WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, December 23, 2007

เปิดหีบลต.ทั่วปท.คึกคัก

บรรยากาศการลงคะแนนเลือกตั้ง ภายหลังจากที่คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกเปิดให้ประชาชน ลงคะแนนเลือกตั้ง สส.เขตและระบบสัดส่วน ตั้งแต่เวลา 8.00 น. ก็มีประชาชนเริ่มทยอยมาลงคะแนนกันอย่างต่อเนื่อง

โดย พล.ร.อ.สถิรพันธ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช.เดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งคนแรก ที่หน่วยเลือกตั้ง 54 เขตทุ่งสองห้อง หลักสี่ พร้อมเรียกร้องให้ประชาชน ออกมาใช้สิทธิ์เพื่อได้คนดีมาบริหารบ้านเมือง อย่างไรก็ตาม สำหรับการกองทัพเรือ ได้มีการส่งเรือท้องแบน และกำลังทหารเข้าไปอำนวยการสะดวกการเลือกตั้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะการเตรียมเรือท้องแบนช่วยขนหีบบัตรในพื้นที่ จ.นราธิวาส ขณะที่ในพื้นที่ที่เป็นเกาะ กองทัพเรือก็ส่งเรือเข้าไปช่วยอำนวยความสะดวกเช่นกัน


'ทักษิณ'ถูกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง

ส่วนหน่วยเลือกตั้งที่ 15 โรงเรียนพิมลวิทย์ เขตบางพลัด ซึ่งเป็นหน่วยเลือกตั้งที่ ครอบครัวตระกูลชินวัตร จะมาใช้สิทธิ์ว่า มีการคาดหมายกันว่า บุคคลในครอบครัวชินวัตร จะมาใช้สิทธิ์ในเวลาประมาณ 09.00 น.โดยจาก บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง พบ รายชื่อของ 'พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร' อยู่ในลำดับ 567 โดยถูกระบุสิทธิ์ว่า' ถูกเพิกถอนสิทธิ์การเลือกตั้ง" นอกจากนี้ ยังมีรายชื่อของ นายพานทองแท้ น.ส.พิณทองทา แพทองธาร ชินวัตรที่ระบุว่า เป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในหน่วยนี้ด้วย

ผบ.สส.เชื่อไม่มีเหตุวุ่นวาย

พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.สูงสุด เดินทางไปลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งที่ 14 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. พร้อมกับได้กล่าวเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยคาดว่าภายหลังการเลือกตั้ง จะไม่มีเหตุวุ่นวาย และไม่ห่วงเรื่องกลุ่มอำนาจเก่า ส่วนเหตุวุ่นวายในช่วงปีใหม่ก็ไม่น่าจะเกิดขึ้น โดย พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า เหตุการณ์วุ่นวายจะเกิดตอนสบายๆ หรือช่วงที่เผลอ ส่วนช่วงที่กังวลมักจะไม่มีเหตุการณ์อะไร


'สุรยุทธ์'ใช้สิทธิ์ที่ หมู่บ้านพิบูลวัฒนา

ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 20 เขตเลือกตั้งที่ 4 กทม. บริเวณวงเวียนหมู่บ้านพิบูลย์วัฒนา กรรมการประจำหน่วย ได้ซักซ้อมการทำหน้าที่ ขณะที่บริเวณโดยรอบ มีการเพิ่มกำลังตำรวจรักษาความปลอดภัยให้แก่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งจะเดินทางมาเลือกตั้งในเวลา 09.30น.

ส่วนบรรยากาศ หน่วยเลือกตั้งที่ 11 แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กทม.ประชาชนมาใช้สิทธิ์คึกคัก สำหรับหน่วยเลือกตั้งนี้ มีบุคคลสำคัญ อาทิ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวสผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.ถาวรศักดิ์ เทพชาตรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

'บรรหาร'ขนครอบครัวลงคะแนนสุพรรณ

ส่วนที่ จ.สุพรรณบุรี ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 7 เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น.นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย พร้อมด้วยภริยา คุณหญิงแจ่มใส นายวราวุธและ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา บุตรชาย และบุตรสาว ได้เดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งลงคะแนนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

'ชวน'ลงคะแนนที่ตรัง

บรรยากาศการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง จ.ตรัง ที่หน่วยเลือกตั้ง 60 โรงเรียนวัดควนวิเศษ เขตเลือกตั้งที่ 1 ในหน่วยนี้นั้นนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ มีชื่อในหน่วยนี้ด้วย ซึ่งล่าสุด นายชวน ได้เดินทางมาถึงหน่วยเลือกตั้งแล้ว และก็ได้เดินไปตรวจดูลำดับรายชื่อก่อนที่จะเข้าไปแจ้งชื่อและลงคะแนน

ผู้ว่าฯเชียงใหม่ลงคะแนนคนแรก

โดย ประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ ทยอยเดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งตามหน่วยเลือกตั้งของตัวเองอย่างคึกคัก และในเวลา 08.00 น.นายวิบูลย์ สงวนพงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เดินทางไปใช้สิทธิ์เป็นคนแรก ที่หน่วยเลือกตั้งภายในวัดชัยมงคล ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่

นายวิบูลย์ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเป็นจำนวนมากและการเลือกตั้งที่ผ่านมา ๆ มามีผู้ใช้สิทธ์กว่าร้อยละ 70 ส่วนการเลือกตั้งในครั้งนี้คาดว่าประชาชนจะตื่นตัวและใช้สิทธิ์มากกว่าร้อยละ 75

เลือกตั้งพิษณุโลกคึกคัก

ที่ จังหวัดพิษณุโลกเมื่อเวลา 08.00 น.เต็มไปด้วยความคึกคัก โดยเฉพาะบริเวณลานจอดรถ ท่าอากาศยานพิษณุโลก(หลังเก่า) เป็นที่ตั้งของหน่วยเลือกตั้งที่ 2-9 ของหมู่ที่ 2 ต.อรัญญิก อ.เมือง จ.พิษณุโลก จำนวน 8 หน่วย แต่ละหน่วยมีผู้มิสิทธิ์เลือกตั้งประมาณ 700- 900 คน และหน่วยเลือกตั้งนี้เป็นที่ตั้งของกำลังพลทหาร มีค่ายสมเด็จพระอากาทศรถ และกองบิน 46 ทำให้ก่อนเวลา 08.00 น.มีกำลังพลที่เป็นทหารและชาวบ้านในหมู่ที่ 2 ตำบลอรัญญิก มาต่อแถวเพื่อรอใช้สิทธิ์หลายร้อยคน ถือเป็นจุดที่มีผู้มาใช้สิทธิ์คึกคักที่สุด

ขณะที่หน่วยเลือกตั้งที่ 31 ภายในโรงเรียนเซนต์นิโกลาศ ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก พล.อ.จิรเดช คชรัตน์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมนางสุรภา คชัรตน์ ภรรยาได้เดินทางมาใช้สิทธิ์ในเวลา 08.20 น. โดยบอกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เต็มไปด้วยความคึกคัก อยากใช้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ให้มากที่สุด


'สมัคร'เตรียมออกมาใช้สิทธิ์เขตบึงกุ่ม 9 โมง

ประชาชน แห่เข้าใช้สิทธิ์ที่หน่วยเลือกตั้ง 61-64 บริเวณสนามเด็กเล่นหมู่บ้านโชคชัยปัญจทรัพย์ คึกคัก โดย หัวหน้าพรรคพลังประชาชน จะเข้าใช้สิทธิ์ในเวลา 09.00 น.

ประชาชนเริ่มทยอยเข้าใช้สิทธิ์เลือกตั้งส.ส. โดยที่หน่วยเลือกตั้งที่หน่วย 61-64 บริเวณสนามเด็กเล่น หมู่บ้านโชคชัยปัญจทรัพย์
เขตบึงกุ่ม ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งที่ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน จะเดินทางมาใช้สิทธิ์ในเวลา 09.00 น. ส่วนผู้ที่
เดินทางมาลงคะแนนเป็นคนแรกของหน่วยเลือกตั้งที่ 62 คือ พ.อ.ดำรงค์ อินทโร อดีตทหารกรมสรรพาวุธ ที่เดินทางมาถึงหน่วย
เลือกตั้งเวลา 07.30 น. ทั้งนี้มีประชาชนทั้งที่เดินเท้าและขับรถมาเพื่อลงคะแนนในหน่วยเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง โดยมีการตรวจสอบ
รายชื่อ และตรวจดูภาพของผู้สมัคร ที่เจ้าหน้าที่นำมาติดไว้ในบริเวณหน้าคูหาเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม นางกัลยา ตัวเจริญ อาจารย์
จากโรงเรียนวัดบางเตย ในฐานะ ผอ.ประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 62 กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งมีความพร้อมอย่างเต็มที่
โดยมีกำลังหน่วยละ 10 คน ขณะที่จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยละ 1 นาย ซึ่งจำนวนผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนในหน่วยที่ 61-64
มีทั้งสิ้น 2,209 คน และยังไม่พบว่ามีปัญหาที่น่าหนักใจแต่อย่างใด

ครอบครัว"ชินวัตร"ใช้สิทธิ์ 9 โมง

ผบ.ทร. เดินทางไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงแล้ว วอนประชาชน เลือกคนดี บริหารประเทศ ด้าน ครอบครัว"ชินวัตร"ใช้สิทธิ์ 9 โมง ที่ รร.พิมลวิทย์ บางพลัด ขณะที่ "ทักษิณ" ถูกถอนสิทธิ์ทาการเมือง

พล.ร.อ.สถิรพันธ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช.เดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งคนแรก ที่หน่วยเลือกตั้ง 54 เขตทุ่งสองห้อง หลักสี่ พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เพื่อได้คนดีมาบริหารบ้านเมือง อย่างไรก็ตาม สำหรับการกองทัพเรือ ได้มีการส่งเรือท้องแบนและกำลังทหารเข้าไปอำนวยการสะดวกการเลือกตั้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะการเตรียมเรือท้องแบนช่วยขนหีบบัตรในพื้นที่ จ.นราธิวาส ขณะที่ในพื้นที่ที่เป็นเกาะ กองทัพเรือก็ส่งเรือเข้าไปช่วยอำนวยความสะดวกเช่นกัน

"ทักษิณ"ถูกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง

ส่วนหน่วยเลือกตั้งที่ 15 โรงเรียนพิมลวิทย์ เขตบางพลัด ซึ่งเป็นหน่วยเลือกตั้งที่ ครอบครัวตระกูลชินวัตร จะมาใช้สิทธิ์ว่า มีการคาดหมายกันว่า บุคคลในครอบครัวชินวัตร จะมาใช้สิทธิ์ในเวลาประมาณ 09.00 น.โดยจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง พบ รายชื่อของ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อยู่ในลำดับ 567 โดยถูกระบุสิทธิ์ว่า"ถูกเพิกถอนสิทธิ์การเลือกตั้ง" นอกจากนี้ ยังมีรายชื่อของ นายพานทองแท้ น.ส.พิณทองทา แพทองธาร ชินวัตรที่ระบุว่า เป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในหน่วยนี้ด้วย

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ป่าวร้องให้ประชาชนชาวไทยออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้ถล่มทลาย

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ป่าวร้องให้ประชาชนชาวไทยออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้ถล่มทลาย ฉบับนี้ประจำวันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม 2550............

รอคอยกันมานาน บัดนี้ ไม่เพียงแต่เมืองไทยจะได้รับการเปลี่ยนสภาพให้กลับคืนสู่ความเป็น ชาติรัฐ หลังจากที่กลายเป็นแค่ ชนเผ่า มานานแรมปี แต่การหย่อนบัตรเลือกตั้งในวันนี้ จะเป็นการประกาศให้ชาวโลกได้รับรู้โดยทั่วกันว่า ประชาชนชาวไทย ไม่ต้อง การเผด็จการ ไม่ต้องการระบบประธานาธิบดี แต่ต้องการประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขเท่านั้น!!!............

ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์ทางการเมืองมากมายนับไม่ถ้วน หากไม่รู้แยกแยะให้ชัดเจน ก็จะทำให้เกิดความเข้าใจที่สับสน ดังนั้น “เห่าไฟ” ขอสรุปให้เข้าใจโดยทั่วกันอีกครั้ง ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองระหว่าง รัฐบาลทักษิณ กับ กลุ่มผลประโยชน์ชนชั้นกลาง รวมถึงการชุมนุมอย่างสงบเพื่อแสดงความเห็น ถือเป็น เรื่องปกติทางการเมือง และเป็นไปตาม ครรลองประชาธิปไตย!!!............

แต่ต่อมา ได้เกิดการ ผสมโรง จากกลุ่มพรรคการเมืองเพื่อสร้างสถานการณ์ ให้เข้าสู่ทางตัน โดยเฉพาะการบอยคอตเลือกตั้ง ทำให้เหตุการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น จังหวะนั้นเอง กลุ่มอำนาจเก่าแก่ได้ฉวยโอกาสหนุน หลังการชุมนุมประท้วงให้ ลุกลามบานปลาย เกินกว่าขอบเขตที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ เป็นเหตุให้กลุ่มอำนาจเก่าแก่ อ้างความชอบธรรมในการใช้กำลังทหารเข้ามา ฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง เพื่อปรับโครงสร้างทางการปกครองใหม่!!!............

“เห่าไฟ” อยากให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งหลาย เปิดใจให้กว้างแล้วพิจารณาว่า หากกลุ่มอำนาจเก่าแก่ที่เข้ามายึดอำนาจเหล่านี้ มีจิตใจเป็นธรรม หวังดีต่อชาติบ้านเมืองจริงๆ ไม่ได้ปฏิวัติเพื่อล้างแค้นส่วนตัว หรือเพื่อรักษาอำนาจล้านปีที่กำลัง เสื่อมสลาย ไปตามกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคโลกาภิวัตน์!!!............

กลุ่มอำนาจเก่าแก่ ก็ต้องเน้นไปที่การปรับปรุงอำนาจทางการปกครองเพื่อให้เกิด ความจีรังยั่งยืน ส่งผลต่ออนาคตอันยาวไกลของประเทศชาติเป็นหลัก ไม่ใช่มากระทำการในลักษณะรื้อโครงสร้างประเทศเพื่อจงใจเล่นงาน คนเพียงคนเดียวเช่นนี้!!!............

โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับ คณะกรรมการเฉพาะกิจอย่าง คตส. แทนที่จะให้ความสำคัญกับการปรับปรุงกฎหมาย ป.ป.ช. สตง. หรือแม้แต่การเพิ่มเขี้ยวเล็บให้กับ ดีเอสไอ เพื่อให้หน่วยงานเหล่านี้สามารถเล่นงาน ไอ้พวกโคตรโกง ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ข้าราชการ หรือบริษัทเอกชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือน คตส.กลับไม่ยอมทำกัน!!!............

ตรงกันข้าม ผู้มีอำนาจกลับแสดงพฤติกรรมที่ น่าทุเรศทุรัง ออกมาให้เห็นด้วยการ กระเหี้ยนกระหือรือ จะเล่นงานรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนส่วนใหญ่ ให้พินาศย่อยยับ เจาะจงใช้อำนาจรัฐ ฟาดฟัน ให้ถึงตาย ตอนแรกก็ไล่ไปอยู่นอกประเทศ พอจัดการโครงสร้างอำนาจทั้งหมดได้แล้ว ก็กวักมือเรียก ท้าทาย ให้กลับมารับโทษ!!!............

“เห่าไฟ” อยากถามว่า นี่น่ะหรือ สิ่งที่ผู้มีอำนาจลงทุนลงแรง ปฏิวัติรัฐประหาร ผลาญงบประมาณในการเคลื่อนกำลังพลและใช้ตรึงสถานการณ์ไปนับหมื่นล้านบาท รวมถึงทำให้เศรษฐกิจของประเทศ พินาศฉิบหาย ไปนับแสนล้าน และยอมให้ชาวโลกประณาม รังเกียจเดียดฉันท์ ดูถูกดูแคลนหาว่า เป็นชนเผ่าที่ล้าหลัง ยอมทุกอย่าง เพียงเพื่อเจาะจงเล่นงาน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกฯที่มาจากการเลือกตั้งให้ตายคาที่ให้ได้!!!............

คำถามก็คือ หากในอนาคตเกิดมีรัฐบาลถูกกล่าวหาว่า โกงกินคอรัปชัน ยกตัวอย่างเช่น โกงที่ดินคนจนไปให้คนรวยที่เป็นพรรคพวกตัวเอง หรือถูกกล่าวหาว่า มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับธุรกิจของครอบครัวตัวเอง ถึงตอนนั้น ก็ไม่มี คตส.อีกแล้ว ส่วน ป.ป.ช.หรือดีเอสไอ ก็ไม่มีการแก้ไขกฎหมายเพิ่มอำนาจไว้ให้ ถามว่า เราจะจัดการกับนักการเมืองที่ถูกกล่าวหาว่า คดโกงอย่างไรดี หรือว่า ต้องให้ปฏิวัติกันอีกครั้ง ปฏิวัติกันไม่มีที่สิ้นสุดอย่างนั้นหรือ!!!............

“เห่าไฟ” ถึงบอกว่า การปฏิวัติคราวนี้ สูญเปล่าจริงๆ เพราะทำให้ชาติเสียหายไปหลายแสนล้าน อับอายขายหน้าไปทั่วโลก เพียงเพื่อให้คนบางคนในกลุ่มอำนาจเก่าแก่ แก้แค้น อดีตนายกฯทักษิณ เป็นการส่วนตัวเท่านั้นเอง!!!............

“เห่าไฟ” เขียนอย่างนี้ ก็เพื่อต้องการบอกว่า ทุกฝ่ายในบ้านเมืองที่ขัดแย้งกัน ต่างก็มี เหตุผล ด้วยกันทั้งนั้น ข้อสำคัญก็คือ พระเจ้าไม่ได้สร้างให้ กลุ่มอำนาจเก่าแก่ มีปากเอาไว้พูดเท่านั้น แต่ยังสร้างให้กลุ่มที่อยู่ตรงกันข้ามมีปากเอาไว้พูดด้วยเช่นกัน หากปล่อยให้สองกลุ่มนี้ถกเถียงกัน เชื่อว่า นับพันปีก็ไม่มีข้อยุติ ด้วยเหตุนี้ ก็เลยต้องสร้าง กลไกชี้ขาด เอาไว้ยุติความขัดแย้งเป็นช่วงๆไป!!! ............

และวันที่ 23 ธันวาคม ก็คือ วันที่ต้องใช้กลไกดังกล่าวยุติปัญหาที่ยืดเยื้อเรื้อรังมานานเต็มที จากนั้นอีก 4 ปีข้างหน้า ก็ไปชี้ขาดอีกครั้งหนึ่ง คนที่ชนะเลือกตั้งวันนี้ อาจจะแพ้ใน อีก 4 ปีข้างหน้าก็ได้ ส่วนใครที่ไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง ก็ถือเป็นสิทธิที่จะไปฟ้องร้องต่อศาลได้ แต่ต้องไม่มีการปลุกระดมล้มผลเลือกตั้งเด็ดขาด เพราะถ้ามี ก็แสดงว่า เมืองไทยเป็นได้แค่ ชนเผ่า เท่านั้น ยังไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็น ชาติรัฐ แต่อย่างใด!!!............

สังคมสร้างสรรค์ 10.00 น. 24-28 ธ.ค. สนง.สหกรณ์ปทุมธานี จัดงานมหกรรมสินค้าสหกรณ์ไทยเทิดไท้องค์ราชัน ที่บริเวณสำนักงานฯ............

18.00 น. วันนี้ ฉลองสมรสพระราชทานระหว่าง จิรวรรณ เหลืองอมรเลิศ กับ หม่อมหลวงณัฐสิทธิ์ ดิศกุล ที่สวนสยาม กรุงเทพฯ, งานแต่งระหว่าง รุ่งทิพย์ ผุงเพิ่มตระกูล กับ พิเชษฐ์ วิปัสสนากุล ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ 18.00 น. ............

ขอบคุณท่านผู้อ่านที่สนับสนุน หนังสือ หัวอกรากหญ้า ของ เห่าดง ที่ร้านซีเอ็ดไม่ขาดสาย คนที่รักประชาธิปไตย ไม่เอาเผด็จการ อ่านแล้วร้องสะใจเป็นแถว!, อีกเล่ม ไปกราบพระเขี้ยวแก้วที่ศรีลังกา ของ พล.อ.ประสาร เปรมะสกุล............

พระราชทานเพลิง 2 ราย วันนี้ ศพ ครูทองหยิบ วิจิตรสุข วัดมกุฏฯ 17.00 น., ศพ ร.อ.อนันต์ ศิวะกุล วัดตรีทศเทพวรวิหาร 18.00 น. .............

10.00 น. วันนี้มีพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล 100 วัน และสวดศพ รัตน์ ศรีไกรวิน วัดเทพศิรินทราวาส 19.00 น. ............

"เห่าไฟ"

คอลัมน์ บุคคลในข่าว

จาก http://www.thairath.co.th/column.html

วิทยุเสรีชน เปิดสายด่วนรับเรื่องจากผู้ใช้สิทธิ์ สามารถโทรแจ้งได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 084-549-0136

วิทยุเสรีชน ได้เปิดสายด่วนรับเรื่องจากผู้ใช้สิทธิ์
สามารถโทรแจ้งได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 084-549-0136 , 084-454-6727

กกต. 22 ธ.ค.-
กกต.มีความพร้อมแล้ว 99% และจะพร้อม 100% หลังจากตรวจสอบก่อนเริ่มเปิดหีบเลือกตั้งพรุ่งนี้ กำชับ กกต.จังหวัดทั่วประเทศจับตาคืนหมาหอนอย่างใกล้ชิด รู้ผลอย่างไม่เป็นทางการได้ที่
http://www.ect.go.th/ หรือ http://www.election.police.go.th/ หรือสายด่วน 1171

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่า กกต.มีความพร้อม 99% ก่อนการเลือกตั้ง และจะพร้อม 100% หลังจากตรวจสอบก่อนเริ่มเปิดหีบเลือกตั้ง วันพรุ่งนี้ (23 ธ.ค.) สำหรับความห่วงใยในสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยืนยันว่า กกต.ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ มีการสนธิกำลังระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) และมีมาตรการต่างๆ อย่างเข้มงวด และรัดกุม เช่น เพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในหน่วยเลือกตั้ง 2-3 เท่า มีชุดเคลื่อนที่เร็วหาข่าวอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อนวันเลือกตั้ง และจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดเป็นที่น่าพอใจ

“ส่วนพื้นที่ประสบอุทกภัยได้ย้ายหน่วยเลือกตั้งที่มีปัญหาใน จ.นราธิวาส 11 หน่วย และ จ.ปัตตานี 20 หน่วย สภาพโดยรวมมีความปลอดภัย และล่าสุด ได้แจกอุปกรณ์การเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว” นายสุทธิพล กล่าว และว่า ได้กำชับไปยัง กกต.จังหวัดทั่วประเทศ ให้บูรณาการกำลังชุดป้องปรามและหาข่าว ระดมออกสืบสวนหาข่าว และจับกุมผู้กระทำผิดตามกฎหมายเลือกตั้งในคืนหมาหอน รวมทั้งให้ประสานงานตำรวจ และฝ่ายปกครองในพื้นที่ให้ร่วมปฏิบัติการด้วย

“กกต.จะประกาศผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการได้ เวลา 24.00 น. ของวันที่ 23 ธันวาคม โดย กกต.ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศภาครัฐ จัดทำรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการ ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ประชาชนสามารถติดตามผลคะแนนผ่านเว็บไซต์ของ กกต. ที่ http://www.ect.go.th/ หรือเว็บไซต์ของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ http://www.election.police.go.th/ หรือ สอบถามข้อมูลทางโทรศัพท์สายด่วน 1171” นายสุทธิพล กล่าว

สำหรับเหตุทุจริตการเลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน – 21 ธันวาคม มีเหตุรับแจ้งจำนวน 742 เรื่อง แบ่งเป็น การแจกเงิน 507 เรื่อง จัดเลี้ยง 39 เรื่อง เก็บบัตรประชาชน 9 เรื่อง เจ้าหน้าที่รัฐวางตัวไม่เป็นกลาง 79 เรื่อง ปิดป้ายหาเสียง 22 เรื่อง ใส่ร้ายหลอกลวง 17 เรื่อง และเรื่องอื่นๆ 69 เรื่อง โดยกลุ่มจังหวัดที่ 6 (กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ) มีเรื่องร้องเรียนมากที่สุด 165 เรื่อง อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบรายละเอียดที่ไม่ชัดเจน และไม่เป็นไปตามที่แจ้ง จึงได้ยุติเรื่อง 585 เรื่อง รวมมีเรื่องที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการ 157 เรื่อง และเปิดโอกาสให้ตัวแทนจากองค์กรระหว่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์ จำนวน 10 ประเทศ จำนวน 91 คน.

Saturday, December 22, 2007

พปช. ครองแชมป์ ปชป. ไล่ติด

กว่า 30 วันที่ผ่านมา “ทีมการเมืองไทยรัฐ” ได้เกาะติดสนามเลือกตั้งปี 2550 มาจนถึงขณะนี้ ได้เข้าสู่วันสุดท้ายก่อนที่จะทุกคนจะต้องตัดสินใจเลือกใครในวันรุ่งขึ้น ดังนั้นวันนี้คอลัมน์ “เจาะสนามเลือกตั้ง” จึงขอสรุปความเคลื่อนไหวล่าสุดในโค้งสุดท้าย ดังนี้...

เริ่มจาก ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน-ลำปาง-ลำพูน-เชียงราย-น่าน-พะเยา-เพชรบูรณ์ พลังประชาชนยังเข้มแข็งน่ากวาดได้ทั้งจังหวัด สำหรับ จ.เชียงใหม่ 2 เขตแรกพลังประชาชนเหมาไป 6 ที่นั่ง ส่วนเขต 3 หมอไกร ดาบธรรม จากรวมใจไทยฯน่าจะแทรก ประสิทธิ์ วุฒินันชัย ของพลังประชาชนมาได้อย่างไม่ยากเย็น

เขยิบมาทาง จ.ตากพลิกมาเป็นของประชาธิปัตย์ 2 ที่ ส่วนอีกหนึ่งเก้าอี้ ธนิตพล ไชยนันทน์ ต้องบดบี้กับ ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ จากพลังประชาชน และ หมอชลธิศ สินรัชตานันท์ ของมัชฌิมาฯ

ทางด้าน จ.พิษณุโลกเขต 2 ไม่มีปัญหาสำหรับ แต่เขต 1 ประชาธิปัตย์จะได้มาแค่ หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ส่วนอีก 2 ที่นั่งจะต้องเสียไปให้ นิยม ช่างพินิจ และ มนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ ของพลังประชาชน มาเอกซเรย์ จ.สุโขทัย เขต 1 แบ่งกันไประหว่าง ประศาสตร์ ทองปากน้ำ ของมัชฌิมาฯ และ เกียรติศักดิ์ ต้นประสงค์ ของพลังประชาชน สำหรับเขต 2 สมเจตน์ ลิมปะพันธ์ ของชาติไทย และ อารยะ ชุมดวง ของมัชฌิมาฯ ไม่ น่าพลิกผัน ส่วน จ.อุตรดิตถ์ วารุจ ศิริวัฒน์ กับ ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ของพลังประชาชน และ ศรัณย์ ศรัณย์เกตุ จากรวมใจไทยฯเกี่ยวก้อยไปด้วยกัน

ที่ จ.แพร่ “แม่เลี้ยงติ๊ก” ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ของประชาธิปัตย์ เลือกตั้งคราวนี้ทำท่าจะไม่มีอะไรติดมือกลับบ้านเพราะ 3 คน จากพลังประชาชนจะมาขนเอาไป สนาม จ.พิจิตรเขต 1 นราพัฒน์ แก้วทอง จากประชาธิปัตย์ และ วินัย ภัทรประสิทธิ์ จากรวมใจไทยฯ มีโอกาสได้มากกว่ารายอื่น ส่วนเขต 2 “เสธ.หนั่น” พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ของพรรคชาติไทย เข้าป้ายไปพร้อมกับหลานชาย นายนาวิน บุญเสรฐ จากพลังประชาชนอย่างไม่เต็มใจนัก

ลงมาที่ จ.กำแพงเพชรเขต 1 พลังประชาชนมีปัญหาที่ ไผ่ ลิกค์ อยู่คนเดียว หมอปรีชา มุสิกุล ของประชาธิปัตย์ รู้สึกได้เป็นอย่างดี แต่ที่เขต 2 ไม่มีแว่วมาเลยว่าทีมของพลังประชาชนจะไม่ยกพรรค

ที่นครสวรรค์เขต 1 หมอประสิทธิ์ พิทูรกิจจา ของมัชฌิมาฯ ภิญโญ นิโรจน์ และ เกษม ปานอุดมลักษณ์ ของรวมใจไทยฯน่าจะเข้าเป้ากว่าเพื่อน ส่วนเขต 2 ก็ต้องบอกว่า สัญชัย วงษ์สุนทร จากพลังประชาชน ประสาท ตันประเสริฐ รวมใจไทยฯหรูหรากว่า นิโรธ สุนทรเลขา ของพรรคชาติไทย

สำหรับ จ.อุทัยธานี ไม่มีเป็นของใครเพราะพรรคชาติไทยเอาไปรับประทานสนาม ภาคใต้ วิเคราะห์ง่ายกว่าภาคอื่นเพราะพรรคประชาธิปัตย์จะกวาดไปทั้งหมดยกเว้น จ.นราธิวาส โดยเขต 1 วัชระ ยาวอหะซัน จากพรรคชาติไทย จะเบียด กูฮาเซ็ม กูจินามิง ของประชาธิปัตย์ แบบไม่ยากเย็น ส่วนเขต 2 กูเฮง ยาวอหะซัน ของพรรคชาติไทย จะได้ขึ้นรถด่วนขบวนสุดท้ายไปกับ สุรเชษฐ์ แวอาแซ แห่งประชาธิปัตย์

ทางด้าน ภาคอีสาน พลังประชาชนก็ยังเบิกบานไม่ยอมหุบเริ่มจาก จ.กาฬสินธุ์ พลังประชาชนยกพลขึ้นบกเป็นจังหวัดแรก และ จ.เลย เป็นจังหวัดต่อมา ส่วนมหาสารคามเป็นจังหวัดต่อไป

สำหรับ จ.ชัยภูมิเขต 1 ยังอยู่ในขั้นแค่เกือบยกทีมเพราะมี เชาวลิต มหาจันทร์ ของพรรคชาติไทยยังเป็นที่กวนใจให้ ศรคม ฤาชา จากพลังประชาชนหงุดหงิด ส่วนเขต 2 พลังประชาชนยกไปได้ไม่ง่ายนัก แต่เขต 3 ยังวุ่นวายกันอยู่ระหว่าง สุนทรี ชัยวิรัตนะ ของพรรคพลังประชาชน กับ อินทิรา สงวนวงศ์ชัย ของประชาธิปัตย์ แต่ ปาริชาติ ชาลีเครือ ของพลังประชาชนไม่บ่นอะไร

สนามสุรินทร์เขต 1 พลังประชาชนอาจยกทีมถ้าไม่ติดตรง สมศักดิ์ แต้เจริญวิริยะกุล ที่มีตัวแข็งจาก มัชฌิมาฯอย่าง ปกรณ์ และ พรชัย มุ่งเจริญพร คอยสอดไส้อยู่ข้างๆ พอมาเขต 2 และ 3 พลังประชาชนก็บานฉ่ำอีก 2 เขต มาที่ จ.บุรีรัมย์ เขต 1 และเขต 3 พลังประชาชนไม่พลาด แต่เขต 2 มีจากเพื่อแผ่นดินมาขอแบ่งจาก มนต์ไชย ชาติวัฒนศิริ ไป 1 ที่ ส่วนเขต 4 ก็มีแบ่งกันระหว่าง โสภณ ซารัมย์ จากพลังประชาชน กับ พรเทพ เตชะไพบูลย์ ของรวมใจไทยชาติพัฒนา

ขณะที่ จ.นครพนมยังไม่มีใครขย่มพลังประชาชนได้ลงทั้ง 2 เขต เช่นเดียวกับอีก 2 เขตของมหาสารคาม มาที่สนาม จ.ขอนแก่นเขต 1 และเขต 4 พลังประชาชนเก็บแต้มสบายๆได้อีก 2 เขต แต่เขต 2 ทีมของพลังประชาชนคงมอง หมอเปรมศักดิ์ เพียยุระ จากพรรคชาติไทยแบบตากะพริบไม่ได้

ส่วนเขต 3 อาจมีแบ่งได้ 3 พรรค สุวิทย์ คุณกิตติ จากเพื่อแผ่นดิน และ จตุพร เจริญเชื้อ จากพลังประชาชน ส่วน มุกดา พงษ์สมบัติ ของ “หัวหน้าสุวิทย์” จะยัง ต้องไปลุ้นกับ นวัธ เต๊าะเจริญสุข ของพลังประชาชน สำหรับจ.สกลนคร พลังประชาชนขอเป็นผู้แทนฯทั้งจังหวัด รวมทั้งที่ จ.หนองบัวลำภู-อำนาจเจริญ-และศรีสะเกษด้วย

ไหลมาที่ จ.อุดรธานีมี 2 เขตที่พลังประชาชนยก เซตทั้งเขต 1 และเขต 2 ส่วนที่เขต 3 จารุวรรณ ชัยจิตวณิชกุล จากเพื่อแผ่นดิน และ ประสพ บุษราคัม จากเพื่อแผ่นดินแบ่งสรรกันไป สำหรับเขต 4 เป็นของวิเชียร ขาวขำ ของพลังประชาชน และ สุรชาติ ชำนาญศิลป์ ของเพื่อแผ่นดิน

จ.ร้อยเอ็ดเขต 1 ฉลาด ขามช่วง และ เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงษ์ ของพลังประชาชนนอนมา ปล่อยที่ 3 ช่วงชิงกันระหว่าง อนุรักษ์ จุรีมาศ จากชาติไทย สานิต ว่องสัธนพงษ์ เพื่อแผ่นดิน และ วราวงษ์ พันธุ์ศิลา จากพลังประชาชน เขต 2 ให้พลังประชาชนเขาไป ส่วนเขต 3 พลังประชาชนยังไม่ยกทีม เพราะ นิรมิต สุจารี กับ สุรพร ดนัยตั้งตระกูล ของรวมใจไทยฯยังต้องบรรเลงเพลงร็อกกันอยู่ทางด้าน จ.มุกดาหาร แบ่งกันระหว่าง ระวี กิ่งคำวงศ์ ของพลังประชาชน กับ วิทยา บุตรดีวงศ์ ของเพื่อแผ่นดิน จ.หนองคายเขต 1 พลังประชาชนยก ส่วนเขต 2 ยังไม่ ยก เพราะ ไตรรงค์ ติธรรม ยังต้องชิงดำกับ สงกรานต์ คำพิไสย ของเพื่อแผ่นดิน

สำหรับ จ.อุบลราชธานีเขต 1 เขตนี้แข่งกันที่ “กระแส” แบบลุ้นยกพรรคระหว่างประชาธิปัตย์และพลังประชาชน แต่เขต 2 ต้องปล่อยให้เป็นของพลังประชาชน ส่วนเขต 3 ให้น้ำหนัก ชาตรี พิริยะกิจไพบูลย์ จากพลังประชาชน ตุ่น จินตะเวช จากชาติไทย และ สุชาติ ตันติวณิชชานนท์ ของเพื่อแผ่นดิน สุดท้ายเขต 4 พลังประชาชนแฮปปี้เอ็นดิ้ง

ส่วน จ.ยโสธรเขต 1 ประยุทธ นิจพาณิชย์ จากพลังประชาชน และ รณฤทธิชัย คานเขต ของเพื่อแผ่นดิน เข้าวินกันไป โดยมี 2 ขุนพลของพลังประชาชน จากเขต 2 ตามไปด้วยติดๆ

มาที่สนามใหญ่ จ.นครราชสีมา เขต 1 รวมใจไทยฯเต็งจ๋า เขต 2 พลังประชาชนจะเข้ามา 2 เพราะ อัครวัฒน์ ระคะสุทธิโรจน์ ลูกทีม จะถูก สมศักดิ์ พันธ์เกษม จากรวมใจไทยฯทำให้ต้องเสียใจ เขต 3

พลังประชาชนมาสะดุดตรงที่ ลินดา เชิดชัย ที่ต้องแบกน้ำหนักลุ้นกับ วิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ และ อุทัย มิ่งขวัญ จากรวมใจไทยฯ ส่วนเขต 4 น่าจะมีว่าที่ ส.ส.ดังนี้ ทัศนียา รัตนเศรษฐ, นริศ เรืองธนานุรักษ์ จากรวมใจไทยฯ และ วรกร คำสิงห์นอก ของพลังประชาชน เขต 5 รวมใจไทยฯ ยังไม่ง่ายที่จะยกทีมเพราะ วัชรา ณ วังขนาย ไปเจอตออย่าง ภิรมย์ พลวิเศษ จากพลังประชาชน แต่เขต 6 พลังประชาชนเอาไปกินหมดเลย

ภาคกลาง เริ่มกันที่ จ.กาญจนบุรี เขต 1 พลังประชาชน เกือบกวาดถ้า พินิจ จันทร์สมบูรณ์ ไม่ดันไปพลาดท่าให้กับ ไพบูลย์ พิมพ์พิสิฐถาวร ของชาติไทย ส่วนเขต 2 แบ่งกันระหว่าง ประชา โพธิพิพิธ จากประชาธิปัตย์ กับ สันทัด จีนาภักดิ์ ของพลังประชาชน จ.จันทบุรี ทีมประชาธิปัตย์เกิดอุปสรรคตรงที่ พงศ์เวช เวชชาชีวะ จึงผ่านเข้าไปได้ไม่เต็มทีม เพราะ ประวัฒน์ อุตตะโมต จากพลังประชาชนมาแซะเอาไป

จ.ฉะเชิงเทรา เขต 1 พลังประชาชนเก็บได้อีก 2 ที่นั่ง ส่วนเขต 2 วุฒิพงศ์ ฉายแสง มาแรงที่หนึ่ง แต่ ที่ 2 ยังสับสนกันระหว่าง พรรณี จารุสมบัติ จากเพื่อแผ่นดินกับ ฐิติมา ฉายแสง ของพลังประชาชน

มาที่ จ.ชลบุรี ชาติไทยยกได้ 2 เขต แต่ที่เขต 1 สมชาย สหชัยรุ่งเรือง อาจไม่อยากมองหน้า บรรจบ รุ่งโรจน์ จากประชาธิปัตย์อีกต่อไป ส่วน จ.ชัยนาท ไม่รู้ว่า นันทนา สงฆ์ประชา จากชาติไทยจะมีแรงอุ้ม มณเฑียร พี่ชายมาแทนที่ พรทิวา นาคาศัย จากมัชฌิมาฯได้หรือไม่

ทางด้าน จ.ตราด ประชาธิปัตย์เอาไป ส่วน จ. นครนายก ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ จากประชาธิปัตย์ และ วุฒิชัย กิตติธเนศวร ของพลังประชาชน แบ่งไปตระกูลละคน ขณะที่ จ.นครปฐม พลังประชาชนน่าจะยกทุกเขต จ.นนทบุรี พลังประชาชนมีปัญหาเฉพาะเขต 2 ที่ทั้งพลังประชาชนและประชาธิปัตย์จะต้องจับคู่ปะทะกันชิงที่ 2 และ 3 โดย พ.อ.อภิวัน วิริยะชัย ของพลังประชาชน ไว้ลายเป็นเต็งหนึ่ง

สำหรับ จ.ปทุมธานี เขต 1 อภินันท์ ช่วยบำรุง จากประชาธิปัตย์ กับ สุทิน นพขำ จากพลังประชาชนชิงว่าใครจะได้ที่ 3 เพราะ สุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล กับ เอกพจน์ ปานแย้ม ของชาติไทย เดินไปไกลแล้ว เขต 2 พลังประชาชน ยังไม่ยกทีมเพราะ ว่าที่ ร.ต.สุเมธ ฤทธาคนี ต้องบี้กับ สดใส รุ่งโพธิ์ทอง ของประชาธิปัตย์

จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประชาธิปัตย์ไม่ได้ยกทีมเพราะ พีรพล ประจวบเหมาะ จากมัชฌิมาฯ จะเข้ามาแทรก ประมวล พงษ์ถาวราเดช ทางด้าน จ.ปราจีนบุรี สุนทร วิลาวัลย์ จากมัชฌิมาฯ ไม่ยอมให้ สุธิชัย จรุงพิรวงศ์ จากพลังประชาชน เข้าป้ายไปกับเพื่อนอีก 2 คน ขณะนี้ จ.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 พ้อง ชีวานันท์ จากพลังประชาชนกับ เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ของชาติไทยถึงสวรรค์ได้ทั้งคู่ แต่อีกที่ชิงชัยระหว่าง ประยุทธ ฉัตรไชยรัชต์ ของชาติไทย กับ สุรเชษฐ์ ชัยโกศล ของพลังประชาชน เขต 2 เป็นของพลังประชาชน

มาที่ จ.เพชรบุรี อลงกรณ์ พลบุตร จากประชาธิปัตย์ ธิวัลรัตน์ อังกินันท์ จากพลังประชาชนยืนเรียงลำดับไหล่รอเพื่อนรักที่กำลังชิงที่ 3 ระหว่าง ธานินทร์ แสงวณิช จากพลังประชาชน และ อภิชาติ สุพาแพ่ง ของประชาธิปัตย์ สำหรับ จ.ระยองเขต 1 แบ่งกันระหว่าง ยงยศ อรุณเวสสะเศรษฐ จากพลังประชาชน กับ สาธิต ปิตุเตชะ จากประชาธิปัตย์ เขต 2 ก็แบ่งกันอีกระหว่าง ร.ต.กฤษฎา การุญ จากพลังประชาชนกับ ธารา ปิตุเตชะ จากประชาธิปัตย์

จ.ราชบุรี เขต 1 พลังประชาชนเข้ามา 2 คน ยกเว้น จตุพร แสงทอง กับอีก 1 จากชาติไทย วัฒนา มังคลรังษี โดยมีม้ามืดมาแรง วรินทร เนียมฉาย ของประชาธิปัตย์ เขต 2 ขึ้นแท่น 2 คน จากมัชฌิมาฯแต่ มานิต นพอมรบดี ต้องระวัง ร.อ.อรรคริน ลัทธศักดิ์ศิริ จากพลังประชาชนที่ยังตามอยู่ห่าง

ทางด้านลพบุรี พลังประชาชนน่าจะยกทั้ง 2 เขต แต่ จ.สมุทรสงคราม ประชาธิปัตย์ได้ส่วน จ.สิงห์บุรี มี 1 ที่ก็เป็นของชาติไทย ไม่ต่างอะไรกับ จ.สุพรรณบุรี ที่พรรคชาติไทย จะเอาไปทั้งทีมเช่นเดียวกับ จ.อุทัยธานี โยกมาที่ จ.สมุทรปราการ เขต 1 พลังประชาชนได้เฮ เขต 2 สลิลทิพย์ ชัยสดมภ์ จากชาติไทยกับ กรุง ศรีวิไล จากพลังประชาชน เอาไป เขต 3 ยังให้เครดิตพลังประชาชนยก โดยมี เรวดี รัศมิทัต จากชาติไทยไล่มาไม่ห่าง

ส่วน จ.สมุทรสาคร พลังประชาชนเสีย 1 ที่นั่งจาก อุไร ไกรวัตนุสสรณ์ ให้กับ น.ต.สุธรรม ระหงษ์ ของประชาธิปัตย์ สำหรับ จ.สระแก้ว เป็นทีของพรรคประชาราชกวาดไปเลย สำหรับ จ.อ่างทอง สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล จากชาติไทยเอาไป 1 เพ็ญชิสา หงษ์อุปถัมภ์ไชย จากพลังประชาชนเอาไปอีก 1

สนาม กทม. วัดกระแสใครจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และเป็นการพิสูจน์ศักดิ์ศรีระหว่าง พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคพลังประชาชน เขต 1 เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์น่าจะยกทีมอยู่แล้ว มาดูที่เขต 3 พลังประชาชนน่าจะยกแต่จุดอ่อนก็ยังอยู่ที่ เฉลิมชัย มหากิจศิริ โดยมี พีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค จากประชาธิปัตย์ ที่หวังจะเป็นตัวแทรก

เขต 4 เจ้าถิ่น เฉลิมชัย จีนะวิจารณะ และ ศุภมาศ อิศรภักดี จากพลังประชาชน ผ่านด่านไปรอหน้าสภา ทิ้งให้ กวี ณ ลำปาง ไปเบียดบี้อยู่กับ บุญยอด สุขถิ่นไทย และ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี จากค่ายประชาธิปัตย์ เขต 5 อนุสรณ์ ปั้นทอง และ การุณ โหสกุล จากพลังประชาชน กลับมาทวงตำแหน่งได้สมใจ ส่วนอีกคน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ไปลุ้นเอากับ “น้องแบม” จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ ที่หัวหน้าพรรคการันตีนอนมาแน่

เขต 6 พลังประชาชนตั้งความหวังไว้ที่ นลินี ทวีสิน กับ ภักดีหาญส์ หิมะทองคำ ที่เหลือต้องลุ้นกันเอาเองระหว่าง ไพโรจน์ อิสระเสรีพงศ์ พลังประชาชน ทิวา เงินยวง จากประชาธิปัตย์ และ ฐิตินันท์ เกียรติไพบูลย์ จากเพื่อแผ่นดิน

เขต 7 พลังประชาชนมีปัญหาตรง ดนุพร ปุณณกันต์ ต้องเหนื่อยหน่อย เพราะมีทีมประชาธิปัตย์คอย เจาะยาง เขต 8 วัฒนา เซ่งไพเราะ กับ ศุภรัตน์ นาคบุญนำ จากพลังประชาชน หมดปัญหา ส่วน พล.ต.ท. วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ ต้องไปลุ้นกับ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช จากประชาธิปัตย์ เขต 9 พลังประชาชนตั้งความหวังไว้ที่ สุวัฒน์ ม่วงศิริ ส่วน เอนก หุงตังคบดี กับ ศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ ยังประมาทไม่ได้ เพราะอาจจะถูกเจาะยางจากพรรคประชาธิปัตย์เช่นกัน

เขต 10 สุวัฒน์ วรรณศิริกุล และ สากล ม่วงศิริ จากพลังประชาชน เป็นตัวยืน อีกคน จารุวงศ์ เรืองสุวรรณ ต้องไปชนกับ ประชาธิปัตย์เช่นกัน

เขต 11 สุธา ชันแสง ควงแขนกับ มานะ คงวุฒิปัญญา ค่ายพลังประชาชน ค่อนข้างจะมั่นใจ อีกคน แสวง ฤกษ์จรัล ต้องเร่งสปีดหนีคู่แข่งจากประชาธิปัตย์ สุดท้ายเขต 12 พลังประชาชน น่าจะได้ 2 เก้าอี้จาก ปิติพงศ์ เต็มเจริญ และอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ส่วนอีกเก้าอี้ต้องยกให้ องอาจ คล้ามไพบูลย์ จากประชาธิปัตย์.

จาก http://www.thairath.co.th/#

มาตรฐานที่เชื่อมั่นได้

เหลืออีกอึดใจเดียวก็จะถึงนาทีสำคัญที่จะได้ไปหย่อนบัตรลงคะแนน เวลาแค่ 24 ชั่วโมง คงไม่มีเหตุเหนือความคาดหมาย

ถึงขั้นทำให้ต้องล้มเลือกตั้ง

ฉะนั้น ก็ชั่งใจให้ดี เตรียมไปใช้สิทธิ 1 เสียงอันมีค่า วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม ร่วมกันกำหนดชะตาประเทศไทย

เลือกใคร เชียร์พรรคไหน

ไม่สำคัญเท่ากับการแสดงพลังร่วมกันนำบรรยากาศประชาธิปไตยกลับคืนมา

อย่าลืมว่า เกือบ 2 ปีแล้วที่เราสูญเสียโอกาสดีๆไป

และแม้จะเป็นอะไรที่ไม่สบอารมณ์กองเชียร์ กับคิวที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมายอมรับตามตรง โดยเงื่อนไขทางกฎหมาย เวลาที่เหลืออยู่ไม่สามารถควักใบเหลือง ใบแดงแจกก่อนเลือกตั้งได้

จำใจต้องปล่อยผีออกจากป่าช้า

แต่ล่าสุด นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แพลมไต๋ข่าวดีล่วงหน้า มั่นใจภายหลังการเลือกตั้ง

กกต.จะแจกใบแดงได้ถึง 10 สำนวน

เปิดบิ๊กลอตรอล่วงหน้า

แน่นอน โฟกัสทุกสายตาต้องจับจ้องไปที่พรรคพลังประชาชนเป็นอันดับแรก ในฐานะผู้ต้องสงสัยที่ถูกตามเกาะติดทุกฝีก้าว

ล็อกเป้ากันไว้เลย

ทั้งคิวจ่ายเงินจ้างขนคนไปฟังการปราศรัยที่โคราช รายการแจกซีดีอดีตผู้นำพูดฝากฝังผู้สมัครของพรรคให้อยู่ในอ้อมอกอ้อมใจ

เจอสัญญาณแบบนี้ เสียวสันหลังวาบไปตามๆกัน

แต่จะเหมาเอาค่ายพลังประชาชนทั้งหมดก็ไม่ได้

โดยเฉพาะกรณีตำรวจจับเงินสดๆกว่า 1,300,000 บาท พร้อมบัญชีรายชื่อประชาชนที่จังหวัดเพชรบูรณ์ พฤติกรรมเข้าข่ายเตรียมการซื้อเสียง ประธาน กกต.ฟันธงเลยว่า พบความผิดค่อนข้างชัดเจนแล้ว

และเป็นอะไรที่อยู่เหนือความคาดหมาย

เห็นข่าวทีแรกคนยังไม่ค่อยเชื่อว่า คิวนี้เป็นของผู้ สมัครพรรคการเมืองเก่าแก่

ค่ายที่ชอบชี้หน้าด่าคนอื่นว่าซื้อเสียงนั่นแหละ

งานนี้โดนเองจังๆเลย

และนี่ก็ถือเป็นการยืนยันได้อย่างดีว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและ กกต.ไม่ได้เลือกปฏิบัติกับพรรคการเมืองนอมินีขั้วอำนาจเก่า

ล็อกเป้าเป็นการเฉพาะเจาะจง

อย่างที่ค่ายพลังประชาชนส่งเสียงโวยวายดักคอ ใช้เป็นทีเด็ดในการเรียกคะแนนสงสารได้เป็นกอบเป็นกำ

เอาเป็นว่า ถ้าโฉ่งฉ่างล่อเป้าให้จับได้ โดนเหมือนกันหมด

ในเบื้องต้นจึงมั่นใจได้ระดับหนึ่ง

โดยมาตรฐานการปฏิบัติของ กกต.ชุดนี้ ที่ 4 ใน 5 เสือล้วนดีกรีอดีตผู้พิพากษา บวกกับอีก 1 อดีตอัยการ

มาตรฐานยุติธรรมแน่นเปรี๊ยะ

ประกอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภายใต้การกำกับเกมในระดับเข้มของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเคยฝากผลงานการจับซื้อเสียงเลือกตั้งที่จังหวัดบุรีรัมย์ ถึงขั้นที่สุดท้ายแล้วศาลตัดสินจำคุกผู้กระทำผิด

จนเป็นตำนานสะท้านวงการเลือกตั้ง “ยี้ห้อยร้อยยี่สิบ”

“กกต.ท่านเปา” แท็กทีม “มือปราบตงฉิน”

งานนี้ไม่เข้าใครออกใคร

เอาเป็นว่า ถ้าโดนล็อกเป้าจับได้ โวยไม่ออกก็แล้วกัน

มีลุ้นถึงขั้นติดคุก

แต่หากหลุดลอดสายตาไปได้ก็ต้องยกให้ว่า เซียน.


ทีมข่าวการเมือง รายงาน

จาก http://www.thairath.co.th/#

ส.นักข่าววิทยุฯ ขอคำชี้แจง ย้ายฟ้าผ่าทีไอทีวี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 ธ.ค.) สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ออกแถลงการณ์เรียกร้องความชัดเจน กรณีโยกย้ายตำแหน่งฝ่ายข่าวสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ความว่า จากการที่อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ลงนามคำสั่งด่วนแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวในตำแหน่งสำคัญของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี โดยให้เหตุผลว่า เพื่อรองรับช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นโทรทัศน์สาธารณะตามกฎหมาย ที่เป็นการดำเนินงานล่วงหน้าก่อนวันเลือกตั้งทั่วไปเพียง 1 วัน ทำให้ถูกเชื่อมโยงกับประเด็นทางการเมืองและการทำหน้าที่รายงานข่าวสถานการณ์เลือกตั้งของทีไอทีวี

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ที่เป็นองค์กรวิชาชีพด้านวิทยุโทรทัศน์เห็นว่า คำสั่งแต่งตั้งดังกล่าว แม้จะเป็นการใช้อำนาจทางการบริหารของกรมประชาสัมพันธ์ในฐานะผู้องค์กรกำกับดูแลทีไอทีวี แต่กิจการสื่อสารมวลชนมีหลักการทางวิชาชีพเป็นเครื่องคุ้มครองเพื่อความเป็นอิสระในการทำงาน โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ที่กำลังจะกลายเป็นโทรทัศน์สาธารณะแห่งแรกของไทยที่คนไทยมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของ มิใช่ธุรกิจของบริษัท หรือ หน่วยงานรัฐบาลอีกต่อไป การกำหนดทิศทางบริหารงาน หรือ การวางกรอบนโยบายของสถานี ควรต้องเป็นไปด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง อีกทั้งควรแก้ ปัญหาโดยเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม เนื่องจากขณะนี้ ขั้นตอนสรรหาคณะกรรมการนโยบายและผู้อำนวยการสถานีชั่วคราวยังไม่แล้วเสร็จ ดังนั้น กรมประชาสัมพันธ์ ต้องมีคำอธิบายชัดเจนต่อสาธารณะและชี้แจงเหตุผลที่แท้จริงในการโยกย้ายและปรับเปลี่ยนตำแหน่งอย่างกะทันหันครั้งนี้

สำหรับการปฏิบัติงานในฐานะสื่อมวลชนโดยเฉพาะช่วงโค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง จากผลการศึกษาทางวิชาการเรื่อง สื่อมวลชนกับบทบทในการนำเสนอเนื้อหาการเลือกตั้ง ในฟรีทีวี 6 ช่อง ระหว่างวันที่ 21-28 พ.ย. 2550 โดยกลุ่มมีเดีย มอนิเตอร์ ที่ระบุว่า แม้ทีไอทีวีจะเป็นสถานีที่ให้พื้นที่เนื้อหาการเลือกตั้งมากที่สุด แต่ก็มีข้อสังเกตว่า วิธีนำเสนอเนื้อหาและการคัดเลือกข้อเท็จจริงมานำเสนอยังไม่รอบด้านเพียงพอ การใช้ภาษาในลักษณะเหน็บแนมแหล่งข่าว และมีการรายงานในลักษณะปกป้องและแก้ตัวให้นักการเมืองอย่างชัดเจนจนอาจเข้าข่ายมีอคติในการรายงานข่าวได้ แม้สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีจะมั่นใจในความเป็นกลางในการทำหน้าที่สื่อสารมวลชนที่ผ่านมา แต่สมาคมฯ เห็นว่า ข้อสังเกตดังกล่าว ไม่ควรถูกละเลย หรือ มองข้ามไป หากทีไอทีวีจะเปิดใจกว้างและรับฟังข้อมูลเพื่อนำไปประกอบการรายงานข่าวให้เป็นกลาง สมดุลและเปิดโอกาสให้กับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม เป็นธรรม ก็จะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรและประโยชน์ก็จะตกเป็นของประชาชนผู้รับข่าวสารอย่างแท้จริง

วันเดียวกัน นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (หนูแก้ว) รองผู้อำนวยการสถานี (ด้านข่าวและรายการ) และรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายข่าวคนใหม่ สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี กล่าวภายหลังเรียกผู้บริหารและพนักงานที่ถูกโยกย้าย 13 ตำแหน่ง เข้าร่วมประชุมว่า ได้นำแผนงานกับโครงสร้างใหม่ของทีไอทีวีมาหารือนายอัชฌา สุวรรณปากแพรก อดีตผู้อำนวยการฝ่ายข่าวและบรรณาธิการข่าวทั้ง 12 คน ที่แผนงานใหม่เป็นการทำงานภายใต้พันธกิจที่ได้รับมอบหมายจากนายปราโมช รัฐวินิจ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ คือ การเป็นสถานีโทรทัศน์รับเรื่องร้องเรียนและร้องทุกข์ รายงานข่าวสถานการณ์ประจำวัน การคุ้มครองประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและถูกเอาเปรียบ การตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันทั้งในรัฐบาล องค์กรมหาชน รัฐวิสาหกิจ เปิดพื้นที่ข่าวสารและการมีส่วนร่วมของกลุ่มต่างๆ รวมทั้งภาคประชาชน การส่งเสริมและสร้างสรรค์การทำความดี เพื่อเป็นต้นแบบแผนงานในการหารือร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า แผนงานนี้ไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้ายและในวันที่ 27 ธ.ค.นี้ จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอีกครั้ง โดยนายอัชฌา จะเป็นผู้นำแผนงานเหล่านี้ไปทำความเข้าใจกับพนักงานทีไอทีวี สำหรับผู้เช่าเวลา จะจัดหลักการให้ดำเนินการได้ต่อไป ส่วนรายละเอียดทางกรมประชาสัมพันธ์จะเป็นผู้แจ้งรายละเอียดต่อไป

รองผู้อำนวยการสถานีและรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี กล่าวถึงกรณีที่พนักงานทีไอทีวียื่นหนังสือเปิดผนึกคัดค้านคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายว่า ต้องทำความเข้าใจกัน โดยจะต้องทำตามกฎหมาย หากพนักงานไม่ต้อนรับ คุยกันไม่เข้าใจ ก็พร้อมที่จะไป แต่เบื้องต้นต้องคุยกันก่อน อย่างไรก็ตาม การรักษาการตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายข่าวนั้น เป็นการเข้ามาชั่วคราว ต้องการผลักดันให้เป็นโทรทัศน์สาธารณะ

ด้านนายอัชฌา กล่าวว่า ยังรู้สึกงงกับคำสั่งโยกย้าย แต่พร้อมทำความเข้าใจกับผู้บริหารใหม่ ส่วนแผนงานทิศทางที่หารือกันวันนี้ จะนำไปพูดคุยกับพนักงานทีไอทีวี ตนยืนยันว่า ณ วันนี้ ยังไม่มีการปรับผังรายการ หรือ รูปแบบรายการ ยังยึดแผนงานเดิม รวมทั้งการรายงานข่าวเลือกตั้ง ส.ส. ในวันที่ 23 ธ.ค.นี้ ก็ยังเป็นแผนงานเดิมที่วางไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนแนวคิดที่พนักงานทั้ง 13 คน จะฟ้องศาลปกครองขอความเป็นธรรมนั้น ตนยอมรับว่า มีความคิดจริง เพราะหลายคนยังไม่เข้าใจที่ถูกโยกย้าย อย่างไรตาม พนักงานทั้ง 13 คน จะปรึกษากันก่อนว่าจะทำอย่างไร

จาก http://www.thairath.co.th/#

กกต.พร้อมจัดลต.พรุ่งนี้รับห่วงคืนหมาหอน

กกต.แถลงมีความพร้อมแล้วจัดเลือกตั้งพรุ่งนี้ กำชับ กกต.จังหวัดทั่วประเทศจับตาคืนหมาหอนอย่างใกล้ชิด

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. กล่าวว่า กกต.มีความพร้อมจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 100% ในหน่วยเลือกตั้งทั้ง 88,500 หน่วย พร้อมส่งหีบบัตรเลือกตั้งวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้งครบทั้ง 157 เขตแล้ว อาทิ บัตรเลือกตั้ง 109 ล้านฉบับ รวมถึงกระจายบัตรทาบ สำหรับผู้พิการให้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ยังจัดเจ้าหน้าที่ดำเนินการดังกล่าว อาทิ ชุดป้องปราม สืบสวนสอบสวน เพื่อป้องกันความปลอดภัย และการทุจริตการเลือกตั้ง ทั้งนี้ ยังมีผู้ร่วมสังเกตุการณ์จาก 10 ประเทศ 91 คนเข้าร่วมด้วย อาทิ รัสเซีย สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย สำหรับกรณีที่หลายฝ่ายกังวลความปลอดภัยในพื้นที่ภาคใต้ ได้ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทหาร ฝ่ายปกครอง ศอ.บต. กอ.รมน.
ดูแลความสงบเรียบร้อย พร้อมเพิ่มเจ้าหน้าที่ 3 เท่า จัดชุดเคลื่อนที่เร็วหาข่าวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังได้เตรียมการป้องกันการทุจริตในคืนนี้ โดยสั่งการประธานกรรมการการเลือกตั้งทุกจังหวัดและประสานตำรวจ ฝ่ายปกครอง เพื่อป้องปราม สืบสวนหาข่าว และจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม กกต. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกาศผลอย่างไม่เป็นทางการผ่านทางเว็บไซด์ www.ect.go.th และ www.election.police.go.th ในเวลา 24.00 น.ของวันที่ 23 ธันวาคม 2550 และจะประกาศอย่างเป็นทางการช่วงบ่ายของวันที่ 24 ธันวาคม 2550


'ประชัย'ปูดปลัดกลาโหม สั่งทหารเลือก'ประชาธิปัตย์'

21 ธันวาคม พ.ศ. 2550 18:07:00

หัวหน้าพรรคมัชฌิมาฯ ปูดได้ข่าวจากคนใกล้ชิด ระบุ"พล.อ.วินัย" สั่งให้ทหารเลือกส.ส.แบบสัดส่วน เบอร์ 4 พรรคประชาธิปัตย์ ชี้ทำไม่ถูกต้อง ควรให้ทหารตัดสินใจเอง

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย กล่าวว่า เสียงตอบรับก็ดี พลังเงียบส่วนมากก็จะเลือกเราเยอะ แต่เพิ่งได้รับข่าวไม่ค่อยดีจาก หมอประจวบ อึ๊งภากรณ์ ว่ามีคำสั่งจาก พล.อ.วินัย ภัทธิยกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม ให้เลือกส.ส.แบบสัดส่วน เบอร์ 4 ซึ่งไม่น่าทำ ควรให้ทหารตัดสินด้วยตัวเอง

นายประชัย กล่าวอีกว่า การแก้ปัญหาอันดับแรกของพรรค คือเรื่องปากท้อง เรียนฟรี รักษาฟรี บัตรเครดิต จะกระตุ้นเศรษฐกิจทันที เร่งประมูลเมกกะโปรเจค ส่วนนโยบายความสมานฉันท์ จะทำแบบเดินสายกลาง ให้มีการประสานกันหมด คิดว่าสามารถทำได้

"ส่วนปัญหาในพรรคนั้นเท่ากับเป็นการทดสอบว่า ผมจะสามารถสร้างความสมานฉันท์ได้หรือไม่ และเป็นการทดสอบแรงกดดันของผมด้วย แต่อาจจะมีพวก กเฬวรากบางคนเท่านั้น แต่ก็สามารถประสานได้" นายประชัย กล่าว


จาก http://www.bangkokbiznews.com/