WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, December 24, 2007

ใต้เท้าขอรับ - อภิชนไม่เกี่ยว ประชาชนจะตั้งรัฐบาล

โดย ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข

สิ่งที่ผู้รักประชาธิปไตยควรทำหลังทราบผลการเลือกตั้งซึ่งไม่มีพรรคการเมืองใดได้คะแนนถึงครึ่งก็คือ การติดตามและจับตาการแทรกแซงของพลังการเมืองนอกสภาเพื่อร่วมด้วยช่วยกันจัดตั้งรัฐบาลสานต่อภารกิจรัฐประหาร

เชื่อเถิดว่า หากไม่มีการแทรกแซง ด้วยเสียงที่มาเป็นอันดับหนึ่ง และได้เกือบครึ่งของสภาผู้แทนฯ อย่างไรเสียพรรคพลังประชาชนต้องได้จัดตั้งรัฐบาล เพราะดึงพรรคอื่นเข้าร่วมเพียงพรรคเดียวก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และดึงอีกสองพรรคเพื่อให้การทำงานหรือการผลักดันนโยบายเป็นไปอย่างที่หาเสียงได้

การจะดึงหนึ่งพรรคนั้น หากไม่มีการแทรกแซงนี่ไม่ยากครับ เพราะเป็นที่รู้กันในแวดวงนักการเมืองที่วนเวียนอยู่กับคนกลุ่มเดิมๆ ว่า หากในสถานการณ์ปกติ ร่วมงานกับพรรคไหนยากที่สุด? เชื่อเถิดครับ ตอบเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า ประชาธิปัตย์

ในสถานการณ์ปกติ สภาพการเมืองของ 5 พรรคเล็กที่เหลือจึงมีแต่จะวิ่งเข้าหาพลังประชาชน ใครเข้าก่อน ต่อรองได้ก่อน ก็แน่นนอนว่าได้ร่วมรัฐบาล แค่พรรคเดียว พรรคเดียวเท่านั้น และไม่มีพรรคเล็กพรรคไหนที่จะรู้ว่า ใครจะไปก่อน ใครจะหักหลัง ต่อให้สัญญาเกาะเกี่ยวกันเป็นมั่นเป็นเหมาะก็ตาม

แต่เนื่องจากนี่ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความชัดเจนไปในการแถลงครั้งแรกหลังทราบชัดว่า พลังประชาชนได้ ส.ส. มาเป็นอันดับหนึ่งว่า “จะไม่น่าอายกว่าหรือ ได้อันดับหนึ่งแต่จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้” ซึ่งแสดงนัยสำคัญบางประการอย่างแน่นอน

นี่ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ เพราะการกลับมาเป็นรัฐบาลของพรรคพลังประชาชน คือการสูญเปล่าของการรัฐประหาร พวกพ้อง และเครือข่ายของผู้มีอำนาจนอกรัฐธรรมนูญทั้งหลาย

นี่ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ เพราะรอยยิ้มที่ออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในทันทีที่ทราบว่าคนเมืองหลวงเทคะแนนให้พรรคประชาธิปปัตย์นั้น ยืนยันเป็นอย่างดีว่า ต่อให้จัดตั้งรัฐบาลได้ด้วยคะแนนหมิ่มเหม่ แต่พรรคการเมืองอื่นๆ ก็ยากจะต่อรอง เพราะคนชั้นกลางเอาด้วย ยังไม่นับถึงสื่อทั้งหลายก็เอาด้วย และง่ายต่อการสร้างกระแส ในนามของความปรองดอง ไม่วุ่นวาย และสงบ

อย่าลืมว่าพรรคการเมืองเหล่านี้โดดเรือหนีพรรคไทยรักไทยมาครั้งหนึ่งแล้ว จะอยู่ร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์เพื่อโดดเดี่ยวพลังประชาชน ตามความเกรงใจผู้มีบารมีนอกสภา เกรงใจคนชั้นกลางและสื่อไม่ได้หรือ

การประกาศเชิญชวนพรรคการเมืองต่างๆ เข้าร่วมรัฐบาลของหัวหน้าพรรคพลังประชาชน จึงอาจจะกลายเป็นหมันได้ และนั่นหมายความว่า รัฐบาลจะอยู่ภายใต้การนำของพรรคประชาธิปไตย์ ที่แม้จะมีเสียงหมิ่มเหม่ แต่ถูกประคองด้วยคนชั้นกลาง สื่อ ความกลัวความวุ่นวาย และผู้มีบารมีนอกสภาทั้งหลาย พร้อมกับแต้มต่อในมือดับความผงาดของพลังประชาชนด้วยชะตากรรมของ 111 อดีต ส.ส. บวกกับคดีของทักษิณ ชินวัตร

นี่ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้

ในสภาพเช่นนี้ เรายากจะเห็นรัฐบาลผลักดันนโยบายสำคัญๆ ได้ เพราะนโยบายสำคัญๆ มักจะหมายถึงทรัพยากร ผลงาน และคะแนนนิยมที่แต่ละพรรคจะต้องแย่งชิงกัน

เรายากจะได้เห็นนโยบายสำคัญๆ เพราะมันหมายถึงความขัดแย้ง และจะนำพาให้รัฐบาลอันหมิ่มเหม่ต้องพังครืนอย่างไม่เป็นท่า ต่อให้คุณอภิสิทธิ์เก่งแค่ไหน มุ่งมั่นแค่ไหน น้ำดีอย่างไร หากคิดจะเป็นรัฐบาลต่อไป จงเดินไปตาม รูทีนและเป็น ปลัดรัฐบาลที่ดี เหมือนที่คุณชวน หลีกภัย และรัฐบาลหลายรัฐบาลก่อนหน้านั้นเคยเป็น

หากย้อนเวลากลับไปเมื่อสิบยี่สิบปีที่ผ่านมา ก็ด้วยสภาพเช่นนี้นี่เองไม่ใช่หรือ ที่ทำให้เกิดการปฏิรูปการเมืองครั้งสำคัญด้วยการร่างรัฐธรรมนูญ 2540 โดยหลักสามประการ คือ เพิ่มอำนาจประชาชนด้วยการประกันสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมหลายประการ พร้อมๆ ไปกับ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน ตั้งแต่สร้างระบบเลือกตั้ง ให้มีการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ เพื่อให้ประชาชนได้เลือกผู้บริหารทางอ้อม และไปกันได้กับการมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือการออกแบบให้อำนาจนายกฯเข้มแข็ง ออกมาตรการให้พรรคร่วมฯไม่สามารถต่อรองกับนายกฯได้ อาทิ การสวมหมวกได้ใบเดียว (จะเป็นรัฐมนตรีหรือจะเป็น ส.ส.) ให้ควบรวมพรรคได้ง่าย สร้างกฎเป็นสมาชิกพรรคอย่างน้อย 90 วันถึงจะลงเลือกตั้งได้ ฯลฯ ซึ่งเราเห็นแล้วว่ามันได้ผล ไม่ใช่เพราะทักษิณเก่ง แต่เพราะรัฐธรรมนูญออกแบบมาได้ดี และหลักสุดท้ายคือระบบตรวจสอบที่แม้จะมีกลไกใหม่ๆ มากมายที่เชื่อได้ว่าจะเป็นอิสระ หลุดพ้นจากการครอบงำของรัฐบาลที่เข้มแข็งแล้ว แต่ก็พลาด ไม่สามารถตีกรอบให้คุณทักษิณอยู่ในการเฝ้าระวังได้

บัดนี้ การเลือกตั้งผ่านพ้นไปแล้ว เราเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยแบบที่ฝรั่งยากจะเถียงและอย่างที่เคยกดดันประเทศไทยแล้ว แต่เรากำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่าง ประชาธิปไตยแบบมีประสิทธิภาพหรือไม่มีประสิทธิภาพ ใต้การบงการของพรรคการเมืองที่ได้รับอาณัติจากประชาชน หรือใต้บงการของอภิชน คนชั้นกลาง และสื่อ

นี่เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะพรรคใดทั้ง 7 พรรคต้องหันมาวิเคราะห์ ว่าจะเอาประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง หรือเพียงแค่ประโยชน์ของตนเอง

จะตั้งรัฐบาลให้ได้ หรือจะตั้งรัฐบาลเพื่อให้ทำงานได้

1.จะ กลัวต่อไปแล้วอยู่ใต้บงการของเหล่าอำมาตย์ หรือ 2.จะผ่าทางตัน ยอมเสียสละ เพื่อประชาธิปไตยที่เป็นของประชาชน

อันแรกบอกประชาธิปัตย์ อันที่สองบอกพลังประชาชน

มีหนทางผ่าทางตันได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นจากฝ่ายไหน

จาก http://www.prachatai.com/05web/th/home/

"สมัคร"เชิญพรรคอื่นร่วมตั้งรัฐบาล


อภิสิทธิ์ลั่นปชป.ก็นำได้ ถ้าพปช.วืด

เมื่อเวลา 20.30 น. นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เปิดแถลงข่าวว่า ขณะนี้ชัดเจนว่า พรรคพปช.ได้คะแนนสูงสุด ราว 220-230 เสียง มีความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาล จึงขอเชิญชวนพรรคการเมืองอื่นๆ ที่มีคะแนนลดหลั่นลงไปมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลด้วย ขอประกาศอีกครั้งว่าจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นไปตามครรลองที่ประเทศไหนก็ทำกัน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงนโยบายต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทางนายสมัครกล่าวว่า ไม่ต้องมีนโยบาย เพราะเมื่อมีการเลือกตั้งเสร็จแล้ว ก็แปลว่า พ.ต.ท.ทักษิณก็กลับมาสู้คดีได้ ส่วนผลการเลือกตั้งที่ออกมา มีสมาชิกในพรรคแจ้งว่า พ.ต.ท.ทักษิณโทรศัพท์มาแล้วว่า "ยินดีกับคุณสมัครด้วย"
ด้านน.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี แถลงว่า ขอตั้งข้อสังเกตเรื่องผลการนับคะแนนที่แตกต่างจากผลสำรวจความนิยมและเอ็กซิตโพลมาก ซึ่งจะดำเนินการส่งข้อนำเสนอต่อไป

ต่อมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดแถลงว่า ทางพรรคยืนยันจะไม่เข้าร่วมกับพรรคพลังประชาชน แต่หากพรรคพลังประชาชนจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ทางพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นแกนนำจัดตั้งแทน โดยตอนนี้จะรอดูท่าทีของพรรคอื่นๆ ก่อน

ด้าน รายงานจากศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งส.ส. 2550 กระทรวงมหาดไทย แจ้งว่า ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศไม่รวมกทม.อย่างไม่เป็นทางการ มีผู้มาใช้สิทธิ์ร้อยละ 66.14 คิดเป็น 26,226,261 คน จากจำนวนผู้มีสิทธิ์ทั่วประเทศ 39,655,057 คน ทางกกต.ได้ประเมินตัวเลขผู้ใช้สิทธิ์ครั้งนี้ อยู่ที่ประมาณ 69-70 เปอร์เซ็นต์

จาก http://www.matichon.co.th/khaosod/

"พลังประชาชน" ชนะ


"สมัคร" ลั่นขอจอง เก้าอี้นายกฯ ดึงพรรคเล็กร่วมรัฐบาล "พลังประชาชน" ประกาศศักดาชนะเลือกตั้ง ย้ำชัดคนรังเกียจปฏิวัติ "ประชาธิปัตย์" หมดทางสู้ ชนะแค่ในพื้นที่ปกครองเท่านั้น เผยนับคะแนนไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ มีบัตรเสียสูงเกือบล้านใบแล้ว คาดถ้านับจนครบ 100 เปอร์เซ็นต์ จะมีบัตรเสียสูงกว่า 1 ล้านใบ ด้าน “พปช.” ย้ำสิทธิพรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐนาวา “ลุงหมัก” ลั่นพร้อมนั่งเก้าอี้นายกฯ คนที่ 25 ระบุต้องหาพรรคอะไหล่ช่วยค้ำรัฐบาลอีก 1-3 พรรค ชี้ถ้าชนะ “ปชป.” ไม่ขาดอาจต้องแย่งกันเป็นแกนนำ “สมัคร” ชิงประกาศจัดตั้งรัฐบาล ระบุต้อง 280-300 เสียงถึงจะมั่นคง โอ่เป็นชัยชนะของคนไทยตบหน้าคณะปฏิวัติ “จักรภพ” ปูด “ “ชท.-พผ.” ถูกเรียกเข้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ด้าน “ปชป.” ปรับฮวงจุ้ยลุ้นพลังเงียบอุ้ม “มาร์ค” ถึงดวงดาว เจ้าตัวเผยรอวัดใจพรรคพันธมิตรยังเหนียวแน่นหรือไม่ ฝ่าย “เทพเทือก” เล่นลิ้น “พปช.” ไม่ถึงครึ่งแสดงว่าประชาชนไม่ยอมรับ ตั้งท่าจับขั้วตั้งรัฐนาวาแข่งชิงความได้เปรียบ ขณะที่ “บิ๊กเหวียง” ส่ง “ประดิษฐ์” เดินเกมเจรจา “พปช.” ร่วมรัฐบาลแล้ว ฟาก “คมช.” เชื่อไม่มีเหตุวุ่นวายหลังเลือกตั้ง ยอมรับ “พปช.” ได้ฉันทามติ วอนนักเลือกตั้งยึดพระราชดำรัสพาชาติพ้นวิกฤติ “บุญรอด” เผยปฏิทินการเมือง 7 ก.พ. 51 “ขิงแก่” โบกมือลาได้นายกฯ คนใหม่

ในที่สุดวันเวลาที่ประชาชนชาวไทยรอคอยมานานก็มาถึง หลังจากที่ต้องอดกลั้นกับการที่กองทัพทำการยึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 ส่งผลให้ประเทศไทยถูกเหยียดหยามในสายตาของนานาประเทศ เพราะประชาธิปไตยถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของผู้ที่ถืออาวุธที่ซื้อมาด้วยภาษีของประชาชน

เส้นทางผู้นำ

หลังเลือกตั้งก็ต้องดูผลคะแนนของแต่ละพรรคว่าจะได้ กันเท่าใด จากนั้นก็คงจะต้องจับมือ-จับขั้วเพื่อตั้งรัฐบาลพรรคไหน สามารถรวบรวมเสียงได้มากก็ตั้งรัฐบาลได้ พร้อมกับเก้าอี้นายกฯ

แต่หากจัดไม่ได้พรรคอันดับ 2 หรือพรรคถัดไปก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ อันนี้ไม่ใช่หลักเกณฑ์ตายตัวหรือรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ แต่ เป็นธรรมชาติที่พรรคการเมืองที่ 1 ควรจะได้สิทธิในการจัดรัฐบาลก่อน

เว้นแต่จัดไม่ได้ก็เป็นเรื่องของพรรคการเมืองที่ได้คะแนนถัดไป หรือพรรคขนาดกลางหรือขนาดเล็กรวมตัวกันได้และมีเสียงเพียงพอก็ตั้งรัฐบาลได้

เหนืออื่นใดการเลือกตั้งครั้งนี้ทำท่าว่าจะไม่เป็นไปอย่างที่เคยปฏิบัติมา นั่นคือแม้พรรคที่ 1 ได้เสียงข้างมากแต่ชนะไม่เด็ดขาด แต่พรรคที่ 2 ก็พร้อมจะจัดรัฐบาลแข่งหรือแม้แต่พรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก

ก็พร้อมจะจับมือกันตั้งรัฐบาลแข่งได้เช่นกัน จริงๆแล้วไม่ผิดกติกาแต่เสียมารยาทและข้อสำคัญก็คือจะรวบเสียงได้หรือไม่เท่านั้น

อย่างไรก็ดี การเลือกตั้งครั้งนี้คงต้องดูด้วยว่าหลังเลือกตั้งจะมี ใบเหลือง-ใบแดงมากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะเป็นผลให้การจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าได้ หากมีการแจกใบแดงจำนวนมากต้องเลือกตั้งใหม่ แต่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าภายใน 30 วัน นับแต่วันเลือกตั้งให้มีการประชุมสภาเป็นครั้งแรก

พูดง่ายๆต้องไม่เกินวันที่ 22 ม.ค. 51 หาก ส.ส.มีไม่ครบ 480 คน แต่จะต้องมีไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของ ส.ส.ทั้งหมดคือ 456 คนก็เปิดสภาได้ แต่ต้องดำเนินการให้ครบใน 180 วัน

ขั้นตอนต่อไปคงเป็นเรื่องของตำแหน่งสำคัญคือนายกฯ ทั้งนี้สภาผู้แทนฯจะพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ที่สมควรจะดำรงตำแหน่งนายกฯให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ที่การประชุมรัฐสภาครั้งแรก

การเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกฯต้องมี ส.ส.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวน ส.ส.เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนฯรับรอง

ต้องมี ส.ส.รับรองไม่น้อยกว่า 96 คน

มติเห็นชอบให้บุคคลใดเป็นนายกฯ ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของ ส.ส.ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนฯ

นอกจากนี้มาตรา 126 (5) ยังระบุด้วยว่าการออกเสียงลงคะแนนเลือก หรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งใดให้กระทำเป็นความลับ เว้นแต่จะมีการบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น และสมาชิกย่อมมีอิสระและไม่ผูกพันโดยมติของพรรคการเมืองหรืออาณัติอื่นใด

เรียกว่าใครจะเลือกใครเป็นนายกฯ ก็ได้ตามใจชอบ ไม่ต้องสนมติพรรค ไม่ต้องสนหัวหน้าพรรคตัวเอง ซึ่งมาตรานี้มันพิลึกเพราะแต่ละพรรคก็ควรจะเลือกตามมติพรรคซึ่งจริงๆแล้วก็จะเป็นอย่างนั้น

แต่มากำหนดแบบนี้มันยิ่งเป็นปัญหา มันยิ่งทำให้การเมืองสกปรกมากเข้าไปกว่าการที่พรรคจะบังคับให้เลือกนายกฯ จากคนของพรรคหรือมติของพรรค

อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้นายกฯ ภายใน 30 วัน จะทำอย่างไร ก็ให้ประธานสภาผู้แทนฯนำความขึ้นกราบบังคมทูลภายใน 15 วันนับแต่วันที่พ้นกำหนด เพื่อทรงมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งบุคคลซึ่งได้รับคะแนนโหวตสูงสุดเป็นนายกฯ

มีห้วงเวลาจาก 22 ม.ค.-6 ก.พ. 51 ที่จะดำเนินการให้เสร็จ

ประเด็นเลือกนายกฯ นั้นรัฐธรรมนูญใหม่กำหนดไว้ 2 เงื่อนไข คือลงคะแนนลับและไม่ต้องใช้มติพรรค ผู้ร่างฯ คงคิดว่านี่จะป้องกันพรรคและผู้บริหารพรรค จะใช้มติบีบลูกพรรคเพื่อต้องการให้เกิดความอิสระ

แต่ความจริงแล้วมันคือช่องทาง “หาเงิน” มากกว่า.

"สายล่อฟ้า"

คอลัมน์ กล้าได้กล้าเสีย

จาก http://www.thairath.co.th/column.html

'ชาติไทย'จับขั้ว'เพื่อแผ่นดิน' บรรหารอ้างแก้ปัญหาชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น.ที่ผ่านมา (23 ธ.ค.) นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย และนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน พร้อมด้วยแกนนำของทั้ง 1 พรรค อาทิ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก นัดเจรจากันที่บ้านพักของนายวัฒนา อัศวเหม ประธานพรรคเพื่อแผ่นดิน ใช้เวลาหารือกันประมาณ 1 ชั่วโมง

นายบรรหาร แถลงภายหลังการหารือว่า การนัดหารือกันครั้งนี้ ได้ข้อสรุปว่าทั้งพรรคชาติไทย และพรรคเพื่อแผ่นดิน ตกลงจะทำงานการเมืองร่วมกัน แก้ปัญหาให้บ้านเมือง อย่างไรก็ตาม นายบรรหาร ยังไม่ให้คำตอบว่าจะร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน หรือ พรรคประชาธิปัตย์

"เวลานี้ บ้านเมืองกำลังมีปัญหาในเรื่องของความสมัครสมาน สามัคคี ทางผมและคุณสุวิทย์ ก็จะเข้ามาแก้ปัญหาตรงส่วนนี้" หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงครั้งนี้ นายบรรหาร ปฏิเสธกรณีนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระบุว่า นายบรรหารเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ โดยกล่าวว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง

นายบรรหาร กล่าวด้วยว่า การนัดหารือระหว่างพรรคชาติไทย และพรรคเพื่อแผ่นดินครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณการจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคพลังประชาชน หรือ พรรคประชาธิปัตย์

"การจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับ 2 พรรค คงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ผมเคยมีประสบการณ์ในการจัดตั้งรัฐบาลมา 5 ครั้งแล้ว มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรวบรวมจำนวน ส.ส.ให้ได้มากมายถึงนาดนั้น" หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าว

จาก http://www.thairath.co.th/#

คอมพ์เจ๊ง!ทำการประมวลผลเลือกตั้งกทม.ล่าช้า

กทม. เร่งประมวลผลเลือกตั้งตลอดทั้งคืน หลัง ระบบคอมพิวเตอร์คีย์ข้อมูลไม่ได้ ทำให้เกิดความล่าช้า

เจ้าหน้าที่ภายในศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ก็ยังคงมีการประมวลผล คะแนนเลือกตั้ง ส.ส.ตลอดทั้งคืนแม้จะมีการประมวลผลคะแนนการเลือกตั้งในเขตจังหวัด ที่ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์แล้วเสร็จ เนื่องจากยังไม่ได้ลงคะแนน ในการเลือกตั้งล่วงหน้า การเลือกตั้งนอกเขตจังหวัด ในวันที่ 15 และ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมาเข้าไปด้วย ทั้งนี้เป็นผลมาจากระบบคอมพิวเตอร์ ที่ทำให้เขตแม่ หรือ เขตเลือกตั้ง ทั้ง 12 เขต ไม่สามารถคีย์ข้อมูลผลคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์เข้ามายังศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครได้ ทำให้เกิดความล่าช้า ขณะที่ผลคะแนนเลือกตั้งแบบสัดส่วน กลุ่ม 6 ยังต้องรอลงคะแนนจาก จ.นนทบุรี และสมุทรปราการ ด้วย คาดว่าจะสามารถทยอยส่งคะแนนเข้ามาได้ทั้งหมดในช่วงเช้า ทั้งนี้ กกต. กทม. ได้สรุปผลการเลือกตั้งแบบสัดส่วน เฉพาะในเขตจังหวัด พรรค ปชป.ได้อันดับ 1 52.6% พปช.ได้ 41.04% และชาติไทย 1.49 % ส่วนผลการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต เฉพาะในเขตจังหวัดปชป.ได้ 27 ที่นั่ง ยกทีม 7 เขต ส่วน พปช.ได้ 9 ที่นั่ง ยกทีมในเขตเลือกตั้งที่ 5 เพียงเขตเดียว

'บรรหาร'แถลงรับร่วมมือ'สุวิทย์'ทำการเมือง

รถยนต์หรูแล่นเข้าไปในบ้านพักประธานพรรคเพื่อแผ่นดิน "วัฒนา อัศวเหม" โดยไม่ยอมเปิดเผยโฉมหน้า ล่าสุด หัวหน้าพรรคชาติ แถลงข่าวยอมรับ จับมือ สุวิทย์ ร่วมมือทางการเมือง



ความเคลื่อนไหวล่าสุด พรรคเพื่อแผ่นดิน ภายหลังผู้สื่อข่าวเกาะติดความคืบหน้าบ้านพักของ นายวัฒนา อัศวเหม ประธานพรรค ร่วม 2 ชั่วโมง ล่าสุด มีรถยนต์ยี่ห้อ โตโยต้า แกรนด์เวีย สีบรอนซ์เงิน เลขทะเบียน ภม 8424 เข้ามาพร้อมกับรถ BMW สีดำ เลขทะเบียน 9559 ก่อนที่รถตู้สีขาว โตโยต้า คอมมูเตอร์ เลขทะเบียน ฮข 4196 และรถตู้สีขาว โตโยต้า เวนจูรี่ เลขทะเบียน ฮง 6682 เข้ามาพร้อมกัน และล่าสุด เป็นรถยนต์ มาสด้า 3 สีน้ำเงินเลขทะเบียน จอ 7272 ซึ่งทั้งหมดที่โดยสารมากับรถดังกล่าว ไม่มีใครยอมเปิดเผยตัวกับผู้สื่อข่าว

ด้าน นายสันติ สาธิตพงษ์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อแผ่นดิน เปิดเผยว่า ในบ้านพักของนายวัฒนา อัศวเหม มีนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน นายวัฒนา พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก และนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย หารือกันอยู่ และเตรียมแถลงข่าวต่อไป

ล่าสุด นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย พร้อมด้วย นายวัฒนา อัศวเหม ประธานพรรคเพื่อเแผ่นดินแถลงข่าวถึงจุดยืนร่วมกัน ว่าทั้ง 2 พรรคจะอยู่ในจุดเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล หรือ ฝ่ายค้าน ก็จะเป็นร่วมกัน โดยยืนยันไม่ได้รวมตัวเพื่อต่อรอง หรือ ตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคพลังประชาชน เพราะมีความตั้งใจจะรวมตัวกัน ตั้งแต่ก่อนมีการเลือกตั้ง แต่ติดขัดเรื่องเงื่อนไขบางอย่าง นอกจากนี้ยังยืนยัน ยังไม่มีการคุยกับพรรคที่ 3 แต่อนาคตยังไม่แน่นอน

ขณะที่ทางด้าน นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินนั้น ได้เดินทางออกไปก่อนหน้านี้ และไม่ได้เข้าร่วมในการแถลงข่าว


สมัครชูสูตรสมานฉันท์ ย้ำคือชัยชนะประชาชน


เมื่อเวลาประมาณ 20.45 น. ที่ผ่านมา (23 ธ.ค.) นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ได้แถลงข่าวที่ทำการพรรค ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ว่า ณ เวลานี้พรรคพลังประชาชนได้ ส.ส.แล้ว ประมาณ 229-230 เสียง ขาดอีก 10 คะแนนจะถึงครึ่ง เห็นได้ชัดว่าเมื่อเทียบเคียงกันในการรณรงค์ระหว่างพรรคการเมืองด้วยกัน พลังประชาชนได้คะแนนนิยมสูงสุดมากจนเกือบจะถึงครึ่ง เรื่องอย่างนี้ คนที่ได้คะแนนมากที่สุดก็เป็นคนจัดตั้งรัฐบาลต่อไปนี้ อย่างไรก็ตาม ตนจะประกาศเชิญชวนพรรคการเมืองทุกพรรคที่สามารถเข้าร่วมกับเราได้เชิญมาเข้าร่วมทำงานการเมืองด้วยกัน เพื่อให้สภาพบ้านเมืองเดินหน้าต่อไป

"ผลการเลือกตั้งนี้ เสียงส่วนใหญ่ได้เลือกพรรคพลังประชาชนให้เป็นหลักเพื่อจะให้พรรคที่มีส่วนประกอบด้วยกันมาร่วมกันทำงานให้บ้านเมือง รวมกันได้ประมาณให้ใกล้ 300 ก็จะสามารถตั้งรัฐบาลดำเนินการบริหารกิจการบ้านเมืองได้ ก็ขอเรียนไว้ว่า พรรคพลังประชาชนประกาศเชิญชวนพรรคการเมืองทุกพรรคที่คิดว่า จะร่วมงานกับเราได้มาร่วมงานการเมือง" หัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าว

นายสมัคร กล่าวด้วยว่า ถ้าจัดตั้งรัฐบาลตนจะเป็นนายกรัฐมนตรีแน่นอน และทำไมจะเป็นไม่ได้ เพราะพรรคพลังประชาชนได้รับเลือกตั้งมากที่สุด

นายสมัคร ยังตอบข้อซักถามสื่อมวลชนต่างประเทศ โดยย้ำว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าเป็นชัยชนะของประชาชนอย่างแท้จริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน เดินทางมายังที่ทำการพรรคในช่วงค่ำวันนี้ (23 ธ.ค.) พร้อมกับเปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทราบผลคะแนนการเลือกตั้งในเบื้องต้นแล้ว และจะเดินทางกลับมาประเทศไทยในช่วงเดือน ก.พ.ปีหน้าแน่นอน และจะมีแถลงการณ์ออกมาอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (24 ธ.ค.)

นายนพดล กล่าวต่อว่า สำหรับการจัดตั้งรัฐบาลนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ได้มอบหมายให้เป็นหน้าที่ของนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคฯ

"การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการปรองดอง เมื่อปรองดองเสร็จ บ้านเมืองมีความมั่นคงก็แก้ไขปัญหาได้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่จริงไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชาชน แต่ท่านก็เอาใจช่วย ส่วนจะจัดตั้งได้หรือไม่ จัดตั้งกับใคร ให้รอฟังจากนายสมัคร" รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชนกล่าว


จาก http://www.thairath.co.th/#

Sunday, December 23, 2007

หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน สอบตก พ่ายให้กับ พปช.

ผลการนับคะแนน จ.ขอนแก่น สุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน สอบตก พ่ายให้กับผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชาชน อย่างยับเยิน

รายงานสรุปผลการนับคะแนนจากทั้ง 2,238 หน่วยเลือกตั้ง ทั้ง 4 เขตเลือกตั้ง ของจังหวัดขอนแก่น หลังการนับคะแนนเสร็จสิ้นแล้ว โดยผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ พรรคพลังประชาชน สามารถเอาชนะได้ทั้ง 4 เขตเลือกตั้ง ได้ ส.ส. 11 คน เริ่มจากเขตที่ 1 นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ 57,032 คะแนน นายจักริน พัฒนดำรงจิตร 52,184 คะแนน และนายภูมิ สาระผล 51,808 คะแนน ทิ้ง นายอุดมศักดิ์ มาสีพิทักษ์ จากพรรคเพื่อแผ่นดิน 43,391 คะแนน เขตเลือกตั้งที่ 2 ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช 113,550 คะแนน นางดวงแข อรรณนพพร 14,904 คะแนน และนายเรืองเดช สุวรรณฝ่าย 102,691 คะแนน ทิ้งห่างนายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ จากพรรคชาติไทย โดยที่ นายสุวิทย์ คุณกิตติ นั้น สอบตก

‘อภิสิทธิ์'ประกาศชัดปชป.ไม่ร่วมพปช.ตั้งรัฐบาล


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ประเมินผลเลือกตั้งเบื้องต้นได้พรรคจะได้ ส.ส.ราว 160 เสียง พร้อมยืนยันไม่ขอเข้าร่วมรัฐบาลตามคำเชิญของพรรคพลังประชาชน(พปช.)ตามที่เคยกล่าวไว้ก่อนการเลือกตั้ง แต่หาก พปช.ไม่สามารถดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลได้ ปชป.ก็พร้อมที่จะเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ซึ่งไม่ใช่การไปตั้งรัฐบาลแข่ง
"พรรคประชาธิปัตย์ได้ประกาศชัดเจนไปแล้วว่าจะไม่เข้าร่วมรัฐบาลก็ขอยืนยันไว้ตรงนี้อีกครั้ง" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
"ไม่มีคำว่าตั้งรัฐบาลแข่ง อันนั้นเป็นคำพูดของคนวิตกจริตไปเอง ในต่างประเทศหากพรรคการเมืองใดรวบรวมคะแนนเสียงได้มากกว่าก็จัดตั้งรัฐบาล แต่เราให้เกียรติผู้ที่ได้คะแนนอันดับหนึ่ง" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
หลังจากนี้ไปจึงเป็นภาระที่ พปช.จะเชิญชวนพรรคการเมืองอื่นๆ เข้าร่วมรัฐบาล ซึ่ง ปชป.เคารพในการตัดสินใจของหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรค เพราะเป็นเรื่องของชาติ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว
"คงไปกำหนดเวลาที่พรรคพลังประชาชนจะจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ตอนนี้ขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรคการเมืองอื่นว่าจะตัดสินใจอย่างไร" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พอใจกับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ที่ได้จำนวน ส.ส.สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของพรรค ขณะที่พรรคมีอดีต ส.ส.น้อยกว่าคู่แข่งแต่พยายามหาเสียงจนวันนี้อาจกล่าวได้ว่า ปชป.มีประชาชนสนับสนุนอย่างน้อย 10 ล้านเสียง

จาก hi-thaksin