WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, December 24, 2007

เว็บไซต์เสรีชนแฉ ผู้พันสั่งกำลังล็อกคะแนน

ที่มา เวบไซต์ไทยรัฐ และ c-box สถานีวิทยุเสรีชน
24 ธันวาคม 2550

ผู้สื่อข่าวรายงานวานนี้ (23 ธ.ค.)ว่า ได้มีการนำคลิปวีดิโอบันทึกเสียงการประชุมของทหารในหน่วยหนึ่งของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่เรียกประชุมกำลังพล เรื่องการเลือกตั้ง มาเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์เสรีชน ใช้หัวข้อในการโพสต์ว่า “ไหนว่าทหารเป็นกลางเหตุเกิดที่หน่วยหนึ่ง” โดยใช้ชื่อผู้ โพสต์ว่า lek 12 เวลาโพสต์ 11.17 น. ของวันที่ 22 ธ.ค. 2550 มีความยาว 26.28 วินาที (โหลดไปฟังได้โดยคลิกที่ ลิงก์นี้ )

เนื้อหาในคลิปช่วงแรก ผู้บังคับหน่วยได้ขอให้กำลังพลออกไปเลือกตั้งในวันที่ 23 ธ.ค.ให้มาก และมีการชี้ให้เห็นถึงผลเสีย ที่เกิดจากนโยบายประชานิยมของรัฐบาลที่ผ่านมา ต่อมาเป็นช่วงที่นายทหารยศ พ.ท.นายหนึ่งขึ้นไปกล่าวบนเวที มีเนื้อหาพอสรุปได้ว่า “ไม่ต้องพูดอะไรมาก อย่างที่ผู้บังคับการพูดไปแล้วว่าเราลงเรือลำเดียวกัน ก็ขอให้เราไปเลือกตั้ง เดี๋ยวนะผมเลี้ยงขนมจีนแกงไก่ อย่างที่บอกว่าพัน 3 เราซื้อไม่ได้ แต่ถ้าให้ตังค์เรารับ แต่ว่าเราจะเลือกตามใคร ถ้าพอไปกันได้ก็ประชาธิปัตย์ 4-5-6 ทั้งพรรคทั้งคน ผมไม่ขออะไรมาก ไม่เอาเหตุผลอะไรทั้งสิ้น เรามาแสดงในความเป็นหน่วยสามัคคี”

ย้ำชัดเลือกเด็ก ปชป.ยกก๊วนทั้งพรรค

ในคลิปวีดิโอนายพันโทยังกล่าวอีกว่า “แต่จะบอกไว้อย่างหนึ่งว่า หน่วยเลือกตั้งของเรานับคะแนนในหน่วยเรานี้ ฉะนั้นเย็นนั้นก็รู้เลยว่า เราสามัคคีกันหรือไม่ เราแสดงพลังกันทั้งหมดทั้งหน่วย ถือว่าผมขอก็แล้วกัน เหมือนผมเป็นพ่อบ้าน ถ้าตลกก็คุณพ่อขอร้อง คุณแม่ ขอร้องคงไม่มีอะไรมาก เดี๋ยวกินข้าว 4-5-6 ประชาธิปัตย์ เหตุผลไม่มี แต่ผมมีอยู่ในใจ ทุกคนไปวิเคราะห์กันเอง ว่าเหตุผลผมมีอยู่ในใจ ทุกก็คงไปวิเคราะห์กันเอง จะบอกถึงผลดีถ้าเราได้มาซึ่งความเป็นหน่วย เราจะได้มาเป็นกอบเป็นกำ อันนี้ผมไม่ได้ไปรับเงินใครมาทั้งสิ้น แต่เราสามารถต่อรองได้ เฮ้ย! เรามีอย่างเนียะ เวลาไปขอน้ำขอของคน ขอ ส.ก. ส.ส.มาพัฒนาผมพูดได้ เพราะว่าผมมีกำลังพล 1,000 คน เอาตามผมหมด เพราะฉะนั้นผมอยากได้ คือไม่ใช่อยากได้ตังค์เข้ากระเป๋านะ ผมก็รู้ว่ามีทหารบางคนเป็นคนขวางโลก ผมก็ขอแค่นี้ ถ้าไม่ได้ก็ถือว่าคุณพ่อขอร้อง 4-5-6 ทั้งพรรค ถ้าเลือกพรรคก็เบอร์ 4 ขอร้องล่ะ ขอกราบงามๆสักที”

“อนุพงษ์” ปัดเผือกร้อนไม่ได้สั่งให้ทำ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. กล่าวว่า เรื่องนี้ทราบเพียงข่าว แต่ยังไม่เห็นรายละเอียด หากพบว่ามีจริงก็ต้องสอบสวน ขณะนี้ยังไม่เห็น คงต้องรอให้เจ้าหน้าที่รายงานมาก่อนจึงจะดำเนินการได้ ทั้งนี้ ตนไม่ได้สั่งการให้ทำเช่นนั้น กองทัพมีคำสั่งแน่ชัดว่าให้ทหารวางตัวเป็นกลาง


จาก http://thaienews.blogspot.com/

'2หน.+2เลขาฯ'เศร้า! กอดคอ'แห้ว'กันหมด ประชัยยังไม่ยอมแพ้ จี้กกต.นับคะแนนใหม่

'2 หัวหน้าพรรค' + '2 เลขาธิการ' สอบตก 'ประชัย-เจ๊เป้า-สุวิทย์-ประดิษฐ์' กอดคอกินแห้วกันหมด 'ประชัย' ไม่ยอมแพ้ เตรียมยื่นกกต.ให้นับคะแนนในกทม.ใหม่ อ้างไม่โปร่งใส แถมจวก 'เจ๊เป้า' ไม่เลิก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการครั้งนี้ มีความน่าสนใจอยู่ที่ 2 หัวหน้าพรรค-2 เลขาธิการพรรค 'สอบตก' คือ นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย และนางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เลขาธิการมัชฌิมาธิปไตย นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน และนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรครวมใจไทยชาติพัมนา

โดยที่จ.ขอนแก่น เขต 3 ผลคะแนนของ กกต.อย่างไม่เป็นทางการพบว่า นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เป็นอันดับ 4 โดยล่าสุดเมื่อเวลา 23.10 น. ตามหลังผู้สมัครพรรคพลังประชาชนอยู่ 5 พันคะแนน คือ นายนวัธ เตาะเจริญสุข 112,142 คะแนน และนายปัญญา ศรีปัญญา 103,352 คะแนน นายจตุพร เจริญเชื้อ 98,241 คะแนน โดยนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าเพื่อแผ่นดินได้ 92,877 นางมุกดา พงษ์สมบัติ 83,187 นางปทุมรัตน์ คุณเงิน ก็สอบตกด้วย

สำหรับผลการนับคะแนน ส.ส.ในระบบสัดส่วน 8 กลุ่มอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อเวลา 20.00 น. จากเว็บไซต์ www.ect.go.th ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พบว่า พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 34 ที่นั่ง พรรคพลังประชาชน (พปช.) 33 ที่นั่ง พรรคเพื่อแผ่นดิน (พผ.) 7 ที่นั่ง พรรคชาติไทย (ชท.) 1 ที่นั่ง พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา (รช.) 1 ที่นั่ง และพรรคประชาราช (ป.ช.ร.) 1 ที่นั่ง จากจำนวนทั้งหมด 80 คน

ส่งผลให้ผู้สมัครในระดับ 'แกนนำ' พรรคการเมืองใหญ่ๆ หลายคน 'สอบตก' อย่างในกลุ่ม 1 มีนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รองหัวหน้า รช., นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เลขาธิการพรรคมัชฌิมาธิปไตย (มฌ.) นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ รองหัวหน้า ชท., กลุ่ม 2 นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการ รช. และ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภาภรณ์ คนสนิทนายสมศักดิ์ เทพสุทิน พรรค มฌ.

กลุ่ม 3 นางมาลีรัตน์ แก้วก่า อดีต ส.ว.สกลนคร จาก มฌ. นายอวยชัย วะทา อดีตแกนนำสมัชชาคนจนจาก ชท., กลุ่ม 4 นายมานะ มหาสุวีระชัย จาก ป.ช.ร. นายการุณ ใสงาม อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มฌ. กลุ่ม 5 นายอรรคพล สรสุชาติ จาก ชท. นายประมวล เลี่ยวไพรัตน์ น้องชายนายประชัย มฌ. นายวิรัช รัตนเศรษฐ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รช.

กลุ่ม 6 นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรค มฌ., นายประมวล รุจนเสรี หัวหน้าพรรคประชามติ, พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ชท., รวมทั้งนายถิรชัย วุฒิธรรม นายจิรายุ วสุรัตน์ นายปาน พึ่งสุจริต นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ จาก พผ. และนายสมบัติ เมทะนี ป.ช.ร.

ขณะที่กลุ่ม 7 นายจองชัย เที่ยงธรรม รองหัวหน้าพรรค ชท. และ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ จาก พปช. ส่วนกลุ่ม 8 ปชป.คว้า 9 ที่นั่ง ส่วน พผ.คว้าหนึ่งเดียว มานพ ปัตนวงศ์ ทำให้อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จาก พปช. สอบตก รวมถึงนายนิกร จำนง รองหัวหน้าพรรค ชท. และนายสมศักดิ์ วรคามิน หัวหน้าพรรคพลังแผ่นดินไท ก็กลายเป็นส.ส.สอบตก

ต่อมานายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย เตรียมยื่นเรื่องให้ กกต. นับคะแนนเลือกตั้งใน กทม. ทั้ง 12 เขต และ ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่ม 6 ใหม่อีกครั้ง เนื่องจากเห็นว่าอาจไม่โปร่งใส

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ยังไม่ได้รับการติดต่อเพื่อร่วมจัดตั้งรัฐบาล และต้องให้เป็นไปตามมติของพรรคว่าจะร่วมกับฝ่ายใด ซึ่งคงหารือกันหลังวันที่ 3 มกราคม ที่ผลคะแนนออกมาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เช่นเดียวกันกับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ต้องขึ้นอยู่ที่กรรมการบริหารพรรคว่า ตนยังควรดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อหรือไม่ หลังสอบตกในครั้งนี้

นอกจากนั้น นายประชัยยังตำหนินางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เลขาธิการพรรค ที่พูดถึงสาเหตุที่นางอนงค์วรรณสอบตก ว่าเป็นเพราะประชาชนเข้าใจผิดว่าเลือกเบอร์ 15 จะได้ตนเข้าสภา


พปช.มอบให้"สุรพงษ์-เฉลิม" เจรจาพรรคร่วม-จัดตั้งรัฐบาล

(24ธค.) เวลา 08.30 น. ผู้สื่อข่าวหลายสำนัก ทั้งหนังสือพิมพ์ ทีวี ได้มารอทำข่าวที่บ้านสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ที่ซอยนวมินทร์ 81 บรรยากาศโดยรอบๆ ประตูบ้านปิดไม่ให้สื่อเข้าไปในบ้าน เหมือนอย่างที่เคยเหมือนก่อนหน้านี้
ผู้ติดตามสมัครเดินออกมาบอกว่า นายสมัครจะเดินทางไปที่รร.เรดิสันแต่ไม่ได้บอกว่าจะไปทำอะไร ซึ่งสอดคล้องกับรายงานก่อนหน้านี้ว่า พรรคพลังประชาชน นัดพรรคการเมืองบางพรรคไปเจรจจาเรื่องจัดตั้งรัฐบาล ในเวลาประมาณ 10.00 น.
จากนั้น เวลาประมาณ 09.15 น. ผู้ติดตามนายสมัครได้เดินออกมาอีกครั้งและแจ้งว่านายสมัครได้เปลี่ยนใจไม่เดินทางไปไหนทั้งสิ้น และขอให้สื่อไปเจอที่กันที่ที่ทำการพรรคพลังประชาชน เพราะนายสมัครมีอาการเหนื่อย เพราะเมื่อคืนนอนดึก
แหล่งข่าวจากพรรคพลังประชาชน แจ้งว่า นายสมัคร สุนทรเวช ได้มอบหมายให้ นพ.สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี เลาขาธิการพรรคพลังประชา ชน คนสนิท พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นตัวแทนพรรคในการเจรจากับพรรคที่จะเชิญมาร่วมจัดตั้งรัฐบาล ก่อนที่จะนำผลการเจรจามาเสนอให้นายสมัครเห็นชอบอีกครั้ง โดยแกนนำพรรคพลังประชาชนเห็นว่าพรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดิน น่าจะรับเงื่อนไขของพรรคได้ไม่ยาก
นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคชาติไทยจับมือกับพรรคเพื่อแผ่นดิน ว่า เป็นสิทธิที่จะดำเนินการได้ ในส่วนของพรรคพลังประชาชนเข้าใจว่าผู้ใหญ่อาจไปกับกับทั้ง 2 พรรคแล้ว ส่วนผลจะเป็นอย่างไรต้องรออีก 1-2 วัน โดยต้องการ 280-300 เสียง เพื่อจะได้รัฐบาลที่มั่นคง ทั้งนี้ ส่วนตัวเห็นว่าควรหารือกับทุกพรรคการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาล
ส่วนท่าทีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวานนี้ ที่พร้อมจะจัดตั้งรัฐบาล นายนพดล ปัทมะ กล่าวว่า ชัดเจนว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ล้มเลิกที่จะขอตั้งรัฐบาลทั้งที่โดยหลักต้องเปิดโอกสให้พรรคอันดับ 1 อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้น้อยที่พรรคขนาดกลางจะไปรวมกับพรรคประชาธิปัตย์
สำหรับการแจกใบเหลือง ใบแดง เชื่อว่า กระทบพรรคพลังประชาชน ไม่มากนัก เพราะที่ผ่านมากำชับผู้สมัครเคร่งครัดกฎกติกา มาตลอด แต่ต้องรอดูคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ว่าจะมีคำตัดสินว่าอย่างไร


คนดี


โดย กาหลิบ

ผู้ใหญ่มักจะให้คำปรึกษาที่ยอดเยี่ยมลุ่มลึกอยู่เสมอ เพราะเห็นอะไรมาหลายรอบเต็มที รู้ทีเดียวว่าจุดเริ่มต้นอย่างนั้นจะไปถึงจุดจบเอาตอนไหน ลูกหลานที่ชาญฉลาดก็มักจะไปขอพึ่งบารมีทางปัญญาของท่านเพื่อให้หลุดจากหลุมพรางของตัวเองในขณะนั้นได้
ยอมรับล่วงหน้าเสียเลยว่าข้อเขียนของผมในวันนี้คงจะเชยแหลก
เหตุผลก็เพราะเขียนก่อนที่จะรู้ผลเลือกตั้งหลายวัน จะให้นั่งเทียนหรือส่องลูกแก้วเพื่อทำนายผลล่วงหน้าก็เกินความสามารถไปมาก
แต่ไม่เป็นไรหรอกครับ เรื่องที่ติดอยู่ในใจผมมาตั้งแต่เมื่อวานนี้อาจจะมีความ "สำคัญ" มากกว่าผลการเลือกตั้งก็ได้หากท่านไปถามพลเอกเปรม ติณสูลานนท์
ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีในวัย 87 ผู้ดำรงตำแหน่งประธานองคมนตรีและเป็นรัฐบุรุษ กำลังย้ำแล้วย้ำอีกอย่างไม่รู้เบื่อว่า บ้านเมืองนี้ต้องการ "คนดี" และจะต้องใช้สิทธิ์เลือกตั้งเพื่อให้ได้ "คนดี" มาปกครองประเทศ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ท่านออกเดินจาริกแสวงบุญเพื่อ "สอน" สังคมไทยในเรื่อง "คนดี" ตรงกันข้ามท่านได้พร่ำพูดเรื่องนี้มานับครั้งไม่ถ้วนจนกลายเป็นเจ้าของสัมปทานผูกขาดไปแล้วว่าคนดีในสังคมนี้มีรูปร่างหน้าตาอย่างไร
ใครจะดีเลวขนาดไหนในบ้านนี้เมืองนี้ ต้องไปถามพลเอกเปรม
เอาเถิดครับ อย่าว่าแต่คนที่มีตำแหน่งหน้าที่อันสำคัญขนาดท่านเลย แค่ชาวบ้านธรรมดาที่อายุเกือบ 90 โดยที่ยังไม่หลงใหลหรือสมองฝ่อ ก็ควรจะได้รับความสนใจจากคนรุ่นหลัง เพราะเห็นโลกมาขนาดนั้นก็ย่อมต้องมีภูมิปัญญาอยู่ในตัวบ้าง
แต่ประเด็นคือการให้คำปรึกษากับการกรอกหูนั้นเป็นคนละคำกัน
ผู้ใหญ่มักจะให้คำปรึกษาที่ยอดเยี่ยมลุ่มลึกอยู่เสมอ เพราะเห็นอะไรมาหลายรอบเต็มที รู้ทีเดียวว่าจุดเริ่มต้นอย่างนั้นจะไปถึงจุดจบเอาตอนไหน ลูกหลานที่ชาญฉลาดก็มักจะไปขอพึ่งบารมีทางปัญญาของท่านเพื่อให้หลุดจากหลุมพรางของตัวเองในขณะนั้นได้
ถ้าถามแล้วได้รับคำตอบมาประดับสติปัญญา ลูกหลานจะนิยมยกย่องและเพิ่มความนับถือขึ้นอีกมาก วันหลังก็จะย่องไปปรึกษาหรือขอปัญญาจากท่านอีก
เหมือนไปสนทนาธรรมกับสงฆ์ผู้ปฏิบัติธรรมมาแล้วจนแจ่มกระจ่างนั่นล่ะครับ อร่อยความคิดเสียจนบางครั้งก็ติดรส แวะไปนมัสการท่านอีกเรื่อยๆ
แต่ผู้ใหญ่ที่ไม่มีใครถามหรือขอคำแนะนำ แต่ชอบที่จะยัดเยียดให้เขาอยู่เรื่อย มักจะถูกลูกหลานนินทาลับหลังอย่างไม่ค่อยศรัทธาเชื่อถือนัก แถมยังพยายามหลีกไปให้ห่างไกล เพราะกลัวท่านจะสาดกระสุนทางความคิดเข้าใส่
ไม่มีคำสอนใดจะไร้ประโยชน์เท่ากับคนที่เขาไม่ต้องการได้รับ
จะด่าเด็กว่าตักน้ำรดหัวตอก็ได้ถ้าทำให้ผู้ใหญ่รู้สึกสบายใจ แต่กับผู้ใหญ่บางประเภทเราต้องบอกว่าคำสอนที่พร่ำพูดมาไม่ได้ออกมาจากเมตตาธรรม แต่กลับออกมาจากความกระหายจะยิ่งใหญ่เหนือคนอื่น ก็เลยกลายเป็นเพียงการแสดงอำนาจราชศักดิ์ของตนไปแทน
ความรู้สึกแบบนี้นักปฏิรูปการศึกษาเขาเรียกว่าไม่รู้จักเอาผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (student-centered) แต่กลับเอาคนสอนมาเป็นศูนย์กลาง อย่างที่เรียกว่าผู้บัญชาการในห้องเรียน
เอะอะอะไรก็บอกให้ฟังครู แสดงเหตุผลเข้าหน่อยก็โกรธกระฟัดกระเฟียด หาเรื่องลงโทษเฆี่ยนตีกันจนเงียบเสียงไป
ห้องเรียนแบบหลังจึงมีประสิทธิภาพมากในการผลิตนักเผด็จการต่อไปเรื่อยๆอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
แต่แบบแรกที่นักเรียนเกิดความใคร่รู้ใคร่เรียนแล้วมาแสวงหาคำตอบโดยสุจริตใจนั้นกลับส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเป็นอย่างยิ่ง เพราะเคารพในความเป็นมนุษย์ของนักเรียนแต่ละคนเสียตั้งแต่ต้น
พระสงฆ์ท่านจะเทศน์ให้ใครก็ต่อเมื่อผู้นั้นอาราธนาหรือเชิญท่านก่อนทุกครั้ง
ข้อคิดประการสำคัญที่สุดในการออกมาสอนสรรพสิ่งใดๆคือรอให้เขาถามเสียก่อนครับ.--จบ-

////////////////////////////

คอลัมน์: เลือกคบไม่เลือกข้าง...

จากหนังสือพิมพ์โลกวันนี้

'สุเทพ'ยกทุกพรรคสำคัญ หลังพปช.ชนะไม่เกินครึ่ง

นายสุเทพ เทือกสุบรรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าววันนี้ (24 ธ.ค.) ถึงการที่พรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดินจับขั้วทางการเมืองกันว่า ขณะนี้ทุกพรรคการเมืองมีความสำคัญหมด พรรคพลังประชาชนได้เสียงไม่มากพอ ทุกพรรคเลยมีความสำคัญ ส่วนผลการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งเป้าได้ ส.ส.170 แต่พลาดไป 4 คน แต่ก็คิดว่า เราได้ตามเป้า ถือว่ามากที่สุด ซึ่งต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชน

'ภาคอีสานผมพอใจมาก ทำให้เรามีฐานทำงานทางการเมืองต่อไปได้' เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว และว่า ตนไม่แปลกใจการได้ส.ส.ของพรรคพลังประชาชน เพราะได้ในพื้นที่มั่นเดิมของเขา

ส่วนจำนวน ส.ส.ของพรรคชาติไทย และพรรคเพื่อแผ่นดิน นายสุเทพ กล่าวว่า ควรได้ส.ส.มากกว่านี้จริง ๆ พรรคชาติไทย ตนเคยประเมินว่า 40-50 คน พรรคเพื่อแผ่นดิน เคยประเมินว่า ใกล้เคียงกับพรรคชาติไทย เลยสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้น ส่วนที่จ.ชลบุรี คิดว่าเป็นกระแส ที่พี่น้องประชาชนต้องการเปลี่ยนผู้แทน


สหรัฐฯยินดีต่อผลเลือกตั้งไทย สื่อเทศจับตา-จับขั้วตั้งรัฐบาล

สหรัฐฯยินดีต่อผลการเลือกตั้งของไทย และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพผลการเลือกตั้ง สื่อต่างประเทศจับตาการจับขั้วตั้งรัฐบาลใหม่

(24ธค.) นายฌอน แมคคอร์แมค โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ แถลงว่า สหรัฐขอแสดงความยินดีต่อผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเบื้องต้น ซึ่งเป็นไปอย่างเสรีและยุติธรรมในการดำเนินขั้นตอนสำคัญเพื่อกลับคืนสู่การปกครองที่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพผลการเลือกตั้ง ขณะเดียวกันสหรัฐกำลังรอคอยอย่างจริงจังเพื่อที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของไทย

ด้านโฆษกประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุชของสหรัฐ แถลงเมื่อวานนี้ว่า สหรัฐกำลังรอคอยอย่างกระตื้อรือร้นเพื่อการกลับคืนสู่การปกครองแบบประชาธิปไตยของไทย ทั้งนี้ เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและยั่งยืนนานกับไทยที่เป็นพันธมิตรที่สำคัญของสหรัฐ

ขณะที่โปรตุเกสซึ่งเป็นประธานของสหภาพยุโรปในขณะนี้ ได้กล่าวแสดงความยินดีต่อการเลือกตั้งของไทย ซึ่งถือเป็นความคืบหน้าครั้งสำคัญของประเทศที่ถูกปกครองด้วยกฎอัยการศึกตลอด 1 ปีที่ผ่านมา และการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของชาวไทยต่อการปกครองแบบประชาธิปไตย และตัดสินใจอนาคตของชาติด้วยตนเอง

สื่อต่างประเทศหลายสำนักจากทั่วโลก เกาะติดรายงานข่าวการเลือกตั้งส.ส.ของไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรายงานอ้างอิงผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ที่ระบุว่า พรรคพลังประชาชน ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง แต่คาดการณ์ว่าเป็นเรื่องยากของพรรคพลังประชาชน ในการจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากต้องหาพรรคร่วมเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม ซึ่งต้องจับตาต่อไปว่าพรรคใดจะจับมือร่วมกับพรรคพลังประชาชน นอกจากนี้ สื่อต่างชาติยังวิเคราะห์ถึงชัยชนะของพรรคพลังประชาชนว่า อาจจะเป็นเพราะการชูนโยบายที่จะนำตัวอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับประเทศ พร้อมนิรโทษกรรมอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ทั้ง 111 คนด้วย

ขณะเดียวกัน สื่อต่างประเทศรายงานข่าวว่า ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาประกาศว่า จะไม่จับขั้วจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามพร้อมจะจัดตั้งรัฐบาล หากพรรคพลังประชาชนไม่สามารถจัดตั้งได้


ทักษิณกลับไทยแน่รอพปช.ตั้งรัฐบาล


ทักษิณ บอกผ่านสื่อนอก กลับไทยแน่ รอตัดสินใจหลัง พปช.ได้ตั้งรัฐบาล

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานอ้างคำให้สัมภาษณ์ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งติดตามสถานการณ์การเลือกตั้งทั่วไป อยู่ที่เกาะฮ่องกง ว่า ทันทีที่มีการจัดตั้งรัฐบาลโดยพรรคพลังประชาชนได้เป็นผลสำเร็จ จะตัดสินใจทันทีว่าจะประเทศไทยเมื่อใด และในช่วงเวลาใด ซึ่งอาจเป็นราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2551 ตามที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ส.ในระบบสัดส่วนของพรรคพลังประชาชน ที่เคยกล่าวไว้ในการปราศรัยหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง

สำนักข่าวต่างประเทศทั่วโลก ได้เกาะติดรายงานความเคลื่อนไหวข่าวการเลือกตั้งในไทยหลังการยึดอำนาจ อย่างต่อเนื่อง โดยอ้างอิงรายงานผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ที่ระบุว่า เป็นเรื่องลำบากของพรรคพลังประชาชนซึ่งได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งจะจัดตั้งรัฐบาล เพราะต้องหาพรรคร่วมเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม ซึ่งต้องจับตากันต่อไปว่าพรรคใดจะจับมือร่วมกับพรรคพลังประชาชน

สื่อต่างประเทศยังรายงานการประกาศชัยชนะของนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ที่ประกาศชัดเจนว่า จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของประเทศไทยอย่างแน่นอน พร้อมกับให้ข้อมูลว่า ภายหลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โทรศัพท์มาแสดงความยินดีกับชัยชนะในครั้งนี้ พร้อมกับยินดี เชิญพรรคการเมืองที่สนใจเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล

ขณะเดียวกันได้รายงานข่าวที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้รับคะแนนเสียงได้ที่นั่งส.ส.เป็นอันดับ 2 ที่ออกมาประกาศว่า จะไม่จับขั้วจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนอย่างแน่นอน พร้อมกับระบุว่า พร้อมจะจัดตั้งรัฐบาลหากพรรคพลังประชาชนไม่สามารถจัดตั้งได้

ทั้งนี้ สื่อต่างประเทศ ยังวิเคราะห์ถึงชัยชนะของพรรคพลังประชาชนว่า อาจจะเป็นเพราะการชูนโยบายที่จะนำตัวอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณกลับประเทศ พร้อมกับนิรโทษกรรมอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ทั้ง 111 คนด้วย.

คำต่อคำ‘สมัคร-อภิสิทธิ์' ท่าทีจัดตั้งรัฐบาล

"วันนี้ถือเป็นสิ่งที่บอกว่าใครทำอะไรไม่เหมาะ ก็ต้องคิดให้ดี"

- สมัคร สุนทรเวช

ผมขอขอบคุณประชาชนทุกคนทั่วประเทศที่ลงคะแนนให้พรรคซึ่งยอด 480 คะแนน ที่เราได้เวลานี้ประมาณ 229-230 ขาดอีกเพียง10 คะแนน ก็จะถึงครึ่ง เมื่อเป็นเช่นนี้พรรคพลังประชาชนก็ได้คะแนนสูงสุดเกือบจะถึงครึ่ง ซึ่งคนที่ได้คะแนนมากที่สุดก็จะได้จัดตั้งรัฐบาลและผมขอประกาศเชิญชวนทุกพรรคการเมืองที่คิดว่าสามารถทำงานด้วยกันได้เข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติและให้ชาติบ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งหากรวมกันได้ใกล้300ที่นั่ง ก็จัดตั้งรัฐบาลดำเนินการบริหารบ้านเมืองได้ ขอพูดอีกครั้งว่าพรรคพลังประชาชนประกาศเชิญทุกพรรคให้มาร่วมงานทางการเมือง เมื่อมีคนยึดอำนาจประชาชนอดทนรอมา 15 เดือน มีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ มีการเลือกตั้ง และผลก็ออกมาแล้วผมในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชาชนขอขอบคุณที่ประชาชนตัดสินในวันนี้ ให้คนไทยและคนทั้งโลกแลเห็นว่าประชาชนคิดอย่างไรกับพรรคนี้

- หากพรรคพลังประชาชนจัดตั้งรัฐบาลได้นายสมัครพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี

ผมต้องเป็นแน่นอนตนได้ครึ่งหนึ่งคือ 240 ที่นั่ง ถ้ามี 3-4 พรรคมาร่วมกันสัก 270-280 ที่นั่งก็เป็นรัฐบาลได้ ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ทั่วโลกทำกัน อย่างไรก็ตาม ได้ติดต่อไปแล้วและหลายพรรคยังมีเวลาอีกหลายวันต้องรอให้กกต.ประกาศผลก่อนและท่านก็บอกว่าจะประกาศได้ต้นปี จะไม่รอถึง 30 วัน และต้องขอบคุณกกต.ทั้ง5 คนที่ทำให้มีการเลือกตั้งในวันนี้ แม้มีคนพยายามฉุดกระชากไม่ให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคพลังประชาชนก็โดนมรสุมเช่นกัน อย่างไรก็ดีต้องขอขอบคุณที่กำหนดให้มีการเลือกตั้งโดยไม่มีอะไรมาวอแว ขอบคุณที่ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมเชื่อว่าสื่อต่างประเทศ และองค์กรต่างๆที่มาสังเกตุการณ์การเลือกตั้งจะได้เห็นการควบคุมการเลือกตั้งที่เป็นไปอย่างเรียบร้อย

- หากพรรคประชาธิปัตย์อ้างสิทธิ์เรื่องเสียงส.ส.ในกทม.มาตั้งรัฐบาลแข่ง

ก็คงต้องให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นคนพูดแล้วกัน

- ชัยชนะครั้งนี้เป็นของพรรคพลังประชาชนหรือของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี

เป็นชัยชนะของประชาชนประเทศนี้ที่เสียอิสรเสรีภาพเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549 โดยไม่มีเหตุอันควร และวันนี้ถือเป็นสิ่งที่บอกว่าใครทำอะไรไม่เหมาะก็ต้องคิดให้ดี

- มีการเรียกหัวหน้าพรรคชาติไทยและหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินไปพบที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

ข้อเท็จจริงคือผู้สื่อข่าวต้องหามารายงานให้ประชาชนทราบ

- เมื่อตั้งรัฐบาลแล้วจะมีนโยบายอย่างไรต่อพ.ต.ท.ทักษิณ

ไม่ต้องเขียนนโยบายพ.ต.ท.ทักษิณ บอกใครต่อใครว่า ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลเมื่อการเลือกตั้งผ่านพ้นไปแล้วบ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติ พ.ต.ท.ทักษิณก็จะกลับมาสู้คดี

- จะใช้เวลากี่วันถึงจะบอกได้ว่ามีพรรคใดเป็นพรรคร่วมรัฐบาลบ้าง

กกต.ก็บอกแล้วจะใช้เวลาน้อยกว่า 30 วันก็ต้องให้เวลาท่าน

- มั่นใจหรือไม่ว่าจะได้จัดตั้งรัฐบาลได้

มีอะไรที่ทำให้ไม่มั่นใจเราได้คะแนนเกือบจะถึงครึ่ง

- จะมีพรรคร่วมรัฐบาล 2 หรือ 3 พรรค

จำนวนมากพอที่จะทำให้แข็งแรง

- ได้โทรศัพท์พูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่

ผมเป็นคนไม่โทรหา แต่ท่านได้โทรหาคนที่ติดต่อด้วยแล้วยื่นให้กับผมและบอกว่า ขอแสดงความยินดีกับคุณสมัครด้วยจริงๆ

- มีหลักการเงื่อนไขอะไรให้พรรคการเมืองมาร่วมด้วย

ขณะนี้เหลือเวลาอีกมากพอที่จะพูดเดรื่องเงื่อนไข ซึ่งเขายังไม่พูดตอนนี้ เขาจะมาตกลงกันก่อนว่า เอาหรือไม่เอาเท่านั้นเอง

- กังวลหรือไม่จะตั้งรัฐบาลไม่ได้

มันมีเวลาอีกตั้งเดือน

- ทำไมต้องใช้เวลานานขนาดนั้น

ก็กกต.เขาต้องการ เราต้องให้เวลาท่าน แต่ท่านจะพยายามไม่ใช่เดือน จะใช้ถึงวันที่ 3 ม.ค. ท่านว่าอย่างนั้น ดังนั้น ยังมีเวลาวันนี้เพิ่งวันที่ 23 ธ.ค.อย่างน้อยอีกต้อง10 วัน

- ไม่กลัวเขาแย่งจัดตั้งรัฐบาลก่อนหรือ

เขาไม่อายหรือ ได้น้อยแย่งคนแย่งมาก เขาไม่อายหรือ (เสียงปรบมือชอบใจ)

- จะตั้งรัฐบาลแห่งชาติไหม

ไม่ได้ รัฐบาลแห่งชาติไม่มีฝ่ายค้าน

- ถ้าเป็นนายกฯ และจะประสานงานกับ พล.อ.เปรมได้หรือไม่

มันเกี่ยวข้องอะไร และประธานองคมนตรีกับนายกฯ มันเกี่ยวข้องอะไร

- ต้องมีการประสานงานร่วมกันไม่มีเลย ๆ

ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องเลย

- สิ่งแรกที่ท่านจะทำหลังจากจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว

ผมก็เรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (กองเชียร์หัวเราะ) ก็ไปแถลงนโยบายในสภา ไม่ใช่มาแถลงต่อหน้าสื่อมวลชนตรงนี้

- มั่นใจได้อย่างไรว่า พรรคอื่นจะเข้าร่วมกับ พปช.

แล้วทำไมถึงคิดว่า เขาจะไม่มั่นใจ

- เพราะอาจมีปัจจัยอื่นเรารอดูก่อน

ยังมีเวลา

- เสียงที่จะเป็นรัฐบาล 280 เสียง

ก็ต้องไปนับดูว่ามีพรรคไหน แต่ตัวเลขมันยังไม่จบ

- มีพรรคไหนตอบรับมาบ้าง

เขาไม่บอก เรื่องพรรค์อย่างนี้ เขาไม่มาเปิดตรงนี้

- แต่มั่นใจว่า พปช.จะตั้งรัฐบาลได้แน่

ผมบอกว่า ในที่ประชุมสภา เราก็เคยรู้จักกันมาเป็นเพื่อนกันมา ผมไม่ใช่ศัตรูของคนในสภา ศัตรูของผมอยู่นอกสภา ฉะนั้นก็บอกแต่เพียงว่า คนที่เขาเลือกตั้งกันมา เขารู้จักกันทั้งนั้น ฉะนั้นเขาก็คงคิดดีอยู่แล้วที่ว่า จะทำงานกับใครจะได้สบายใจกว่ากัน ผมพูดได้เท่านั้น แต่ถ้าจะมีใครพยายามทำอะไรอย่างอื่น ก็ไม่ขัดข้อง มีเวลาพอจะลองดูกันได้ แล้วผมบอกได้แต่เพียงว่า ใครจะคิดทำอะไรที่ผิดปกติธรรมชาติ ไม่อายคนต่างชาติ ก็ควรจะอายคนในประเทศบ้าง เพราะคนในประเทศเราเค้ารู้ว่าอะไรเป็นอะไร ขอบคุณครับ

"คำว่าตั้งรัฐบาลแข่ง เป็นคำพูดของผู้ที่วิตกจริตไปเอง"

- อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

กราบเรียนพี่น้องสว่า เราภาคภูมิใจในทุกคะแนนเสียงอันบริสุทธิ์ ที่จะทำให้วันนี้พรรคประชาธิปัตย์มีที่นั่งในสภาฯ ประมาณการณ์อยู่ใน 160 ที่นั่ง สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของเรา และเราภาคภูมิใจในคะแนนอันบริสุทธิ์ในระบบสัดส่วน ที่ยังไม่ชัดเจนว่าพรรคใดจะมากกว่ากัน แต่ว่านับจนถึงขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้รับความไว้วาใจจากพี่น้องแล้วเกิน 10 ล้านเสียง ผมขอยืนยันว่า ทุกคะแนนเสียงที่มอบให้กับเรา ถือเป็นคะแนนเสียงที่มอบให้เราไปผลักดันวาระประชาชน คือสิ่งที่เราได้กราบเรียนกับพี่น้องตลอดเวลาตลอดการบริหารการเลือกตั้งว่า ขอกราบเรียนไม่มีคะแนนใดที่สูญเปล่า เราจะเดินหน้าเต็มที่

เมื่อสักครู่ผมได้ฟังการแถลงข่าวของหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ซึ่งท่านได้ประกาศเชิญชวนทุกพรรคที่คิดว่าจะเข้าไปทำงานกับท่านให้ไปร่วมรัฐบาล ผมกราบเรียนในเบื้องต้นว่า สำหรับพรรคประชาธิปัตย์นั่น ผมได้ประกาศกับพี่น้องประชาชนไปชัดเจนระยะหนึ่งแล้วว่าในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นั้นคงไม่อยู่ร่วมเป็นรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน ดังนั้นจึงเป็นภาระของท่านหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ที่จะได้ประกาศเชิญชวนพรรคการเมืองอื่นและก็เป็นสิทธิของพรรคการเมืองต่างๆ ที่จะต้องตัดสินใจว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตประเทศชาติบ้านเมือง พรรคประชาธิปัตย์จะเคารพการตัดสินใจของพรรคการเมืองนั้นๆเพราะฉะนั้เนในชั้นนี้ เราก็คงจะติดตามผลการเลือกตั้งต่อไป และรอกำลังรอดูการเรียนเชิญของหัวหน้าพรรคพลังประชาชนกับพรรคการเมืองต่างๆนั้นมีผลอย่างไรนะครับ ถ้าแม้นว่า พรรคพลังประชาชนประสบความสำเร็จในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ก็พร้อมจะเป็นฝ่ายค้าน ที่จะดูแลรักษาผลประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มที่ และถ้าแม้นว่าพรรคพลังประชาชนไม่ประสบความสำเร็จในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ก็พร้อมที่จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลต่อไป

ส่วนที่ว่าจะให้เวลาพรรคพลังประชาชนเท่าไหร่ คงเป็นเรื่องของหัวหน้าพรรคการเมืองอื่นๆ ที่จะตัดสินใจตอบรับคำเชิญของหัวหน้าพรรคพลังประชาชนหรือไม่ มีความชัดเจนเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น อาจจะมีความไม่แน่นอนที่ว่าบางพรรคอาจจะตัดสินใจว่าต้องรอการรับรองผลการเลือกตั้งก่อน ซึ่งก็อยู่ที่การทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งด้วย

ขณะนี้เราถือว่า พรรคพลังประชาชนมาเป็นอันดับ 1 ประกาศเชิญชวนแล้ว เมื่อประกาศเชิญชวน แล้วก็ดูว่ามีคนตอบรับคำเชิญไหมเท่านั้นเอง ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล แต่ถ้าพรรคพลังประชาชนจัดตั้งไม่ได้ ก็เป็นความรับผิดชอบของผมที่จะต้องดูแลให้ประเทศไทยมีรัฐบาล คำว่าตั้งรัฐบาลแข่ง เป็นคำพูดของผู้ที่วิตกจริตไปเอง ในต่างประเทศ เขาก็ถือว่าใครรวบรวมเสียงข้างมากในรัฐสภาได้ ก็จะตั้งรัฐบาลได้ แต่เราให้เกียรติพรรคพลังประชาชนมาที่หนึ่ง ท่านประกาศเชิญ เราก็ไม่ได้ทำอะไร อยู่ที่พรรคการเมืองอื่นจะตอบรับคำเชิญหรือไม่ ไม่มีตัวช่วยอะไรทั้งสิ้น เราเริ่มต้นจากการเป็นผู้สมัครส.ส.ที่เป็นส.ส.เก่าน้อยกว่าคู่แข่งประมาณครึ่งหนึ่ง เราถูกสบประมาทว่าคะแนนสัดส่วนก็จะน้อยกว่าคู่แข่งประมาณครึ่งหนึ่ง เวลานี้ผลการเลือกตั้งออกมาก็เห็นได้ชัดว่าคะแนนสัดส่วนจำนวนคนที่ลงคะแนนให้กับเบอร์ 4-12 ใกล้เคียงกันมาก แต่ว่าส.ส.เขตคนเก่าค่อนข้างที่จะได้เปรียบ

ผมไม่ไปทำอะไรเลย พวกผมก็ยืนอยู่ตรงนี้แล้วก็ดูผลการเลือกตั้ง คุณสมัครประกาศเชิญชวน ผมก็ดูว่าพรรคอื่นตอบรับคำเชิญไหม ไม่มีอะไรน่าอายเลยครับ พรรคประชาธิปัตย์จะไปบังคับใครได้ ประเด็นก็คือว่าวันนี้เมื่อผลการเลือกตั้งออกมา ผมก็เปิดกว้างว่าพรรคอันดับ 1 เขาเชิญชวนแล้ว แล้วถามว่าเกิดเขาเชิญ แล้วผมไปตอบรับ ความรับผิดชอบในฐานะนักการเมืองผมไปอยู่ที่ไหน แต่ถ้าเขาทำได้ ผมก็บอกแล้วไม่มีปัญหาอะไรพรรคประชาธิปัตย์ก็ทำหน้าที่ของเราอย่างสมบูรณ์ต่อไปกรอบเวลาอย่างไรเขามีเกณฑ์อยู่แล้ว เพราะว่าตามรัฐธรรมนูญเขากำหนดไว้ภายใน 30 วัน เวลาเปิดสภาฯมันมีความชัดเจนอยู่แล้วเพราะฉะนั้นไม่มีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตาม ผมอยากให้เกียรติหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรค ที่จะพิจารณาด้วยตัวของท่านเอง ว่าจะตอบรับคำเชิญของพรรคพลังประชาชนหรือไม่ ถามผมว่ามีอะไรที่จะบอกกับท่าน ไม่บอกว่ามีข้อผูกมัดหรือเป็นพันธมิตรกันผมพูดคำเดียวว่าขอให้ท่านตัดสินใจที่ดีที่สุด สำหรับประเทศชาติและประชาชน ผมไม่ติดใจเลยจะเป็นพรรคการเมืองไหน ก็ท่านตัดสินใจว่าดีที่สุดสำหรับบ้านเมืองจะเดินไปเส้นทางนั้นก็ไม่มีประเด็นจะต้องต่อว่าต่อขาย การเมืองไม่ใช่เรื่องส่วนตัว การเมืองเป็นเรื่องของประเทศชาติ ขอให้ท่านตัดสินใจตามสิทธิและสิ่งที่ท่านคิดว่าดีที่สุด อยู่ที่ภาวะผู้นำ อยู่ที่กติกาการร่วมรัฐบาล ผมเรียนอย่างนี้ว่า ผมจะไปจัดตั้งรัฐบาลที่ทำงานให้ประชาชนไม่ได้ ผมไม่ไปจัดตั้งอยู่แล้ว ผมยืนยันมาตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้ว ว่าผมจะจัดตั้งรัฐบาลเมื่อมั่นใจว่ารัฐบาลนั้นทำประโยชน์เพื่อประชาชนได้

- ส่วนกรณีที่หัวหน้าพรรคประชาชนประกาศว่า

ผมเรียนว่า ถ้าท่านจัดตั้งรัฐบาลได้ แล้วอยากจะดำเนินการอะไร โดยมีเสียงข้างมากเป็นความชอบธรรม และถ้าถามผม ผมก็อยากจะแนะนำคุณสมัครว่า คิดถึงประชาชรนก่อนได้ไหม ก่อนจะคิดถึง 111 คน--จบ--

เริ่มชีวิตใหม่

ได้หายใจเอาบรรยากาศ ประชาธิปไตย เข้าเต็มปอดซะที วันนี้ต้องถือเป็นวันเริ่มต้นชีวิตใหม่ของ ชาวประชาธิปไตย หลังจากได้ ส.ส.ใหม่ก็จะได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่คนที่ 25 แล้วก็ได้รัฐบาลใหม่ และมีนาคมปีหน้าก็จะได้ ส.ว.ใหม่
เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ
มีเงื่อนปมตรงไหนก็ค่อยๆช่วยกันแก้ เชื่อว่าประเทศไทยจะเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง สำคัญอยู่ที่ว่า ทุกคนจะต้องยึดกฎเกณฑ์กติกาอย่างเคร่งครัด
เลิกทะเลาะกันซะที
ผมก็เบื่อ คนไทยก็เบื่อ เผลอๆนักการเมืองเองก็เบื่อ ทะเลาะกันแล้วไม่ได้อะไร มีแต่ความหายนะมาเยือน ในพริบตาเดียวเท่านั้นเราถูกมองจากชาวโลกด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ
ผมเองก็ต้องรับสารภาพว่าเสียทั้งสุขภาพจิตและกำลังใจ ยิ่งรู้ข้อมูลมากก็ยิ่งทุกข์ เพียงแต่หวังว่าจะให้เกิดความถูกต้องและเป็นธรรมขึ้นในบ้านเมืองเท่านั้น
ไม่ได้มีอคติคิดร้ายกับบุคคลหรือสถาบันใดเป็นการส่วนตัว
วันนี้ผมขออนุญาตคัดลอกบทความจาก นิตยสารดิอิคอนอมิสต์ ที่ชื่อว่า ภัยทางการเมืองคุกคามทั่วโลก โดยลาซา เคคิค มา ให้อ่านกัน
"ขณะนี้มีสัญญาณว่า สิ่งต่างๆกำลังเปลี่ยนแปลงไป ภัยหรือความเสี่ยงทางการเมืองเริ่มมีความสำคัญมากขึ้นในสายตาของผู้บริหารธุรกิจระดับสูง มีรายงานการสำรวจความเห็นนักธุรกิจปรากฏว่า ในระยะหลังนักธุรกิจเริ่มให้ความสำคัญกับความเสี่ยงทางการเมืองมากขึ้นกว่าในอดีต รายงานการสำรวจความเห็นผู้บริหารระดับสูงทั่วโลก จัดทำโดยศูนย์วิจัยข้อมูล Economist Intelligence Unit ความวิตกกังวลจะมีมากในการลงทุนในประเทศที่จัดว่าเป็นตลาดกำลังเกิดใหม่"
"ภัยทางการเมืองในกลุ่มประเทศเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยลบที่สำคัญต่อการลงทุนมาก ความเสี่ยงภัยทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการก่อเหตุรุนแรงจากการประท้วง การกีดกันการลงทุนจากต่างประเทศ ความตึงเครียดทางการเมืองในระดับภูมิภาค และความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาลมีมากขึ้น สำหรับประเทศที่ร่ำรวย ความกังวลที่มีเพิ่มขึ้นจากนโยบายการปกป้องธุรกิจในประเทศเพิ่มสูงขึ้น ภัยก่อการร้ายในสหรัฐฯและอังกฤษ ทำไมถึงมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงทางการเมืองมากขึ้น คำตอบคือส่วนหนึ่งอาจเป็นจิตวิทยา เป็นภาพสะท้อนทัศนคติที่ไม่ยอมรับความเสี่ยงแบบสุดกู่"
สุดท้ายยังได้จัดลำดับประเทศที่มีความเสี่ยงน้อยไปจนถึงเสี่ยงมาก จากสีเขียวอ่อนไปจนถึงสีดำ ปรากฏว่า ประเทศไทยติดอันดับ สีดำ Very high risk ซึ่งทั่วโลกมีอยู่สิบกว่าประเทศเท่านั้น
นี่กระมัง คงเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ผมเป็นห่วงอนาคตของประเทศอนาคตของลูกหลานที่จะตามมา ถ้าประเทศของเราถูกมองในภาพลักษณ์เช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ จะทำลายอนาคตประเทศไทยและคนไทยในที่สุด.

"หมัดเหล็ก"--จบ--

//////////////////////////////

คอลัมน์:คาบลูกคาบดอก

‘อียู'ร่วมปลื้ม‘เลือกตั้งไทย'พร้อมฟื้นฟูความสัมพันธ์


สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ประธานหมุนเวียนของสหภาพยุโรปหรืออียูปัจจุบัน ได้กล่าวยกย่องการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในไทยเมื่อวันอาทิตย์(23)คือ "ความสำเร็จ" ในประเทศที่อยู่ภายใต้กฎอัยการศึกมานานกว่าปี
"สหภาพยุโรปพิจารณาเห็นว่าการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 23 ธันวาคมคือความสำเร็จครั้งสำคัญบนถนนกลับคืนสู่ระเบียบตามรัฐธรรมนูญในประเทศไทย" แถลงการณ์ของอียูที่มีโปรตุเกสเป็นประธานระบุ"การเลือกตั้งนี้คือตัวแทนประชาธิปไตยของประชาชนชาวไทยและพวกเขาได้ตัดสินใจอนาคตของตนเอง"
พันธมิตรของอดีตนายกรัฐมนตรีและมหาเศรษฐี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งแรกของประเทศนับตั้งแต่มีรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน จนนำไปสู่การมีรัฐบาลที่ได้รับแต่งตั้งจากคณะทหาร
แถลงการณ์ของอียูระบุต่อว่า "สหภาพยุโรปมองไปข้างหน้าถึงความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและอุดมสมบูรณ์กับรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง ในวิญญาณแห่งความสัมพันธ์ฉันมิตรที่มียาวนานระหว่างไทยและสหภาพยุโรป"
นักวิเคราะห์คาดหมายว่า ทักษิณ จะเดินทางกลับประเทศยุติการลี้ภัยในต่างแดนหากนักการเมืองพันธมิตรของเขาประสบผลสำเร็จในการควบคุมประเทศ--จบ--

จาก hi-thaksin