| 21 ธันวาคม พ.ศ. 2550 18:07:00 | |
|
จาก http://www.bangkokbiznews.com/
คนรักประชาธิปไตย ต้องช่วยกันขับไล่ เผด็จการ
| 21 ธันวาคม พ.ศ. 2550 18:07:00 | |
|
นายนิพนธ์ บุญญามณี รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งกำกับดูแลพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเขต 3 สงขลา ประเมินสถานการณ์ช่วงโค้งสุดท้ายของผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุว่า ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังมีความมั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะกวาดที่นั่งได้ไม่น้อยกว่าเดิม แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือได้รับรายงานเมื่อคืนนี้ว่า มีเงินออกมาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเขต 3 สงขลา ค่อนข้างมาก ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะการเลือกตั้งทุกครั้งกลยุทธ์ที่ถูกนำมาใช้ต่อสู้กับพรรคประชาธิปัยต์ คือ การแจกเงินซื้อเสียง เนื่องจาก หากจะสู้กันด้วยวิธีการหาเสียงแบบปกติ เช่น เปิดเวทีปราศรัย หรือ เรื่องนโยบายไม่สามารถสู้ได้
นายนิพนธ์ กล่าวว่า ในวันนี้จะมีการประเมินพื้นที่เป็นครั้งสุดท้าย โดยเรียกแกนนำชุมชนในแต่ละพื้นที่มาประชุมเพื่อประมวนผลทุกฝ่ายพร้อมกับได้ย้ำให้ทุกคนไม่ต้องตกใจในเรื่องที่จะมีการใช้เงินซื้อเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย เพื่อชิงคะแนนเสียงของพรรคประชาธิปัตย์เพราะเชื่อว่า เงินจะไม่สามารถซื้อประชาชนในภาคใต้ได้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังนำทีม ผู้สมัคร ส.ส.เขต กทม. ทั้งระบบเขตและระบบสัดส่วน กลุ่ม 6 ของพรรค หาเสียงเข้าสักการะพระบรมรูปรัชกาล 5 ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า โดยกล่าวถึงกรณีที่พรรคพลังประชาชน ชูนโยบายให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับประเทศไทยในช่วงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ศกหน้าว่า หากตนเป็นนายกรัฐมนตรี จะโทรหาพ.ต.ท.ทักษิณ ทันที และไม่มีเหตุผลอะไร หาก พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่กลับเข้ามายังประเทศไทย แต่หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่กลับเข้ามาจริงคงต้องใช้วิธีการทางกฎหมายต่อไป
สำหรับ ความเคลื่อนไหวที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ มีการเปลี่ยนฮวงจุ้ย โดยนำภาพวิวที่เป็นรูปภูเขาและแม่น้ำมาติดใกล้กับประตูทางเข้าที่ทำการพรรค และมีการเปลี่ยนฉากหลังของพระแม่ธรณีบีบมวยผม ซึ่งเป็นสัญลักษ์ของพรรค และก็มีการเปลี่ยนบ่อน้ำของพระแม่ธรณีด้วย สำหรับวันนี้ พรรคประชาธิปัตย์ จะนำทีม ผู้สมัคร ส.ส. เขต กทม. ลงพื้นที่หาเสียงกับประชาชน ทั่วทั้งพื้นที่ กทม. ด้วย

พระครูวิจิตรสุธาการ หรือพระอาจารย์นวย เจ้าอาวาสวัดธรรมิการาม หรือวัดค้างคาว ต.บางขาม อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี กล่าววานนี้ (21 ธ.ค.) ว่า
กรณีที่มีข่าวว่าได้แนะนำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เปลี่ยนนามสกุลเป็น 'ชินวัตรดำรง' ว่า ได้ดูดวง พ.ต.ท.ทักษิณตั้งแต่ก่อนที่จะมีการปฏิวัติ และได้บอกกับคนสนิทของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่เรื่องเงียบไป จนกระทั่งหลังการปฏิวัติประมาณ 3 เดือน จึงมีผู้นำตาลปัตร 19 อัน ที่ปักชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรดำรง มาถวาย ก็ทำให้ดวงของ พ.ต.ท.ทักษิณดีขึ้น
นอกจากนี้ ได้โทรศัพท์ทางไกลข้ามทวีป ไปพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณที่ประเทศอังกฤษเป็นประจำ
และได้บอกให้เดินทางกลับมาประเทศไทย หลังเลือกตั้งเสร็จสิ้น มีการตั้งรัฐบาลอย่างเรียบร้อย ให้มาเคลียร์ปัญหาต่างๆ ทุกอย่างจะไม่มีปัญหา หลุดพ้นทุกคดี ทั้งนี้ ถ้ากลับมาเล่นการเมือง ก็จะได้รับตำแหน่งนายกฯเหมือนเดิม รับประกันได้ล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะตอนนี้ดวงของ พ.ต.ท.ทักษิณกำลังรุ่ง ทำอะไรก็ประสบแต่ผลสำเร็จ อย่างเช่น ซื้อทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้ ก็ทำได้ดังใจ และ พ.ต.ท.ทักษิณยังรับปากว่าจะกลับมาเมืองไทย และจะเปลี่ยนนามสกุลเป็นชินวัตรดำรงอย่างแน่นอน

นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นปราศรัยตอนหนึ่งว่า ตนนั่งรถมาเห็นคนขึ้นป้ายหาเสียง โดยมีข้อความว่า 'หมดเวลาทะเลาะกันแล้ว' แต่ความจริงคือความขัดแย้ง เขาบอกว่าจะยุติความขัดแย้ง แต่ตัวเองกลับทำเอง นอกจากนี้การที่คณะกรรมการการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก้รัฐ (คตส.) ออกสมุดปกเหลืองที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการโกงในยุคของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นมูลค่า 1.9 แสนล้านบาท ซึ่งคตส.ได้ระบุว่าเป็นพฤติกรรมโคตรโกง และหมอประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ก็ระบุว่าเป็นการโกงทั้งโคตร โกงมหาศาล แต่น้อยกว่าการสูญเสียชีวิตของประชาชนจากนโยบายคิดใหม่ทำใหม่ 2,700 คน อยากถามว่าเงินแสนล้านของพ.ต.ท.ทักษิณ จะคืนหนึ่งชีวิตได้หรือไม่ ไม่ใช่เพราะนโยบายคิดใหม่นี่หรือ ที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง แตกแยก เกิดการไม่ไว้วางใจใคร
นายชวนกล่าวว่า ในช่วงก่อนที่ตนจะเข้ามาเป็นนายกฯ ไม่เหนื่อยเท่านี้ วันนี้จึงต้องมาให้กำลังใจนายกฯ ที่ชื่อ 'อภิสิทธิ์' และรัฐบาลต่อจากนี้จะต้องเป็นรัฐบาลที่ยึดหลักนิติธรรมตามกติกาและหลักเกณฑ์ของกฎหมาย ซึ่งไม่ใช่เฉพาะนายอภิสิทธิ์เท่านั้น แต่คนที่จะมาเป็นนายกฯทุกคน ต้องยึดหลักนิติธรรม ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยเป็นรัฐบาลพรรคเดียว แต่เรามีพรรคร่วมรัฐบาลและที่สามารถอยู่ได้ เพราะเราไม่โกง ไม่กิน ไม่กลัว จึงไม่สิ้นชาติ ดังนั้นจึงอยากให้ประชาชนเลือกผู้แทนที่เป็นหลักของบ้านเมืองไม่แทรกแซง สื่อมวลชน ไม่เช่นนั้นจะเกิดวิกฤตที่สุดในโลก
“พรรคประชาธิปัตย์อยู่มาถึง 61 ปี ไม่เคนคิดเปลี่ยนสถาบัน ไม่เคยเปลี่ยนชื่อพรรค เหมือนกับการย้ายร้านค้าจากกรุงเทพแล้วไปอยู่เชียงใหม่ พอเปิดประตูเข้าไปเป็นของเก่าทั้งนั้น พี่น้องประชาชนต้องไล่ให้ทัน คนที่โกงจากกรุงเทพฯ ไปเปิดร้านที่เชียงใหม่ต้องชดใช้คนที่กรุงเทพด้วย ขอยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นของคืนทั้งประเทศ ผมไม่ใช่คนของหกองทัพ แล้วมาอยู่อาศัยพรรคนี้ด้วยความไม่มีเงิน แต่พรรคก็ให้โอกาสจนผมได้พิสูจน์ตัวเอง เพราะเป็นคนจริง แม่แต่ในช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์ตกต่ำเมื่อปี 2519 นายสมัคร ได้ลาออกจากพรรคไป แต่ผมยังอยู่กับพรรคจนผมได้เป็นรัฐมนตรี เคนคิดถึงพ่อแม่ไหม ถ้าด่าพรรคประชาธิปัตย์ก็เท่ากับคุณด่าพ่อแม่คุณ”นายชวนกล่าว/p>
นายชวน กล่าวอีกว่า อำนาจของเงินเหี้ยวโหด และเลวร้ายมาก ถึงขนาดใช้เงินซื้อคนใต้มาด่าพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ จึงเท่ากับว่าพวกเขาเอาคนที่ขายตัวมาด่าคนใต้ แต่เชื่องว่าเลือกตั้งครั้งนี้เงินซื้อพี่น้องประชาชนไม่ได้ และที่พรรคประชาธิปัตย์อาสาเข้ามาทำงานทางการเมืองก็เพื่อรักษาผลประโยชน์ ของชาติ เช่นเดียวกับที่นายอภิสิทธิ์เข้ามาอาสาเป็นนายกฯ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติเช่นเดียวกัน เมื่อประชาชนเลือกเรา เราก็เป็นหนี้ชีวิตบุญคุณของประชาชน จนใช้ไม่หมด ดังนั้นเมื่อมีโอกาสเข้ามาบริหารประเทศจึงต้องใช้หนี้ประชาชน ตนเชื่อมั่นในการตัดสินใจของประชาชน
ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ผ่านเวปไซต์ ใจจดจ่อรอคอยเลือกตั้งไทยพรุ่งนี้ แนะคนไทยออกไปใช้สิทธิ์คืนประชาธิไตยให้ประเทศ
เว็บไซต์ทำเนียบขาว ของสหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์วานนี้ (21 ธ.ค.) ก่อนที่ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งวันที่ 23 ธ.ค. ว่า ประชาชนชาวไทยควรจะได้ลงคะแนนเลือกตั้งอย่างเสรีและเป็นธรรม ซึ่งจะนำรัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตยกลับคืนสู่อำนาจโดยเร็ว ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
โดยรองเลขาธิการฝ่ายสื่อมวลชนทำเนียบขาว กล่าวว่า สหรัฐฯ กำลังรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ ที่จะเห็นประชาธิปไตยกลับคืนสู่ประเทศไทย เพื่อสานสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกันต่อไป

ที่มา เวบไซต์ truethaksin
22 ธันวาคม 2550
//////////////////////////////////
คอลัมน์:ฝ่าเปลวแดด
ข่าวสารเกี่ยวกับประเทศไทยที่คุณไม่อาจหาอ่านได้จากสื่อ
"ปกติการต่อสู้ทางการเมืองที่เกิดขึ้น จนมีการเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งสำคัญไปทั่วโลก ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เกิดจากการต่อสู้ทางอุดมการณ์และการไม่ได้รับความยุติธรรมทั้งสิ้น ความไม่ยุติธรรมนี่แหละ เป็นเหตุแห่งการที่ประชาชนต้องมารวมตัวกันต่อสู้ เพื่อให้ความยุติธรรมกลับมาสู่สังคมของเขา"
ทักษิณ ชินวัตร
1 พ.ย. 51