WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, December 24, 2007

'จาตุรนต์' ระบุพปช.ชอบธรรมเป็นแกนนำจัดตั้งรบ.ชี้ถ้าเป็นปชป.จะทำให้ขาดเสถียรภาพ

'จาตุรนต์' ยอมรับกระแสปชป.ฟีเวอร์ในพื้นที่ภาคกลาง-กทม. มั่นใจพปช.เป็นแกนนำตั้งรัฐบาลได้ ชี้ถ้าปชป.เป็นรบ.จะขาดเสถียรภาพ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวถึงผลการเลือกตั้งว่า ภาพรวมที่ออกมา สะท้อนให้เห็นพัฒนาการทางการเมือง ประชาชนเลือกเป็นระบบพรรค และเลือกโดยคำนึงถึงบุคคลที่จะมาเป็น นายกรัฐมนตรี โดยมองไปที่นโยบายมากขึ้น แต่ก็มีการเลือกบนพื้นฐานความเห็นแตกต่างอันเนื่องมา จากความขัดแย้ง เดิมอยู่บ้าง ส่วนการซื้อเสียงแม้จะยังมีบทบาทอยู่แต่ก็น้อยลงไปมาก สำหรับผลการเลือกตั้ง ในพื้นที่ภาคกลาง และกทม.ต้องยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนนิยมที่สูงขึ้น สืบเนื่องมาจากผลพวงของการยึดอำนาจ ตัวบุคคล และกระแส อีกทั้งพรรคไทยรักไทยเดิมแยกส่วนกระจัดกระจายเป็นพรรคต่างๆ จึงอ่อนกำลังลง

นายจาตุรนต์กล่าวว่า สำหรับความเคลื่อนไหวจัดตั้งรัฐบาลนั้น เป็นไปตามคาดก่อนหน้านี้ที่เมื่อพรรค พลังประชาชนได้เสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่ง จะมีความเคลื่อนไหวรวมตัวเพื่อจัดตั้งรัฐบาลแข่งขัน อย่างไรก็ตาม เมื่อผลเลือกตั้งออกมาพรรคพลังประชาชนได้เสียงเกือบครึ่ง ทำให้มีความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาลสูงกว่ามาก คิดว่าจะมีการชักเย่อกันไม่นาน สุดท้ายก็จะได้รัฐบาลที่มีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำ เพราะถ้าหากพรรค ประชาธิปัตย์เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะต้องรวบรวมพรรคการเมืองแทบทุกพรรค ทำให้รัฐบาล ไม่มีเสถียรภาพ พรรคใดไม่เห็นด้วยรัฐบาลจะล้มทันที และจะทำให้นานาชาติขาดความเชื่อมั่น สรุปแล้วมันยากเกินไป วันนี้ทุกพรรคควรคำนึงถึงความราบรื่นในการบริหารประเทศ มีรัฐบาลให้ได้โดยเร็ว เพื่อแก้วิกฤต นำบ้านเมืองกลับสู่ความปรองดอง ไม่ควรปล่อยให้อยู่ในภาวะสุญญากาศ เพราะทุกฝ่ายกำลังจับตามมองด้วยความห่วงใยต่อบ้านเมือง

'ก่อนการเลือกตั้ง หลายพรรคประกาศยืนยันว่าไม่มีข้อตกลงจับขั้วกัน วันนี้ก็คงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะมาตั้งป้อม ใส่พรรคพลังประชาชนที่ผ่านการรับรองจากประชาชนมาแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ก็ชัดเจนว่าไม่ร่วม กับพรรค พลังประชาชนแน่ เพราะเสียงมากอยู่แล้ว ฉะนั้น ก็เหมาะเป็นฝ่ายค้านที่มีประสิทธิภาพ สำหรับพรรคชาติไทย และเพื่อแผ่นดินที่ประกาศจับขั้วกันนั้นเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่อยากให้คำนึงประเทศที่วันนี้ ควรจะมีรัฐบาลโดยเร็ว' นายจาตุรนต์ กล่าว และว่า ในท้ายที่สุดเชื่อว่าคงไม่มีปัญหาในการจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำ ส่วนท่าทีของพรรคพลังประชาชนที่ประกาศพร้อมร่วมมือกับทุกพรรค เน้นความปรองดอง เน้นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ถือว่าดีแล้ว และขอให้ทำตามที่พูด พยายามรักษาคะแนนนิยมเอาไว้ ไม่ควรประมาท เพราะต้องยอมรับว่า พรรคประชาธิปัตย์กระแสดีขึ้นมาก สำหรับพรรคประชาธิปัตย์หากจะตั้งรัฐบาลแข่งโดยอ้างเสียงในกทม.นั้น ถือว่าไม่ชอบธรรม เพราะประเทศไทยมี 76 จังหวัด และคะแนนที่ออกมาก็ไม่ได้สูสีกันแต่อย่างใด


'ประชัย' แต่งตัวรอ พร้อมคุยทุกพรรค

นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย กล่าวถึงกรณีกระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประสานนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทย เป็นผู้เจรจากับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน หัวหน้ากลุ่มมัชฌิมาให้นำ ส.ส.ที่อยู่ในสาย 5 คนจาก 7 คนไปร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน ว่ายังไม่ทราบ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลจะต้องมีการหารือกับคณะกรรมการบริหารพรรคในเวลา 15.00 น.วันนี้ ก่อน โดยจะหารือเรื่องต่างๆ เช่น การขอให้มีการนับคะแนนใน กทม.การจับขั้วตั้งรัฐบาลกับพรรคฝ่ายใด

'ผมไม่เกี่ยงว่าจะเป็นพรรคพลังประชาชน หรือพรรคประชาธิปัตย์' นายประชัยระบุ

เมื่อถามว่า หาก ส.ส.ส่วนใหญ่ซึ่งอยู่ในสายของนายสมศักดิ์ มีความเห็นไปคนละทางกับหัวหน้าพรรค จะทำอย่างไร นายประชัย กล่าวย้ำว่า การจับขั้วต้องเป็นไปตามมติของคณะกรรมการบริหารพรรค

นายประชัย กล่าวด้วยว่าจะยื่นเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นับคะแนนใหม่ในส่วนของ ส.ส.ระบบสัดส่วนกลุ่ม 6 ที่ตนลงสมัครใน กทม. เพราะไม่น่าเป็นไปได้ เนื่องจากเมื่อวิเคราะห์คะแนน ส.ส. แบบแบ่งเขตแล้ว รวมกันยังมีคะแนนมากกว่า 30,000 กว่าเสียง ซึ่งหากคนเลือก ส.ส.เขต อย่างน้อยต้องเลือก แบบสัดส่วนให้ด้วย ส่วนการนับคะแนนในส่วน ส.ส.เขต กทม. เห็นว่าจะเป็นไปได้ยาก ซึ่งขณะนี้กำลังให้ฝ่ายกฎหมายร่างคำร้องอยู่

เมื่อถามว่ายังมั่นใจ จะได้ ส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 6 หรือ นายประชัย กล่าวว่า การให้นับคะแนนใหม่เพราะเห็นว่า คะแนนสัดส่วนไม่น่าจะหายไปมาก ส่วนกรณีปัญหาที่เกิดกับนางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เลขาธิการพรรค นายประชัย กล่าวว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่ประสานเชิญนางอนงค์วรรณ มาเจรจาที่พรรคในวันนี้ แต่ส่วนตัวยังไม่ได้โทรศัพท์ติดต่อ กับนางอนงค์วรรณ เนื่องจากสัญญาณโทรศัพท์ของตนทุกเครื่องทุกระบบ ถูกสัญญาณรบกวนตลอด คิดว่าน่าจะถูกติดตามความเคลื่อนไหว


ประชาธิปไตยใต้เงาเผด็จการ

ไม่ว่ารัฐบาลใหม่จะเป็นพรรคการเมืองใด เป็นขั้วไหน เป็นฝ่ายใด ภารกิจแรกที่ผมอยากจะฟังว่าท่านจะตัดสินใจอย่างไร ก็คือ ท่านจะเอาอย่างไรกับ ร่าง พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร หรือ ร่างกฎหมายความมั่นคง ที่กำลังจะเป็นกฎหมายออกมาบังคับใช้กับประชาชนทุกคน ให้อยู่ใต้อำนาจเผด็จการอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ไม่มีที่สิ้นสุด

ก่อนการเลือกตั้งเพียง 2 วัน คือ เมื่อวันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม ที่ผ่านมา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งเป็น สภาของเผด็จการ โดยเผด็จการ เพื่อเผด็จการ ได้รวบรัดเร่งรีบยกมือให้ความเห็นชอบกับร่างกฎหมายความมั่นคง โดยไม่ฟังเสียงคัดค้าน ไม่สนใจคำทัดทาน ทักท้วง ของประชาชน นักวิชาการ และสื่อมวลชน

ร่างกฎหมายความมั่นคง ที่ สนช. ให้ความเห็นชอบ และกำลังจะออกมาเป็นกฎหมายกดหัวประชาชนให้อยู่ใต้อำนาจของทหารนี้ เรียกได้ว่าเป็น ไข่ที่เผด็จการ คมช. ไข่ทิ้งไว้ เพราะรู้ดีว่าวันหนึ่งข้างหน้าจะต้องหมดลมหายใจไป ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไป เพราะกระแสประชาธิปไตยไหลท่วมบ่า พาชีวิตจมตายอยู่ใต้กระแสเชี่ยวกรากของประชาธิปไตย

ไข่ของเผด็จการที่ คมช. ไข่ทิ้งไว้นี้ ได้รับการดูแลฟูมฟักเป็นอย่างดีจากรัฐบาลที่มี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี และจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่มี นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน และในที่สุด นายมีชัย ประธาน สนช. ซึ่งรับหน้าที่ฟักไข่ ก็ทำได้สำเร็จตามภารกิจที่ได้รับความไว้วางใจ และได้รับมอบหมายมาจากเผด็จการ คมช.

เป็นการฟักไข่ท่ามกลางเสียงประท้วงของประชาชนจำนวนมากที่อยู่หน้าสภา แต่ก็ไม่อาจจะทำให้นายมีชัยสะดุ้งสะเทือน สะทกสะท้าน แม้แต่น้อย ซึ่งแสดงถึงความเป็นมืออาชีพของนายมีชัย ที่รับใช้เผด็จการมาตลอดชีวิตได้เป็นอย่างดี ว่าหัวจิตหัวใจเป็นเช่นไร

กฎหมายความมั่นคงนี้ หากจะนับกันจริงๆ แล้ว ก็มีเพียงทหารหัวใจเผด็จการ และลิ่วล้อบริวารที่อยู่ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติเท่านั้น ที่เห็นดีเห็นงามไปด้วย เพราะ กฎหมายฉบับนี้ออกมาเพื่อให้ทหารมีศักดิ์และสิทธิเหนือประชาชนคนทั่วไป มีอำนาจเหนือกฎหมายทั้งหลายทั้งปวง แม้แต่รัฐธรรมนูญในหมวดที่ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ก็ดูจะไร้ความหมาย เพราะต้องอยู่ใต้กฎหมายความมั่นคง

โดยอาศัยอำนาจตามที่กฎหมายความมั่นคงบัญญัติไว้ ทหารจะมีอำนาจกระทำการในสิ่งที่รัฐธรรมนูญห้ามกระทำได้หลายเรื่อง และทุกเรื่องล้วนแต่เป็นเรื่องสำคัญ และกระทบต่อสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน ซึ่งเป็นหลักการและหัวใจสำคัญของประชาชนทั้งสิ้น

ภายใต้กฎหมายความมั่นคง ประชาชนจะถูกจำกัดสิทธิ ห้ามพูด เขียน ปราศรัย ชุมนุม แสดงออก วิเคราะห์ วิจารณ์ และสื่อสารถึงกัน ในสิ่งที่ทหารเห็นว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

ภายใต้กฎหมายความมั่นคง ประชาชนจะถูกจำกัดสิทธิ ห้ามเดินทางออกนอกเคหสถาน ห้ามเดินทางออกนอกเขตอำเภอ เขตจังหวัด ห้ามให้ที่พักพิงแก่ผู้อื่น และต้องยอมรับอำนาจของทหาร ที่จะเข้าตรวจค้นบ้านเรือน เคหสถาน ในยามวิกาล โดยไม่ต้องมีหมายศาล อีกทั้งสั่งให้ออกนอกพื้นที่เขตอำเภอ เขตจังหวัดได้โดยไม่ต้องแจ้งข้อกล่าวหา หรือการกระทำความผิด หากทหารเห็นว่าเป็นบุคคลที่ไม่พึงประสงค์ และเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งทหารจะเป็นผู้พิพากษาเองว่าใครคือบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

ภายใต้กฎหมายความมั่นคง ทหารมีอำนาจที่กระทำการได้ทุกสิ่งทุกอย่าง อันเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยไม่ต้องรับผิดชอบ ไม่ต้องรับผิดตามกฎหมายบัญญัติ และไม่ต้องรับโทษตามกฎหมายกำหนด ตรงกันข้าม การกระทำอันเป็นการละเมิดของทหาร กลับได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายความมั่นคง ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย

ภายใต้กฎหมายความมั่นคง ทหารมีอำนาจที่จะแต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการทุกกระทรวง ทบวงกรม ได้ทั่วประเทศ ตามความเห็นชอบของทหาร ในฐานะที่ผู้บัญชาการทหารบกเป็นรอง ผอ.กอ.รมน. และแม่ทัพภาค เป็น ผอ.รมน.ภาค โดยไม่ต้องคำนึงถึงหลักธรรมาภิบาล และหลักการแห่งกฎระเบียบข้าราชการพลเรือน เจ้าพนักงานของรัฐ

ภายใต้กฎหมายความมั่นคง ทหารมีอำนาจที่จะกำกับดูแลการปฏิบัติงานของส่วนราชการทั้งหมด แทนคณะรัฐมนตรี เสมือนหนึ่งทหารเป็นผู้บังคับบัญชาในระดับนโยบายแทนรัฐบาล

ผมจำได้ว่า ในการตอบคำถามของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เมื่อครั้งเปิดกองทัพบกพบปะสื่อมวลชน ท่านพูดไว้ชัดเจนว่า ท่านไม่ต้องการกฎหมายความมั่นคงแบบนี้ ท่านเพียงแต่ต้องการกฎหมายที่ทำให้ทหารทำงานได้อย่างรวดเร็ว ทันกับสถานการณ์ และปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ใช่กฎหมายที่ลิดรอนสิทธิของประชาชน และทำให้ประชาชนหวาดระแวง ไม่ไว้ใจทหาร

เมื่อผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งเป็นผู้ที่จะต้องใช้อำนาจคนสำคัญที่สุดในกฎหมายฉบับนี้ พูดไว้ชัดแล้วว่า ไม่ได้ต้องการอำนาจมากมายเช่นนี้ ก็น่าจะเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลใหม่จะได้เข้ามาแก้ไขกฎหมายความมั่นคง ให้เป็น กฎหมายที่รักษาความมั่นคงแก่ชีวิตของประเทศชาติและประชาชน อย่างแท้จริง ไม่ใช่กฎหมายที่มุ่งเน้นรักษาความมั่นคงให้กับทหารบางคนบางกลุ่ม แต่กลับมาทำลายความมั่นคงของประชาชนจนหมดสิ้นไป

ผมจึงขอเรียกร้องให้พรรคการเมืองที่มีโอกาสจะเป็นรัฐบาลใหม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ พูดให้ชัดเสียแต่วันนี้เลยว่า จะดำเนินการอย่างไรกับกฎหมายความมั่นคงฉบับนี้

พูดให้ชัดว่า ท่านจะเลี้ยงดูตัวอ่อนของเผด็จการ ที่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ฟักออกมาจากไข่ ที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ไข่ทิ้งไว้ เพื่อให้เติบใหญ่เป็นภัยแก่ประชาชนต่อไป หรือจะทำลายตัวอ่อนเผด็จการตัวนี้ทิ้งเสีย

ในความเห็นของผม หากสาระสำคัญของกฎหมายมั่นคงที่ยกมาเอ่ยถึงในคอลัมน์นี้ยังคงมีอยู่ต่อไป ก็ป่วยการที่เราจะเป็นประชาธิปไตย เพราะ ภายใต้กฎหมายความมั่นคงฉบับนี้ เราก็คงเป็นได้แค่ ประชาธิปไตยในร่มเงาเผด็จการ เท่านั้น


///////////////

นายกอ....จากหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์

ฉบับวันที่ 24/12/07

'อภิสิทธิ์'ขอดูท่าทีชท.-พผ.ก่อนตั้งรัฐบาล

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และเลขาธิการพรรค ขอรอดูท่าทีพรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดิน ร่วมงานกับพลังประชาชนหรือไม่ มั่นใจ อาจได้จัดตั้งรัฐบาล

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯพรรค ออกมายืนยันตรงกันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการต่อสายพูดคุยกับทางพรรคชาติไทย หรือ พรรคเพื่อแผ่นดิน ในการที่จัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน โดยต้องรอฟังท่าทีที่ชัดเจนและมีการแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ของพรรค ดังกล่าวก่อนว่า ตอบรับในการจะไปร่วมงานกับทางพรรคพลังประชาชนหรือไม่ ซึ่งหากไม่มีการตอบรับ พรรคประชาธิปัตย์ จึงจะเดินหน้าในการที่จะเข้าไปพูดคุย และยังคงย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์สามารถ ที่จะบริหารงาน รัฐบาลผสมให้มีเสถียรภาพได้

ขณะที่ นายสุเทพ มั่นใจว่า พรรคประชาธิปัตย์ นั้นมีโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาลและ นายอภิสิทธิ์ จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี โดยขอให้รอดูโฉมหน้ารัฐบาล หลังการเลือกตั้ง

นอกจากนี้ นายสุเทพ ยังยอมรับว่า ผลเรื่องของใบแดงใบเหลืองนั้น น่าจะมีผลต่อการจับขั้วทางการเมืองค่อนข้างมาก ซึ่งในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ นั้น ยังไม่พบว่ามีเรื่องร้องเรียน


สมัครเก็บตัวอยู่ที่บ้านพัก ยังไม่มีท่าทีฟอร์มรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่หน้าบ้านพักของนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ที่ซอยนวมินทร์ 81 วันนี้ (24 ธ.ค.) ว่า ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ หลังจากที่มีกระแสข่าวว่าแกนนำพรรคพลังประชาชนนัดเจรจากับพรรคเล็กในการจัดตั้งรัฐบาล ที่โรงแรมเรดิสัน ซึ่งเดิม นายสมัคร มีกำหนดเดิมจะเดินทางออกจากบ้านพักเวลา 9.30 น. แต่ก่อนถึงเวลาดังกล่าว คนในบ้านออกมาแจ้งกับผู้สื่อข่าวว่า นายสมัคร จะไม่ออกไปไหน ให้ผู้สื่อข่าวไปรอที่ทำการพรรค

ขณะที่บรรยากาศที่ทำการพรรคพลังประชาชน ยังคงเงียบเหงา ไม่มีแกนนำ หรือสมาชิกพรรคคนใดเดินทางมา

ส่วนความเคลื่อนไหวจากแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ในการจัดตั้งรัฐบาล นั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากพรรคพลังประชาชนจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ และ 3 พรรคที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลได้ประกาศชัดเจน จะไม่ร่วมกับพรรคพลังประชาชน ทางพรรคประชาธิปัตย์ก็พร้อมจัดตั้งรัฐบาล และแม้ว่าจะเป็นรัฐบาลผสม ก็มั่นใจจะสามารถบริหารประเทศได้ ไม่กังวลเรื่องการต่อรองทางการเมือง

พร้อมยืนยันหากได้เป็นรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ ยังจะขอดูแลกระทรวงศึกษาธิการเอง ส่วนกระทรวงอื่น ๆ ต้องพูดคุยกันก่อน ว่าจะร่วมกันผลักดันวาระประชาชนหรือไม่ ไม่เช่นนั้น ไม่ทราบว่าจะเป็นรัฐบาลกันทำไม

ส่วนผลการนับคะแนนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จนถึงเช้าวันนี้ ในส่วนของพรรคพลังประชาชนยังคงนิ่งอยู่ที่ 228 คน แบ่งเป็นส.ส.แบ่งเขต 194 คน ส.ส. สัดส่วน 34 คน


ญี่ปุ่น-ร่วมยินดีไทยคืนสู่ระบอบปชต.


สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 24 ธ.ค.ว่า ญี่ปุ่นแสดงความพอใจกับการเลือกตั้งตามกฎหมายของไทย ในฐานะที่เป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การตั้งรัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตยของประเทศ หลังจากปกครองภายใต้รัฐบาลทหารมานานกว่าปี

"ประเทศของเรายินดีกับการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรที่จัดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งมีนัยยะสำคัญอย่างยิ่งในการจัดตั้งรัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตย" นายมิตซุโอะ ซากาบะ เลขาธิการด้านสื่อของกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นกล่าวในแถลงการณ์ และเสริมว่า "เราหวังว่ารัฐบาลใหม่จะได้รับการจัดตั้งขึ้นอย่างราบรื่นตามผลการเลือกตั้งที่ออกมา"

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานในวันเดียวกันว่า นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา ได้ร่วมกล่าวแสดงความยินดีกับประเทศไทยหลังประสบความสำเร็จในการจัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันอาทิตย์ (23) ที่ผ่านมา

"ชาวกัมพูชาขอแสดงความยินดีกับประเทศเพื่อนบ้านของเราซึ่งได้จัดการเลือกตั้งขึ้นอย่างโปร่งใส เป็นอิสระ และยุติธรรม รวมถึงได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย และกำลังรอที่จะได้ร่วมงานกับรัฐบาลพลเรือนชุดใหม่ของไทยซึ่งอยู่ระหว่างการจัดตั้ง ในอนาคต" ฮุน เซนกล่าว

จาก hi-thaksin

นักรบแห่ง ประชาธิปไตย

โดนเข้าไป 6 ข้อหา สำหรับ จอนอึ๊งภากรณ์ กับขบวนการป่วนสภา เพื่อยับยั้งไม่ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ..ใช้วินาทีสุดท้าย..เทกระจาดกฎหมายออกมา

ในสามัญสำนึกแห่งความถูกต้องแล้ว..ไม่มีเหตุผลใดๆ มาใช้เป็นข้ออ้างได้เลยว่า..ทำไม..ในเมื่อกำลังจะมีการเลือกตั้ง..มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว..สภา...สนช. ที่อุปโลกน์กันขึ้นมา จากการยึดอำนาจของกองทัพ..จึงจะแห่สร้างกฎหมายใหม่ๆ ขึ้นมามากมาย..และในหลายๆ กฎหมายนั้น เกี่ยวพันกับชีวิตปรกติของประชาชน

น่าเห็นใจ..ประชาชนที่เดินตาม นายจอน อึ๊งภากรณ์ เข้าไปหยุดยั้ง..สภา สนช.มิให้ดำเนินการ

น่าเห็นใจเรื่องที่ทำนั้นถูกต้อง แต่วิธีการที่ใช้นั้นเป็นปัญหา และนำมาซึ่งข้อหามากมาย

ผู้หลักผู้ใหญ่ใน สนช. หลายท่านหลายคน..ก็คือคนในขบวนที่เดินล้มรัฐบาลทักษิณมาแล้ว เมื่อไม่กี่วันก่อน

ครั้งนั้น..ท่านก็เหมือนคนพวกนี้..ที่คิดว่าที่ท่านจะทำนั้น คือ ความถูกต้อง แต่จำเป็นจะต้องใช้วิธีที่ผิดในการนำไปสู่เป้าหมาย

ครั้งนี้ ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ..ต้องสวมเสื้อนอกผูกเนกไท ทำในสิ่งที่ประชาชนคนทั้งชาติไม่เห็นด้วย..มองผู้ขัดขวาง เป็นอาชญากรแห่งความสงบสุข

อำนาจเปลี่ยนแปลงผู้คนได้เพียงนี้..ใครจะคิดว่าทองคำเปลวที่ปิดทับลงไปบนก้อนหินนั้น มันจะทำให้ก้อนหินคิดว่ามันเป็นก้อนทองคำ

ทำไม..ความไม่ชอบธรรมในมือของพวกท่าน..จึงจะถูกต่อต้านไม่ได้

ประโยชน์ของบ้านเมือง ที่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างเอามาโยงใยเป็นอำนาจหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ไม่ว่าฝ่ายประชาชนหรือฝ่ายสภา ต้องถามว่า...เหตุผลของใครดีกว่ากัน

ในกรณีนี้..ฝ่ายเรียกร้องให้รอ..น่าจะเป็นฝ่ายถูกต้องมากกว่า..และได้มวลชนสนับสนุนมากกว่า..

พวกท่านจะเอาสติปัญญามาจากไหน..กับการทะลุกฎหมายเป็นร้อยฉบับ และรายละเอียดนับพันหน้า...ในเวลาเพียงเท่านี้

จอน...กับ..ขบวนการของเขา..ถึงจะทำผิดถึงขั้นต้องคำพิพากษา..แต่ขอกำลังใจจากพี่น้องทั้งหลาย..ให้เขาได้สู้ต่อไป..และรัฐสภาใหม่ข้างหน้า..จะต้องยกย่องเขาเหล่านี้ว่า..

นักรบแห่งระบอบประชาธิปไตย

● พญาไม้ ●

//////////////////////

คอลัมน์:พญาไม้ ทูเดย์ ...

จากหนังสือพิมพ์บางกอก ทูเดย์

ชาติไทยเตรียมประสานจับขั้วรวมใจไทย

หัวหน้าพรรคชาติไทย เผย เสธ.หนั่น เตรียมประสานเจรจาจับขั้วกับพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา หลังจับขั้วกับพรรคเพื่อแผ่นดินไปก่อนหน้านี้แล้ว



นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยกล่าวว่า การจับขั้วทางการเมืองก็จะอยู่กับพรรคเพื่อแผ่นดินตามที่ได้แถลงไปเมื่อวานส่วนข้อมูลอื่น ๆ ตอนนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้ารวมถึงแสดงความเห็นถึงกรณีกระแสข่าวการจับขั้วกับ
พรรครวมใจไทยชาติพัฒนานั้นบอกแต่เพียงว่า พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคกำลังเป็นผู้ประสานงาน

นอกจากนี้หัวหน้าพรรคชาติไทยกล่าวว่าขอให้ทุกพรรคการเมืองย้อนไปดูเหตุการณ์ที่อดีตพรรคร่วมฝ่ายค้านเชิญอดีตพรรคไทยรักไทยมาร่วมลงสัตยาบันที่รัฐสภาเพื่อแก้ไขปัญหาทางการเมืองแต่ก็ถูกปฏิเสธจนนำไปสู่การคว่ำบาตรในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา



เตือน!ปชป.ไร้มารยาท อยากตั้งรัฐบาลตัวสั่น

นักวิชาการสอนมารยาททางการเมือง ระบุพรรคที่ได้คะแนนอันดับ 1 มีความชอบธรรมที่จะได้จัดตั้งรัฐบาลก่อน ส่วนพรรคอันดับ 2 ต้องรอจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้เสียก่อนถึงจะมีสิทธิ์ แนะไม่ใช่จับขั้วส่งเดช ต้องดูเสถียรภาพรัฐบาลด้วย

ท่ามกลางการแข่งขันทางการเมืองที่มีการนำเสนอนโยบายต่อประชาชนกันมาอย่างต่อเนื่องหลายเดือน และมีการทำผลสำรวจคะแนนเสียงของแต่ละพรรค จนเป็นที่ยืนยันจากหลายสำนักว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคพลังประชาชนจะมีคะแนนมาเป็นอันดับ 1 และพรรคประชาธิปัตย์จะมีคะแนนมาเป็นอันดับ 2

จนเป็นเหตุให้ก่อนหน้านี้มีความพยายามในการจับขั้วทางการเมือง โดยมีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกน เพื่อเป็นการสกัดการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชาชน แต่ที่สุดก็ฝันสลายเมื่อพรรคชาติไทยได้ประกาศสลายขั้วโดยให้รอผลการเลือกตั้งก่อน

อย่างไรก็ดี ยังคงมีข่าวออกมาเป็นระยะว่าแม้จะรู้ว่าเป็นพรรคการเมืองที่มีคะแนนมาเป็นอันดับ 2 แต่พรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังคงมีความพยายามที่จะจับขั้วพรรคอยู่อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีเสียงทัดทานถึงความเหมาะสม หรือมารยาททางการเมืองก็ตาม

แม้กระทั่งล่าสุด หลังจากผลเอ็กซิทโพลที่พบว่าพรรคพลังประชาชนมีคะแนนนำเกินกว่ากึ่งหนึ่ง ซึ่งหมายถึง เป็นการที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปจับขั้วกับใครอีก แต่บรรดาแกนนำพรรคก็ยังคงมีความหวัง และมีการต่อสายพรรคการเมืองอื่นอยู่ โดย นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรค ได้ออกมายืนยันเองว่า ขณะนี้มีการหารือพรรคการเมืองบางพรรคบ้างแล้ว

กรณีดังกล่าว นายประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวในกรณีเดียวกันนี้ว่า เป็นเรื่องของจารีตประเพณี ที่พรรคที่ได้คะแนนสูงสุดมีความชอบธรรมที่จะมีสิทธิ์ได้รับจัดตั้งเป็นรัฐบาลก่อน

เป็นเรื่องของมารยาท โดยความชอบธรรมแล้วก็ควรให้พรรคที่ได้อันดับที่หนึ่งเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลก่อน นับจากเลือกตั้ง 30 วันจะต้องมีการประชุมสภา และอีก 30 วันจะต้องมีการเสนอชื่อผู้ที่จะเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ดังนั้นพรรคที่ได้คะแนนสูงอันดับหนึ่งจะมีเวลาฟอร์มทีม 2 เดือน พรรคที่ได้คะแนนสูงอันดับสองก็ควรให้สิทธิ์เขาก่อน ถ้าเขาจัดตั้งไม่ได้ค่อยมาว่ากันทีหลัง

ด้าน รศ.ตระกูล มีชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า พรรคการเมืองใดที่ได้คะแนนเป็นอันดับที่สองจะจัดตั้งรัฐบาลได้ เมื่อพรรคที่ได้คะแนนสูงเป็นอันดับที่หนึ่งไม่สามารถที่จะหาพรรคจับกลุ่มได้ ซึ่งถือว่าเป็นประเพณีทางการเมือง

ส่วนทางด้าน ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อาจารย์คณะรัฐประศาสนศาสตร์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กล่าวว่า นอกจากจะพิจารณาถึงความเหมาะสมดังกล่าวแล้ว ต้องดูด้วยว่าการจับขั้วนั้นจะทำให้เกิดรัฐบาลที่มีเสถียรภาพหรือไม่

ทั้งนี้ มีรายงานว่าระบุว่าแม้โพลจะระบุชัดว่าพรรคพลังประชาชนมีคะแนนมาเป็นอันดับ 1 ทิ้งห่างพรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนเป็นอันดับ 2 แต่พรรคประชาธิปัตย์เอง โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค ก็ยังมีความพยายามในการติดต่อประสานกับพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อจับขั้วตั้งรัฐบาล โดยไม่ได้สนใจมารยาททางการเมือง

รวมทั้งขณะเดียวกันยังมีรายงานข่าวด้วยว่ามีความพยายามจากผู้ใหญ่ในบ้านเมืองบางคน ที่จะประสานให้มีการจับขั้วดังกล่าว

เล่นแรง!ด่านสกัดหน้าบ้าน‘เนวิน’

ฉาวจนหยาดหยดสุดท้าย วันเลือกตั้งแท้ๆ ยังใช้อำนาจรัฐคุกคามไม่เลิก ที่บุรีรัมย์ หน้าบ้าน เนวินทำพิกล ใช้กำลังทั้งทหาร ตำรวจ ตั้งด่านตรวจค้น แม้กระทั่งคนเข้า-คนออกบ้านพัก ด้าน กกต. ร้าวลึก 4 กกต. รุมอัด สมชัยเตรียมบทล้วงลูก โทษฐานแจกใบเหลือง-ใบแดงน้อบยเกินไป ทำให้ กกต.เสียหน้า สดศรีได้ทีขอล้วงลูกร่วมสอบสวน



แม้สถานการณ์บ้านเมืองจะเดินหน้ามาสู่วันเลือกตั้งแล้วในวันที่ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมา ขณะที่ประชาชนกำลังเดินทางออกไปสิทธิใช้เสียงตามระบอบประชาธิปไตย แต่ฝ่ายกุมอำนาจรัฐก็ยังคงใช้อำนาจรัฐคุกคามไม่เลิกจนวินาทีสุดท้าย โดยเฉพาะที่จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่ช่วงเช้า 09.00 น. มีการตั้งด่านตรวจตามถนนสายต่างๆ ครอบคลุมทุกอำเภอทั่วทั้งจังหวัดอย่างไม่ปกติ และที่พิลึกอย่างยิ่งก็คือการตั้งด่านตรวจที่ อำเภอเมือง ถนนสายประโคนชัย บุรีรัมย์ บริเวณหน้าบ้านพักของนายเนวิน ชิดชอบ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย 1 ใน 111 คนที่ถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองไปแล้วนั้น


โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ทั้งทหารและตำรวจกว่า 20 นาย มากกว่าจุดอื่นๆเป็นพิเศษ โดยปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ที่ด่านนี้จะทำการตรวจค้นแม้กระทั่งรถหรือคนที่เดินทางเข้า-ออกบ้านของนายเนวิน นอกเหนือไปจากรถที่สัญจรไปมาตามปกติ


การตั้งด่านดังกล่าว อ้างสาเหตุแบบกำปั่นทุกดินเช่นเคย คือมีทั้งเพื่อป้องกันการขนเงินเข้ามาซื้อเสียง ป้องกันขนคนมาลงคะแนน ป้องกันการลักลอบขนย้ายอาวุธและสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์เพื่อก่อเหตุความไม่สงบ ซึ่งเป็นการสร้างความอิดหนาระอาใจให้กับชาวบ้านและผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ถึงกับกล่าวกันว่า นี่เป็นการใช้อำนาจรัฐที่เกิดขอบเขตหรือไม่


อย่างไรก็ตาม ทางด้านเจ้าของบ้านคือนายเนวิน มิได้มีปฏิกิริยาแต่อย่างใด โดยพอถึงช่วงบ่าย นายเนวิน ได้พา นางกรุณา ชิดชอบ ภรรยา ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.3 สมัย และ ปัจจุบันเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) บุรีรัมย์ มาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 24 ชุมชนหลังสถานีขนส่งผู้โดยสาร ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์


ทั้งนี้ นายเนวิน ได้ทักทายประชาชนที่มารอลงคะแนนเลือกตั้ง ด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส แต่ปฏิเสธที่จะให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้ง และไม่ยอมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ไปรอทำข่าว เพียงแต่บอกสั้นๆ ว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ตนเป็นเพียงประชาชนคนหนึ่งที่พาภรรยามาทำหน้าที่ลงคะแนนตามระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น


ด้านนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า ตนได้รับรายงานจากกกต.บุรีรัมย์ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีประชาชนมาใช้สิทธิบางตา เท่าที่สอบถามมีสาเหตุมาจากการที่ กกต.จังหวัด และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้สนธิกำลังกันเข้าตรวจค้น เพื่อป้องกันการทุจริตอย่างเข้มข้นจนทำให้ประชาชนมาใช้น้อยเกินกว่าที่คาดหมาย แต่มาตรการที่เด็ดขาดเหล่านี้ก็ทำให้ การแจกเงินในคืนหมาหอน ทำไม่ได้จนเห็นได้ว่า หมาหอนไม่ดัง


สำหรับกรณีคลิปวิดีโอ การสั่งการให้กำลังพลเลือกพรรคการเมืองหนึ่งของผู้บัญชาการกองพันทหารที่ 1 รักษาพระองค์ ที่กำลังสร้างความอื้อฉาวขึ้นมาอีกเรื่องหนึ่งนั้น ขณะที่พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ได้เดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 37 แขวงศาลาธรรมศก เขตทวีวัฒนาได้ยืนยันต่อผ฿สื่อข่าวว่า กองทัพไม่มีนโยบายในเรื่องนี้เนื่องจาก กองทัพต้องวางตัวเป็นกลาง อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่เห็นคลิปวีดีโอดังกล่าว แต่ได้มีการสั่งการให้มีการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว


พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีคลิปวิดีโอดังกล่าวว่า จะต้องตรวจสอบ แต่ยังเร็วเกินไปที่กล่าวโทษกับนายทหารระดับนั้นในเวลานี้


ขณะเดียวกันศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศรส.ลต.ตร.) ได้ออกรายงานการร้องเรียนหรือกล่าวหาข้าราชการตำรวจวางตัวไม่เป็นกลาง ในการเลือกตั้งคร้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 22 ธันวาคม พบมีทั้งสิ้น 41 นาย เป็นชั้นสัญญาบัตร 13 นาย ประทวน 26 นาย ซึ่งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบมีมูลตามที่ร้องเรียน 5นาย ไม่มีมูล 31 นาย


นอกจากนี้ รายงานยังระบุด้วยว่า ในจำนวนข้าราชการตำรวจที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วมีมูลทั้ง 5 นาย นั้น มีคำสั่งให้พ้นหน้าที่แล้ว ยังมีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง 3 นายด้วย


สำหรับ กกต.ส่วนกลาง โดยนางสดศรี สัตยธรรม กรรมการ กกต. ด้านกิจการพรรคการเมือง ได้ออกมากล่าวเปิดประเด็นการตำหนิฝ่ายสืบสวนในช่วงเปิดหีบเลือกตั้งว่า กกต.4 คน เห็นตรงกันว่า ควรจะแบ่งงานด้านสืบสวนจากนายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวนมาดูแล เพราะกกต.ทั้ง 5 คนต้องรับผิดชอบร่วมกัน รวมทั้งอาจมีการสับเปลี่ยนหน้าที่กันทำงานด้วย ถ้ายังไม่ได้ผลก็ควรมาดูว่าควรยุบ กกต. และให้การเลือกตั้งกลับไปอยู่กับมหาดไทยเช่นเดิมหรือไม่


นอกจากนี้ นางสดศรี ยังยอมรับว่า หลังเลือกตั้งจะมีกระแสกดดันให้ กกต.แจกใบเหลือง ใบแดง โดยอาจมีการข่มขู่ กกต.อีก เนื่องจากมีผู้เสียประโยชน์ทางการเมือง โดย กกต.ได้เตรียมแผนงานในการจัดการเลือกตั้งใหม่ไว้ 2 ครั้ง เพราะคิดว่ายังไงก็มีเรื่องตั้งใหม่แน่


นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. แถลงข่าวภายหลังเปิดหีบเลือกตั้งทั่วประเทศ ว่า ในคืนก่อนเลือกต้งมีการแจ้งเหตุทุจริตการเลือกตั้งทั้งหมด 172 เรื่อง เป็นเรื่องการแจกเงิน 147 เรื่อง ร้องเรียนเจ้าหน้าที่วางตัวไม่เป็นกลาง 11 เรื่อง การแจกของ 4 เรื่อง และเรื่องอื่น 10 เรื่อง โดยกลุ่มจังหวัดที่มีเรื่องร้องเรียนมากที่สุดคือกลุ่มที่ 4 ซึ่งป็นกล่มจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสานใต้


ส่วนกรณีที่นางสดศรีระบุอาจต้องมีการล้วงลูกฝ่ายสืบสวนฯ หากยังไม่สามารถเอาผิดคนทุจริตได้ว่า ก็มีการคุยกันว่าควรจะปรับปรุงอย่างไรบ้าง แต่ยังไม่ได้มีการคุยกันอย่างพร้อมเพรียง ตอนนี้เห็นแล้วว่างานด้านสืบสวนสอบสวนไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ กกต.ทุกคนตั้งใจทำงาน แต่เวลาได้พิสูจน์แล้วว่าเจ้าหน้าที่คนใดเกียร์ว่าง ทำให้การทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น เพื่อการปรับปรุงเราอาจจำเป็นต้องหยิบบางสำนวนมาดูเอง หากจะเรียกว่าเป็นการล้วงลูกก็ได้


สำหรับสาเหตุที่นางสดศรี เปิดประเด็นการขอเข้าร่วมสืบสวนสอบสวนด้วยนั้น มีรายงานข่าวเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ ในการประชุม กกต.เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ที่ผ่านมา มีการนำเรื่องความล่าช้าในการให้ใบแดงก่อนการเลือกตั้งมาหารือ โดยเรียกเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนมาสอบถามถึงความคืบหน้าเป็นรายคดี และให้เจ้าหน้าที่รับผิดชอบชี้แจง โดย กกต.บางคนได้ตั้งเป้าว่าหลังการเลือกตั้งต้องแจกใบเหลืองใบแดงให้มากที่สุด


หลังจากนั้น กกต.ทุกคนได้รุมต่อว่านายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวน และวินิจฉัยว่า เป็นต้นเหตุที่ทำให้การทำงานในการแจกใบแดงล่าช้า


รายงานข่าวระบุด้วยว่าในที่ประชุม นายสมชัยชี้แจงถึงสาเหตุของความล่าช้า และได้ชี้แจงกรณีต่างๆ เช่นเรื่องทุจริตที่มีเข้ามาว่า โดยมากไม่ได้เป็นกรณีของพรรคพลังประชาชน แต่เป็นของพรรคการเมืองอื่น เพราะพรรคพลังประชาชนนั้นถูกบล็อกจากฝ่ายต่างๆ จนแทบจะทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว หลังจากนั้นการประชุมจึงยุติลง ท่ามกลางสีหน้าเคร่งเครียดของ กกต.แต่ละคน


ด้านนายสมชัย จึงประเสริฐ กรรมการ กกต. ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธว่า ไม่มีความขัดแย้งกับนางสดศรี โดยกระแสข่าวที่ออกมาอาจเป็นเพราะสื่อไม่เข้าใจวิธีการทำงานของกกต. และตนไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงต้องตั้งเป้าก่อนว่าต้องมีใบเหลืองใบแดง


ด้าน นายสุเมธ อุปนิสากร กกต.ด้านกิจการการมีส่วนร่วม กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คงเป็นไปด้วยดี ส่วนเรื่องการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งหากเขตใดไม่มีเรื่องนร้องเรียน กกต.ก็สามารถที่จะประกาศได้ภายใน 7 วันทำการ แต่หากเขตใดมีเรื่องร้องเรียน กกต.จะพิจารณา ซึ่ง กกต.จะเริ่มพิจารณาวันที่ 25 ธ.ค. โดยเชื่อว่าจะสามารถประกาศใบแดงใบเหลืองได้ก่อนที่จะมีการประกาศผล ในส่วนของที่ไม่มีเรื่องร้องเรียน


ขณะที่นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารการเลือกตั้ง กล่าวถึงความกังวลที่ว่า กกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการได้ไม่ถึงร้อยละ 95 ทันตามกำหนด ว่า การตรวจสอบเรื่องทุจริตต้องดูจะมีเรื่องร้อนเรียนมากน้อยเพียงใด ล่าสุดจนถึงขณะนี้มีรายงานเพียง 20 เรื่อง หากไม่มีเรื่องทุจริตอะไรน่าจะประกาศผลการเลือกตั้งได้ตามกำหนดและเปิดสมัยประชุมสภาได้ภายใน 30 วัน และการประกาศผลคาดว่าจะประกาศผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการได้ ภายในวันที่ 3 ม.ค.โดยในส่วนของ ส.ส.ระบบสัดส่วนน่าจะประกาศได้ก่อนเพราะเป็นส่วนที่ไม่ได้รับรายงานการทุจริต