WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, December 31, 2007

‘​ทักษิณ​' ​ปลื้มสมาชิกพปช​.​แห่​เยี่ยม​-​ยันกลับเมืองไทยแน่


ร​.​ต​.​ท​.​เชาวริน​ ​ลัทธศักดิ์ศิริ​ ​ว่าที่​ ​ส​.​ส​.​ระบบสัด​ส่วน​ ​พรรคพลังประชาชน​ ​กล่าววานนี้​ (29 ​ธ​.​ค​.) ​กรณีว่าที่​ ​ส​.​ส​.​และ​อดีต​ ​ส​.​ส​. ​พรรคพลังประชาชนกว่า​ 60 ​คน​ ​ยกคณะ​ไปเยี่ยม​ ​พ​.​ต​.​ท​. ​ทักษิณ​ ​ชินวัตร​ ​นายกรัฐมนตรี​ ​ที่ฮ่องกง​ ​เมื่อวันที่​ 27 ​ธ​.​ค​. ​ที่ผ่านมาว่า​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ได้​เลี้ยงอาหารกลางวันที่​โรงแรมรอยัล​ ​การ์​เดนท์​ ​ฝั่งเกาลูน​ ​โดย​คุณหญิงสุดารัตน์​ ​เกยุราพันธุ์​ ​อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย​ ​ได้​นำ​พวงมาลัยมอบ​ให้​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ส่วน​ตน​เป็น​ตัวแทนกลุ่มกล่าวอวยพรปี​ใหม่​ ​และ​ขอบคุณ​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณที่สร้าง​ความ​เจริญ​ให้​ประ​เทศไทย​ ​ทำ​ให้​ประชาชน​ส่วน​ใหญ่​ยัง​รัก​และ​ศรัทธาต่อผลงานที่​เคยทำ​ไว้​ ​ส่งผล​ให้​พรรคพลังประชาชนชนะ​เลือกตั้งเมื่อวันที่​ 23 ​ธ​.​ค​. ​ขณะที่​ ​พ​.​ต​.​ท​. ​ทักษิณกล่าวแสดง​ความ​ยินดี​กับ​พวกเราที่กำ​ลัง​จะ​ได้​เป็น​ ​ส​.​ส​. ​และ​อวยพรปี​ใหม่​ ​พร้อมระบุว่าคณะปฏิวัติมี​แผนบันได​ 4 ​ขั้นคือ​ ​ยุบพรรค​ ​ยึดทรัพย์​ ​สลายขั้ว​ ​และ​สนับสนุนพรรคการเมือง​อื่น​ให้​ได้​รับชัยชนะ​ ​เขา​ใช้​ความ​พยายามขจัดพวกเรา​ ​แต่ก็​ไม่​สามารถ​สกัด​ได้​ ​เพราะ​พวกเรา​ยัง​รวมตัว​กัน​อย่างเหนียวแน่น​ ​ทั้ง​ยัง​มีคน​ใหม่ๆ​ไหล​เข้า​มารวมตัว​กัน​

​ร​.​ต​.​ท​.​เชาวรินกล่าวอีกว่า​ ​จาก​นั้น​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ได้​กล่าวพร้อมมีน้ำ​ตาคลอเบ้าว่า​ "ทรัพย์สินของผมที่ถูกอายัด​นั้น​ ​ล้วนหามา​จาก​การประกอบธุรกิจจนประสบ​ความ​สำ​เร็จ​แล้ว​จึง​มา​เล่นการเมือง​ ​ผม​ไม่​เคยคิดมาก่อนว่า​เมื่อ​เข้า​สู่การเมือง​แล้ว​ต้อง​มา​เจอะ​เจอ​กับ​เหตุการณ์​เยี่ยงนี้​ใน​ชีวิต​ ​ผมทำ​ธุรกิจจนมั่นคง​แล้ว​จึง​เข้า​สู่การเมือง​ ​ไม่​เคยแม้​แต่​จะ​คิดว่าทุกวันนี้​ต้อง​ขอยืมเงินคน​อื่น​มา​ใช้​จ่าย​ ​ไม่​เคยคิดว่าครอบครัว​ต้อง​ถูกกระทำ​จน​ต้อง​แยก​กัน​อยู่​ ​ทั้ง​ลูก​ ​เมีย​ไม่​มี​โอกาส​จะ​อยู่​ด้วย​กัน"​ ​ทำ​ให้​คุณหญิงพจมาน​ ​ชินวัตร​ ​ภริยา​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณที่ฟัง​อยู่​ใกล้ๆ​ถึง​น้ำ​ตา​ไหลร้องไห้ออกมา​

"ผม​ต้อง​กลับประ​เทศไทยแน่​ ​เพราะ​นั่นคือบ้านเกิดเมืองนอนของผม​ ​ถ้า​เป็น​ไป​ได้​ผม​จะ​ใช้​ความ​รู้​และ​ประสบการณ์​ช่วย​เหลือรัฐบาล​ให้​ทำ​งานเพื่อประ​เทศชาติ​เข้มแข็งประชาชนมี​ความ​สุข​ ​เมื่อสักครู่มีพวกเราถามผมว่า​จะ​กลับวันที่​ 14 ​กุมภาพันธ์​ ​จริง​หรือ​ ​ตอบ​ได้​เลยว่า​ไม่​กลับ​ ​เพราะ​จะ​มีผลกระทบ​กับ​คนหนุ่มสาว​ ​ราคาดอกกุหลาบ​จะ​แพงมาก​ ​คร่าวๆ​น่า​จะ​เป็น​เดือนเมษายน​ ​ช่วง​ใกล้​สงกรานต์​ ​จะ​ได้​ไปทำ​บุญ​ ​ผมขอขอบคุณที่มา​เยือน​ ​ขอเอา​ใจ​ช่วย​ให้​ทุกคนประสบ​ความ​สำ​เร็จ​ ​สมประสงค์​ใน​สิ่งที่ปรารถนาทุกประการ" ​ร​.​ต​.​ท​.​เชาวรินอ้างคำ​พูด​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ

จาก hi-thaksin.org 30/12/07

นพ​.​สุรพงษ์​ ​ชี้มี​ความ​พยายามสกัด​ ​พปช​.​ตั้งรัฐบาล





นพ​.​สุรพงษ์​ ​สืบวงศ์ลี​ ​ติงการ​ให้​ใบแดงว่าที่​ ​ส​.​ส​.​บุรีรัมย์​ ​เขต​ 1 ​พรรคพลังประชาชน​ ​น่า​จะ​แค่​ใบเหลือง​ ​ยันใบเหลือง​-​แดงเยอะ​ ​ไม่​กระทบพรรคการเมืองที่​จะ​เข้า​ร่วมรัฐบาล​กับ​พรรคพลังประชาชน​ ​ชี้มี​แผน​ให้​บันไดขั้น​ 4 ​สกัดพรรคตั้งรัฐบาล​

​นพ​.​สุรพงษ์​ ​สืบวงศ์ลี​ ​เลขาธิการพรรคพลังประชาชน​ ​ตั้งข้อสังเกต​ถึง​การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง​ (กกต​.) ​ให้​ใบแดงว่าที่​ ​ส​.​ส​.​บุรีรัมย์​ ​เขต​ 1 ​พรรคพลังประชาชน​ ​ว่า​ ​ช่วงเวลา​ใน​การจัดตั้งรัฐบาลขณะนี้​อยู่​ใน​สภาวะที่​ไม่​ปกติ​ ​และ​ไม่​เคยมีพรรคการเมืองที่​จะ​จัดตั้งรัฐบาลรอผลการเลือกตั้ง​ให้​ชัดเจน​เท่า​นี้มาก่อน​ ​รวม​ถึง​มีการสร้างข่าวว่า​จะ​มีการแจกใบเหลือง​-​ใบแดง​ ​จำ​นวนมาก

​อย่างไรก็ตาม​ ​นพ​.​สุรพงษ์​ ​กล่าวว่า​ ​พรรคพลังประชาชนเห็นว่า​ ​การทำ​งานของ​ ​กกต​. ​ขณะนี้มี​ 2 ​มาตรฐาน​ ​คือ​ ​เป็น​การทำ​ตามขั้นตอนที่ถูก​ต้อง​ผ่านฝ่ายสืบสวนสอบสวน​ ​และ​มีการตั้งคณะอนุกรรมการฝ่ายสืบสวนสอบสวนพิ​เศษขึ้นมาพิจารณา​ ​สรุป​เป็น​สำ​นวนส่ง​ให้​ ​กกต​.​ชุด​ใหญ่​ ​พิจารณา​ได้​ทันที​ ​โดย​ไม่​ต้อง​ผ่านฝ่ายสืบสวนสอบสวน​ ​ซึ่ง​ถือ​เป็น​ช่องทางพิ​เศษ​ ​จึง​ต้อง​จับตาดู​ถึง​ความ​เที่ยงธรรม​ ​ซึ่ง​ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายของพรรคกำ​ลังรวบรวมข้อมูลขอ​ความ​เป็น​ธรรม​อยู่

"พรรคพลังประชาชนพบว่า​ ​บุคคลที่มาทำ​หน้าที่​เป็น​ประธานคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าว​ ​มี​ความ​สนิทสนม​กับ​กลุ่มที่​เคยเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลของ​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ชินวัตร​ ​อดีตนายกรัฐมนตรี​ ​มาก่อน​ ​จึง​อาจ​ไม่​เป็น​กลาง​ ​อีก​ทั้ง​การ​ให้​ใบแดงว่าที่​ ​ส​.​ส​.​ของพรรค​ทั้ง​ 3 ​คน​ ​ก็ผ่านทางช่องทางพิ​เศษมา​จาก​คณะอนุกรรมการชุดนี้​ ​ซึ่ง​พรรคเห็นว่า​ ​ว่าที่​ ​ส​.​ส​.​ทั้ง​ 3 ​คน​ ​ควร​ได้​แค่​ใบเหลือง​เท่า​นั้น" ​นพ​.​สุรพงษ์​ ​กล่าว

​นพ​.​สุรพงษ์​ ​กล่าวว่า​ ​ส่วน​ตัว​ยัง​คงเชื่อมั่น​ใน​การทำ​งานของ​ ​กกต​.​ชุด​ใหญ่​ ​ว่า​จะ​จัดการเลือกตั้ง​ให้​ดีที่สุด​เท่า​ที่ทำ​ได้​ ​แม้​จะ​มีการข่มขู่​และ​ถูกแทรกแซงทุกรูปแบบ​ ​แต่ก็​ต้อง​การเห็น​ ​กกต​.​ทุกคนทำ​หน้าที่​ด้วย​ความ​บริสุทธิ์ยุติธรรม​ ​และ​ ​กกต​.​ทุกคนก็​จะ​ได้​รับการยกย่อง​ให้​เป็น​บุคคลแห่งปี

​นอก​จาก​นี้​ ​นพ​.​สุรพงษ์​ ​ยัง​เรียกร้อง​ให้​ ​กกต​.​ตรวจสอบกระ​แสข่าวว่า​ ​การเลือกตั้งล่วงหน้ามี​ผู้​มาลงคะ​แนนเลือกตั้งมากกว่า​ผู้​ใช้​สิทธิ​เลือกตั้ง​ใน​พื้นที่กรุงเทพมหานคร​ ​เพราะ​ที่ผ่านมา​ได้​เคยขอข้อมูลไป​ยัง​ ​กกต​.​แล้ว​ ​แต่​ยัง​ไม่​ได้​รับ​ ​โดย​ ​กกต​.​อ้างว่าคอมพิวเตอร์​เสีย​ ​ไม่​สามารถ​ให้​ข้อมูล​ได้​ ​ซึ่ง​ผิด​กับ​ต่างจังหวัดที่มีการทำ​ข้อมูลเสร็จ​แล้ว

​ต่อกรณีที่นายสุ​เทพ​ ​เทือกสุบรรณ​ ​เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์​ ​ระบุว่า​ ​พรรคพลังประชาชนอาจโดนใบเหลือง​-​ใบแดงกว่า​ 60 ​ใบ​ ​นพ​.​สุรพงษ์​ ​กล่าวว่า​ ​เป็น​การปล่อยข่าว​ ​และ​แสดง​ให้​เห็น​ถึง​ความ​พยายาม​เข้า​ไปแทรกแซงการทำ​หน้าที่ของ​ ​กกต​. ​และ​มี​ผู้​ที่กำ​ลัง​จะ​หมดอำ​นาจพยายาม​เข้า​ไปแทรกแซงกระบวนการนี้​ ​ซึ่ง​เป็น​เรื่องที่​ต้อง​จับตาดู​ ​อย่างไรก็ตาม​ ​ไม่​รู้สึกกังวลว่า​ ​การ​ให้​ใบแดงว่าที่​ ​ส​.​ส​.​ของพรรค​ ​จะ​กระทบต่อพรรคการเมืองที่​จะ​เข้า​มาร่วมรัฐบาล​กับ​พรรคพลังประชาชน​ ​โดย​พรรคการเมือง​ 3 ​พรรคที่​เคยติดต่อไป​ ​ยัง​คงยืนยัน​จะ​ร่วมงาน​กับ​พรรคเหมือนเดิม​ ​ส่วน​การตัดสินใจของพรรคชาติ​ไทย​และ​พรรคเพื่อแผ่นดิน​ ​คง​จะ​มี​ความ​ชัดเจน​ใน​การแถลงอย่าง​เป็น​ทางการ​ ​วันที่​ 2 ​ม​.​ค​.​นี้

"ผมขอตั้งข้อสังเกตต่อไป​ถึง​การสกัด​ไม่​ให้​พรรคพลังประชาชนจัดตั้งรัฐบาลว่า​ ​มี​ความ​พยายามที่​จะ​ให้​บันไดขั้นที่​ 4 ​บรรลุผล​ ​กำ​หนดตัวนายกรัฐมนตรีตามที่​ผู้​มีอำ​นาจ​ต้อง​การ​ ​โดย​เป็น​การแจกใบเหลือง​-​ใบแดง​ให้​กับ​พรรคพลังประชาชนจำ​นวนมาก​ ​เพื่อ​ให้​พรรคที่​เหลือไหลไปร่วมงาน​กับ​พรรคประชาธิปัตย์​" ​นพ​.​สุรพงษ์​ ​กล่าว

​ที่มา​ : ​สำ​นักข่าวไทย

จาก hi-thaksin.org 31/12/50

3​ว่าที่ส​.​ส​.​บุรีรัมย์​‘​พปช​.'​ยันสู้ต่อหลังถูกใบแดง


​นายประกิจ​ ​พลเดช​ ​ผู้​สมัคร​ ​ส​.​ส​.​เขต​ 1 ​บุรีรัมย์​ ​พรรคพลังประชาชน​ ​เป็น​ผู้​ที่​ได้​คะ​แนน​เป็น​อันดับ​ 1 ​และ​เป็น​ว่าที่​ ​ส​.​ส​.​เขตเลือกตั้งที่​ 1 ​บุรีรัมย์​ ​ซึ่ง​ถูกกกต​.​กลางประกาศ​ให้​ใบแดง​ ​บอกว่ารู้สึกตกใจ​ ​แต่ตนมีพยานยืนยันพร้อมว่า​ไม่​ได้​แจกเงินซื้อเสียงตามที่มี​ผู้​ร้องเรียน
​โดย​นายหนู​ไกล​ ​สุดมี​ ​ซึ่ง​ถูกอ้างว่า​เป็น​แกนนำ​และ​รับเงินก็ยืนยัน​กับ​ ​กกต​.​จังหวัด​ ​แล้ว​ว่า​ไม่​ได้​รับเงินแต่อย่าง​ใด​ ​ส่วน​นายจรุญ​ ​กองกิจ​ ​อดีต​ผู้​ใหญ่​บ้าน​ ​ม​.5 ​ต​.​เสา​เดียว​ ​อ​.​หนองหงส์​ ​ที่อ้างว่า​ได้​รับเงินก็​เป็น​หัวคะ​แนน​ให้​กับ​นายหนู​แดง​ ​วรรณกลางซ้าย​ ​ผู้​สมัคร​ ​ส​.​ส​.​เขต​ 1 ​บุรีรัมย์​ ​พรรคเพื่อแผ่นดิน​ ​ซึ่ง​เป็น​ผู้​ร้องเรียนพวกตน​ ​ใน​เมื่อพวกตน​ทั้ง​ 3 ​คน​ซึ่ง​ไม่​เคยแจกเงินซื้อเสียงเลย​ ​แต่​ต้อง​มาถูกลงโทษแบบนี้​ ​ก็​ไม่​อยากเรียกร้องอะ​ไรอีก​ ​คงพูด​ได้​เพียงว่า​ถ้า​ยัง​มี​ ​กกต​.​ที่ขาด​ความ​เป็น​ธรรมก็​ไม่​ควร​จะ​มีกกต​.​เลยน่า​จะ​ดีกว่า​ ​อย่างไรก็ตามตนพร้อม​จะ​ต่อสู้​กับ​ความ​อยุติธรรมต่อไป​ ​เคียงคู่​กับ​พี่น้องประชาชนที่​ให้​โอกาส​และ​ตัดสินใจเลือกตน​ ​อย่างที่​เห็น​ได้​จาก​ผลการเลือกตั้ง
​ด้านนายพรชัย​ ​ศรีสุริยันโยธิน​ ​และ​นายรุ่งโรจน์​ ​ทองศรี​ ​ผู้​สมัคร​ ​ส​.​ส​.​เขต​ 1 ​บุรีรัมย์พรรคพลังประชาชน​ ​ที่มีคะ​แนน​เป็น​ลำ​ดับที่​ 2 ​และ​ลำ​ดับ​ 3 ​ซึ่ง​ถูก​ให้​ใบแดงเช่น​กัน​ ​กล่าวว่า​ ​ยัง​ไม่​ทราบเรื่อง​และ​ยัง​รู้สึกสับสน​กับ​ข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้​ ​ตอนแรกก็​ไม่​อยาก​จะ​เชื่อกระ​แสข่าวที่ออกมา​ ​เพราะ​รู้สึกว่าตนบริสุทธิ์​ ​ไม่​ได้​กระทำ​ผิดก็คง​ไม่​โดนใบแดงแน่นอน​ ​ประกอบ​กับ​ยัง​ไม่​ได้​เข้า​ไปชี้​แจงที่​ ​กกต​.​กลาง​ ​จึง​เห็นว่าคง​จะ​ยัง​ไม่​มีการตัดสินวินิจฉัย​ ​อย่างไรก็ตาม​ยัง​ไม่​รู้ว่า​จะ​ดำ​เนินการอย่างไรต่อไป​ ​คง​ต้อง​รอหารือ​กับ​ทางแกนนำ​พรรคพลังประชาชนก่อน

จาก hi-thaksin.org 30/12/50

จับตาสมัครรื้อกองทัพเช็กบิล​ ​คมช​.​ปมจัดซื้ออาวุธ


​จับตา​'​สมัคร​ 1' ​จัดระ​เบียบอำ​นาจ​ใหม่​ '​ทหาร​ ​ตร​. ​มท​. ​ยุติธรรม​ ​สื่อ​ ​นักวิชาการ​ ​กลุ่มทุน​' ​เผยวาระ​เร่งด่วน​ ​รื้อโครงสร้างกองทัพ​ ​รุ่น​ 10 ​ฟื้นอีกหน​ ​พร้อมส่งสอบคอรัปชั่น​

​แหล่งข่าว​จาก​พรรคพลังประชาชนที่​เดินทางไปพบ​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ชินวัตร​ ​อดีตนายกรัฐมนตรี​ ​ที่ฮ่องกง​ ​กล่าวว่า​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​มี​ความ​พอใจผลการเลือกตั้งที่พรรค​ได้​ ​ส​.​ส​.233 ​คน​ ​พร้อม​กัน​นั้น​ได้​ปลอบใจ​ผู้​สมัคร​ ​ส​.​ส​.​ที่สอบตก​ ​และ​ให้​คำ​สัญญาว่า​ ​ผู้​ที่สอบตก​จะ​มีตำ​แหน่งทางการเมือง​ให้​ ​เช่น​ ​ที่ปรึกษา​และ​เลขานุการรัฐมนตรี​

​แหล่งข่าวกล่าวว่าพ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​รู้สึกแปลกใจที่อดีตส​.​ส​.​กทม​.​ของพรรค​ส่วน​ใหญ่​สอบตก​ ​โดย​แกนนำ​พรรคบางคน​ได้​แจ้ง​ให้​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ทราบว่า​ ​เหตุที่​ ​ส​.​ส​.​กทม​.​สอบตก​นั้น​มา​จาก​การเคลื่อนไหวของ​ ​นปก​.​ที่กระทำ​การหลายอย่างเกินกว่า​เหตุ​

​แหล่งข่าวบอก​ด้วย​ว่า​ใน​การฟอร์มรัฐบาล​ ​สมัคร​ 1 ​นั้น​ ​มี​ 4 ​แกนนำ​พรรคดำ​เนินการ​ ​โดย​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​เห็น​ด้วย​ที่​จะ​ตั้งรัฐบาลผสม​ 6 ​พรรค​ ​มี​เสียง​ 315 ​เสียง​ ​และ​ขณะนี้กำ​ลังพิจารณารายชื่อบุคคลที่​จะ​มา​เป็น​รัฐมนตรี​ ​รวม​ทั้ง​รายชื่อรัฐมนตรี​และ​ตำ​แหน่งต่างๆ​ ​ของพรรคร่วมรัฐบาล​อื่น​ว่า​เหมาะสม​หรือ​ไม่​

​แหล่งข่าวรายเดิมบอกว่า​เมื่อรัฐบาลสมัคร​ 1 ​เข้า​บริหารประ​เทศ​แล้ว​ ​สิ่งที่พรรค​จะ​ทำ​ใน​ลำ​ดับถัดไปคือ​ ​การจัดระ​เบียบอำ​นาจ​ใหม่​ ​ของข้าราชการประจำ​ ​ทหาร​ ​ตำ​รวจ​ ​มหาดไทย​ ​กระบวนการยุติธรรม​ ​นักวิชาการ​ ​นักธุรกิจ​และ​สื่อ​ ​โดย​ใช้​เครือข่ายของอำ​นาจ​ใหม่​ทั้ง​หมด​

'​ที่​ต้อง​ทำ​อย่างเร่งด่วนคือ​ ​รื้อโผทหาร​ใหม่​ให้​เร็ว​ที่สุด​ ​โดย​จะ​ดึงนายทหาร​และ​เตรียมทหารรุ่น​ 10 ​ที่สนับสนุน​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​กลับมา​อยู่​ใน​สายกำ​ลังหลัก​ ​และ​ได้​มอบ​ให้​เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารรุ่น​ 10 ​บางคนไปหารือต่อ​ ​พล​.​อ​.​อนุพงษ์​ ​เผ่าจินดา​ ​ผบ​.​ทบ​.​บ้าง​แล้ว​ ​เบื้องต้น​จะ​ให้​ ​พล​.​อ​.​อนุพงษ์​ ​อยู่​ใน​ตำ​แหน่งต่อไปก่อน​ ​แต่ตำ​แหน่ง​อื่นๆ​ ​ต้อง​เปลี่ยนแปลงทันที​' ​แหล่งข่าวระบุ​

​ส่วน​การเช็กบิลคมช​.​และ​องค์กรต่างๆ​ ​คง​ไม่​มี​ ​จะ​มีก็​เพียงการ​เข้า​ไปตรวจสอบว่ามีการคอรัปชั่น​หรือ​ไม่​ ​โดย​เฉพาะการจัดซื้ออาวุธ​

'​เรื่องยกเลิก​ ​คตส​.​นั้น​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ได้​ย้ำ​ว่า​ ​จะ​ไม่​ยกเลิกแน่​ ​ไม่​อย่าง​นั้น​สังคม​จะ​ประณาม​ ​พรรคพลังประชาชน​ ​แต่ก็​จะ​ใช้​วิธีตรวจสอบคู่ขนานว่า​ ​การทำ​งานของ​ ​คตส​.​นั้น​ยึดหลักกฎหมาย​ ​หลักนิติธรรม​และ​กลั่นแกล้ง​กัน​หรือ​ไม่​ ​หากพบข้อบกพร่อง​ ​พรรคก็​จะ​เสนอ​ให้​สังคมรับรู้​เช่น​กัน​' ​แหล่งข่าว​ ​กล่าว

‘​เฉลิม​'​แนะกกต​.​ส่งสำ​นวนฯ​ให้​ศาลฎีกา



​ร​.​ต​.​อ​.​เฉลิม​ ​อยู่​ยำ​รุง​ ​ว่าที่​ ​ส​.​ส​.​ลำ​ดับที่​ 2 ​กลุ่ม​ 6 ​กทม​. ​พรรคพลังประชาชน​ ​กล่าวว่า​ ​ขณะนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง​ (กกต​.) ​กำ​ลังมีการพิจารณา​ใบเหลือง​-​ใบแดง​ ​ที่ค่อนข้างเร่งรีบ ​ซึ่ง​ตนเห็นว่า​ ​หาก​ ​กกต​.​ไม่​สามารถ​พิจารณา​ให้​เสร็จทันกำ​หนดก็ควรที่​จะ​ส่งเรื่อง​ทั้ง​หมดไป​ให้​ศาลฎีกา​เป็น​ผู้​พิจารณาตัดสิน​ ​รวม​ถึง​เชื่อว่าการสืบสวนการพิจารณา​ใบเหลือง​-​ใบแดง​ ​ซึ่ง​มีคณะอนุกรรมการตรวจสอบสำ​นวนคดีการทุจริตการเลือกตั้งของ​ ​กกต​.​มีตำ​รวจยศ​ ​พล​.​ต​.​ต​.​คนหนึ่ง​ ​ที่มี​ความ​ใกล้​ชิด​กับ​กลุ่มพันธมิตรเดิมที่​เคยขับไล่อดีต​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ชินวัตร​ ​นายกรัฐมนตรี​ ​เข้า​มาทำ​งานรับผิดชอบ

​อย่างไรก็ตาม​ ​ร​.​ต​.​อ​.​เฉลิม​ ​กล่าวว่า​ยัง​คงเชื่อมั่น​ใน​ ​กกต​.​ทั้ง​ 5 ​คนพร้อม​ทั้ง​อยาก​ให้​ ​กกต​.​ทำ​งานอย่างละ​เอียดรอบคอบ​ไม่​ควรที่​จะ​เร่งรีบ​ใน​การพิจารณา​

จาก hi-thaksin.org 30/12/50

‘​หมอเลี้ยบ​'​ชี้​แจกใบแดง​3​ว่าที่ส​.​ส​.​พปช​.​ไม่​โปร่งใส


​นายแพทย์สุรพงษ์​ ​สืบวงศ์ลี​ ​เลขาธิการพรรคพลังประชาชน​ ​เปิดเผย​ถึง​กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง​ (กกต​.)​ให้​ใบแดงแก่​ผู้​สมัครของพรรค​ใน​เขตที่​ 1 ​จังหวัดบุรีรีมย์ว่า​ ​การสืบสวนข้อมูล​นั้น​มี​ถึง​ 2 ​มาตราฐาน​ ​และ​การพิจารณาข้อมูล​และ​สืบสวน​ยัง​ได้​ใช้​ช่องทางพิ​เศษที่​ให้​คณะอนุกรรมการชุด​ใหม่​ส่งข้อมูลการสืบสวน​ให้​กกต​.​พิจารณา​โดย​ไม่​ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการสืบสวน​ ​ทั้ง​นี้​ยัง​ตั้งข้อสังเกตุ​ด้วย​ว่า​ผู้​ที่​เป็น​ประธานคณะกรรมการชุด​ใหม่​ที่ตั้งขึ้นมานี้มี​ความ​ใกล้​ชิด​กับ​ผู้​ที่ขับไล่รัฐบาลชุดที่​แล้ว​ด้วย​

​นายแพทย์สุรพงษ์​ ​กล่าวว่า​ ​พรรคพลังประชาชน​ยัง​เชื่อมั่น​ใน​การทำ​งานของกกต​. ​ว่า​จะ​เป็น​ไป​ด้วย​ความ​บริสุทธ์​ ​ยุติธรรม​ ​และ​พรรคเองก็​เคารพ​ใน​กติกา​ ​ของบ้านเมือง​ ​เพราะ​ที่ผ่านมาตลอด​ 2-3 ​เดือนนี้มีกระ​แสข่าวที่มี​ความ​พยายาม​จะ​แจกใบเหลืองใบแดงจำ​นวนมาก​ ​ทั้ง​นี้​ยัง​เชื่อว่าข่าวลือดังกล่าว​เป็น​การพยายามที่​จะ​ทำ​ให้​พรรคพลังประชาชน​ไม่​สามารถ​จัดตั้งรัฐบาล​ ​แต่ก็ถือว่า​ความ​พยามดังกล่าว​นั้น​ไร้ผล​

​สำ​หรับว่าที่​ ​ส​.​ส​.​พรรคพลังประชาชน​ ​เขต​ 1 ​จ​.​บุรีรัมย์​ ​ที่ถูกพิจารณา​ให้​ใบแดง​ ​คือ​ ​นายประกิจ​ ​พลเดช​ ​นายพรชัย​ ​ศรีสุริยันโยธิน​ ​และ​นายรุ่งโรจน์​ ​ทองศรี

จาก hi-thaksin.org 30/12/50

Sunday, December 30, 2007

ด่วน อำนาจมืด คุกคาม กกต

แม้การเลือกตั้งจะผ่านพ้นไปแล้ว และ ประชนได้ตัดสินใจแล้วว่าต้องการให้พรรคพลังประชาชนจัดตั้งรัฐบาลและเป็นผู้ บริหารประเทศ ด้วยการเลือกผู้สมัครของพรรคพลังประชาชนมากเป็นอันดับ 1 ถึง 233 เสียง แต่กระบวนการสกัดกั้น พรรคพลังประชาชน ไม่ให้ได้เป็นรัฐบาล ที่มีมาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง และรุนแรงที่สุดในช่วง 7 วันสุดท้ายก่อนลงคะแนนเลือกตั้ง ยังไม่หยุดปฏิบัติการ เพื่อจะบรรลุเป้าหมายของผู้บงการและขับเคลื่อนขบวนการนี้ ที่อาศัยอยู่ในบ้านสี่เสาเทเวศร์

เป้าหมายของ จอมบงการก็คือ ทำอย่างไรก็ได้ให้พรรคพลังประชาชน ไม่ได้เป็นรัฐบาล และให้พรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล บริหารประเทศต่อไปภายใต้การชี้นำของขบวนการสี่เสาเทเวศร์

ล่าสุด จอมบงการแห่งบ้านสี่เสาเทเวศร์ ได้ส่งหัวหน้าคณะรัฐประหาร ที่มีอาการอกหัก เครียดจัด แค้นจัด จนแทบบ้าคลั่งเต็มที เมื่อได้เห็นผลการเลือกตั้งที่ออกมาจากการตัดสินใจของประชาชน ไปเจรจากับ กกต. ท่านหนึ่ง เพื่อให้เจ้าร่วมขบวนการสกัดกั้นพรรคพลังประชาชน เป็นรัฐบาล หลังจากที่ กกต.อีก 4 คน ตกลงรับแผนแล้ว แต่มีเงื่อนไขที่จะต้องทำให้ กกต.ฝ่ายสืบสวนสอบสวน ที่ชื่อ สมชัย จึงประเสริฐ ยอมรับและเข้าร่วมแผนงานนี้ด้วย เนื่องจาก สมชัย จึงประเสริฐ เป็นผู้ที่รับผิดชอบสำนวนคดีร้องเรียนทั้งหมด

หาก สมชัย ไม่เสนอให้ที่ประชุมกกต. พิจารณา ตามจำนวนที่จอมบงการต้องการ หรือ ไม่เสนอตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ ก็ไม่มีทางที่จะสกัดกั้นพรรคพลังประชาชนได้

ข่าวชิ้นนี้ ยังเป็นที่รับรู้กันอยู่ในวงแคบเฉพาะกกต.5 คน และคนใกล้ชิดอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งถูกเรียกไปพบ และออกมาพร้อมกับใบสั่ง และนายทหารระดับสูงของคมช. ที่เพิ่งประชุมกันไปเมื่อวันที่ 26 – 27 ธันวาคม ที่ผ่านมา

ทั้งประชุมกันเองในหมู่สมาชิกคมช. ที่มีพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นหัวหน้าทีม ทั้งการประชุมร่วมกับ พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตัวแทนของพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ การประชุมร่วมกับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เอง รวมไปถึงการยกทีมไปพบพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เพื่อหารือถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากประชาชนลงคะแนนให้พรรคพลังประชาชน มากที่สุด และจะได้เป็นรัฐบาล เพราะเป็นสถานการณ์ที่คมช. ไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าประชาชนจะเทคะแนนให้พรรคพลังประชาขนมากขนาดนี้

ประดาบ ได้รับการบอกเล่าเรื่องนี้จากเจ้าหน้าที่ระดับสูงในฝ่ายสืบสวนสอบสวนสำนักงานคณะ กรรมการการเลือกตั้งท่านหนึ่ง ว่าเมื่อเร็วๆ นี้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ได้แจ้งไปยังนายอภิชาติ สุขัคคานนท์ ประธานกกต. ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของพล.อ.สนธิ ที่ถูกวางตัวให้มาเป็นประธานกกต. เพื่อปฏิบัติภารกิจสกัดกั้นพรรคพลังประชาชนเป็นการเฉพาะ ว่า พล.อ.เปรม ต้องการให้กกต.ออกใบแดง ให้พรรคพลังประชาชนอย่างน้อย 20 ใบ ซึ่งตรงกับที่หนังสือพิมพ์มติชน เคยเสนอข่าวไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่มีใครเชื่อว่าจะเป็นไปได้ เพราะไม่เคยมีครั้งใดที่พรรคการเมืองพรรคเดียว จะถูกใบแดงถึง 20 ใบ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง

หลังจากได้รับแจ้งความประสงค์ของพล.อ.เปรม นายอภิชาติ ในฐานะเพื่อนร่วมรุ่นวปรอ. ของพล.อ.สนธิ และในฐานะประธานกต. ก็แจ้งให้กกต.อีก 4 คนทราบ ปรากฎว่ามีนางสดศรี สัตยธรรม เพียงคนเดียวที่ รับใบสั่งด้วยความยินดีและพร้อมใจปฏิบัติตาม โดยไม่มีคำถามและข้อสงสัย ในขณะที่กกต.อีก 3 คน คือ นายประพันธ์ นัยโกวิท นายสุเมธ อุปนิสากร และ นายสมชัย จึงประเสริฐ ไม่เห็นด้วย และต้องการทราบเรื่องจากปากของพล.อ.สนธิ โดยตรง ก่อนตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ข่าวชิ้นนี้ สอดคล้องกับท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ และ พรรคชาติไทย พรรคเพื่อแผ่นดิน ที่มีความมั่นใจว่ากกต.จะออกใบเหลือง ใบแดง มากจนเป็นเงื่อนไขให้การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชา ชน เป็นไปไม่ได้ ทั้งๆ ที่ได้รับการเลือกตั้งมากกว่าพรรคประชาธิปัตย์ ถึง 68 เสียง มากกว่าพรรคชาติไทยกับพรรคเพื่อแผ่นดิน รวมกันเสียอีก

อาการ มั่นใจว่าจะมีโอกาสได้จัดตั้งรัฐบาลของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และเชื่อว่าพรรคพลังประชาชนจะตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ เพราะติดปัญหาใบเหลืองใบแดง ในขณะที่ พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มั่นใจว่าถึงที่สุดแล้วพรรคประชาธิปัตย์ จะได้เป็นรัฐบาลและนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี เช่นเดียวกับที่นายวารินทร์ โหรคมช. ทำนายว่านายสมัคร จะไม่ได้เป็นนายกรัฐฒนตรี และพรรคประชาธิปัตย์ จะได้เป็นรัฐบาล เป็นอาการผิดปกติอย่างมากสำหรับการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่พรรคการเมืองที่ได้คะแนนมากเป็นอันดับ 1 จะต้องเป็นฝ่ายค้าน และพรรคที่แพ้การเลือกตั้งจะได้เป็นรัฐบาล

แต่ทว่า ความมั่นอกมั่นใจของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย และ ท่าทีของนางสดศรี สัตยธรรม กกต. ที่ออก มาเด้งรับความต้องการของคมช. ด้วยการโวยวายว่านายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ฝ่ายสืบสวนสอบสวน ทำงานช้า และจงใจทำสำนวนอ่อน เพื่อไม่ให้มีการออกใบเหลือง ใบแดง

นางสดศรี สัตยธรรม ยังกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่กกต.ปล่อยเอกสารการสอบสวนรั่วไปถึงพรรคพลังประชาชน พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนหน้าที่ของกกต. โดยเสนอตัวมาเป็นกกต.ฝ่ายสืบสวนสอบ สวน แทนนายสมชัย เอง อีกทั้งยังออกมาให้ข่าวล่วงหน้าว่าจะมีการแจกใบแดง จนทำให้เกิดการพลิกขั้วตั้งรัฐบาล

ปรากฎการณ์ ที่เกิดขึ้นในซีกฝั่ง พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย คมช. และ กกต.บางคน โดยเฉพาะนางสดศรี สัตยธรรม สอดรับกันเป็นเนื้อเดียว อย่างไม่น่าเชื่อว่าจะไม่ได้มีการวางแผนร่วมกันไว้ล่วงหน้า

หลังการเลือกตั้งผ่านไป 3 วัน กกต.เพิ่งออกใบเหลืองให้แก่พรรคพลังประชาชนได้แค่ 3 ใบ ทำให้จอมบงการแห่งบ้านสี่เสาเทเวศร์ และ ลูกสมุนในคมช. เริ่มอึดอัด หายใจติดขัด เพราะกกต.ให้คำตอบไม่ชัดเจนว่าจะทำตามใบสั่งที่ส่งมาหรือไม่ ในขณะที่ใบแดงที่รออยู่ กลับจะตกแก่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถูกจับซื้อเสียงพร้อมเงิน 1.3 ล้านบาท ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ส่งผลให้จอมบงการและคมช. ยิ่งไม่สบายใจ ว่ากกต.จะทำงานด้วยความเที่ยงตรงต่อหลักการของกฎหมาย หรือ ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ต่อคมช.กันแน่

เมื่อไม่มั่นใจในกกต. ก็ทำให้ไม่มั่นใจในอนาคตของตนเอง พล.อ.สนธิ จึงต้องลงมือด้วยตนเอง ด้วยการเรียกกกต. ทั้ง 5 คน มาพบอีกรอบหนึ่ง ซึ่งข่าวนี้ก็รั่วไปถึงหนังสือพิมพ์อีก และมีการรายงานข่าวกันอย่างเปิดเผย แต่มีนางสดศรี สัตยธรรม เพียงคนเดียวที่ออกมาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง ในขณะที่กกต.อีก 4 คนปิดปากเงียบ ไม่รับและไม่ปฏิเสธ

การพบปะของกกต. กับ พล.อ.สนธิ ไม่ได้เป็นการพบกันอย่างเป็นทางการในฐานะรองนายกรัฐมน ตรี กับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หากแต่เป็นการเรียกพบทีละคน ในฐานะหัวหน้าคณะรัฐประหาร กับ กกต.แต่ละคน ที่ได้รับการแต่งตั้งจากหัวหน้าคณะรัฐประหาร เพื่อทวงถามบุญคุณ และสั่งให้ปฏิบัติตามใบสั่งของจอมบงการแห่งบ้านเสี่เสาเทเวศร์ ที่เป็นนายใหญ่ของคมช.

พล.อ.สนธิ สามารถเจรจาหว่านล้อมให้กกต. 2 คน คล้อยตามได้ด้วยการข่มขู่ จนเกิดความหวาดกลัวในชีวิตตนเองและครอบครัว ได้แก่ นายประพันธ์ นัยโกวิท และ นายสุเมธ อุปนิสากร ในขณะที่ กกต.อีก 2 คน คือ นายอภิชาติ สุขัคนานนท์ และ นางสดศรี สัตยธรรม พร้อมใจกันรับปฏิบัติเต็มที่ แต่ท่าทีของนายอภิชาติ ไม่โฉ่งฉ่างแจ่มชัดเท่ากับนางสดศรี เพราะเก็บอาการได้ดีกว่า

แต่ การข่มขู่ของพล.อ.สนธิ ที่ใช้ได้ผลกับคนอื่น กับไม่ได้ผลเมื่อนำมาใช้กับนายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ฝ่ายสืบสวนสอบสวน ซึ่งเป็นคนสำคัญในการนำเสนอสำนวนการร้องเรียน ให้กกต.ทั้งคณะพิจารณา เนื่องจากนายสมชัย ยึดหลักของกฎหมาย และความต้องการของประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ยอมยึดหลักกู และความต้องการของคมช. เป็นหลัก

ผลที่เกิดขึ้นกับนายสมชัย จึงประเสริฐ เมื่อไม่ยอมรับใบสั่งของคมช. ก็คือ ข้อ เสนอเชิงบังคับให้หยุดงานด้วยการลาพักร้อน 10 วัน ซึ่งนายสมชัย ก็ไม่ยินยอมอีก จึงได้รับข้อเสนอใหม่ ให้ออกไปจากฝ่ายสืบสวนสอบสวน เพื่อเปิดทางให้นางสดศรี สัตยธรรม มาทำหน้าที่กกต.ฝ่ายสืบสวนสอบสวน แทน

1 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง จนถึงทุกวันนี้ นางสดศรี พูดกับนักข่าวหลายครั้งว่าการทำงานของฝ่ายสืบสวนสอบสวนมีปัญหาล่าช้า และอยากจะทำงานฝ่ายสืบสวนสอบสวนแทนนายสมชัย และได้ยื่นข้อเสนอไปที่ ประธานกกต. แล้ว ซึ่งนายอภิชาติ ในฐานะประธานกกต. ก็มีท่าทีตอบรับกับข้อเสนอนี้ อย่างน่าประหลาดใจ เพราะเท่ากับไม่ไว้วางใจการทำหน้าที่ของนายสมชัย

นอกจากนี้ ยังมีการแต่งตั้งพล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอำพันธุ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ซึ่งเป็นตำรวจรับใช้ในบ้านของนายสนธิ ลิ้มทองกุล มี หน้าที่หลักคือเปิดปิดประตูบ้านสุโขทัยของนายสนธิ และดูแลความปลอดภัยของสำนักงานหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ มาเป็นประธานอนุกรรมการสอบสวนสอบสวนของกกต. อีกด้วย ซึ่งไม่ต้องบอกว่าสำนวนการสอบสวนจะออกมาในทิศทางใด และเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อพรรคพลังประชาชน

แรงกดดันที่นายสมชัย ในขณะนี้หนักหน่วงและรุนแรงมาก และกำลังจะลุกลามไปถึงบุคคลในครอบครัวของนายสมชัย อีกทั้งยังมีการขัดขวางไม่ให้นายสมชัย เข้าร่วมการประชุมกกต.ทั้งคณะ เพื่อไม่ให้นายสมชัย มีส่วนร่วมในการลงมติ เพื่อให้การออกใบเหลืองใบแดง เป็นไปตามที่คมช. และจอมบงการแห่งบ้านสี่เสาเทเวศร์ต้องการ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ระดับสูงในกกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวน ได้รู้ระแคะระคาย และกลเกมของฝ่ายคมช. แล้ว ว่ากำลังบีบบังคับนายสมชัย อย่างไร จึงทำให้การทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวน เป็นไปด้วยความตึงเครียด และระมัดระวังตัวสูง เพราะไม่มั่นใจความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

มีการยกตัวอย่างการทำหน้าที่ของกกต.จังหวัดที่ผิดปกติอย่างชัดเจน ก็คือ ที่ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งประธานกกต. เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัด คือ นายเกษม วัฒนธรรม ยื่นสำนวนสอบสวนให้ออกใบแดงแก่ผู้ได้รับการเลือกตั้งของพรรคพลังประชาชนทั้ง 9 คน เนื่องจาก นายเนวิน ชิดชอบ ไปยืนฟังการปราศรัยหาเสียงของพรรคพลังประชาชน

ฝ่ายสืบสวนสอบสวน เห็นว่าเป็นการยื่นคำร้องให้ใบแดงที่ไม่มีเหตุผล และไม่น่าเชื่อว่าคนระดับประธานกกต. จะให้เหตุผลเช่นนี้ เพราะในการปราศรัยหาเสียงของพรรคพลังประชาชนที่สนามหลวง มีอดีตกรรมการบริหารพรคไทยรักไทย หลายคนไปร่วมสังเกตการณ์และฟังการปราศรัย เป็นเรื่องปกติ และเป็นสิทธิในฐานะพลเมือง แต่ ประธาน กกต.บุรีรัมย์ กลับใช้เหตุผลนี้เสนอให้ใบแดงแก่พรรคพลังประชาชน แบบยกจังหวัด หากกกต.เห็นด้วยกับนายเกษม ก็คงเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า กกต.คณะนี้อยู่ใต้การบัญชาการของคมช. และทำงานใบสั่ง ไม่ได้เป็นองค์กรอิสระ

ในขณะที่คมช. กล่าวหาว่ารัฐบาลทักษิณ แทรกแซงกกต. องค์กรอิสระ และเป็นเหตุแห่งการรัฐประหารยึดอำนาจ แต่ คมช.เองกลับทำเลวร้ายกว่าหลายพันเท่า และทำกันโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ไม่เกรงกลัวสายตาประชาชนที่ตัดสินเลือกพรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาล แม้แต่น้อย

สถานการณ์ในขณะนี้ จึงทำให้นายสมชัย จึงประเสริฐ และครอบครัว ตกอยู่ในอันตราย อย่างน่าเป็นห่วง ทั้งแรงกดดันในกกต.ด้วยกันเอง และคำข่มขู่คุกคามจากคมช. และจอมบงการแห่งบ้านสี่เสาเทเวศร์

กำลัง ใจจากประชาชน คือ สิ่งที่น่าจะช่วยให้นายสมชัย ยืนหยัดอยู่เพื่อความถูกต้อง และความดำรงอยู่ของพรรคพลังประชาชน ที่กำลังถูกหาเหตุ หาเรื่องออกใบเหลือง ใบแดง และยุบพรรค ไม่เว้นแต่ละวันในขณะนี้

มีแต่กำลังใจจากประชาชนเท่านั้น ที่จะต่อต้านอำนาจมืด อำนาจเผด็จการที่กำลังเข้าครอบงำกกต. ได้

เช่นเดียวกับ มีแต่พลังประชาชนเท่านั้น ที่จะต่อต้านเผด็จการครอบงำประเทศไทย และชีวิตคนไทย ได้

จึงขอเชิญชวนพวกเราทุกคนร่วมกันให้กำลังใจนายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ผู้ยืนหยัดอยู่กับความถูกต้อง ด้วยครับ


โดย ประดาบ hi-thaksin.org

30/12/50

กกต. แจก 3 ใบแดง พปช.

เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา (30 ธ.ค.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกต. มีมติให้ใบแดงกับว่าที่ ส.ส.เขต 1 จ.บุรีรัมย์ พรรคพลังประชาชน คือ นายประกิจ พลเดช นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน และนายรุ่งโรจน์ ทองศรี ข้อกล่าวหาเรื่องของการแจกเงิน และการขนคนใบฟังการปราศรัย กกต.เห็นว่ามีการกระทำผิดจริงตามข้อกล่าวหา จึงต้องเพิกถอนสิทธิ์เป็นเวลา 1 ปี และให้จัดการเลือกตั้งใหม่ และให้ผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์ทั้ง 3 ราย ชดใช้ค่าเสียหาย รวมถึงจะถูกดำเนินคดีอาญาด้วย

ด้านนายสุเมธ อุปนิสากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าสำนวนการสอบสวนใบเหลือง-ใบแดงมีการรั่วไหล และว่า กกต.จะทยอยตรวจสอบใบเหลือง-ใบแดงให้แล้วเสร็จโดยเร็ว คาดว่าภายใน 2-3 วันจะทราบผลว่ามีใบเหลือง-ใบแดงจำนวนเท่าใด ทั้งนี้ วันที่ 3 ม.ค. 2551 จะทราบจำนวนผู้ร้องเรียนทั้งหมดว่ามีจำนวนเท่าใด และจะประกาศผลในส่วนที่ไม่มีผู้ร้องเรียน

นายสุเมธ ยังปฏิเสธว่าไม่มีการดักฟัง กกต.ในการพิจารณาใบเหลือง-ใบแดง แต่หากมีการดักฟังจริงก็ไม่เกิดปัญหาขึ้น เพราะ กกต.ทำงานอย่างโปร่งใส จึงไม่มีความกังวลในเรื่องนี้ และขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนมายัง กกต.แล้วกว่า 100 เรื่อง

ที่มา ไทยรัฐ 30/12/50

ถึงเวลาสมานฉันท์กันอย่างยุติธรรม

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถึงเวลาสมานฉันท์กันอย่างยุติธรรม ฉบับนี้ประจำวันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม 2550............

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถึงเวลาสมานฉันท์กันอย่างยุติธรรม ฉบับนี้ประจำวันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม 2550............

เปรียบเทียบ รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนปี 40 กับ รัฐธรรมนูญฉบับ คมช.ปี 50 ความเข้มแข็งของพรรคการเมืองช่างห่างไกลกันลิบลับ เห็นได้จากหลังเลือกตั้งนับจากปี 40 เป็น ต้นมา พรรคการเมืองมีแนวโน้มจัดตั้ง รัฐบาลที่แข็งแกร่ง ได้มากขึ้น โดยเฉพาะยุค รัฐบาลทักษิณ สามารถเริ่มทำงานช่วยเหลือประชาชน ได้ตั้งแต่วันแรกที่รู้ผลการเลือกตั้งเลยทีเดียว!!!.............

แต่รัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับ คมช.ที่ พวกเผด็จการเสียงข้างน้อย คุย นักคุยหนาว่าดีที่สุดในโลก จนป่านนี้แล้ว การจัดตั้งรัฐบาล ยังไม่มีอะไรแน่นอน ข้อสำคัญ พรรคการเมืองที่ได้รับการความไว้วางใจจากประชาชนทั่วประเทศเป็นอันดับ 1 ต้องทำตัวไม่ต่างจาก ขอทาน เที่ยววิ่งไปขอความเมตตาปรานีจากพรรคเล็กพรรคน้อย ซึ่งมีอำนาจต่อรองเหนือพรรคอันดับ 1 ไปแล้ว และนี่ก็คือ สิ่งที่ พวกเผด็จการเสียงข้างน้อย ต้องการเห็นมากที่สุด!!!.............

ภาวะกลับตาลปัตรที่เกิดขึ้น ก็เพราะมี ใครบางคน ต้องการหมุนทวนเข็มนาฬิกาให้สถานการณ์ย้อนยุคกลับไป เนื่องจากกลัวว่า อำนาจทางอ้อม ที่ประชาชนมอบให้พรรคการเมืองจะมีมากเกินไปจนไปกระทบ โครงสร้างอำนาจดั้งเดิมทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ ก็เลยต้องแก้ด้วยการ พบกันครึ่งทาง ใช้อำนาจเก่าแก่ถ่วงดุลอำนาจใหม่ตามวิถีประชาธิปไตย!!!.............

เรื่องนี้ เห็นได้จากข้อเสนอ 5 ข้อของ พรรคชาติไทย และ พรรคเพื่อแผ่นดิน ที่ยื่นให้กับ พรรคพลังประชาชน ส่งต่อไปให้ ใครบางคนในต่างประเทศ รายละเอียดทั้ง 5 ข้อเป็นอย่างไร พ่อแม่พี่น้องประชาชนลองไปอ่านจากข่าวให้ดีๆก็จะพบได้เองว่า เป็นข้อเสนอที่สะท้อนมุมมองของ อำนาจเก่าแก่ ที่มีต่อ อำนาจใหม่ ได้ อย่างชัดเจนที่สุด!!!.............

“เห่าไฟ” มองว่า พรรคชาติไทย กับ พรรคเพื่อแผ่นดิน เป็นเพียง ทูต ในการเจรจาหย่าศึก เพื่อนำไปสู่การปกครองแบบ ถ่วงดุลซึ่งกันและกัน ไม่ให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงขึ้นมาอีก หากพรรคพลังประชาชน ไม่รับข้อเสนอ ก็จะมีการงัดแผน 2 ขึ้นมาใช้ นั่นก็คือ ให้ พรรคชาติไทย กับ พรรคเพื่อแผ่นดิน ไปจับขั้วกับ พรรคประชาธิปัตย์ แล้วรอฟังผลใบแดงใบเหลืองจาก กกต. !!! .............

จริงๆแล้ว อำนาจเก่าแก่ ไม่ต้องเจรจากับ พรรคพลังประชาชนก็ได้ “เห่าไฟ” เชื่อว่า พวกฮาร์ดคอร์ หรือ พวกซาดิสต์ ในกลุ่มอำนาจเก่าแก่ ก็คงจะลุ้นให้ใช้วิธี แตกหัก ผลักพรรคพลังประชาชนไปเป็นฝ่ายค้าน แต่โชคดีที่ยังพอมี กุนซือ ที่สุขุมรอบคอบ เตือนว่า แผ่นดินอาจไม่สงบสุข วิธีหักดิบเอาพรรคอันดับ 2 ขึ้นมาเป็นรัฐบาล ก็เท่ากับ ทำร้ายจิตใจประชาชน ที่ออกไปใช้สิทธิเลือกพรรคอันดับ 1 อย่างรุนแรง บ้านเมืองมีหวังไม่ได้อยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุขแน่นอน!!!.............

ด้วยเหตุนี้ สถานการณ์การเมือง จึงปรากฏออกมาอย่างที่เห็นกันอยู่นี่แหละ ส่วนจะเป็นอย่างไรต่อไป ก็ขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศต้องการจะให้เป็นอย่างไร “เห่าไฟ” ขอบอกว่า อย่าได้ดูถูกดูแคลนตัวเองเด็ดขาด ใครจะดูถูก รากหญ้า อย่างไรก็ช่างเขา แต่ รากหญ้า อย่าได้ดูถูกตัวเอง เพราะ พลังของรากหญ้า ก็คือ พลังของแผ่นดินนั่นเอง!!!.............

หากจำกันได้ ตอนปฏิวัติ เป้าหมายก็คือต้องการเล่นงาน พรรคตัวแทนรากหญ้า ให้ถึงตายใช่หรือไม่ แต่มาวันนี้ ผู้มีอำนาจรู้แล้วว่า ยิ่งทำลายก็ยิ่งเติบโต ก็เลยยอมเจรจาด้วย สันติวิธี พรรคที่เป็นตัวแทนรากหญ้าก็ขอให้จดจำใส่ใจเอาไว้ให้ดี ถ้าวันใดไม่มี ชาวรากหญ้า ให้การสนับสนุน รับรองได้เลยว่า ต้องตายไร้แผ่นดินไทยกลบหน้าแน่นอน!!!.............

หลังจากนี้ ก็ ต้องตามไปดูกันต่อว่า เมื่อยื่นข้อเสนอ 5 ข้อมาแล้ว จะมีข้อเสนออะไรติดตามมาอีกระหว่างการจัดตั้งรัฐบาล รวมไปถึงการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ผ่านมา ประชาชนชาวรากหญ้า ซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ของแผ่นดินก็ยอม อ่อนข้อ ให้มากพอแล้ว หากต้องการ สมานฉันท์ กันจริงๆ ก็ต้องยึดหลักความเป็นธรรมด้วย ไม่ใช่สมานฉันท์แบบเอาแต่ ได้ฝ่ายเดียว โดยเฉพาะ เอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนอื่น เห็นแล้วไร้ความเป็นธรรมสิ้นดี!!!.............

ส่วนคำขู่เรื่องปฏิวัติ “เห่าไฟ” ฟังแล้วรู้สึกเฉยๆ ไม่ใช่ท้าทาย แต่อยากเตือนให้กลับไปทำการบ้านเรื่อง ยุทธวิธี ให้ดีกว่านี้ เพราะก่อนหน้า 19 กันยายน 2549 คำว่า ปฏิวัติ หมายถึงการหย่าศึกนองเลือด ประชาชนถึงได้มอบดอกไม้ให้แทนก้อนอิฐ แต่หลังจากนั้น คำว่า ปฏิวัติ ในสายตาประชาชนหมายถึง การบริหารงานล้มเหลว ประชาชนยากจนถ้วนหน้า แถมยังใช้อำนาจรัฐแบบเลือกปฏิบัติ ใครขืนปฏิวัติอีก ก็จะกลายเป็น จำเลย ในประวัติศาสตร์ ไม่ใช่ วีรบุรุษ อีกต่อไป!!!.............

จริงๆแล้ว ใกล้ปีใหม่ “เห่าไฟ” ไม่น่าหยิบเอาเรื่องซีเรียสมาเขียน แต่ก็อดไม่ได้ เพราะมันเป็น ความจริง ที่คนไทยต้องเผชิญหลังจากเทศกาลปีใหม่ผ่านพ้นไป ยังไงก็ขออวยพรให้ ทุกคนประสบความสุขสมหวังในปีหน้า ชีวิตคนเราอยู่ได้ไม่ถึงร้อยปี ถ้าให้ดีก็รักกันไว้ให้มากๆดีกว่าจะมาทะเลาะเบาะแว้งฆ่าฟันกันเอง สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าครับ!!! .............



จาก ไทยรัฐ 30/12/50

5 เสือกกต. กฎหมายปราบมาร


เมื่อวันเวลาหมุนเปลี่ยนเวียนผัน ผ่านมาถึงสิ้นปี

ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ “ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ” ต้อง มานั่งประชุมปรึกษาหารือกันเพื่อเลือกบุคคลการเมืองแห่งปี

และแน่นอน ผู้ที่ได้ครองตำแหน่งบุคคลการเมืองแห่งปี จากการ พิจารณาของเราไม่ได้หมายความว่า

เขาผู้นั้นต้องเป็นบุคคลที่มีผลงานยอดเยี่ยม หรือมีความสามารถเก่งกาจเชี่ยวชาญการเมือง

เพราะเวทีแห่งนี้ ไม่ใช่เวทีประกวดบุคคลดีเด่นทางการเมือง

แต่บุคคลการเมืองแห่งปี ในนิยามของเรานั้น หมายถึงบุคคลที่มีบทบาท มีศักยภาพ สร้างความเปลี่ยนแปลง สร้างสีสันฉูดฉาด สร้างความสั่นสะเทือนให้เกิดขึ้นกับการเมืองไทยได้อย่างชัดเจน

สำหรับปีนี้ “ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ” ยอมรับว่า จากสถานการณ์การเมืองที่ไม่ปกติในรอบปี ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการรัฐประหาร

ทำให้การพิจารณาคัดเลือกบุคคลการเมืองแห่งปี มีความคิดเห็นแตกต่างหลากหลาย จะหยิบใครมาพิจารณาก็มีข้อด้อย ข้อเสียข้อติติง มีริ้วรอยตำหนิ

ทั้งผู้นำรัฐบาล บิ๊ก คมช. อดีตผู้ก่อการยึดอำนาจ อดีตผู้นำที่ระหกระเหินไปอยู่ต่างประเทศ ที่มีการเสนอชื่อขึ้นมา ส่วนใหญ่โดดเด่นไปในเรื่องความขัดแย้ง ต่อสู้ ห้ำหั่น

หยิบยกใครมาพิจารณาก็เต็มไปด้วยเงื่อนไขหักล้าง มีทั้งเสียงเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ไม่มีใครได้เสียงข้างมาก ไม่มีใครได้เสียงเอกฉันท์

สุดท้ายจึงต้องมีการทบทวน พิจารณากันอย่างรอบด้านในมุมที่กว้างออกไป และในที่สุด ทุกคนก็เห็นพ้องต้องกัน มีมติเป็นเอกฉันท์ให้

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นบุคคลการเมืองแห่งปี 2550

ปีนี้จึงเป็นปีแรกที่บุคคลการเมืองแห่งปีเป็นคณะบุคคล ไม่ใช่บุคคลเพียงคนเดียวเหมือนที่ผ่านๆมา

สำหรับเหตุผลที่ทีมของเราลงมติให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้รับตำแหน่งบุคคลการเมืองแห่งปี

ก็เพราะปีนี้การเมืองไทยอยู่ในสถานการณ์พิเศษ เป็นปีแห่งการ เปลี่ยนผ่านจากห้วงรัฐประหาร กลับสู่ความเป็นประชาธิปไตย โดยผ่าน กระบวนการเลือกตั้งของประชาชน

ซึ่ง กกต.ถือเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในกระบวนการ เปลี่ยนผ่านครั้งนี้

โดยเฉพาะการควบคุมการเลือกตั้งในภาวะสงครามการเมือง ภาย ใต้สถานการณ์รัฐประหารไม่สะเด็ดน้ำ

สำหรับที่มาของคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดนี้ ที่ประกอบด้วย

นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารการเลือกตั้ง นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย นายสุเมธ อุปนิสากร กกต.ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง

ชัดเจน 5 เสือ กกต.ชุดนี้ ไม่ได้มาจากคณะรัฐประหาร แต่มีที่มา จากการสรรหาของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา และผ่านการลงมติคัดเลือกจากวุฒิสภาในช่วงวิกฤติการเลือกตั้งจากเหตุที่ กกต.ชุดอย่างหนา 3 คน ถูกศาลตัดสินจำคุกโดยไม่รอลงอาญา และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

แต่ระหว่างที่รอกระบวนการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ได้เกิดปัญหาสะดุด เพราะมีการรัฐประหาร

จากนั้นคณะผู้ยึดอำนาจจึงมีประกาศแต่งตั้งให้ผู้ที่ได้รับการคัด เลือกจากวุฒิสภาทั้ง 5 คน เข้ามาทำหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ถือเป็นการแต่งตั้งตามน้ำ

แน่นอน 5 เสือ กกต.ชุดนี้ ล้วนเป็นมือกฎหมาย เพราะเป็นอดีตผู้พิพากษาและอดีตอัยการระดับสูง ได้รับการยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ตรงไปตรงมา

นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. สำเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมดี จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเนติบัณฑิตไทย

เคยเป็นผู้พิพากษาในแผนกคดีปกครองในศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 และภาค 5 ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฎีกา

นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารการเลือกตั้ง สำเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมดีจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเนติบัณฑิตไทย

เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีอัยการคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร อธิบดีอัยการ คดีทรัพย์สินทาง ปัญญาและการค้าระหว่าง ประเทศ อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอัยการสูงสุด และรองอัยการสูงสุด

นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต. ด้านสืบสวนสอบสวน และวินิจฉัย จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเนติบัณฑิตไทย

เคยเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าแผนก คดีเยาวชนและครอบครัวในศาลอุทธรณ์ ภาค 3 อธิบดีผู้พิพากษา ภาค7 และภาค 9 ผู้พิพากษาศาลฎีกา และผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา

นายสุเมธ อุปนิสากร กกต.ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน สำเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เคยเป็นอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งธนบุรี ผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 7 และผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอาญากรุงเทพใต้

นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง จบนิตศาสตรบัณฑิต จุฬาฯ และนิติศาสตรมหาบัณฑิตมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เคยเป็นรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลอุทธรณ์ภาค 9 ผู้พิพากษาศาลฎีกา และผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา

ระดับเปาบุ้นจิ้น ทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม มีการมองกันว่า กกต.ทั้ง 5 คนเป็นมือกฎหมายถนัดเรื่องการตัดสินคดี แต่อาจไม่เชี่ยวชาญเรื่องการเมือง ในขณะที่ นักการเมืองมีสารพัดวิชามาร จะทันเกมกันหรือไม่

แต่ กกต.ก็ได้พิสูจน์ว่าด้วยความเป็นนักกฎหมาย สามารถใช้กฎหมายแก้ปัญหาได้ โดยเฉพาะ ในประเด็นนักการเมือง 111 คนที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งจากคดียุบพรรคไทยรักไทย

กกต.ได้ตอบข้อหารือ ไม่ให้นักการเมืองทั้ง 111 คน เข้ามายุ่งเกี่ยว กับการหาเสียงเลือกตั้ง ย้ำชัดเรื่องนี้ไม่ใช่คำสั่ง เป็นเพียงคำแนะนำ แต่ถ้าใครฝ่าฝืนอาจมีคนอื่นไปฟ้องศาลดำเนินคดี

เพียงเท่านี้ ก็สามารถสยบความเคลื่อนไหวของคนในบ้านเลขที่ 111 ได้อย่างชะงัด

ทำให้นักเลือกตั้งที่สมัยก่อนไม่ค่อยเกรงกลัวกติกา ผวาไปตามๆกัน

นอกจากนี้ กกต.ยังวางระเบียบคุมเข้มการหาเสียง กำหนดจำนวน ขนาดแผ่นป้ายหาเสียง จุดติดแผ่นป้าย กำหนดจุดปราศรัยใหญ่ ป้องกันการทุ่มเงินโฆษณาหาเสียง สร้างความเท่าเทียมให้กับทุกพรรค

ส่งผลให้บรรยากาศการหาเสียงเป็นไปแบบราบเรียบ อยู่ในกรอบ ไม่คึกคักครึกโครมเหมือนที่ผ่านๆมา

แต่อีกมุมหนึ่ง การออกระเบียบคุมเข้ม ก็ช่วยทำให้การหาเสียงแบบผิดกฎหมายลดลงไป

เหนืออื่นใด ภารกิจสำคัญของ กกต.ชุดนี้ คือ การดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด

เพื่อดำรงความบริสุทธิ์และยุติธรรมในการเลือกตั้ง

สำหรับภาคปฏิบัติในการจัดเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งนี้ กกต.ได้ประเดิมการทำหน้าที่ด้วยการตัดสิทธิผู้สมัคร ส.ส.ที่ขาดคุณสมบัติไปกว่า 30 คน

และในจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 15-16 ธันวาคม ที่มีประชาชนตื่นตัวออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ามากเป็นประวัติการณ์ รวมทั้งสิ้น 2,965,279 คน

การดูแลในภาพรวมก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

นอกจากนี้ ก่อนการเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคม คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ตั้งแท่นพิจารณาเรื่องการกระทำผิดกฎหมายเลือก ตั้งหลายคดี อาทิ

กรณีการจ่ายเงินจ้างยานพาหนะขนคนไปฟังปราศรัยที่ อ.พระทองคำ จ.นครราชสีมา กรณีนายประแสง มงคลศิริ ผู้สมัคร ส.ส.อุทัยธานี พรรคพลังประชาชน หาเสียง โดยใช้รูปและวีซีดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จนที่สุดนายประแสงต้องชิงลาออกจากสมาชิกพรรค ถูกตัดสิทธิการเป็นผู้สมัคร ส.ส.

นอกจากนี้ กกต.ยังมีมติส่งเรื่องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนิน คดีอาญากรณีพรรคพลังประชาชนปลอมลายเซ็นในใบสมัครเป็นสมาชิกพรรคของนายสิทธิ ชัย โควสุรัตน์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน

สำหรับการเลือกตั้งใหญ่วันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมาหมาดๆ กกต.ก็ทำหน้าที่ในการควบคุมดูแลการเลือกตั้งให้ผ่านไปได้ ด้วยความเรียบร้อย

โดยผลคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.อย่างไม่เป็นทางการ พรรคพลังประชาชนได้รับเลือกเข้ามาเป็นอันดับหนึ่ง 233 คน พรรคประชาธิปัตย์ 165 คน พรรคชาติไทย 37 คน พรรคเพื่อแผ่นดิน 24 คน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 9 คน พรรคมัชฌิ-มาธิปไตย 7 คน และพรรคประชาราช 5 คน

พรรคพลังประชาชนประกาศตัวเป็นแกนนำเชิญพรรคเล็กจัดตั้งรัฐบาล ขณะที่ประชาธิปัตย์ก็ประกาศพร้อมจัดตั้งรัฐบาลถ้า พรรคพลังประชาชนรวบรวมเสียงข้างมากไม่สำเร็จ

เดินเกมจับขั้วกันฝุ่นตลบ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ท้าทายคณะกรรมการการเลือกตั้งอย่างยิ่งก็คือ

มีการร้องเรียนว่าที่ ส.ส. จำนวนหลายสิบราย ใช้วิชามาร มีพฤติกรรมทุจริต ทำผิด กฎหมายการเลือกตั้ง

หวังผลให้มีการแจกใบเหลือง ใบแดง

โดยหลังการเลือกตั้ง กกต.ได้เริ่มพิจารณาเรื่องร้องเรียนและมีมติประเดิมแจกใบเหลืองว่าที่ ส.ส.นครราชสีมาไปแล้ว 3 คน ในกรณีจ้างรถขนชาวบ้านไปปราศรัยที่ อ.พระทองคำ

และยังมีเรื่องร้องเรียนและร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งอีกเป็นร้อย สำนวนที่จ่อคิวรอการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ตรงนี้ถือเป็นภารกิจสำคัญของ กกต.ที่ต้องตัดสินด้วยความ สุจริตและเที่ยงธรรม เพื่อให้ผลการชี้ขาดเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย

เพราะกฎหมายต่างๆที่ออกมาทั้งรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง เป็นเพียงตัวหนังสือ

แต่การนำกฎหมายไปใช้ในภาคปฏิบัติให้เป็นจริง ขึ้นอยู่กับ คนที่บังคับใช้กฎหมาย

โดยเฉพาะในสถานการณ์การเลือกตั้งหลังการรัฐประหาร การเมืองแบ่งเป็น 2 ขั้ว มีการต่อสู้ห้ำหั่นกันอย่างรุนแรง เพื่อช่วงชิงอำนาจรัฐ

กกต.จึงมีบทบาทสำคัญในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้ทุกฝ่ายในสังคมยอมรับการตัดสินชี้ขาดผลการเลือกตั้ง

ฉะนั้น การที่จะทำให้การเลือกตั้งสามารถเปลี่ยนผ่านนำ พาประเทศชาติให้พ้นจากวิกฤติไปได้ จึงขึ้นอยู่ที่ กกต.ชุดนี้

เพราะหากผลการเลือกตั้งที่ออกมาไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม ก็อาจจะนำไปสู่เหตุการณ์นองเลือดอย่างที่หมอดูบางราย ทำนายเอาไว้

เหนืออื่นใด ถ้าการบังคับใช้กฎหมายเป็นข้อยุติความขัดแย้ง ไม่ได้ ปัญหาก็ไม่จบ

ความสูญเสียจะกินลึก จนล่มจมหายนะ ประสบเคราะห์กรรม กันทั้งประเทศ

ด้วยบทบาทและหน้าที่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยน ผ่านประเทศไทยในครั้งนี้ ความเข้มแข็งและเที่ยงธรรมของ กกต. จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

ทีมของเราจึงยกให้ 5 เสือ กกต. เป็นบุคคลการเมืองแห่ง ปี 2550.


จาำก ไทยรัฐ ( 30/12/50)