แบบนี้

แต่การปิดปากเงียบและการวิ่งหนีคำถามของคุณหญิงแบบนี้ จะทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่าอย่างไร จะทำให้เจ้าหน้าที่ สตง. เข้าใจเป็นอื่นได้อย่างไร นอกจากว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง เพราะหากไม่จริง คุณหญิงต้องพูดออกมาแล้ว

ก็ในห้วงเวลาที่ผ่านมา คุณหญิงพูดเรื่องไม่จริงไปตั้งหลายเรื่องแล้ว ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องที่พูดยากกว่า แล้วทำไมกับเรื่องที่เป็นจริงซึ่งพูดง่ายกว่า ทำไมจึงไม่พูด

นอกจากไม่พูดแล้ว คุณหญิงเธอยังเบี่ยงเบนประเด็น จากผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้กล่าวหาคนอื่นอีกด้วยว่า ผลจากการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ เข้มแข็งของเธอ เป็นเหตุให้ถูกขู่ฆ่า จนเธอกับลูกชายต้องไปหัดยิงปืนเอาไว้ป้องกันตัวเอง

นี่ก็เป็นอีกประเด็นที่น่าประหลาดใจ คือ เรื่องที่คุณหญิงถูกกล่าวหา โดยมีพยานเอกสาร หลักฐานปรากฏชัดแจ้งจากประชาทรรศน์ ไม่มีสื่อมวลชนรายใดสนใจตรวจสอบขยายผล แต่กลับปกป้องคุณหญิง ด้วยเทคนิคการเสนอข่าวทำให้ประชาชนไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง แต่กับ
กรณีที่คุณหญิงอ้างลอยๆ ว่าถูกขู่ฆ่า ไม่มีพยานหลักฐาน ไม่มีพยานบุคคล สื่อมวลชนกลับพร้อมใจกันนำเสนอเป็นเรื่องราวข่าวใหญ่โต

ปรากฏการณ์นี้ทำให้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า ความสัมพันธ์ระหว่างคุณหญิงจารุวรรณกับสื่อมวลชนทุกสำนักในประเทศนี้ ดีต่อกันเป็นพิเศษ และพร้อมจะเข้าด้วยช่วยเหลือกันในทุกเรื่อง จนผมต้องอดคิดไม่ได้ว่า ประชาทรรศน์ คือ แกะดำตัวเดียว หรือ แกะขาวตัวเดียว กันแน่ในกรณีนี้
หากคุณหญิงและครอบครัว ทั้งผัวและลูก ได้อ่านคอลัมน์นี้ หรือมีใครตัดให้อ่าน ผมขอฝากไว้นิดเดียวว่า คุณหญิงกับครอบครัวไม่กลัวคำขู่ฆ่า แต่ไม่ประมาทก็ถูกแล้ว

แต่ที่คุณหญิงต้องกลัว ก็คือ ความจริงในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนที่ประชาทรรศน์นำมาเสนอ นี่ล่ะที่จะฆ่าคุณหญิงให้ตายจากการเป็นคนดี มีจริยธรรม ได้ผลมากกว่าอาวุธชนิดใดๆ ทั้งสิ้น และการหัดยิงปืนก็ช่วยไม่ได้ แต่ จะต้องหัดพูดความจริง จึงจะช่วยลดหย่อนผ่อนหนักให้เป็นเบาได้

ก็อยากจะเตือนเพียงแค่นี้ นอกเหนือจากนี้ไปก็แล้วแต่พระเจ้าล่ะครับ ว่ายังยอมรับ คุณหญิงเป็นคนดีของท่านอีกต่อไปหรือไม่

‘ทักษิณ'ฝากคนไทย23ธ.ค.เริ่มต้นปรองดองแห่งชาติเพื่อ‘ในหลวง'


นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน ในฐานะที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ฝากข้อความมาถึงคนไทยทุกคนก่อนจะมีเลือกตั้งวันที่ 23 ธ.ค.นี้ว่า ปีนี้เป็นปีมหามงคลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษาว่า ควรจะใช้วันเลือกตั้งเป็นวันปรองดองแห่งชาติ ทำดีเพื่อถวายในหลวง เพราะพระองค์มีพระราชประสงค์ที่จะเห็นคนไทยปรองดองและสามัคคีซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญ ส่วนเรื่องที่สอง อยากเห็นการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม เพราะเมื่อพรรคใดได้เสียงข้างมากก็ควรได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลตามเจตจำนง จึงหวังว่าคนไทยจะปรองดองกัน

ขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ที่ฮ่องกงและจะพักอยู่ต่ออีกสักระยะหนึ่ง หลังช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องพำนักอยู่ในอังกฤษและเดินทางไปยังประเทศต่างๆ หลังเกิดเหตุการณ์ยึดอำนาจเมื่อ 19 ก.ย.ปีก่อน

เมื่อถามว่าการปรองดองหมายถึงจะต้องรวมกันทุกพรรคหรือไม่ นายนพดลกล่าวว่าการปรองดองคือจะต้องปฎิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เอาประชาธิปไตยกลับคืนมา ทุกคนทำหน้าที่ของตนเอง ภายใต้กรอบของกฎหมาย เอากฎหมายอยู่เหนือกฎหมู่ ผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไรก็ต้องปฎิบัติไปตามนั้น ความคิดเห็นแกตต่างกันได้ แต่ไม่ใช่ไปกลั่นแกล้งอีกฝ่ายหนึ่ง ส่วนความปรองดองของชาติได้พูดไปแล้วซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ เขาไม่พร้อมที่จะมาร่วมสมานฉันท์ ก็เป็นสิทธิของเขา เมื่อเขาไม่เห็นด้วย ก็อย่าไปกล่าวหา ก็จบกันไป

จาก http://www.hi-thaksin.org/home.php