WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, January 2, 2008

'สดศรี'ท้าพปช.ฟ้องศาลฎีกา ขู่ยกทีมกกต.ลาออก

นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึงการทำงาน ของกกต. ที่ถูกหลายฝ่ายกดดันว่า การทำหน้าที่ของกกต.ช่วงนี้ มีการเมืองเข้ามากดดัน โดยมีการกล่าวหา ด่าว่าและโจมตี ีผ่านสื่อทางหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ ทั้งๆที่กกต.ไม่ได้ทำอะไรที่ละเมิดกฎหมาย ซึ่งในความเห็นของตน กำลังพิจารณาว่าหากถูกโจมจีมากๆแล้วกกต.ทั้ง 5 คนลาออกหมด เว้นวรรคการทำงาน ก็จะส่งผลให้ไม่มีการ ประกาศรับรองส.ส. และทุกอย่างหยุดนิ่งหมด ไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ อยากถามว่าต้องการเช่นนี้ใช่หรือไม่

'ขณะนี้กลายเป็นว่าเราต่อสู้กับพรรคพลังประชาชน ซึ่งบางคนถึงขนาดพูดว่ากกต.4 คน ออกใบเหลือง ใบแดง เป็นคนผิดเหมือนอาชญากร การพูดแบบนี้ถือว่าเป็นอันตรายต่อการทำหน้าที่กกต.ทั้งที่พิจารณาตามพยานหลักฐาน และคำตัดสินของกกต.ถือเป็นที่ยุติ ทั้งนี้ พรรคพลังประชาชนหรือใครที่สงสัยการทำหน้าที่ของกกต.4 คน ว่าไม่ถูกต้องก็ควรยื่นเรื่องฟ้องศาลฎีกาในช่วงนี้ได้ทันที เพื่อให้ศาลสั่งระงับการทำหน้าที่ของกกต.ชั่วคราว ไม่ใช่มาด่ากกต.ผ่านสื่อ' นางสดศรี กล่าว

นางสดศรี กล่าวต่อว่า หากศาลฎีการับคำร้องไว้พิจารณามีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ให้ระงับการประกาศรับรอง ผลเลือกตั้งส.ส. ซึ่งศาลจะได้มีคำสั่งไปในคราวเดียวกันกับที่นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ผู้สมัครส.ส.บุรีรัมย์ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ร้องศาลฎีกาให้สั่งเพิกถอนการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งของผู้สมัครพรรคพลังประชาชน และไม่ให้กกต.ประกาศรับรองผลทั่วประเทศ ดังนั้น ทางกกต.ก็หยุดชะงักการพิจารณาสำนวนคดีและคำร้องที่ค้างไว้ ตอนนี้อยากให้ทุกคนที่ไม่พอใจการทำหน้าที่ของกกต.มายื่นฟ้องศาลฎีกาอะไรจะเกิดก็เกิดไป กกต.ยอมรับได้ทุกกรณีหากศาลมีคำสั่งออกมาว่าอย่างไรก็พร้อมจะปฏิบัติตาม

นางสดศรี ยังกล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่พรรคพลังประชาชนอาจจะได้ใบแดง60 ใบ ว่า กกต.ทำหน้าที่ตามระเบียบ กฏเกณฑ์ ไม่ใช่มีหน้าที่ออกหวยหรือเบอร์ ตามที่ใครจะกะเกณฑ์ ซึ่งไม่ทราบว่านายสุเทพ เอาข่าวมาจากไหน ตอนนี้การทำงานของกกต.เหนื่อยใจมาก หากเป็นไปได้อยากให้ศาลฎีกาวินิจฉัยให้กกต.ระงับการปฏิบัติหน้าที่


'สนั่น' ชี้ ปชป.247 เสียง ไม่มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทย กล่าววันนี้ (1 ม.ค.) กรณีที่พรรคพลังประชาชน (พปช.) ประกาศจับขั้วกับ 3 พรรคการเมือง คือ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคมัชฌิมาธิปไตย และพรรคประชาราช จัดตั้งรัฐบาล ว่าเพิ่งเห็นการประกาศจัดตั้งรัฐบาล เมื่อวานนี้ (31 ธ.ค.) แต่ยังไม่ทราบว่าหัวหน้าพรรคชาติไทยจะตัดสินใจอย่างไร เพราะต้องรอหารือกับพรรคเพื่อแผ่นดินก่อน ส่วนโอกาสที่ชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดินจะร่วมรัฐบาลกับ พปช.ก็เป็นไปได้ เพราะขณะนี้ ถ้าพรรคชาติไทยไม่ตัดสินใจอย่างใดอย่าหนึ่งรัฐบาลก็ตั้งไม่ได้ ดังนั้นต้องดูว่าสถานการณ์ทางการเมือง

'มาถึงจุดนี้แล้วต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ในวันพรุ่งนี้ (2 ม.ค.) นี้ จะมีการหารือกันระหว่าง พรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดิน หากตกลงกันไม่ได้ก็ต่างคนต่างเดิน แต่หากตกลงกันได้ก็ไปด้วยกัน โดยการหารือในวันพรุ่งนี้ไม่ใช่การตัดสินใจครั้งสุดท้าย เพราะการตัดสินใจครั้งสุดท้าย คือ การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี จนถึงวันนี้พรรคประชาธิปัตย์และพรรคชาติไทย ยังเป็นพันธมิตรกันอยู่ หากพรรคชาติไทยตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลกับ พปช.ก็ต้องนัดกินข้าวร่วมกัน เพื่ออธิบายให้เข้าใจถึงความจำเป็น ถ้าพรรคชาติไทยเป็นรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ก็อภิปรายไม่ไว้วางใจได้ แล้วมีช้อนเงินช้อนทองภาคต่อไป' ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทย กล่าว

พล.ต.สนั่น กล่าวว่า การที่พรรคพลังประชาชนประกาศจับมือ 3 พรรคก็ต้องถือโอกาสนี้ว่า สามารถจัดตั้ง รัฐบาลได้ ก็ต้องออกมาจัดตั้งอย่างนี้ก่อน แต่ในข้อเท็จจริง เป็นไปไม่ได้ ที่ 254 เสียงจะจัดตั้งรัฐบาลได้ ส่วนกรณีที่พรรคชาติไทยเคยระบุจะไม่เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน ถ้าไปร่วมจัดตั้งรัฐบาล จะมีคำตอบให้สังคมอย่างไรนั้น ชาติไทยไม่สามารถที่จะไปจัดตั้งรัฐบาลทางไหนได้ พรรคฯ ต้องดูความต้องการประชาชนว่า เป็นอย่างไร ตั้งรัฐบาลไม่ได้ธุรกิจต่างๆ เศรษฐกิจต่างๆ ก็จบ เลือกตั้งทั้งที่ไม่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องตั้งรัฐบาลให้ได้

ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทย กล่าวถึงการตัดสินใจของพรรคชาติไทย ภายหลัง กกต.พิจารณา ใบเหลืองใบแดงว่า ได้วิเคราะห์ให้หัวหน้าพรรคชาติไทยฟังว่า เป็นไปไม่ได้ที่พรรคเดียวจะโดนใบแดง 20-30 ใบ นอกจากจะโดนคดีซีดี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แล้วยุบพรรคไปเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เมื่อจะไปบอกว่าได้ใบเหลืองใบแดงเฉพาะพรรคพลังประชาชน ไม่น่าเป็นไปได้ คงต้องมาวิเคราะห์แล้ว ดูว่าความเป็นจริงเป็นอย่างไร แต่หากเกิดปัญหาโดนใบแดง 30-40 ใบจริงสถานการณ ์ก็เปลี่ยนไปอีก คือ ไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้เหมือนกัน

พล.ต.สนั่น กล่าวอีกว่า ส่วนความเป็นไปได้กรณี 3 พรรคเล็กจะร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดินจัดตั้งรัฐบาลก็ตั้งไม่ได้ แม้ว่าเสียงรวมกันทั้งหมดได้เพียง 247 เสียง ถ้าตั้งได้ก็ตั้งแบบเล่นๆ แล้วก็ล่ม ทางพรรคพลังประชาชนก็เหมือนกัน 254 เสียงโดนใบแดงไป 3 ใบเหลือ 251 เสียงก็ตั้งไม่ได้ ตั้งเล่นๆ เหมือนกัน แล้วก็ล่ม ส่วนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ยังมั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์จะตั้งรัฐบาลได้นั้น เพราะเขาคงคิดว่าจะมีว่าที่ ส.ส.หลายคนคงจะโดนใบเหลืองใบแดง

'การเลือกนายกรัฐมนตรีในวันประชุมสภาผู้แทนราษฎร โอกาสที่สถานการณ์อาจจะพลิกนั้น ต้องไปถามพรรคพลังประชาชน ว่าจะทำอย่างไรในการคุมเสียง โดยวันนั้นจะเป็นวันที่น่าจับตามอง เนื่องจากไม่สามารถใช้มติพรรคควบคุม ส.ส.ของตัวเองได้ ถ้าลูกพรรคพลังประชาชนมาเทคะแนนให้อีกฝ่ายหนึ่งก็ยุ่ง ส่วนจะซ้ำรอยตำนานงูเห่าหรือไม่นั้นก็เกิดได้ ถ้าในอดีต ส.ส.ต้องฟังมติพรรคไม่อย่างนั้นจะถูกขับออก แต่ตอนนี้ ส.ส.มีอิสระจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้ ถือว่าไม่มีความผิด งูเห่าก็เกิดขึ้นได้เสมอ' ประธานที่ปรึกษา พรรคชาติไทย กล่าว

พล.ต.สนั่น กล่าวถึงกรณี นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ระบุมือที่มองไม่เห็น พยายามสกัดกั้นไม่ให้พรรคพลังประชาชน จัดตั้งรัฐบาล ว่า พรรคชาติไทยจะหารือประเด็นนี้ในที่ประชุมกรรมการบริหาร พรรคชาติไทย แต่เงื่อนไขทั้ง 5 ข้อ พรรคพลังประชาชนพร้อมอยู่แล้ว และเรื่องมือที่มองไม่เห็น ตนไม่ทราบว่า หมายความว่าอะไร ตามไม่ทัน มือใครก็ไม่รู้ ส่วนการทำงานของ กกต.ตัดสินตามพยานหลักฐาน ใครจะไปแทรกแซง กกต.คงลำบาก เพราะ กกต.แต่ละคนมาจากศาล และมาจากอัยการสูงสุด เชื่อว่า 5 เสือกกต.เป็นผู้มีคุณธรรม

‘ทักษิณ'ให้สัมภาษณ์ผ่าน‘TITV'ยันเลิกเล่นการเมือง-กลับไทย เม.ย.นี้

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ในรายการ ตัวจริงชัดเจน"ทางสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี หลังทราบผลการเลือกตั้ง และเป็นครั้งแรกในรอบ 15 เดือน ระบุว่า จะวางมือทางการเมือง 100 เปอร์เซ็นต์ และจะคอยให้คำปรึกษาในฐานะผู้มีประสบการณ์เท่านั้น และจะกลับประเทศไทยในช่วงสงกรานต์ เพื่อต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม และเมื่อเดินทางกลับมาแล้วจะเข้าพบและทำความเข้าใจกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เพื่อความสมานฉันท์ของบ้านเมือง

พ.ต.ท.ทักษิณ ยังเห็นว่ารัฐบาลใหม่จะต้องบริหารทั้งการเมือง และบริหารประเทศควบคู่กันไป ซึ่งนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะพรรคพลังประชาชนชนะการเลือกตั้ง ได้จำนวน ส.ส.มากที่สุด แม้จะถูกวิจารณ์ว่าเป็นคนโผงผาง ดุดัน ไม่ฟังใครก็ตาม ซึ่งก็เป็นเพียงยุทธศาสตร์ในการหาเสียง แต่เชื่อว่านายสมัคร จะปรับตัวได้ และยืนยันว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ไม่เหมาะสมจะรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเสียงสนับสนุนน้อย


จาก hi-thaksin

Tuesday, January 1, 2008

เอกสารลับ Return

การตัดสินเรื่องเอกสารลับ คมช. เสร็จสิ้นไปแล้วหลายวัน


ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติยกคำร้อง


ด้วยเหตุผลว่า คมช. มี ม.309 คุ้มครองอยู่บ้าง หรือยังไม่พบว่ามีการกระทำความผิด ไม่มีการดำเนินการต่อเนื่องตามคำสั่ง เพราะไม่มีการตั้งเบิกงบประมาณบ้าง


ถ้าสรุปความประสาชาวบ้าน ก็แปลความได้ว่า เนื้อหาสาระของเอกสารลับดังกล่าวนั้น เป็นการสั่งการให้กระทำในสิ่งที่ผิดต่อกฎหมายเลือกตั้ง และขัดขวางระบอบประชาธิปไตยจริง


แต่เนื่องจากว่าสั่งการไปแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการลงมือทำ


แถมยังมีการ แอบ ไปสั่ง ยกเลิก คำสั่ง ด้วยวาจากันไปเป็นที่เรียบร้อย ก็เลยไม่สามารถเอาความได้


คำตัดสินของ กกต. ในครั้งนั้น เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งใหญ่ทั่วประเทศเพียงไม่กี่วัน


จนชวนให้เกิดความกังวลใจว่าจะเกิด วิกฤติศรัทธา ขึ้นกับ กกต.


เพราะท่าทีของ กกต. ที่เสมือนอุ้ม คมช. ให้พ้นความรับผิดชอบจากกรณีเอกสารลับดังกล่าวอย่างชัดแจ้งนั้น ชวนให้เคลือบแคลงใจถึงความโปร่งใส เที่ยงธรรม


และที่สำคัญ ทำให้ไม่แน่ใจว่า กกต. จะสามารถทัดทานต่ออำนาจต่างๆ ที่จะเข้ามาแทรกแซงได้หรือไม่


เชื่อว่าแม้การเลือกตั้งจะผ่านพ้นไปแล้ว


และแม้ว่าการเลือกตั้งในหลายพื้นที่จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หรือจะมีปัญหาชวนให้เกิดข้อกังวลสงสัยบ้าง ก็เพียงในบางพื้นที่


แต่ความต่อเนื่องจากกรณีเอกสารลับต่อมาถึงการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า แน่นอนว่ายังมีประชาชนอีกจำนวนไม่น้อย ที่ยัง ไม่มั่นใจ ในการทำงานของ กกต.


โดยเฉพาะในห้วงของการแจกใบเหลือง-ใบแดง


ที่ก่อนหน้านั้น สดศรี สัตยธรรม หนึ่งใน กกต. ออกมาพูดเสมือนว่าจ้องจะแจกใบแดงให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้


ยิ่งมีข่าวลือว่าจะมีการ จงใจ แจกใบเหลือง-ใบแดง ให้บางพรรคการเมืองมากเป็นพิเศษ เพื่อสกัดกั้นการจัดตั้งรัฐบาล ประชาชนก็ยิ่งจับตามองกันมากยิ่งขึ้น


เพราะข่าวลือที่ว่ายังไปสอดรับกับกรณีที่ ว่าที่ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคพลังประชาชน ที่ติดโผร้องเรียน ได้ออกมาแฉว่าถูกใส่ความ


โดยระบุว่ามีการดำเนินการใส่ร้ายกันอย่างเป็นกระบวนการ มีการว่าจ้างชาวบ้านไปให้ความเท็จต่อ กกต. เพื่อให้ใส่ร้ายผู้สมัคร


โชคยังดีที่ชาวบ้านเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง จึงนำเรื่องมาบอกกับผู้ใหญ่บ้าน และแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ทั้งยังพร้อมจะเป็นพยานให้กับผู้เสียหาย


และที่สำคัญ กระบวนการดังกล่าวเกี่ยวเนื่องกับคนใกล้ชิด กกต. มีตัวละครในเนื้อเรื่องที่เป็นคนของภาครัฐ ที่ชวนให้เชื่อได้ว่าเป็นการใช้อำนาจรัฐเพื่อทำลายพรรคการเมืองบางพรรค


ซึ่งยังไม่นับรวมถึงการส่งกำลังตำรวจ-ทหาร อาวุธสงครามครบมือ ตั้งด่านสกัดหน้าบ้าน เนวิน ชิดชอบ พร้อมกับข้อกล่าวหาที่พูดจากันเป็นการภายในว่า เป็นที่มั่นสำคัญของพลังประชาชน


ส่วนอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน


เพราะนอกจากจะสะท้อนชัดถึงการ ใช้อำนาจรัฐ เข้าแทรกแซงการเลือกตั้งแล้ว ยังทำให้หวนนึกย้อนกลับไปถึง เอกสารลับ คมช. นึกย้อนไปถึงคำตัดสินของ กกต.


กรณีดังที่ว่าเกิดขึ้นในค่ายทหาร ร.1 พัน 3 ใจกลางกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ที่ผ่านมา ก่อนหน้าการหย่อนบัตรเลือกตั้งเพียง 3 วัน


เป็นการพูดของนายทหารยศพันโท ต่อกำลังพลนับพันนาย ปรากฏเป็นข้อความ ชี้นำ ทางการเมือง


อย่างเช่น ท่อนหนึ่งมีการเอ่ยชื่อพรรคการเมือง และหมายเลขของผู้สมัครอย่างชัดแจ้ง


ผู้การท่านบอกนะครับว่า พันสามเนี่ย เราซื้อไม่ได้ แต่ใครให้ตังค์เรารับ แต่ว่าเราจะเลือกตามใคร เลือกตามใครครับ? ตามผมนะ เลือกตามผม เพราะถ้ารักผม หรือว่าบางคนอาจจะไม่รัก หรือถ้าไม่รักก็เอ็นดูเอ้า คือถ้าเห็นว่าเราไปกันได้ ก็ประชาธิปัตย์ 4 5 6 ทั้งพรรคทั้งคน


การกล่าวต่อกำลังพลของนายทหารคนนี้ ล้วนมีแต่ประเด็นทางการเมือง


บางช่วงเป็นการวิพากษ์พรรคการเมืองบางพรรค ที่เป็นคู่แข่งของพรรคประชาธิปัตย์


บางช่วงมีการบอกต่อกำลังพลว่า หากไปเลือกพรรคการเมืองดังกล่าว จะมีสิ่งที่ตอบแทนกลับมายังกองทัพ


หรือบางช่วงก็ย้ำความเป็นทหารที่จะต้องทำตามที่ นายสั่ง


แต่อย่างไรก็ตาม ทุกช่วงจังหวะก็จะย้ำหมายเลขผู้สมัครทั้ง 3 คน พร้อมด้วยหมายเลข 4 ของพรรคประชาธิปัตย์ อย่างต่อเนื่อง


เรื่องที่เกิดขึ้นถูกบันทึกเอาไว้ด้วยผู้ที่ปรารถนาดี และปรารถนาที่จะเห็นการเลือกตั้งที่ดำเนินไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม


และเรื่องดังกล่าวก็ได้มีการร้องเรียนไปถึง กกต. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


เพื่อเข้าสู่กระบวนการดำเนินการกับ นายทหาร คนดังกล่าว


เพื่อดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดกับผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ เขต 1 ที่ได้รับประโยชน์จากเรื่องดังกล่าว


ไม่ว่าจะเป็น ม.ล.อภิมงคล โสณกุล อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ หรือ เจิมมาศ จึงเลิศศิริ


ที่สำคัญเพื่อที่จะได้ เตือนสติ กกต. ให้ได้ย้อนคิดถึงคำตัดสินกรณีเอกสารลับ คมช.


ที่เคย ยกคำร้อง ด้วยเหตุผลว่าไม่ได้มีการกระทำความผิดต่อเนื่อง


แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเช่นนี้ ที่สอดรับกับเนื้อหาในเอกสารลับ ที่ระบุว่าให้มีการ ชี้นำแกมบังคับ กำลังพลและครอบครัว ตลอดจนชุมชนรอบหน่วยทหาร


จะถือว่าเป็นการดำเนินการที่เกี่ยวเนื่อง ต่อเนื่องกันหรือไม่ อย่างไร


ยังรวมไปถึงโครงการ ประชาธิปไตยสีขาว ที่มีการลงไปให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้งในหลายพื้นที่


มีวิทยากรคนสำคัญอย่าง ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล และ ดร.เสรี วงษ์มณฑา


ที่มีการบรรยายถึงการเลือกข้าง บรรยายว่าทำอย่างไรไม่ให้พรรคพลังประชาชนชนะการเลือกตั้ง และอีกหลายเรื่องราวที่สะท้อนชัดถึงความไม่เป็นกลาง


ทั้งยังไปคล้ายคลึงกับเนื้อหาในอีกบางส่วนของเอกสารลับ ที่จัดให้มีการบรรยายให้ความรู้ประชาธิปไตย ระบุว่า ต้องการวิทยากรที่ เร้าใจ และมีการระบุชื่อ ม.ล.ปนัดดา


มีการระบุชื่อพรรคการเมืองบางพรรค และมีการใช้คำว่า ข้าศึก และ การรบ กับพรรคการเมืองดังกล่าว และกิจกรรมตามคำสั่ง


เหล่านี้ กกต. จะทำเฉย แสร้งเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เพราะได้ ทำหน้าที่ ตัดสินไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วหรือเปล่า


หรือจะตอบสังคมให้หาย ข้องใจ กันอีกสักที ว่าสิ่งที่ยังเกิดขึ้นเหล่านี้ เกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกับเอกสารลับ คมช. อย่างไร


หากเป็นเรื่องที่มีความเชื่อมโยงกัน กกต. จะดำเนินการอย่างไรต่อไป ให้เกิดความถูกต้องชอบธรรม ให้สมเกียรติและศักดิ์ศรี


หรือหากจะบอกว่าไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น กกต. จะมีเหตุผลอย่างไรที่จะมาบอกกล่าวให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นตามนั้นได้อย่างสนิทใจ และไว้วางใจในความเที่ยงธรรมของ กกต. ต่อไป


ในเมื่อ กกต. ยังจะต้องทำงานที่มีความสำคัญต่อบ้านเมืองต่อไป


โดยเฉพาะเป็นงานที่ประชาชนจะต้องมั่นอกมั่นใจถึงความโปร่งใสในการทำงาน เพราะหากเพียงเกิดข้อสงสัยว่า กกต. มีความ เอนเอียง ปัญหาต่างๆ ก็จะตามมาอีกมากมาย


สิ่งที่เกิดขึ้น...ที่สุดแล้วไม่ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรก็ตาม


กกต. คงจะหยุดอยู่เฉยต่อไปไม่ได้อีกแล้ว...!!

ลุ้นกกต.แจกใบเหลือง-แดงบ่ายนี้

กกต.เตรียมแจกใบเหลือง-แดงต่อหลังหยุดพัก1 วัน

นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงสำนวนการร้องคัดค้านผลการเลือกตั้ง ส.ส. ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของ กกต. ว่า มีมากกว่า 300 สำนวน ไม่รวมสำนวนที่ตำรวจสันติบาลรวบรวมเสนอให้ กกต.อีกกว่า 100 สำนวน การประชุม กกต. ในวันนี้ (1 ม.ค.) จะพิจารณาสำนวนใบแดงใบเหลืองในช่วงบ่าย โดยนายประสพ บุษราคัม และนายจักรพรรดิ ไชยสาส์น ว่าที่ ส.ส. เขต 3 อุดรธานี พรรคพลังประชาชน ต้องเดินทางมาชี้แจงข้อกล่าวหาเรื่องแจกซีดี และซื้อเสียงต่อที่ประชุม กกต.ด้วย

นางสดศรี กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีสำนวนใหญ่ เช่น จับหัวคะแนนพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมเงินสดกว่า 1.3 ล้านบาท ที่ จ.เพชรบูรณ์ และกรณีการซื้อเสียงที่ จ.อุทัยธานี ก็จะนำมาพิจารณาเพื่อลงมติด้วย หลัง 7วันก่อน กกต.ได้สั่งให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่เก็บหลักฐานเพิ่มเติมและสรุปสำนวน


ปัดข่าว 'เรืองโรจน์' นัดคุย ผบ.เหล่าทัพ [1 ม.ค. 51 - 04:37]

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.ทหารสูงสุด และสมาชิก คมช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ประกาศจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับแกนนำ 3 พรรคเล็ก จะทำให้สถานการณ์บ้านเมืองจะราบรื่นหรือไม่ว่า การเมืองในระบอบประชาธิปไตยคงไม่มีอะไรราบรื่น 100% แต่ก็พอไปได้ และรัฐบาลต้องทำงานให้ดี จะทำให้สถานการณ์ต่างๆเบาลง ถ้าทำไม่ดีจะทำให้เหตุการณ์ไปกันใหญ่

ผู้สื่อข่าวถามว่า การจับขั้วของพรรคการเมืองเพื่อต่อรองตำแหน่งทางการเมืองจะส่งผลให้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายอีกหรือไม่ พล.อ.บุญสร้างตอบว่า ถ้าเล่นแบบมีคุณธรรมก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าทำไปด้วยความไม่สุจริต จะทำให้เกิดความยุ่งยากในบ้านเมือง เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่า พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ซึ่งได้รับวางการตัวเป็น รมว.กลาโหม นัดพบ ผบ.เหล่าทัพเพื่อเคลียร์ปัญหาระหว่างฝ่ายการเมืองกับทหาร พล.อ.บุญสร้างตอบว่า ไม่รู้ข่าวออกมาจากทางไหน เพราะยังไม่รู้เรื่อง และจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้นัดเจออะไรกันทั้งสิ้น

เมื่อถามว่า หลังจากจัดตั้งรัฐบาลแล้ว กองทัพยังมีความเป็นห่วงเรื่องอะไรอีกหรือไม่ พล.อ.บุญสร้างตอบว่า สถานการณ์ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะทุกฝ่ายได้บทเรียนไปต่างๆ ยืนยันว่ากองทัพพร้อมสนับสนุนรัฐบาลในการบริหารประเทศ

จาก http://www.thairath.co.th/

บุคคลในข่าว คอลัมน์ประจำวัน จากไทยรัฐ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ.....ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ.....สวัสดีปีใหม่ 2551 ประจำวันอังคารที่ 1 มกราคม 2551...


หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ.....ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ.....สวัสดีปีใหม่ 2551 ประจำวันอังคารที่ 1 มกราคม 2551............

เริ่มศักราชใหม่ ต้อนรับปีชวด จะเป็น ปีหนูติดจั่น หรือปีหนูร่าเริง หรือจะเป็น ปีหนูวุ่นวาย.......ก็อยู่ที่คนไทยในชาติจะ สามัคคีกันแค่ไหน.....ด้วยความหวังว่าประเทศไทยและคนไทย จะผ่าทางตันวิกฤติบ้านเมือง ไปได้ด้วยดี.....เลิกเสียทีที่จะมาทะเลาะกันเอง..... “อินทรีเหล็ก” อยากจะอันเชิญพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นพรอันเป็นมงคลในเทศกาลปีใหม่.....คนไทยต้องรู้รักสามัคคี ก่อนที่ประเทศชาติจะล่มจม............

ก่อนอื่น บ้านเมืองจะต้องยึด หลักเกณฑ์กติกา.....ที่เป็นธรรมและชอบธรรม.....ทุกหน่วยงานทุกสถาบัน จะต้องรู้จักภาระหน้าที่ของตัวเอง.....กลับเข้าสู่ที่ตั้ง.....ยุติเรื่อง บุญคุณความแค้นส่วนตัว.....เลิกหวาดระแวง เลิกมีทิฐิและทำใจเสียสละ.....อำนาจพิเศษ จะต้องไม่มาก้าวก่าย.....แค่นี้ประเทศไทยก็ไปรอดแล้ว............

ไหนๆก็ไหนๆพูดกันให้ตรงเป้า.....คนที่อยู่ในประเทศ ต้องเลิกหวาดระแวง คนที่อยู่ต่างประเทศ.....เลิกหวาดระแวงว่า ขั้วอำนาจเก่า จะกลับมาล้างแค้นซะที.....เมื่อเจ้าตัวย้ำแล้วย้ำอีกว่า ไม่ขอกลับมาเล่นการเมือง.....จะรับใช้ประเทศไทยในฐานะคนไทยคนหนึ่ง..... และพร้อมที่จะ กลับเข้ามาสู้คดี ในระบบขบวนการยุติธรรมทุกอย่าง.....ก็น่าจะจบ ไม่เห็นต้องมากลัวเงาตัวเอง............

“อินทรีเหล็ก” เห็นด้วย ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ กลับเข้ามาหลังมีรัฐบาล หลังบ้านเมืองผ่อนคลายวิกฤติการเมืองแล้วจะหันหลังให้กับการเมืองจริงๆ..... ใช้ความสามารถของอดีตผู้นำ ทั้ง ในด้านสังคม ต่างประเทศ และ เศรษฐกิจ ช่วยฟื้นฟูชาติอีกแรง............

อย่างน้อย พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ยังมีศักยภาพในแง่ของ ความเชื่อมั่น และได้ภาพว่า คนไทยเลิกทะเลาะกันแล้ว.....ทำงาน ด้านสังคม กีฬา เดินสายโรดโชว์ เศรษฐกิจ..... ภาพที่ต่างประเทศมองประเทศไทยในด้านลบก็จะดีขึ้น............

ที่รู้มา พ.ต.ท.ทักษิณ ได้บทเรียนครั้งนี้มากมาย.....การตัดสินใจหันหลังให้การเมือง ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะ สงสารครอบครัว..... ทั้งภรรยาและลูกต้องประสบเคราะห์กรรมอย่างที่ไม่คาดคิดมาก่อน...... เล่นเอาเจ้าตัวถึงกับน้ำตาซึม............

เอ้า รัฐบาล พลังประชาชน จะตั้งไข่ได้หรือไม่ เงื่อนไขอยู่ที่ กกต. .....ตามประสาคนหาข่าว กกต.จะ มีการแจกใบแดง หลายจังหวัด......และทำท่าจะไปลงที่ พลังประชาชน หนักกว่าเพื่อน.....“อินทรีเหล็ก” ว่าประเด็นนี้ต้องพิจารณาให้ดี......อย่าให้มีข้อครหาว่า เลือกที่รักมักที่ชัง ยังเล่นสงครามล้างขั้วกันไม่เลิก............

ก็หลักฐานออกทนโท่ ทั้ง ประชาธิปัตย์ ชาติไทย เพื่อแผ่นดิน และพรรคอื่นมีข้อร้องเรียนไม่แพ้กัน.....บางจังหวัดค่อนข้างจะชัด.....อาทิ เพชรบูรณ์ ชัยนาท มหาสารคาม กาฬสินธุ์ หรืออุบลราชธานี.....กกต.ระวังจะกลายเป็น เหยื่อตัวจุดชนวนนองเลือด เพราะความมีหลายมาตรฐานนะจะบอกให้............

ที่ “อินทรีเหล็ก” ได้ยินมาเต็มสองรูหู......การที่ กกต.ใช้ ตำรวจสันติบาล เข้าไปช่วยในการสอบสวนหาข้อเท็จจริง......กลายเป็นช่องว่างของ ความไม่เป็นธรรม ขึ้นมา.....ก็เพราะมีนายตำรวจบางนายที่ ฝักใฝ่พันธมิตร และ ฝ่ายยึดอำนาจ แฝงอยู่ด้วย.....นอกจากนี้ ยังมี นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ บางคนเข้ามาคุมงาน ตามใบสั่ง ด้วยตัวเอง.....งานนี้ขอบอกไม่เกี่ยวกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผบ.ตร. .....แต่ “อินทรีเหล็ก” อยากจะฝากความหวังให้ช่วย สกัดอีแอบ ที่จะเข้าไปสร้างความเสื่อมเสียให้กับสีกากี และสร้าง ความวุ่นวาย ให้กับบ้านเมือง พับผ่า............

พูดถึงเรื่องใบสั่งก็ต้องเปิดโปงกันหน่อย.....จริงหรือไม่ที่มีความพยายาม จะให้การเมืองเปลี่ยนขั้ว ให้ได้.....จริงหรือไม่ที่ ชงข้อมูลให้ กกต. เตรียมออกใบแดง 67 ใบ......และจริงหรือไม่ ว่าจะเป็นใบแดงที่เป็นของ ว่าที่ ส.ส.พรรคพลังประชาชน ทั้งหมด............

“อินทรีเหล็ก” อยากจะวิงวอน กกต.ในฐานะคนไทย ที่อยากเห็นประเทศชาติบ้านเมืองสงบสุข....... กกต.ต้องเป็นกลาง และเป็นธรรม......อย่าเป็นเครื่องมือของ เกมชิงอำนาจทางการเมือง......กกต.อย่าตกเป็นเครื่องมือของ การปฏิวัติอำนาจ...... เพราะ กกต.คือเครื่องมือกลั่นกรอง อำนาจประชาธิปไตย ของประชาชนให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุด............

ความจริงที่ต้องยอมรับ คือ เสียงของประชาชนส่วนใหญ่ ต้องการให้พลังประชาชนมาเป็น แกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล.....ไม่ใช่ ประชาธิปัตย์......ถ้าคิดจะฝืนเสียงสวรรค์ ของประชาชน....นอกจากจะตะแบง ไม่ เคารพกติกา ในระบอบประชาธิปไตย....... จิตใจก็ยังไม่เป็นประชาธิปไตย อีกด้วย............

ฮัดเช้ย สุดท้ายรัฐบาลชุดใหม่ ที่จะเป็น ของขวัญปีใหม่.......หรือจะเป็น รายการสยองขวัญปีใหม่ กันแน่ ห้ามกะพริบตา.....ว่าจะมี อำนาจพิเศษ เข้ามาแทรกแซงหรือไม่.......และจะได้เห็นหน้าตานักการเมืองที่อ้างประชาธิปไตย แต่ หัวใจเป็นเผด็จการ รับใช้ต่อท่ออำนาจ.......เพื่อสกัดกั้นอำนาจเก่า......ทำตัวเป็น ลูกตุ้มถ่วงประชาธิปไตย ไปฉิบ ............

ที่แปลกหูแปลกตา ก็เห็นจะเป็นรายงานความเคลื่อนไหวของ คนในกองทัพ......วิ่งเข้ารับใบสั่งกันอุตลุด...... หวังจะให้เกิดความวุ่นวายขึ้นมาในบ้านเมืองอีกกระทอก..... ก็ต้องชื่นชม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. .....ที่วางตัวเป็นกลางไม่เอาด้วย.......ไม่เอาศักดิ์ศรีของกองทัพไปเสี่ยง............

เฮ้อ ที่ไปปล่อยข่าวกันโครมๆตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง......ถ้าเลือกพลังประชาชนเข้ามา ทหารจะปฏิวัติ..... ไม่อายชาวบ้านบ้างหรือไง.....เดี๋ยวนี้ประชาชน ไม่ได้กินแกลบกินรำ......จะได้ทำอะไรได้ตามอำเภอใจ..... ใครคิดที่จะยึดอำนาจจากมือประชาชน ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม......ก็จะได้เห็น พลังจากประชาชน เต็มท้องสนามหลวงชัวร์............

เมื่อ กลิ่นอายของเผด็จการ ยังไม่สะเด็ดน้ำ.....มีใบสั่งไปถึง อดีตนายทหาร คนสำคัญ ให้ใช้บารมีในฐานะเจ้านายเก่า......ไม่ให้เข้าไปจับขั้วตั้งรัฐบาลกับพลังประชาชน...... วนเวียนอยู่แต่ความแค้นส่วนตัวไม่เลิก.............

บรรทัดสุดท้าย “อินทรีเหล็ก” ถือโอกาสกล่าวคำว่า สวัสดีปีใหม่ กับผู้อ่านทุกท่าน ไม่ว่าจะ เป็นเศรษฐกิจหรือการเมืองในปีนี้ แม้จะไม่ดี แต่ก็หวังว่าจะไม่ร้ายเกินไป สำคัญ ต้องตั้งมั่นอยู่บนความไม่ประมาท โชคดีปีใหม่ครับ............

“อินทรีเหล็ก”

จาก http://www.thairath.co.th/#

'อ๋อย' โวย คมช.บงการกกต.แจกใบแดงพปช. หวังพลิกขั้วปชป.ตั้งรัฐบาล

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แถลงถึงกรณี ว่าที่ส.ส.บุรีรัมย์เขต 1 พรรคพลังประชาชนได้ใบแดงจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ว่า กรณีที่เกิดขึ้นทำให้รู้สึกว่า การเลือกตั้งไม่เป็นธรรม เพราะขณะนี้ถือว่า การเลือกตั้งยังไม่สมบูรณ์ คือยังไม่มีการรับรองผล จึงอาจมีแนวโน้มการให้ใบแดงเพิ่มอีก

อีกทั้งการให้ใบแดงกับทั้ง 3 คน เป็นไปโดยไม่มีเหตุผล ไม่มีหลักฐานชัดเจน ไม่เปิดโอกาสให้บุคคล เหล่านั้นเข้ามาชี้แจงตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งสอดคล้องกับที่ตนทราบมาก่อนตั้งแต่เป็นรักษาการ หัวน้าพรรคไทยรักไทย โดยมีอดีต ส.ส.หลายคนมาบอกว่า จำเป็นต้องไปอยู่พรรคอื่น เพราะได้รับแจ้ง จากผู้นำคมช.ในขณะนั้นว่า ถ้ายังอยู่ หรือไปอยู่พรรคที่ต่อเนื่องจากไทยรักไทยจะโดนใบแดง และจากนั้นก็เกิดเอกสารลับคมช.ที่ให้สกัด ขัดขวางทำลายพรรคพลังประชาชนโดยเฉพาะ


นอกจากนี้ นายจาตุรนต์ ยังกล่าวอีกว่า ก่อนเลือกตั้ง 2 สัปดาห์ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรีและอดีตประธานคมช. ก็ออกมาพูดว่า รัฐบาลจะตั้งยากเพราะใบเหลืองใบแดงจะมีมาก รวมทั้งนายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการครป. ก็อออกมาบอกว่า ใบแดงจะมาก ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ทั้งหมดสอดคล้องกันในฐานะเป็นพันธมิตรของคมช.

นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า ประชาชนทั้งประเทศไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจจึงเลือกพรรคพลังประชาชน ด้วยคะแนนทิ้งห่าง พรรคประชาธิปัตย์ แต่บุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหารเช่น พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม กลับมาบอกว่า เชื่อลึกๆว่าประชาธิปัตย์จะได้จัดตั้งรัฐบาลทั้งที่ได้เสียงน้อยกว่ามาก มันจะเกี่ยวพันกันหมด ที่สำคัญบทบาทของกกต.ไม่มีความเป็นกลาง เพราะพล.อ.สนธิ พูดตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งว่า กกต.ชุดนี้ตัวเองตั้งมากับมือ ทั้งหมดชัดเจนว่า จะมีการสกัดพรรคพลังประชาชน ตั้งใจให้ใบเหลือง ใบแดงมาตั้งแต่ต้น หากปล่อยให้มีการให้ใบเหลืองใบแดงตามอำเภอใจมากขึ้น จะมีผลถึงขั้นเปลี่ยนขั้วพรรค การเมืองที่จัดตั้งรัฐบาล พรรคพลังประชาชนอาจได้เสียงน้อยลงไปมาก ไม่มีโอกาสกลับมาแข่งอีก ซึ่งทั้งหมดถือ เป็นการบงการดำเนินการของกกต.

'ตอนนี้ผู้รัฐประหารกำลังกำหนดว่าใครจะเป็นรัฐบาลหรือรัฐมนตรี ผ่านกกต.ทั้ง 4 คน ส่วนเรื่องการยื่นถอดถอนกกต.ในการทำหน้าที่ไม่เป็นกลางคงทำไม่ทันแล้ว เพราะต้องทำหน้าที่รับรอง ผลเลือกตั้ง แต่มันก็ตันเพราะต้องให้ส.ว.ถอดถอน ซึ่งส.ว.ครึ่งหนึ่งก็มาจากเขาทั้งนั้น ผมคิดว่าการทำ อย่างนี้ เป็นการฝืนมติมหาชน เป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย นำไปสู่หายะต่อบ้านเมือง เป็นการ ทำลายผลการเลือกตั้ง หมายถึงว่าเรากำลังปกครองในระบอบเผด็จการ จะทำให้เกิดความอาฆาต มาตร้าย ไม่สมานฉันท์ เป็นอัตรายใหญ่หลวงต่อบ้านเมือง เป็นการสืบทอดอำนาจรัฐประหาร กกต.ควรทำหน้าที่อย่าง เป็นกลาง ให้ได้แค่ใบเหลือเล็กน้อยตามข้อมูลหลัก ส่วนใบแดงควรให้ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณา ซึ่งทุกฝ่ายจะมั่นใจกว่า' นายจาตุรนต์ กล่าว และว่า ไม่ได้ปลุกให้คนมาชุมนุมกัน แต่ขอเรียกร้องให้สังคมช่วยกันติดตามการทำงานของกกต.และขอให้ผู้ยึดอำนาจ และกกต.ทั้ง 4 คน ยอมรับมติมหาชน

เมื่อถามว่า หากกกต.ยังเดินหน้าแจกใบแดงพรรคพลังประชาชนจะเกิดความวุนวายหรือไม่ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ก็จะกลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ประชาธิปัตย์จะได้จัดตั้งรัฐบาล แต่เป็นรัฐบาลที่ขาดความชอบธรรมอย่างรุนแรง ไม่มีเสถียรภาพ ความเชื่อมั่นในสายตาของ ต่างประเทศ ไม่มี และต้องล่มไปในที่สุด และไม่มีหลักประกันว่าเราจะมีการเลือกตั้งที่เป็นธรรมไปอีก 7 ปี ตามวาระของกกต


พปช.จับมือ3พรรคเล็กตั้งรบ.-เตือนอีแอบจ้องสกัด


(31ธค.) นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรคและแกนนำพรรค อาทิ นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรค นายนพดล ปัทมะรองเลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองเลขาธิการพรรค พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ รองหัวหน้าพรรค นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ รองหัวหน้าพรรค เรียกประชุมด่วนกรรมการบริหารพรรคอย่างเร่งด่วน ที่ทำการพรรคพลังประชาชนตั้งแต่เวลา 10.00 น. เพื่อหารือว่าที่ ส.ส.พรรคถูกกรณีใบแดง
นายสมัคร กล่าวว่า จะมาบอกให้ฟังว่า เราเป็นพรรคการเมืองเมื่อเลือกตั้งมาแล้วเราก็พร้อมรับกติกา แต่เมื่อมีอะไรผิดปกติก็ต้องตะแคงหูฟังคำวิจารณ์ จนถึงวันนี้ตนก็ยังมั่นใจใน กกต.ใครจะประโคมข่าวอย่างไรก็แล้วแต่ เพราะเหตุที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะจังหวัดไหนก็ตาม มีความพยายามจากคนนอก อยู่นอกวงการเมืองด้วยซ้ำก็เห็นใจ กกต. ที่มีอะไรก็แล้วแต่เข้าไปเกี่ยวพันกับเรื่องนี้ และจากคำให้การของพรรคพวก ว่าตลอด 7 วัน ที่มีการสอบสวน มันมีความผิดปกติเพราะมีความพยายามที่จะอาศัยมือและสถานะของ กกต. ทำให้เกิดความปั่นป่วนทั้งวงการ ทั้งเชียงราย อุดรธานี หนองคาย จึงไม่น่าเชื่อว่าจะสร้างสถานการณ์เอาผู้คนมาสอบปากคำ มันประหลาด ฟังแล้วเป็นทุกข์แทน กกต. และที่แปลกใจคือคนที่เกี่ยวข้องกับคณะปฎิวัติ มาแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อ ว่าเชื่อมั่นว่าพรรคการเมืองที่ได้ 233 เสียง จะไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่พรรคที่ได้น้อยกว่าจะได้เป็นรัฐบาล เพราะมีมือคนที่อยู่ข้างนอกคอยจัดการให้ ซึ่งไปสอดคล้องกับคนที่ได้คะแนนเลือกตั้งน้อยกว่าเรา ที่ออกมาแสดงท่าทางดีใจ
นายสมัคร กล่าวว่า ในเขต กทม. ก็มีความผิดปกติ ซึ่งเราก็ฝากความหวังไว้ที่ กกต.ว่าจะดูแลอย่างไร ไม่อยากวิจารณ์ แต่ที่ขอไปก่อนหน้านี้ เรื่องของผลคะแนนก็ยังไม่ได้ แต่ กกต.ใหญ่บอกว่าจะต้องผ่าน 60 วัน ซึ่งเราก็รอไม่มีปัญหา รอเพื่อที่จะได้ฉีกหน้าใครบางคน ตนรอได้ ก็ต้องฝากความหวังไว้กับ กกต. และที่เชื่อมั่นว่าเราเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนเสียงจากประชาชน และที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ก็เพราะ กกต.ได้ประคับประคองไว้ แต่มีคนจากภายนอกมาดำเนินการทำให้กระทบกระเทือน ซึ่งเป็นความเสียหายกับการเลือกตั้ง ดังนั้นใครที่กำลังดำเนินการใดๆก็ตามที่ไม่ได้มาจากคำสั่งของ กกต. แต่เป็นอำนาจจากข้างนอก ไปกระทำการอันน่าเกลียด ไปกระทำการที่เชียงราย เพราะลูกเขยใครบางคนไม่ได้รับเลือกตั้ง ตำรวจในปัจจุบันหน้าตาเป็นอย่างไรก็ไปดูคนที่เข้าลิฟท์เมื่อคืนนี้ ที่ทำให้เกิดความยุ่งยาก เราก็เลยตัดสินใจวันนี้ บ่ายสองโมง จะแถลงประกาศตั้งรัฐบาลก่อนขึ้นปีใหม่ และไม่ปิดประตูที่ใครจะตามมาทีหลัง จะอ้างว่าตัดสินใจแล้วก็ไม่ว่า โดยจะประกาศตั้งใช้ตัวเลข 254 เสียง จะเหลือ 251 ก็ไม่เป็นปัญหา ยังตั้งได้ แต่ตอนนี้ยังไม่ลบเพราะยังไม่ไปกฤษฎีกา และขอกล่าวถึงคนที่เขียนคอลัมน์โดยระบุว่า เมื่อพลังประชาชนตั้งรัฐบาล 254 เสียงเป็นรัฐบาลที่ปริ่มน้ำ แต่หากพลิกกลับ เหลือพรรคพลังประชาชนพรรคเดียวก็จะมี ที่เหลือก็จะรวมกันได้ 247 ไม่ปริ่มหรือ
นายสมัคร กล่าวว่า หลังจากประชุมวันนี้เราก็จะกล้ำกลืนความกระทบกระทั่งว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้คนทั่วโลกเขามาดู ยกย่องชมเชย บอกว่าเรียบร้อย มันต้องได้รับการจัดตั้งเป็นรัฐบาลเมื่อดูตัวเลขแล้ว ตนจะอดทน แต่ที่จะบอกให้ฟังเมื่อครั้งไปหาเสียงปรากฏว่ามีหนังสือเล่มหนึ่ง มีชื่อว่าก้อนกรวดในรองพระบาท เมื่อเห็นหนังสือแล้วใจหาย ไม่กล้าเปิดอ่าน จึงขอบอกให้รู้ว่าใครจะทำอะไรอยากให้สำนึกบ้าง พรรคที่ได้รับเลือกตั้ง 233 ไม่ให้จัดตั้งรัฐบาล เราจะดำเนินการตามกระบวน แต่ว่าไม่ใช่การท้าทาย
เมื่อถามว่าคนที่อยู่ภายนอก ที่เอ่ยถึงเป็นบุคคลเดียวที่ทำหนังสือเล่มนี้ใช่หรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า ไม่กล้าเปิด แต่เห็นชื่อ และเป็นบุคคลที่มีตำแหน่ง
พล.อ. เรืองโรจน์ กล่าวว่า สำหรับการประกาศจัดตั้งรัฐบาลที่เร็วกว่ากำหนดที่เคยกำหนดไว้ว่าจะเป็นวันที่ 4 มกราคมนั้น ไม่ได้เป็นการแก้เกมส์เพราะเกมส์นี้เป็นเกมส์ของเรา เพราะเรามั่นใจว่าจะสามารถตั้งรัฐบาลได้ ในวันนี้เมื่อเราสามารถจัดตั้งได้ 254 เสียง เราก็ต้องประกาศให้ประชาชนรู้ ส่วนพรรคชาติไทย และพรรคเพื่อแผ่นดินนั้นเราไม่ได้แจ้งล่วงหน้า และยังฟไม่จำเป็นต้องไปคุยตอนนี้ เพราะเขาก็ประกาศแล้วว่าจะแถลงในวันที่ 2 มกราคม--จบ--


จาก hi-thaksin

ด่วน! อำนาจมืดคุกคาม กกต.


แม้การเลือกตั้งจะผ่านพ้นไปแล้ว และ ประชนได้ตัดสินใจแล้วว่าต้องการให้พรรคพลังประชาชนจัดตั้งรัฐบาลและเป็นผู้บริหารประเทศ ด้วยการเลือกผู้สมัครของพรรคพลังประชาชนมากเป็นอันดับ 1 ถึง 233 เสียง แต่กระบวนการสกัดกั้นพรรคพลังประชาชน ไม่ให้ได้เป็นรัฐบาล ที่มีมาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง และรุนแรงที่สุดในช่วง 7 วันสุดท้ายก่อนลงคะแนนเลือกตั้ง ยังไม่หยุดปฏิบัติการ เพื่อจะบรรลุเป้าหมายของผู้บงการและขับเคลื่อนขบวนการนี้ ที่อาศัยอยู่ในบ้านสี่เสาเทเวศร์

เป้าหมายของ จอมบงการก็คือ ทำอย่างไรก็ได้ให้พรรคพลังประชาชน ไม่ได้เป็นรัฐบาล และให้พรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล บริหารประเทศต่อไปภายใต้การชี้นำของขบวนการสี่เสาเทเวศร์

ล่าสุด จอมบงการแห่งบ้านสี่เสาเทเวศร์ ได้ส่งหัวหน้าคณะรัฐประหาร ที่มีอาการอกหัก เครียดจัด แค้นจัด จนแทบบ้าคลั่งเต็มที เมื่อได้เห็นผลการเลือกตั้งที่ออกมาจากการตัดสินใจของประชาชน ไปเจรจากับ กกต. ท่านหนึ่ง เพื่อให้เจ้าร่วมขบวนการสกัดกั้นพรรคพลังประชาชน เป็นรัฐบาล หลังจากที่ กกต.อีก 4 คน ตกลงรับแผนแล้ว แต่มีเงื่อนไขที่จะต้องทำให้ กกต.ฝ่ายสืบสวนสอบสวน ที่ชื่อ สมชัย จึงประเสริฐ ยอมรับและเข้าร่วมแผนงานนี้ด้วย เนื่องจาก สมชัย จึงประเสริฐ เป็นผู้ที่รับผิดชอบสำนวนคดีร้องเรียนทั้งหมด

หากสมชัย ไม่เสนอให้ที่ประชุมกกต. พิจารณา ตามจำนวนที่จอมบงการต้องการ หรือ ไม่เสนอตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ ก็ไม่มีทางที่จะสกัดกั้นพรรคพลังประชาชนได้

ข่าวชิ้นนี้ ยังเป็นที่รับรู้กันอยู่ในวงแคบเฉพาะกกต.5 คน และคนใกล้ชิดอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งถูกเรียกไปพบ และออกมาพร้อมกับใบสั่ง และนายทหารระดับสูงของคมช. ที่เพิ่งประชุมกันไปเมื่อวันที่ 26 – 27 ธันวาคม ที่ผ่านมา

ทั้งประชุมกันเองในหมู่สมาชิกคมช. ที่มีพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นหัวหน้าทีม ทั้งการประชุมร่วมกับ พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตัวแทนของพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ การประชุมร่วมกับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เอง รวมไปถึงการยกทีมไปพบพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เพื่อหารือถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากประชาชนลงคะแนนให้พรรคพลังประชาชน มากที่สุด และจะได้เป็นรัฐบาล เพราะเป็นสถานการณ์ที่คมช. ไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าประชาชนจะเทคะแนนให้พรรคพลังประชาขนมากขนาดนี้

ประดาบ ได้รับการบอกเล่าเรื่องนี้จากเจ้าหน้าที่ระดับสูงในฝ่ายสืบสวนสอบสวนสำนักงานคณะ กรรมการการเลือกตั้งท่านหนึ่ง ว่าเมื่อเร็วๆ นี้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ได้แจ้งไปยังนายอภิชาติ สุขัคคานนท์ ประธานกกต. ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของพล.อ.สนธิ ที่ถูกวางตัวให้มาเป็นประธานกกต. เพื่อปฏิบัติภารกิจสกัดกั้นพรรคพลังประชาชนเป็นการเฉพาะ ว่า พล.อ.เปรม ต้องการให้กกต.ออกใบแดง ให้พรรคพลังประชาชนอย่างน้อย 20 ใบ ซึ่งตรงกับที่หนังสือพิมพ์มติชน เคยเสนอข่าวไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่มีใครเชื่อว่าจะเป็นไปได้ เพราะไม่เคยมีครั้งใดที่พรรคการเมืองพรรคเดียว จะถูกใบแดงถึง 20 ใบ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง

หลังจากได้รับแจ้งความประสงค์ของพล.อ.เปรม นายอภิชาติ ในฐานะเพื่อนร่วมรุ่นวปรอ. ของพล.อ.สนธิ และในฐานะประธานกต. ก็แจ้งให้กกต.อีก 4 คนทราบ ปรากฎว่ามีนางสดศรี สัตยธรรม เพียงคนเดียวที่ รับใบสั่งด้วยความยินดีและพร้อมใจปฏิบัติตาม โดยไม่มีคำถามและข้อสงสัย ในขณะที่กกต.อีก 3 คน คือ นายประพันธ์ นัยโกวิท นายสุเมธ อุปนิสากร และ นายสมชัย จึงประเสริฐ ไม่เห็นด้วย และต้องการทราบเรื่องจากปากของพล.อ.สนธิ โดยตรง ก่อนตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ข่าวชิ้นนี้ สอดคล้องกับท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ และ พรรคชาติไทย พรรคเพื่อแผ่นดิน ที่มีความมั่นใจว่ากกต.จะออกใบเหลือง ใบแดง มากจนเป็นเงื่อนไขให้การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชา ชน เป็นไปไม่ได้ ทั้งๆ ที่ได้รับการเลือกตั้งมากกว่าพรรคประชาธิปัตย์ ถึง 68 เสียง มากกว่าพรรคชาติไทยกับพรรคเพื่อแผ่นดิน รวมกันเสียอีก

อาการมั่นใจว่าจะมีโอกาสได้จัดตั้งรัฐบาลของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และเชื่อว่าพรรคพลังประชาชนจะตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ เพราะติดปัญหาใบเหลืองใบแดง ในขณะที่ พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มั่นใจว่าถึงที่สุดแล้วพรรคประชาธิปัตย์ จะได้เป็นรัฐบาลและนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะได้เป็นนายกรัฐมนตรเช่นเดียวกับที่นายวารินทร์ โหรคมช. ทำนายว่านายสมัคร จะไม่ได้เป็นนายกรัฐฒนตรี และพรรคประชาธิปัตย์ จะได้เป็นรัฐบาล เป็นอาการผิดปกติอย่างมากสำหรับการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่พรรคการเมืองที่ได้คะแนนมากเป็นอันดับ 1 จะต้องเป็นฝ่ายค้าน และพรรคที่แพ้การเลือกตั้งจะได้เป็นรัฐบาล

แต่ทว่า ความมั่นอกมั่นใจของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย และ ท่าทีของนางสดศรี สัตยธรรม กกต. ที่ออก มาเด้งรับความต้องการของคมช. ด้วยการโวยวายว่านายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ฝ่ายสืบสวนสอบสวน ทำงานช้า และจงใจทำสำนวนอ่อน เพื่อไม่ให้มีการออกใบเหลือง ใบแดง

นางสดศรี สัตยธรรม ยังกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่กกต.ปล่อยเอกสารการสอบสวนรั่วไปถึงพรรคพลังประชาชน พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนหน้าที่ของกกต. โดยเสนอตัวมาเป็นกกต.ฝ่ายสืบสวนสอบ สวน แทนนายสมชัย เอง อีกทั้งยังออกมาให้ข่าวล่วงหน้าว่าจะมีการแจกใบแดง จนทำให้เกิดการพลิกขั้วตั้งรัฐบาล

ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในซีกฝั่ง พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย คมช. และ กกต.บางคน โดยเฉพาะนางสดศรี สัตยธรรม สอดรับกันเป็นเนื้อเดียว อย่างไม่น่าเชื่อว่าจะไม่ได้มีการวางแผนร่วมกันไว้ล่วงหน้า

หลังการเลือกตั้งผ่านไป 3 วัน กกต.เพิ่งออกใบเหลืองให้แก่พรรคพลังประชาชนได้แค่ 3 ใบ ทำให้จอมบงการแห่งบ้านสี่เสาเทเวศร์ และ ลูกสมุนในคมช. เริ่มอึดอัด หายใจติดขัด เพราะกกต.ให้คำตอบไม่ชัดเจนว่าจะทำตามใบสั่งที่ส่งมาหรือไม่ ในขณะที่ใบแดงที่รออยู่ กลับจะตกแก่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถูกจับซื้อเสียงพร้อมเงิน 1.3 ล้านบาท ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ส่งผลให้จอมบงการและคมช. ยิ่งไม่สบายใจ ว่ากกต.จะทำงานด้วยความเที่ยงตรงต่อหลักการของกฎหมาย หรือ ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ต่อคมช.กันแน่

เมื่อไม่มั่นใจในกกต. ก็ทำให้ไม่มั่นใจในอนาคตของตนเอง พล.อ.สนธิ จึงต้องลงมือด้วยตนเอง ด้วยการเรียกกกต. ทั้ง 5 คน มาพบอีกรอบหนึ่ง ซึ่งข่าวนี้ก็รั่วไปถึงหนังสือพิมพ์อีก และมีการรายงานข่าวกันอย่างเปิดเผย แต่มีนางสดศรี สัตยธรรม เพียงคนเดียวที่ออกมาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง ในขณะที่กกต.อีก 4 คนปิดปากเงียบ ไม่รับและไม่ปฏิเสธ

การพบปะของกกต. กับ พล.อ.สนธิ ไม่ได้เป็นการพบกันอย่างเป็นทางการในฐานะรองนายกรัฐมน ตรี กับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หากแต่เป็นการเรียกพบทีละคน ในฐานะหัวหน้าคณะรัฐประหาร กับ กกต.แต่ละคน ที่ได้รับการแต่งตั้งจากหัวหน้าคณะรัฐประหาร เพื่อทวงถามบุญคุณ และสั่งให้ปฏิบัติตามใบสั่งของจอมบงการแห่งบ้านเสี่เสาเทเวศร์ ที่เป็นนายใหญ่ของคมช.

พล.อ.สนธิ สามารถเจรจาหว่านล้อมให้กกต. 2 คน คล้อยตามได้ด้วยการข่มขู่ จนเกิดความหวาดกลัวในชีวิตตนเองและครอบครัว ได้แก่ นายประพันธ์ นัยโกวิท และ นายสุเมธ อุปนิสากร ในขณะที่ กกต.อีก 2 คน คือ นายอภิชาติ สุขัคนานนท์ และ นางสดศรี สัตยธรรม พร้อมใจกันรับปฏิบัติเต็มที่ แต่ท่าทีของนายอภิชาติ ไม่โฉ่งฉ่างแจ่มชัดเท่ากับนางสดศรี เพราะเก็บอาการได้ดีกว่า

แต่ การข่มขู่ของพล.อ.สนธิ ที่ใช้ได้ผลกับคนอื่น กับไม่ได้ผลเมื่อนำมาใช้กับนายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ฝ่ายสืบสวนสอบสวน ซึ่งเป็นคนสำคัญในการนำเสนอสำนวนการร้องเรียน ให้กกต.ทั้งคณะพิจารณา เนื่องจากนายสมชัย ยึดหลักของกฎหมาย และความต้องการของประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ยอมยึดหลักกู และความต้องการของคมช. เป็นหลัก

ผลที่เกิดขึ้นกับนายสมชัย จึงประเสริฐ เมื่อไม่ยอมรับใบสั่งของคมช. ก็คือ ข้อเสนอเชิงบังคับให้หยุดงานด้วยการลาพักร้อน 10 วัน ซึ่งนายสมชัย ก็ไม่ยินยอมอีก จึงได้รับข้อเสนอใหม่ ให้ออกไปจากฝ่ายสืบสวนสอบสวน เพื่อเปิดทางให้นางสดศรี สัตยธรรม มาทำหน้าที่กกต.ฝ่ายสืบสวนสอบสวน แทน

1 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง จนถึงทุกวันนี้ นางสดศรี พูดกับนักข่าวหลายครั้งว่าการทำงานของฝ่ายสืบสวนสอบสวนมีปัญหาล่าช้า และอยากจะทำงานฝ่ายสืบสวนสอบสวนแทนนายสมชัย และได้ยื่นข้อเสนอไปที่ ประธานกกต. แล้ว ซึ่งนายอภิชาติ ในฐานะประธานกกต. ก็มีท่าทีตอบรับกับข้อเสนอนี้ อย่างน่าประหลาดใจ เพราะเท่ากับไม่ไว้วางใจการทำหน้าที่ของนายสมชัย

นอกจากนี้ ยังมีการแต่งตั้งพล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอำพันธุ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ซึ่งเป็นตำรวจรับใช้ในบ้านของนายสนธิ ลิ้มทองกุล มีหน้าที่หลักคือเปิดปิดประตูบ้านสุโขทัยของนายสนธิ และดูแลความปลอดภัยของสำนักงานหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ มาเป็นประธานอนุกรรมการสอบสวนสอบสวนของกกต. อีกด้วย ซึ่งไม่ต้องบอกว่าสำนวนการสอบสวนจะออกมาในทิศทางใด และเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อพรรคพลังประชาชน

แรงกดดันที่นายสมชัย ในขณะนี้หนักหน่วงและรุนแรงมาก และกำลังจะลุกลามไปถึงบุคคลในครอบครัวของนายสมชัย อีกทั้งยังมีการขัดขวางไม่ให้นายสมชัย เข้าร่วมการประชุมกกต.ทั้งคณะ เพื่อไม่ให้นายสมชัย มีส่วนร่วมในการลงมติ เพื่อให้การออกใบเหลืองใบแดง เป็นไปตามที่คมช. และจอมบงการแห่งบ้านสี่เสาเทเวศร์ต้องการ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ระดับสูงในกกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวน ได้รู้ระแคะระคาย และกลเกมของฝ่ายคมช. แล้ว ว่ากำลังบีบบังคับนายสมชัย อย่างไร จึงทำให้การทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวน เป็นไปด้วยความตึงเครียด และระมัดระวังตัวสูง เพราะไม่มั่นใจความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

มีการยกตัวอย่างการทำหน้าที่ของกกต.จังหวัดที่ผิดปกติอย่างชัดเจน ก็คือ ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งประธานกกต. เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัด คือ นายเกษม วัฒนธรรม ยื่นสำนวนสอบสวนให้ออกใบแดงแก่ผู้ได้รับการเลือกตั้งของพรรคพลังประชาชนทั้ง 9 คน เนื่องจาก นายเนวิน ชิดชอบ ไปยืนฟังการปราศรัยหาเสียงของพรรคพลังประชาชน

ฝ่ายสืบสวนสอบสวน เห็นว่าเป็นการยื่นคำร้องให้ใบแดงที่ไม่มีเหตุผล และไม่น่าเชื่อว่าคนระดับประธานกกต. จะให้เหตุผลเช่นนี้ เพราะในการปราศรัยหาเสียงของพรรคพลังประชาชนที่สนามหลวง มีอดีตกรรมการบริหารพรคไทยรักไทย หลายคนไปร่วมสังเกตการณ์และฟังการปราศรัย เป็นเรื่องปกติ และเป็นสิทธิในฐานะพลเมือง แต่ ประธานกกต.บุรีรัมย์ กลับใช้เหตุผลนี้เสนอให้ใบแดงแก่พรรคพลังประชาชน แบบยกจังหวัด หากกกต.เห็นด้วยกับนายเกษม ก็คงเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า กกต.คณะนี้อยู่ใต้การบัญชาการของคมช. และทำงานใบสั่ง ไม่ได้เป็นองค์กรอิสระ

ในขณะที่คมช. กล่าวหาว่ารัฐบาลทักษิณ แทรกแซงกกต. องค์กรอิสระ และเป็นเหตุแห่งการรัฐประหารยึดอำนาจ แต่ คมช.เองกลับทำเลวร้ายกว่าหลายพันเท่า และทำกันโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ไม่เกรงกลัวสายตาประชาชนที่ตัดสินเลือกพรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาล แม้แต่น้อย

สถานการณ์ในขณะนี้ จึงทำให้นายสมชัย จึงประเสริฐ และครอบครัว ตกอยู่ในอันตราย อย่างน่าเป็นห่วง ทั้งแรงกดดันในกกต.ด้วยกันเอง และคำข่มขู่คุกคามจากคมช. และจอมบงการแห่งบ้านสี่เสาเทเวศร์

กำลังใจจากประชาชน คือ สิ่งที่น่าจะช่วยให้นายสมชัย ยืนหยัดอยู่เพื่อความถูกต้อง และความดำรงอยู่ของพรรคพลังประชาชน ที่กำลังถูกหาเหตุ หาเรื่องออกใบเหลือง ใบแดง และยุบพรรค ไม่เว้นแต่ละวันในขณะนี้

มีแต่กำลังใจจากประชาชนเท่านั้น ที่จะต่อต้านอำนาจมืด อำนาจเผด็จการที่กำลังเข้าครอบงำกกต. ได้

เช่นเดียวกับ มีแต่พลังประชาชนเท่านั้น ที่จะต่อต้านเผด็จการครอบงำประเทศไทย และชีวิตคนไทย ได้

จึงขอเชิญชวนพวกเราทุกคนร่วมกันให้กำลังใจนายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ผู้ยืนหยัดอยู่กับความถูกต้อง ด้วยครับ

โดย ประดาบ

จาก hi-thaksin