WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, January 3, 2008

ใบแดง กกต.

ก่อนสิ้นปีเก่า กกต.ก็เขย่าหัวใจว่าที่ส.ส.ทุกคนที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน ด้วยการ แจกใบแดง 3 ใบให้แก่ นายประกิจ พลเดช นายรุ่งโรจน์ทองศรี และ นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน ว่าที่ ส.ส.เขต 1 จ.บุรีรัมย์ พรรคพลังประชาชน

ว่าที่ ส.ส. พรรคพลังประชาชน ที่ดูเหมือนว่าจะตกเป็นเป้าสังหารมากกว่าว่าที่ ส.ส. ของพรรคการเมืองอื่น ซึ่งสอดคล้องกับคำโฆษณาหาเสียงของหลายพรรคการเมืองก่อนวันเลือกตั้งว่า อย่าเลือกผู้สมัครพรรคพลังประชาชนเลย เลือกไปก็โดนใบแดง ต้องมาเลือกกันใหม่อีก

แต่ประชาชนไม่ได้เชื่อไปตามคำโฆษณาที่ว่านั้น และ ทำในสิ่งที่หัวใจสั่งการคือ ลงคะแนนให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งพรรคประชาชนได้ชัยชนะอย่างท่วมท้น มากถึง 233 คน

ทว่า การเป็น ส.ส. ในยุคนี้ ไม่ใช่ว่าเอาชนะใจชาวบ้านได้แล้ว ทำให้ประชาชนไว้วางใจ มอบหน้าที่ให้เป็นผู้แทนได้แล้ว ก็จะได้เป็น ส.ส. หากว่า กกต. ไม่อนุมัติ ไม่เห็นชอบก็ไม่ได้เป็น ดังเช่นกรณีว่าที่ ส.ส.เขต 1 จ.บุรีรัมย์ ทั้ง 3 คน ที่ประชาชนลงคะแนนให้มากกว่าเกือบ 80,000 คะแนน ชนะคู่แข่งมากกว่า 10,000 คะแนน แต่ กกต. ไม่เห็นชอบกับการออกเสียงของประชาชน และไม่อนุมัติให้เป็น ส.ส.

อำนาจพิเศษของ กกต. ที่สามารถยับยั้ง และหักล้างการออกเสียงของประชาชน ได้แบบเบ็ดเสร็จ เช่นนี้ เป็นอำนาจที่น่ากลัวมาก และเป็นการใช้อำนาจที่มีลักษณะไม่เคารพ ไม่ยอมรับมติของประชาชน ตามระบอบประชาธิปไตย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้อำนาจของ กกต. ทั้ง 4 คน ที่มีมติให้ใบแดงแก่ว่าที่ ส.ส.บุรีรัมย์เขต 1 จ.บุรีรัมย์ ในครั้งนี้ เป็นการใช้อำนาจที่ขัดต่อกฎหมาย และไม่ชอบธรรม อย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อน

เนื่องจาก กกต. ทั้ง 4 คน ลงมติให้ใบแดงโดยที่ไม่ได้เรียกว่าที่ ส.ส. 3 คน ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ทุตริตเลือกตั้ง มาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแม้แต่คำเดียว แต่เป็นการลงมติให้ใบแดง หลังจากที่อ่านสำนวนการสอบสวนที่กกต.จังหวัดบุรีรัมย์ ส่งมาให้ เท่านั้น

กกต.ทั้ง 4 คน วินิจฉัยและพิพากษาประหารชีวิตทางการเมืองว่าที่ ส.ส. 3 คน ซึ่งประชาชนลงคะแนนไว้วางใจให้เป็น ส.ส. โดยการฟังความข้างเดียว และไม่เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหา ได้เข้าชี้แจง ไม่เปิดโอกาสให้ผู้ที่ประชาชนลงคะแนนให้เป็น ส.ส. มีโอกาสแก้ข้อกล่าวหา และตัดโอกาสประชาชนที่พร้อมจะมาเป็นพยานให้แก่ว่าที่ ส.ส. ที่เขาเลือกมาแล้ว มาบอกเล่าความจริงแก่ กกต.

ไม่น่าเชื่อว่า กกต. ทั้ง 4 คน ที่ลงมติให้ใบแดงว่าที่ ส.ส. 3 คน จะเคยเป็นผู้พิพากษาศาลฎีกามาก่อน ถึง 3 คน และอีก 1 คน เป็นรองอัยการสูงสุด

ไม่น่าเชื่อว่า กกต. ทั้ง 4 คนนี้ เป็นบุคคลที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เห็นว่าเป็นผู้มีความเที่ยงธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ตกอยู่ใต้อำนาจของใคร เหมาะสมที่จะเป็น กกต.

ไม่น่าเชื่อว่า กกต. ทั้ง 4 คน จะลงมติอันเป็นโทษแก่ผู้ถูกกล่าวหา โดยที่ไม่เปิดโอกาสให้เข้าชี้แจง และดำเนินการกันอย่างรวบรัดอย่างผิดปกติ เช่นนี้

กรณีนี้ เกิดขึ้นจากมีผู้ร้องคัดค้านผลการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2549 โดยอ้างว่ามีชาวบ้านคนหนึ่งเป็นทีมงานของพรรคพลังประชาชน สัญญาว่าจะให้เงิน และแจกเงินรวม 2,000 บาทให้แก่ชาวบ้านในเขตเลือกตั้ง

ทันทีที่ได้รับคำร้อง กกต.บุรีรัมย์ ก็ดำเนินการสืบสวนสอบสวน และมีมติแจ้งข้อกล่าวหาให้ว่าที่ ส.ส. ทั้ง 3 คน ในวันที่ 24 ธันวาคม 2549 และให้เข้าชี้แจงในวันที่ 27 ธันวาคม 2549

กกต.บุรีรัมย์ ใช้เวลา 1 วันในการรับคำร้อง สืบสวนสอบสวน ประชุมเพื่อลงมติแจ้งข้อกล่าวหาผู้ถูกร้อง และ ทำบันทึกแจ้งผู้ถูกร้อง เป็นเรื่องที่รวดเร็วผิดปกติอย่างยิ่ง

ว่าที่ ส.ส. หรือ ผู้ถูกร้องทั้ง 3 คน เข้าให้ข้อมูลแก่ กกต.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2549 โดยปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำความผิด และชาวบ้านคนที่ถูกอ้างว่าทำความผิด ก็ไม่ใช่ทีมงานของพรรคพลังประชาชน ว่าที่ ส.ส. 2 คน ให้ข้อมูลว่าไม่รู้จักคนที่ถูกอ้างว่าไปแจกเงินให้ผู้ฟังปราศรัยด้วย โดยมีพยาน 38 ปาก ให้ข้อมูลยืนยันความบริสุทธิ์ของผู้ที่ตนลงคะแนนเลือกตั้ง

กกต.บุรีรัมย์ รับฟังแล้ว เห็นว่าผู้ร้องคัดค้านและพยานฝ่ายผู้ร้องคัดค้าน ให้ข้อมูล ได้น่าเชื่อกว่าผู้ถูกร้องและพยานฝ่ายผู้ถูกร้อง ทั้งๆ ที่ ผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งพรรคเพื่อแผ่นดินในเขตเลือกตั้งที่ 1 เช่นกัน ซึ่งเป็นคู่แข่งของผู้ถูกร้อง และพยานฝ่ายผู้ร้อง 3 คน ก็เป็นญาติกับผู้ร้อง

หลังจากรับฟังการให้ข้อมูลของทั้งสองฝ่ายแล้ว กกต.บุรีรัมย์ ก็เสนอสำนวนการสอบสวนเข้าสู่ที่ประชุมกกต. เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2549 โดยไม่ผ่านฝ่ายสืบสวนสอบสวนของ กกต. แต่ กกต. ทั้ง 4 คน ก็ยังนำเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาทันที และลงมติให้ใบแดงแก่ว่าที่ ส.ส. 3 คน ทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้ถูกร้องคัดค้าน หรือ ถูกกล่าวหา เข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา

กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 24 วรรคสอง บัญญัติไว้ว่า "...คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องให้โอกาสผู้ถูกร้อง ผู้ถูกคัดค้าน หรือ ผู้ถูกกล่าวหา ทราบเหตุแห่งการร้อง การคัดค้าน การกล่าวหา มีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงหลักฐาน รวมทั้ง ต้องให้โอกาสการมาให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง

กรณีเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.บุรีรัมย์ ผู้ถูกร้องคัดค้าน ยังไม่มีโอกาสมาให้ถ้อยคำต่อคณะ กรรมการการเลือกตั้ง แม้แต่คำเดียว แต่ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง 4 คน ลงมติให้ใบแดง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ให้ชดใช้ค่าใช้จ่ายการในการเลือกตั้ง และดำเนินคดีอาญา ซึ่งเป็นโทษร้ายแรงที่สุดตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย

จึงต้องตั้งคำถามต่อ กกต. ทั้ง 4 คน ที่ร่วมลงมติว่า ยังสะกดคำว่าเที่ยงธรรม เป็นหรือไม่ และ กกต. อีก 1 ท่าน ที่ไม่เข้าร่วมประชุม ว่าจะทนให้ระบบเสียงข้างมากลากไป อยู่เหนือกฎหมาย อย่างนั้นหรือ

เมื่อ กกต. เชื่อว่า ว่าที่ ส.ส. 3 คน ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง จึงลงมติให้ใบแดง ตามอำนาจของท่าน

แต่หากประชาชนที่ลงคะแนนให้ว่าที่ ส.ส. 3 คน เห็นและเชื่อว่า กกต. ทั้ง 4 คน ทำผิดกฎหมายคณะกรรมการการเลือกตั้ง จะพร้อมใจกันลงมติให้ ใบแดง ไล่ กกต. ออกจากหน้าที่ จะทำได้หรือไม่

พึงระลึกไว้เสมอว่า กกต. ชุดนี้ ไม่ได้มีที่มาจากพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง แต่มาตามคำสั่งคณะรัฐประหาร มี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นผู้เซ็นคำสั่งแต่งตั้ง

เพราะฉะนั้น การให้ใบแดง ไล่ กกต. ชุดนี้ จึงไม่กระทบต่อพระราชอำนาจ แต่จะกระเทือนถึงอำนาจของเหล่าเผด็จการ อย่างแน่นอน

นายกอ...


กกต.แจ้งข้อหาเพิ่ม4ว่าที่ส.ส.พปช.-สอบเพิ่มเขต1ถิ่น‘บรรหาร'

รายงานข่าวจากที่ประชุม กกต.แจ้งว่า การประชุมวันนี้(2 มกราคม) กกต.ได้พิจารณาสำนวนทั้งสิ้น 13 เรื่อง แยกเป็น สำนวนที่เกี่ยวกับการให้วีซีดีและสัญญาจะให้เงิน 8 เรื่อง ติดป้ายผิดที่ 3 เรื่อง เจ้าหน้าที่วางตัวไม่เป็นกลาง 1 เรื่อง และดูหมิ่นเหยียดหยามรัฐธรรมนูญ 1 เรื่อง โดย กกต. มีมติให้สืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมถ้ามีมูลก็ให้แจ้งข้อกล่าวหาจำนวน 3 เรื่อง ได้แก่ 1.จังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 นางบุญรื่น ศรีธเรศ นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ นายคมเดช ไชยศิวามงคล ว่าที่ ส.ส. พรรคพลังประชาชน 2.จังหวัดนครราชสีมา เขต 6 นายมีชัย จิตต์พิพัฒน์ และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี ว่าที่ ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน และ 3.จังหวัดชัยภูมิ เขต 2 นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ว่าที่ ส.ส พรรคพลังประชาชน โดยทั้ง 3 กรณีเป็นการแจกทรัพย์สินเป็นวีซีดีและแจกเงิน

ทั้งนี้ยังมีรายงานข่าวอีกว่า สำหรับสำนวนที่สั่งสอบเพิ่มเติมให้ครบทุกประเด็นมี 2 กรณี ประกอบด้วย 1.จังหวัดสุพรรณบุรี เขต 1 นายบรรหาร ศิลปอาชา นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ นายวราวุธ ศิลปอาชา ว่าที่ ส.ส. พรรคชาติไทย กรณีที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งปฏิบัติหน้าที่มิชอบ และ 2.จังหวัดนครราชสีมา เขต 4 นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ว่าที่ ส.ส. พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ร.ต.ญ.ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี และนายอนุวัฒน์ วิเศษจินดารัตน์ ว่าที่ ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน ข้อหาแจกเงิน นอกจากนี้ กกต.มีมติให้ดำเนินคดีอาญาแก่ผู้ติดแผ่นป้ายหาเสียง 1 เรื่อง และไม่รับเป็นเรื่องคัดค้าน 7 เรื่อง แบ่งเป็นพรรคพลังประชาชน 4 เรื่อง พรรคชาติไทย 2 เรื่อง กรณีผู้ทำหนังสือรัฐธรรมนวยฉบับหัวคูณ 1 เรื่อง--จบ-
-


จาก hi-thaksin

Wednesday, January 2, 2008

นิวคาสเซิล VS แมนฯซิตี้


พรีเมียร์ลีก

นิวคาสเซิล VS แมนฯซิตี้

สนาม : เซนต์ เจมส์ ปาร์ค

เวลาคิกออฟ : 02.45 น.

ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอตกินสัน

ผลเจอกันนัดแรกฤดูกาลนี้ : แมนฯซิตี้ ชนะ 3-1

ผลเจอกันฤดูกาลที่แล้ว : แมนฯซิตี้เสมอ 0-0,นิวคาสเซิลแพ้ 0-1

นิวคาสเซิล-ผลงานที่ผ่านมา

08-12-2007 ชนะ เบอร์มิงแฮม 2-1 (เหย้า)

15-12-2007 ชนะ ฟูแล่ม 1-0 (เยือน)

23-12-2007 เสมอ ดาร์บี้ 2-2 (เหย้า)

26-12-2007 แพ้ วีแกน 0-1 (เยือน)

29-12-2007 แพ้ เชลซี 1-2 (เยือน)

ความพร้อม : แซม อัลลาร์ไดซ์เริ่มกลับเข้าสู่สถานการณ์ที่กดดันอีกครั้งหลังแพ้ 2 นัดติด และมีแค่ แต้มเดียว ใน 3 นัด รับมือแมนฯซิตี้เกมนี้จะลุ้นกัปตันทีมอลัน สมิธที่มีอาการกระทบกระเทือนที่สมอง โดนเปลี่ยนตัวออก ในเกมแพ้เชลซีล่าสุด โจอี้ บาร์ตันยังไม่พร้อมลงเล่น แต่ไมเคิล โอเว่นที่ลงเป็นตัวสำรอง เกมล่าสุดมีโอกาส ได้สตาร์ตตั้งแต่นาทีแรก รวมทั้งมาร์ก วิดูก้าที่ขอลุ้นคืนตัวจริง

ผู้เล่น 11 คนแรกตามคาด : (4-4-2) เชย์ กิฟเว่น,ฮาบิบ เบย์,เคลาดิโอ คาซาป้า,สตีเฟ่น เทย์เลอร์,ชาร์ลส์ เอ็นซ็อกเบีย,เดเมี่ยน ดัฟฟ์,อับดุลลาเย่ ฟาย,นิกกี้ บัตต์,เจมส์ มิลเนอร์,มาร์ก วิดูก้า,ไมเคิล โอเว่น

แมนฯซิตี้-ผลงานที่ผ่านมา

15-12-2007 ชนะ โบลตัน 4-2 (เกย้า)

18-12-2007 แพ้ สเปอร์ส 0-2 (เยือน)

22-12-2007 เสมอ แอสตัน วิลล่า 1-1 (เยือน)

27-12-2007 เสมอ แบล็คเบิร์น 2-2 (เหย้า)

30-12-2007 เสมอ ลิเวอร์พูล 0-0 (เหย้า)

ความพร้อม : ไม่ชนะใน 4 เกมหลังสุดและเสมอมา 3 นัดติดต่อกันแล้ว สเวน โกรัน เอริคส์สัน จะปรับทีมจากเกมเสมอลิเวอร์พูล 0-0 ส่งโลแรนโด้ เบียงคี่คืนตัวจริง โจวานนี่มีลุ้นแย่งพื้นที่กับเอลาโน่ ขณะที่ี่เอมิล เอ็มเพ็งซ่าคัมแบ็กกลับมาเป็นตัวเลือก

ผู้เล่น 11 คนแรกตามคาด : (4-4-1-1) โจ ฮาร์ท,เนดุม โอนูโอฮา,ไมคาห์ ริชาร์ดส์,ริชาร์ด ดันน์,ไมเคิล บอลล์,เวดราน คอร์ลูก้า,สตีเฟ่น ไอร์แลนด์,ดีทมาร์ ฮามันน์,มาร์ติน เปตรอฟ,เอลาโน่,โลแรนโด้ เบียงคี่

รูปเกม/โอกาส : เจอกันนัดแรกเรือใบสอยนิ่ม 3-1 และปีก่อนก็บุกมาชนะได้ที่นี่ 1-0 ทีมเจ้าถิ่นของบิ๊กแซมแบกรับความกดดันถ้าเล่นไม่ดีหรือเกมยืดเยื้อยังยิงประตูนำไม่ได้ มีโอกาสโดนแฟนบอลตัวเองโห่ใส่สูงมาก ทรงบอลทีมเยือนได้เปรียบ แนวรับเหนียวแน่น และมีเกมโต้กลับที่ว่องไวจากเปตรอฟกับเอลาโน่ ที่ลุ้นได้ทั้ง 1 หรือเก็บ 3 แต้มเต็มกลับออกไป

ขอขอบคุณ http://www.thailandsportsonline.com/

จาก Hi-Thaksin

เติ้งหน้าบาน เสียงเชียร์นายกฯรอบ2


คอลัมน์ ลับพอสมควร

ผู้สื่อข่าวลับพอสมควร - รายงาน

เปิดบ้านศิลปอาชา ซ.จรัญ สนิทวงศ์ 55 ให้บรรดาลูกพรรค และแขกเหรื่อเข้าอวยพรปีใหม่

บิ๊กเติ้ง เคียงคู่คุณหญิงแจ่มใส ขนาบด้วยลูกๆ หลานๆ ยืนรับกระเช้าดอกไม้ตั้งแต่ไก่โห่ ถึงเที่ยงวัน จนปวดหัวเข่า

เสี่ยประภัตร โพธสุธน นำทีมลูกพรรคตบเท้าอวยพร ขอให้หัวหน้าเป็นเสาหลักค้ำจุนประเทศชาติต่อไป

บิ๊กเติ้ง กล่าวตอบอย่างอารมณ์ดีว่าขอให้ทุกคนช่วยผลักดันพรรคเดินหน้าต่อไปด้วยความมั่นคง

ขอฝากพรรคชาติไทยไว้ในอ้อมอกพวกเรา ช่วยกันดูแลให้เจริญเติบโตกล้าแข็ง ต่อไปเป็นหน้าที่คนรุ่นหลัง รุ่นเก่าคงต้องไปจำวัด ขึ้นหิ้งเป็นประธานที่ปรึกษาพรรค

ใครจะด่า ใครจะว่าผม ผมไม่ถือ คำด่า คำว่านั้นก็จะไปสนองตอบคนนั้นเอง

ช่วงสาย ชาวบ้านสุพรรณบุรีแห่มาร่วมอวยพรด้วยสำเนียงคนสุพรรณแท้ๆ

ขอให้ท่านได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกหนนึง

เจ้าของบ้านถึงกับยิ้มแก้มปริ ก่อนจะรีบปฏิเสธด้วยน้ำเสียงสูงปรี๊ด

โอ้ย! ไม่เอาแล้ว

คะแนนให้มาอย่างนี้ลำบาก อยู่ฝั่งไหนก็ลำบาก พระเจ้าให้คะแนนมาอย่างนี้ ปวดหัว

ปวดหัว ก็ยังดีกว่า ปากแห้ง นะครับทั่น!!


‘สดศรี' เผยกกต.รับรอง ส.ส. 100-200 คนวันที่3 ม.ค.นี้

นางสดศรี สัตยธรรม กกต. ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวว่าในวันพรุ่งนี้ กกต. คาดว่าจะสามารถทยอยประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.ได้บางส่วน สำหรับว่าที่ ส.ส.ที่ไม่มีเรื่องร้องเรียน และว่าที่ ส.ส.ที่ถูกยกคำร้อง โดยคาดว่าน่าจะสามารถประกาศรับรองได้ 100 - 200 คน และเชื่อว่าน่าจะสามารถเปิดประชุมสภาได้ สำหรับสำนวนร้องเรียนที่เหลือ กกต.จะพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 ม.ค. ที่จะถึงนี้

นางสดศรีกล่าวต่อว่าการประชุมในช่วงเช้าวันนี้ กกต. ได้พิจารณาสำนวนคำร้องของว่าที่ ส.ส. ซึ่งมีมติให้แจ้งข้อหากล่าวหา ส่วนช่วงบ่าย กกต.จะพิจารณาสำนวนทุจริตเลือกตั้ง ชุดที่มีพลตำรวจตรีชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ในฐานะหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวนของสันติบาล เป็นผู้เสนอ

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการเปลี่ยนตัวพล.ต.ต.ชัยยะ ตามที่พรรคพลังประชาชนเรียกร้องหรือไม่ นางสดศรี บอกด้วยว่า กกต.คงไม่ทบทวนเรื่องการโยกย้ายพลตำรวจตรีชัยยะ เพราะไม่มีเรื่องร้องเรียนเข้ามา และอาจไม่เป็นธรรม หากไปมองว่าคนๆ เดียวไปมุ่งทำลายพรรคการเมืองใดการเมืองหนึ่ง

นางสดศรีกล่าวต่อว่า แม้ว่า กกต. จะเดินหน้าทำงานเพื่อบ้านเมืองต่อไป แม้ว่า นายสมชัย จึงประเสริฐ จะไม่ลาออกจากตำแหน่ง กกต.แล้ว เพราะถือว่า การลาออก หรือไม่ เป็นเรื่องส่วนตัว และส่วนตัว ก็คงไม่คิดลาออกเช่นกัน ถึงจะมีอุปสรรคมาก ก็จะยิ่งเข้มแข็งมากขึ้นกว่าเดิม

นางสดศรียังแสดงความเป็นห่วง ยังเป็นห่วงกรณีที่ นายไชยวัฒน์ สินสุวงษ์ ร้องขอคุ้มครองชั่วคราวต่อศาลฎีกา เรื่องการจัดเลือกตั้งล่วงหน้า และเลือกตั้งวันที่ 23 ธ.ค. ที่ผ่านมาให้เป็นโมฆะ และกรณีการขอคุ้มครองระงับการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง. เพราะหากศาลวินิจฉัยสั่งคุ้มครองแล้วคิดว่าต้องมีปัญหาตามมา โดยเฉพาะกระทบต่อการรับรองรายชื่อ ส.ส.ใหม่


จาก hi-thaksin

ช่างทาสี มืออาชีพ

"ห้ามพล.อ.เปรมไม่ให้ยุ่งกับการเมือง" จะง่ายกว่า "ห้ามคนด่าท่าน"



คำถามถึง พล.อ.สุรยุทธ์ หลังพูดกับนักข่าวว่า "คุณทักษิณยังมีเงิน ประชาชนก็เลยรัก เลยทำให้ยังมีอิทธิพลอยู่..."

ภาพหลักฐานแฉ คตส.ทำงานด้วยความอคติ ตั้งชื่ออาหารด้วยความเกลียดชัง

คมช.ยกย่องชื่นชมคตส. เป็นไม้บรรทัดของสังคม

New Year's Resolution

ขึ้นปีใหม่แล้วครับ

หลายคนก็ตั้งใจและวางแผนจะทำอะไรให้สำเร็จ
หรืออาจจะตั้งใจเลิกนิสัยบางอย่างในปีนี้

ภาษาอังกฤษ เขาเรียกว่า Resolution ครับ

สำหรับการตั้งเป้าหมาย (Resolution) นี้ มีหลักการอยู่ เรียกว่า S.M.A.R.T.
อันประกอบไปด้วย

1) Specific. (ชัดเจน)บอกแค่ว่าจะ จะทำให้หุ่นดี ไม่มีผลครับ ต้องบอกว่า จะ
ลดน้ำหนักลงไป 5 กก
ชี้ชัด ๆ ไปเลยว่าจะทำอะไร


2) Measurable. (วัดได้) อย่างเช่นถ้าบอกว่าจะ สร้างหรือรักษาความสัมพันธ์ดี ๆ กับเพื่อนเก่า ก็ควรตั้งไปเลยว่า จะส่งการ์ดวันเกิดและการ์ดอวยพรให้เพื่อนเก่าเสมอ

3) Achievable. (เป็นสิ่งที่ทำได้) เช่น บอกว่าจะเป็นผู้บริหารที่ดีที่สุด แต่ความจริงแล้วไม่มีอะไรดีที่สุดหรอกครับ เขียนเป็นสิ่งที่วัดได้จะดีกว่า เช่น จะเพิ่มยอดขาย ลดการลาออกของลูกน้อง กี่เปอร์เซ็นต์ก็ว่ากันไป

4) Realistic. (ไม่ไกลเกินความเป็นจริง) เช่น บอกว่า จะหัดเล่นสกีให้ได้ แต่บ้านอยู่ในกรุงเทพฯ ไม่มีหิมะ อันนี้ก็ไกลความเป็นจริงไปหน่อย

5) Timely. (เงื่อนไขเวลา) เนื่องจากเรากำลังตั้ง New Year Resolution เป้าหมายก็ควรจะทำให้สำเร็จได้ภายในหนึ่งปีนะครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับการตั้งเป้าหมายแบบ S.M.A.R.T นี้หาอ่านได้จาก

Use S.M.A.R.T. goals to launch management by objectives plan Republic Article



หลังจากที่่ได้ตั้ง Resolution เรียบร้อยแล้ว

ก็ควรได้มีการติดตามผลตลอดทั้งปี ว่าได้ทำกิจกรรมใด ที่ทำให้บรรลุเป้าหมายบ้าง
เครื่องมือง่าย ๆ อันหนึ่ง ที่ทำให้ติดตามผลของการตั้งเป้าหมายของตนเอง
เป็น Web App. ตัวหนึ่ง ชื่อ
Joe' Goals




เพียงเข้าไปที่ http://www.joesgoals.com

กรอกข้อมูลสมัครสมาชิก แล้วก็สร้าง เป้าหมาย (goals) ซึ่งก็สามารถสร้างได้ทั้งสิ่งที่อยากทำ และสิ่งที่ไม่อยากทำ เช่นในตัวอย่าง Exercise ออกกำลัง เป็นสิ่งที่อยากทำ ส่วน Eat out กินข้าวนอกบ้านเป็นสิ่งที่ไม่อยากทำ

Joe's Goals ก็จะสร้างตารางให้ผู้ใช้ได้กรอก ว่าได้ทำกิจกรรมใดไปบ้างในหนึ่งวัน ตารางแนวนอนก็จะเป็นเป้าหมายที่เราได้สร้างไว้ ส่วนตารางในแนวตั้งก็จะเป็นวันอาทิตย์ถึงเสาร์

วันไหนได้ทำกิจกรรมทีสอดคล้องกับเป้าหมายก็ให้คะแนนตัวเองหนึ่งแต้ม วันไหนทำสิ่งที่ไม่ควรทำก็ลบคะแนนออกหนึ่งแต้ม หนึ่งเดือนผ่านไป ก็มานั่งดูได้ว่า ได้ทำตามเป้าหมายไว้ มากน้อยเพียงใด แ่ข่งกับตัวเองน่าจะสนุกดีครับ


ลองเล่นดูครับ ผมสมัครเรียบร้อยแล้ว แล้วจะเอาคะแนนมาอวด



ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติม เรื่อง Resolution และเทคนิคอื่น ๆ หาได้จาก
lifehacker.com


สวัสดีปีใหม่ 2551 ครับ


====
( อ่านบทความในรูปแบบ web page และบทความอื่น ๆ เชิญที่
จิต-ใจ-ดhttp://jit-jai-d.blogspot.com/ )



--
Posted By pC to
จิต - ใจ - ดี at 1/01/2008 01:09:00 PM

ต้องมีสำนึก [2 ม.ค. 51 - 19:36]

เริ่มเปิดศักราชใหม่ ทำท่าจะเป็น ปีหนูไฟ อย่างที่ หมอดูทำนายทายทักเอาไว้ให้ได้ ก็ประชาชนอุตส่าห์ เลือกผู้แทน เข้ามาทำหน้าที่แล้ว โดยเสียงข้างมากให้ความไว้วางใจ เสียงข้างน้อยที่คิดว่ามีอำนาจเหนือประชาชนก็พยายามจะกวนน้ำให้ขุ่น

ตามล้างตามเช็ดยังไม่เลิก

บรรทัดนี้ ผมอยากจะให้ทุกฝ่ายยึดเอาพรปีใหม่ของในหลวง เป็นที่ตั้ง จะต้องช่วยกันประคับประคองประเทศด้วยไมตรีจิตและความเมตตากรุณา อย่าก่อปัญหาและก่อเงื่อนไข

กกต.ต้องอย่าตกเป็นเครื่องมือ

ผมย้ำเอาไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วว่า งานนี้ กกต.จะต้องเป็นพระเอกในการที่จะกู้วิกฤติชาติ อย่าตกเป็นเครื่องมือของใครเด็ดขาด จะออกใบแดงใบเหลืองอย่างไรก็ต้องยึดมาตรฐานนึกถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา

นึกถึงอนาคตของประเทศไทย

จะพยายามยัดเยียดใบแดงกันทีละ 50-60 ใบ ทำร้ายความรู้สึกของประชาชนเสียงส่วนใหญ่ และที่ผมอยากจะให้ กกต.ทบทวนโดยเร็วที่สุดก็คือการตั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลเข้ามา เป็นชุดสอบสวนพิเศษ

เพราะมีอีแอบเข้ามาก่อความวุ่นวาย รับใบสั่งมาเต็มมือ ขนาดสำนวนคดีที่ กกต.จังหวัดและเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนของ กกต. สรุปสำนวนส่งให้ กกต.วินิจฉัย ยกคำร้องไปแล้ว แต่ตำรวจชุดสอบสวนพิเศษที่ว่ายังไม่พอใจ ลงไปปั้นหลักฐาน จะเอาใบแดงให้ได้

ตรงนี้จะทำให้ กกต.แตก

ผมไม่รู้ว่า อำนาจหน้าที่เข้ามาช่วยสืบสวนสอบสวนครั้งนี้ มีขอบเขตอยู่แค่ไหนหรือทำเกินขอบเขตหรือไม่ อันที่จริง ท่าน ผบ.ตร. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส น่าจะรีบตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม เรียกกลับสังกัดก่อนที่ ตำรวจจะถูกมองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับ ความพยายามจะให้การเมืองพลิกขั้ว ไปด้วย

และเข้าใจว่า ท่าน ผบ.ตร.ก็น่าจะรู้ว่าใครเป็นใคร ในเมื่อชาวบ้านร้านตลาดก็รู้กันหมด ผมอยากจะให้บ้านเมือง สงบเสียที อย่าก่อกรรมทำเข็ญกับประชาชนและประเทศชาติต่อไปอีกเลย

แม้ว่า การประกาศใบแดงใบเหลือง ก่อนการประกาศรับรองจาก กกต.และต้องมีการเลือกตั้งซ่อม โดยให้ผู้ที่โดนใบเหลืองใบแดงจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ประมาณ เขตละ 7 ล้านบาทก็ตาม

แต่สังคมจะเกิดความหวาดระแวง

ยิ่งถ้ามีการประกาศใบแดงหลังการประกาศรับรองผลเลือกตั้งของ กกต. ก็จะยิ่งจะมีข้อครหาหนักขึ้น เพราะกรณีนี้ไม่ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ให้เลื่อนเอาผู้ที่ได้คะแนนลำดับรองลงไปขึ้นมาแทน กลายเป็นช่องโหว่ให้สร้างหลักฐานกลั่นแกล้งกันหนักเข้าไปใหญ่เพราะมี เก้าอี้ ส.ส.เป็นรางวัล

นี่กระมั่ง ที่ คุณสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน จึงได้รีบตัดสินใจประกาศจับขั้ว กับ 3 พรรคเล็กจัดตั้งรัฐบาลก่อนกำหนด

กลัวจะถูกโรคขี้อิจฉาแทรกแซง.

“หมัดเหล็ก”

คอลัมน์ คาบลูกคาบดอก

จาก http://www.thairath.co.th/

นายกฯนอมินี [2 ม.ค. 51 - 19:15]

ก่อนอื่นก็ต้องขอ “สวัสดีปีใหม่” ที่เพิ่งผ่านพ้นมาหมาดๆกับท่านผู้อ่านทุกท่านให้มีความสุขสโมสร หลังผ่านพ้นปีแห่งความสับสนวุ่นวาย ปีชวด (หนู) ที่กำลังเริ่มต้นน่าจะมีอะไรที่ดีขึ้น

ครับ...ก็หวังว่าคงจะเป็นไปอย่างนั้น

เหนืออื่นใดพอเริ่มต้นใหม่ก็คงจะได้รัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ล่าสุดนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนได้แถลงพร้อมกับพรรคการเมือง 3 พรรคที่จะเข้ามาร่วมรัฐบาลอย่างชัดเจนไปแล้ว

คือพลังประชาชน, รวมใจไทยชาติพัฒนา, มัชฌิมาธิปไตย และประชาราช รวมตัวเลขที่มีการประกาศเป็นทางการเมือง 254 เสียงเกินกึ่งหนึ่ง 14 เสียง ส่วนกรณีใบเหลือง-ใบแดงยังไม่ได้นับรวมเนื่องจาก กกต.ชี้ขาดยังไม่จบ

แต่ที่แน่ๆพลังประชาชนคงจะโดนมากที่สุด เพราะมีการร้องเรียนกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งกันมาก

“ท้าทาย” โดยไม่มีความจำเป็น แต่พอเวลาโดนเข้าก็โวยวายว่ามี “อำนาจลึกลับ” อยู่เบื้องหลังที่ไม่ต้องการให้พลังประชาชนเป็นรัฐบาล ถูกกลั่นแกล้งอย่างนั้นอย่างนี้

ว่าที่จริงแล้วตัวเลขจากผลการเลือกตั้งที่ผ่านมานั้นหากไม่ต้องคิดอะไรมากหรือไปคิดให้สับสน พลังประชาชนนั้นได้เป็นรัฐบาลอยู่วันยังค่ำ และก็คงยากที่จะไปต้านทานได้เพราะตัวเลขอีกเพียงแต่ 7-8 ที่นั่งก็จะเกินกึ่งหนึ่งอยู่แล้ว

เอาพรรคการเมืองไหนมาร่วมมันก็ง่าย อย่าง 3 พรรคที่จับมือกันนั้นมันก็ไม่ต้องไปคุยอะไรกันมาก แค่สบตาก็รู้ใจแล้วว่าอยากเป็นรัฐบาลกันขนาดไหน

หรือกรณีใบเหลือง-ใบแดงที่ว่าจะแจกกัน 50-60 ใบเพื่อลดจำนวน ส.ส.พลังประชาชนก็ไม่น่าจะใช่และคงไม่แจกกันมากมายขนาดนั้น การหาพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดเลือกตั้งนั้นคงไม่ใช่เรื่องง่าย

ถ้าไม่ใช่คาหนังคาเขาก็ยาก

อย่างกรณีซีดีทักษิณก็รู้อยู่แล้วว่ามันผิดแต่เมื่อกล้าทำผิดทั้งๆที่รู้มันก็สมควร

ที่น่าสังเกตก็คือการเลือกตั้งครั้งนี้แทบจะไม่พูดถึงเรื่องการ “ซื้อเสียง” เท่าใดนัก คล้ายกับว่าไม่มีใครกล้าหรือไม่มีใครทำ ทั้งๆที่จริงแล้วซื้อกันเพียบเพียงแต่มีลีลา และท่วงทำนองที่ยากจะจับได้

อย่างไรก็ดี การที่คิดว่าเมื่อ กกต.แจกใบเหลือง-ใบแดงแล้วจะส่งผลต่อจำนวน ส.ส.ของพลังประชาชนถึงวันนี้คงไม่มีปัญหาแล้ว และประชาธิปัตย์ก็เตรียมตัวเป็นฝ่ายค้านได้เลย

เพราะนอกจาก 4 พรรคที่รวมจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ยังมีการทาบ ทามอีก 2 พรรคคือชาติไทยและเพื่อแผ่นดิน ซึ่งทั้ง 2 พรรคหลังจากที่ดีดดิ้นทำเป็นเล่นตัว พยายามสร้างอำนาจต่อรองทุกรูปแบบ

แต่สุดท้ายมันก็อยากกันทั้งนั้นไม่สนว่าเคยพูดอะไรไว้ เคยประกาศอะไรไว้ ไม่เคยเปลี่ยน ไม่เคยปรับตัว

เมื่อเป็นเช่นนี้รัฐบาลชุดใหม่ก็คงจะเป็น 6 พรรค คือพลังประชาชน, ชาติไทย, เพื่อแผ่นดิน, รวมใจไทยชาติพัฒนา, มัชฌิมา-ธิปไตยและประชาราชมีเสียงสนับสนุน 300 กว่าเสียง แม้จะโดนใบเหลือง-ใบแดงอย่างไรก็ไม่มีผลกระทบ

นายกฯคนใหม่คงจะชื่อ “สมัคร สุนทรเวช” และมีการชี้ประเด็นด้วยว่าเป็นนายกฯได้แม้จะเคยต้องคดีหมิ่นประมาทแต่ยังไม่เคยถูกจำคุก เป็นรัฐบาลผสมหลายพรรคและต้องดูว่าจะมอบงานไหนให้ใคร พรรคไหน

ถึงวันนี้แต้มต่อจากพรรคเล็กคงมีได้ไม่มากนักเพราะถูกควบแน่นเอาไว้แล้ว อยู่ที่ว่าจะไปกันได้นานแค่ไหน

ก็ต้องรอชมฝีมือนายกฯ “นอมินี” ว่าจะแน่สักแค่ไหน?

"สายล่อฟ้า"

คอลัมน์ กล้าได้กล้าเสีย

จาก http://www.thairath.co.th/

‘สมชัย'ยันไม่ลาออก-เดินหน้าทำงานต่อเพื่อชาติ

(2มค.) นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านกิจการสืบวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าจะลาออกจากตำแหน่งว่า เมื่อสักครู่ก็มีคนมาให้กำลังใจตน ให้ปฎิบัติภารกิจให้เสร็จ นอกจากนี้พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้จัดการเลือกตั้งให้ยุติธรรม และลุล่วง ซึ่งตนก็รับใส่เกล้าและที่ผ่านมาก็จัดการเลือกตั้งได้ดีและควรทำให้สำเร็จ เพื่อประคองให้ประเทศเดินต่อไปได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ระบุว่าจะทำภารกิจให้เสร็จสิ้น หมายถึงจัดการเลือกตั้งส.ว.ด้วยหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า งานหลักคือการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ให้เรียบร้อย ส่วน ส.ว.เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เราจะทำดูงานเฉพาะหน้าทำภารกิจให้สำเร็จ
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า รู้สึกอย่างไรที่ขณะนี้หลายฝ่ายจับตามองด้านสืบสวนสอบสวนรวมถึงมองว่าการสืบสวนไม่เป็นกลาง นายสมชัย กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า เขาจับตามองสิถึงจะเป็นเรื่องดี ไม่สนใจสิถึงเป็นเรื่องแปลก ฝ่ายสอบสวนก็เป็นกลาง ก็ดูสิว่าเขายื่นซ้ายหรือขวา อย่าเอาความคิดเก่าๆมาตัดสิน ศือต้องเข้าใจว่า เหน้าที่ด้านสืบสวนของ กกต. ไม่ได้มีหน้าที่สืบสวนจริงๆแต่มีห้าที่อ่านสำนวนและนำเสนอสำนวนให้กกต.ทราบ ส่วนพนักงานสืบสวนในพื้นที่ เราใช้ตำรวจจากสตช. และแต่งตั้งถึง 1,200 คน ซึ่งเราก็เสียเงินอบรมเป็นจำนวนมาก
"ปีใหม่ ก็อยากเห็นการพูดจาไพเราะ ภาษาดอกไม้ แต่ดอกไม้กับงานไปด้วยกันไม่ได้ ซึ่งงานต้องมาก่อน แล้วดอกไม้ค่อยตามมา" นายสมชัย กล่าว
ขณะที่ นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต. ด้านกิจการบริหารการเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า จะถอนใจหรือไม่ให้ไปถามนายสมชัยเอง แต่คาดว่านายคงไม่ถอนใจ เพราะตอนนี้ยังอยู่ในภาวะทำงาน หากจะทิ้งหน้าที่ในภาวะวิกฤตจะทำให้ยุ่ง--จบ--


จาก hi-thaksin