วิทยุเสรีชน ได้เปิดสายด่วนรับเรื่องจากผู้ใช้สิทธิ์
สามารถโทรแจ้งได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 084-549-0136 , 084-454-6727
กกต. 22 ธ.ค.- กกต.มีความพร้อมแล้ว 99% และจะพร้อม 100% หลังจากตรวจสอบก่อนเริ่มเปิดหีบเลือกตั้งพรุ่งนี้ กำชับ กกต.จังหวัดทั่วประเทศจับตาคืนหมาหอนอย่างใกล้ชิด รู้ผลอย่างไม่เป็นทางการได้ที่ http://www.ect.go.th/ หรือ http://www.election.police.go.th/ หรือสายด่วน 1171
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Sunday, December 23, 2007
วิทยุเสรีชน เปิดสายด่วนรับเรื่องจากผู้ใช้สิทธิ์ สามารถโทรแจ้งได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 084-549-0136
Saturday, December 22, 2007
พปช. ครองแชมป์ ปชป. ไล่ติด
กว่า 30 วันที่ผ่านมา “ทีมการเมืองไทยรัฐ” ได้เกาะติดสนามเลือกตั้งปี 2550 มาจนถึงขณะนี้ ได้เข้าสู่วันสุดท้ายก่อนที่จะทุกคนจะต้องตัดสินใจเลือกใครในวันรุ่งขึ้น ดังนั้นวันนี้คอลัมน์ “เจาะสนามเลือกตั้ง” จึงขอสรุปความเคลื่อนไหวล่าสุดในโค้งสุดท้าย ดังนี้...
เริ่มจาก ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน-ลำปาง-ลำพูน-เชียงราย-น่าน-พะเยา-เพชรบูรณ์ พลังประชาชนยังเข้มแข็งน่ากวาดได้ทั้งจังหวัด สำหรับ จ.เชียงใหม่ 2 เขตแรกพลังประชาชนเหมาไป 6 ที่นั่ง ส่วนเขต 3 หมอไกร ดาบธรรม จากรวมใจไทยฯน่าจะแทรก ประสิทธิ์ วุฒินันชัย ของพลังประชาชนมาได้อย่างไม่ยากเย็น
เขยิบมาทาง จ.ตากพลิกมาเป็นของประชาธิปัตย์ 2 ที่ ส่วนอีกหนึ่งเก้าอี้ ธนิตพล ไชยนันทน์ ต้องบดบี้กับ ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ จากพลังประชาชน และ หมอชลธิศ สินรัชตานันท์ ของมัชฌิมาฯ
ทางด้าน จ.พิษณุโลกเขต 2 ไม่มีปัญหาสำหรับ แต่เขต 1 ประชาธิปัตย์จะได้มาแค่ หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ส่วนอีก 2 ที่นั่งจะต้องเสียไปให้ นิยม ช่างพินิจ และ มนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ของพลังประชาชน มาเอกซเรย์ จ.สุโขทัย เขต 1 แบ่งกันไประหว่าง ประศาสตร์ ทองปากน้ำ ของมัชฌิมาฯ และ เกียรติศักดิ์ ต้นประสงค์ ของพลังประชาชน สำหรับเขต 2 สมเจตน์ ลิมปะพันธ์ ของชาติไทย และ อารยะ ชุมดวง ของมัชฌิมาฯ ไม่ น่าพลิกผัน ส่วน จ.อุตรดิตถ์ วารุจ ศิริวัฒน์ กับ ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ของพลังประชาชน และ ศรัณย์ ศรัณย์เกตุ จากรวมใจไทยฯเกี่ยวก้อยไปด้วยกัน
ที่ จ.แพร่ “แม่เลี้ยงติ๊ก” ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ของประชาธิปัตย์ เลือกตั้งคราวนี้ทำท่าจะไม่มีอะไรติดมือกลับบ้านเพราะ 3 คน จากพลังประชาชนจะมาขนเอาไป สนาม จ.พิจิตรเขต 1 นราพัฒน์ แก้วทอง จากประชาธิปัตย์ และ วินัย ภัทรประสิทธิ์ จากรวมใจไทยฯ มีโอกาสได้มากกว่ารายอื่น ส่วนเขต 2 “เสธ.หนั่น” พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ของพรรคชาติไทย เข้าป้ายไปพร้อมกับหลานชาย นายนาวิน บุญเสรฐ จากพลังประชาชนอย่างไม่เต็มใจนัก
ลงมาที่ จ.กำแพงเพชรเขต 1 พลังประชาชนมีปัญหาที่ ไผ่ ลิกค์ อยู่คนเดียว หมอปรีชา มุสิกุล ของประชาธิปัตย์ รู้สึกได้เป็นอย่างดี แต่ที่เขต 2 ไม่มีแว่วมาเลยว่าทีมของพลังประชาชนจะไม่ยกพรรค
ที่นครสวรรค์เขต 1 หมอประสิทธิ์ พิทูรกิจจา ของมัชฌิมาฯ ภิญโญ นิโรจน์ และ เกษม ปานอุดมลักษณ์ ของรวมใจไทยฯน่าจะเข้าเป้ากว่าเพื่อน ส่วนเขต 2 ก็ต้องบอกว่า สัญชัย วงษ์สุนทร จากพลังประชาชน ประสาท ตันประเสริฐ รวมใจไทยฯหรูหรากว่า นิโรธ สุนทรเลขา ของพรรคชาติไทย
สำหรับ จ.อุทัยธานี ไม่มีเป็นของใครเพราะพรรคชาติไทยเอาไปรับประทานสนาม ภาคใต้ วิเคราะห์ง่ายกว่าภาคอื่นเพราะพรรคประชาธิปัตย์จะกวาดไปทั้งหมดยกเว้น จ.นราธิวาส โดยเขต 1 วัชระ ยาวอหะซัน จากพรรคชาติไทย จะเบียด กูฮาเซ็ม กูจินามิง ของประชาธิปัตย์ แบบไม่ยากเย็น ส่วนเขต 2 กูเฮง ยาวอหะซัน ของพรรคชาติไทย จะได้ขึ้นรถด่วนขบวนสุดท้ายไปกับ สุรเชษฐ์ แวอาแซ แห่งประชาธิปัตย์
ทางด้าน ภาคอีสาน พลังประชาชนก็ยังเบิกบานไม่ยอมหุบเริ่มจาก จ.กาฬสินธุ์ พลังประชาชนยกพลขึ้นบกเป็นจังหวัดแรก และ จ.เลย เป็นจังหวัดต่อมา ส่วนมหาสารคามเป็นจังหวัดต่อไป
สำหรับ จ.ชัยภูมิเขต 1 ยังอยู่ในขั้นแค่เกือบยกทีมเพราะมี เชาวลิต มหาจันทร์ ของพรรคชาติไทยยังเป็นที่กวนใจให้ ศรคม ฤาชา จากพลังประชาชนหงุดหงิด ส่วนเขต 2 พลังประชาชนยกไปได้ไม่ง่ายนัก แต่เขต 3 ยังวุ่นวายกันอยู่ระหว่าง สุนทรี ชัยวิรัตนะ ของพรรคพลังประชาชน กับ อินทิรา สงวนวงศ์ชัย ของประชาธิปัตย์ แต่ ปาริชาติ ชาลีเครือ ของพลังประชาชนไม่บ่นอะไร
สนามสุรินทร์เขต 1 พลังประชาชนอาจยกทีมถ้าไม่ติดตรง สมศักดิ์ แต้เจริญวิริยะกุล ที่มีตัวแข็งจาก มัชฌิมาฯอย่าง ปกรณ์ และ พรชัย มุ่งเจริญพร คอยสอดไส้อยู่ข้างๆ พอมาเขต 2 และ 3 พลังประชาชนก็บานฉ่ำอีก 2 เขต มาที่ จ.บุรีรัมย์ เขต 1 และเขต 3 พลังประชาชนไม่พลาด แต่เขต 2 มีจากเพื่อแผ่นดินมาขอแบ่งจาก มนต์ไชย ชาติวัฒนศิริ ไป 1 ที่ ส่วนเขต 4 ก็มีแบ่งกันระหว่าง โสภณ ซารัมย์ จากพลังประชาชน กับ พรเทพ เตชะไพบูลย์ ของรวมใจไทยชาติพัฒนา
ขณะที่ จ.นครพนมยังไม่มีใครขย่มพลังประชาชนได้ลงทั้ง 2 เขต เช่นเดียวกับอีก 2 เขตของมหาสารคาม มาที่สนาม จ.ขอนแก่นเขต 1 และเขต 4 พลังประชาชนเก็บแต้มสบายๆได้อีก 2 เขต แต่เขต 2 ทีมของพลังประชาชนคงมอง หมอเปรมศักดิ์ เพียยุระ จากพรรคชาติไทยแบบตากะพริบไม่ได้
ส่วนเขต 3 อาจมีแบ่งได้ 3 พรรค สุวิทย์ คุณกิตติ จากเพื่อแผ่นดิน และ จตุพร เจริญเชื้อ จากพลังประชาชน ส่วน มุกดา พงษ์สมบัติ ของ “หัวหน้าสุวิทย์” จะยัง ต้องไปลุ้นกับ นวัธ เต๊าะเจริญสุข ของพลังประชาชน สำหรับจ.สกลนคร พลังประชาชนขอเป็นผู้แทนฯทั้งจังหวัด รวมทั้งที่ จ.หนองบัวลำภู-อำนาจเจริญ-และศรีสะเกษด้วย
ไหลมาที่ จ.อุดรธานีมี 2 เขตที่พลังประชาชนยก เซตทั้งเขต 1 และเขต 2 ส่วนที่เขต 3 จารุวรรณ ชัยจิตวณิชกุล จากเพื่อแผ่นดิน และ ประสพ บุษราคัม จากเพื่อแผ่นดินแบ่งสรรกันไป สำหรับเขต 4 เป็นของวิเชียร ขาวขำ ของพลังประชาชน และ สุรชาติ ชำนาญศิลป์ ของเพื่อแผ่นดิน
จ.ร้อยเอ็ดเขต 1 ฉลาด ขามช่วง และ เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงษ์ ของพลังประชาชนนอนมา ปล่อยที่ 3 ช่วงชิงกันระหว่าง อนุรักษ์ จุรีมาศ จากชาติไทย สานิต ว่องสัธนพงษ์ เพื่อแผ่นดิน และ วราวงษ์ พันธุ์ศิลา จากพลังประชาชน เขต 2 ให้พลังประชาชนเขาไป ส่วนเขต 3 พลังประชาชนยังไม่ยกทีม เพราะ นิรมิต สุจารี กับ สุรพร ดนัยตั้งตระกูล ของรวมใจไทยฯยังต้องบรรเลงเพลงร็อกกันอยู่ทางด้าน จ.มุกดาหาร แบ่งกันระหว่าง ระวี กิ่งคำวงศ์ ของพลังประชาชน กับ วิทยา บุตรดีวงศ์ ของเพื่อแผ่นดิน จ.หนองคายเขต 1 พลังประชาชนยก ส่วนเขต 2 ยังไม่ ยก เพราะ ไตรรงค์ ติธรรม ยังต้องชิงดำกับ สงกรานต์ คำพิไสย ของเพื่อแผ่นดิน
สำหรับ จ.อุบลราชธานีเขต 1 เขตนี้แข่งกันที่ “กระแส” แบบลุ้นยกพรรคระหว่างประชาธิปัตย์และพลังประชาชน แต่เขต 2 ต้องปล่อยให้เป็นของพลังประชาชน ส่วนเขต 3 ให้น้ำหนัก ชาตรี พิริยะกิจไพบูลย์ จากพลังประชาชน ตุ่น จินตะเวช จากชาติไทย และ สุชาติ ตันติวณิชชานนท์ ของเพื่อแผ่นดิน สุดท้ายเขต 4 พลังประชาชนแฮปปี้เอ็นดิ้ง
ส่วน จ.ยโสธรเขต 1 ประยุทธ นิจพาณิชย์ จากพลังประชาชน และ รณฤทธิชัย คานเขต ของเพื่อแผ่นดิน เข้าวินกันไป โดยมี 2 ขุนพลของพลังประชาชน จากเขต 2 ตามไปด้วยติดๆ
มาที่สนามใหญ่ จ.นครราชสีมา เขต 1 รวมใจไทยฯเต็งจ๋า เขต 2 พลังประชาชนจะเข้ามา 2 เพราะ อัครวัฒน์ ระคะสุทธิโรจน์ ลูกทีม จะถูก สมศักดิ์ พันธ์เกษม จากรวมใจไทยฯทำให้ต้องเสียใจ เขต 3
พลังประชาชนมาสะดุดตรงที่ ลินดา เชิดชัย ที่ต้องแบกน้ำหนักลุ้นกับ วิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ และ อุทัย มิ่งขวัญ จากรวมใจไทยฯ ส่วนเขต 4 น่าจะมีว่าที่ ส.ส.ดังนี้ ทัศนียา รัตนเศรษฐ, นริศ เรืองธนานุรักษ์ จากรวมใจไทยฯ และ วรกร คำสิงห์นอก ของพลังประชาชน เขต 5 รวมใจไทยฯ ยังไม่ง่ายที่จะยกทีมเพราะ วัชรา ณ วังขนาย ไปเจอตออย่าง ภิรมย์ พลวิเศษ จากพลังประชาชน แต่เขต 6 พลังประชาชนเอาไปกินหมดเลย
ภาคกลาง เริ่มกันที่ จ.กาญจนบุรี เขต 1 พลังประชาชน เกือบกวาดถ้า พินิจ จันทร์สมบูรณ์ ไม่ดันไปพลาดท่าให้กับ ไพบูลย์ พิมพ์พิสิฐถาวร ของชาติไทย ส่วนเขต 2 แบ่งกันระหว่าง ประชา โพธิพิพิธ จากประชาธิปัตย์ กับ สันทัด จีนาภักดิ์ ของพลังประชาชน จ.จันทบุรี ทีมประชาธิปัตย์เกิดอุปสรรคตรงที่ พงศ์เวช เวชชาชีวะ จึงผ่านเข้าไปได้ไม่เต็มทีม เพราะ ประวัฒน์ อุตตะโมต จากพลังประชาชนมาแซะเอาไป
จ.ฉะเชิงเทรา เขต 1 พลังประชาชนเก็บได้อีก 2 ที่นั่ง ส่วนเขต 2 วุฒิพงศ์ ฉายแสง มาแรงที่หนึ่ง แต่ ที่ 2 ยังสับสนกันระหว่าง พรรณี จารุสมบัติ จากเพื่อแผ่นดินกับ ฐิติมา ฉายแสง ของพลังประชาชน
มาที่ จ.ชลบุรี ชาติไทยยกได้ 2 เขต แต่ที่เขต 1 สมชาย สหชัยรุ่งเรือง อาจไม่อยากมองหน้า บรรจบ รุ่งโรจน์ จากประชาธิปัตย์อีกต่อไป ส่วน จ.ชัยนาท ไม่รู้ว่า นันทนา สงฆ์ประชา จากชาติไทยจะมีแรงอุ้ม มณเฑียร พี่ชายมาแทนที่ พรทิวา นาคาศัย จากมัชฌิมาฯได้หรือไม่
ทางด้าน จ.ตราด ประชาธิปัตย์เอาไป ส่วน จ. นครนายก ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ จากประชาธิปัตย์ และ วุฒิชัย กิตติธเนศวร ของพลังประชาชน แบ่งไปตระกูลละคน ขณะที่ จ.นครปฐม พลังประชาชนน่าจะยกทุกเขต จ.นนทบุรี พลังประชาชนมีปัญหาเฉพาะเขต 2 ที่ทั้งพลังประชาชนและประชาธิปัตย์จะต้องจับคู่ปะทะกันชิงที่ 2 และ 3 โดย พ.อ.อภิวัน วิริยะชัย ของพลังประชาชน ไว้ลายเป็นเต็งหนึ่ง
สำหรับ จ.ปทุมธานี เขต 1 อภินันท์ ช่วยบำรุง จากประชาธิปัตย์ กับ สุทิน นพขำ จากพลังประชาชนชิงว่าใครจะได้ที่ 3 เพราะ สุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล กับ เอกพจน์ ปานแย้ม ของชาติไทย เดินไปไกลแล้ว เขต 2 พลังประชาชน ยังไม่ยกทีมเพราะ ว่าที่ ร.ต.สุเมธ ฤทธาคนี ต้องบี้กับ สดใส รุ่งโพธิ์ทอง ของประชาธิปัตย์
จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประชาธิปัตย์ไม่ได้ยกทีมเพราะ พีรพล ประจวบเหมาะ จากมัชฌิมาฯ จะเข้ามาแทรก ประมวล พงษ์ถาวราเดช ทางด้าน จ.ปราจีนบุรี สุนทร วิลาวัลย์ จากมัชฌิมาฯ ไม่ยอมให้ สุธิชัย จรุงพิรวงศ์ จากพลังประชาชน เข้าป้ายไปกับเพื่อนอีก 2 คน ขณะนี้ จ.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 พ้อง ชีวานันท์ จากพลังประชาชนกับ เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ของชาติไทยถึงสวรรค์ได้ทั้งคู่ แต่อีกที่ชิงชัยระหว่าง ประยุทธ ฉัตรไชยรัชต์ ของชาติไทย กับ สุรเชษฐ์ ชัยโกศล ของพลังประชาชน เขต 2 เป็นของพลังประชาชน
มาที่ จ.เพชรบุรี อลงกรณ์ พลบุตร จากประชาธิปัตย์ ธิวัลรัตน์ อังกินันท์ จากพลังประชาชนยืนเรียงลำดับไหล่รอเพื่อนรักที่กำลังชิงที่ 3 ระหว่าง ธานินทร์ แสงวณิช จากพลังประชาชน และ อภิชาติ สุพาแพ่ง ของประชาธิปัตย์ สำหรับ จ.ระยองเขต 1 แบ่งกันระหว่าง ยงยศ อรุณเวสสะเศรษฐ จากพลังประชาชน กับ สาธิต ปิตุเตชะ จากประชาธิปัตย์ เขต 2 ก็แบ่งกันอีกระหว่าง ร.ต.กฤษฎา การุญ จากพลังประชาชนกับ ธารา ปิตุเตชะ จากประชาธิปัตย์
จ.ราชบุรี เขต 1 พลังประชาชนเข้ามา 2 คน ยกเว้น จตุพร แสงทอง กับอีก 1 จากชาติไทย วัฒนา มังคลรังษี โดยมีม้ามืดมาแรง วรินทร เนียมฉาย ของประชาธิปัตย์ เขต 2 ขึ้นแท่น 2 คน จากมัชฌิมาฯแต่ มานิต นพอมรบดี ต้องระวัง ร.อ.อรรคริน ลัทธศักดิ์ศิริ จากพลังประชาชนที่ยังตามอยู่ห่าง
ทางด้านลพบุรี พลังประชาชนน่าจะยกทั้ง 2 เขต แต่ จ.สมุทรสงคราม ประชาธิปัตย์ได้ส่วน จ.สิงห์บุรี มี 1 ที่ก็เป็นของชาติไทย ไม่ต่างอะไรกับ จ.สุพรรณบุรี ที่พรรคชาติไทย จะเอาไปทั้งทีมเช่นเดียวกับ จ.อุทัยธานี โยกมาที่ จ.สมุทรปราการ เขต 1 พลังประชาชนได้เฮ เขต 2 สลิลทิพย์ ชัยสดมภ์ จากชาติไทยกับ กรุง ศรีวิไล จากพลังประชาชน เอาไป เขต 3 ยังให้เครดิตพลังประชาชนยก โดยมี เรวดี รัศมิทัต จากชาติไทยไล่มาไม่ห่าง
ส่วน จ.สมุทรสาคร พลังประชาชนเสีย 1 ที่นั่งจาก อุไร ไกรวัตนุสสรณ์ ให้กับ น.ต.สุธรรม ระหงษ์ ของประชาธิปัตย์ สำหรับ จ.สระแก้ว เป็นทีของพรรคประชาราชกวาดไปเลย สำหรับ จ.อ่างทอง สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล จากชาติไทยเอาไป 1 เพ็ญชิสา หงษ์อุปถัมภ์ไชย จากพลังประชาชนเอาไปอีก 1
สนาม กทม. วัดกระแสใครจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และเป็นการพิสูจน์ศักดิ์ศรีระหว่าง พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคพลังประชาชน เขต 1 เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์น่าจะยกทีมอยู่แล้ว มาดูที่เขต 3 พลังประชาชนน่าจะยกแต่จุดอ่อนก็ยังอยู่ที่ เฉลิมชัย มหากิจศิริ โดยมี พีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค จากประชาธิปัตย์ ที่หวังจะเป็นตัวแทรก
เขต 4 เจ้าถิ่น เฉลิมชัย จีนะวิจารณะ และ ศุภมาศ อิศรภักดี จากพลังประชาชน ผ่านด่านไปรอหน้าสภา ทิ้งให้ กวี ณ ลำปาง ไปเบียดบี้อยู่กับ บุญยอด สุขถิ่นไทย และ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี จากค่ายประชาธิปัตย์ เขต 5 อนุสรณ์ ปั้นทอง และ การุณ โหสกุล จากพลังประชาชน กลับมาทวงตำแหน่งได้สมใจ ส่วนอีกคน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ไปลุ้นเอากับ “น้องแบม” จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ ที่หัวหน้าพรรคการันตีนอนมาแน่
เขต 6 พลังประชาชนตั้งความหวังไว้ที่ นลินี ทวีสิน กับ ภักดีหาญส์ หิมะทองคำ ที่เหลือต้องลุ้นกันเอาเองระหว่าง ไพโรจน์ อิสระเสรีพงศ์ พลังประชาชน ทิวา เงินยวง จากประชาธิปัตย์ และ ฐิตินันท์ เกียรติไพบูลย์ จากเพื่อแผ่นดิน
เขต 7 พลังประชาชนมีปัญหาตรง ดนุพร ปุณณกันต์ ต้องเหนื่อยหน่อย เพราะมีทีมประชาธิปัตย์คอย เจาะยาง เขต 8 วัฒนา เซ่งไพเราะ กับ ศุภรัตน์ นาคบุญนำ จากพลังประชาชน หมดปัญหา ส่วน พล.ต.ท. วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ ต้องไปลุ้นกับ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช จากประชาธิปัตย์ เขต 9 พลังประชาชนตั้งความหวังไว้ที่ สุวัฒน์ ม่วงศิริ ส่วน เอนก หุงตังคบดี กับ ศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ ยังประมาทไม่ได้ เพราะอาจจะถูกเจาะยางจากพรรคประชาธิปัตย์เช่นกัน
เขต 10 สุวัฒน์ วรรณศิริกุล และ สากล ม่วงศิริ จากพลังประชาชน เป็นตัวยืน อีกคน จารุวงศ์ เรืองสุวรรณ ต้องไปชนกับ ประชาธิปัตย์เช่นกัน
เขต 11 สุธา ชันแสง ควงแขนกับ มานะ คงวุฒิปัญญา ค่ายพลังประชาชน ค่อนข้างจะมั่นใจ อีกคน แสวง ฤกษ์จรัล ต้องเร่งสปีดหนีคู่แข่งจากประชาธิปัตย์ สุดท้ายเขต 12 พลังประชาชน น่าจะได้ 2 เก้าอี้จาก ปิติพงศ์ เต็มเจริญ และอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ส่วนอีกเก้าอี้ต้องยกให้ องอาจ คล้ามไพบูลย์ จากประชาธิปัตย์.
มาตรฐานที่เชื่อมั่นได้
เหลืออีกอึดใจเดียวก็จะถึงนาทีสำคัญที่จะได้ไปหย่อนบัตรลงคะแนน เวลาแค่ 24 ชั่วโมง คงไม่มีเหตุเหนือความคาดหมาย
ถึงขั้นทำให้ต้องล้มเลือกตั้ง
ฉะนั้น ก็ชั่งใจให้ดี เตรียมไปใช้สิทธิ 1 เสียงอันมีค่า วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม ร่วมกันกำหนดชะตาประเทศไทย
เลือกใคร เชียร์พรรคไหน
ไม่สำคัญเท่ากับการแสดงพลังร่วมกันนำบรรยากาศประชาธิปไตยกลับคืนมา
อย่าลืมว่า เกือบ 2 ปีแล้วที่เราสูญเสียโอกาสดีๆไป
และแม้จะเป็นอะไรที่ไม่สบอารมณ์กองเชียร์ กับคิวที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมายอมรับตามตรง โดยเงื่อนไขทางกฎหมาย เวลาที่เหลืออยู่ไม่สามารถควักใบเหลือง ใบแดงแจกก่อนเลือกตั้งได้
จำใจต้องปล่อยผีออกจากป่าช้า
แต่ล่าสุด นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แพลมไต๋ข่าวดีล่วงหน้า มั่นใจภายหลังการเลือกตั้ง
กกต.จะแจกใบแดงได้ถึง 10 สำนวน
เปิดบิ๊กลอตรอล่วงหน้า
แน่นอน โฟกัสทุกสายตาต้องจับจ้องไปที่พรรคพลังประชาชนเป็นอันดับแรก ในฐานะผู้ต้องสงสัยที่ถูกตามเกาะติดทุกฝีก้าว
ล็อกเป้ากันไว้เลย
ทั้งคิวจ่ายเงินจ้างขนคนไปฟังการปราศรัยที่โคราช รายการแจกซีดีอดีตผู้นำพูดฝากฝังผู้สมัครของพรรคให้อยู่ในอ้อมอกอ้อมใจ
เจอสัญญาณแบบนี้ เสียวสันหลังวาบไปตามๆกัน
แต่จะเหมาเอาค่ายพลังประชาชนทั้งหมดก็ไม่ได้
โดยเฉพาะกรณีตำรวจจับเงินสดๆกว่า 1,300,000 บาท พร้อมบัญชีรายชื่อประชาชนที่จังหวัดเพชรบูรณ์ พฤติกรรมเข้าข่ายเตรียมการซื้อเสียง ประธาน กกต.ฟันธงเลยว่า พบความผิดค่อนข้างชัดเจนแล้ว
และเป็นอะไรที่อยู่เหนือความคาดหมาย
เห็นข่าวทีแรกคนยังไม่ค่อยเชื่อว่า คิวนี้เป็นของผู้ สมัครพรรคการเมืองเก่าแก่
ค่ายที่ชอบชี้หน้าด่าคนอื่นว่าซื้อเสียงนั่นแหละ
งานนี้โดนเองจังๆเลย
และนี่ก็ถือเป็นการยืนยันได้อย่างดีว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและ กกต.ไม่ได้เลือกปฏิบัติกับพรรคการเมืองนอมินีขั้วอำนาจเก่า
ล็อกเป้าเป็นการเฉพาะเจาะจง
อย่างที่ค่ายพลังประชาชนส่งเสียงโวยวายดักคอ ใช้เป็นทีเด็ดในการเรียกคะแนนสงสารได้เป็นกอบเป็นกำ
เอาเป็นว่า ถ้าโฉ่งฉ่างล่อเป้าให้จับได้ โดนเหมือนกันหมด
ในเบื้องต้นจึงมั่นใจได้ระดับหนึ่ง
โดยมาตรฐานการปฏิบัติของ กกต.ชุดนี้ ที่ 4 ใน 5 เสือล้วนดีกรีอดีตผู้พิพากษา บวกกับอีก 1 อดีตอัยการ
มาตรฐานยุติธรรมแน่นเปรี๊ยะ
ประกอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภายใต้การกำกับเกมในระดับเข้มของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเคยฝากผลงานการจับซื้อเสียงเลือกตั้งที่จังหวัดบุรีรัมย์ ถึงขั้นที่สุดท้ายแล้วศาลตัดสินจำคุกผู้กระทำผิด
จนเป็นตำนานสะท้านวงการเลือกตั้ง “ยี้ห้อยร้อยยี่สิบ”
“กกต.ท่านเปา” แท็กทีม “มือปราบตงฉิน”
งานนี้ไม่เข้าใครออกใคร
เอาเป็นว่า ถ้าโดนล็อกเป้าจับได้ โวยไม่ออกก็แล้วกัน
มีลุ้นถึงขั้นติดคุก
แต่หากหลุดลอดสายตาไปได้ก็ต้องยกให้ว่า เซียน.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน
ส.นักข่าววิทยุฯ ขอคำชี้แจง ย้ายฟ้าผ่าทีไอทีวี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 ธ.ค.) สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ออกแถลงการณ์เรียกร้องความชัดเจน กรณีโยกย้ายตำแหน่งฝ่ายข่าวสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ความว่า จากการที่อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ลงนามคำสั่งด่วนแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวในตำแหน่งสำคัญของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี โดยให้เหตุผลว่า เพื่อรองรับช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นโทรทัศน์สาธารณะตามกฎหมาย ที่เป็นการดำเนินงานล่วงหน้าก่อนวันเลือกตั้งทั่วไปเพียง 1 วัน ทำให้ถูกเชื่อมโยงกับประเด็นทางการเมืองและการทำหน้าที่รายงานข่าวสถานการณ์เลือกตั้งของทีไอทีวี
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ที่เป็นองค์กรวิชาชีพด้านวิทยุโทรทัศน์เห็นว่า คำสั่งแต่งตั้งดังกล่าว แม้จะเป็นการใช้อำนาจทางการบริหารของกรมประชาสัมพันธ์ในฐานะผู้องค์กรกำกับดูแลทีไอทีวี แต่กิจการสื่อสารมวลชนมีหลักการทางวิชาชีพเป็นเครื่องคุ้มครองเพื่อความเป็นอิสระในการทำงาน โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ที่กำลังจะกลายเป็นโทรทัศน์สาธารณะแห่งแรกของไทยที่คนไทยมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของ มิใช่ธุรกิจของบริษัท หรือ หน่วยงานรัฐบาลอีกต่อไป การกำหนดทิศทางบริหารงาน หรือ การวางกรอบนโยบายของสถานี ควรต้องเป็นไปด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง อีกทั้งควรแก้ ปัญหาโดยเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม เนื่องจากขณะนี้ ขั้นตอนสรรหาคณะกรรมการนโยบายและผู้อำนวยการสถานีชั่วคราวยังไม่แล้วเสร็จ ดังนั้น กรมประชาสัมพันธ์ ต้องมีคำอธิบายชัดเจนต่อสาธารณะและชี้แจงเหตุผลที่แท้จริงในการโยกย้ายและปรับเปลี่ยนตำแหน่งอย่างกะทันหันครั้งนี้
สำหรับการปฏิบัติงานในฐานะสื่อมวลชนโดยเฉพาะช่วงโค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง จากผลการศึกษาทางวิชาการเรื่อง สื่อมวลชนกับบทบทในการนำเสนอเนื้อหาการเลือกตั้ง ในฟรีทีวี 6 ช่อง ระหว่างวันที่ 21-28 พ.ย. 2550 โดยกลุ่มมีเดีย มอนิเตอร์ ที่ระบุว่า แม้ทีไอทีวีจะเป็นสถานีที่ให้พื้นที่เนื้อหาการเลือกตั้งมากที่สุด แต่ก็มีข้อสังเกตว่า วิธีนำเสนอเนื้อหาและการคัดเลือกข้อเท็จจริงมานำเสนอยังไม่รอบด้านเพียงพอ การใช้ภาษาในลักษณะเหน็บแนมแหล่งข่าว และมีการรายงานในลักษณะปกป้องและแก้ตัวให้นักการเมืองอย่างชัดเจนจนอาจเข้าข่ายมีอคติในการรายงานข่าวได้ แม้สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีจะมั่นใจในความเป็นกลางในการทำหน้าที่สื่อสารมวลชนที่ผ่านมา แต่สมาคมฯ เห็นว่า ข้อสังเกตดังกล่าว ไม่ควรถูกละเลย หรือ มองข้ามไป หากทีไอทีวีจะเปิดใจกว้างและรับฟังข้อมูลเพื่อนำไปประกอบการรายงานข่าวให้เป็นกลาง สมดุลและเปิดโอกาสให้กับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม เป็นธรรม ก็จะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรและประโยชน์ก็จะตกเป็นของประชาชนผู้รับข่าวสารอย่างแท้จริง
วันเดียวกัน นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (หนูแก้ว) รองผู้อำนวยการสถานี (ด้านข่าวและรายการ) และรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายข่าวคนใหม่ สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี กล่าวภายหลังเรียกผู้บริหารและพนักงานที่ถูกโยกย้าย 13 ตำแหน่ง เข้าร่วมประชุมว่า ได้นำแผนงานกับโครงสร้างใหม่ของทีไอทีวีมาหารือนายอัชฌา สุวรรณปากแพรก อดีตผู้อำนวยการฝ่ายข่าวและบรรณาธิการข่าวทั้ง 12 คน ที่แผนงานใหม่เป็นการทำงานภายใต้พันธกิจที่ได้รับมอบหมายจากนายปราโมช รัฐวินิจ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ คือ การเป็นสถานีโทรทัศน์รับเรื่องร้องเรียนและร้องทุกข์ รายงานข่าวสถานการณ์ประจำวัน การคุ้มครองประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและถูกเอาเปรียบ การตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันทั้งในรัฐบาล องค์กรมหาชน รัฐวิสาหกิจ เปิดพื้นที่ข่าวสารและการมีส่วนร่วมของกลุ่มต่างๆ รวมทั้งภาคประชาชน การส่งเสริมและสร้างสรรค์การทำความดี เพื่อเป็นต้นแบบแผนงานในการหารือร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า แผนงานนี้ไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้ายและในวันที่ 27 ธ.ค.นี้ จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอีกครั้ง โดยนายอัชฌา จะเป็นผู้นำแผนงานเหล่านี้ไปทำความเข้าใจกับพนักงานทีไอทีวี สำหรับผู้เช่าเวลา จะจัดหลักการให้ดำเนินการได้ต่อไป ส่วนรายละเอียดทางกรมประชาสัมพันธ์จะเป็นผู้แจ้งรายละเอียดต่อไป
รองผู้อำนวยการสถานีและรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี กล่าวถึงกรณีที่พนักงานทีไอทีวียื่นหนังสือเปิดผนึกคัดค้านคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายว่า ต้องทำความเข้าใจกัน โดยจะต้องทำตามกฎหมาย หากพนักงานไม่ต้อนรับ คุยกันไม่เข้าใจ ก็พร้อมที่จะไป แต่เบื้องต้นต้องคุยกันก่อน อย่างไรก็ตาม การรักษาการตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายข่าวนั้น เป็นการเข้ามาชั่วคราว ต้องการผลักดันให้เป็นโทรทัศน์สาธารณะ
ด้านนายอัชฌา กล่าวว่า ยังรู้สึกงงกับคำสั่งโยกย้าย แต่พร้อมทำความเข้าใจกับผู้บริหารใหม่ ส่วนแผนงานทิศทางที่หารือกันวันนี้ จะนำไปพูดคุยกับพนักงานทีไอทีวี ตนยืนยันว่า ณ วันนี้ ยังไม่มีการปรับผังรายการ หรือ รูปแบบรายการ ยังยึดแผนงานเดิม รวมทั้งการรายงานข่าวเลือกตั้ง ส.ส. ในวันที่ 23 ธ.ค.นี้ ก็ยังเป็นแผนงานเดิมที่วางไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนแนวคิดที่พนักงานทั้ง 13 คน จะฟ้องศาลปกครองขอความเป็นธรรมนั้น ตนยอมรับว่า มีความคิดจริง เพราะหลายคนยังไม่เข้าใจที่ถูกโยกย้าย อย่างไรตาม พนักงานทั้ง 13 คน จะปรึกษากันก่อนว่าจะทำอย่างไร
กกต.พร้อมจัดลต.พรุ่งนี้รับห่วงคืนหมาหอน
นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. กล่าวว่า กกต.มีความพร้อมจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 100% ในหน่วยเลือกตั้งทั้ง 88,500 หน่วย พร้อมส่งหีบบัตรเลือกตั้งวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้งครบทั้ง 157 เขตแล้ว อาทิ บัตรเลือกตั้ง 109 ล้านฉบับ รวมถึงกระจายบัตรทาบ สำหรับผู้พิการให้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ยังจัดเจ้าหน้าที่ดำเนินการดังกล่าว อาทิ ชุดป้องปราม สืบสวนสอบสวน เพื่อป้องกันความปลอดภัย และการทุจริตการเลือกตั้ง ทั้งนี้ ยังมีผู้ร่วมสังเกตุการณ์จาก 10 ประเทศ 91 คนเข้าร่วมด้วย อาทิ รัสเซีย สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย สำหรับกรณีที่หลายฝ่ายกังวลความปลอดภัยในพื้นที่ภาคใต้ ได้ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทหาร ฝ่ายปกครอง ศอ.บต. กอ.รมน.ดูแลความสงบเรียบร้อย พร้อมเพิ่มเจ้าหน้าที่ 3 เท่า จัดชุดเคลื่อนที่เร็วหาข่าวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังได้เตรียมการป้องกันการทุจริตในคืนนี้ โดยสั่งการประธานกรรมการการเลือกตั้งทุกจังหวัดและประสานตำรวจ ฝ่ายปกครอง เพื่อป้องปราม สืบสวนหาข่าว และจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม กกต. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกาศผลอย่างไม่เป็นทางการผ่านทางเว็บไซด์ www.ect.go.th และ www.election.police.go.th ในเวลา 24.00 น.ของวันที่ 23 ธันวาคม 2550 และจะประกาศอย่างเป็นทางการช่วงบ่ายของวันที่ 24 ธันวาคม 2550
'ประชัย'ปูดปลัดกลาโหม สั่งทหารเลือก'ประชาธิปัตย์'
| 21 ธันวาคม พ.ศ. 2550 18:07:00 | |
|
จาก http://www.bangkokbiznews.com/
ปชป.มั่นใจกวาดที่นั่งภาคใต้ไม่น้อยกว่าเดิม
นายนิพนธ์ บุญญามณี รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งกำกับดูแลพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเขต 3 สงขลา ประเมินสถานการณ์ช่วงโค้งสุดท้ายของผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุว่า ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังมีความมั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะกวาดที่นั่งได้ไม่น้อยกว่าเดิม แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือได้รับรายงานเมื่อคืนนี้ว่า มีเงินออกมาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเขต 3 สงขลา ค่อนข้างมาก ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะการเลือกตั้งทุกครั้งกลยุทธ์ที่ถูกนำมาใช้ต่อสู้กับพรรคประชาธิปัยต์ คือ การแจกเงินซื้อเสียง เนื่องจาก หากจะสู้กันด้วยวิธีการหาเสียงแบบปกติ เช่น เปิดเวทีปราศรัย หรือ เรื่องนโยบายไม่สามารถสู้ได้
นายนิพนธ์ กล่าวว่า ในวันนี้จะมีการประเมินพื้นที่เป็นครั้งสุดท้าย โดยเรียกแกนนำชุมชนในแต่ละพื้นที่มาประชุมเพื่อประมวนผลทุกฝ่ายพร้อมกับได้ย้ำให้ทุกคนไม่ต้องตกใจในเรื่องที่จะมีการใช้เงินซื้อเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย เพื่อชิงคะแนนเสียงของพรรคประชาธิปัตย์เพราะเชื่อว่า เงินจะไม่สามารถซื้อประชาชนในภาคใต้ได้
'อภิสิทธิ์'ลั่นหากนั่งนายฯจะโทรเชิญ'ทักษิณ'กลับไทย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังนำทีม ผู้สมัคร ส.ส.เขต กทม. ทั้งระบบเขตและระบบสัดส่วน กลุ่ม 6 ของพรรค หาเสียงเข้าสักการะพระบรมรูปรัชกาล 5 ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า โดยกล่าวถึงกรณีที่พรรคพลังประชาชน ชูนโยบายให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับประเทศไทยในช่วงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ศกหน้าว่า หากตนเป็นนายกรัฐมนตรี จะโทรหาพ.ต.ท.ทักษิณ ทันที และไม่มีเหตุผลอะไร หาก พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่กลับเข้ามายังประเทศไทย แต่หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่กลับเข้ามาจริงคงต้องใช้วิธีการทางกฎหมายต่อไป
สำหรับ ความเคลื่อนไหวที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ มีการเปลี่ยนฮวงจุ้ย โดยนำภาพวิวที่เป็นรูปภูเขาและแม่น้ำมาติดใกล้กับประตูทางเข้าที่ทำการพรรค และมีการเปลี่ยนฉากหลังของพระแม่ธรณีบีบมวยผม ซึ่งเป็นสัญลักษ์ของพรรค และก็มีการเปลี่ยนบ่อน้ำของพระแม่ธรณีด้วย สำหรับวันนี้ พรรคประชาธิปัตย์ จะนำทีม ผู้สมัคร ส.ส. เขต กทม. ลงพื้นที่หาเสียงกับประชาชน ทั่วทั้งพื้นที่ กทม. ด้วย
พระฟันธง 'ทักษิณ' รีเทิร์นแน่นอน

พระครูวิจิตรสุธาการ หรือพระอาจารย์นวย เจ้าอาวาสวัดธรรมิการาม หรือวัดค้างคาว ต.บางขาม อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี กล่าววานนี้ (21 ธ.ค.) ว่า
กรณีที่มีข่าวว่าได้แนะนำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เปลี่ยนนามสกุลเป็น 'ชินวัตรดำรง' ว่า ได้ดูดวง พ.ต.ท.ทักษิณตั้งแต่ก่อนที่จะมีการปฏิวัติ และได้บอกกับคนสนิทของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่เรื่องเงียบไป จนกระทั่งหลังการปฏิวัติประมาณ 3 เดือน จึงมีผู้นำตาลปัตร 19 อัน ที่ปักชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรดำรง มาถวาย ก็ทำให้ดวงของ พ.ต.ท.ทักษิณดีขึ้น
นอกจากนี้ ได้โทรศัพท์ทางไกลข้ามทวีป ไปพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณที่ประเทศอังกฤษเป็นประจำ
และได้บอกให้เดินทางกลับมาประเทศไทย หลังเลือกตั้งเสร็จสิ้น มีการตั้งรัฐบาลอย่างเรียบร้อย ให้มาเคลียร์ปัญหาต่างๆ ทุกอย่างจะไม่มีปัญหา หลุดพ้นทุกคดี ทั้งนี้ ถ้ากลับมาเล่นการเมือง ก็จะได้รับตำแหน่งนายกฯเหมือนเดิม รับประกันได้ล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะตอนนี้ดวงของ พ.ต.ท.ทักษิณกำลังรุ่ง ทำอะไรก็ประสบแต่ผลสำเร็จ อย่างเช่น ซื้อทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้ ก็ทำได้ดังใจ และ พ.ต.ท.ทักษิณยังรับปากว่าจะกลับมาเมืองไทย และจะเปลี่ยนนามสกุลเป็นชินวัตรดำรงอย่างแน่นอน
'ชวน' อัด 'พปช.' ต้นตอความขัดแย้ง ซัดคิดใหม่ทำใหม่ ทำชาติสูญ 1.9 แสน

นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นปราศรัยตอนหนึ่งว่า ตนนั่งรถมาเห็นคนขึ้นป้ายหาเสียง โดยมีข้อความว่า 'หมดเวลาทะเลาะกันแล้ว' แต่ความจริงคือความขัดแย้ง เขาบอกว่าจะยุติความขัดแย้ง แต่ตัวเองกลับทำเอง นอกจากนี้การที่คณะกรรมการการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก้รัฐ (คตส.) ออกสมุดปกเหลืองที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการโกงในยุคของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นมูลค่า 1.9 แสนล้านบาท ซึ่งคตส.ได้ระบุว่าเป็นพฤติกรรมโคตรโกง และหมอประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ก็ระบุว่าเป็นการโกงทั้งโคตร โกงมหาศาล แต่น้อยกว่าการสูญเสียชีวิตของประชาชนจากนโยบายคิดใหม่ทำใหม่ 2,700 คน อยากถามว่าเงินแสนล้านของพ.ต.ท.ทักษิณ จะคืนหนึ่งชีวิตได้หรือไม่ ไม่ใช่เพราะนโยบายคิดใหม่นี่หรือ ที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง แตกแยก เกิดการไม่ไว้วางใจใคร
นายชวนกล่าวว่า ในช่วงก่อนที่ตนจะเข้ามาเป็นนายกฯ ไม่เหนื่อยเท่านี้ วันนี้จึงต้องมาให้กำลังใจนายกฯ ที่ชื่อ 'อภิสิทธิ์' และรัฐบาลต่อจากนี้จะต้องเป็นรัฐบาลที่ยึดหลักนิติธรรมตามกติกาและหลักเกณฑ์ของกฎหมาย ซึ่งไม่ใช่เฉพาะนายอภิสิทธิ์เท่านั้น แต่คนที่จะมาเป็นนายกฯทุกคน ต้องยึดหลักนิติธรรม ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยเป็นรัฐบาลพรรคเดียว แต่เรามีพรรคร่วมรัฐบาลและที่สามารถอยู่ได้ เพราะเราไม่โกง ไม่กิน ไม่กลัว จึงไม่สิ้นชาติ ดังนั้นจึงอยากให้ประชาชนเลือกผู้แทนที่เป็นหลักของบ้านเมืองไม่แทรกแซง สื่อมวลชน ไม่เช่นนั้นจะเกิดวิกฤตที่สุดในโลก
“พรรคประชาธิปัตย์อยู่มาถึง 61 ปี ไม่เคนคิดเปลี่ยนสถาบัน ไม่เคยเปลี่ยนชื่อพรรค เหมือนกับการย้ายร้านค้าจากกรุงเทพแล้วไปอยู่เชียงใหม่ พอเปิดประตูเข้าไปเป็นของเก่าทั้งนั้น พี่น้องประชาชนต้องไล่ให้ทัน คนที่โกงจากกรุงเทพฯ ไปเปิดร้านที่เชียงใหม่ต้องชดใช้คนที่กรุงเทพด้วย ขอยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นของคืนทั้งประเทศ ผมไม่ใช่คนของหกองทัพ แล้วมาอยู่อาศัยพรรคนี้ด้วยความไม่มีเงิน แต่พรรคก็ให้โอกาสจนผมได้พิสูจน์ตัวเอง เพราะเป็นคนจริง แม่แต่ในช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์ตกต่ำเมื่อปี 2519 นายสมัคร ได้ลาออกจากพรรคไป แต่ผมยังอยู่กับพรรคจนผมได้เป็นรัฐมนตรี เคนคิดถึงพ่อแม่ไหม ถ้าด่าพรรคประชาธิปัตย์ก็เท่ากับคุณด่าพ่อแม่คุณ”นายชวนกล่าว/p>
นายชวน กล่าวอีกว่า อำนาจของเงินเหี้ยวโหด และเลวร้ายมาก ถึงขนาดใช้เงินซื้อคนใต้มาด่าพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ จึงเท่ากับว่าพวกเขาเอาคนที่ขายตัวมาด่าคนใต้ แต่เชื่องว่าเลือกตั้งครั้งนี้เงินซื้อพี่น้องประชาชนไม่ได้ และที่พรรคประชาธิปัตย์อาสาเข้ามาทำงานทางการเมืองก็เพื่อรักษาผลประโยชน์ ของชาติ เช่นเดียวกับที่นายอภิสิทธิ์เข้ามาอาสาเป็นนายกฯ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติเช่นเดียวกัน เมื่อประชาชนเลือกเรา เราก็เป็นหนี้ชีวิตบุญคุณของประชาชน จนใช้ไม่หมด ดังนั้นเมื่อมีโอกาสเข้ามาบริหารประเทศจึงต้องใช้หนี้ประชาชน ตนเชื่อมั่นในการตัดสินใจของประชาชน

