WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, January 1, 2008

โพลชี้‘ทักษิณ'นักการเมืองที่ปชช.ชอบมากที่สุด


เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.) เปิดเผยสำรวจความคิดเห็นประชาชน กรณี "ที่สุดแห่งปี 2550" ในกลุ่มตัวอย่าง 8,367 คน ทุกสาขาอาชีพ ระหว่างวันที่ 10-30 ธันวาคม พบว่า ความหวังในปีหน้าที่ประชาชนอยากให้ประเทศไทยเป็น อันดับ 1 ร้อยละ 49.36 คือประเทศไทยมีความสงบสุข ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้สงบ รองลงมาร้อยละ 30.45 คือเศรษฐกิจในประเทศดีขึ้น และอันดับ 3 ร้อยละ 20.19 มีผู้นำประเทศที่ดี มีรัฐบาลที่ดี ส่วนเหตุการณ์ที่ทำให้ประชาชนมีความสุขมากที่สุด คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวร คิดเป็นร้อยละ 71.12 รองลงมาร้อยละ 20.89 มีการเลือกตั้งเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย และอันดับ 3 ร้อยละ 7.99 บ้านเมืองสงบสุข

ส่วนนักการเมืองที่ประชาชนชื่นชอบมากที่สุด คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ร้อยละ 47.53 รองลงมาร้อยละ 43.28 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และอันดับ 3 ร้อยละ 9.19 นายชวน หลีกภัย นักการเมืองหญิงที่ประชาชนชื่นชอบมากที่สุด คือ นางปวีณา หงสกุล ร้อยละ 45.95 รองลงมา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และอันดับ 3 ร้อยละ 13.50 น.ส.จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ คิดเป็นร้อยละ 13.50

สำหรับดารา-นักร้องที่ประชาชนชื่นชอบมากที่สุด ยังคงเป็น "เบิร์ด" ธงไชย แมคอินไตย์ นักร้องเพลงไทยสากลหญิง คือ ดา เอ็นโดรฟิน นักร้องลูกทุ่งชาย คือ ไมค์ ภิรมย์พร นักร้องลูกทุ่งหญิง คือ ต่าย อรทัย ดาราชาย ได้แก่ "เคน" ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ ดาราหญิง คือ "แพนเค้ก" เขมนิจ จามิกรณ์ นักกีฬาชาย คือ นักฟุตบอล "ลีซอ" ธีรเทพ วิโนทัย นักกีฬาหญิง ได้แก่ ปลื้มจิตร์ ถินขาว นักวอลเลย์บอล


จาก hi-thaksin

‘ทักษิณ' ปลื้มสมาชิกพปช.แห่เยี่ยม-ยันกลับเมืองไทยแน่


ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ว่าที่ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน กล่าววานนี้ (29 ธ.ค.) กรณีว่าที่ ส.ส.และอดีต ส.ส. พรรคพลังประชาชนกว่า 60 คน ยกคณะไปเยี่ยม พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ฮ่องกง เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ที่ผ่านมาว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้เลี้ยงอาหารกลางวันที่โรงแรมรอยัล การ์เดนท์ ฝั่งเกาลูน โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ได้นำพวงมาลัยมอบให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ส่วนตนเป็นตัวแทนกลุ่มกล่าวอวยพรปีใหม่ และขอบคุณ พ.ต.ท.ทักษิณที่สร้างความเจริญให้ประเทศไทย ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ยังรักและศรัทธาต่อผลงานที่เคยทำไว้ ส่งผลให้พรรคพลังประชาชนชนะเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ขณะที่ พ.ต.ท. ทักษิณกล่าวแสดงความยินดีกับพวกเราที่กำลังจะได้เป็น ส.ส. และอวยพรปีใหม่ พร้อมระบุว่าคณะปฏิวัติมีแผนบันได 4 ขั้นคือ ยุบพรรค ยึดทรัพย์ สลายขั้ว และสนับสนุนพรรคการเมืองอื่นให้ได้รับชัยชนะ เขาใช้ความพยายามขจัดพวกเรา แต่ก็ไม่สามารถสกัดได้ เพราะพวกเรายังรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่น ทั้งยังมีคนใหม่ๆไหลเข้ามารวมตัวกัน

ร.ต.ท.เชาวรินกล่าวอีกว่า จากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กล่าวพร้อมมีน้ำตาคลอเบ้าว่า "ทรัพย์สินของผมที่ถูกอายัดนั้น ล้วนหามาจากการประกอบธุรกิจจนประสบความสำเร็จแล้วจึงมาเล่นการเมือง ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าเมื่อเข้าสู่การเมืองแล้วต้องมาเจอะเจอกับเหตุการณ์เยี่ยงนี้ในชีวิต ผมทำธุรกิจจนมั่นคงแล้วจึงเข้าสู่การเมือง ไม่เคยแม้แต่จะคิดว่าทุกวันนี้ต้องขอยืมเงินคนอื่นมาใช้จ่าย ไม่เคยคิดว่าครอบครัวต้องถูกกระทำจนต้องแยกกันอยู่ ทั้งลูก เมียไม่มีโอกาสจะอยู่ด้วยกัน" ทำให้คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณที่ฟังอยู่ใกล้ๆถึงน้ำตาไหลร้องไห้ออกมา

"ผมต้องกลับประเทศไทยแน่ เพราะนั่นคือบ้านเกิดเมืองนอนของผม ถ้าเป็นไปได้ผมจะใช้ความรู้และประสบการณ์ช่วยเหลือรัฐบาลให้ทำงานเพื่อประเทศชาติเข้มแข็งประชาชนมีความสุข เมื่อสักครู่มีพวกเราถามผมว่าจะกลับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ จริงหรือ ตอบได้เลยว่าไม่กลับ เพราะจะมีผลกระทบกับคนหนุ่มสาว ราคาดอกกุหลาบจะแพงมาก คร่าวๆน่าจะเป็นเดือนเมษายน ช่วงใกล้สงกรานต์ จะได้ไปทำบุญ ผมขอขอบคุณที่มาเยือน ขอเอาใจช่วยให้ทุกคนประสบความสำเร็จ สมประสงค์ในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการ" ร.ต.ท.เชาวรินอ้างคำพูด พ.ต.ท.ทักษิณ--จบ--


จาก hi-thaksin

Monday, December 31, 2007

สมัคร​ ​สุนทรเวช​ ​มีลักษณะ​ต้อง​ห้าม​เป็น​นายกรัฐมนตรีจริง​หรือ

จาก มติชน
31 ธค 50

โดย​ ​กิตติศักดิ์​ ​ปรกติ​ ​อาจารย์ประจำ​คณะนิติศาสตร์​ ​มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


สรุป:

"ผลก็คือ​ ​ตราบ​ใด​ก็ตามที่ศาล​ยัง​ไม่​มีคำ​พิพากษา​ถึง​ที่สุด​ให้​จำ​คุกนายสมัคร​ ​นายสมัครย่อม​ยัง​ไม่​ขาดคุณสมบัติ​หรือ​มีลักษณะ​ต้อง​ห้าม​เป็น​รัฐมนตรี​ ​และ​เมื่อ​เป็น​รัฐมนตรี​แล้ว​ ​หากต่อมาศาลพิพากษา​ให้​จำ​คุกนายสมัคร​เพราะ​ความ​ผิดฐานหมิ่นประมาท​ ​นายสมัครก็​ไม่​ต้อง​พ้น​จาก​ตำ​แหน่งรัฐมนตรี​อยู่​ดี​ ​เนื่อง​จาก​นายสมัคร​ได้​รับประ​โยชน์​จาก​ข้อยกเว้น​ใน​มาตรา​ 182 (3) ​อัน​เป็น​กรณีที่รัฐธรรมนูญกำ​หนด​ให้​รัฐมนตรี​ซึ่ง​ต้อง​คำ​พิพากษา​ให้​จำ​คุก​ ​ไม่​ว่าคดี​จะ​ยัง​ไม่​ถึง​ที่สุด​ ​หรือ​จะ​มีการรอการลงโทษ​หรือ​ไม่​ต้อง​พ้น​จาก​ตำ​แหน่งไป"



มาตรา 182(3)

มาตรา​ 182 (3) ​กำ​หนด​ให้​ความ​เป็น​รัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวเมื่อ

"​ต้อง​คำ​พิพากษา​ให้​จำ​คุก​ ​แม้คดี​นั้น​จะ​ยัง​ไม่​ถึง​ที่สุด​ ​หรือ​มีการรอการลงโทษ​ ​เว้นแต่​เป็น​กรณีที่คดี​ยัง​ไม่​ถึง​ที่สุด​หรือ​มีการรอการลงโทษ​ใน​ความ​ผิดอัน​ได้​กระทำ​โดย​ประมาท​ ​ความ​ผิดลหุ​โทษ​ ​หรือ​ความ​ผิดฐานหมิ่นประมาท"


อ่านต่อ บทความเต็มที่นี่

2550...​ปี​แห่งการเสียโอกาส


ความ​จริง​แล้ว​เรื่องราวที่​จะ​สรุปต่อไปนี้ล้วน​เป็น​เรื่องที่​ “​ทีมเศรษฐกิจ​” ​ได้​ ​วิ​เคราะห์ผ่านตาท่าน​ผู้​อ่าน​ ​มา​แล้ว​ตลอด​ทั้ง​ปี

เรา​ได้​ลำ​ดับภาพรวมเศรษฐกิจของประ​เทศ​ ​ปัญหา​ความ​วุ่นวาย​ใน​สนามบินสุวรรณภูมิ​ ​ความ​ล่าช้าของการก่อสร้างรถไฟฟ้า​ ​รวม​ถึง​การยกเลิกโครงการประชานิยมต่างๆ​

ไม่​ว่า​จะ​เป็น​ ​โครงการแปลงสินทรัพย์​เป็น​ทุน​ ​กองทุนหมู่บ้าน​และ​ชุมชนเมืองแห่งชาติ​ ​โครงการหนึ่งตำ​บล​ ​หนึ่งผลิตภัณฑ์​ (โอทอป) ​ที่ล้วนแต่​เป็น​โครงการที่ประสบ​ความ​สำ​เร็จ​ ​และ​ช่วย​พลิกฟื้นเศรษฐกิจ​ใน​ระดับรากหญ้า​

ที่รัฐบาลขิงแก่กลับมีนโยบายยกเลิก​และ​เปลี่ยนแปลงโครงการไป​ ​อย่างหน้ามือ​ ​เป็น​หลังมือไปหมด​

การดำ​เนินการเช่นนี้​ ​ทำ​ให้​ประ​เทศ​และ​คนไทยเสียโอกาสไป​ ​และ​ทำ​ให้​ต้อง​เดินถอยหลังไปหลายก้าว​ ​ทั้ง​เป็น​เรื่องยุ่งยากสำ​หรับ​ ​รัฐบาล​ใหม่​ที่​จะ​เข้า​มา​แก้​ไข​ ​ไม่​ว่า​ใคร​จะ​เข้า​มาก็ตาม​

เหมือนเช่นที่มีการเปรียบเปรยว่า​ ​เรือเจาะรู​ให้​ล่มง่ายนิดเดียว​ ​การกู้​เรือกลับมา​ใหม่​ยุ่งยากแสนเข็ญ​

ฉัน​ใด​ก็ฉัน​นั้น​ ​ใน​เรื่องของภาวะ​เศรษฐกิจของประ​เทศ​ ​ถ้า​ทุกฝ่าย​ช่วย​กัน​คนละ​ไม้​ ​คนละมือ​ ​ทำ​ลายมัน​ ​ก็ยากที่​เรา​จะ​ทำ​กลับคืนมา​ได้​ ​และ​ไม่​รู้​จะ​กลับมา​ได้​เมื่อ​ใด​

เรา​ถึง​เรียกว่า​ “​ปี​ 2550” ​เป็น​ “​ปี​แห่งการเสียโอกาส​” เพราะ​เมื่อเศรษฐกิจของประ​เทศถูกฉุดลงมา​แล้ว​ ​ยากยิ่งนักที่​จะ​ดึงขึ้นมา​ได้

เลิกประชานิยม​ไม่​สนชาวบ้าน

นโยบายประชานิยมที่สร้าง​ความ​คึกคัก​ให้​เศรษฐกิจของชาวบ้าน​ใน​ระดับรากหญ้า​ ​แต่ถูก​ “​รัฐบาลสุรยุทธ์​” มอง​ใน​ทางตรง​ ​กัน​ข้ามว่า​เป็น​ปัญหาของประ​เทศ​ ​การยกเลิก​ “​โครงการแปลงสินทรัพย์​เป็น​ทุน​” ​จึง​เกิดขึ้น​เป็น​ลำ​ดับแรก​

ทั้งๆ​ที่​เป็น​โครงการ​ช่วย​ให้​ประชาชนที่คิดทำ​มาหากิน​ ​แต่​ไม่​มีหลักทรัพย์​ไปค้ำ​ประ​กัน​การกู้​เงิน​สามารถ​นำ​สิทธิต่างๆ​ที่ธนาคาร​ ​ไม่​เคยยอมรับ​ ​เช่น​ ​สิทธิ​ใน​แผงลอย​ ​สิทธิ​ใน​ที่ดิน​ ​นส​. 3 ​สิทธิ​ใน​ทรัพย์สินทางปัญญา​ ​หรือ​สิทธิการ​เป็น​เจ้าของเครื่องจักรไปค้ำ​ ​ประ​กัน​การกู้​เงิน​ได้

ขณะที่​โครงการหนึ่งตำ​บล​ ​หนึ่งผลิตภัณฑ์​ ​หรือ​โอทอป​ ​ได้​เปลี่ยนชื่อ​เป็น​ “​ผลิตภัณฑ์​ ​ชุมชน​และ​ท้องถิ่น​” ​แม้​ไม่​ได้​ถูกยกเลิก​ ​แต่ภาย​ใต้​การบริหารอย่าง​ไม่​เอา​ใจ​ใส่​ ​ทำ​ให้​ ​การยกระดับสินค้าของชาวบ้านไปสู่ตลาด​ทั่ว​โลกที่​เคยวิ่งฉิว​เป็น​อัน​ต้อง​สะดุดลง

ด้านโครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้าน​/​ชุมชน​ ​หรือ​หมู่บ้านเอสเอ็มแอล​ ​ถูกเปลี่ยน​ ​ชื่อ​เป็น​หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง​ ​เมื่อเริ่มโครงการ​ ​ไป​ได้​ไม่​นาน​ ​จัดสรรเงินลงหมู่บ้าน​ ​ไป​ 18,253 ​หมู่บ้าน​ ​ภาย​ใต้​งบประมาณ​ 4,149 ​ล้านบาท​ ​และ​ยัง​ใช้​ไม่​หมดอีก​ 850 ​ล้านบาท​

พอ​ถึง​ต้นปีงบประมาณ​ 2551 ​ใน​เดือน​ ​ต​.​ค​. 2550 ​รัฐบาลก็ตัดสินใจยกเลิกโครงการนี้อีก​ ​ด้วย​เหตุผลว่า​เป็น​โครงการลักษณะ​เดียว​ ​กับ​ยุทธศาสตร์​อยู่​ดีมีสุขของรัฐบาลชุดนี้​ ​โดย​ไม่​ได้​มองว่าการเบิกจ่ายงบประมาณของยุทธศาสตร์​อยู่​ดีมีสุข​ไม่​มี​ความ​คืบหน้า​เลย​

ส่วน​กองทุนหมู่บ้าน​และ​ชุมชนเมืองแห่งชาติ​ ​ที่​เคยวางอนาคต​ให้​ยกระดับ​เป็น​ธนาคารชุมชน​ ​แม้รัฐบาลนี้​จะ​ให้​เดินหน้าต่อ​ ​แต่ตลอด​ 1 ​ปีที่ผ่านมา​ไม่​มี​ความ​คืบหน้า​เช่น​กัน​

นอก​จาก​นั้น​ ​รัฐบาลนี้​ยัง​ได้​พยายามบอนไซศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ​หรือ​ทีซีดีซี​ ​ที่รัฐบาลก่อนปลุกปั้น​ให้​เกิดขึ้นมา​ ​เพื่อ​เป็น​ ​ศูนย์กลาง​ความ​รู้ด้านการออกแบบ​และ​ความ​คิดสร้างสรรค์​ ​อัน​จะ​นำ​ไปสู่การพัฒนา​ “​เศรษฐกิจแบบสร้างสรรค์มูลค่า​” ​ให้​เกิดขึ้น​ใน​ประ​เทศไทย​

โดย​สั่งยุบรวม​กับ​สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้​แห่งชาติ​ (เอ็นดี​เอ็มไอ) ​ภาย​ใต้​ชื่อ​ใหม่​ว่า​ ​สถาบันการเรียนรู้​และ​สร้างสรรค์​ (ไอดีซี​แอล) ​ทั้งๆ​ที่​ไม่​มี​แผนรองรับว่า​จะ​ดำ​เนินงาน​กัน​อย่างไรต่อ​ ​พร้อม​ยัง​สร้างปัญหาคาราคาซังมากมาย​

ด้วย​เหตุ​เพียง​ความ​กลัวว่า​ยัง​มี​เงาของคน​ใน​รัฐบาลทักษิณ​ยัง​ครอบงำ​อยู่​เท่า​นั้น​เอง​!!

ชักเนื้อยึดสัมปทานไอทีวี​

อีกหนึ่งผลงานโบดำ​ที่ทำ​ให้​รัฐสูญเสียโอกาส​ ​แทนที่​จะ​ได้​ “​ค่าต๋ง​” ​ผลประ​โยชน์​เข้า​รัฐ​ 25,000 ​ล้านบาท​ ​ตลอดอายุสัมปทาน​ 30 ​ปี

กลับ​ต้อง​ชักเนื้อ​ 5% ​ของภาษีสรรพสามิตสุรา​-​ยาสูบ​ ​ใน​วงเงิน​ไม่​เกิน​ 2,000 ​ล้านบาทต่อปี​ไปหล่อเลี้ยง​ ​ทีวีสาธารณะ​แทน​

ปัญหายุ่งๆ​นี้​เกิดขึ้นเมื่อสถานี​โทรทัศน์​ไอทีวีถูกรัฐบาลยกเลิกสัญญาสัมปทาน​และ​ให้​ ​โอนทรัพย์สินของไอทีวีมา​เป็น​ของรัฐ​ ​โดย​เปลี่ยนชื่อ​เป็น​สถานี​โทรทัศน์ที​ไอทีวี​ ​และ​กำ​ลัง​จะ​กลาย​ ​เป็น​ทีวีสาธารณะ​ใน​เร็วๆ​นี้

ภายหลัง​จาก​มี​ความ​ขัดแย้งระหว่างคู่สัญญา​ ​คือ​ ​สำ​นักงานปลัดสำ​นักนายกรัฐมนตรี​ (สปน​.) ​และ​บริษัทไอทีวี​ ​จำ​กัด​ (มหาชน) ​เรื่องการจ่ายค่าสัมปทาน​และ​การปรับผังรายการเพิ่มสัด​ส่วน​ของรายการบันเทิง

จน​ใน​ที่สุด​ ​สปน​.​ได้​ไล่​เบี้ยค่าปรับอภิมหา​โหด​ ​เล่นเอา​ไอทีวี​ “​ล้ม​ทั้ง​ยืน​”

แต่​เรื่อง​ไม่​ได้​จบลงแค่​นั้น​ ​เมื่อรัฐบาลทำ​งานแบบสุกเอา​เผากิน​ ​และ​รวบรัดออกร่าง​ ​พ​.​ร​.​บ​. ​องค์การกระจายเสียง​และ​แพร่ภาพ​ ​สาธารณะ​แห่งประ​เทศไทย​ ​หรือ​ ​พ​.​ร​.​บ​.​ทีวีสาธารณะ​ ​ที่ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติ​แห่งชาติ​ (สนช​.) ​ไป​ทั้ง​ 3 ​วาระ​แล้ว​

โดย​หวังว่า​เมื่อพระบาทสมเด็จพระ​เจ้า​อยู่​หัวทรงลงพระปรมาภิ​ไธย​ ​และ​มีการประกาศกฎหมายนี้​ใช้​ใน​หนังสือราชกิจจานุ​เบกษา​แล้ว​ ​ก็​จะ​ผลักดันสถานี​โทรทัศน์ที​ไอทีวี​เป็น​ทีวีสาธารณะ​ได้

แต่​แล้ว​ก็​ไป​ไม่​รอด​ ​เมื่อศาลปกครองสูงสุด​ได้​สั่งจำ​หน่ายคดีที่​ ​สปน​.​ยื่นฟ้อง​ ​บมจ​.​ไอทีวี​ ​ชำ​ระ​เงิน​ 101,865 ​ล้านบาท

ประกอบ​ด้วย​ ​ค่าปรับผังรายการ​ 97,760 ​ล้านบาท​ ​ค่าสัมปทาน​ส่วน​ต่าง​ 2,887 ​ล้านบาท​ ​ค่าดอกเบี้ยของค่าสัมปทาน​ส่วน​ต่าง​ 562 ​ล้านบาท​ ​และ​มูลค่าทรัพย์สินที่ส่งมอบ​ไม่​ครบ​ ​หลังการบอกเลิกสัญญาสัมปทาน​ 656 ​ล้านบาท​ ​พร้อมดอกเบี้ย​ 7.5% ​ต่อปี​

ทำ​ให้​ข้อขัดแย้ง​ทั้ง​หมด​ต้อง​กลับไปสู่กระบวนการอนุญา​โตตุลาการ​ใหม่​

มาตรา​ 190 ​อุปสรรคการค้า​

มาตรา​ 190 ​แห่งรัฐธรรมนูญ​ ​พ​.​ศ​. 2550 ​เป็น​อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำ​ให้​ไทยสูญเสียโอกาส​ใน​การเจร​จากา​รค้าระหว่างประ​เทศ​ ​เพราะ​กำ​หนด​ให้​การทำ​สนธิสัญญา​ ​และ​ความ​ตกลงระหว่างประ​เทศ​ ​ต้อง​เสนอรัฐสภา​ให้​ความ​เห็นชอบ​ ​และ​หากมีผลกระทบ​ ​มาก​ต้อง​ทำ​ประชาพิจารณ์​

ซึ่ง​ทำ​ให้​เกิด​ความ​ยุ่งยาก​ใน​ทางการปฏิบัติมาก​ ​เพราะ​การเจรจาทุกครั้ง​จะ​ต้อง​ขอ​ความ​ ​เห็นชอบ​จาก​สภา​ ​ขณะที่การเจร​จากา​รค้า​ ​ทั่ว​ไป​ ​ไม่​ได้​เกิดขึ้นภาย​ใน​ครั้งเดียว​แล้ว​สำ​เร็จ​

หาก​ต้อง​ขอ​ความ​เห็นชอบทุกครั้ง​ ​แน่นอนว่า​ ​การเจรจา​จะ​มี​ความ​คืบหน้า​ ​ยาก​ ​ประ​เทศคู่​เจรจาอาจเกิด​ความ​เบื่อหน่าย​ ​ที่สำ​คัญ​ ​หากสภา​ไม่​เห็นชอบก็​จะ​ไม่​สามารถ​เจรจาต่อ​ได้

ถึง​แม้​ใน​รัฐธรรมนูญ​จะ​กำ​หนดต่อว่า​ ​ต้อง​มีกฎหมายลูกที่กำ​หนด​ ​หลักเกณฑ์​และ​วิธีการ​ใน​การเจรจาที่ชัดเจนเพื่อ​เป็น​หลักปฏิบัติ​ ​ิสำ​หรับ​ผู้​เจรจา​ ​แต่​ใน​ระหว่างที่กฎหมายลูก​ยัง​ไม่​มีผลบังคับ​ใช้​การเจรจาข้อตกลงการค้า​เสรีของไทย​ ​กับ​ประ​เทศ​ใหม่ๆ​ก็​ต้อง​หยุดชะงักไป​โดย​ปริยาย

มาตรา​ 190 ​จึง​อาจทำ​ให้​ไทยตกขบวนการค้า​เสรี​ ​สุดท้าย​จะ​กระทบต่อเศรษฐกิจ​โดย​รวมของประ​เทศ​ ​รวม​ถึง​ความ​เชื่อถือ​ ​และ​ความ​สัมพันธ์ระหว่างไทย​กับ​ประ​เทศคู่​เจรจา​ด้วย

ผลงาน​ “​ที​โอที​” ​เหลว​ไม่​เป็น​ท่า​

ปี​ 2550 ​ถือว่า​เป็น​ปี​แห่งการเสียโอกาสของบริษัท​ ​ที​โอที​ ​จำ​กัด​ (มหาชน) ​อย่างหนักหนา​ ​สาหัส​ ​เพราะ​นอก​จาก​ไม่​มีพัฒนาคุณภาพการ​ให้​บริการ​ ​ไม่​สร้างราย​ได้​เพิ่ม​แล้ว​ ​ยัง​เกิด​ความ​วุ่นวาย​และ​ขัดแย้ง​กัน​เอง​ไม่​เลิกรา​

นับตั้งแต่​ ​พล​.​อ​.​สพรั่ง​ ​กัลยาณมิตร​ ​รองปลัดกระทรวงกลา​โหม​ ​มานั่งแท่น​เป็น​ประธานคณะกรรมการ​ ​มีการเปลี่ยนกรรมการ​ผู้​จัดการ​ใหญ่​ถึง​ 4 ​คน​ ​เริ่มตั้งแต่นายสมควร​ ​บูรมินเหนทร์​ ​นายวุฒิพงษ์​ ​เพรียบจริยวัฒน์​ ​พ​.​อ​.​นที​ ​ศุกลรัตน์​ ​และ​นายกิตติพงศ์​ ​เตมียะประดิษฐ์​ ​จนทำ​ให้​ขาด​ความ​ต่อ​เนื่อง​ใน​การบริหารงาน

ที​โอทีมี​ทั้ง​ปัญหาภาย​ใน​ ​ขั้นตอนการทำ​งานล่าช้า​ ​ประกอบ​กับ​บอร์ด​ไม่​มีนโยบายชัดเจน​ ​จนพนักงานที​โอทีถอดใจ​ใน​การทำ​งาน​ ​จึง​ส่ง​ให้​ผลดำ​เนินงาน​ไม่​เป็น​ไปตามเป้าหมาย​ ​เช่น​ ​จาก​ที่กำ​หนด​ใน​ปี​ 2550 ​จะ​มี​ผู้​ใช้​อินเตอร์​เน็ต​ความ​เร็ว​สูงทะลุ​ 1 ​ล้านราย​ ​กลับทำ​ได้​ 400,000 ​ราย​เท่า​นั้น​

ขณะที่ตลอด​ทั้ง​ปีนี้ที​โอที​จึง​มีกำ​ไรเพียง​ 1,000 ​ล้านบาท​ ​ลดลง​จาก​เดิมมีกำ​ไร​ 6,981.22 ​ล้านบาท​

ล่าสุดสำ​นักงานนโยบาย​และ​แผนรัฐวิสาหกิจ​ได้​ทำ​หนังสือ​ ​ถึง​กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ​และ​การสื่อสาร​ (ไอซีที) ​ให้​เร่งจัดทำ​แผนยุทธศาสตร์ปรับโครงสร้างเพื่อฟื้นฟูฐานะการเงินอย่างเร่งด่วน​

เพราะ​ที​โอทีมี​แนวโน้มที่​จะ​ประสบปัญหาด้านการเงิน​ใน​อนาคตอัน​ใกล้​นี้​

หวยบนดินสูญ​ 5.2 ​หมื่นล้าน

คำ​สั่งยุติหวยบนดิน​ ​แบบเลขท้าย​ 3 ​ตัว​ ​และ​ 2 ​ตัว​ ​ตั้งแต่ปลายเดือน​ ​พ​.​ย​.2549 ​ยาวนานมาตลอดปี​ 2550 ​ยัง​ไม่​เห็นวี่​แวว​ใด​ออกมา​เรียกเสียงฮือฮา​กับ​นักเสี่ยงโชค​ได้​อีกครั้ง​

หนำ​ซ้ำ​ยัง​ปล่อย​ให้​หวย​ใต้​ดินระบาด​ ​จน​ ​บรรดา​เจ้ามือหวย​ใต้​ดินออกอาการลิงโลดดี​ใจ​ ​ฟันกำ​ไรเหนาะๆ​เข้า​กระ​เป๋านับ​ไม่​ถ้วน​

หากคำ​นวณ​เป็น​ตัวเลขแบบคร่าวๆ​ ​แต่ละงวดมียอดจำ​หน่ายหวยบนดินงวดละ​ 2,000 ​ล้านบาท​ ​ฉะ​นั้น​ ​ตั้งแต่รัฐบาลสั่งหยุดจำ​หน่ายหวยบนดินจน​ถึง​งวดปัจจุบัน​ (30 ​ธ​.​ค​. 2550) ​รวม​ 26 ​งวด​

รัฐบาลเสียโอกาส​จาก​การหาราย​ได้​ถึง​ 52,000 ​ล้านบาทที​เดียว

น่า​เสียดาย​ ​เพราะ​แทนที่​เงินเหล่านี้​จะ​ถึง​มือเด็กยากจน​ ​เช่น​ ​โครงการ​ 1 ​อำ​เภอ​ 1 ​ทุน​ ​ที่​เป็น​โอกาส​ให้​เด็กไทยที่ยากจนไปเล่า​เรียน​ใน​ต่างประ​เทศฟรีๆ​ ​แต่ดันทะลึ่ง​ ​ไป​อยู่​ใน​กระ​เป๋าของเจ้ามือหวย​ใต้​ดินแทน​

แผนก่อสร้างรถไฟฟ้าบิดเบี้ยว​

จน​แล้ว​จนรอดรถไฟฟ้า​ 5 ​สายทางที่หลายรัฐบาลวาดฝัน​ให้​ประชาชนชาวกรุงเทพฯ​ ​หลงเคลิ้มว่า​จะ​เดินทาง​ได้​อย่างสะดวกรวด​เร็ว​ ​ก็​ยัง​ไม่​ขับเขยื้อนไปไหน​ ​มี​เพียง​ 2 ​สาย​ ​ที่​ ​ครม​.​เห็นชอบ​ ​แต่​ยัง​ไม่​ได้​เริ่มก่อสร้าง​ใดๆ​ทั้ง​สิ้น

เริ่มต้น​จาก​สายสี​แดงที่​แบ่งออก​เป็น​ 2 ​ช่วง​ ​คือ​ ​บางซื่อ​-​ตลิ่งชัน​ ​ระยะทาง​ 15 ​กม​. ​และ​บางซื่อ​-​รังสิต​ ​ระยะทาง​ 26 ​กม​. ​วงเงินลงทุน​ 68,000 ​ล้านบาท

แม้ที่ประชุม​ ​ครม​.​จะ​เปิดไฟเขียว​ให้​เดินหน้า​โครงการไป​แล้ว​ ​พร้อมกำ​หนดว่าภาย​ใน​เดือน​ ​ต​.​ค​.2550 ​จะ​ได้​ผู้​รับเหมา​เพื่อดำ​เนินการก่อสร้าง​ใน​ช่วงบางซื่อ​-​ตลิ่งชัน​ ​เพื่อลงมือก่อสร้างต้นปี​ 2551 ​แต่จน​แล้ว​จนรอด​ถึง​บัดนี้ก็​ยัง​ไม่​สามารถ​เปิดประกวดราคาหา​ผู้​รับเหมา​

ขณะที่ช่วงบางซื่อ​-​รังสิต​ ​จะ​ต้อง​รอ​ให้​เงินค่าก่อสร้าง​ใน​ช่วง​ ​แรกเหลือก่อน​จึง​จะ​ลงมือ​ได้​

อีก​ทั้ง​มีปรากฏการณ์พิ​เศษของรถไฟฟ้าสายสี​แดงที่​จะ​เอารถไฟแบบดี​เซลรางวิ่งไปพลางๆ​ก่อน​ ​เมื่อเห็นว่ามี​ความ​พร้อมเพิ่มขึ้นค่อยหารถไฟฟ้ามาวิ่งบนรางเดียว​กัน​

สำ​หรับรถไฟฟ้าสายสีม่วง​ ​ช่วงบางซื่อ​-​บาง​ใหญ่​ ​ระยะทาง​ 23 ​กม​. ​วงเงิน​ 55,000 ​ล้านบาท​ ​จาก​นโยบายของรัฐบาลก่อน​ ​จะ​เป็น​ลำ​ดับแรกที่​ได้​ก่อสร้างก่อน​ ​แต่​ด้วย​หลักเกณฑ์ที่รัฐบาลชุดนี้กำ​หนด​ให้​ผ่าน​ ​พ​.​ร​.​บ​.​การ​เข้า​ร่วมการงานระหว่างรัฐบาล​และ​เอกชน​ ​พ​.​ศ​. 2535 ​จึง​ต้อง​ถูกพิจารณากลั่นกรองหลายขั้นตอน

เมื่อ​ ​ครม​.​ให้​เดินหน้า​โครงการ​ได้​ ​ก็​ยัง​ติดปัญหา​เงินค่า​เวนคืนที่ดินที่สูงขึ้น​ถึง​หนึ่ง​เท่า​ตัว​ ​จนกระทรวงคมนาคม​ต้อง​นำ​กลับไปพิจารณา​ใหม่​ ​และ​เพิ่งเสนอ​ให้​ ​ครม​.​เห็นชอบ​ใน​วงเงิน​ 9,209 ​ล้านบาท​

ส่วน​กำ​หนดเวลาที่วาง​ไว้​ว่า​จะ​เริ่มหา​ผู้​รับเหมา​และ​ก่อสร้าง​ได้​ใน​ต้นปี​ 2551 ​ก็​ยัง​เป็น​ปัญหา​อยู่​

เพราะ​ธนาคารเพื่อ​ความ​ร่วมมือระหว่างประ​เทศของญี่ปุ่น​ (เจบิก) ​ผู้​ให้​เงินกู้​ ​เห็นว่ารูปแบบโครงการเปลี่ยนแปลงไป​จึง​ขอทบทวนการ​ให้​กู้​ใหม่​ทั้ง​หมด​

ทอท​.​ราย​ได้​ลดกำ​ไรหล่นวูบ

บริษัทท่าอากาศยานไทย​ ​จำ​กัด​ (มหาชน) ​หรือ​ ​ทอท​. ​ใน​ฐานะ​ผู้​กำ​กับ​ดู​แลสนามบินนานาชาติ​ ​ใน​ประ​เทศไทย​ ​มีผลงาน​ใน​อดีตโกยกำ​ไร​เป็น​กอบ​เป็น​กำ​ปีละกว่า​ 10,000 ​ล้านบาท​ ​เพราะ​เป็น​ธุรกิจผูกขาด

แต่ตลอด​ทั้ง​ปี​ 2550 ​นี้​ ​กลับมีกำ​ไรลดลงเหลือ​ไม่​ถึง​ 1,000 ​ล้านบาท

มา​จาก​สา​เหตุสำ​คัญ​ 2 ​ประการ​ ​ประการแรก​จาก​การเปิดสนามบินสุวรรณภูมิ​ ​ทำ​ให้​ต้อง​หักค่า​เสื่อมราคา​ใน​ปี​แรก​ 5,000-6,000 ​ล้านบาท

แต่ประการที่​ 2 ​ถือ​เป็น​ผลของการบริหารงานของคณะกรรมการ​ ​ทอท​. ​ที่มี​ ​พล​.​อ​.​สพรั่ง​ ​เป็น​ประธาน​ ​โดย​เฉพาะ​ใน​กรณีที่​เข้า​มาล้างบางกลุ่มบริษัทคิง​ ​เพา​เวอร์​ ​ที่​ได้​รับสัมปทานการ​ ​บริหารพื้นที่​เชิงพาณิชย์​และ​ร้านค้าปลอดภาษี​ ​ด้วย​การประกาศยกเลิกสัญญาสัมปทาน​

ทำ​ให้​ราย​ได้​ของ​ ​ทอท​.​ที่​ได้​รับ​จาก​กลุ่มบริษัทคิง​ ​เพา​เวอร์​ ​เดือนละ​ 300 ​ล้านบาท​ ​หรือ​ปีละกว่า​ 3,000 ​ล้านบาทหายไป​

ซ้ำ​ร้ายไปกว่า​นั้น​ ​ทอท​.​ยัง​ถูกกลุ่มคิง​ ​เพา​เวอร์​ ​ฟ้องร้องต่อศาลแพ่งเพื่อเรียกค่า​เสียหาย​ ​กว่า​ 68,000 ​ล้านบาท​ ​พร้อมขอ​ความ​คุ้มครอง​จาก​ศาล​ไม่​ให้​ ​ทอท​.​เข้า​มารื้อถอน

เท่า​กับ​สิ่งที่คณะกรรมการ​ ​ทอท​.​ตัดสินใจไปมี​แต่​เสีย​กับ​เสีย​ ​จึง​เป็น​ที่มาของ​ ​ปี​แห่งการเสียโอกาส​โดย​แท้​!!!

ทีมเศรษฐกิจ ไทยรัฐ


จาก ไทยรัฐ 31/12/50

เหลียวหลังการเมือง​2550 ​ปีปฏิ​เสธเผด็จการ


เรื่องของกาลเวลา​ ​มีการกำ​หนดช่วง​จาก​ชั่วโมง​เป็น​วัน​ ​จาก​วัน​เป็น​เดือน​ ​จาก​เดือน​เป็น​ปี

ใน​ห้วงรอยต่อแห่งกาลเวลาที่​เวียนมาบรรจบครบปี​ ​ถือ​เป็น​ช่วงเหมาะสมที่สุด​ ​สำ​หรับการทบทวนสิ่งต่างๆ​ที่​เกิดขึ้น​ใน​รอบปี

“​ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ​” ​จึง​ขอ​ใช้​โอกาส​ใน​วันสุดท้ายของปี​ 2550 ​เหลียวหลังย้อนกลับไปมองร่องรอยปรากฏการณ์ทางการเมือง​ ​ใน​ช่วงขวบปีที่กำ​ลัง​จะ​ผ่านพ้นไป

เริ่ม​จาก​ฝ่ายนิติบัญญัติ​ ​ที่ปีนี้มีสภานิติบัญญัติ​แห่งชาติ​ (สนช​.) ​ทำ​หน้าที่​แทนสภา​ผู้​แทนราษฎร​ ​วุฒิสภา​ ​และ​รัฐสภา​

โดย​ตั้งแต่ช่วงต้นปี​ ​เป็น​เรื่องของการออกแบบรัฐธรรมนูญ​ฉบับ​ใหม่​ ​มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ​ ​และ​คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ​ ​เป็น​หัวหอก​ใน​การยกร่างฯ​ ​ตามปฏิทินเวลาที่วาง​ไว้

ทั้ง​นี้​ ​ใน​ช่วงยกร่างฯ​ ​มีการตั้งธง​กัน​เอา​ไว้​หลายประ​เด็น​ ​เช่น​ ​มีการเสนอ​ให้​นายกรัฐมนตรี​ ​มา​จาก​คนนอก​ ​ไม่​จำ​เป็น​ต้อง​เป็น​ ​ส​.​ส​. ​เสนอ​ให้​ ​ส​.​ว​.​มา​จาก​การสรรหา

แต่สุดท้ายก็ต้านกระ​แสสังคม​ไม่​ไหว​ ​ต้อง​ยอมกำ​หนด​ให้​ ​นายกฯ​ ​มา​จาก​ ​ส​.​ส​. ​ส่วน​ที่มาของ​ ​ส​.​ว​.​ให้​มา​จาก​การเลือกตั้ง​และ​สรรหาผสม​กัน

ขณะ​เดียว​กัน​ ​ก็ยกเลิกการเลือกตั้ง​ ​ส​.​ส​. ​แบบวันแมนวันโหวต​ ​มา​ใช้​แบบรวมเขตเรียงเบอร์

อย่างไรก็ตาม​ ​ต้อง​ถือว่า​เป็น​ครั้งแรก​ใน​ประวัติศาสตร์การเมืองไทย​ ​ที่มีการจัดลงคะ​แนนเสียง​ ​ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ​ ​โดย​คน​ส่วน​ใหญ่​ให้​ความ​เห็นชอบ

สำ​หรับการทำ​หน้าที่ของสภานิติบัญญัติ​แห่งชาติ​ ​ตลอดปี​ ​มีกฎหมายที่สำ​คัญ​ ​จำ​เป็น​ต่อการบริหารประ​เทศออกมาน้อยมาก

แต่มีปรากฏการณ์​ใหม่​เกิดขึ้น​ให้​เห็น​ ​นั่นก็คือสมาชิก​ ​สนช​.​เปิดอภิปราย​ ​ทั่ว​ไปรัฐบาล​โดย​ไม่​มีการลงมติ​ ​ซึ่ง​ถือ​เป็น​ครั้งแรก​ ​ของสภา​ ​ที่มา​จาก​การแต่งตั้ง​ใน​ยุครัฐประหาร

ดู​แล้ว​ก็คล้ายบรรยากาศแบบประชาธิปไตย​ ​แต่​ใน​ความ​เป็น​จริง​ ​เป็น​เรื่องอำ​นาจ​และ​ผลประ​โยชน์​ ​ที่​ไม่​ลงตัวของคนฝ่ายเดียว​กัน​ ​ที่​แบ่งกลุ่มแบ่งพวก​อยู่​ใน​ ​สนช​.

มา​ถึง​ช่วงปลายปีก็​เกิดเหตุการณ์ม็อบที่​ไม่​พอใจการพิจารณาร่างกฎหมาย​ ​ใน​ช่วง​ใกล้​เลือกตั้งปีนรั้วรัฐสภาบุก​เข้า​ไป​ถึง​หน้าห้องประชุม​ ​สนช​.

ปรากฏการณ์​เหล่านี้​ ​สะท้อน​ให้​เห็น​ถึง​การชิงการนำ​ของกลุ่มพลังภาย​ใน​ ​สนช​.​ที่มี​ทั้ง​สายพันธมิตร​ ​สายเอ็นจี​โอ​ ​สายข้าราชการพลเรือน​ ​และ​สายทหาร

สรุปภาพรวม​ 12 ​เดือนที่ผ่านมาของฝ่ายนิติบัญญัติ​ ​มีสภาพ​ไม่​ต่าง​จาก​คำ​เปรียบเปรย

ไก่ตรุษจีน​ใน​เข่งที่รอเชือด​ ​จิกตี​กัน​เอง

หันมาที่ฝ่ายตุลาการ​ ​เป็น​ที่ชัดเจนว่าช่วงกลางปีที่ผ่านมา​ ​มีปรากฏการณ์การ​ใช้​อำ​นาจของตุลาการรัฐธรรมนูญ​ ​สั่นสะ​เทือนเลื่อนลั่นไป​ทั้ง​เมือง

เมื่อตุลาการรัฐธรรมนูญมีคำ​ตัดสินยุบพรรคไทยรักไทย​ ​พร้อมสั่งเพิกถอนสิทธิ​ ​เลือกตั้งอดีตกรรมการบริหารพรรค​ 111 ​คน​

ส่งผล​ให้​เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองตามมามากมาย​ ​อาทิ​ ​ทำ​ให้​ขาดแคลนบุคลากร​ ​ทางการเมือง​ ​เนื่อง​จาก​นักการเมืองระดับแกนนำ​ถูกเว้นวรรคการเมือง​ 5 ​ปี​

ทำ​ให้​เกิดการเมือง​ใน​รูปแบบร่างทรง​ ​ทั้ง​หัวหน้าพรรคที่​เป็น​ร่างทรง​ ​กรรมการบริหารพรรคร่างทรง​ ​และ​ผู้​สมัคร​ ​ส​.​ส​.​ร่างทรง

ทำ​ให้​มีพรรคการเมืองเกิดขึ้น​ใหม่​หลายพรรค​ ​ส่วน​ใหญ่​ ​ป้อมค่ายที่​แตกตัวออกมา​จาก​พรรคไทยรักไทย

ขณะที่ทางด้านศาลยุติธรรม​ ​ใน​ปีนี้​ได้​มีคำ​พิพากษาตัดสินคดี​ ​ที่​เกี่ยวข้อง​กับ​นักการเมืองหลายคดี​ ​อาทิ

ศาลอาญามีคำ​พิพากษา​ให้​จำ​คุกนายสมัคร​ ​สุนทรเวช​ 2 ​ปี​ ​โดย​ไม่​รอลงอาญา​ ​ใน​คดีหมิ่นประมาทนาย​สามารถ​ ​ราชพลสิทธิ์​ ​อดีตรอง​ผู้​ว่าฯ​ ​กทม​. ​แต่​ให้​ประ​กัน​ตัวสู้คดี​ใน​ชั้นอุทธรณ์

ศาลอาญาพิพากษาจำ​คุกนายประชัย​ ​เลี่ยวไพรัตน์​ 3 ​ปี​ ​โดย​ไม่​รอการลงโทษ​ ​ใน​คดีปั​�​นหุ้นทีพี​ไอโพลีน​ ​และ​มีคำ​พิพากษา​ให้​จำ​คุกนายประชัย​ 1 ​เดือน​ ​โดย​ไม่​รอลงอาญา​ ​ใน​คดีละ​เมิดอำ​นาจศาล​ ​แต่อนุญาต​ให้​ประ​กัน​ตัวสู้คดี

ศาลอาญาพิพากษา​ให้​จำ​คุกนายสมหมาย​ ​ภาษี​ 2 ​ปี​ ​โดย​ไม่​รอลงอาญา​ ​ใน​คดีปฏิบัติหน้าที่​โดย​มิชอบกรณีสั่งพักงานอดีตรอง​ ​ผอ​.​บริษัทไทยเดินเรือทะ​เล​ (บทด​.) ​ใน​สมัย​เป็น​รองปลัดกระทรวงการคลัง​ ​แต่​ให้​ประ​กัน​ตัวสู้คดี​ใน​ชั้นอุทธรณ์​ ​ส่งผล​ให้​นายสมหมายหลุด​จาก​เก้าอี้​ ​รมช​.​คลังทันที

ศาลฎีกามีคำ​พิพากษา​ให้​จำ​คุกนายบุญมาก​ ​ศิริ​เนาวกุล​ ​อดีต​ผู้​สมัคร​ ​ส​.​ส​.​ราชบุรี​ ​พรรคประชาธิปัตย์​ 1 ​ปี​ ​เพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้ง​ 10 ​ปี​ ​ใน​คดีทุจริตเลือกตั้งเมื่อปี​ 2543 ​แต่​โทษจำ​คุก​ให้​รอลงอาญา​ ​ส่งผล​ให้​ขาดคุณสมบัติพ้น​จาก​การ​เป็น​ผู้​สมัคร​ ​ส​.​ส​.​ก่อน​ถึง​วันเลือกตั้ง

ศาลสถิตยุติธรรม​ ​ใช้​กฎหมายเข้ม

สำ​หรับกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้น​ใน​การนำ​คดีขึ้นสู่การพิจารณา​ใน​ชั้นศาล

โดย​เฉพาะคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำ​ที่ก่อ​ให้​เกิด​ความ​เสียหายแก่รัฐ​ (คตส​.) ​ที่​เป็น​ผลพวงมา​จาก​การรัฐประหาร​

มีการตรวจสอบเรื่องการทุจริต​ใหญ่ๆ​ของรัฐบาลชุดที่​แล้ว​ 15 ​เรื่อง​ ​ปรากฏว่า​ใน​รอบปีนี้​ ​สามารถ​ส่งสำ​นวน​เข้า​สู่การพิจารณา​ใน​ชั้นศาล​ได้​เพียง​ 2 ​คดี​ ​คือ

คดีหลีกเลี่ยงภาษีการซื้อขายหุ้นชินคอร์ป​ ​และ​คดี​ใช้​อำ​นาจ​ ​โดย​มิชอบซื้อที่ดินย่านถนนรัชดาภิ​เษก​

และ​มีคดีที่ส่งสำ​นวน​ให้​อัยการสูงสุดพิจารณา​เพื่อส่งฟ้องศาล​ 1 ​คดี​ ​คือ​ ​คดีออกสลากพิ​เศษ​ 3 ​ตัว​ 2 ​ตัว​ ​ทำ​ให้​รัฐเสียหาย

ส่วน​ที่​เหลืออีก​ 10 ​กว่า​เรื่อง​ยัง​อยู่​ใน​ขั้นตอนของคณะกรรมการไต่สวน​ ​คตส​. ​โดย​ผู้​ถูกกล่าว​ส่วน​ใหญ่​ขอเลื่อนการ​เข้า​ชี้​แจงหลายครั้งหลายหน​ ​ทำ​ให้​การพิจารณายืดเยื้อมาจน​ถึง​ทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม​ ​คตส​.​ได้​มีคำ​สั่งอายัดเงิน​ใน​บัญชี​เงินฝาก​และ​ทรัพย์สินที่ครอบครัว​ ​บุตร​ ​และ​บริวาร​ ​ของ​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ชินวัตร​ ​อดีตนายกฯ​ ​ได้​รับ​จาก​การขายหุ้นชินคอร์ป​ ​หลายระลอกรวมวงเงินกว่า​ 72,000 ​ล้านบาท

ใน​ขณะที่ฝ่าย​ผู้​ถูกกล่าวหาที่หลบไปตั้งหลัก​อยู่​ต่างประ​เทศ​ ​อ้างเหตุที่​ยัง​ไม่​มาชี้​แจงข้อกล่าวหา​ ​ว่า​เป็น​เพราะ​ไม่​มั่นใจ​ใน​ความ​ยุติธรรมของอำ​นาจรัฐปัจจุบัน​ ​และ​ไม่​มั่นใจ​ใน​ความ​ปลอดภัย​ ​แต่ยืนยันหลังเลือกตั้งมีรัฐบาล​ใหม่​แล้ว​จะ​กลับมา

หันมาทางฝ่ายบริหาร​ ​ใน​รอบปีนี้ชัดเจนว่า​ “​รัฐบาลขิงแก่​” ​ภาย​ใต้​การนำ​ของ​ ​พล​.​อ​.​สุรยุทธ์​ ​จุลานนท์​ ​นายกรัฐมนตรี​ ​เกิดปัญหา​เครื่องรวนมาตลอด

ช่วงต้นปี​ ​ม​.​ร​.​ว​.​ปรีดิยาธร​ ​เทวกุล​ ​ลาออก​จาก​ตำ​แหน่งรองนายกฯ​และ​ ​รมว​.​คลัง​ ​เพราะ​ไม่​พอใจที่นายกฯ​ ​แต่งตั้งนายสมคิด​ ​จาตุศรีพิทักษ์​ ​มา​เป็น​ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจระหว่างประ​เทศ

ทำ​ให้​ต้อง​มีการปรับ​ ​ครม​.​ดึงนายฉลองภพ​ ​สุสังกร์กาญจน์​ ​เข้า​มา​เป็น​ ​รมว​.​คลังคน​ใหม่

ถัดมา​ไม่​นาน​ ​นายประสิทธิ์​ ​โฆวิ​ไลกูล​ ​ลาออก​จาก​ ​รมต​.​ประจำ​สำ​นักนายกฯ​ ​ทำ​ให้​ต้อง​ปรับ​ ​ครม​.​อีกครั้ง

ผ่านมา​ถึง​ช่วงปลายปี​ ​เมื่อรัฐธรรมนูญ​ฉบับ​ใหม่​มีผลบังคับ​ใช้​ ​ข้อห้ามรัฐมนตรีถือหุ้นเกิน​ 5 ​เปอร์​เซ็นต์​ ​พ่นพิษ​ ​ส่งผล​ให้​นายอารีย์​ ​วงศ์อารยะ​ ​ต้อง​ลาออก​จาก​ ​รมว​.​มหาดไทย​ ​นายเกษม​ ​สนิทวงศ์​ ​ณ​ ​อยุธยา​ ​ลาออก​จาก​ ​รมว​.​ทรัพยากรธรรมชาติฯ​ ​นายสิทธิชัย​ ​โภไคยอุดม​ ​ลาออก​จาก​ ​รมว​.​ไอซีที​ ​นายสวนิต​ ​คงสิริ​ ​ลาออก​จาก​ ​รมช​.​ต่างประ​เทศ​ ​และ​นางอรนุช​ ​โอสถานนท์​ ​ลาออก​จาก​ ​รมช​.​พาณิชย์​

ทำ​ให้​ ​พล​.​อ​.​สุรยุทธ์​ต้อง​ปรับ​ ​ครม​. ​นั่งควบเก้าอี้​ ​รมว​. ​มหาดไทย​ ​ท่ามกลาง​ ​กระ​แสถล่ม​ ​เรื่อง​เขา​ยายเที่ยง​ ​ทำ​ให้​เสียรังวัดไปพอสมควร

ใน​ด้านผลงานของรัฐบาลชุดนี้​ ​ไม่​ต้อง​พูด​ถึง​ ​เพราะ​ไม่​มีอะ​ไร​เข้า​ตาประชาชน​ ​ถึง​ขนาดถูกตั้งฉายาว่า​เป็น​รัฐบาลฤาษีขี่​เต่า

สำ​หรับ​ผู้​นำ​รัฐบาลมีจุดแข็ง​อยู่​จุดเดียว​ ​ก็คือ​ ​เรื่องการคืนอำ​นาจ​ให้​ประชาชน​ ​ประกาศเปรี้ยง​จะ​ให้​มีการเลือกตั้งวันที่​ 23 ​ธันวาคม

แม้มี​แรงยื้อ​จาก​บางฝ่ายที่อยาก​ให้​เลื่อนการเลือกตั้งออกไป​ ​ถึง​ขั้นมีข่าวว่า​จะ​เปลี่ยนตัวนายกฯ​ ​แต่​ ​พล​.​อ​.​สุรยุทธ์ก็​ยัง​มั่นคง​ใน​จุดยืนเดิม​ ​ไม่​เปลี่ยนแปลง

สรุป​แล้ว​รัฐบาลชุดนี้​ ​เป็น​แค่รัฐบาลเฉพาะกาล​ ​ที่​เข้า​มาดู​แลประ​เทศเพื่อรอเวลา​เปลี่ยนผ่าน​ ​ให้​มีการเลือกตั้งกลับไปสู่ระบอบประชาธิปไตย

เป็น​แค่รัฐบาลคั่นเวลาจริงๆ

ส่วน​อีกอำ​นาจหนึ่งที่ซ้อน​อยู่​กับ​อำ​นาจฝ่ายบริหาร​ ​นั่นก็คือ​ ​คมช​.

เมื่อ​ ​พล​.​อ​.​สนธิ​ ​บุญยรัตกลิน​ ​ประธาน​ ​คมช​. ​เกษียณอายุราชการ​จาก​เก้าอี้​ ​ผบ​.​ทบ​. ​ฐานอำ​นาจ​ ​ที่​เคยมี​อยู่​เต็มเปี่ยมก็มีอัน​ต้อง​เปลี่ยนมือ​ ​เกิดอาการตีนลอย​ ​อำ​นาจเบ็ดเสร็จหมดไป​ ​สุดท้ายก็​ต้อง​โดด​เข้า​มา​เป็น​รองนายกรัฐมนตรี​ ​ดู​แลด้าน​ความ​มั่นคง

ตรงนี้​เป็น​ปกติของระบบ​ ​เมื่ออำ​นาจปกติ​เปลี่ยนผ่าน​เข้า​มา​ ​อำ​นาจพิ​เศษก็​ต้อง​ถอยไป

สำ​หรับอำ​นาจสำ​คัญอีกอันหนึ่ง​ ​ใน​สถานการณ์ที่ปีนี้​เป็น​ปี​เปลี่ยนผ่าน​ ​เพื่อคืนอำ​นาจประชาธิปไตย​ ​ให้​ประชาชน​ ​คณะกรรมการการเลือกตั้ง​ (กกต​.) ​จึง​มี​ความ​สำ​คัญมาก

เพราะ​ต้อง​ทำ​งานท้าทาย​ใน​การควบคุมการเลือกตั้ง​ให้​เกิด​ความ​บริสุทธิ์ยุติธรรม​ ​ท่ามกลางการต่อสู้​แข่งขัน​กัน​อย่างรุนแรงของพรรคการเมือง​และ​ขั้วอำ​นาจ

แม้ก่อนการเลือกตั้งวันที่​ 23 ​ธันวาคม​ ​กกต​.​ยัง​ไม่​สามารถ​แจกใบเหลืองใบแดง​ผู้​สมัคร​ ​ส​.​ส​.​ที่มีพฤติกรรมทุจริตกระทำ​ผิดกฎหมายเลือกตั้ง​ได้​ ​เพราะ​เวลากระชั้นชิด

แต่มา​ถึง​วันนี้​ ​ผลคะ​แนนเลือกตั้งอย่าง​ไม่​เป็น​ทางการออกมา​แล้ว​ว่า​ ​พรรคพลังประชาชน​ได้​ ​ส​.​ส​.​เข้า​มา​เป็น​อันดับหนึ่ง​ 233 ​คน​ ​พรรคประชาธิปัตย์ตามมา​เป็น​อันดับสอง​ 165 ​คน

พรรคพลังประชาชน​ได้​สิทธิ​เป็น​แกนนำ​รวบรวมเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลผสม​ ​ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ก็ประกาศพร้อมจัดตั้งรัฐบาล​ ​ถ้า​พรรคพลังประชาชนรวบรวมเสียงข้างมาก​ไม่​สำ​เร็จ

ช่วงชิงอำ​นาจรัฐ​กัน​จน​ถึง​เฮือกสุดท้าย

ท่ามกลางการร้องเรียนทุจริตเลือกตั้ง​และ​คัดค้านผลการเลือกตั้งนับร้อยเรื่อง​จาก​ทั่ว​ประ​เทศ​ ​ก็​ต้อง​รอดูว่า​ ​กกต​.​จะ​ใช้​อำ​นาจตามกฎหมายเลือกตั้ง​ ​เพื่อรักษา​ความ​สุจริต​ ​ความ​ยุติธรรม​ ​และ​ความ​เที่ยงธรรม​ ​เข้มข้นมากขนาดไหน

ว่าที่​ ​ส​.​ส​.​จะ​โดนเชือด​ ​แจกใบเหลือง​ ​ใบแดง​ ​ทั้ง​หมดกี่ราย

ทางด้านตัวแปรสำ​คัญทางการเมืองตลอดปีนี้​ ​ก็​ยัง​คง​เป็น​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ชินวัตร​ ​อดีตนายกฯ​ ​หัวขบวนกลุ่มอำ​นาจเก่า​

แม้ว่าตัว​อยู่​นอกประ​เทศ​ ​แต่ก็มีนอมินีทางการเมือง​อยู่​ใน​เมืองไทย​ ​มีการต่อสายบัญชาการ​ ​มีบทบาท​อยู่​เบื้องหลังการขับเคลื่อนทางการเมืองมาตลอด

และ​มีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ​ใน​ช่วงสิ้นปีที่มีการเลือกตั้ง​ ​แถมกำ​ลัง​จะ​มีบทบาทต่อ​เนื่อง​ข้ามปี​ไปอีก​ด้วย​ ​หลัง​จาก​พรรคพลังประชาชนชนะ​เลือกตั้ง​ได้​เป็น​แกนนำ​จัดตั้งรัฐบาล

จาก​ปรากฏการณ์ทางการเมืองที่​เกิดขึ้น​ใน​รอบปี​ 2550 ​ชี้​ให้​เห็นว่า​ ​ผล​จาก​การรัฐประหาร​ ​สามารถ​ยึดอำ​นาจ​ได้​ ​แต่​ ​ปกครอง​ไม่​ได้​ ​บริหารประ​เทศ​ไม่​ได้

การทำ​งานของรัฐบาลเฉพาะกาล​ ​เชื่องช้า​ ​ไม่​กล้าตัดสินใจ​ ​ทำ​ให้​ชาวบ้านยี้

สิ่งที่​เกิดขึ้น​ทั้ง​หมดเหล่านี้​ ​ถือ​เป็น​บทเรียนของพวกเผด็จการ​ ​ที่​ต้อง​ควรรู้ว่า

ชาวบ้านรับ​ไม่​ได้​กับ​รัฐบาลที่​ไม่​ได้​มา​จาก​การเลือกตั้ง

ทีมของเรา​จึง​ขอบอกว่า​ ​ปีนี้คือ​ ​ปีปฏิ​เสธเผด็จการ​.


ทีมการเมือง ไทยรัฐ

จาก ไทยรัฐ 31/12/50

เผย​ ​สมชัย​ ​ไม่​ร่วมลงมติ​แจกแดง​

เมื่อเวลา​ 17.00 ​น​. ​วานนี้​ (30 ​ธ​.​ค​.) ​นางสดศรี​ ​สัตยธรรม​ ​กกต​. ​ด้านกิจการพรรคการเมือง​ ​กล่าว​ถึง​การพิจารณา​เรื่องร้องคัดค้านการเลือกตั้ง​ ​ส​.​ส​. ​ว่า​ ​วันนี้คาดว่าคง​ยัง​ไม่​มีอะ​ไรชัดเจน​ ​ใน​การพิจารณา​ให้​ใบเหลืองใบแดง​ ​โดย​ใน​วันที่​ 31 ​ธ​.​ค​. ​กกต​.​จะ​หยุดพักการพิจารณา​ 1 ​วัน​ ​และ​จะ​เริ่มพิจารณาต่อ​กัน​ใน​วันที่​ 1 ​ม​.​ค​. 2551 ​ที่มีสำ​นวนเรื่องร้องเรียนที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวนของสันติบาล​ ​เตรียมรอ​เข้า​สู่การพิจารณาอีกกว่า​ 100 ​สำ​นวน​ ​เป็น​ที่น่าสังเกตว่าสำ​นวนที่สันติบาลเสนอ​เข้า​สู่การพิจารณาของ​ ​กกต​. ​จะ​ไม่​มีการยกคำ​ร้องมี​เพียง​ให้​ไปสอบสวนเพิ่มเติม​เท่า​นั้น​ ​นอก​จาก​นี้​ใน​วันที่​ 1 ​ม​.​ค​. ​นายประสพ​ ​บุษราคัม​ ​ว่าที่​ ​ส​.​ส​.​อุดรธานี​ ​เขต​ 3 ​พรรคพลังประชาชน​ ​จะ​นำ​พยานหลักฐาน​เข้า​ชี้​แจงต่อ​ ​กกต​.​กรณีที่ถูกร้องคัดค้านว่าปราศรัย​ใส่​ร้าย​ ​และ​กรณี​แจกซีดี​

นางสดศรีกล่าว​ถึง​กรณีที่พรรคพลังประชาชนเรียกร้อง​ให้​ ​กกต​. ​ตรวจสอบ​ความ​เป็น​กลางของ​ ​พล​.​ต​.​ต​. ​ชัยยะ​ ​ศิริอำ​พันธ์กุล​ ​รอง​ ​ผบช​.​ส​. ​ใน​ฐานะหัวหน้าฝ่ายสืบสวนสอบสวน​ ​ที่​ได้​รับการแต่งตั้ง​จาก​ ​กกต​. ​ให้​ช่วย​สืบหาข่าวการทุจริตเลือกตั้งว่า​ ​หากพรรคพลังประชาชน​ต้อง​การ​ให้​ ​กกต​.​ตรวจสอบ​ ​ก็​สามารถ​ยื่นเรื่อง​เข้า​มา​ได้​ ​กกต​.​จะ​ส่งเรื่องไป​ยัง​ ​ผบ​.​ตร​.​ให้​ช่วย​ตรวจสอบ​ ​อย่างไร​ ​ก็ตาม​ ​ตามปกติ​ ​พล​.​ต​.​ต​.​ชัยยะก็​เป็น​คณะอนุกรรมการสืบสวนของ​ ​กกต​.​อยู่​แล้ว​ ​เมื่อถาม​ถึง​การแจกใบปลิวโจมตี​ ​กกต​. ​นางสดศรีตอบว่า​ ​ทราบ​แล้ว​ว่า​เป็น​ฝีมือใคร​ ​แต่​ ​ไม่​อยากพูด​ ​เราก็ทำ​หน้าที่​ไปตามปกติ​ ​ส่วน​มติ​ ​กกต​.​ใน​การพิจารณา​ใบแดงที่​ ​จ​.​บุรีรัมย์​ ​เขต​ 1 ​ของพรรคพลังประชาชน​ ​ที่นายสมชัย​ ​จึง​ประ​เสริฐ​ ​กกต​. ​ด้านสืบสวนสอบสวน​ ​ไม่​เข้า​ร่วมประชุม​และ​ไม่​ร่วมลงมติพิจารณา​ด้วย​นั้น​ ​ก็ขอ​ให้​ไปถามเจ้าตัวเอง​ ​ปกติหาก​ ​พล​.​ต​.​ต​.​ชัยยะ​เข้า​ชี้​แจงเรื่องร้องเรียนต่อที่ประชุม​ ​กกต​. ​นายสมชัยก็​จะ​ไม่​ร่วมประชุม​ด้วย​

ด้าน​ ​พล​.​ต​.​ต​.​ชัยยะพยายามหลีกเลี่ยงที่​จะ​ตอบคำ​ถาม​ ​กรณีพรรคพลังประชาชนร้องเรียนว่ามีพฤติกรรม​ไม่​เป็น​กลาง​ ​โดย​กล่าวเพียงว่า​ “​ผมทำ​หน้าที่​ ​เพื่อมารักษา​ความ​สงบเรียบร้อย​เท่า​นั้น​”

นายอภิชาต​ ​สุขัคคานนท์​ ​ประธาน​ ​กกต​. ​กล่าวว่า​ ​ยัง​ไม่​ทราบเรื่องที่พรรคพลังประชาชนระบุว่า​ ​พล​.​ต​.​ต​. ​ชัยยะ​ ​ศิริอำ​พันธ์กุล​ ​รอง​ ​ผบช​.​ส​. ​ที่​ได้​รับการแต่งตั้ง​เป็น​หัวหน้าฝ่ายสืบสวนของ​ ​กกต​.​มีพฤติกรรม​ไม่​เป็น​กลาง​ ​ยัง​ไม่​เห็นเรื่องร้องเรียนอะ​ไร​เข้า​มา​ ​แต่การแต่งตั้ง​เป็น​มติของที่ประชุม​ ​กกต​. ​เพราะ​เห็นว่า​เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน​ ​กกต​.​มี​ไม่​เพียงพอ​ ​เมื่อ​ ​ผบช​.​ส​.​ส่ง​ ​พล​.​ต​.​ต​.​ชัยยะ​เข้า​มา​ ​ก็ถือ​เป็น​มติ​ให้​เป็น​หัวหน้าทีมสอบสวน​ ​ยืนยัน​ได้​ว่า​ไม่​ได้​ ​แต่งตั้ง​จาก​คำ​สั่งใคร​ ​หรือ​มี​ใครมา​แทรกแซง​ ​เพราะ​คนอย่างตน​ไม่​มี​ใครแทรกแซง​ได้​ ​เมื่อถามว่า​ ​หากปัญหา​ความ​ขัดแย้งส่งผลไป​ถึง​ขั้นที่นายสมชัยลาออก​จาก​ตำ​แหน่ง​จะ​มีปัญหา​ใน​การทำ​งานของ​ ​กกต​.​หรือ​ไม่​ ​นายอภิชาตกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า​ “​อย่ามาถามผมเรื่องนี้​ ​ผม​ไม่​เคยคิดว่าการทำ​งาน​จะ​มีปัญหาอย่างไร​ ​ตอนนี้ทุกคนทำ​งาน​ ​คำ​ถามนี้ผม​ไม่​ตอบ​ ​เพราะ​ไม่​อย่าง​นั้น​ก็​จะ​นำ​ไปโยง​กับ​เรื่อง​นั้น​เรื่องนี้​ ​แล้ว​ก็​จะ​ส่งผลเสียหาย​ได้​” ​นายอภิชาตกล่าว​ถึง​การงดประชุม​ ​กกต​.​ใน​วันที่​ 31 ​ธ​.​ค​.​นี้​ ​ว่า​ ​ต้อง​ยอมรับว่าตอนนี้​เหนื่อยกายมาก​ ​หาก​ต้อง​ทำ​งานต่อ​เนื่อง​ ​จะ​ต้อง​ทำ​งานอีก​ 20 ​กว่าวันที่ผ่านมาก็​ไม่​ได้​หยุด​

นายสุทธิพล​ ​ทวีชัยการ​ ​เลขาธิการ​ ​กกต​.​แถลงภายหลังการประชุมเพื่อพิจารณา​เรื่องร้องคัดค้านการเลือกตั้งว่า​ ​กกต​.​ได้​พิจารณา​เรื่องคัดค้านที่ร้องเรียน​เข้า​มาตั้งแต่วันที่​ 25-30 ​ธ​.​ค​. ​ที่มี​ทั้ง​สิ้น​ 117 ​เรื่อง​ ​โดย​ใน​วันที่​ 30 ​ธ​.​ค​.​นี้​ ​ได้​พิจารณา​ไป​แล้ว​ 33 ​เรื่อง​ ​โดย​แยก​เป็น​การแจกเงิน​และ​ทรัพย์สิน​ 15 ​เรื่อง​ ​หลอกลวง​ ​ใส่​ร้าย​ 4 ​เรื่อง​ ​เจ้าหน้าที่วางตัว​ไม่​เป็น​กลาง​ 4 ​เรื่อง​ ​การติดตั้งป้ายผิดหลักเกณฑ์​จาก​ที่​ ​กกต​.​กำ​หนด​ 5 ​เรื่อง​ ​และ​เรื่อง​อื่นๆ​ 5 ​เรื่อง​ ​ซึ่ง​จะ​เป็น​เรื่องการฝ่าฝืนระ​เบียบการหา​เสียง​ ​เช่น​ ​การหา​เสียง​ใน​ช่วงการเลือกตั้ง​ ​โดย​เรื่องร้องเรียน​ทั้ง​ 33 ​เรื่อง​นั้น​ ​แบ่งตามรายภาค​ได้​แก่​ ​ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ​ 14 ​เรื่อง​ ​ภาคกลาง​ 12 ​เรื่อง​ ​ภาค​ใต้​ 3 ​เรื่อง​ ​ภาคเหนือ​ 4 ​เรื่อง​ ​ซึ่ง​เป็น​เรื่องร้องเรียนต่อพรรคพลังประชาชน​ 11 ​เรื่อง​ ​นอก​นั้น​เป็น​เรื่องร้องเรียนพรรคชาติ​ไทย​ ​พรรคประชาธิปัตย์​ ​พรรคเพื่อแผ่นดิน​และ​พรรคประชาราช​ ​ทั้ง​นี้​ ​กกต​.​ได้​มีมติมอบหมาย​ให้​มีการสอบสวนเพิ่มเติม​ 3 ​เรื่อง​ ​และ​ ​มอบหมาย​ให้​คณะกรรมการสอบสวนหาข้อมูล​ ​หลักฐาน​ ​โดย​เฉพาะพยานบุคคล​ ​มา​เพิ่มเติมอีก​ 9 ​เรื่อง​ ​นอก​จาก​นี้​ยัง​ได้​ยกคำ​ร้องไป​ 21 ​เรื่อง​ ​ใน​การพิจารณา​เรื่องร้องคัดค้านที่ผ่านมา​ ​กกต​.​ได้​พิจารณายกคำ​ร้อง​ ​พิจารณา​ให้​ยุติ​เรื่อง​และ​ไม่​รับ​ไว้​พิจารณา​ ​รวม​ทั้ง​สิ้น​ 60 ​เรื่อง

ที่มา ไทยรัฐ [31 ​ธ​.​ค​. 50 - 05:22]


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
5 เสือ กกต. กฎหมายปราบมาร ( ข้อมูลใครเป็นใครและทำหน้าที่อะไรใน กกต.) จาก ไทยรัฐ
อำนาจมืดคุกคาม กกต. ( อะไรเกิดขึ้นที่ กกต. ทำไม คุณสมชัย ไม่เข้าประชุม ) โดย ประดาบ
หมอเลี้ยบ ชี้แจกใบแดง 3 ว่าที่ สส. พปช. ไม่โปร่งใส

สมัครชิงแถลงตั้งรบ​.4​พรรค​ '​งู​เขียว​'​เพื่อแผ่นดินแจม​

ผู้​สื่อข่าวรายงานว่า​ ​ที่​ ​โรงแรมเอสซี​ ​ปาร์ค​ ​วันนี้​ (31 ​ธ​.​ค​.) นายสมัคร​ ​สุนทรเวช​ ​หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ​เตรียมแถลงพร้อม​ 3 ​พรรคการเมือง​ ​ประกอบ​ด้วย​ ​พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา​ ​พรรคมัชฌิมาธิปไตย​ ​และ​พรรคประชาราช​ ​ร่วมจัดตั้งรัฐบาลร่วม​กับ​พรรคพลังพลังประชาชน

ผู้​สื่อข่าวรายงาน​ด้วย​ว่า​ ​การแถลงครั้งนี้​ ​นอก​จาก​แกนนำ​ทั้ง​ 4 ​พรรคการเมืองดังกล่าว​แล้ว​ ​พรรคพลังประชาชน​ ​ได้​เชิญว่าที่​ ​ส​.​ส​.​ของพรรคเพื่อแผ่นดิน​ ​ที่พร้อม​จะ​ให้​การสนับสนุนพรรคพลังประชาชน​ใน​การจัดตั้งรัฐบาลมาร่วมแถลง​ด้วย​ ​จาก​เดิมพรรคพลังประชาชนนัดแถลงประกาศจัดตั้งรัฐบาล​ใน​ต้นปีหน้า

จาก ไทยรัฐ [31 ​ธ​.​ค​. 50 - 08:37]

‘​สุ​เทพ​'​มั่นใจ​‘​กกต​.'​แจกใบเหลือง​- ​แดงกว่า​60​ใบ


​ที่พรรคประชาธิปัตย์​ ​นายสุ​เทพ​ ​เทือกสุบรรณ​ ​เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์​ ​กล่าว​ถึง​กรณีการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชาชนว่า​ ​ตนคิดว่าท้ายสุด​แล้ว​การจัดตั้งรัฐบาลที่พรรคพลังประชาชนบอกว่ามีพรรคการเมืองต่างๆ​ ​เข้า​ร่วม​แล้ว​จะ​ยัง​มีการเปลี่ยนแปลง​ได้​อีก​ ​เนื่อง​การคณะกรรมการการเลือกตั้ง​ (กกต​.) ​ยัง​ไม่​ได้​รับรองผลการเลือกตั้ง​ ​และ​ยัง​ไม่​ประกาศว่า​ผู้​สมัครรับเลือกตั้งคน​ใด​ ​จะ​ได้​เป็น​ผู้​แทน​ ​ทั้ง​นี้ตนเชื่อ​ด้วย​ว่า​ ​ผู้​สมัครที่คิดว่า​จะ​ชนะมีจำ​นวนหลาย​ 10 ​คน​ ​และ​ ​ใน​หลาย​ 10 ​คน​นั้น​จะ​ถูก​ ​กกต​.​แจกใบเหลือง​ ​ใบแดง​ ​เพราะ​จาก​การติดตามการเลือกตั้งที่ผ่านมา​ผู้​สมัครหลายคนก็มีพฤติกรรมที่​ไม่​สุจริต​ ​ดัง​นั้น​ใน​สถานการณ์อย่างนี้คิดว่า​ถ้า​ตน​เป็น​พรรคเพื่อแผ่นดิน​ ​พรรคชาติ​ไทย​ ​และ​พรรค​เล็ก​ ​จะ​ไม่​พลีพล่าม​ ​ต้อง​รอ​ให้​ ​กกต​.​พิจารณา​ใบเหลือง​ ​ใบแดงของ​ ​เสร็จสิ้นเสียก่อน​ ​แต่ที่มีการประกาศว่า​จะ​ร่วม​กับ​พรรคพลังประชาชน​แล้ว​ ​ก็ถอนตัวออกมา​ได้​ ​ไม่​ถือว่า​เป็น​การเสียหน้า​
"สมมุติว่า​ถ้า​เขา​แถลงรัฐบาลร่วม​กัน​ ​ตัวเลขเปลี่ยนไป​ ​แต่วัน​เข้า​สภา​ผู้​แทนราษฏร​ ​ยัง​มีสถานการณ์​เปลี่ยนแปลง​ได้​อีก​ ​เชื่อเถอะการเมืองตอนนี้​เปลี่ยนไปมาก​ ​วันนี้ผมภาวนาอย่างเดียวว่า​ให้​บ้านเมืองเรียบร้อย​ ​เพราะ​สิ่งที่กลัวคือว่าบ้านเมือง​จะ​ไป​ไกล​ ​ผม​ถึง​ไม่​ตื่นเต้นอะ​ไร​ ​ยัง​นั่งฟัง​ได้​ทุกวัน​ ​เหมือนดูละครสนุก​ ​ออกมา​แต่ละฉาก​ ​โศกสลด​ ​เช้า​ด่า​เย็นส่งเทียบเชิญ" ​นายสุ​เทพ​ ​กล่าว​
​ถามย้ำ​ถึง​การแจกใบเหลือง​-​ใบแดงของ​ ​กกต​. ​มีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาล​ ​นายสุ​เทพ​ ​กล่าวว่า​ ​ตนเชื่อว่ามีผล​ ​หากสมมุติว่าพรรคพลังประชาชนโดนใบแดงสัก​ 60 ​ใบ​ ​อาจ​จะ​เหลือ​ 160 ​ที่นั่ง​ ​ก็สู่สี​กับ​พรรคประชาธิปัตย์​ ​พรรคการเมืองที่​จะ​มาร่วมรัฐบาล​จะ​มาร่วม​กับ​พรรคพลังประชาชน​หรือ​ไม่​ ​ผม​ไม่​ได้​สมมุติอย่างเลื่อนลอย​ ​แต่​เห็นว่า​เขา​ทำ​ความ​ผิดมากจริงๆ​ ​และ​ทำ​ความ​ผิด​โดย​ไม่​คิดว่าวันหนึ่ง​จะ​ถูกจับ​
​ผู้​สื่อข่าวถาม​ถึง​กรณีที่มีกระ​แสการกดดันการทำ​งานของ​ ​กกต​. ​นายสุ​เทพ​ ​กล่าวว่า​ ​กกต​.​ชุด​ใหญ่​จะ​ทำ​งานยากพอสมควร​ ​เพราะ​กลุ่มอำ​นาจเก่า​ยัง​มีอิทธิพลมาก​ใน​ระดับล่าง​ ​ซึ่ง​อาจ​จะ​ทำ​ให้​การทำ​งานของกกต​. ​เป็น​ไปอย่างล่าช้า​ ​ทั้ง​นี้ตน​ได้​รับรายงานว่าขณะนี้มี​ความ​พยายามว่าจ้างประชาชน​ใน​ต่างจังหวัด​ให้​มาล้อม​ ​กดดันการทำ​งานของ​ ​กกต​. ​อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการกดดันต่างๆ​ ​จะ​ไม่​ทำ​ให้​ ​กกต​. ​หวั่นไหว​
​เมื่อถาม​ถึง​กรณีที่นายยงยุทธ​ ​ติยะ​ไพรัช​ ​ว่าที่​ ​ส​.​ส​.​เขต​3 ​จ​.​เชียงราย​ ​พรรคพลังประชาชน​ ​ไม่​เข้า​มาชี้​แจงข้อกล่าวหาต่อ​ ​กกต​. ​กรณีทุจริตการเลือกตั้ง​ ​เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์​ ​กล่าวว่า​ ​ผู้​กระทำ​ความ​ผิด​จะ​ไม่​ไปชี้​แจง​หรือ​ขอเลื่อนถ่วงเวลา​ไป​ ​กกต​.​ก็คง​จะ​พิจารณา​ได้​หากปรากฎพยานหลักฐานที่ทำ​ให้​ ​กกต​.​เชื่อ​ได้​ว่า​ ​ผู้​นั้น​กระทำ​ความ​ผิดจริงก็ตัดสิน​ได้​ ​ส่วน​จะ​พิจารณา​ไป​ถึง​พรรคว่ารู้​เห็น​เป็น​ใจ​หรือ​สมคบ​กัน​หรือ​ไม่​นั้น​ ​กกต​.​จะ​ต้อง​เป็น​ผู้​พิจารณา​
​ผู้​สื่อข่าวถาม​ถึง​การคเตรียม​ความ​พร้อม​ใน​การเลือกตั้ง​ใหม่​ใน​บางพื้นที่​ ​นายสุ​เทพ​ ​กล่าวว่า​ ​หาก​ต้อง​มีการเลือกตั้ง​ใหม่​ใน​บางพื้นที่ที่ถูกใบเหลือง​หรือ​ใบแดง​ ​พรรค​ได้​มีการเตรียม​ความ​พร้อม​ไว้​แล้ว​ ​ซึ่ง​ตน​ได้​บอก​กับ​ผู้​สมัครที่​ได้​คะ​แนน​เป็น​อันดับ​ 2 ​ให้​เตรียม​ความ​พร้อม​โดย​เฉพาะภาคเหนือ​ ​ภาคกลาง​ ​ทั้ง​นี้ก็​จะ​มีการสั่งการ​เป็น​รายบุคคลไป​ ​โดย​ให้​ว่าที่ส​.​ส​.​เข้า​ไป​ช่วย​ใน​การรณรงค์หา​เสียง​ด้วย

จาก hi-thaksin.org 30/12/07

เรียนชี้​แจง​...​กรณีที่​เพื่อนๆ​กังวลใจเรื่อง​ ​ใบเหลือง​ -​ใบแดง​..

ข้อความต่อไปนี้ คัดลอดจาก กระทู้ความเห็นใน www.pantip.com
โดยคุณ นางฟ้ามหาโหด ซึ่งเป็นผู้ให้ข้อมูลเชิงลึก และวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองได้แม่นยำ
คาดว่าน่าจะเป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องใน พรรค พปช.
ดังนี้
================================

ที่ดิชั้น​ ​ได้​ขออนุญาต​ ​ลา​เพื่อนๆ​ (ชั่วคราว) ​ไป​แล้ว​.​นั้น​..

แต่​เห็นพี่ๆ​ ​เพื่อน​ ​เป็น​กังวล​ ​ต่อกรณี​ ​ใบแดง​ ​ที่​เพิ่งออกมา​เมื่อวานนี้​ ​ให้​กับ​ว่าที่​ ​สส​ ​พลังประชาชน​ (แบบมีพิรุธ)
และ​ทำ​ให้​เกิดการกังวลใจ​ ​กัน​เป็น​อย่างมากว่า​ ..

ว่าที่​ ​สส​ ​พลังประชาชน​ ​อาจ​จะ​โดนกลั่นแกล้ง​ ​ใน​ลักษณะนี้​ ​ตามมาอีก​เป็น​จำ​นวนมาก​ ​นั้น​....


ขอเรียน​ให้​ทราบว่า​...



.... ​ถ้า​ ​กกต​ ​(​ซึ่ง​ก้อรู้​กัน​ดีว่า​ใคร) ​พยายามที่​จะ​ให้​ ​ใบแดง​ ​แบบ​ไม่​เป็น​ธรรม​( ​ตามแผน​ 4 ​ขั้น​ ​ของ​ ​คมช) ​ใน​ลักษณะ​ ​ของ​ ​บุรีรัมย์​ ​เช่นนี้อีก​....

ก้อ​ไม่​ต้อง​กังวลค่ะ​.....​ทางพลังประชาชน​ ​ได้​รับทราบ​ ​เรื่องนี้มานาน​ ​ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง​แล้ว​...​ว่า​ ​สส​ ​อีสาน​ ​จะ​โดนแบบนี้​...


มองภาพตามนี้นะคะ​...​คือ​ ​สส​ ​ทางอีสานเนี่ย​...​อันดับ​ ​ที่​แข่งไล่ๆ​ ​ตาม​กัน​มา​ ​เป็น​ ​สส​ ​ระหว่าง​ ​สส​ ​ของพรรคพลังประชาชน​ ​และ​ ​สส​ ​ของพรรคเพื่อแผ่นดิน​ ​ซะ​เป็น​ส่วน​ใหญ่​...( ​ตามมา​ ​ก้อ​เป็น​ ​ของรวมใจไทยชาติพัฒนา​ - ​มัชฌิมา​....)

ส่วน​ ​สส​ ​ที่​เป็น​ ​ของประชาธิปัตย์​ ​ได้​คะ​แนน​ใน​แต่ละ​แห่ง​ ​มาน้อย​...


และ​ ​การโดนใบแดง​ ​นั้น​....​จริง​อยู่​ที่​..​ว่าที่​ ​สส​ ​ของ​ ​พรรคที่​โดน​ ​ใบแดง​ ​จะ​ถูกตัดสิทธิ์​ ​ไม่​ให้​เข้า​มาลงเลือกตั้ง​ใหม่​

ดัง​นั้น​ ​จึง​จะ​เป็น​ ​การแข่ง​กัน​ต่อสู้​กัน​ ​ของว่าที่​ ​สส​ ​พรรค​ ​เพื่อแผ่นดิน​ - ​รวมใจไทยชาติพัฒนา​ -​มัชฌิมา​ - ​ชาติ​ไทย​ - ​ประชาธิปัตย์​...

และ​อย่างที่​เคยเรียน​ให้​ทราบว่า​ ​บรรดาอดีต​ ​สส​ ​ไทยรักไทย​ ​ที่ออกไป​ ​แล้ว​ไป​อยู่​กับ​ ​พรรคต่างๆ​ ​เหล่านี้​ ​นั้น​...
ตอนนี้​ ​เค้ารวม​กัน​ติดหมด​แล้ว​.....

ใน​ใจแทบทุกคน​ ​ถ้า​ตอนนี้​ ​ย้ายพรรค​ได้​ ​ย้ายมา​แล้ว​.
(ยกเว้น​ ​คนที่ตั้งใจทรยศพรรค​ ​ตั้งแต่​แรก​ ​ซึ่ง​ก้อมี​อยู่​ประมาณ​ 4-5 ​คน)..
แต่การย้ายพรรค​ ​ยัง​ทำ​ไม่​ได้​ ​จนกว่า​จะ​มีการรับรอง​ ​สส​ ​อย่าง​เป็น​ทางการ

สส​ (ที่​ได้​ออกไป​จาก​ ​ไทยรักไทย​ ​ตอนถูกยุบพรรค​ )​เหล่านี้​นั้น​....​เค้าออกไป​ ​เพราะ​เห็นว่า​ ​พรรคถูกยุบ​ ​คุณทักษิณเอง​ ​ใน​ตอน​นั้น​ ​ก้อ​ไม่​ได้​แสดงท่าทีว่า​ ​จะ​สู้ต่อ​ ​ด้วย​ซ้ำ​...


มันเหมือนเรือแตก​ ...​ที่​ ​กัปตัน​ ​ก้อถูกจับมัด​ ​โยนทะ​เลไป​....
มองไป​แล้ว​ ​หาอนาคต​ไม่​มี​....

จะ​ไปว่าพวกเค้า​ ​ไม่​มีอุดมการณ์​ ​ก้อ​ ​ไม่​ถูกนัก​ ....​เพราะ​ ​อย่างที่บอก​ ​คุณทักษิณเอง​ ​ก้อ​ ​แสดงท่าที​ ​ไม่​แน่นอนว่า​จะ​สู้ต่อ​ ​หรือ​ไม่​อย่างไร​ ​ใน​ตอน​นั้น​...
(ตอน​นั้น​ ​คุณทักษิณ​ ​ก้อกำ​ลัง​ hurt ​ขนาดหนัก​....​จาก​คน​ใกล้​ชิด​ ​ที่​ให้​ใจไปเกิน​ 100)


หลัง​จาก​นั้น​ ​ก้อมีการตั้งพรรคพลังประชาชนขึ้น​...​จนการเลือกตั้งผ่านไป​...​และ​ ​พรรคพลังประชาชน​ ​ที่​เพิ่งตั้งขี้นมา​เพียง​6 ​เดือน​ ​และ​ ​เป็น​พรรคที่​โดนโจมตี​ ​ใส่​ร้าย​ ​จาก​ ​การประชาสัมพันธ์ของค่าย​ ​คมช​ ​มาตลอด​....

กลับ​ได้​รับ​ ​การต้อนรับ​จาก​ ​ชาวอีสาน​ ​ถล่มทลาย

ไม่​มี​ใครรู้กระ​แส​ความ​นิยม​ ​ใน​ตัว​ ​คุณทักษิณ​ ​ว่า​ ​มากมายขนาดไหน​ได้​ดี​ไปกว่า​ ​สส​ ​เหล่านี้​....


ตอนนี้​ ​สส​ ​เหล่านี้​...​เค้า​ไม่​ได้​รู้สึก​ ​ไม่​มีอนาคต​ ​แบบเมื่อก่อน​....​เค้ารู้ดี​...​ว่า​ ​ต่อ​ให้​ ​แจกใบเหลือง​ -​ใบแดง​ ​อีกสัก​ 100 ​ใบ​....​ประชาชนอีสาน​ ​ก้อ​ ​ไม่​เลือกพรรคประชาธิปัตย์​ ​และ​ ​ไม่​เลือกพรรคที่​แสดงท่าที​อยู่​ตรงข้าม​ ​กับ​ ​ฝ่ายคุณทักษิณ​...

ดัง​นั้น​....​ถ้า​ ​พลังประชาชน​ ​โดนใบแดง​ 60 ​ใบ​ (อย่างที่คนหน้าดำ​ ​บางคนพูด)...
สส​ ​ที่​จะ​ได้​กลับ​เข้า​มา​ ​ก้อ​ ​ไม่​ใช่​ ​สส​ ​พรรคประชาธิปัตย์​ ​อยู่​ดี​...
แต่​ ​จะ​เป็น​ ​สส​ ​เพื่อแผ่นดิน​ - ​ชาติ​ไทยรวมใจพัฒนา​ ​และ​ ​อื่นๆ​....​ซึ่ง​ ​ก้อคือ​ ​สส​ ​อดีตลูกหม้อ​ ​ไทยรักไทย​ ​นั่นเอง​...


และ​ ​ก้อ​ไม่​ต้อง​กังวล​ ​นะคะ​...​ว่า​ ​ถ้า​เป็น​ ​เช่นนี้​ ​สส​ ​ใน​ ​เพื่อแผ่นดิน​ ​ก้อ​ ​จะ​มากขึ้น​...
และ​ ​นายสุรเกียรติ​ ​จะ​นำ​พรรคไป​เข้า​กับ​ขั้ว​ ​ประชาธิปัตย์​...


บอก​ได้​เลยว่า​....​ไม่​เป็น​เช่น​นั้น​ ​แน่นอนค่ะ​....
เพราะ​ ​นายสุรเกียรติ​ ​หรือ​ ​แม้​แต่นายวัฒนา​ ​คุมเสียง​ ​สส​ ​สายอีสาน​ ​ไม่​ได้​แล้ว​...

ถ้า​ยัง​ขืน​ ​แสดงท่าที​ ​ฝักใฝ่​ ​ฝ่ายประชาธิปัตย์​ ...
หลังวันที่​ 13 ​ที่​เลือกตั้งซ่อมเสร็จ​ ​และ​ ​กกต​ ​ประกาศรับรองผล​......​จะ​ได้​เห็นการ​ ​ย้ายพรรค​ ​แน่นอน​...
( ​เพราะ​สส​ ​เหล่านี้​...​มองข้ามช๊อต​ ​ไป​ถึง​ ​การเลือกตั้ง​ ​ใน​ครั้งหน้า​ด้วย)

อีกกรณีนึงคือ​...​ถ้า​ยัง​ติดปัญหา​ ​เรื่อง​ ​เงื่อนไข​ ​ด้านเวลา​ ​ที่ทำ​ให้​ ​การย้ายพรรค​ ​ยัง​ไม่​สามารถ​ทำ​ได้​...


เราก้อ​ ​จะ​ได้​เห็น​ ​การที่​ ​สส​ ​สายอีสาน​ (อดีตลูกหม้อ​ ​ไทยรักไทย) ​ที่กระจาย​อยู่​ ​ตามพรรคต่างๆ​....
ยกมือ​ ​โหวต​ให้​ ​คุณ​ ​สมัคร​ ​สุนทรเวช​ ​เป็น​ ​นายกรัฐมนตรี​...

เพราะ​ ​ตาม​ ​รธน​. 50 ​นี้​....​มีมาตรา​เด็ด​ ​ที่​ ​คนฟันข๊าวขาว​ ​ตั้งใจ​ ​และ​ ​หวัง​ไว้​ว่า​ ​จะ​เอา​ไว้​ปราบ​ ​พรรคพลังประชาชน​...​แต่กลับกลายมา​เป็น​ ​กุญแจ​ ​ดอกสำ​คัญ​ ​ที่ทำ​ให้​ ​พรรคพลังประชาชน​ ​แก้ปัญหา​ได้​ใน​ทุกเรื่อง​...​และ​ ​ทำ​ให้​สามารถ​ ​ตั้งรัฐบาลสำ​เร็จ​....

นั่นก้อคือ​...." ​การฟรี​โหวต" ( ​ที่​ ​สส​ ​มีอิสระ​เต็มที่​ ​ใน​การ​ ​จะ​ออกเสียงแบบ​ใด​ ​ก้อ​ได้​ ​ไม่​ต้อง​ปกฏิบัติ​ ​ตาม​ ​มติพรรคนั่นเอง​...)


ดัง​นั้น​...​ขอ​ให้​เพื่อนๆ​ ​พี่ๆ​ ​ทุกท่าน​ ​โปรดสบายใจ​ได้​..
การที่​ ​พลังประชาชน​ ​โดนกลั่นแกล้ง​ ​เรื่อง​ ​ใบแดง​ ​เช่นนี้​ ​ไม่​ได้​ทำ​ให้​ ​เรา​ไม่​สามารถ​ ​จัดตั้งรัฐบาล​ได้​...
เราจัดตั้ง​ได้​แน่นอน​ ​เพียง​ ​แต่​ ​อาจมี​ความ​ยุ่งยาก​ ​ขึ้นบ้าง​เท่า​นั้น​...


เรื่อง​ทั้ง​หมด​ ​ที่​ ​คนเหล่านี้​ ​พยายาม​นั้น​...​ก้อทำ​ได้​แค่​ ​การกวนน้ำ​ ​ให้​ ​ขุ่น​.....​คอยแหย่​ ​คอยยุ​ ​พรรค​อื่นๆ​ ​หวัง​จะ​ทำ​ให้​ขาด​ความ​เชื่อมั่น​เท่า​นั้น​...

แต่​ ​ไม่​สำ​เร็จหรอกค่ะ​....

ขอ​ให้​พี่ๆ​ ​เพื่อนๆ​ ​ทุกคน​....​ไม่​ต้อง​เป็น​กังวลใจ​ ​ไม่​ต้อง​ไปเต้นตามเกม​ ​ของเค้า​...​อย่างที่​เคยบอก​ไว้​....​ว่านี้​เป็น​แค่การดิ้นเฮือกสุดท้าย​ ​ของ​ ​ประชาธิปัตย์​ ​แอน​ ​เดอะ​ ​แกงค์​ ​แค่​นั้น​....

ขอ​ให้​พี่ๆ​ ​เพื่อนๆ​ ​ทุกคน​ ​มี​ความ​สุข​ ​กับ​ ​ปี​ใหม่​ 2551 ​ค่ะ​....

แก้ไขเมื่อ 31 ธค. 50

========

ที่มา pantip 31/12/50

โพลชี้​‘​ทักษิณ​'​นักการเมืองที่ปชช​.​ชอบมากที่สุด


​เมื่อวันที่​ 30 ​ธันวาคม​ ​มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต​ (มสด​.) ​เปิดเผยสำ​รวจ​ความ​คิดเห็นประชาชน​ ​กรณี​ "ที่สุดแห่งปี​ 2550" ​ใน​กลุ่มตัวอย่าง​ 8,367 ​คน​ ​ทุกสาขาอาชีพ​ ​ระหว่างวันที่​ 10-30 ​ธันวาคม​ ​พบว่า​ ​ความ​หวัง​ใน​ปีหน้าที่ประชาชนอยาก​ให้​ประ​เทศไทย​เป็น​ ​อันดับ​ 1 ​ร้อยละ​ 49.36 ​คือประ​เทศไทยมี​ความ​สงบสุข​ ​ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาค​ใต้​สงบ​ ​รองลงมาร้อยละ​ 30.45 ​คือเศรษฐกิจ​ใน​ประ​เทศดีขึ้น​ ​และ​อันดับ​ 3 ​ร้อยละ​ 20.19 ​มี​ผู้​นำ​ประ​เทศที่ดี​ ​มีรัฐบาลที่ดี​ ​ส่วน​เหตุการณ์ที่ทำ​ให้​ประชาชนมี​ความ​สุขมากที่สุด​ ​คือพระบาทสมเด็จพระ​เจ้า​อยู่​หัวทรงหาย​จาก​พระอาการประชวร​ ​คิด​เป็น​ร้อยละ​ 71.12 ​รองลงมาร้อยละ​ 20.89 ​มีการเลือกตั้ง​เข้า​สู่ระบอบประชาธิปไตย​ ​และ​อันดับ​ 3 ​ร้อยละ​ 7.99 ​บ้านเมืองสงบสุข​

​ส่วน​นักการเมืองที่ประชาชนชื่นชอบมากที่สุด​ ​คือ​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ชินวัตร​ ​ร้อยละ​ 47.53 ​รองลงมาร้อยละ​ 43.28 ​นายอภิสิทธิ์​ ​เวชชาชีวะ​ ​และ​อันดับ​ 3 ​ร้อยละ​ 9.19 ​นายชวน​ ​หลีกภัย​ ​นักการเมืองหญิงที่ประชาชนชื่นชอบมากที่สุด​ ​คือ​ ​นางปวีณา​ ​หงสกุล​ ​ร้อยละ​ 45.95 ​รองลงมา​ ​คุณหญิงสุดารัตน์​ ​เกยุราพันธุ์​ ​และ​อันดับ​ 3 ​ร้อยละ​ 13.50 ​น​.​ส​.​จณิสตา​ ​ลิ่วเฉลิมวงศ์​ ​คิด​เป็น​ร้อยละ​ 13.50
​สำ​หรับดารา​-​นักร้องที่ประชาชนชื่นชอบมากที่สุด​ ​ยัง​คง​เป็น​ "​เบิร์ด" ​ธงไชย​ ​แมคอินไตย์​ ​นักร้องเพลงไทยสากลหญิง​ ​คือ​ ​ดา​ ​เอ็นโดรฟิน​ ​นักร้องลูกทุ่งชาย​ ​คือ​ ​ไมค์​ ​ภิรมย์พร​ ​นักร้องลูกทุ่งหญิง​ ​คือ​ ​ต่าย​ ​อรทัย​ ​ดาราชาย​ ​ได้​แก่​ "​เคน" ​ธีรเดช​ ​วงศ์พัวพันธ์​ ​ดาราหญิง​ ​คือ​ "​แพนเค้ก" ​เขมนิจ​ ​จามิกรณ์​ ​นักกีฬาชาย​ ​คือ​ ​นักฟุตบอล​ "ลีซอ" ​ธีรเทพ​ ​วิ​โนทัย​ ​นักกีฬาหญิง​ ​ได้​แก่​ ​ปลื้มจิตร์​ ​ถินขาว​ ​นักวอลเลย์บอล

จาก hi-thaksin.org 30/12/50