WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, December 26, 2007

บทความ : เทวดาคนกรุงเทพฯ จงเจริญ!

สามัญชน

ผ่านพ้นการเลือกตั้งไปแล้วด้วยดี ผลของการเลือกตั้งคือชัยชนะของประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย ที่เลือกพรรคพลังประชาชนเป็นเสียงข้างมากอันดับ 1 โดยมีจำนวนส.ส. 223 คน ...พรรคพลังประชาชน ซึ่งถูกตกเป็นเป้าหมายตามแผนการณ์ของคมช.ให้สกัดกั้น ทำลาย และโดดเดี่ยวพรรคพลังประชาชนมา

ผลของการเลือกตั้ง! คือการตบหน้าเผด็จการ คมช.และการรัฐประหาร และเป็นการประกาศว่า ประชาชนไม่ต้องการเผด็จการทหาร และไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหาร

สื่อมวลชนโดยเฉพาะทางโทรทัศน์ และวิทยุ ที่เป็นสื่อกระแสหลัก พากันอึ้งกับผลของการเลือกตั้ง โดยเฉพาะช่วงหลังการปิดหีบเลือกตั้งเพื่อไปเปิดนับคะแนน เมื่อเอ็กซิสต์โพลออกมา คะแนนของพรรคพลังประชาชนนำลิ่ว ต่างตกใจ หน้าถอดสี บางช่องนำบุคคลที่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร และขู่ว่าจะเคลื่อนไหวหากพรรพลังประชาชนได้เป็นรัฐบาล มาวิเคราะห์คะแนนเสียง และการจัดตั้งรัฐบาล

ผมว่านี่ เป็นการกระทำที่น่าละอาย และไร้จรรยาบรรณที่สุดของนักสื่อสารมวลชน

พวกเขาเหล่านั้นอ้างว่าองค์กรของตน สถานีของตนเป็น สื่อที่ดีที่สุด และเป็นกลางทางการเมืองมากที่สุด

แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฎกลับกลายเป็นว่า นำเอาบุคคลผู้เป็นอีแอบที่อิงอยู่กับเผด็จการและสนับสนุนพรรคการเมืองที่เคยเรียกร้อง ม .7 มาเชียร์พรรคอันดับ 2 โดยไม่คำนึงถึงวิถีปฎิบัติในการจัดตั้งรัฐบาลที่พรรคอันดับหนึ่งคือพรรคที่จัดตั้งรัฐบาล แถมพูดจาข่มขู่ว่าจะเคลื่อนไหวหากพรรคพลังประชาชนได้เป็นรัฐบาล

บรรดานักวิชาการที่เคยเข้าร่วมขบวนการเรียกร้องนายกฯ คนนอก ตามมาตรา 7 ต่างลุ้นผลคะแนนของกรุงเทพฯ ฯ กันอย่างสุดจิต สุดใจ การรายงานผลคะแนนของสื่อกระแสหลักบางช่อง ขึ้นหน้าจอแต่การรายงานผลของกรุงเทพฯ ฯ

และเมื่อสรุปผลแล้วเสร็จกลับทำทีทำท่าไม่สนใจเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนที่เลือกพรรคพลังประชาชนให้ได้เป็นอันดับหนึ่ง

แต่กลับไปตอกย้ำถึงคะแนนเสียงเฉพาะที่กรุงเทพฯ และหยิ่งผยองว่า คนกรุงเทพฯ เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เอาพรรคพลังประชาชน และพรรคพลังประชาชนไม่สมควรจัดตั้งรัฐบาลได้

ทำให้ผมเกิดคำถามขึ้นมาด้วยความสงสัยว่า คนกรุงเทพฯ กับคนต่างจังหวัด ทั้ง 2 กลุ่มนี้ ไม่ใช่มนุษย์เหมือนกันหรือ ไม่ได้มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกันหรือ ไม่ได้เป็นพลเมืองไทยเท่าเทียมกันหรือ

ถ้าตีความอย่างที่สื่อมวลชนและนักวิชาการมองผลของการเลือกตั้งในกรุงเทพมหานครแล้ว คนกรุงเทพฯ ที่ไปเลือกพรรคประชาธิปัตย์ เขาเหล่านี้เป็นเทวดาหรือ คนต่างจังหวัดที่ไปเลือกพรรคพลังประชาชนเป็นคนหรือ

หรือคนกรุงเทพฯ เป็นพลเมืองชั้นหนึ่ง คนต่างจังหวัดเป็นพลเมืองชั้นสอง

กรุณาตอบผมดังๆ หน่อยกับที่มาที่ไปของความคิดเหล่านี้ เถอะครับ ท่านปัญญาชน

หากสิ่งที่กลุ่มพันธมิตรฯ สื่อมวลชนกระแสหลัก คาดหวังเป็นจริง พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลจากการผสมของพรรคทั้งหมดรวม 6 พรรค จริง ขอเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลฝั่งประชาธิปัตย์ ตอบแทนปัญญาชน นักวิชาการ นักสื่อมวลชน และพวกที่อ้างว่าตัวเองเป็น คนกรุงเทพฯ เป็นตัวของคนชั้นกลาง ออกกฎหมาย รับรอง ความเป็นเทวดาของกลุ่มคนเหล่านี้ ยกเลิกหลักการสิทธิมนุษยชน ยกเลิกหลักการนิติธรรม นิติรัฐ ที่บอกว่าคนทุกคนเท่าเทียวกันตามกฎหมายของรัฐแห่งนั้นเสีย เสนอกฎหมาย หรือมติครม.ก็ได้ครับ เพราะผมเชื่อว่าหากพรรคพลังประชาชนกลายไปเป็นฝ่ายค้าน เพราะถูกรุมกินโต๊ะ จาก อำนาจนอกระบบ คงไม่ยอมให้กฎหมายรับรองสิทธิเทวดาผ่าน

รับรองสิทธิเทวดาของคนชั้นกลาง เถิดครับ! เพื่อเป็นรูปธรรมให้เห็นได้ชัดเจนว่า ประชาชนคนไทยนั้น พวกที่อ้างตัวว่าเป็นคนชั้นกลาง คนกรุงเทพฯ แม้จะเลือกพรรคการเมืองที่ตนอยากได้เป็นรัฐบาลแพ้ตามกติกาการเลือกตั้ง แต่พวกเขาเหล่านี้ ก็จะบอกว่า เขาถูกที่สุด ฉลาดที่สุด สะอาดที่สุด รู้มากที่สุด

ลูกสมุนดีเด่นของเผด็จการ จงเจริญ!

เทวดาคนกรุงเทพฯ ฯ จงเจริญ!

จาก http://www.prachatai.com/05web/th/home/10698

ทักษิณ’ บอกซีเอ็นเอ็น เมษา 51 กลับไทยแน่

ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.50 ที่พรรคพลังประชาชน ประกาศศักดาคว้าชัยชนะเหนือพรรคประชาธิปัตย์ จนส่งผลให้ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค เตรียมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอยู่ในขณะนี้นั้นสร้างความชื่นมื่นให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งนักจนเกิดกระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ เตรียมเดินทางกลับเมืองไทย ราวเดือน ก.พ.51 เลยทีเดียว ส่งผลให้ “สาวกทักษิณ” เกิดอาการดี๊ด๊า เตรียมแผนการรอรับที่สนามบินสุวรรณภูมิกันยกใหญ่
ไม่เชื่อลองเปิดเว็บไซต์ clubthaksin และ hi-thaksin ดูสิเมื่อข่าวการกลับมาไทยเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ วันที่ 25 ธ.ค.50 พ.ต.ท.ทักษิณ จึงเปิดโต๊ะแถลงข่าวบนเกาะฮ่องกงทันที โดยมีทัพสื่อมวลชนเข้าฟังคำให้สัมภาษณ์เป็นจำนวนมากพ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า หลังจากที่พรรคพลังประชาชนภายใต้การสนับสนุนของเขา ชนะการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และได้จัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยอดีตผู้นำไทยประกาศจะเดินทางกลับประเทศไทย ในวันที่ 14 ก.พ. ซึ่งเป็นวันวาเลนไทน์ หรืออย่างช้าที่สุดในเดือน เม.ย. เพื่อรอให้มีรัฐบาลชุดใหม่บริหารประเทศชาติก่อนโดยรัฐบาล “พ.ต.ท.ทักษิณ” ถูกทหารยึดอำนาจเมื่อเดือน ก.ย.49 และต้องไปพำนักอาศัยที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษก่อนหน้านี้ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ประกาศว่า รัฐสภาที่สมาชิกส่วนใหญ่เป็นคนของพรรคพลังประชาชน จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับ “พ.ต.ท.ทักษิณ” เพื่อให้อดีตผู้นำไทยเดินทางกลับประเทศได้ และแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ 2550 อย่างไรก็ตาม “พ.ต.ท.ทักษิณ” ยืนยันว่า เขาจะยังไม่กลับไปสู่เวทีการเมืองในเวลานี้ และจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการเมือง ยกเว้นการเป็นที่ปรึกษาพรรคเท่านั้นแต่อดีตผู้นำไทยก็พูดเป็นนัยๆ ว่า เขาอาจหวนคืนสู่เวทีการเมืองอีกครั้ง หากสถานการณ์ในประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น“ผมจะไม่กลับไปเล่นการเมือง จนกว่าผมจะแน่ใจว่าตัวเองปลอดภัย ผมจะรอดูสถานการณ์อีกครั้ง”
หลายฝ่ายคาดว่า นายสมัคร หัวหน้าพรรคพลังประชาชน จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป เมื่อเขาสามารถจัดตั้งรัฐบาลผสมหลายพรรคได้สำเร็จ โดยที่พรรคพลังประชาชนจะครองที่นั่งส่วนใหญ่ในสภาผู้แทนราษฎร และนายสมัครวัย 72 ปี ได้รีบเร่งจัดตั้งรัฐบาลผสม โดยเขาบอกกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า ตอนนี้มีหัวหน้าพรรคอย่างน้อย 2 พรรค ที่ตอบตกลงเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนเรียบร้อยแล้ว แต่เขาไม่เปิดเผยรายชื่อหัวหน้าพรรคทั้ง 2 คนขณะที่ “พ.ต.ท.ทักษิณ” ได้แสดงความยินดีกับพรรคพลังประชาชน ที่นำระบอบประชาธิปไตยคืนสู่ประเทศไทย และเขาอยากให้ผู้คนจดจำว่า วันที่ 23 ธ.ค. เป็นวันที่เกิดการสมานฉันท์ขึ้นในประเทศไทยสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นวิเคราะห์การเลือกตั้งของไทยว่า แม้จะมีพรรคการเมืองหลายพรรคลงแข่งขันชิงชัย แต่แท้จริงแล้วเป็นการต่อสู้กันของพรรคการเมือง 2 พรรค ที่ฝ่ายหนึ่งได้รับการหนุนหลังจากทหาร และอีกฝ่าย คือ กลุ่มผู้สนับสนุน “พ.ต.ท.ทักษิณ” ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวชนบทที่รู้สึกว่า รัฐบาลของทหารและศักดินา ไม่สนใจช่วยเหลือปากท้องของพวกเขานายฐิตินันท์ พงศ์สุทธิรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันศึกษาความมั่นคงและนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า ชาวชนบทส่วนใหญ่ค่อนข้างอ่อนแอ แต่นี่แหละคือเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ และพวกเขาก็แสดงพลังด้วยการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง และลงคะแนนโหวตให้พรรคพลังประชาชนขณะเดียวกัน คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. เตรียมตรวจสอบกรณีทุจริตการเลือกตั้งครั้งนี้ และจะประกาศผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 ม.ค.51 โดยที่สภาผู้แทนราษฎรต้องเปิดประชุมสภาสมัยแรก ภายใน 30 วันหลังการเลือกตั้ง


'เทือก'ให้เวลา'พปช.'7วัน

ส่วนข่าวที่ว่านายสุเทพติดต่อไปหลายพรรคและถูกเรียกร้องโควตากระทรวงคมนาคม เกษตรฯ และพาณิชย์นั้น

เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคพลังประชาชนน่าจะเป็นคนปล่อยข่าวนี้มากกว่า โดยพยายามให้เห็นว่าพวกตนไปจัดตั้งรัฐบาลแข่ง แต่ตนไม่ได้โยนผ้าให้เขาเป็นรัฐบาล เพียงแต่ทำตามมารยาท แต่พรรคพลังประชาชนควรบอกได้ว่าจะใช้เวลากี่วันในการเตรียมตัวตั้งรัฐบาลและมีพรรคใดมาร่วม ถ้าเป็นวันที่ 3 ม.ค. ปีหน้าคงช้าเกินไป เพราะประชาชนอยากเห็นรัฐบาลใหม่เร็ว ๆ ถ้าคุยว่าตั้งได้แล้ว ก็ควรให้เสร็จในสัปดาห์นี้

ถ้าทำไม่ได้ก็ให้มาบอกตนก่อนปีใหม่เพื่อที่จะได้มีของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน

'ถ้าคุณสมัครยอมเสียสละตำแหน่งนายกฯ ให้หัวหน้าพรรคอื่น บางทีสถานการณ์อาจเปลี่ยนก็ได้' เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่ที่ตอนนี้มีอำนาจต่อรองกับพรรคอื่น ๆ สูงมาก นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นธรรมดาที่พรรคเล็กและพรรคขนาดกลางต้องต่อรอง และเชื่อว่าคงไม่ง่าย เพราะนายสมัครไม่ใช่หัวหน้าพรรคตัวจริง และตนขอเดาใจว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คงยอมทุกอย่างเพื่อให้ได้เป็นรัฐบาล


'ชวน'สวดยับเหตุผลพ่ายแพ้

นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า จากการได้พูดคุยกับนายชวนในช่วงบ่ายวันนี้ นายชวนบอกว่า

อยากได้ ส.ส.มากกว่านี้ ซึ่งตนก็รู้สึกเช่นเดียวกัน แต่น่าเสียดายที่คะแนน ส.ส.แบบสัดส่วนทั่วประเทศไม่ได้แปรเป็นจำนวน ส.ส. โดยพรรคได้คะแนนสัดส่วนกว่า 14 ล้านเสียง ในขณะที่เมื่อปี 2548 พรรคได้คะแนนบัญชีรายชื่อประมาณ 7 ล้านเสียง

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า

หลายพรรคการเมืองรวมถึงพรรคประชาธิปัตย์คงไม่ค่อยพอใจในจำนวน ส.ส.ที่ได้ ตนคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์น่าจะได้มากกว่านี้ ถ้าทำงานกันจริง ๆ โดยเฉพาะ ส.ส.แบบสัดส่วน ที่มีความผิดพลาดตั้งแต่การวางตัวผู้สมัครบางกลุ่มจังหวัดผู้สมัครลำดับท้ายทำงานหนักมากกว่าคนที่อยู่ในลำดับต้น ๆ ที่ได้รับเลือก และบางคนก็ได้ เพราะคะแนนพรรคช่วยไว้ ดังนั้นในการเลือกตั้งครั้งต่อไป พรรคต้องพยายามหาผู้ที่มีความโดดเด่น และทำงานจริงจังในพื้นที่มากกว่าครั้งนี้

โพลรามชู'อภิสิทธิ์'เป็นผู้นำ

ศูนย์ประชามติ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เผยแพร่ผลสำรวจเรื่องหัวหน้ารัฐบาลที่ประชาชนต้องการ โดยสำรวจความเห็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ 15,879 คน พบว่า ร้อยละ 52.2 ต้องการให้นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ เพราะไม่มีภาพเสียหายด้านคุณธรรม ขณะที่ร้อยละ 39.1 อยากให้นายสมัครเป็นนายกฯ เพราะมีประสบการณ์ กล้าพูด และต้องการให้พรรคพลังประชาชน แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และร้อยละ 8.7 อยากให้นายบรรหารเป็นนายกฯ เนื่องจากเห็นว่าเคยมีประสบการณ์เป็นนายกฯ มาแล้ว และประสานงานกับพรรคอื่นได้ดี


'มาร์ค' ห่วง พปช.ไม่พร้อมเป็นรัฐบาล

'มาร์ค' วอน 'ทักษิณ' กลับไทยอย่าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ห่วง พปช.ไม่พร้อมเป็นรัฐบาล เหตุ 'เลี้ยบ-หมัก' พูดเรื่องนิรโทษกรรม 111 ทรท.คนละทาง ย้ำ ปชป.ยังหวังเป็นรัฐบาล แต่ให้โอกาสพรรคอันดับหนึ่งก่อนตามมารยาท

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แถลงที่ฮ่องกงว่าจะเดินทางกลับมาสู้คดีที่ประเทศไทยก่อนเดือน เม.ย. 2551 หลังพรรคพลังประชาชนชนะการเลือกตั้งว่า ไม่ควรมีใครไปขัดการ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะใช้สิทธิ์ในฐานะคนไทยกลับมาและต่อสู้คดี ซึ่งเมื่อทุกอย่างมีข้อเท็จจริงปรากฏแล้วจึงค่อยว่ากัน แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องไม่ชี้นำหรือแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพราะจะกลายเป็นว่ารัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นมาไม่ได้มุ่งหมายแก้ไขปัญหาของประเทศ แต่กลับทำเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ คนเดียว และไปแก้ในทางที่อาจจะเลยเถิดที่ไม่ถูกต้อง จึงอยากให้ระมัดระวัง

'ทุกพรรคต้องอย่าทำให้กระบวนการของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งต้องเสื่อมเสียอีกและกลับมาใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูกต้อง เพราะประเทศชาติเจ็บปวดมามาก ดังนั้น ไม่ว่าใครจะจัดตั้งรัฐบาลต้องยึดมั่นในหลักคุณธรรมและจริยธรรม และความถูกต้อง'นายอภิสิทธิ์ กล่าวและว่า ส่วนที่มีการต่อสายจากฮ่องกงไปทางนู้นทางนี้นั้น ตนจึงบอกว่าในช่วงหาเสียงว่าจำเป็นต้องมีผู้นำ มีนายกฯตัวจริง เวลานี้อยู่ที่พรรคพลังประชาชนจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่าความวุ่นวายจะมีต่อหรือไม่ ถ้าพ.ต.ท.ทักษิณยังคงเคลื่อนไหวและกลับมาประเทศ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะเคลื่อนไหวอย่างไรก็ตาม ความวุ่นวายจะไม่มี ถ้าผู้มีอำนาจในบ้านเมืองยึดถือความถูกต้องและความยุติธรรม และขอให้หัวหน้าทุกพรรคตัดสินใจบนประโยชน์ของประเทศ จึงควรนำข้อมูลต่างๆที่ได้ฟังในวันนี้เป็นส่วนหนึ่งประกอบการตัดสินใจด้วย

ต่อข้อถามว่าถ้าพรรคพลังประชาชนตั้งรัฐบาลได้ อยากจะบอกอะไรแก่พรรคดังกล่าว หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอให้ยึดประโยชน์ของประชาชน ส่วนการที่นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ประกาศจะนิรโทษกรรมให้ 111 อดีตกรรมการบริการพรรคไทยรักไทยและยุบ คตส.นั้น ก็ยังสับสนอยู่ เพราะนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน พูดไปคนละทางกับนายสมัคร ทำให้ตนเป็นห่วงความไม่พร้อมของพรรคพลังประชาชน

เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมกว่าพรรคพลังประชาชนตรงไหน เมื่อรวมเสียงพรรคเล็กทุกพรรคแล้วเกินครึ่งแค่ 12 เสียง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา เพราะเคยมีรัฐบาลผสมที่มีเสียงอย่างนี้และอยู่ได้นานกว่ารัฐบาลพรรคเดียว แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่ที่รัฐบาลทำงานอย่างไร มีความซื้อสัตย์หรือไม่ ดังนั้น ขณะนี้ตัวเลขยังไม่นิ่ง เพราะต้องรอการรับรองผลการเลือกตั้งจาก กกต.ก่อน และอยู่ที่ว่าพรรคพลังประชาชนดำเนินการไปอย่างไร ซึ่งถ้าเขาตั้งไม่ได้ ก็เป็นความรับผิดชอบของตนที่จะต้องดำเนินการ เพราะที่จริงแล้ว คะแนนส.ส.ระบบสัดส่วนที่ออกมา ปรากฏว่าประชาชนไปลงคะแนนให้พรรคประชาธิปัตย์มากกว่าพรรคพลังประชาชน แต่โดยมารยาท เมื่ออยู่ในระบบรัฐบาล เราใช้เกณฑ์เรื่องที่นั่ง และให้โอกาสพรรคพลังประชาชนจัดตั้งก่อน


‘ชูวิทย์'อัดยับ‘บรรหาร'แค่‘มังกือ'กระสันเก้าอี้นายกฯ

วันนี้ (26 ธ.ค.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงการจับขั้วเพื่อจัดตั้งรัฐบาลของพรรคการเมืองต่างๆ ในขณะนี้ ว่า การพยายามดำเนินการทางการเมืองของนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ขณะนี้ ชี้ให้เห็นว่า เป็นการทำงานของนักการเมืองแบบเก่าๆ ที่พยายามวิ่งเต้นจับขั้วเพื่อต่อรองขอเป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ตนอยากถามนายบรรหาร ว่า ไปทำอย่างนั้นทำไม อายุจะ 80 อยู่แล้ว อยู่เฉยๆ ไม่ดีกว่าหรือ อย่ากระสันให้มันมากนัก เพราะตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค.ประชาชนได้ตัดสินแล้วว่าจะให้ใครเป็นนายกฯ นั่นก็คือ ถ้าไม่ใช่ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ก็เป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายบรรหาร ควรที่จะทำตามที่ประชาชนสั่ง การพยายามวิ่งเต้นแสดงละครจำอวดอย่างนี้ประชาชนรู้ทันหมดแล้ว อย่าสำคัญตัวเองมากไป อยู่เฉยๆ สงบเสงี่ยมเจียมตัวเหมือนพรรคเล็กอื่นๆ จะดีกว่า

นายชูวิทย์ กล่าวด้วยว่า สำหรับนายบรรหารขณะนี้ บอกได้คำเดียวว่าต้องเป็นฝ่ายค้านตอนแก่ เพราะเดินเกมพลาด แล้วที่บอกว่านายบรรหารเป็นมังกรนั้น ตอนนี้เป็นได้อย่างมากก็แค่มังกือ เพราะแสดงอาการอยากมากจนเกินไป และส่วนหนึ่งที่ทำให้พรรคชาติไทยได้เสียงน้อยลงในกทม.เนื่องจากนายบรรหารไม่เข้าใจธรรมชาติการเมืองใน กทม.แค่ติดป้ายนายบรรหารชูกำปั้น ใส่เสื้อสีชมพู มันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้คน กทม.เลือกพรรคชาติไทย เพราะนายบรรหารไม่มีจุดยืน ถ้านายบรรหารประกาศให้ชัดเลยว่าจะอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์คะแนนจะได้มากกว่านี้ ตนอยากขอร้องให้นายบรรหารแสดงความรับผิดชอบด้วยการประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคชาติไทย แล้วเปิดโอกาสให้มีการสรรหาใหม่ รวมทั้งปรับปรุงวิธีการทำงานของพรรคชาติไทยให้มีจุดยืนเป็นตัวของตัวเองที่ชัดเจนเพื่อเตรียมสู้ศึกการเลือกตั้งครั้งต่อไป--จบ

จาก hi-thaksin

"เติ้ง"ชง2สูตร ต่อรองร่วมขั้ว"พปช."

ขอนายกฯหรือ3ว่าการ2ช่วย เปรย"2 มกราคม"มีข่าวดี "เลี้ยบ"ย้ำโอเคแล้ว3พรรค หึ่งล็อค"รมว.กห."ให้รวมใจ


วงพันธมิตร - นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรค หารือกับนายวัฒนา อัศวเหม นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ แกนนำพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่บ้าน พล.ต.สนั่นย่านสนามบินน้ำ เมื่อค่ำวันที่ 25 ธันวาคม


สะพัด"เติ้ง"ต่อรอง พปช. 2 สูตร ขอเก้าอี้นายกฯ หรือไม่ก็ 3 ว่าการกระทรวงเกรดเอ 2 รมช. "เลี้ยบ" ย้ำยึดครองเสียงข้างมากได้แล้ว เตรีรยมแถลงเปิดตัวแนวร่วม 3 พรรคเล็ก หลัง 3 ม.ค. รับตามตื๊อ "พผ.-ชาติไทย" ตั้งเป้ารัฐบาล 315 เสียง "เฉลม" เย้ย ปชป.จบแล้ว กลุ่ม 21 ไม่มีทางเปลี่ยนใจ

พปช.ย้ำได้ข้างมาก-เล็ง315เสียง

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน (พปช.) แถลงเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม มีพรรคการเมืองอย่างน้อย 3 พรรค ตอบรับพร้อมเทเสียงสนับสนุน พปช.จนกลายเป็นเสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาล โดยนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค พชป. และหัวหน้าพรรคการเมืองอีก 3 พรรค เตรียมแถลงเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ภายหลังจาก พปช.ชนะการเลือกตั้งทั่วไป โดยยึดครองที่นั่ง ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎรสูงสุด 233 ที่นั่ง ทิ้งห่างพรรคประชาธิปัตย์คู่แข่งสำคัญที่ตามมาเป็นอันดับสองที่ได้เพียง 165 ที่นั่ง

ในการแถลงเมื่อเวลา 18.00 น. ณ ที่ทำการ พปช. อาคารไอเอฟซีที นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า ขณะนี้มี 3 พรรคการเมืองตอบรับที่จะร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับ พปช.แล้ว แต่โดยมารยาทไม่ขอเปิดเผยชื่อ รวมตัวเลขขณะนี้ทำให้มีจำนวน ส.ส. 254 เสียง หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 3 มกราคม 2551 หัวหน้า 3 พรรคการเมือง และนายสมัครจะร่วมแถลงข่าวอย่างแน่นอน สำหรับอีก 2 พรรคการเมืองอยู่ระหว่างการพูดคุย หากเข้าร่วมจะทำให้รัฐบาลมีเสียง 315 เสียง ทั้งนี้ ต้องการความมีเสถียรภาพเป็นไปได้ยากที่จะแบ่งเอาส่วนส่วนหนึ่งของบางพรรคการเมือง ถ้ามาก็ต้องมาร่วมกันทั้งหมด ส่วนนายกรัฐมนตรียังยืนยันว่าเป็นนายสมัคร


จาก http://www.matichon.co.th/matichon/matichon.php

“สดศรี”ยุพรรคการเมือง จับขั้วเดินหน้าตั้งรัฐบาล [26 ธ.ค. 50 - 10:40]


นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าววันนี้ (26 ธ.ค.) กรณีพรรคการเมืองรอให้สถานการณ์ การเมืองนิ่ง และรอ กกต.รับรองผล แจกใบเหลือง ใบแดงให้กับผู้สมัคร ส.ส.ที่ทุจริตการเลือกตั้ง ก่อน ว่า เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้า ท่านจะรวบรวมตั้งรัฐบาลขึ้นมา หรือจับรวมกลุ่ม น่าจะดำเนินการไปเลย สำหรับใบเหลือง ใบแดง กกต.จะยึดหลักฐานในการเลือกตั้งเป็นเกณฑ์ อย่าได้กังวลในเรื่องนี้ ท่านไม่ต้องรอ กกต.

“ขอให้เดินหน้ากันไป อย่าใช้เงื่อนไขของ กกต. หรือจะรอดูว่า ได้ใบเหลือง ใบแดง เราไม่ได้มีอิทธิพลถึงขนาดที่พวกท่านจะตั้งรัฐบาลกันไม่ได้ หรือจับขั้วกันไม่ได้” นางสดศรี กล่าว และว่า ข่าวที่มีการลงว่า กกต.จะให้ใบเหลืองเท่านี้ ใบแดงเท่านั้น ขนาดกกต.เองยังไม่ทราบ จะให้เท่าไหร่

นางสดศรี กล่าวถึงการทำทุจริตเลือกตั้งว่า ยังเป็นตำราเล่มเดิม มีเทคนิคเพิ่มขึ้นนิดหน่อย ซึ่งประเทศไทยเมื่อไหร่จะเลิกเสียที เพราะหากไปดูที่ต่างประเทศ จะไม่รู้จักคำว่า ซื้อสิทธิ์ขายเสียง หากภาวะเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ของประชาชนยังอยู่ในระดับนี้ ปัญหานี้ก็คงแก้ไขยาก

จาก http://www.thairath.co.th/#

ฝ่ายกม.พปช.ยัน”สมัคร”คุณสมบัติครบนั่งนายกฯ [26 ธ.ค. 50 - 13:13]


วันนี้ (26 ธ.ค.) นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน ในฐานะประธานฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงเรื่องคดีความของนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคว่า มั่นใจแม้ว่า ศาลจะตัดสินพิพากษาจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา นายสมัคร มีความผิดฐานหมิ่นประมาท นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) นั้น แต่จากการตรวจสอบกฎหมายและรัฐธรรมนูญก็ระบุชัด ว่า คดีหมิ่นประมาท ไม่มีผลต่อตำแหน่งรัฐมนตรี จึงเห็นว่า นายสมัครไม่ขาดคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำพิพากษาให้จำคุก นายสมัคร และนายดุสิต ศิริวรรณ อดีตผู้ดำเนินรายการ "เช้าวันนี้ที่เมืองไทย" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 และรายการ "สมัคร ดุสิต คิดตามวัน” ทางสถานี โมเดิร์นไนน์ ทีวี ช่อง 9 อสมท ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา กรณีทั้ง 2 คน กล่าวหานายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ทุจริตการประมูลโครงการต่างๆ ของกรุงเทพมหานครถึง 10 โครงการ เป็นเงินเกือบ 3,000 ล้านบาท และมีผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างซื้อรถยนต์ให้

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าแม้จำเลยทั้ง 2 คน จะไม่ได้ระบุชื่อชัดเจน แต่ก็ใช้ถ้อยคำชี้ชัดว่าเป็นผู้บริหารระดับสูงของกรุงเทพมหานคร ที่โจทก์มีหน้าที่ควบคุมและอนุมัติการก่อสร้างอุโมงค์และสะพานข้ามแยกต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร จึงบ่งชี้ได้ชัดเจนว่าจำเลยทั้ง 2 คน กระทำความผิด ทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียงพิพากษาให้จำคุกเป็นเวลา 6 เดือน จำเลยได้กระทำผิดรวม 4 กระทง จึงให้รวมกระทงลงโทษรวมจำคุก ทั้งสิ้น 24 เดือน จำเลยที่ 1 เคยกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว และศาลให้รอการลงโทษ แต่กลับกระทำความผิดซ้ำ จึงให้ลงโทษโดยไม่รอลงอาญา และให้พิมพ์คำพิพากษาย่อ ลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และ มติชนเป็นเวลา 3 วัน อย่างไรก็ตาม ศาลอนุญาตให้ประกันตัวจำเลยทั้ง 2 คนแล้ว โดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 200,000 บาท

จาก http://www.thairath.co.th/#

ปชป.จับพิรุธพปช.ตั้งรบ. อาจมีความผิดปกติเกิดขึ้น [26 ธ.ค. 50 - 12:40]


ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (26 ธ.ค.) ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมแกนนำพรรค และว่าที่ ส.ส.กทม. ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนรอบกรุงเทพฯ ที่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่พรรคพลังประชาชนออกมายืนยันว่า สามารถรวบรวมเสียงจากพรรคการเมืองอื่นได้แล้ว 254 เสียง ว่า ส่วนตัวรู้แปลกใจที่พรรคพลังประชาชนออกมาให้ข่าว ทั้งที่พรรคการเมืองอื่นปฏิเสธ ดังนั้นขอเรียกร้องให้ข่าวอยู่บนข้อเท็จจริง ไม่ควรสร้างความสับสนให้กับประชาชน และควรให้เกียรติพรรคการเมืองอื่นด้วย อย่างไรก็ตาม ยังมีเวลาที่พรรคพลังประชาชนจะรวบรวมเสียง โดยไม่ต้องกลัวพรรคประชาธิปัตย์จะจัดตั้งรัฐบาลแข่ง

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เชิญนายสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ว่าที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์มาชี้แจงเนื่องจากถูกนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ผู้สมัครพรรคพลังประชาชน กล่าวหาว่ากระทำการใส่ร้ายทำให้เกิดความเข้าใจผิดในคะแนนนิยม ถือว่าเป็นความผิดตามมาตรา 53 (5) ของ พ.ร.บ.เลือกตั้ง ซึ่งทั้งหมดให้มาชี้แจงภายในวันที่ 27 ธ.ค.นั้นว่า ต้องรอคำวินิจฉัยของกกต.ให้ชัดเจนก่อน และไม่กังวลที่ถูกหยิบยกมาโจมตี เพราะพรรคมีแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องและจะไม่ปกป้องใคร

ด้าน น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา รองหัวหน้าพรรคชาติไทย เปิดแถลงข่าวตอบโต้กรณีที่นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน ออกมาระบุว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย มีการต่อรองเรื่องตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกับพรรคพลังประชาชนว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ทั้งนี้อยากเรียกร้องให้นายนพดล กลับไปทบทวนตัวเอง เพราะการพูดกล่าวหาใคร ควรตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงให้รอบคอบก่อน เนื่องจากสร้างความเสียหายให้กับหัวหน้าพรรคและพรรคชาติไทยอย่างมาก อย่างไรก็ตามในเรื่องดังกล่าว หัวหน้าพรรคชาติไทยไม่ติดใจ เนื่องจากถือเป็นการแสดงความเห็นส่วนตัวของนายนพดล นอกจากนี้ยังยืนยันด้วยว่า นายบรรหาร ไม่เคยคิดอยากเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างที่มีการกล่าวหา หรือมีการปล่อยข่าวในขณะนี้

สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคชาติไทย วันนี้ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก เนื่องจากนายบรรหาร พร้อมด้วยแกนนำพรรค ได้ทยอยเดินทางเข้าประชุมพรรคตามปกติตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา

จาก http://www.thairath.co.th/#