WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, December 24, 2007

เส้นทางผู้นำ

หลังเลือกตั้งก็ต้องดูผลคะแนนของแต่ละพรรคว่าจะได้ กันเท่าใด จากนั้นก็คงจะต้องจับมือ-จับขั้วเพื่อตั้งรัฐบาลพรรคไหน สามารถรวบรวมเสียงได้มากก็ตั้งรัฐบาลได้ พร้อมกับเก้าอี้นายกฯ

แต่หากจัดไม่ได้พรรคอันดับ 2 หรือพรรคถัดไปก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ อันนี้ไม่ใช่หลักเกณฑ์ตายตัวหรือรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ แต่ เป็นธรรมชาติที่พรรคการเมืองที่ 1 ควรจะได้สิทธิในการจัดรัฐบาลก่อน

เว้นแต่จัดไม่ได้ก็เป็นเรื่องของพรรคการเมืองที่ได้คะแนนถัดไป หรือพรรคขนาดกลางหรือขนาดเล็กรวมตัวกันได้และมีเสียงเพียงพอก็ตั้งรัฐบาลได้

เหนืออื่นใดการเลือกตั้งครั้งนี้ทำท่าว่าจะไม่เป็นไปอย่างที่เคยปฏิบัติมา นั่นคือแม้พรรคที่ 1 ได้เสียงข้างมากแต่ชนะไม่เด็ดขาด แต่พรรคที่ 2 ก็พร้อมจะจัดรัฐบาลแข่งหรือแม้แต่พรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก

ก็พร้อมจะจับมือกันตั้งรัฐบาลแข่งได้เช่นกัน จริงๆแล้วไม่ผิดกติกาแต่เสียมารยาทและข้อสำคัญก็คือจะรวบเสียงได้หรือไม่เท่านั้น

อย่างไรก็ดี การเลือกตั้งครั้งนี้คงต้องดูด้วยว่าหลังเลือกตั้งจะมี ใบเหลือง-ใบแดงมากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะเป็นผลให้การจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าได้ หากมีการแจกใบแดงจำนวนมากต้องเลือกตั้งใหม่ แต่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าภายใน 30 วัน นับแต่วันเลือกตั้งให้มีการประชุมสภาเป็นครั้งแรก

พูดง่ายๆต้องไม่เกินวันที่ 22 ม.ค. 51 หาก ส.ส.มีไม่ครบ 480 คน แต่จะต้องมีไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของ ส.ส.ทั้งหมดคือ 456 คนก็เปิดสภาได้ แต่ต้องดำเนินการให้ครบใน 180 วัน

ขั้นตอนต่อไปคงเป็นเรื่องของตำแหน่งสำคัญคือนายกฯ ทั้งนี้สภาผู้แทนฯจะพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ที่สมควรจะดำรงตำแหน่งนายกฯให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ที่การประชุมรัฐสภาครั้งแรก

การเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกฯต้องมี ส.ส.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวน ส.ส.เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนฯรับรอง

ต้องมี ส.ส.รับรองไม่น้อยกว่า 96 คน

มติเห็นชอบให้บุคคลใดเป็นนายกฯ ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของ ส.ส.ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนฯ

นอกจากนี้มาตรา 126 (5) ยังระบุด้วยว่าการออกเสียงลงคะแนนเลือก หรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งใดให้กระทำเป็นความลับ เว้นแต่จะมีการบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น และสมาชิกย่อมมีอิสระและไม่ผูกพันโดยมติของพรรคการเมืองหรืออาณัติอื่นใด

เรียกว่าใครจะเลือกใครเป็นนายกฯ ก็ได้ตามใจชอบ ไม่ต้องสนมติพรรค ไม่ต้องสนหัวหน้าพรรคตัวเอง ซึ่งมาตรานี้มันพิลึกเพราะแต่ละพรรคก็ควรจะเลือกตามมติพรรคซึ่งจริงๆแล้วก็จะเป็นอย่างนั้น

แต่มากำหนดแบบนี้มันยิ่งเป็นปัญหา มันยิ่งทำให้การเมืองสกปรกมากเข้าไปกว่าการที่พรรคจะบังคับให้เลือกนายกฯ จากคนของพรรคหรือมติของพรรค

อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้นายกฯ ภายใน 30 วัน จะทำอย่างไร ก็ให้ประธานสภาผู้แทนฯนำความขึ้นกราบบังคมทูลภายใน 15 วันนับแต่วันที่พ้นกำหนด เพื่อทรงมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งบุคคลซึ่งได้รับคะแนนโหวตสูงสุดเป็นนายกฯ

มีห้วงเวลาจาก 22 ม.ค.-6 ก.พ. 51 ที่จะดำเนินการให้เสร็จ

ประเด็นเลือกนายกฯ นั้นรัฐธรรมนูญใหม่กำหนดไว้ 2 เงื่อนไข คือลงคะแนนลับและไม่ต้องใช้มติพรรค ผู้ร่างฯ คงคิดว่านี่จะป้องกันพรรคและผู้บริหารพรรค จะใช้มติบีบลูกพรรคเพื่อต้องการให้เกิดความอิสระ

แต่ความจริงแล้วมันคือช่องทาง “หาเงิน” มากกว่า.

"สายล่อฟ้า"

คอลัมน์ กล้าได้กล้าเสีย

จาก http://www.thairath.co.th/column.html

'ชาติไทย'จับขั้ว'เพื่อแผ่นดิน' บรรหารอ้างแก้ปัญหาชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น.ที่ผ่านมา (23 ธ.ค.) นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย และนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน พร้อมด้วยแกนนำของทั้ง 1 พรรค อาทิ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก นัดเจรจากันที่บ้านพักของนายวัฒนา อัศวเหม ประธานพรรคเพื่อแผ่นดิน ใช้เวลาหารือกันประมาณ 1 ชั่วโมง

นายบรรหาร แถลงภายหลังการหารือว่า การนัดหารือกันครั้งนี้ ได้ข้อสรุปว่าทั้งพรรคชาติไทย และพรรคเพื่อแผ่นดิน ตกลงจะทำงานการเมืองร่วมกัน แก้ปัญหาให้บ้านเมือง อย่างไรก็ตาม นายบรรหาร ยังไม่ให้คำตอบว่าจะร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน หรือ พรรคประชาธิปัตย์

"เวลานี้ บ้านเมืองกำลังมีปัญหาในเรื่องของความสมัครสมาน สามัคคี ทางผมและคุณสุวิทย์ ก็จะเข้ามาแก้ปัญหาตรงส่วนนี้" หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงครั้งนี้ นายบรรหาร ปฏิเสธกรณีนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระบุว่า นายบรรหารเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ โดยกล่าวว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง

นายบรรหาร กล่าวด้วยว่า การนัดหารือระหว่างพรรคชาติไทย และพรรคเพื่อแผ่นดินครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณการจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคพลังประชาชน หรือ พรรคประชาธิปัตย์

"การจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับ 2 พรรค คงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ผมเคยมีประสบการณ์ในการจัดตั้งรัฐบาลมา 5 ครั้งแล้ว มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรวบรวมจำนวน ส.ส.ให้ได้มากมายถึงนาดนั้น" หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าว

จาก http://www.thairath.co.th/#

คอมพ์เจ๊ง!ทำการประมวลผลเลือกตั้งกทม.ล่าช้า

กทม. เร่งประมวลผลเลือกตั้งตลอดทั้งคืน หลัง ระบบคอมพิวเตอร์คีย์ข้อมูลไม่ได้ ทำให้เกิดความล่าช้า

เจ้าหน้าที่ภายในศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ก็ยังคงมีการประมวลผล คะแนนเลือกตั้ง ส.ส.ตลอดทั้งคืนแม้จะมีการประมวลผลคะแนนการเลือกตั้งในเขตจังหวัด ที่ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์แล้วเสร็จ เนื่องจากยังไม่ได้ลงคะแนน ในการเลือกตั้งล่วงหน้า การเลือกตั้งนอกเขตจังหวัด ในวันที่ 15 และ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมาเข้าไปด้วย ทั้งนี้เป็นผลมาจากระบบคอมพิวเตอร์ ที่ทำให้เขตแม่ หรือ เขตเลือกตั้ง ทั้ง 12 เขต ไม่สามารถคีย์ข้อมูลผลคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์เข้ามายังศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครได้ ทำให้เกิดความล่าช้า ขณะที่ผลคะแนนเลือกตั้งแบบสัดส่วน กลุ่ม 6 ยังต้องรอลงคะแนนจาก จ.นนทบุรี และสมุทรปราการ ด้วย คาดว่าจะสามารถทยอยส่งคะแนนเข้ามาได้ทั้งหมดในช่วงเช้า ทั้งนี้ กกต. กทม. ได้สรุปผลการเลือกตั้งแบบสัดส่วน เฉพาะในเขตจังหวัด พรรค ปชป.ได้อันดับ 1 52.6% พปช.ได้ 41.04% และชาติไทย 1.49 % ส่วนผลการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต เฉพาะในเขตจังหวัดปชป.ได้ 27 ที่นั่ง ยกทีม 7 เขต ส่วน พปช.ได้ 9 ที่นั่ง ยกทีมในเขตเลือกตั้งที่ 5 เพียงเขตเดียว

'บรรหาร'แถลงรับร่วมมือ'สุวิทย์'ทำการเมือง

รถยนต์หรูแล่นเข้าไปในบ้านพักประธานพรรคเพื่อแผ่นดิน "วัฒนา อัศวเหม" โดยไม่ยอมเปิดเผยโฉมหน้า ล่าสุด หัวหน้าพรรคชาติ แถลงข่าวยอมรับ จับมือ สุวิทย์ ร่วมมือทางการเมือง



ความเคลื่อนไหวล่าสุด พรรคเพื่อแผ่นดิน ภายหลังผู้สื่อข่าวเกาะติดความคืบหน้าบ้านพักของ นายวัฒนา อัศวเหม ประธานพรรค ร่วม 2 ชั่วโมง ล่าสุด มีรถยนต์ยี่ห้อ โตโยต้า แกรนด์เวีย สีบรอนซ์เงิน เลขทะเบียน ภม 8424 เข้ามาพร้อมกับรถ BMW สีดำ เลขทะเบียน 9559 ก่อนที่รถตู้สีขาว โตโยต้า คอมมูเตอร์ เลขทะเบียน ฮข 4196 และรถตู้สีขาว โตโยต้า เวนจูรี่ เลขทะเบียน ฮง 6682 เข้ามาพร้อมกัน และล่าสุด เป็นรถยนต์ มาสด้า 3 สีน้ำเงินเลขทะเบียน จอ 7272 ซึ่งทั้งหมดที่โดยสารมากับรถดังกล่าว ไม่มีใครยอมเปิดเผยตัวกับผู้สื่อข่าว

ด้าน นายสันติ สาธิตพงษ์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อแผ่นดิน เปิดเผยว่า ในบ้านพักของนายวัฒนา อัศวเหม มีนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน นายวัฒนา พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก และนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย หารือกันอยู่ และเตรียมแถลงข่าวต่อไป

ล่าสุด นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย พร้อมด้วย นายวัฒนา อัศวเหม ประธานพรรคเพื่อเแผ่นดินแถลงข่าวถึงจุดยืนร่วมกัน ว่าทั้ง 2 พรรคจะอยู่ในจุดเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล หรือ ฝ่ายค้าน ก็จะเป็นร่วมกัน โดยยืนยันไม่ได้รวมตัวเพื่อต่อรอง หรือ ตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคพลังประชาชน เพราะมีความตั้งใจจะรวมตัวกัน ตั้งแต่ก่อนมีการเลือกตั้ง แต่ติดขัดเรื่องเงื่อนไขบางอย่าง นอกจากนี้ยังยืนยัน ยังไม่มีการคุยกับพรรคที่ 3 แต่อนาคตยังไม่แน่นอน

ขณะที่ทางด้าน นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินนั้น ได้เดินทางออกไปก่อนหน้านี้ และไม่ได้เข้าร่วมในการแถลงข่าว


สมัครชูสูตรสมานฉันท์ ย้ำคือชัยชนะประชาชน


เมื่อเวลาประมาณ 20.45 น. ที่ผ่านมา (23 ธ.ค.) นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ได้แถลงข่าวที่ทำการพรรค ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ว่า ณ เวลานี้พรรคพลังประชาชนได้ ส.ส.แล้ว ประมาณ 229-230 เสียง ขาดอีก 10 คะแนนจะถึงครึ่ง เห็นได้ชัดว่าเมื่อเทียบเคียงกันในการรณรงค์ระหว่างพรรคการเมืองด้วยกัน พลังประชาชนได้คะแนนนิยมสูงสุดมากจนเกือบจะถึงครึ่ง เรื่องอย่างนี้ คนที่ได้คะแนนมากที่สุดก็เป็นคนจัดตั้งรัฐบาลต่อไปนี้ อย่างไรก็ตาม ตนจะประกาศเชิญชวนพรรคการเมืองทุกพรรคที่สามารถเข้าร่วมกับเราได้เชิญมาเข้าร่วมทำงานการเมืองด้วยกัน เพื่อให้สภาพบ้านเมืองเดินหน้าต่อไป

"ผลการเลือกตั้งนี้ เสียงส่วนใหญ่ได้เลือกพรรคพลังประชาชนให้เป็นหลักเพื่อจะให้พรรคที่มีส่วนประกอบด้วยกันมาร่วมกันทำงานให้บ้านเมือง รวมกันได้ประมาณให้ใกล้ 300 ก็จะสามารถตั้งรัฐบาลดำเนินการบริหารกิจการบ้านเมืองได้ ก็ขอเรียนไว้ว่า พรรคพลังประชาชนประกาศเชิญชวนพรรคการเมืองทุกพรรคที่คิดว่า จะร่วมงานกับเราได้มาร่วมงานการเมือง" หัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าว

นายสมัคร กล่าวด้วยว่า ถ้าจัดตั้งรัฐบาลตนจะเป็นนายกรัฐมนตรีแน่นอน และทำไมจะเป็นไม่ได้ เพราะพรรคพลังประชาชนได้รับเลือกตั้งมากที่สุด

นายสมัคร ยังตอบข้อซักถามสื่อมวลชนต่างประเทศ โดยย้ำว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าเป็นชัยชนะของประชาชนอย่างแท้จริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน เดินทางมายังที่ทำการพรรคในช่วงค่ำวันนี้ (23 ธ.ค.) พร้อมกับเปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทราบผลคะแนนการเลือกตั้งในเบื้องต้นแล้ว และจะเดินทางกลับมาประเทศไทยในช่วงเดือน ก.พ.ปีหน้าแน่นอน และจะมีแถลงการณ์ออกมาอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (24 ธ.ค.)

นายนพดล กล่าวต่อว่า สำหรับการจัดตั้งรัฐบาลนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ได้มอบหมายให้เป็นหน้าที่ของนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคฯ

"การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการปรองดอง เมื่อปรองดองเสร็จ บ้านเมืองมีความมั่นคงก็แก้ไขปัญหาได้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่จริงไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชาชน แต่ท่านก็เอาใจช่วย ส่วนจะจัดตั้งได้หรือไม่ จัดตั้งกับใคร ให้รอฟังจากนายสมัคร" รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชนกล่าว


จาก http://www.thairath.co.th/#

Sunday, December 23, 2007

หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน สอบตก พ่ายให้กับ พปช.

ผลการนับคะแนน จ.ขอนแก่น สุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน สอบตก พ่ายให้กับผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชาชน อย่างยับเยิน

รายงานสรุปผลการนับคะแนนจากทั้ง 2,238 หน่วยเลือกตั้ง ทั้ง 4 เขตเลือกตั้ง ของจังหวัดขอนแก่น หลังการนับคะแนนเสร็จสิ้นแล้ว โดยผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ พรรคพลังประชาชน สามารถเอาชนะได้ทั้ง 4 เขตเลือกตั้ง ได้ ส.ส. 11 คน เริ่มจากเขตที่ 1 นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ 57,032 คะแนน นายจักริน พัฒนดำรงจิตร 52,184 คะแนน และนายภูมิ สาระผล 51,808 คะแนน ทิ้ง นายอุดมศักดิ์ มาสีพิทักษ์ จากพรรคเพื่อแผ่นดิน 43,391 คะแนน เขตเลือกตั้งที่ 2 ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช 113,550 คะแนน นางดวงแข อรรณนพพร 14,904 คะแนน และนายเรืองเดช สุวรรณฝ่าย 102,691 คะแนน ทิ้งห่างนายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ จากพรรคชาติไทย โดยที่ นายสุวิทย์ คุณกิตติ นั้น สอบตก

‘อภิสิทธิ์'ประกาศชัดปชป.ไม่ร่วมพปช.ตั้งรัฐบาล


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ประเมินผลเลือกตั้งเบื้องต้นได้พรรคจะได้ ส.ส.ราว 160 เสียง พร้อมยืนยันไม่ขอเข้าร่วมรัฐบาลตามคำเชิญของพรรคพลังประชาชน(พปช.)ตามที่เคยกล่าวไว้ก่อนการเลือกตั้ง แต่หาก พปช.ไม่สามารถดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลได้ ปชป.ก็พร้อมที่จะเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ซึ่งไม่ใช่การไปตั้งรัฐบาลแข่ง
"พรรคประชาธิปัตย์ได้ประกาศชัดเจนไปแล้วว่าจะไม่เข้าร่วมรัฐบาลก็ขอยืนยันไว้ตรงนี้อีกครั้ง" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
"ไม่มีคำว่าตั้งรัฐบาลแข่ง อันนั้นเป็นคำพูดของคนวิตกจริตไปเอง ในต่างประเทศหากพรรคการเมืองใดรวบรวมคะแนนเสียงได้มากกว่าก็จัดตั้งรัฐบาล แต่เราให้เกียรติผู้ที่ได้คะแนนอันดับหนึ่ง" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
หลังจากนี้ไปจึงเป็นภาระที่ พปช.จะเชิญชวนพรรคการเมืองอื่นๆ เข้าร่วมรัฐบาล ซึ่ง ปชป.เคารพในการตัดสินใจของหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรค เพราะเป็นเรื่องของชาติ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว
"คงไปกำหนดเวลาที่พรรคพลังประชาชนจะจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ตอนนี้ขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรคการเมืองอื่นว่าจะตัดสินใจอย่างไร" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พอใจกับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ที่ได้จำนวน ส.ส.สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของพรรค ขณะที่พรรคมีอดีต ส.ส.น้อยกว่าคู่แข่งแต่พยายามหาเสียงจนวันนี้อาจกล่าวได้ว่า ปชป.มีประชาชนสนับสนุนอย่างน้อย 10 ล้านเสียง

จาก hi-thaksin

‘สนั่น'ชี้โอกาสปชป.ตั้งรัฐบาลแข่งพปช.ริบหรี่


พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ ผู้สมัคร ส.ส.พิจิตร เขต 2 พรรคชาติไทย ให้สัมภาษณ์ระหว่างเดินทางกลับจาก จ.พิจิตร เข้ากรุงเทพมหานคร ถึงผลการเลือกตั้งว่า พรรคพลังประชาชนน่าจะมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล ว่า ยังไม่มีใครติดต่อให้เข้าร่วมรัฐบาล และยังไม่แน่นักที่พรรคพรรคชาติไทยจะเข้าร่วมรัฐบาล เพราะพรรคพลังประชาชนก็มีทางเลือกในการทาบทามพรรคอื่นๆ อีกหลายพรรค โดยตอนนี้พรรคชาติไทยและพรรคประชาธิปัตย์คือฝ่ายค้าน และหากพรรคพลังประชาชนจะเลือกพรรคชาติไทย คงต้องถามนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค
ในฐานะอดีตผู้จัดการรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคพลังประชาชนได้หรือไม่ พลตรีสนั่น กล่าวว่า ยาก หากทำได้จริงก็พลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน
ทั้งนี้หากแกนนำพรรคประชาธิปัตย์มาชวนให้ดำเนินการ และหากทำได้จริงจะเป็นอย่างไร พลตรีสนั่น กล่าวว่า ทำได้แล้วจะอยู่ได้ไหม รัฐบาลจะลำบาก แต่หาก กกต.แจกใบเหลือง-ใบแดง 20 ใบขึ้นไป มันก็อาจพลิกได้

จาก hi-thaksin

‘สมัคร'เชิญทุกพรรคร่วมรัฐบาล-พร้อมนั่งเก้าอี้นายกฯ-แขวะ‘เปรม'


วันนี้ (23 ธ.ค.) ที่พรรคพลังประชาชน เมื่อเวลาประมาณ 20.45 น.นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยแกนนำพรรค เช่น นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรค เป็นต้น ได้ร่วมกันแถลงถึงท่าทีของพรรคภายหลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ว่า พรรคพลังประชาชน ชนะการเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม นพ.สุรพงษ์ ได้เริ่มต้นแถลงเป็นคนแรก โดยกล่าวถึงผลการนับคะแนนว่าสอดคล้องกับผลสำรวจของพรรคที่ทำก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ได้ตั้งข้อสังเกตถึงผลการเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร ที่ผลออกมาไม่สอดคล้องกับการเลือกตั้งล่วงหน้าจากการสำรวจออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งจะต้องมีการสรุปเป็นข้อสังเกตต่อไป
จากนั้น นายสมัคร ได้แถลงว่า โดยเริ่มต้นขอบคุณประชาชนที่ลงคะแนนให้พรรคพลังประชาชน โดยล่าสุด (20.45 น.) พรรคพลังประชาชน ได้รับเลือก 229-230 คน ซึ่งถือว่าได้คะแนนนิยมเกือบถึงครึ่ง จึงมีความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาล
"ต่อไปนี้จะเชิญชวนทุกพรรคมาร่วมจัดตั้งรัฐบาล เพื่อเดินหน้าบริหารบ้านเมืองต่อไป เพราะประชาชนเลือกมาเป็นหลัก โดยจะรวบรวมเสียงให้ได้ประมาณ 300 เสียง เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้า ที่ผ่านมา เมื่อมีการปฏิวัติเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ปีกลาย เขารอมา 15 เดือน เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาก็เป็นการพิสูจน์ว่าคนคิดอย่างไร" นายสมัคร ระบุ
ถามว่า จะเป็นนายกฯหรือไม่ นายสมัคร ย้ำว่า ต้องเป็นนายกฯแน่นอน เวลานี้ได้ติดต่อพรรคการเมืองไปหมดแล้ว ถ้าได้เสียง 270-280 ก็เป็นรัฐบาลมีเสียงมั่นคงได้แล้ว
หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ยังขอบคุณคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จัดการเลือกตั้งได้ดีเยี่ยม และเชื่อว่าจะสามารถรับรองผลได้ไม่เกิน 30 วัน คาดว่า ไม่เกินวันที่ 6 เดือนหน้า
เมื่อถามถึงความขัดแย้งกับประธานองคมนตรี นายสมัคร กล่าวว่า ประธานองคมนตรีมาเกี่ยวอะไรกับนายก
"ประธานองคมนตรีต้องประชุมกับคณะรัฐมนตรีด้วยหรือ" หัวหน้าพรรคพลังประชาชนระบุและเปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯโทรศัพท์มาแสดงความยินดีแล้ว

จาก hi-thaksin

"พันธมิตร"ยกทฤษฎี 2 นครา "ชนบทตั้ง-ชนชั้นกลางโค่น"

"พันธมิตร"ยกทฤษฎี 2 นครา ชี้ ชนบทตั้ง-ชนชั้นกลางโค่น เตือน เดินหน้าฟอกผิด"ทักษิณ"เจอแรงต้านหนักกว่าเดิม

23 ธ.ค.50 -นายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงการประกาศพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีของนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ว่า คะแนนที่พรรคพลังประชาชนได้นั้นประเด็นหลักเชื่อว่ามาจากความผิดหวังของรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าประชาชนมอบให้พรรคพลังประชาชนไปทำอะไรได้ตามอำเภอใจ โดยเฉพาะการดึงคดีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาจากกระบวนการยุติธรรม หรือการยุบ คตส. เพราะนั่นคือประเด็นของความขัดแย้งหลักของสังคมไทยในช่วงก่อนวันที่ 19 กันยา 2549 ไม่เชื่อว่าพรรคพลังประชาชนจะกล้าทำ

สำหรับบุคลิกของนายสมัคร จะกลายเป็นชนวนของความขัดแย้งใหม่ในทางการเมืองหรือไม่นั้นนายพิภพ กล่าวว่า เราต้องให้โอกาสนายสมัคร ได้ทำงาน ซึ่งถึงแม้ว่าในประวัติศาสตร์นายสมัครจะเคยมีบุคลิกที่สร้างความขัดแย้ง แต่เชื่อว่านายสมัครจะปรับตัวได้เพราะนักการเมืองที่ไม่ปรับตัวตามกระแสสังคมในที่สุดจะอยู่ไม่ได้ และคนไทยนั้นเป็นคนที่ลืมอดีตง่ายหากปรับตัวได้ดีคนไทยอาจจะลืมสิ่งที่เคยทำมา

“พรรคพลังประชาชนไม่สามารถอ้างว่ามีเสียงมากแล้วจะฟอกผิดให้คุณทักษิณได้ ควรจะนำบทเรียนจากอดีตพรรคไทยรักไทยที่เคยอ้าง 19 ล้านเสียงแล้วทำไม่ถูกต้อง ไม่จ่ายภาษีหรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนสุดท้ายก็ถูกขับไล่”นายพิภพ กล่าว

นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.) กล่าวว่า แม้ว่าพรรคพลังประชาชน จะได้เสียงข้างมาก แต่อย่าลืมว่าเสียงส่วนใหญ่มาจากภาคอิสานและภาคเหนือขณะที่ภาคอื่นแทบจะไม่ได้เลย ดังนั้นการที่นายสมัครจะเหมารวมว่าคนทั้งประเทศสนับสนุนเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง หรือจะอ้างคะแนนเสียงแล้วใช้ท่าทียั่วยุ ท้าทาย ฝ่ายตรงข้าม ไม่ได้ ต้องคำนึงว่ารัฐบาลต้องเป็นรัฐบาลของทั้งประเทศไม่ใช่เป็นรัฐบาลของภาคใดภาคหนึ่ง

“คะแนนเสียงเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนให้เห็นการเมือง 2 ระบบระหว่างชนชั้นกลาง กับคนระดับล่าง เชื่อว่าหากพรรคพลังประชาชนได้เป็นรัฐบาลจะมีความเปราะบางมาก เพราะต้องบริหารประเทศท่ามกลางความไม่พอใจของชนชั้นกลางในเมือง เป็นไปตามทฤษฎีที่ว่าคนชนบทตั้งรัฐบาลส่วนคนในเมืองล้มรัฐบาล โดยเฉพาะหากพรรคพลังประชาชนเดินหน้าฟอกความผิดให้กับคนๆเดียว จะเกิดแรงต่อต้านจากชนชั้นกลางที่แรงกว่าเดิมอย่างแน่นอน และอาจจะเป็นเงื่อนไขของการรัฐประหารอีกครั้งก็ได้” เลขาฯครป. กล่าว


จาก http://www.komchadluek.net