WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, December 27, 2007

'ป๋าเปรม'วอนทุกฝ่ายเสียสละเพื่อบ้านเมือง 'สุรยุทธ์'บอกทักษิณกลับไทยได้

'พล.อ.เปรม'วอนทุกคนอดทนเสียสละเพื่อบ้านเมือง ขณะที่นายกฯ วอนทุกฝ่ายเคารพผลการเลือกตั้ง ระบุ'ทักษิณ'กลับเมืองไทยหลังบ้านเมืองสงบ คงไม่มีปัญหา

ที่มูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เมื่อเวลา 12.00 น. พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เดินทางไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ประจำปีของคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่มูลนิธิรักเมืองไทย มูลนิธิพิทักษ์อุทยาน แห่งชาติเขาใหญ่ และมูลนิธิรัฐบุรุษ ซึ่งมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธาน

โดยมีบุคคลสำคัญที่เป็นคณะกรรมการของทั้ง 3 มูลนิธิ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เช่น พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.สส.พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฐฎ์ นายอารีย์ วงศ์อารยะ เป็นต้น

ทั้งนี้ พล.อ.เปรม กล่าวในตอนหนึ่งว่า บรรดาคณะกรรมการ 3 นิธิ ล้วนเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ทั้งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และข้าราชการระดับสูง ก็ขอให้ทุกคนเข้มแข็ง อดทน รู้รัก สามัคคี เสียสละทำเพื่อบ้านเมือง ซึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะให้ความคุ้มครองทุกคน เพราะคงรู้ว่าทุกคนได้ทำประโยชน์เพื่อบ้านเมือง ทั้งนี้ ตนขอให้ทุกคนมีความสุขความเจริญปลอดภัยตลอดชีพของทุกคนภายหลังร่วมงานสังสรรค์

ต่อมา พล.อ.สุรยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงช่ววจัดตั้งรัฐบาลในขณะนี้ว่า ไม่ได้เป็นห่วงอะไร เพราะคิดว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องในพรรคการเมืองต่าง ๆ น่าจะได้ข้อยุติหลังจากที่ กกต.ประกาศรับรองผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งอย่าง เป็นทางการ

เมื่อถามว่ายังมีคนบางกลุ่มไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งและมองว่าถ้าพรรคพลังประชาชนเข้ามาจะมีปัญหา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พูดไปหลายครั้งแล้วว่าบ้านเมืองของเราต้องการความเรียบร้อยและผลการเลือกตั้ง ครั้งนี้ถือว่าโปร่งใสและเป็นธรรม น่าจะเป็นเครื่องตัดสินที่ดีที่สุด เพราะประชาชนได้ตัดสินใจไปแล้ว เราควรเคารพการตัดสินใจของประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาเคลื่อนไหวในขณะนี้จะมีผลอะไร หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนได้ติดตามก็ไม่น่าจะมีปัญหาในส่วนของการดำเนินการใดๆ และหากสถานการณ์ สงบเรียบร้อย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะกลับเข้ามาก็คงไม่มีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมายังไม่ได้คุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ

เมื่อถามว่าในฐานะที่เป็นคนกลางจะฝากอะไรไปถึงพรรคการเมืองขนาดกลาง ที่ยังไม่ตัดสินใจจับขั้วการเมือง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีอะไรจะฝาก เพราะคิดว่าทุกพรรคและทุกคนมีข้อคิดเห็นของตัวเองอยู่แล้ว

เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม ระบุว่าลึก ๆ คิดว่าพรรคประชาธิปัตย์จะได้เป็นรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ต้องไปถาม พล.อ.บุญรอดเอง เพราะตนก็ยังไม่ได้พบกับท่านเลย

'ผมได้มอบหมายให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดูแลเรื่องความสงบเรียบร้อยในระหว่างการจัดตั้งรัฐบาล ตลอดไปจนถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ เพราะอยากให้เหตุการณ์ต่างๆ ผ่านไปโดยเรียบร้อยจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ ซึ่งการสั่งการดังกล่าวไม่ใช่ว่ามีรายงานความเคลื่อนไหวการก่อเหตุใด ๆ แต่เป็นบทเรียนจากปีที่แล้วที่มีเหตุเกิดขึ้น ในช่วงปีใหม่ ดังนั้นปีนี้เราก็ต้องป้องกันไว้ก่อน' พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าว


'สุรเกียรติ์'แนะพผ.ต้องพร้อมเป็นทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน

โฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน ระบุ สุรเกียรติ์ ให้คำแนะนำแก่สมาชิกพรรค ให้พร้อมเป็นฝ่ายค้านและรัฐบาล

นายวชิระมณฑ์ คุณะเกษมธนาวัฒน์ โฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน เปิดเผยว่า โต๊ะอาหารกลางวันที่มี นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตประธานสภานโยบายและยุทธศาสตร์ของพรรคเข้าร่วมนั้น ได้มีการพูดคุยกันเรื่องทั่วไป และได้ให้คำ แนะนำในการดำเนินการทางการเมืองโดย สุรเกียรติ์ ระบุว่า อยากเห็นพรรคมีความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายค้าน หรือ รัฐบาล จะต้องพร้อมทุกรูปแบบ โดยมีอดีตผู้สมัครส.ส.กทม.ที่มาเข้าร่วมได้เสนอความคิดเห็นที่ จะตัดสินใจร่วมงานกับใคร โดยกรรมการบริหารพรรคจะนำไปสะท้อนในที่ประชุมวันพรุ่งนี้ด้วย

สำหรับมื้ออาหารเย็นในวันนี้ นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน และผู้ประสานงานของพรรค จะร่วมมื้อเย็นที่บ้านของ นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย


'สมัคร'นัดแถลงตั้งรัฐบาล4ม.ค.

โฆษก พปช.เผย'สมัคร'จะแถลงจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการ 4 ม.ค.นี้

ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน เปิดเผยว่า นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลัง จะแถลงข่าวการจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 4 มกราคม 2551 ขณะนี้พรรค พปช.มีเสียงจัดตั้งรัฐบาล 254 เสียงแน่นอน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ดังนั้น พรรคจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้แน่ และหวังว่าพรรคเพื่อแผ่นดิน จะมาร่วมกับพรรคพลังประชาชนด้วย

'เราไม่ได้ตีขลุม แต่นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นจริงยืนยันได้ และมีแนวโน้มที่จะได้เพิ่มขึ้นด้วย'ร.ท.กุเทพ กล่าว และว่า ระยะนี้นายสมัครไม่สะดวกที่จะพบกับสื่อมวลชน เพราะเป็นช่วงที่ละเอียดอ่อนจึงต้องระมัดระวังในการให้ข่าว แต่ไม่ได้เดินทางไปฮ่องกงเพื่อพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีอย่างที่เป็นข่าว และยังทำงานอยู่ภายในประเทศไทย

ร.ท.กุเทพ ยังเปิดเผยว่า วันนี้มีหนังสือแสดงความยืนดีจากสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ส่งมายังพรรค พปช. กรณีที่พรรคได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งท่วมท้น ซึ่งในนามของรัฐบาลกัมพูชา หวังว่าจะได้รักษาความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับไทยต่อไป.


หุ้นดีด29จุดรับพปช.ตั้งรัฐบาล

รายงานข่าวจาก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยถึง ภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 26 ธ.ค.นี้ เต็มไปด้วยความร้อนแรงมาก หลังจากนักลงทุนเห็นผลการเลือกตั้งที่ พรรคพลังประชาชน ได้รับคะแนนเสียง ส.ส.สูงที่สุดของประเทศ และมีโอกาสได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ

ทำให้ความชัดเจนทางการเมืองมีมากขึ้น ดัชนีพุ่งขึ้นตั้งแต่เปิดการซื้อขายในช่วงเช้า 9.45 จุด มาอยู่ที่ระดับ 823.05 จุด จนมาปิดตลาดที่ระดับ 843.28 จุด เพิ่มขึ้น 29.68 จุด มูลค่าการซื้อขาย 19,311.51 ล้านบาท ท่ามกลางแรงซื้อในหุ้นขนาดใหญ่ ในกลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมี

นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การปรับขึ้นอย่างร้อนแรงของดัชนีหุ้นไทย สาเหตุหลักมาจากผู้ลงทุนพอใจกับผลการเลือกตั้งที่ออกมา ประกอบกับการเลือกตั้งในรอบนี้เป็นไปได้ด้วยดีและมีความเรียบร้อย สร้างความมั่นใจแก่นักลงทุน ซึ่งเกินกว่าที่ ตลท.ได้คาดการณ์ไว้

นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส ในฐานะประธานสภาธุรกิจ ตลาดทุนไทย เปิดเผยถึงทิศทางตลาดหุ้นไทยหลังจากการเลือกตั้งว่า ตลาดหุ้นไทยในระยะต่อไปมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เพราะนักลงทุนมีความมั่นใจต่อสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ ที่ได้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ

และเริ่มเข้าสู่ระบอบการปกครองประชาธิปไตย ไม่ว่าจะได้พรรคการเมืองใดเข้ามาบริหารประเทศก็ตาม แต่ทั้งนี้ ต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่มีทีมเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้กลับมาฟื้นตัว หลังจากในช่วงที่ผ่านมา เศรษฐกิจขยายตัวต่ำที่สุดในภูมิภาคเอเชีย

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร กรรมการผู้จัดการ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า มีแนวโน้มที่สดใสมาก และมีโอกาสที่ดัชนีจะปรับขึ้นถึงระดับ 1,000 จุด เนื่องจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่น ต่อสถานการณ์การเมืองในประเทศที่มีความชัดเจน แม้ว่ารัฐบาลชุดใหม่อาจเป็นพรรคพลังประชาชน ขณะเดียวกัน ช่วยหนุนให้นักลงทุนไทยและต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น.


Wednesday, December 26, 2007

ผบ.ทบ.แนะทหารเป็นกลางรักสามัคคี

ผบ.ทบ. ให้กำลังพลวางตัวเป็นกลางและมีความสามัคคี ขอให้เชื่อมั่นผู้บังคับบัญชา และติดตามสถานการณ์ปีใหม่ใกล้ชิด

พันเอกหญิงศิริจันทร์ นาทอง รองโฆษกกองทัพบกแถลงผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เป็นประธาน โดยหารือกันถึง 3 เรื่องหลักโดยเฉพาะสถานการณ์ทางการเมืองที่ได้เน้นย้ำนโยบายเดิมในการวางตัวเป็นกลางและคำนึงถึงความสามัคคี พร้อมยืนยังภาพลักษณ์ของกองทัพยังเป็นที่เคารพรัก พร้อมขอให้หน่วยทหารทุกหน่วยปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจและเชื่อมั่นในตัวผู้บัญชาการทหารบก พร้อมกับน้อมนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปฏิบัติใช้ นอกจากนี้ยังได้หารือถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยสั่งให้หน่วยทหารติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิดและเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล โดยแสดงความมั่นใจว่ามีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ได้

อย่างไรก็ตามได้มีการหารือถึงการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเห็นว่ามีการดำเนินนโยบายที่ถูกต้องพร้อมให้มีการประเมินและหาข้อเสนอแนะเพิ่มเติม

บทความ : เทวดาคนกรุงเทพฯ จงเจริญ!

สามัญชน

ผ่านพ้นการเลือกตั้งไปแล้วด้วยดี ผลของการเลือกตั้งคือชัยชนะของประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย ที่เลือกพรรคพลังประชาชนเป็นเสียงข้างมากอันดับ 1 โดยมีจำนวนส.ส. 223 คน ...พรรคพลังประชาชน ซึ่งถูกตกเป็นเป้าหมายตามแผนการณ์ของคมช.ให้สกัดกั้น ทำลาย และโดดเดี่ยวพรรคพลังประชาชนมา

ผลของการเลือกตั้ง! คือการตบหน้าเผด็จการ คมช.และการรัฐประหาร และเป็นการประกาศว่า ประชาชนไม่ต้องการเผด็จการทหาร และไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหาร

สื่อมวลชนโดยเฉพาะทางโทรทัศน์ และวิทยุ ที่เป็นสื่อกระแสหลัก พากันอึ้งกับผลของการเลือกตั้ง โดยเฉพาะช่วงหลังการปิดหีบเลือกตั้งเพื่อไปเปิดนับคะแนน เมื่อเอ็กซิสต์โพลออกมา คะแนนของพรรคพลังประชาชนนำลิ่ว ต่างตกใจ หน้าถอดสี บางช่องนำบุคคลที่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร และขู่ว่าจะเคลื่อนไหวหากพรรพลังประชาชนได้เป็นรัฐบาล มาวิเคราะห์คะแนนเสียง และการจัดตั้งรัฐบาล

ผมว่านี่ เป็นการกระทำที่น่าละอาย และไร้จรรยาบรรณที่สุดของนักสื่อสารมวลชน

พวกเขาเหล่านั้นอ้างว่าองค์กรของตน สถานีของตนเป็น สื่อที่ดีที่สุด และเป็นกลางทางการเมืองมากที่สุด

แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฎกลับกลายเป็นว่า นำเอาบุคคลผู้เป็นอีแอบที่อิงอยู่กับเผด็จการและสนับสนุนพรรคการเมืองที่เคยเรียกร้อง ม .7 มาเชียร์พรรคอันดับ 2 โดยไม่คำนึงถึงวิถีปฎิบัติในการจัดตั้งรัฐบาลที่พรรคอันดับหนึ่งคือพรรคที่จัดตั้งรัฐบาล แถมพูดจาข่มขู่ว่าจะเคลื่อนไหวหากพรรคพลังประชาชนได้เป็นรัฐบาล

บรรดานักวิชาการที่เคยเข้าร่วมขบวนการเรียกร้องนายกฯ คนนอก ตามมาตรา 7 ต่างลุ้นผลคะแนนของกรุงเทพฯ ฯ กันอย่างสุดจิต สุดใจ การรายงานผลคะแนนของสื่อกระแสหลักบางช่อง ขึ้นหน้าจอแต่การรายงานผลของกรุงเทพฯ ฯ

และเมื่อสรุปผลแล้วเสร็จกลับทำทีทำท่าไม่สนใจเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนที่เลือกพรรคพลังประชาชนให้ได้เป็นอันดับหนึ่ง

แต่กลับไปตอกย้ำถึงคะแนนเสียงเฉพาะที่กรุงเทพฯ และหยิ่งผยองว่า คนกรุงเทพฯ เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เอาพรรคพลังประชาชน และพรรคพลังประชาชนไม่สมควรจัดตั้งรัฐบาลได้

ทำให้ผมเกิดคำถามขึ้นมาด้วยความสงสัยว่า คนกรุงเทพฯ กับคนต่างจังหวัด ทั้ง 2 กลุ่มนี้ ไม่ใช่มนุษย์เหมือนกันหรือ ไม่ได้มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกันหรือ ไม่ได้เป็นพลเมืองไทยเท่าเทียมกันหรือ

ถ้าตีความอย่างที่สื่อมวลชนและนักวิชาการมองผลของการเลือกตั้งในกรุงเทพมหานครแล้ว คนกรุงเทพฯ ที่ไปเลือกพรรคประชาธิปัตย์ เขาเหล่านี้เป็นเทวดาหรือ คนต่างจังหวัดที่ไปเลือกพรรคพลังประชาชนเป็นคนหรือ

หรือคนกรุงเทพฯ เป็นพลเมืองชั้นหนึ่ง คนต่างจังหวัดเป็นพลเมืองชั้นสอง

กรุณาตอบผมดังๆ หน่อยกับที่มาที่ไปของความคิดเหล่านี้ เถอะครับ ท่านปัญญาชน

หากสิ่งที่กลุ่มพันธมิตรฯ สื่อมวลชนกระแสหลัก คาดหวังเป็นจริง พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลจากการผสมของพรรคทั้งหมดรวม 6 พรรค จริง ขอเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลฝั่งประชาธิปัตย์ ตอบแทนปัญญาชน นักวิชาการ นักสื่อมวลชน และพวกที่อ้างว่าตัวเองเป็น คนกรุงเทพฯ เป็นตัวของคนชั้นกลาง ออกกฎหมาย รับรอง ความเป็นเทวดาของกลุ่มคนเหล่านี้ ยกเลิกหลักการสิทธิมนุษยชน ยกเลิกหลักการนิติธรรม นิติรัฐ ที่บอกว่าคนทุกคนเท่าเทียวกันตามกฎหมายของรัฐแห่งนั้นเสีย เสนอกฎหมาย หรือมติครม.ก็ได้ครับ เพราะผมเชื่อว่าหากพรรคพลังประชาชนกลายไปเป็นฝ่ายค้าน เพราะถูกรุมกินโต๊ะ จาก อำนาจนอกระบบ คงไม่ยอมให้กฎหมายรับรองสิทธิเทวดาผ่าน

รับรองสิทธิเทวดาของคนชั้นกลาง เถิดครับ! เพื่อเป็นรูปธรรมให้เห็นได้ชัดเจนว่า ประชาชนคนไทยนั้น พวกที่อ้างตัวว่าเป็นคนชั้นกลาง คนกรุงเทพฯ แม้จะเลือกพรรคการเมืองที่ตนอยากได้เป็นรัฐบาลแพ้ตามกติกาการเลือกตั้ง แต่พวกเขาเหล่านี้ ก็จะบอกว่า เขาถูกที่สุด ฉลาดที่สุด สะอาดที่สุด รู้มากที่สุด

ลูกสมุนดีเด่นของเผด็จการ จงเจริญ!

เทวดาคนกรุงเทพฯ ฯ จงเจริญ!

จาก http://www.prachatai.com/05web/th/home/10698

ทักษิณ’ บอกซีเอ็นเอ็น เมษา 51 กลับไทยแน่

ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.50 ที่พรรคพลังประชาชน ประกาศศักดาคว้าชัยชนะเหนือพรรคประชาธิปัตย์ จนส่งผลให้ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค เตรียมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอยู่ในขณะนี้นั้นสร้างความชื่นมื่นให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งนักจนเกิดกระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ เตรียมเดินทางกลับเมืองไทย ราวเดือน ก.พ.51 เลยทีเดียว ส่งผลให้ “สาวกทักษิณ” เกิดอาการดี๊ด๊า เตรียมแผนการรอรับที่สนามบินสุวรรณภูมิกันยกใหญ่
ไม่เชื่อลองเปิดเว็บไซต์ clubthaksin และ hi-thaksin ดูสิเมื่อข่าวการกลับมาไทยเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ วันที่ 25 ธ.ค.50 พ.ต.ท.ทักษิณ จึงเปิดโต๊ะแถลงข่าวบนเกาะฮ่องกงทันที โดยมีทัพสื่อมวลชนเข้าฟังคำให้สัมภาษณ์เป็นจำนวนมากพ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า หลังจากที่พรรคพลังประชาชนภายใต้การสนับสนุนของเขา ชนะการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และได้จัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยอดีตผู้นำไทยประกาศจะเดินทางกลับประเทศไทย ในวันที่ 14 ก.พ. ซึ่งเป็นวันวาเลนไทน์ หรืออย่างช้าที่สุดในเดือน เม.ย. เพื่อรอให้มีรัฐบาลชุดใหม่บริหารประเทศชาติก่อนโดยรัฐบาล “พ.ต.ท.ทักษิณ” ถูกทหารยึดอำนาจเมื่อเดือน ก.ย.49 และต้องไปพำนักอาศัยที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษก่อนหน้านี้ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ประกาศว่า รัฐสภาที่สมาชิกส่วนใหญ่เป็นคนของพรรคพลังประชาชน จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับ “พ.ต.ท.ทักษิณ” เพื่อให้อดีตผู้นำไทยเดินทางกลับประเทศได้ และแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ 2550 อย่างไรก็ตาม “พ.ต.ท.ทักษิณ” ยืนยันว่า เขาจะยังไม่กลับไปสู่เวทีการเมืองในเวลานี้ และจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการเมือง ยกเว้นการเป็นที่ปรึกษาพรรคเท่านั้นแต่อดีตผู้นำไทยก็พูดเป็นนัยๆ ว่า เขาอาจหวนคืนสู่เวทีการเมืองอีกครั้ง หากสถานการณ์ในประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น“ผมจะไม่กลับไปเล่นการเมือง จนกว่าผมจะแน่ใจว่าตัวเองปลอดภัย ผมจะรอดูสถานการณ์อีกครั้ง”
หลายฝ่ายคาดว่า นายสมัคร หัวหน้าพรรคพลังประชาชน จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป เมื่อเขาสามารถจัดตั้งรัฐบาลผสมหลายพรรคได้สำเร็จ โดยที่พรรคพลังประชาชนจะครองที่นั่งส่วนใหญ่ในสภาผู้แทนราษฎร และนายสมัครวัย 72 ปี ได้รีบเร่งจัดตั้งรัฐบาลผสม โดยเขาบอกกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า ตอนนี้มีหัวหน้าพรรคอย่างน้อย 2 พรรค ที่ตอบตกลงเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนเรียบร้อยแล้ว แต่เขาไม่เปิดเผยรายชื่อหัวหน้าพรรคทั้ง 2 คนขณะที่ “พ.ต.ท.ทักษิณ” ได้แสดงความยินดีกับพรรคพลังประชาชน ที่นำระบอบประชาธิปไตยคืนสู่ประเทศไทย และเขาอยากให้ผู้คนจดจำว่า วันที่ 23 ธ.ค. เป็นวันที่เกิดการสมานฉันท์ขึ้นในประเทศไทยสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นวิเคราะห์การเลือกตั้งของไทยว่า แม้จะมีพรรคการเมืองหลายพรรคลงแข่งขันชิงชัย แต่แท้จริงแล้วเป็นการต่อสู้กันของพรรคการเมือง 2 พรรค ที่ฝ่ายหนึ่งได้รับการหนุนหลังจากทหาร และอีกฝ่าย คือ กลุ่มผู้สนับสนุน “พ.ต.ท.ทักษิณ” ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวชนบทที่รู้สึกว่า รัฐบาลของทหารและศักดินา ไม่สนใจช่วยเหลือปากท้องของพวกเขานายฐิตินันท์ พงศ์สุทธิรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันศึกษาความมั่นคงและนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า ชาวชนบทส่วนใหญ่ค่อนข้างอ่อนแอ แต่นี่แหละคือเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ และพวกเขาก็แสดงพลังด้วยการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง และลงคะแนนโหวตให้พรรคพลังประชาชนขณะเดียวกัน คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. เตรียมตรวจสอบกรณีทุจริตการเลือกตั้งครั้งนี้ และจะประกาศผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 ม.ค.51 โดยที่สภาผู้แทนราษฎรต้องเปิดประชุมสภาสมัยแรก ภายใน 30 วันหลังการเลือกตั้ง


'เทือก'ให้เวลา'พปช.'7วัน

ส่วนข่าวที่ว่านายสุเทพติดต่อไปหลายพรรคและถูกเรียกร้องโควตากระทรวงคมนาคม เกษตรฯ และพาณิชย์นั้น

เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคพลังประชาชนน่าจะเป็นคนปล่อยข่าวนี้มากกว่า โดยพยายามให้เห็นว่าพวกตนไปจัดตั้งรัฐบาลแข่ง แต่ตนไม่ได้โยนผ้าให้เขาเป็นรัฐบาล เพียงแต่ทำตามมารยาท แต่พรรคพลังประชาชนควรบอกได้ว่าจะใช้เวลากี่วันในการเตรียมตัวตั้งรัฐบาลและมีพรรคใดมาร่วม ถ้าเป็นวันที่ 3 ม.ค. ปีหน้าคงช้าเกินไป เพราะประชาชนอยากเห็นรัฐบาลใหม่เร็ว ๆ ถ้าคุยว่าตั้งได้แล้ว ก็ควรให้เสร็จในสัปดาห์นี้

ถ้าทำไม่ได้ก็ให้มาบอกตนก่อนปีใหม่เพื่อที่จะได้มีของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน

'ถ้าคุณสมัครยอมเสียสละตำแหน่งนายกฯ ให้หัวหน้าพรรคอื่น บางทีสถานการณ์อาจเปลี่ยนก็ได้' เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่ที่ตอนนี้มีอำนาจต่อรองกับพรรคอื่น ๆ สูงมาก นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นธรรมดาที่พรรคเล็กและพรรคขนาดกลางต้องต่อรอง และเชื่อว่าคงไม่ง่าย เพราะนายสมัครไม่ใช่หัวหน้าพรรคตัวจริง และตนขอเดาใจว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คงยอมทุกอย่างเพื่อให้ได้เป็นรัฐบาล


'ชวน'สวดยับเหตุผลพ่ายแพ้

นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า จากการได้พูดคุยกับนายชวนในช่วงบ่ายวันนี้ นายชวนบอกว่า

อยากได้ ส.ส.มากกว่านี้ ซึ่งตนก็รู้สึกเช่นเดียวกัน แต่น่าเสียดายที่คะแนน ส.ส.แบบสัดส่วนทั่วประเทศไม่ได้แปรเป็นจำนวน ส.ส. โดยพรรคได้คะแนนสัดส่วนกว่า 14 ล้านเสียง ในขณะที่เมื่อปี 2548 พรรคได้คะแนนบัญชีรายชื่อประมาณ 7 ล้านเสียง

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า

หลายพรรคการเมืองรวมถึงพรรคประชาธิปัตย์คงไม่ค่อยพอใจในจำนวน ส.ส.ที่ได้ ตนคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์น่าจะได้มากกว่านี้ ถ้าทำงานกันจริง ๆ โดยเฉพาะ ส.ส.แบบสัดส่วน ที่มีความผิดพลาดตั้งแต่การวางตัวผู้สมัครบางกลุ่มจังหวัดผู้สมัครลำดับท้ายทำงานหนักมากกว่าคนที่อยู่ในลำดับต้น ๆ ที่ได้รับเลือก และบางคนก็ได้ เพราะคะแนนพรรคช่วยไว้ ดังนั้นในการเลือกตั้งครั้งต่อไป พรรคต้องพยายามหาผู้ที่มีความโดดเด่น และทำงานจริงจังในพื้นที่มากกว่าครั้งนี้

โพลรามชู'อภิสิทธิ์'เป็นผู้นำ

ศูนย์ประชามติ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เผยแพร่ผลสำรวจเรื่องหัวหน้ารัฐบาลที่ประชาชนต้องการ โดยสำรวจความเห็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ 15,879 คน พบว่า ร้อยละ 52.2 ต้องการให้นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ เพราะไม่มีภาพเสียหายด้านคุณธรรม ขณะที่ร้อยละ 39.1 อยากให้นายสมัครเป็นนายกฯ เพราะมีประสบการณ์ กล้าพูด และต้องการให้พรรคพลังประชาชน แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และร้อยละ 8.7 อยากให้นายบรรหารเป็นนายกฯ เนื่องจากเห็นว่าเคยมีประสบการณ์เป็นนายกฯ มาแล้ว และประสานงานกับพรรคอื่นได้ดี


'มาร์ค' ห่วง พปช.ไม่พร้อมเป็นรัฐบาล

'มาร์ค' วอน 'ทักษิณ' กลับไทยอย่าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ห่วง พปช.ไม่พร้อมเป็นรัฐบาล เหตุ 'เลี้ยบ-หมัก' พูดเรื่องนิรโทษกรรม 111 ทรท.คนละทาง ย้ำ ปชป.ยังหวังเป็นรัฐบาล แต่ให้โอกาสพรรคอันดับหนึ่งก่อนตามมารยาท

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แถลงที่ฮ่องกงว่าจะเดินทางกลับมาสู้คดีที่ประเทศไทยก่อนเดือน เม.ย. 2551 หลังพรรคพลังประชาชนชนะการเลือกตั้งว่า ไม่ควรมีใครไปขัดการ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะใช้สิทธิ์ในฐานะคนไทยกลับมาและต่อสู้คดี ซึ่งเมื่อทุกอย่างมีข้อเท็จจริงปรากฏแล้วจึงค่อยว่ากัน แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องไม่ชี้นำหรือแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพราะจะกลายเป็นว่ารัฐบาลที่จัดตั้งขึ้นมาไม่ได้มุ่งหมายแก้ไขปัญหาของประเทศ แต่กลับทำเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ คนเดียว และไปแก้ในทางที่อาจจะเลยเถิดที่ไม่ถูกต้อง จึงอยากให้ระมัดระวัง

'ทุกพรรคต้องอย่าทำให้กระบวนการของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งต้องเสื่อมเสียอีกและกลับมาใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูกต้อง เพราะประเทศชาติเจ็บปวดมามาก ดังนั้น ไม่ว่าใครจะจัดตั้งรัฐบาลต้องยึดมั่นในหลักคุณธรรมและจริยธรรม และความถูกต้อง'นายอภิสิทธิ์ กล่าวและว่า ส่วนที่มีการต่อสายจากฮ่องกงไปทางนู้นทางนี้นั้น ตนจึงบอกว่าในช่วงหาเสียงว่าจำเป็นต้องมีผู้นำ มีนายกฯตัวจริง เวลานี้อยู่ที่พรรคพลังประชาชนจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่าความวุ่นวายจะมีต่อหรือไม่ ถ้าพ.ต.ท.ทักษิณยังคงเคลื่อนไหวและกลับมาประเทศ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะเคลื่อนไหวอย่างไรก็ตาม ความวุ่นวายจะไม่มี ถ้าผู้มีอำนาจในบ้านเมืองยึดถือความถูกต้องและความยุติธรรม และขอให้หัวหน้าทุกพรรคตัดสินใจบนประโยชน์ของประเทศ จึงควรนำข้อมูลต่างๆที่ได้ฟังในวันนี้เป็นส่วนหนึ่งประกอบการตัดสินใจด้วย

ต่อข้อถามว่าถ้าพรรคพลังประชาชนตั้งรัฐบาลได้ อยากจะบอกอะไรแก่พรรคดังกล่าว หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอให้ยึดประโยชน์ของประชาชน ส่วนการที่นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ประกาศจะนิรโทษกรรมให้ 111 อดีตกรรมการบริการพรรคไทยรักไทยและยุบ คตส.นั้น ก็ยังสับสนอยู่ เพราะนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน พูดไปคนละทางกับนายสมัคร ทำให้ตนเป็นห่วงความไม่พร้อมของพรรคพลังประชาชน

เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมกว่าพรรคพลังประชาชนตรงไหน เมื่อรวมเสียงพรรคเล็กทุกพรรคแล้วเกินครึ่งแค่ 12 เสียง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา เพราะเคยมีรัฐบาลผสมที่มีเสียงอย่างนี้และอยู่ได้นานกว่ารัฐบาลพรรคเดียว แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่ที่รัฐบาลทำงานอย่างไร มีความซื้อสัตย์หรือไม่ ดังนั้น ขณะนี้ตัวเลขยังไม่นิ่ง เพราะต้องรอการรับรองผลการเลือกตั้งจาก กกต.ก่อน และอยู่ที่ว่าพรรคพลังประชาชนดำเนินการไปอย่างไร ซึ่งถ้าเขาตั้งไม่ได้ ก็เป็นความรับผิดชอบของตนที่จะต้องดำเนินการ เพราะที่จริงแล้ว คะแนนส.ส.ระบบสัดส่วนที่ออกมา ปรากฏว่าประชาชนไปลงคะแนนให้พรรคประชาธิปัตย์มากกว่าพรรคพลังประชาชน แต่โดยมารยาท เมื่ออยู่ในระบบรัฐบาล เราใช้เกณฑ์เรื่องที่นั่ง และให้โอกาสพรรคพลังประชาชนจัดตั้งก่อน