//////////////////////////////////
คอลัมน์:ฝ่าเปลวแดด
คนรักประชาธิปไตย ต้องช่วยกันขับไล่ เผด็จการ
//////////////////////////////////
คอลัมน์:ฝ่าเปลวแดด
'พปช.'ทิ้งทวนปราศรัยใหญ่คนแห่ฟังแน่นสนามหลวง 'อดีต นปก.'ขึ้นเวที ปล่อยมุขเด็ด ทักษิณ'ผิดแค่แย่ง อากาศ 'คมช-คตส.'หายใจ ขนญาติโกโหติกา'ทักษิณ'มาเพียบ
ที่สนามหลวง เมื่อเวลา 16.00 น. พรรคพลังประชาชน ได้จัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย ก่อนการเลือกตั้งภายใต้หัวข้อ 'หมดเวลาทะเลาะกัน เลือกเกินครึ่ง เศรษฐกิจฟื้นแน่'
โดยตั้งเวทีตั้งอยู่กลางสนามหลวงบริเวณด้านหน้าศาลฎีกา หันหน้าไปทางสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า พร้อมทั้งติดตั้งจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่รอบบริเวณสนามหลวงหลายจุด โดยนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน นำคณะผู้บริหารพรรค แกนนำพรรค ตลอดจนผู้สมัครส.ส.ของพรรคทั้งระบบเขต และระบบสัดส่วนขึ้นเวทีปราศรัยท่ามกลางประชาชนร่วมรับฟังหลายหมื่นคน
นอกจากนี้ นางพจณีย์ ณ ป้อมเพชร มารดาคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตเลขานุการส่วนตัวพ.ต.ท.ทักษิณ และนายพายัพ ชินวัตร น้องชายพ.ต.ท.ทักษิณ ได้เข้ามาร่วมฟังการปราศรัยด้วย
จัดทอล์กโชว์'มิ่งขวัญ'สร้างฝันทำประเทศมั่งคั่ง
ปราศรัยบนเวที มีผู้สมัครส.ส.กทม.และปริมณฑลสลับกันขึ้นพูด โดยอดีตแกนนำ นปก. 3คน ประกอบด้วย นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รวมทั้งนายจักรภพ เพ็ญแข ต่างขึ้นเวทีปราศรัยทั้งหมด เนื้อหาโดยรวมเน้น ไปที่การเรียกร้องประชาธิปไตยกลับสู่ประเทศ เลือกพรรคพลังประชาชนให้เกินครึ่ง และโจมตีพรรคการเมืองคู่แข่ง โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์
กระทั่งเวลา 18.20 น. นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค ได้ขึ้นเวทีพร้อมกับนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรค โดยทำหน้าที่พิธีกรสอบถามความเป็นมาเกี่ยวกับชีวิตการทำงานของนายมิ่งขวัญ ซึ่งนายมิ่งขวัญ ได้เล่าถึงความสำเร็จในชีวิตการทำงาน และระบุว่าจะทำให้ประเทศไทยไม่ต้องถูกเผาจริง ตามที่คาดการณ์กัน แต่จะทำให้ประเทศมีความมั่งคั่ง
ต่อมา นายนพดล ปัทมะ รองเลขธิการพรรค ปราศรัยว่าวันที่ 23 ธ.ค.เป็นวันพิพากษาโดยประชาชน 45ล้านคน 19 ก.ย.2549 เป็นการยึดอำนาจโดนคนไม่กี่คน 1 ปีเศษที่ผ่านมานั้น 4 ข้อกล่าวหาของคมช. ต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยังไม่มีคดีใดตัดสินว่าพ.ต.ท.ทักษิณผิดเลย
'แต่ตอนนี้ คตส.ก็ทยอยยื่นสำนวนและยังสรุปสมุดปกเหลืองที่ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ทำผิดนั้น ผมมองแล้วว่าทุกข้อหานั้นไม่ยากที่จะต่อสู้ในชั้นศาล ยกเว้นข้อหาเดียวคือ พ.ต.ท.ทักษิณ แย่งอากาศ คตส.และ คมช.หายใจ ส่วนคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา หรือคุณหญิงเป็ด ผู้ว่าฯ สตง.และกรรมการคตส.บอกว่า โดนขู่ทำร้ายและยังจะไปหัดยิงปืนนั้น ตนคิดว่าคงจะยิงไม่เข้า'
นายนพดล กล่าวอีกว่า ตนไปหาเสียงทั่วประเทศ โพลล์และหมอดูก็สรุปแล้วและขอให้เชื่อมั่นว่า นายสมัครจะเป็นนายกฯ คู่แข่งทางการเมืองของพรรคนี้คือพรรคประชาธิปัตย์ ตนเคยทำงานกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่ตนไม่เคยเห็นผลงานหรือแนวคิดใหม่ๆของนายอภิสิทธิ์เลย หากใครคิดอะไรออกมา นายอภิสิทธิ์ก็อธิบายได้เป็นฉากๆ โวหารและความรูปหล่อไม่ได้ช่วยเศรษฐกิจให้ดีขึ้น แต่นายอภิสิทธิ์มีผลงาน ที่ชัดเจนสองเรื่องคือ ขอนายกฯ พระราชทาน มาตรา 7และไม่ส่งพรรคลงสมัครส.ส.วันที่ 2เม.ย.2549 นายอภิสิทธิ์เหมือนเด็กที่รู้ว่าไม่ชนะก็ไม่ลงแข่งขัน
'นายอภิสิทธิ์เป็นมะม่วงที่บ่มแก๊ส ผมจึงขอเรียกว่า มาร์ก แมงโก และนโยบาย 99 วันนั้น พรรคนั้นไม่เคย พูดถึงผลงานที่อดีตพรรคไทยรักไทยทำไว้ เพราะไม่เคยคิดและไม่เคยทำ'
นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ผู้สมัครส.ส.ระบบสัดส่วนกลุ่ม 8ปราศรัยว่า นายสมัครจะได้เป็นนายกฯ เพราะมีประสบการณ์ เพราะมาจากมหาประชาชนที่เลือกมา นายสมัครเป็นรัฐมนตรี เป็นรองนายกฯ เป็นผู้ว่าฯกทม.และเป็นส.ว. นายสมัครมาจากการเลือกตั้ง ตนไม่อยากเชื่อเคล็ด แต่ก็ต้องเชื่อ เพราะทุกสนามก็ระบุว่า รับสมัครทั้งนั้น และในการเลือกตั้งครั้งนี้รัฐธรรมนูญก็ระบุว่านายกฯต้องมาจากส.ส. และส.ส.ก็ต้องมาจากการรับสมัคร
ฉะนั้นนายกฯก็ต้องชื่อนายสมัคร อย่าไปเลือกพรรคประชาธิปัตย์ เพราะนายอภิสิทธิ์ นั่งรถไปหาเสียงที่อีสานก็ต้องประสบอุบัติเหตุ ต้องเปลี่ยนรถถึงสี่คัน ซึ่งตรงกับเบอร์หาเสียงของพรรคนั้น หากประชาชนเลือกพรรคนั้นเป็นรัฐบาล ตนไม่รู้ว่าประเทศจะคว่ำอย่างที่นายอภิสิทธิ์เจอหรือไม่ สมมติว่าพรรคประชาธิปัตย์ชนะเลือกตั้ง ก็เวลาทำงานบ้าง และหากผ่าน 99วันไปแล้วทำไม่ได้อย่างที่พูดไว้ วันที่ 100ก็ขอให้ประชาชนไปทำบุญให้เลย เพราะครบ100วันแล้ว
นายจักรภพ เพ็ญแข คณะทำงานด้านต่างประเทศ พรรคพลังประชาชน ปราศรัยว่า เผด็จการทำให้เศรษฐกิจ ตกต่ำและหลายพรรคก็ไปกอดแข้งกอดขาเผด็จการ ตนไปหาเสียงมาหลายแห่งก็ขอบอกว่า ประชาชนตัดสินใจแล้ว และคงไม่มีการโกงการเลือกตั้ง เพราะนานาชาติก็ส่งทีมมาสังเกตการณ์แล้ว หากมีอะไรที่ไม่สุจริตก็จะมาจากฝีมือ ของเผด็จการหน้าโง่ ตนและพรรคนี้สู้กับเผด็จการไหว ฉะนั้นวันที่23ธ.ค.ประชาชนต้องเลือ กพรรคนี้ที่ยึดประชาธิปไตย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวระหว่างการปราศรัยใหญ่ ที่สวนเบญจศิริ ว่า หากตนได้เป็นนายกรัฐมนตรี เรื่องแรกที่จะทำคือการพา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับประเทศ เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมเหมือนคนไทยคนอื่น และจะให้สมาชิกของพรรคทุกคน แสดงบัญชีทรัพย์สิน ทุกคน รวมถึงครอบครัว เพื่อยืนยันความโปร่งใสในการบริหารบ้านเมือง ส่วนแผน 99 วันทำได้จริง นั้น หากไม่สำเร็จ จะถือว่าเป็นความผิดและไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคประชาชน ไม่ยอมขึ้นเวทีดีเบต ว่า กลัวความจริง เพราะจะถูกประชาชนมองเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ทั้งที่นายสมัครบอกว่าเป็นมวยละรุ่น นายสมัครเป็นมวยรุ่นเฮฟวี่เวท และตนเป็นมวยรุ่นไลท์เวท ก็เพิ่งเคยเห็นมวยรุ่นใหญ่กลัวมวยรุ่นเล็ก ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ยืนยันว่ามีประสบการณ์ทางการเมืองมากเพียงพอในการบริหารประเทศ
'แต่มีเรื่องเดียวกที่ไม่เคย คือเรื่องทุจริตทางการเมือง ไม่เหมือนบางคน ที่มีแต่กลิ่นขยะ และนอนฝันร้ายเกี่ยวกับเรื่องรถดับเพลิง' นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างชัดเจน หากนายสมัคร ได้เป็นฝ่ายค้าน จะไม่ถูกสกัดทางความคิดเห็น เหมือนครั้งที่ตนเป็นฝ่ายค้านในสมัยรัฐบาลของพ.ต.ท.ทักษิณ อย่างแน่นอน
'แล้วตอนนี้ยังอยากจะได้ นายกรัฐมนตรีหยาบคาย ขี้โมโห ชวนทะเลาะอีกหรือเปล่า ความสามัคคี ีก็คงเกิดขึ้น ไม่ได้ 1เดือนตลอดการหาเสียง นายสมัครใช้วิธีด่าผมตลอด แต่จะด่าผมก็ได้ แต่อย่าไปด่าประธานองคมนตรี (พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์)'
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการปราศรัยของนายอภิสิทธิ์ ได้มีผู้หญิงอุ้มเด็กอายุประมาณ 3 ขวบขึ้นเวที โดยเสื้อของเด็กมีข้อความเขียนที่เสื้อ ความว่า 'ผมอยากเรียนฟรี เลือกเบอร์ 4 นะครับ'
เวทีการปราศรัยใหญ่ของพรรคพลังประชาชน ยังคงเนืองแน่นไปด้วยเป็นประชาชน จำนวนมากที่เดินทางมาร่วม รับฟังการปราศรัยอย่างคึกคัก โดยเนื้อหาของแกนนำพรรคและผู้สมัครส่วนใหญ่ยังคงเป็นการเรียกร้องให้เลือกพรรคพลังประชาชน เพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตร ีกลับประเทศและกล่าวโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ในการบริหารประเทศสมัย เป็นรัฐบาลพร้อมยังกล่าวไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติรัฐประหาร เมื่อวันที่19 กันยายนที่ผ่านมา
ทั้งนี้ นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน ได้กล่าวโจมตีนโนบายพรรคประชาธิปัตย์ 99 วันทำได้จริงว่าไม่สามารถเป็นไปได้พร้องทั้งเปลี่ยนสมญานามหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จากมาร์คเป็นมาร์คแมงโก้
ขณะที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 8 เปิดเผยว่าจากการลงพื้นที่ภาคใต้พบว่าประชาชน ยังให้การตอบรับพรรคพลังประชาชน เป็นอย่างดีและยังคิดถึง อดีตนายกฯทักษิณอยู่ นอกจากนี้นายณัฐวุติ ยังกล่าว ด้วยว่าตนไม่เชื่อว่าหัวหน้าพรรคชาติไทยจะดูแลความปลอดภัยให้กับอดีตนายกฯ ทักษิณตามที่ประกาศไว้ได ้อดีตนายกฯทักษิณเดินทางกลับประเทศ
รองนายกฯฝ่ายมั่นคง ยันยังไม่มีข่าวก่อเหตุร้ายช่วงเลือกตั้ง ชี้'ทักษิณ'โผล่ฮ่องกงแค่เล่นสงครามจิตวิทยา แต่อ้อมแอ้มถ้าประชาชนลือก'พปช.' ก็ต้องยอมรับ'สมัคร'เป็นนายกฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมพร้อมรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงวันเลือกตั้งว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มี ีรายงานข่าวอะไรในเรื่องนี้เข้ามา
เมื่อถามว่า ได้รับรายงานวางระเบิดในที่ต่างๆ หรือไม่ พล.อ.สนธิ ยืนยันว่าน่าจะเป็นการหวังผลทางการเมือง มากกว่า เพราะไม่ใช่ระเบิดร้ายแรง คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นไปโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม ก็ไม่น่าจะเป็นความกังวลอะไร
เมื่อถามต่อว่า เหตุระเบิดตามพรรคการเมือง จะส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของกประชานที่จะออกมาใช้สิทธิ ิในวันที่ 23 ธ.ค.หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่น่ามีอะไรกระทบ
เมื่อถามถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาตั้งกองบัญชาการติดตามการเลือกตั้งที่ฮ่องกง จะกระทบต่อการ เลือกตั้งในประเทศไทยหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ไม่น่าจะกระทบ แต่คิดว่าเป็นจิตวิทยาในการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธ.ค.
เมื่อถามว่า มีเบื้องลึกเบื้องหลังเป็นการวางแผนเกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า คิดว่าไม่มี ทาง กกต.เองได้วางแผนไว้แล้ว และฝ่ายความมั่นคงก็ได้มองภาพด้านต่างๆ ไว้แล้ว ไม่น่ากังวล เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าเป็นสิทธิที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะทำได้ใช่หรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวยอมรับว่า 'ใช่ครับๆ เป็นสิทธิ'
เมื่อถามว่า สิ่งที่พยายามอธิบายให้ประชาชนนั้น จนถึงตอนนี้ประชาชนเข้าใจแล้วหรือยัง พล.อ.สนธิ ตอบว่า ตนได้แต่ภาวนา
เมื่อถามอีกว่า หลังผลการเลือกตั้งออกมาจะเกิดความวุ่นวายหรือไม่ เพราะกลุ่มพันธมิตรฯ ขู่ว่าหาก พรรคพลังประชานชน จะออกมาเคลื่อนไหวอีก ได้มีการประสานพูดคุยกันหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่ได้พูดคุยกัน
เมื่อถามอีกว่า หากเมื่อถึงเวลาพรรคพลังประชาชน ชนะการเลือกตั้งและนายสมัคร สนุทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีจะยอมรับได้หรือไม่ พล.อ.สนธิ ตอบว่า 'ก็ประชาชนเลือกแล้วนี่แหม...ไม่รับได้ไง'
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 6 พรรคพลังประชาชน ประกาศกลางเวทีปราศรัยหาเสียงส่งท้ายเลือกตั้ง ท่ามกลางประชาชนที่มารับฟังร่วม 1 แสนคน ถึงการเดินทางกลับประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกฯ ว่า จะกลับในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ปีหน้า ซึ่งตรงกับวันแห่งความรัก ประกอบกับเป็นช่วงที่น่าจะตั้งรัฐบาลเสร็จแล้ว พร้อมปฏิเสธ อดีตนายกฯทักษิณ ตั้งศูนย์บัญชาการที่ฮ่องกง เพียงแต่เป็นการเฝ้าติดตามสถานการณ์การเลือกตั้งของไทยเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ร.ต.อ.เฉลิมยังกล่าวประชดประชันนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า อย่าพยายามตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคพลังประชาชน เพราะอายุยังน้อย ซึ่งคงต้องรอไปอีก 12 ปี ถึงจะกลับมาตั้งรัฐบาลได้
ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ยังได้ตั้งคำถามไปยังหัวหน้าพรรคชาติไทยด้วยว่า บุคคลที่เคารพมา 30 ปี และจะไม่ทำให้ผิดหวังคือ บุคคล เดียวกันกับที่ตนไม่ชอบด้วยหรือไม่ และขอให้หัวหน้าพรรคชาติไทยตอบเรื่องนี้ให้ชัดเจน
ทางด้าน นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงสาเหตุที่ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษไม่ชอบพรรคพลังประชาชน เนื่องด้วยพรรคประชาธิปัตย์ เคยสนับสนุนให้ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษเคยเป็นนายกฯมาแล้วถึง 2 สมัย ด้วยกัน
จาก hi-thaksin
นอกจากนี้ นายชูศักดิ์ แถลงว่าได้รับแจ้งจากผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคพลังประชาชนว่าพบการปลอมแปลงเอกสารที่สนับสนุนพรรคพลังประชาชนโดยใช้รูปโลโก้พรรคไทยรักไทยและรูปภาพ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยข้อความระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้ส่งเงินให้แกนนำพรรคและผู้สมัครในพื้นที่มาให้ประชาชนคะแนนละ 1,000 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและขอให้ไปรับได้ที่ตัวแทนพรรคพร้อมเชิญชวนให้ประชาชนไปลงคะแนนให้พรรคพลังประชาชน ซึ่งเรื่องนี้ทางพรรคไม่มีนโยบายที่จะทำและถือว่าเป็นวิธีการกลั่นแกล้งที่สกปรกมาก ซึ่งพรรคทราบว่าเป็นฝีมือของพรรคใด ขณะนี้ตัวแทนพรรคได้เข้าแจ้งความที่ สภ.อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร ไว้แล้วเพื่อส่งให้ กกต.ประจำจังหวัดดำเนินการ
จาก hi-thaksin
ข่าวสารเกี่ยวกับประเทศไทยที่คุณไม่อาจหาอ่านได้จากสื่อ
"ปกติการต่อสู้ทางการเมืองที่เกิดขึ้น จนมีการเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งสำคัญไปทั่วโลก ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เกิดจากการต่อสู้ทางอุดมการณ์และการไม่ได้รับความยุติธรรมทั้งสิ้น ความไม่ยุติธรรมนี่แหละ เป็นเหตุแห่งการที่ประชาชนต้องมารวมตัวกันต่อสู้ เพื่อให้ความยุติธรรมกลับมาสู่สังคมของเขา"
ทักษิณ ชินวัตร
1 พ.ย. 51