WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, January 3, 2008

ถ้าประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาล?


เป็นธรรมดาและธรรมชาติของนักและพรรคการเมืองไทยที่ต้องหาทางขวนขวายดิ้นรนเพื่อให้ได้"อำนาจรัฐ"สร้างผลงานบริหารประเทศ แก้ไขปัญหาต่างๆให้ประชาชน โดยที่ยังไม่ปรากฏว่ามีนักหรือพรรคการเมืองใด ประกาศตัวว่าจะเป็น"ฝ่ายค้าน"
เป็นธรรมดาของพรรคการเมืองอย่างประชาธิปัตย์ที่ตกไปเป็นฝ่ายค้านนานถึง 6 ปี จะต้องหาช่องทางเข้าสู่"วงจรอำนาจ"เพื่อแสดงความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดิน
เป็นธรรมดาของพรรคการเมืองที่หวังเข้ามาทำมาหากินกับผลประโยชน์ที่ได้จากสมบัติของประเทศมากบ้างน้อยบ้างตามแต่โอกาสจะอำนวย เพราะ"ไม่อยากเป็นฝ่ายค้านให้อดอยากปากแห้ง"อย่างที่หัวหน้าพรรคชาติสุพรรณกำลังวิ่งรอกจับขั้วต่อรองผลประโยชน์ร่วมรัฐบาล
เป็นธรรมดาของพรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียงเกือบจะชนะคู่แข่งขันที่เคยบริหารบ้านเมืองผิดพลาด จะต้องฉวยโอกาสและหาความชอบธรรมเข้ามาบริหารประเทศทุกวิถีทาง
เป็นธรรมดาและเป็นกฎกติกามารยาทในระบอบประชาธิปไตยที่จะต้อง"ให้เกียรติและเคารพ"พรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียงมากกว่าจัดตั้งรัฐบาลก่อน
เป็นธรรมดามาก ถ้าหากประชาธิปัตย์ยุคนี้ยังไม่ลืม"หลักการ"ของ ชวน หลีกภัย ที่เปิดโอกาสให้พรรคได้เสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลก่อน เช่น เมื่อปี2539 ที่พรรคความหวังใหม่ ได้ 125 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 123 เสียง
คราวนั้นพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี และพรรคความหวังใหม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทั้งๆที่มีคะแนนมากกว่าพรรคประชาธิปัตย์ เพียง 2 เสียงเท่านั้น
แต่ไม่ธรรมดาและไม่รักษากฎกติกามารยาทเลย ที่คนในพรรคประชาธิปัตย์ดาหน้าออกมาประกาศเชิงข่มขู่หรือ"ล็อคพรรคการเมืองอื่นๆ"ไว้แล้วมาบอกว่า ถ้าพรรคพลังประชาชนตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ พรรคประชาธิปัตย์ก็พร้อมที่จะเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล
ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่ๆหากพรรคประชาธิปัตย์ยังเชื่อน้ำมนต์คารมปากของ"บิ๊กบัง"เมื่อครั้งเป็นประธานคมช.มีอำนาจล้นประเทศ พูดเป็นนัยๆกับนักข่าวว่าหลังเลือกตั้งแล้วพรรคที่จะได้เป็นรัฐบาลคือพรรค(ประชาธิปัตย์ ชาติไทยและมหาชน)ซึ่งเคยอยู่ตรงกันข้ามกับพรรคที่ถูกยึดอำนาจ
ไม่ใช่ธรรมดาและไม่ใช่เรื่องปกติที่อยู่ๆพรรคที่ได้คะแนนอันดับสองจะมาประกาศพร้อมจัดตั้งรัฐบาลแข่ง ทั้งๆที่ทราบผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเพียงไม่กี่ชั่วโมง
ข้อสำคัญรัฐธรรมนูญ2550 มาตรา 127 กำหนดให้เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกภายใน 30 วันหลังเลือกตั้ง ต่อจากนั้นก็โหวตซาวเสียงเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะมีเวลาฟอร์มรัฐบาลได้อีก 30 วัน(มาตรา172)หลังจากเปิดสภาฯครั้งแรก
นี่ แสดงความกระเหี้ยนกระหือรือ กดดันพรรคที่ได้เสียงข้างมากอีกแล้ว โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล ว่า ขณะนี้คงต้องรอให้พรรคพลังประชาชนดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลไปก่อน
แต่หากหลังวันที่ 4 มกราคม2551ไปแล้ว ยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ พรรคก็จะเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลเอง พร้อมฝากให้พรรคพลังประชาชนให้ความสำคัญ และเดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศเรียกความเชื่อมั่นกลับมาให้ได้
ก็การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 เพิ่งผ่านไปเพียง 10 วันเท่านั้นไม่ใช่หรือ จะมีขีดเส้นตายหลังวันที่ 4 มกราคม2551 อีกทำไม ใบเหลือง-ใบแดง จากกกต.ก็ยังประกาศออกมาไม่หมด ตัวเลขคะแนนเสียงของพรรคต่างๆก็ยังไม่นิ่ง
หากถือคะแนนเสียงอย่างไม่เป็นทางการ คือพรรคพลังประชาชน 233 เสียง ประชาธิปัตย์ 165 เสียง ชาติไทย 37 เสียง เพื่อแผ่นดิน 24 เสียง รวมใจไทยชาติพัฒนา 9 เสียง มัชฌิมาธิปไตย 7 เสียงและประชาราช 5 เสียง แล้ว
ต่อให้พรรคประชาธิปัตย์ดื้อดึงจัดตั้งรัฐบาลได้จริง แล้วให้พรรคพลังประชาชนเป็นฝ่ายค้านพรรคเดียว อย่างเก่งประชาธิปัตย์ก็ได้แค่ 247 เสียง เกินครึ่งไป 7 เสียง เท่านั้นเอง
พรรคการเมืองไหน เขาจะอยู่ร่วมกับรัฐบาลที่มีเสียงหมิ่นเหม่ต่อความพ่ายแพ้ในสภาฯ ไปเข้าห้องน้ำก็ไม่ได้ เจ็บไข้ได้ป่วยก็ไม่ได้ หรือไปดูงานต่างประเทศยิ่งไม่ได้ หากฝ่ายค้านเขาขอโหวตลงคะแนน ไม่แพ้กันตั้งแต่ในมุ้งหรือ
ประชาธิปัตย์จะสวมวิญญาณเทวดาที่ไหนมาบริหารประเทศได้ ถึงทำได้ก็ไม่เกิน 99 วันอย่างแน่นอน
"อภิสิทธิ์ "เอ๋ย ไปหาวิธีป้องกันไม่ให้คนใช้ในบ้านหยิบบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินเกือบแสนบาทให้ได้ก่อนเถอะ!--จบ--

สำนึกร่วมถวายอาลัย


ต้อนรับพุทธศักราช 2551 ด้วยน้ำตาแห่งความอาลัย
02.54 น. รุ่งขึ้นวันที่ 2 มกราคม วันสุดท้ายของเทศกาลเฉลิมฉลอง ประชาชนชาวไทยได้ดื่มด่ำกับเทศกาลปีใหม่กันอย่างมีความสุข
สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ความว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้า กัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้เสด็จประทับรักษาพระอาการประชวร ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2550 ตามที่ สำนักพระราชวังได้แถลงการณ์ให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้น
แม้คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ พระอาการได้ทรุดลงตามลำดับ และได้สิ้นพระชนม์เมื่อเวลา 2 นาฬิกา 54 นาที วันที่ 2 มกราคม 2551 รวมพระชันษา 84 ปี
สิ้นแล้วสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯผู้ทรงคุณต่อแผ่นดิน
"ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ" ขอร่วมเป็นหนึ่งในดวงใจพสกนิกรชาวไทยทั้ง 60 ล้านกว่าดวง ประนมมือส่งแรงอธิษฐาน
อัญเชิญดวงพระวิญญาณเสด็จสู่สวรรคาลัย
ด้วยน้ำพระทัยแห่งความเมตตา พระกรุณาธิคุณที่มีต่อประชาชนผู้ยากไร้
กับภาพที่ชินตาทางสถานีโทรทัศน์ช่วงข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯได้เสด็จไปทรงเยี่ยมเจ้าหน้าที่มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ตามท้องถิ่นทุรกันดาร
ทรงไต่ถามทุกข์สุขกับชาวบ้าน เด็กเล็ก คนชรา อย่างใกล้ชิด โดยไม่ถือพระองค์
และทุกครั้งเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯจะร่วมกันร้องเพลง พอ.สว.ประจำจังหวัดนั้นๆถวาย ประทานพระวโรกาสให้เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด
เป็นการให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานอย่างเป็นกันเอง
และทั้งหมดทั้งปวงก็คือการสืบสานพระปณิธานพระมารดา ช่วยแบ่งเบาพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
บำบัดทุกข์ บำรุงสุขเหล่าพสกนิกรชาวไทย
แม้วันนั้นจะไม่มีอีกแล้ว แต่ด้วยน้ำพระทัยอันใหญ่หลวง
พระคุณอันประเสริฐจารึกอยู่ในแผ่นดินสืบไป
และด้วยบรรยากาศแห่งความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่งของประชาชนชาวไทย น้ำตาแห่งความเศร้าโศกเอ่อล้น
ทุกดวงใจร่วมถวายอาลัย
จึงเหมาะสมด้วยประการทั้งปวงที่ตลอดวันที่ 2 มกราคม
จะเป็นวันปลอดการเมือง
นักเลือกตั้งพร้อมอกพร้อมใจสงบปากสงบคำ สำนึกกันโดย อัตโนมัติ
ว่าที่แกนนำรัฐบาลอย่างพรรคพลังประชาชนงดการแถลงข่าวประเด็นการเมือง หยุดความเคลื่อนไหวในการจับขั้วรัฐบาล
พักเดินสายจีบพรรคร่วมชั่วคราว
เพื่อแสดงความไว้อาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปฏิเสธจะให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางการเมือง
เกรงจะเป็นการไม่เหมาะสม
พร้อมทั้งสั่งลูกพรรคงดให้สัมภาษณ์การเมืองตลอด ทั้งวัน
รวมถึงช็อตไฮไลต์
นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย และนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ได้สั่งงดกิจกรรมทางการเมืองทุกรูปแบบ
เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำมิบังควร
ทำให้ต้องเลื่อนการประชุมนัดสำคัญ ในการแถลงจุดยืนทางการเมืองร่วมกันของพรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดินที่นัดกันไว้
จะประกาศร่วมรัฐบาลในช่วงค่ำวันที่ 2 มกราคม
เกมตั้งรัฐบาลผสม 6 พรรคต้องยื้อออกไป
แต่ลึกๆภายในเขาล็อกแขนกันแล้ว.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน--จบ--


//////////////////////////////

ข่าวการเมือง(วิเคราะห์)


ทั่วโลกร่วมอาลัย‘พระพี่นาง'พร้อมเผยแพร่พระเกียรติคุณ

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า พสกนิกรชาวไทยนับพันนับหมื่นคนในเครื่องแต่กายชุดไว้อาลัยต่างพากันร่วมถวายความอาลัยต่อการจากไปของพระองค์ที่พระบรมมหาราชวังกันอย่างเนืองแน่น พร้อมระบุว่า บรรดาพรรคการเมืองไทยกำลังขะมักเขม้นต่อรองเพื่อจัดตั้งรัฐบาลต่างพากัน ยุติท่าทีทางการเมืองเป็นการชั่วคราว เพื่อไว้อาลัยต่อการสิ้นพระชนม์

"การสิ้นพระชนม์ของพระองค์ท่านถือเป็นความสูญเสียครั้งยิ่ง ใหญ่ที่สุดของฉันและเมืองไทย" รอยเตอร์สสัมภาษณ์พสกนิกรวัย 97 ปี ที่ถวายความอาลัยที่โรงพยาบาลศิริราช

สำนักข่าวเอพีและเอเอฟพี ได้เผยแพร่พระประวัติและพระกรณียกิจของพระองค์อย่างละเอียด โดยสำนักข่าวเอพี ระบุว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงมีความสนพระทัยในศิลปะแขนงต่างๆ โดยเฉพาะการละครและดนตรีคลาสสิก ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ทรงประทับอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เช่นเดียวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พระองค์ยังทรงมีพระปรีชาด้านภาษาถึง 5 ภาษา โดยเฉพาะภาษาฝรั่งเศส และทรงโปรดวัฒนธรรมฝรั่งเศสตลอดพระชนม์ชีพ นอกจากนี้ยังทรงโปรดการเดินทางและทรงบันทึกรายละเอียดของการเดินทางในรูปของพระนิพนธ์หลายเล่ม นักข่าวเอพีถึงกับยกย่องพระองค์กว่า ทรงเป็นเชื้อพระวงศ์ที่มีความเป็นสากลและปรีชาในด้านต่างๆ มากที่สุดในยุคนี้

สำหรับสำนักข่าวเอเอฟพียกย่องสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ว่าทรงอุทิศพระองค์อย่างเต็มที่ให้กับการพัฒนาพื้นที่ชนบทของประเทศและสนับสนุนการศึกษา โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พระองค์ยังทรงมีพระอุปถัมภ์โครงการเพื่อการกุศลหลายโครงการ รวมถึงมูลนิธิโรคไต และทรงประทานทุนทรัพย์เพื่อสร้างโรงเรียนในแถบชนบท

สื่อที่ได้รับความนิยมสูงอย่าง ซีเอ็นเอ็นและบีบีซี ติดตามข่าวการสิ้นพระชนม์อย่างต่อเนื่อง โดยข่าวการสิ้นพระชนม์ที่รายงานโดยสถานีข่าวซีเอ็นเอ็น ของสหรัฐ ปรากฏว่ามีผู้ติดตามข่าวการสิ้นพระชนม์เป็นจำนวนมากที่สุด 5 อันดับแรกของข่าวเด่นประจำวัน ด้านสำนักข่าว บีบีซี ของอังกฤษ ได้รายงานข่าวอย่างละเอียดและต่อเนื่องตลอดทั้งวัน พร้อมระบุว่าการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ทำให้ความเคลื่อนไหวทางการเมืองของไทยต้องชะลอลงเป็นการชั่วคราว

ทั้งนี้ ไม่เพียงสำนักข่าวชั้นนำของโลกเท่านั้นที่รายงานข่าวอัน สร้างความเศร้าสลดใจชาวไทยในครั้งนี้ แต่ยังรวมถึงสื่อท้องถิ่นระดับแถวหน้าในอีกหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียน ของอังกฤษ สำนักข่าวฟอกซ์นิวส์ ของสหรัฐ สำนักข่าวเจแปน ทูเดย์ ของญี่ปุ่น รวมถึงสำนักข่าวในสวิตเซอร์แลนด์ เป็นต้น


จาก hi-thaksin

กกต.สาบาน ยึดมั่นในความถูกต้อง เที่ยงธรรม

กกต.สาบาน ยึดมั่นในความถูกต้อง เที่ยงธรรม
นปช.เรียกร้องให้คมช.และอำนาจนอกระบบยุติการแทรกแซงการทำงานของกกต.


แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ โดยนายสุรชัย ด่านวัฒนาอนุสรณ์ และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นำประชาชนกว่า 100 คนบุกสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง อาคารศรีจุลทรัพย์ ในวันที่ 2 มกราคม 51 เวลา 10.00 น. โดยตำรวจได้นำแผงเหล็กมาปิดกั้นไม่ให้ประชาชนเข้าไปชุมนุมภายในอาคารได้ ผู้ชุมนุมจึงนั่งชุมนุมอยู่บริเวณทางเข้าอาคาร พร้อมกับถือป้ายประท้วง มีข้อความว่า เราเชื่อแล้วว่า ความเป็นกลางไม่มีในโลกนี้ กกต.อย่าสอพลอคมช. เราบ่ผิดท่านมาล้าง ดาบนี้คืนสนอง ฯลฯ


นายสุรชัย ด่านวัฒนาอนุสรณ์ ได้เปิดเวทีปราศรัย ที่หน้ากกต. จากนั้นเวลา 12.00 น.นายสุรชัย ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต.เพื่อให้ทบทวนการยกคำร้องการร้องคัดค้านว่าที่ ส.ส. 2 คน ประกอบด้วย นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล และนายสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ ว่าที่ ส.ส.ประชาธิปัตย์ จ.นครศรีธรรมราช ที่ปราศรัยกล่าวหา เนื่องจากเห็นว่า การยกคำร้องดังกล่าวเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะนายมาโนชญ์ วิชัยกุล อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จ.นครศรีธรรมราช ได้ปราศรัยบนเวทีใส่ร้ายโจมตีตนให้ได้รับความเสียหาย เนื่องจากระบุว่าตนด่าในหลวง ทั้งๆ ที่ตนได้รับอภัยโทษอภัยโทษจากในหลวง ดังนั้นการที่ กกต.ยกเหตุผลในการยกร้องที่ว่า 'ไม่มีใครยืนยันได้ว่า บุคคลทั้งสองร่วมอยู่บนเวที' ทั้ง ๆ ที่บุคคลที่กระทำนั้นเป็นพ่อของผู้สมัครและเป็นผู้อำนวยการเขตเลือกตั้งของพรรคปชป. รวมทั้งก่อนจะขึ้นปราศรัยนายสุรเชษฐ์ได้เป็นคนเชิญให้นายมาโนชญ์เป็นคนขึ้นปราศรัย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรชัยได้นำซีดีที่เป็นการปราศรัยด้วยภาษาถิ่นของนายมาโนชญ์ พร้อมทั้งเอกสารคำถอดเทปการปราศรัยของนายมาโนชญ์เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2550 ที่วัดสระ ต.ฉลอง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช โดยเนื้อหาเป็นการจากภาษาถิ่นและนำมามอบให้กกต.โดยมีนายสุเมธ อุปนิสากร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม เป็นผู้รับมอบ พร้อมกล่าวว่า จะรับเรื่องนี้ไว้พิจารณา


ทางด้านนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำ นปช.ได้ยื่นหนังสือถึง กกต. มีข้อความระบุว่า 1.ขอให้กกต. ดำเนินการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต หากมีการแทรกแซงก็ขอให้ กกต. ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะ
2.การแจกใบเหลือง-ใบแดงต้องให้โอกาสผู้ถูกร้องเรียนชี้แจงและต้องไม่เลือกปฏิบัติ
3.ขอคัดค้านการพูดของนางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง ที่ระบุว่า หาก กกต. ถูกกดดันมากจะลาออกและส่งผลให้ไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้นั้น การพูดเช่นนี้ถือเป็นอันตรายต่อเสถียรภาพทางการเมืองและการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย และ
4. ขอรียกร้องให้ คมช.และอำนาจนอกระบบทุกกลุ่มทุกคนยุติการแทรกแซงทางการเมือง


โดยมี นายสุเมธ อุปนิสากร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม เป็นผู้รับมอบ พร้อมกล่าวว่า จะรับเรื่องนี้ไว้พิจารณา ขอยืนยันว่า การทำหน้าที่ของกกต.ทำอย่างสุจริต เที่ยงธรรม ไม่อยู่ในอำนาจใคร ไม่มีใครสามารถกดดันการทำงานของกกต.ได้ และตนก็ไม่เคยไปพบคนของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เลย ส่วนกระแสกดดันให้ กกต.ลาออกทั้งหมดนั้นก็ไม่เป็นความจริง เพราะทุกคนตั้งใจทำงานอยากจะให้จัดตั้งรัฐบาลได้โดยเร็ว ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า การทำหน้าที่ทุกอย่าง ทำไปด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ถ้าใครทำไม่ดีต่อประเทศก็ถือว่า พวกผมเนรคุณต่อประเทศชาติ และขอสาบานว่า สิ่งใดผิดว่ากันไปตามผิด สิ่งใดถูกว่ากันไปตามผิด


ภายหลังการยื่นหนังสือเสร็จแล้ว นายสมยศ พฤกษาเกษมสุขประกาศว่า จะเฝ้าติดตามการทำงาสนของกกต.อย่างไกล้ชิด หากพบว่าไม่ได้ดำเนินการโดยสุจริตเที่ยงธรรมและมีการเลือกปฏิบัติเมื่อไร ก็จะนำประชาชนมาชุมนุมกันอีก หลังจากนี้ผู้ชุมนุมร่วมกันร้องเพลงปณิธานแห่งเสรีชน แล้วจึงแยกย้ายกันกลับ


โดย : สมยศ พฤกษาเกษมสุข 3 มกราคม 2008 00:57


จาก http://www.serichon.com/index.php

ครม.เห็นชอบ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ส.ว. [3 ม.ค. 51 - 05:25]

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 2 ม.ค. มี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เป็นการประชุม ครม.นัดแรกของปี พ.ศ .2551 นั้น ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม นายโฆสิต ปั้นเปี˜ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นตัวแทนของ ครม.กล่าวอวยพร เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่เนื่องจากการประชุม ครม.ครั้งนี้ถือเป็นการประชุม ครม.ครั้งแรกของปีใหม่ ทั้งนี้ พล.อ.สุรยุทธ์ได้กล่าวตอบแก่ ครม.ตอนหนึ่งว่า หลายคนพูดกันว่า ครม.ชุดนี้แต่ละท่านไม่จำเป็นต้องเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ทุกท่านก็ได้เข้ามาทำงานด้วยความรับผิดชอบและความเสียสละ ก็ต้องขอขอบคุณรัฐมนตรีทั้งหลายที่มาร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ในช่วงที่ผ่านมา และขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและพระบารมีของในหลวง ทรงปกปักรักษาคุ้มครองแก่รัฐมนตรีทุกท่านด้วย

“ธีรภัทร์” ปัดเรื่องมือที่มองไม่เห็น

นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่ได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์มติชนว่า มีมือที่มองไม่เห็นจะช่วยให้พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดตั้งรัฐบาลจนสำเร็จว่า ความจริงคำว่ามือที่มองไม่เห็นไม่ใช่คำพูดของตน แต่เป็นคำพูดของนักข่าวมติชนที่มาถาม การจัดตั้งรัฐบาลบอกแล้วว่ามันมีหลายปัจจัยทั้งที่มีความชัดเจนและไม่มีความชัดเจน ไม่ใช่เรื่องลึกลับซับซ้อน ปัจจัยที่ชัดเจนคือเรื่องจำนวนที่นั่ง ส.ส. ส่วนปัจจัยที่เห็นได้ไม่ชัดเจนหรือมือที่มองไม่เห็น ก็อาจจะเป็นสิ่งที่เป็นไปโดยธรรมชาติของตัวมัน เมื่อถามว่าเรื่องนี้ไปสอดคล้องทำให้เกิดความเข้าใจว่ามีผู้มีอำนาจนอกระบบไปกดดันให้ กกต. ตั้งเป้าแจกใบแดงให้พรรคพลังประชาชน นายธีรภัทร์ตอบว่า อย่าไปวิเคราะห์ผิด มือที่มองไม่เห็นอย่างเป็นรูปธรรมที่พูดได้ คือมีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนมือที่มองไม่เห็นที่เป็นนามธรรม อาจจะหมายถึงพระหัตถ์ของพระสยามเทวาธิราช ที่จะคุ้มครองประเทศไทย ให้ได้คนที่ดีมาปกครองบ้านเมือง ใครที่คิดไม่ดีมาปกครองก็จะอยู่ได้ไม่นาน

เชื่อใบแดงใบเหลืองป่วนตั้งรัฐบาล

เมื่อถามว่า ตรงนี้จะยิ่งไปสอดคล้องกับการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่ประกาศว่า กกต.จะแจกใบแดงให้พลังประชาชนมากถึง 30 ใบ นายธีรภัทร์ตอบว่า ไม่ทราบ เป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต.ที่จะพิจารณา ส่วนกรณีที่มีข่าวว่านายสมชัย จึงประเสริฐ กกต. ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย อึดอัดใจเตรียมจะลาออกจาก กกต. ถือเป็นเรื่องของ กกต.แต่ละท่าน และก็ยังเหลือ กกต.อีก 4 คน คงไม่กระทบต่อความเชื่อมั่น และการทำงานของ กกต.ที่จะพิจารณาไปตามกลไกและตามพยานหลักฐาน โดยคณะอนุกรรมการตรวจสอบพยานหลักฐานส่งมายังคณะกรรมการ ต้องไว้ใจและเชื่อใจท่าน แต่ใครที่โกงหรือทุจริตการเลือกตั้งก็ต้องได้รับผลตามที่ตัวเองทำไว้ จำนวนใบเหลืองใบแดงที่จะออกมา อาจจะส่งผลกระทบต่อเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล เพราะจะทำให้ตัวเลข ส.ส.ของแต่ละพรรคเปลี่ยนแปลงไป

เชียร์ “ทักษิณ” ให้กลับไทยมาสู้คดี

เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่าทาง คมช.หรือคณะปฏิวัติรัฐประหารไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกดดัน กกต. นายธีรภัทร์ตอบว่า ไม่มี ผลการเลือกตั้งที่ออกมาเช่นนี้ก็น่าจะเป็นที่ยอมรับในความถูกต้องในระดับหนึ่งอยู่แล้ว และเป็นตัวเลขที่เห็นได้ชัดเจนว่าประชาชนเขาตัดสินใจอย่างไร เพราะฉะนั้นคงไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องปัจจัยอื่น ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของระบอบประชาธิปไตยต่อไป แต่คนที่จะเข้ามาเป็นรัฐบาลในช่วงนี้คงไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะสถานการณ์ขณะนี้มีปัญหาที่สั่งสมมานาน ต้องมาแก้อีกมาก ใครก่ออะไรไว้ก็ต้องกลับมาแก้ เช่น เรื่องผลกระทบต่อประชาชนจากสนามบินสุวรรณภูมิ และปัจจุบันมีระบบตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญมากมาย สำหรับกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะเดินทางกลับประเทศไทยช่วงเดือน เม.ย. นั้น ก็เป็นเรื่องที่ดี ท่านจะกลับเมื่อไหร่ก็ได้ ท่านก็เป็นคนไทย ควรจะกลับมาต่อสู้คดีไปตามกระบวนการยุติธรรม ถ้าไม่กลับมาเคลียร์ ปัญหาต่างๆก็จะคาราคาซังอยู่ และบ้านเมืองของเราก็สงบสุขไม่ได้มีปัญหาการเมืองที่รุนแรงเหมือนประเทศอื่น จึงไม่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัย ถ้าท่านกลับมาต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมอย่างตรงไปตรงมา ก็เป็นทางออกที่ดีสำหรับทุกฝ่าย

ครม.เห็นชอบ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ส.ว.

พ.อ.ประชาสัณห์ ชนะสงคราม ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เป็นการทั่วไป ในวันที่ 2 มี.ค. 2551 ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอมา และให้ส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 296 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ระบุให้ดำเนินการให้ได้มาซึ่ง ส.ว.ให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับตั้งแต่วันที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.มีผลบังคับใช้

สภาฯ คึกคักรับรายงานตัว ส.ส.ใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้สั่งการให้กองการสถานที่จัดเตรียมสถานที่บริเวณห้องโถงชั้น 1 อาคารรัฐสภา 1 เพื่อให้ ส.ส.ที่ได้รับการรับรองผลการเลือกตั้งจาก กกต.มารายงานตัว โดยมีการติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ พร้อมจัดเตรียมเอกสารที่ต้องใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ ประกอบด้วยรัฐธรรมนูญ 50 ข้อบังคับการประชุมสภา พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับ คือ พ.ร.บ.พรรคการเมือง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. และ พ.ร.บ. กกต. รวมถึงเอกสารเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ที่สมาชิกจะได้รับ ส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์ (โน้ตบุ๊ก) นั้น จะยังไม่มีการแจกให้ในตอนนี้ เนื่องจากทางสำนักงานเลขาฯยังอยู่ในขั้นตอนการประมูลลอตใหม่ สำหรับ ส.ส.ที่ผ่านการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ที่ผ่านมา ถือเป็นชุดที่ 23 โดยคาดว่า การรายงานตัวแสดงตนของ ส.ส.จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า สำหรับเอกสารและหลักฐานที่ ส.ส.ต้องนำมาแสดงตนที่รัฐสภา ประกอบด้วยหนังสือรับรองการได้รับเลือกตั้งจาก กกต. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาใบสำคัญการสมรส สำเนาหลักฐานวุฒิการศึกษา รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว จำนวน 6 รูป ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 12 รูป และขนาด 3 นิ้ว จำนวน 12 รูป

ข่าวการเมือง

จาก http://www.thairath.co.th/

'ทักษิณ' ชวน คมช.ออกตีกอล์ฟ [3 ม.ค. 51 - 05:26]

เมื่อวันที่ 2 ม.ค. เว็บไซต์ทรูทักษิณ www.truethaksin.com ได้นำคำสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อ้างจากหนังสือพิมพ์อินเตอร์เนชั่นแนล เฮรัลด์ ทรีบูน วันที่ 2 ม.ค. 2551 ขึ้นบนเว็บไซต์ โดยระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่มีความแค้นต่อนายทหารที่ทำการรัฐประหาร หากเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว มีความต้องการที่จะเชิญชวนนายทหารเหล่านี้มาร่วมเล่นกอล์ฟ เพื่อยุติความขัดแย้งต่างๆ พร้อมย้ำไม่มีเจตนาที่จะกลับคืนสู่เวทีการเมือง แม้บรรดาผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมาก็ตาม


“ผมต้องการกลับสู่ประเทศไทยในฐานะคนธรรมดา และไม่ต้องการตำแหน่งทางการเมืองใดๆ หรือแม้แต่ค่าจ้าง ผมจะเชิญพวกเขามาเล่นกอล์ฟด้วยกัน แล้วหลังจากนั้นก็ถือว่าความขัดแย้งของเราจบกัน เพราะการแก้แค้นไม่ช่วยแก้ปัญหาใดๆทั้งสิ้น ผมจะได้อะไรจากการล้างแค้น ผมอาจจะสะใจ แต่ประเทศชาติก็จะเสียหาย” พ.ต.ท.ทักษิณระบุ

ข่าวการเมือง

จาก http://www.thairath.co.th/index.html

สำนึกร่วมถวายอาลัย [3 ม.ค. 51 - 03:35]


ต้อนรับพุทธศักราช 2551 ด้วยน้ำตาแห่งความอาลัย

02.54 น. รุ่งขึ้นวันที่ 2 มกราคม วันสุดท้ายของเทศกาลเฉลิมฉลอง ประชาชนชาวไทยได้ดื่มด่ำกับเทศกาลปีใหม่กันอย่างมีความสุข

สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ความว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้า กัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้เสด็จประทับรักษาพระอาการประชวร ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2550 ตามที่ สำนักพระราชวังได้แถลงการณ์ให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้น

แม้คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ พระอาการได้ทรุดลงตามลำดับ และได้สิ้นพระชนม์เมื่อเวลา 2 นาฬิกา 54 นาที วันที่ 2 มกราคม 2551 รวมพระชันษา 84 ปี

สิ้นแล้วสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯผู้ทรงคุณต่อแผ่นดิน

“ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ” ขอร่วมเป็นหนึ่งในดวงใจพสกนิกรชาวไทยทั้ง 60 ล้านกว่าดวง ประนมมือส่งแรงอธิษฐาน

อัญเชิญดวงพระวิญญาณเสด็จสู่สวรรคาลัย

ด้วยน้ำพระทัยแห่งความเมตตา พระกรุณาธิคุณที่มีต่อประชาชนผู้ยากไร้

กับภาพที่ชินตาทางสถานีโทรทัศน์ช่วงข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯได้เสด็จไปทรงเยี่ยมเจ้าหน้าที่มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ตามท้องถิ่นทุรกันดาร

ทรงไต่ถามทุกข์สุขกับชาวบ้าน เด็กเล็ก คนชรา อย่างใกล้ชิด โดยไม่ถือพระองค์

และทุกครั้งเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯจะร่วมกันร้องเพลง พอ.สว.ประจำจังหวัดนั้นๆถวาย ประทานพระวโรกาสให้เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด

เป็นการให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานอย่างเป็นกันเอง

และทั้งหมดทั้งปวงก็คือการสืบสานพระปณิธานพระมารดา ช่วยแบ่งเบาพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

บำบัดทุกข์ บำรุงสุขเหล่าพสกนิกรชาวไทย

แม้วันนั้นจะไม่มีอีกแล้ว แต่ด้วยน้ำพระทัยอันใหญ่หลวง

พระคุณอันประเสริฐจารึกอยู่ในแผ่นดินสืบไป

และด้วยบรรยากาศแห่งความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่งของประชาชนชาวไทย น้ำตาแห่งความเศร้าโศกเอ่อล้น

ทุกดวงใจร่วมถวายอาลัย

จึงเหมาะสมด้วยประการทั้งปวงที่ตลอดวันที่ 2 มกราคม

จะเป็นวันปลอดการเมือง

นักเลือกตั้งพร้อมอกพร้อมใจสงบปากสงบคำ สำนึกกันโดย อัตโนมัติ

ว่าที่แกนนำรัฐบาลอย่างพรรคพลังประชาชนงดการแถลงข่าวประเด็นการเมือง หยุดความเคลื่อนไหวในการจับขั้วรัฐบาล

พักเดินสายจีบพรรคร่วมชั่วคราว

เพื่อแสดงความไว้อาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปฏิเสธจะให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางการเมือง

เกรงจะเป็นการไม่เหมาะสม

พร้อมทั้งสั่งลูกพรรคงดให้สัมภาษณ์การเมืองตลอด ทั้งวัน

รวมถึงช็อตไฮไลต์

นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย และนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ได้สั่งงดกิจกรรมทางการเมืองทุกรูปแบบ

เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำมิบังควร

ทำให้ต้องเลื่อนการประชุมนัดสำคัญ ในการแถลงจุดยืนทางการเมืองร่วมกันของพรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดินที่นัดกันไว้

จะประกาศร่วมรัฐบาลในช่วงค่ำวันที่ 2 มกราคม

เกมตั้งรัฐบาลผสม 6 พรรคต้องยื้อออกไป

แต่ลึกๆภายในเขาล็อกแขนกันแล้ว.


ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ข่าวการเมือง

จาก http://www.thairath.co.th/index.html

สมัครโต้ข่าวส่งคนสนิทพบ 'ทักษิณ' [3 ม.ค. 51 - 05:24]

เมื่อวันที่ 2 ม.ค. นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงรายงานข่าวที่ระบุว่าได้ส่งคนใกล้ชิดเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ฮ่องกง เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. เพื่อรายงานความคืบหน้าและขอคำปรึกษาเรื่องการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลและจัดโผ ครม. ว่า เมื่อเห็นข่าวนี้ก็ต้องขอบ่นหน่อยว่าเรื่องพรรค์นี้คนปล่อยข่าวต้องการจะทำให้เป็นข่าว เพื่อเป็นหลักฐานเอาไว้บนหน้าหนังสือพิมพ์ จะให้มีความผูกโยงกันเพื่อจะมายุบพรรคหรืออย่างไร เรื่องนี้ไม่เป็นความจริงเลย และไม่มีเหตุผลอะไรที่ตนต้องส่งคนไปทำอะไรอย่างนั้น เพราะปกติก็ไม่เคยแม้แต่จะโทรศัพท์ไปหา พ.ต.ท.ทักษิณ ทำไมต้องไป ไม่มีอะไรจำเป็นต้องไปรายงาน เพราะงานต่างๆที่กำลังดำเนินการกันเป็นงานการเมืองของพรรคพลังประชาชน ซึ่งก็มีคณะทำงานทำหน้าที่ประสานงานเจรจากันอยู่ ในการประชุมกรรมการบริหารพรรคเมื่อวันที่ 2 ม.ค. ตนได้ลงนามแต่งตั้งนายยงยุทธ ติยะไพรัช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรค และนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรค ร่วมกันเป็นคณะทำงานไปเจรจากับพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคมัชฌิมาธิปไตย และพรรคประชาราช โดยได้ส่งสำเนาหนังสือแต่งตั้งคณะทำงานดังกล่าวแจ้งไปยังทั้ง 3 พรรคแล้ว


ชาติไทยยกเลิกประชุม กก.บห.พรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคชาติไทยว่า จากที่เดิมทางพรรคชาติไทยได้นัดประชุมผู้บริหารและกรรมการบริหารพรรคชาติไทยในเวลา 10.00 น. เพื่อหารือถึงกรณีการเข้าร่วมรัฐบาลตามคำเชิญของแกนนำพรรคพลังประชาชน ก่อนที่จะไปหารือร่วมกับพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่บ้านนายวัฒนา อัศวเหม ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อแผ่นดิน ในเวลา 19.00 น.

นายนิกร จำนง รองหัวหน้าและผู้อำนวยการพรรคชาติไทย กล่าวว่า เพื่อเป็นการถวายความอาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทางพรรคจึงของดกิจกรรมทางการเมืองทุกอย่าง ดังนั้น ในวันเดียวกันนี้จึงไม่มีการประชุมคณะผู้บริหารพรรค ส่วนการนัดหารือร่วมกับพรรคเพื่อแผ่นดิน รวมถึงเจรจากับพรรคพลังประชาชนนั้น ทางพรรคชาติไทยได้มอบอำนาจให้นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรค และนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ในฐานะที่เป็นผู้ประสานงานมีอำนาจเต็ม โดยกรรมการบริหารพรรคได้มอบอำนาจ และตัดสินใจให้ไปแล้ว

“เสธ.หนั่น” ย้ำร่วมรัฐบาลกับ พปช.แล้ว

ต่อมาเวลา 11.30 น. พล.ต.สนั่นและนายสมศักดิ์ได้เดินทางมาที่ทำการพรรคชาติไทย โดย พล.ต.สนั่นเปิดเผยว่า จากที่พรรคเพื่อแผ่นดินและพรรคชาติไทยประกาศว่า จะแถลงข่าวร่วมกันว่าจะร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนหรือไม่นั้น ขอเลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากวันนี้เป็นวันที่พสกนิกรชาวไทยทุกคนเศร้าเสียใจ เนื่องจากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯสิ้นพระชนม์ แล้วต้องดูว่าเมื่อไหร่จะเหมาะสมว่าจะเป็นวันไหน แต่พรรคชาติไทยก็มีเจตนาจะเข้าร่วมรัฐบาล ตามที่นายบรรหารได้ตอบรับไปแล้ว ทั้งนี้ พรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดินได้แจ้งให้กับพรรคพลังประชาชนรับทราบเป็นการภายในแล้ว และเห็นพ้องต้องกันว่าจะต้องงดกิจกรรมทางการเมืองในระยะนี้ไปก่อน

เมื่อถามว่า การเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ เข้าใจหรือไม่ พล.ต.สนั่นตอบว่า ได้ชี้แจงชัดเจนแล้วถึงความจำเป็น และคิดว่าคงเข้าใจ เพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองที่เก่าแก่มา 60 ปีแล้ว คงจะเข้าใจเรื่องทางการเมืองดี เมื่อถามต่อว่า มีหลายฝ่ายกดดันในการออกใบเหลืองใบแดงเป็นอย่างมากในช่วงนี้ พล.ต.สนั่นตอบว่า ไม่มี ใครจะไปกดดันได้ หลังจากนี้ กกต.ก็จะพิจารณาใบเหลืองใบแดงไปเรื่อยๆ และขอยืนยันว่าไม่มีใครสามารถไปกดดัน กกต.ได้ เพราะ กกต.ทั้ง 5 คนมาจากศาล มาจากอัยการ ดังนั้น จึงไม่มีใครสามารถกดดันท่านได้

ข่าวการเมือง

จาก http://www.thairath.co.th/index.html

เรือใบถล่มสาลิกาดง2-0 แซงหงส์บู่เสมอ1-1 [3 ม.ค. 51 - 07:12]

ศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เมื่อเวลา 03.00 น. ที่ผ่านมา (3 ม.ค.) เป็นเกมดวลแข้งนัดต้อนรับปีใหม่ 4 คู่สุดท้าย คู่เอก เป็นลงสนามของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 4 ที่จะเปิดสังเวียนแอนฟิลด์รับการมาเยือนของ "เดอะลาติกส์" วีแกน แอธเลติก ทีมอันดับ 18

เจ้าถิ่นหวังเก็บชัยชนะประเดิมศักราชใหม่ หลังเพิ่งทำได้แค่เสมอกับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบไม่มีสกอร์ 0-0 ในนัดส่งท้ายปีเก่า ทั้งที่พับสนามบุกหนักอยู่แทบจะข้างเดียว แต่กองหน้าดันนัดกันฟอร์มฝืด ทำให้ทีมของราฟา เบนิเตซ เก็บได้แค่แต้มเดียว และตามหลังจ่าฝูงอาร์เซนอลถึง 13 แต้ม ทำให้โอกาสลุ้นแชมป์เลือนรางมากขึ้นทุกที

เกมนี้ไม่ต่างจากเกมที่แล้ว เจ้าถิ่นเล่นได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด และมาประสบความสำเร็จได้ประตูออกนำ 1-0 ในช่วงต้นครึ่งหลัง นาทีที่ 49 สตีเวน เจอร์ราร์ด จ่ายทะลุช่องให้ สตีฟ ฟินแนน หลุดเข้าเขตโทษก่อนจะตบเข้ากลาง เฟร์นานโด ตอร์เรส แปเข้าไปง่ายๆ

จากนั้น เจ้าถิ่นสามารถควบคุมเกมไว้ได้ทั้งหมด แต่โชคร้ายเสียประตูตีเสมอ 1-1 จากลูกยิงไกลสุดสวยของ ไตตัส บรัมเบิล ปราการหลังทีมเยือน บอลเสียบเสาเข้าไปตุงตาข่าย จบเกมด้วยสกอร์นี้ ทำให้ เจ้าถิ่นชวดเก็บ 3 แต้ม ไปอย่างน่าเสียดาย เก็บเพิ่มได้เพียง 1 แต้มเท่านั้น แข่ง 20 นัด มี 38 แต้ม โดน "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล จ่าฝูง แข่ง 21 นัด มี 50 แต้ม ทิ้งห่าง 12 แต้ม

อีกคู่ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยกพลบุกไปเยือน "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล ที่เซนต์เจมส์ พาร์ก เกมนี้ทีมเรือใบสีฟ้าของกุนซือสเวน โกรัน อีริกสัน มีฟอร์มการเล่นนอกบ้านในฤดูกาลนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เล่นไปแล้ว 9 นัด ชนะแค่นัดเดียว ที่เหลือเป็นเสมอและแพ้อย่างละ 4 นัดเท่ากัน ทว่า เจ้าบ้านนิวคาสเซิลของ "บิ๊กแซม" แซม อัลลาร์ไดซ์ ก็โชว์ฟอร์มไม่ดีนัก และเป็นทีมเยือนที่บุกมาเก็บชัยชนะไปได้ 2-0 จากลูกยิงของ เอลาโน นาทีที่ 38 และ แกลซง แฟร์นองเดซ ตัวสำรอง นาทีที่ 76 เก็บเพิ่มอีก 3 แต้ม แข่ง 21 นัด มี 39 แต้ม ขยับขึ้นไปเป็นอันดับที่ 4 แซงลิเวอร์พูลได้สำเร็จ ขณะที่ นิวคาสเซิล พ่ายเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน

สำหรับผลการแข่งขันคู่อื่นๆ โบลตัน ชนะ ดาร์บี้ 1-0 และ แบล็กเบิร์น ชนะ ซันเดอร์แลนด์ 1-0

ไทยรัฐ ออนไลน์

จาก http://www.thairath.co.th/index.html

การเมืองต้องนิ่ง [3 ม.ค. 51 - 18:48]

บรรยากาศ เทศกาลปีใหม่ ที่มาพร้อมกับอากาศเย็นๆ กำลังสบาย ผมว่าคนไทยน่าจะสดชื่น ต้อนรับปีใหม่กันถ้วนหน้า ถ้าไม่มีเรื่องวิตกกังวลกับ วิกฤติการเมือง ของประเทศ

การเมืองเป็นตัวทำลายความสุข

ผมว่าพอได้แล้ว เล่นเกมชิงอำนาจกันมาปีกว่าๆ ไม่เห็นมี อะไรดีขึ้น รังแต่จะทำให้ประชาชนเดือดร้อนมากขึ้น ข้าวยากหมากแพง ทั้งบ้านทั้งเมือง

ประเด็นที่จะผ่าทางตันหลังการเลือกตั้งคือ ต้องจัดตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุด เพื่อดึงความเชื่อมั่นทั้งในและนอกประเทศให้กลับคืนมาโดยเร็วเช่นกัน

อย่าไปฝืนกติกา การที่พลังประชาชนได้เสียงข้างมาก แต่ไม่มากพอที่จะจัดตั้งรัฐบาล ให้มั่นคงได้ จึงต้องจับมือกับพรรคการเมืองที่เหลืออยู่ จัดตั้งรัฐบาลเป็นรัฐบาลผสม 6 พรรค

ประชาธิปัตย์ก็เป็นฝ่ายค้านไป

เข้าบรรยากาศของประชาธิปไตยที่ต้องการความปรองดองและสมานฉันท์ คุณสมัคร สุนทรเวช คุณบรรหาร ศิลปอาชา คุณประชัย เลี่ยวไพรัตน์ คุณสุวิทย์ คุณกิตติ คุณเสนาะ เทียนทอง และ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ก็หันมาจับเข่าคุยกัน จะผ่าทางตันบ้านเมืองอย่างไร เอาประชาชนประเทศชาติเป็นที่ตั้ง

อย่าไปสนอำนาจนอกระบบ

ที่เป็นข่าวกันครึกโครม จะ กดดัน กกต.ให้แจกใบแดงขั้วอำนาจเก่า เพื่อให้ขั้วการเมืองพลิก ผมว่าก็จะไม่เกิดขึ้นแน่นอน ถึงเลือกตั้งกันใหม่ ถึงพลังประชาชนจะถูกตัดสิทธิ์ แต่ยังมีพรรคร่วมรัฐบาล รอคิวอีกตั้ง 5 พรรค ช่วยกันเทคะแนนโครมเดียว จะทำอะไรได้

ส่วนใครขึ้นไปเป็นนายกฯแล้วจะสะดุดกึกมีปัญหาส่วนตัวก็ไม่เป็นไร คนในพรรคร่วม รัฐบาลตั้ง 315 คน จะหามาเป็นนายกฯเพิ่มอีกซักคนคงไม่ลำบาก

สุดท้ายพวกไม่หวังดีก็ได้แต่นั่งน้ำลายเหนียวไปเท่านั้น

ไม่ว่ากติกาใดๆก็ไม่สามารถที่จะ ล้มล้างอำนาจประชาธิปไตยได้อย่างถาวร เพราะอำนาจที่อยู่ในมือประชาชน ใครจะไปจับมือซ้ายหันขวาหันไม่ได้

ยกเว้นเสียแต่ว่าจะเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นเผด็จการ

ตั้งรัฐบาลขึ้นมาแล้ว ก็ค่อยๆพูดจากัน เอารัฐนาวาไปให้รอด ผมเชื่อว่าประชาชนทั่วประเทศ ก็เอาใจช่วย เนื่องจากประชาชนอยากให้รัฐบาลอยู่ไปนานๆให้ครบเทอมได้ยิ่งดี เพราะเลือกตั้งกันบ่อยๆก็เสียโอกาสประเทศ สิ้นเปลืองงบประมาณเปล่าๆผมว่าที่เลือกตั้งซ้ำ เลือกตั้งซ้อนกันมา 2-3 หน ทั้ง ส.ส.-ส.ว.ในปีที่แล้ว สามารถเอางบประมาณที่จัดการเลือกตั้ง ไปสร้างเขื่อนให้เกษตรกรได้เลย มีประโยชน์กว่าเยอะ

คนที่คิดว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ 3 เดือน 6 เดือน แสดงว่ามีอคติไม่หวังดีต่อประเทศชาติ และใครก็ตามที่พยายามออกมาป่วนให้ บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย ประชาชนจะต้องช่วยกัน ประจานจับเนรเทศออกจากประเทศไทยไปเลย แผ่นดินจะได้สูงขึ้น เมื่อการเมืองนิ่ง ประเทศชาติประชาชนก็ร่มเย็นเป็นสุข.

“หมัดเหล็ก”

คอลัมน์ คาบลูกคาบดอก

จาก http://www.thairath.co.th/