WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, January 3, 2008

'จตุพร' อัด 'สุเทพ' โรคจิตเหตุยังหวังได้เป็นรบ.

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่ม 6 พรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) มีมติให้ใบเหลืองหรือใบแดงว่าที่ ส.ส.พรรคพลังประชาชน ว่า ขอตั้งคำถามกกต.ว่า มีขั้นตอนและกระบวนให้ใบเหลืองหรือใบแดงอย่างไร และเหตุใดจึงใช้เวลาพิจารณาคำร้อง ผู้สมัครฯ แต่ละพรรคแตกต่างกัน เพราะหากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผู้สมัครฯ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ จ.นครราชสีมากลับ ใช้เวลา ไม่มาก ขณะที่ หากเป็นเรื่องของพรรคพลังประชาชนที่ จ.บุรีรัมย์ กลับพิจารณาอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม พรรคพลังประชาชนเคารพการตัดสินและการปฏิบัติงานของกกต.

นายจตุพร กล่าวต่อว่า การที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่ยอมแพ้และเชื่อว่า พรรคพลังประชาชนจะไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ โดยพรรคประชาธิปัตย์จะมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลแทนนั้น เป็นปรากฏการณ์ที่ประหลาด ซึ่งหากพรรคเปรียบเป็นผู้หญิง ก็เป็นผู้หญิงที่แต่งงานกับเจ้าบ่าวไปเรียบร้อยแล้ว แต่นายสุเทพกลับมาบอกว่าอย่าเพิ่งเข้าหอ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดอย่างยิ่ง คิดว่านายสุเทพควรที่จะยอมรับได้แล้ว

'ในเรื่องความคิดความหวังมันห้ามกันยาก และเมื่อคนเราแข่งขันแล้วแพ้กติกา ก็บอกให้เป็นโอกาส ของคนชนะ ซึ่งตนเขินแทนพรรคประชาธิปัตย์จริงๆ ทั้งนี้ นายสุเทพคงต้องไปพบจิตแพทย์ เพราะมันไม่เป็นเหตุเป็นผล ไม่สง่างามสำหรับพรรคการเมือง ที่เป็นสถาบันมายาวนาน และต่อให้นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ไม่มีความสง่างาม เพราะไม่เคยตอบคำถามเรื่องการหนีทหารได้เลย' นายจตุพร กล่าว


กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งส.ส.397คนจาก480 คน

คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติเริ่มการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.รอบแรกแล้ววันนี้ 397 ราย โดยระบุว่าจะยังไม่รับรองผลอีก 83 ราย ซึ่งเป็นว่าที่ ส.ส.แบบแบ่งเขต 79 ราย และแบบสัดส่วน 4 ราย จากจำนวนที่นั่ง ส.ส.ทั้งหมด 480 คน
"ผู้ที่รับรองไปแล้ว หากมีเรื่องร้องเรียนมาในภายหลัง ก็ยังมีโอกาสที่จะโดนสอย กฎหมายกำหนดให้ร้องเรียนเข้ามาได้ภายใน 30 วันนับจากวันเลือกตั้ง"นายสุเมธ อุปนิศากร กกต.กล่าว
สำหรับ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แบบสัดส่วนที่ยังจะไม่ได้รับการรับรองจาก กกต.ทั้ง 4 ราย ประกอบด้วย ว่าที่ ส.ส.จากพรรคพลังประชาชน 3 ราย คือ นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นแกนนำพรรคคนสำคัญ กลุ่มจังหวัดที่ 1, นายชวลิต วิชยสุทธิ์ พรรคพลังประชาชน และ นายธนเทพ ทิมสุวรรณ จากพรรคพลังประชาชน ทั้งสองคนจากกลุ่มจังหวัดที่ 3
ส่วนพรรคประชาธิปัตย์มี 1 ราย คือ นายไพฑูรย์ แก้วทอง จากกลุ่มจังหวัดที่ 2


จาก hi-thaksin

‘ตาน ฉ่วย' ร่วมอาลัย‘พระพี่นาง'สิ้นพระชนม์

เว็ปไซต์หนังสือพิมพ์ New light of Myanmar ของสหภาพพม่า รายงานว่าพลเอกอาวุโส ตาน ฉ่วย ประธานสภาเพื่อสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ หรือ SPDC ของสหภาพพม่า มีสารแสดงความเสียใจ กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์ เมื่อวันพุธที่ 2 มกราคม 2551


จาก hi-thaksin

‘พปช.'เรียกร้อง‘กกต.'ระงับการรับรองว่าที่ส.ส.ปชป.ราชบุรี

เมื่อเวลา10.40 น. ที่ทำการพรรคพลังประชาชน อาคารไอเอฟซีที นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ในฐานะผอ.การเลือกตั้งพรรคพลังประชาชน แถลงเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ระงับการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งกับน.ส.ปรีชญา ขำเจริญ ว่าที่ส.ส.เขต 1 ราชบุรี เนื่องจากมีความผิดพลาดในการรวมคะแนน ระหว่างผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 18 คือ น.ส.ปรีชญา ที่ได้คะแนนเลือกตั้งทั้งสิ้น 92,169 คะแนน และน.ส.ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร ผู้สมัครส.ส.พรรคพลังประชาชนหมายเลข 8 ที่ได้คะแนน 92,123 คะแนน ซึ่งห่างกันเพียง 46 คะแนน โดยจากการตรวจสอบที่มาพบความผิดพลาดเกิดขึ้นที่ หน่วยเลือกตั้งที่ 5 ต. ท่านัด อ.ดำเนินสะดวก ที่สรุปผลคะแนนว่าน.ส.ชะวรลัทธิ์ ได้รับคะแนนทั้งสิ้น 83 คะแนน โดยมีนายสุนทร พูลศิริวิทย์ ผอ.ประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 5 ลงนามรับรองความถูกต้องเรียบร้อย แต่เมื่อมีการรวบรวมคะแนนเพื่อส่งไปยังกกต.จังหวัดปรากฎว่าในเอกสารผลคะแนนของน.ส.ชะวรลัทธิ์ เหลือเพียงหมายเลข 3 เพียงตัวเดียวเท่านั้น ส่วนหมายเลขที่อยู่ข้างหน้าหายไป ส่งผลให้คะแนนของน.ส.ชะวรลัทธิ์หายไป 80 คะแนน เป็นเหตุให้น.ส.ชะวรลัทธิ์ ตกไปอยู่อันดับที่ 4 แต่ถ้านำคะแนนที่หายไป 80 คะแนนมาบวก น.ส.ชะวรลัทธิ์ จะอยู่ในอันดับที่ 3 ได้รับเลือกเป็นส.ส.แน่นอน

นายสมพงษ์ ยังกล่าวอีกว่า เมื่อช่วงบ่ายวานนี้พรรคพลังประชาชน ได้ยื่นหนังสือถึงกกต.เพื่อขอให้เปลี่ยนตัวพล.ต.ต.ชัยยะ สิริอำพันธ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล จากการเป็นคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนคดีทุจริตของ กกต. ซึ่งตามข้อเท็จจริงพิสูจน์ได้ว่าพล.ต.ต.ชัยยะ เคยร่วมงานกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนกลุ่มพันธมิตรประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการมาโดยตลอด จึงเกรงว่าจะเกิดความไม่เป็นธรรม แต่ขณะนี้ยังเกิดความสับสนเพราะระหว่างกกต.และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่างก็โยนความรับผิดชอบกันไปมาว่าใครมีหน้าที่ในการพิจารณาเปลี่ยนตัว ดังนั้นในช่วงบ่ายวันนี้พรรคพลังประชาชนจะยื่นหนังสือฉบับเดียวกันไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกฉบับ ซึ่งตนก็ขาดหวังว่าทั้งกกต.และสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการพิจารณาโดยยืนยันว่าการดำเนินการเช่นนี้ไม่เกี่ยวข้องกับกรณีว่าที่ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 1 พรรคพลังประชาชน ได้รับใบแดง แต่เป็นการต่อสู้ในหลักการ--จบ--


จาก hi-thaksin

การเมืองต้นปีใหม่ 2551 ชัยชนะของ 'ทักษิโณมิกส์' สถานการณ์อยู่ในวิสัยที่ควบคุมได้

รู้สึกว่าหลังทราบผลเลือกตั้งแล้ว และหยุดฉลองปีใหม่มา ประเด็นทางการเมืองไม่ได้มีอะไรที่ตื่นเต้น มากมายนัก แม้มีเรื่องราวหลายๆ อย่างเกิดขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ประเด็นที่อยู่เหนือความคาดหมายนัก ผมสรุปประเด็นได้ดังนี้

1. เรื่องการแจกใบแดง ก็อยู่ในความคาดหมายอยู่แล้ว และคิดว่าพรรคพลังประชาชนก็คงคาดหมาย แล้วว่าจะโดนแจกใบแดง และก็คงหาทางแก้เกมได้ไม่ยากนัก เพราะประชาชนเลือกข้างไปแล้ว แจกใบแดงไป ก็ไม่มีผลให้คนที่ลงคะแนนให้ พปช. หันไปเลือก ปชป. อย่างมากคนก็เลือกพรรคเล็กที่คาดว่าจะมาอยู่กับ พปช. หรือ พปช. อาจเจรจาให้พรรคพันธมิตรเช่น พรรคประชากรไทย หรือพรรคอื่นๆ ส่งคนลงแทน และประชาชน ก็คงไม่เปลี่ยนข้าง ใบแดงจะกี่ใบ ก็ไม่มีผลให้คนเปลี่ยนข้างอย่างที่พวกอำมาตย์คาดหวัง

2. เรื่องจัดตั้งรัฐบาลมันก็เป็นไปตามความคาดหมาย สุดท้าย พรรคเพื่อแผ่นดินและพรรคชาติไทย หลังจากดีดดิ้น กระบิดกระบวนเล็กน้อย แล้วก็จะรีบหอบผ้าหอบผ่อนตามมาทันที ส่วนข้อเสนอต่างๆ ทำพอเป็นพิธีเท่านั้น แต่จุดประสงค์หลักคือ ต่อรองโควต้า รมต. ประเด็นหลักของการจัดตั้งรัฐบาลของ พรรค พปช. ก็คงอยู่ที่การเจรจาโควต้า รมต. เท่านั้นว่าใครควรจะได้ตำแหน่งอะไร พรรคไหนได้โควต้า รมต. กระทรวงไหนบ้าง และได้กี่กระทรวง

3. เรื่องใหญ่และสำคัญ เกี่ยวกับสมเด็จพระพี่นางทรงเสด็จสู่สวรรครรไล ก็อยู่ในความคาดหมายของคนไทย อยู่แล้ว เพราะท่านทรงพระประชวรมานานแล้ว และก็มีรายงานของสำนักพระราชวังออกมาตลอด เรื่องนี้เป็นไปตาม กฎอนิจจัง มีเกิด มีแก่ มีเจ็บมีตาย เป็นธรรมดาโลก และท่านก็ไปตามอายุขัยของท่าน ไม่ได้จากไปอย่างปัจจุบัน ทันด่วนอย่างคุณพุ่ม แม้จะน่าเศร้า แต่ชาวพุทธถือเป็นเรื่องธรรมดาโลก แม้แต่พระพุทธองค์ยังคงเข้าสู่ปรินิพพาน มนุษย์ธรรมดาก็คงเลี่ยงไม่พ้น

4. การแถลงตั้งรัฐบาลอาจชะลอไปสองสามวัน เพื่อไว้อาลัยแด่สมเด็จพระพี่นาง

5. เรื่องมือที่มองไม่เห็นแทรกแซงการจัดตั้งรัฐบาล ก็อยู่ในความคาดหมายอยู่แล้ว ไม่แทรกแซงซิจึงแปลก และแม้จะ'มือมองไม่เห็น' แต่คนก็เห็นตัวโค่โล่ว่าใครแทรกแซง ก็คงไม่พ้น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่กลายเป็น คนบาปของแผ่นดิน แม้จะทำให้การตั้งรัฐบาลยุ่งยากไปบ้าง ล้าช้าไปบ้าง บ้านเมืองวุ่นวายขึ้นบ้าง น่าเบื่อหน่ายบ้าง แต่ก็จะไม่มีผลต่อทิศทางทางการเมืองในขณะนี้ เพราะ ประชาชนได้ตัดสินออกมาชัดเจนแล้ว และแรงบีบของสังคม ที่เบื่อหน่ายความวุ่นวายไม่รู้จักจบ ที่มีที่มาจาก พล.อ.เปรม นี้ ก็จะเกิดแรงต้านของสังคมส่วนต่าง ๆ ขึ้นมา เพราะคาดว่าทุกคนอยากให้มันจบแล้ว คนจะได้ทำมาหากินเสียที ประชาชนทั่วไป นักธุรกิจการค้า อุตสาหกรรม ทั้งหลายเจ็บมากพอแล้ว

6. พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร คงสบายใจและคงจะกลับเมืองไทยในช่วงครึ่งปีนี้ และแม้ว่าอาจจะยังคง มีเรื่องยุ่งยากอยู่บ้าง แต่เกมการเมืองจากฝ่ายตรงข้าม ก็อยู่ในวิสัยที่จะควบคุมได้ ชัยชนะทางการเมืองนั้น มองเห็นได้ชัดเจนแล้ว แต่จะทำให้มันราบเรียบหมดจดได้อย่างไรเท่านั้นเองคือสิ่งที่จะต้องจัดการ หากแสดงออก ถึงการให้อภัยอย่างแท้จริง และทุ่มเทกับการแก้วิกฤตเศรษฐกิจของชาติ แม้ขนะนี้จะอยู่ต่างประเทศ ก็อาจเดินสายเงียบ ๆ เจรจาทางการค้า และชัดจูงนักลงทุนต่างประเทศให้มั่นใจเศรษฐกิจไทย คาดว่าชาวโลกจะให้ความเชื่อถืออย่างยิ่ง

สรุปแล้ว ตอนนี้ฝ่ายตรงข้าม พปช. ขาด 'อาวุธสำคัญ' ที่จะรุกตอบโต้ ผมคาดว่า กกต. แม้จะมีความโน้ม เอียงลำเอียง อยู่บ้าง แต่ก็ไม่สุดกู่น่าเกลียดจนเกินไป ยังมีแรงทัดทานกันอยู่ ยังมียางอายกันอยู่ ทำให้ กกต. ไม่เป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพในการตอบโต้ทักษิณเท่าใดนัก และคาดว่าคงใช้ไม่ได้ผล

ส่วนทหารนั้น คงมีแต่ทหารแตกแถวบางคนเท่านั้น ที่เข้ามายุ่งกับการเมือง แต่ไม่ใช่ทหารที่อยู่ในตำแหน่ง หลักคุมกำลัง ทำให้การแทรกแซงทางการเมืองเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ผลการเลือกตั้ง ได้ชี้ชัดเจนถึงความไร้ ประสิทธิภาพในการแทรกแซงทางการเมืองของทหาร และไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง ทิศทางของการลงคะแนน เสียงเลือกตั้งของประชาชนมากมายนัก

ส่วนทหารที่คุมกำลัง คาดว่าคงได้รับบทเรียนอย่างเพียงพอแล้วว่ามันเป็นการไม่คุ้มค่า ที่เอากองทัพ มายุ่งกับการเมือง และประเด็นที่กองทัพเข้ามายุ่งเกี่ยว ก็ไม่ใช่ทิศทางการอยู่รอดของบ้านเมือง เป็นแต่เพียงการ ขัดแย้งกันทางการเมืองของประชาชน ที่ไม่อาจใช้กำลังในการตัดสินได้ คิดว่ากองทัพคงไม่กล้าเข้ามายุ่งมากนัก ยกเว้นทหารบางคนที่มีผลประโยชน์มีส่วนได้ส่วนเสีย กับ พล.อ.สนธิ และ พล.อ.เปรม แต่ทหารเหล่านี้ก็ไม่ได้คุม กำลังหลักแล้ว เช่น พล.อ.วินัย ภัททิยกุล ที่คาดว่าหากมี รมต.กลาโหมจากรัฐบาลใหม่แล้วอาจโดนเด้งออกจาก ตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม เพราะตำแหน่งนี้ไม่ได้คุมกำลัง จึงไม่น่าเกรงกลัวเท่าใด

พล.อ.อนุพงศ์ ก็ค่อนข้างนิ่ง เพราะได้ตำแหน่งไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงหรือแสวงโชคทางการเมือง ที่มีแต่เสียกับเสีย เพราะแม้ลงมือทำรัฐประหารไปแล้ว ตัวอย่างของ พล.อ.สนธิ ที่สร้างศัตรูและความเกลียดชัง เอาไว้มากมาย คงเป็นบทเรียนอย่างดี ว่าอยากเกษียณอายุราชการอย่างมีเกียรติ หรือ เกษียณแบบนอนไม่หลับ

ปีใหม่นี้พวกนิยมทักษิณ ค่อนข้างสบายใจ เพราะได้ชัยชนะทางการเมืองแล้ว แม้ไม่เด็ดขาดแต่ทิศทางแนวโน้มก็ไปในทางนี้ ฝ่ายตรงข้ามทำมาทุกอย่างแล้วก็ได้แค่นี้เอง 'ลงทุนทำรัฐประหารแล้ว ก็ได้แค่นี้เอง' ฝ่ายเราจึงไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว เพราะฝ่ายตรงข้ามใช้ 'อาวุธนิวเคลียร์ทางการเมืองแล้ว' คือรัฐประหาร แต่เราก็ยังรอดจากการทำลายล้างเผ่าพันธุ์ เมื่อเรารอดจากอาวุธร้ายแรงที่สุดของฝ่ายตรงข้ามแล้ว ที่เหลือก็ไม่จำเป็นต้องกลัว หรือกังวลอะไรอีก

(บทความโดย ลูกชาวนาไทย )

จากคุณ : ผัดสะตอใส่กุ้ง

ขอขอบคุณ http://www.pantip.com/

จาก Hi-Thaksin

สุเทพดิ้นเฮือกสุดท้าย หวังปั้นอภิสิทธิ์สู่ฝัน

การเลือกตั้งครั้งล่าสุดนี้คู่แข่งทางการเมืองของ พรรคประชาธิปัตย์ จะเปลี่ยนจากไทยรักไทยเดิมมาเป็น พรรคพลังประชาชน

แต่บทสรุปที่ออกมาคือ พรรคพลังประชาชนชนะการเลือกตั้งอย่างขาดลอยด้วยจำนวนเก้าอี้ ส.ส.233 ต่อ 165

และแม้ว่าในวันนี้จะเริ่มเห็นเค้าลางของรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้นายกรัฐมนตรีที่ชื่อ สมัคร สุนทรเวช

แต่สิ่งที่ทำให้ต้องแปลกใจคงจะเป็นสภาพการณ์ของ พรรคประชาธิปัตย์ ที่วันนี้ยังดูแช่มชื่น แจ่มใส แถมยังออกอาการมั่นใจเสียเหลือเกินว่า พรรคพลังประชาชน จะจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ บวกกับคำทิ้งท้ายของ เทพเทือก สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคที่บอกทำนองว่า

หากวันที่ 4 มกราคม พรรคพลังประชาชนตั้งรัฐบาลไม่ได้ พรรคประชาธิปัตย์ก็จะเดินหน้ารวบรวมพรรคการเมือง เพื่อจัดตั้งรัฐบาล

ความมั่นใจเสียเหลือเกินของเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ สร้างความสงสัยว่า อะไรที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์มีความมั่นใจเช่นนั้น

ถ้าถามถึงสาเหตุของความมั่นใจ ก็เชื่อได้ว่า แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ (สุดท้าย) ของพรรคประชาธิปัตย์คงจะหนีไม่พ้น ปาฏิหาริย์กรณีใบเหลือง-ใบแดง ที่ทางพรรคคาดหวังว่า กกต.จะกรุณาแจกใบเหลือง-ใบแดงให้พรรคพลังประชาชนอย่างน้อย 60 ใบ

โดยเฉพาะประเด็นล่าสุดที่ทางพรรคขุดคุ้ยถือเป็นความหวังสุดท้ายคือ กรณีการแจก ซีดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็อาจจะส่งผลต่อการจัดตั้งรัฐบาล และอาจจะเป็นเงื่อนไขสำคัญที่พลิกให้พรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสที่จะผลักดันให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีโอกาสสมหวังในเก้าอี้นายกฯบ้าง

แต่กระนั้นก็ยังคงต้องพึ่งผลการทำงานของ คณะทำงานด้านกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ ที่คราวนี้ถูกจัดตั้งขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษ เพื่อใช้ในการจับผิดฝ่ายตรงข้ามอย่างพรรคพลังประชาชน โดยผลการทำงานของ วอร์รูม ชุดนี้ ในเบื้องต้นพบว่ามีประชาชนร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายการเลือกตั้งกว่า 30 เรื่อง

โดยแบ่งเป็นเรื่องการแจกซีดี พ.ต.ท.ทักษิณจำนวน 18 เรื่อง และเรื่องการซื้อสิทธิ ขายเสียง จำนวน 7 เรื่อง และเรื่องการปราศรัยใส่ร้ายจำนวน 5 เรื่อง ซึ่งประเด็นต่างๆเหล่านี้ ทางคณะทำงานชุดนี้ได้ส่งเอกสาร พร้อมทั้งประจักษ์พยานที่เป็นประชาชนให้กับทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม ที่ผ่านมา

และสิ่งที่จะต้องจับตาดูเป็นพิเศษคงหนีไม่พ้น พลังมืด ที่ยืนอยู่ฝ่ายตรงข้ามอย่างพรรคพลังประชาชนว่าจะแสดง ปาฏิหาริย์ เข้าข้างพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่

เพราะหากรัฐบาลชุดใหม่นี้ไม่ได้ชื่อ ประชาธิปัตย์ ก็คงต้องแสดงความเห็นใจกับการรอคอยตลอด 6 ปีเต็ม แม้ว่าจะมีสถานการณ์ต่างๆ ทั้งการปฏิวัติรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณหรือแม้กระทั่งคดียุบพรรคและจำกัดสิทธิทางการเมือง 111 คนของพรรคไทยรักไทย จะเอื้ออำนวยให้ทุกอย่าง

แต่สิ่งเหล่านี้ก็ยังไม่สามารถสานฝันช่วยให้ พรรคประชาธิปัตย์ ได้สมหวัง

คงต้องรอดูว่าการดิ้นเฮือกสุดท้ายของ สุเทพ จะปั้นฝันให้ อภิสิทธิ์ ได้หรือไม่...


กกต.เรียกสอบ'เติ้ง'

รายงานข่าวจาก กกต.แจ้งว่า เวลา 14.00 น. ที่อาคารศรีจุลทรัพย์

กกต.ได้ประชุมพิจารณาสำนวนของสันติบาลที่ลงพื้นที่สอบสวนทั้งสิ้น 13 สำนวน แยกเป็นประเภทข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการให้วีซีดีและสัญญาจะให้เงิน 8 เรื่อง ติดป้ายผิดที่ 3 เรื่อง เจ้าหน้าที่วางตัวไม่เป็นกลาง 1 เรื่อง และดูหมิ่นเหยียดหยามรัฐธรรมนูญ 1 เรื่อง สำนวนที่ กกต.มีมติมอบหมายให้มีการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมโดยหากเห็นว่ามีมูลก็ให้แจ้งข้อกล่าวหาพร้อมทั้งให้มาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา 3 เรื่อง ประกอบด้วย 1.นางบุญรื่น ศรีธเรศ นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ และนายคมเดช ไชยศิวามงคล ว่าที่ส.ส.เขต 1 กาฬสินธุ์ พรรคพลังประชาชน 2.นายมีชัย จิตต์พิพัฒน์ และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี ว่าที่ส.ส.เขต 6 นครราชสีมา พรรคเพื่อแผ่นดิน 3.นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ว่าที่ส.ส.เขต 2 ชัยภูมิ พรรคพลังประชาชน โดยทั้ง 3 กรณีเป็นการแจกทรัพย์สินที่เป็นวีซีดีและแจกเงิน

สำหรับสำนวนที่ กกต.สั่งสอบเพิ่มเติมให้ครบทุกประเด็น 2 เรื่อง ประกอบด้วย

จ.สุพรรณบุรี เขต 1 นายบรรหาร ศิลปอาชา นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ นายวราวุธ ศิลปอาชา ว่าที่ส.ส.พรรคชาติไทย ในข้อหากรรมการประจำหน่วยปฏิบัติหน้าที่มิชอบ และ จ.นครราชสีมา เขต 4 นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ว่าที่ส.ส.พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี และนายอนุวัฒน์ วิเศษจินดารัตน์ ว่าที่ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน ข้อหาแจกเงิน

นอกจากนี้ กกต.มีมติให้ดำเนินคดีอาญาแก่ผู้ติดแผ่นป้ายหาเสียง 1 เรื่อง และไม่รับเป็นเรื่องคัดค้าน 7 เรื่อง แบ่งเป็นพรรคพลังประชาชน 4 เรื่อง พรรคชาติไทย 2 เรื่อง และกรณีผู้ทำหนังสือรัดทำมะนวย 1 เรื่อง


ฝ่ายแค้น

วันวานเป็นอีกวันหนึ่งที่พสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศตกอยู่ในสภาพเหมือนกัน คือ เศร้าโศกเสียใจจากการสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ แม้จะทำใจไว้บ้างแล้ว เมื่อทราบว่าพระองค์ทรงพระประชวร โดยมีประกาศสำนักพระราชวังแถลงให้ทราบเป็นระยะๆ ก็ตาม

นับเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของพสกนิกรชาวไทย หลังจากที่ปวงชนชาวไทยได้ฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันอย่างชื่นมื่น เพราะมีความหวังว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย สามารถแก้ไขทุกปัญหาที่หมักหมมอยู่มากมายได้ดีกว่ารัฐบาลรักษาการ ที่รักษาการจริงๆ มาครึ่งค่อนปี

เพราะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย ย่อมตระหนักดีว่าได้เข้ามาสู่อำนาจ ได้บริหารราชการแผ่นดินนั้น ประชาชนเป็นผู้มอบอำนาจให้ จึงต้องฟังเสียงประชาชน แก้ไขปัญหาให้กับประชาชน

ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่อยู่ในสามัญสำนึกของนักการเมืองทุกคน ไม่จำเป็นต้องประกาศเป็นวาระประชาชน อย่างที่พรรคประชาธิปัตย์ภูมิอกภูมิใจกันนักหนาที่คิดคำนี้ขึ้นมาได้ แต่คนทั่วๆ ไปฟังไม่รู้เรื่อง

นี่คือส่วนดีที่เห็นได้ชัดในการปกครองระบอบประชาธิปไตย

โดยปีนี้ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ได้ใช้วันที่ 31 ธันวาคม 2550 วันส่งท้ายปีเก่า แถลงการณ์จัดตั้งรัฐบาล เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่เลือกพรรคพลังประชาชนให้ชนะพรรคประชาธิปัตย์อย่างท่วมท้น

เพราะตลอดระยะเวลาที่ผลการเลือกตั้งออกมา แทนที่บรรยากาศการเมืองจะเข้าสู่ภาวะปกติ เหมือนอดีตที่ผ่านมา กลับเกิดความสับสนในหมู่ประชาชนที่สนใจการเมือง อันเกิดจากการไม่รู้จักแพ้ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่พยายามทุกวิถีทางในการชิงจัดตั้งรัฐบาล ทั้งๆ ที่พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้เลือกตั้งแบบไม่มีราคา

ความสับสนที่เกิดขึ้นในแวดวงการเมืองนั้น ได้ขยายวงกว้างออกไป โดยเพื่อนของเอกฉัตร มานั่งคุยให้ฟังว่า ทุกๆ ปีจะพาครอบครัวไปฉลองปีใหม่ที่ต่างจังหวัดตามกระแสนิยม แต่ปีนี้ลูกเมียอยากจะฉลองปีใหม่ที่กรุงเทพฯ ไม่อยากจะฝ่าจราจรที่ติดขัด ไม่อยากจะไปแย่งกันกินแย่งกันใช้กับคนที่ไปฉลองกันที่ต่างจังหวัด

ที่สำคัญ คนที่อยู่ในกรุงเทพฯ จะได้พบกับการจราจรโล่ง เดินทางไปไหนมาไหนสะดวก ปีหนึ่งมีแค่ 2 วันเท่านั้น คือ วันสงกรานต์กับวันปีใหม่

ใครที่ฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่กรุงเทพฯ ก็จะได้บรรยากาศแบบนี้

เพื่อนคนดังกล่าวเล่าให้ฟังว่า การที่ไม่เดินทางไปฉลองปีใหม่ที่ต่างจังหวัดปีนี้ แม้จะได้เห็นจราจรคล่องตัว แต่ไปต่างจังหวัดดีกว่า

เพราะไปต่างจังหวัดจะไม่ต้องรับรู้ข่าวสารการบ้านการเมือง แต่อยู่ในกรุงเทพฯ ต้องนั่งดูทีวีกับครอบครัว โดยเฉพาะรายการข่าวของสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง ปกติทั่วๆ ไปจะไม่มีการจัดระดับอายุคนดู

ในวันที่ 31 ธันวาคม ตอนบ่ายมีภาพข่าว นายสมัคร สุนทรเวช ร่วมกับพรรคประชาราช พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และพรรคมัชฌิมาธิปไตย แถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาล โดยโทรทัศน์ได้นำเสนอข่าวดังกล่าวทันทีที่นายสมัครแถลงข่าว แทรกในช่วงเวลาของรายการบันเทิง

เท่ากับว่าลูกของเขาแม้ไม่ได้สนใจกับข่าวการเมืองมากนัก ก็ได้รับรู้การจัดตั้งรัฐบาลในระดับหนึ่ง

แต่...ไม่ถึงชั่วโมง กลับมีภาพข่าว นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า การร่วมกันแถลงข่าวเป็นการจัดฉาก พรรคประชาธิปัตย์ยังมีหวังที่จะจัดตั้งรัฐบาล เพราะตัวเลขจำนวน ส.ส. ยังไม่นิ่ง อาจจะมีการให้ใบแดงกับพรรคพลังประชาชน 60 ใบ สถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงทันที

ยุ่งละสิ...เพื่อนคนดังกล่าวต้องนั่งอธิบายให้ลูกฟังว่า นี่คือเกมการเมืองที่ผิดปกติ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย นับตั้งแต่ที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

เพื่อนคนดังกล่าวจึงเสนอแนะว่า ต่อไปนี้หาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ยังเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และยังต้องโผล่หน้ามาออกทีวีทุกวัน ในช่วงภาคข่าวโทรทัศน์ทุกช่อง ควรจะจัดระดับอายุคนดู หรือไม่ก็ควรจะขึ้นตัวอักษรว่า

ควรใช้วิจารณญาณในการชม

เยาวชนของชาติจะได้แยกแยะได้ถูกต้องว่าในแวดวงการเมืองนั้น เขาไม่รู้จักแพ้รู้จักชนะกัน

การแสวงหาอำนาจของนักการเมือง มักจะลืมเรื่องจริยธรรม คุณธรรม และความถูกต้องชอบธรรม

ถึงวันนี้มีเพียง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับสมุนไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังมั่นใจว่าการเมืองยังพลิกผันได้ แต่คนทั่วๆ ไปเขามั่นใจกันว่า พรรคพลังประชาชนได้จัดตั้งรัฐบาลแน่นอน แม้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ยังไม่รับรอง ส.ส. ครบถ้วนก็ตาม แต่ตัวเลขจำนวน ส.ส. คงจะไม่พลิกผันมากนัก เนื่องจากวันนี้สายตาของประชาชนกำลังจ้องไปที่ กกต. กำลังทำอะไรกันอยู่

คงไม่กล้าตอบแทนบุญคุณคนที่ตั้งมาจนลืมนึกถึงเกียรติและศักดิ์ศรีของตัวเอง

แน่นอน การที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ทำงานถนัดโดยไม่ต้องซ้อม โดยการเป็นฝ่ายค้านอย่างโดดเดี่ยวนั้น ย่อมเป็นประโยชน์กับประชาชนที่ได้พรรคการเมืองฝ่ายค้านอาชีพมาตรวจสอบรัฐบาล

แต่เกรงว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเล่นบทฝ่ายแค้นแทนฝ่ายค้าน เพียงประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น

นี่คือสิ่งที่น่าเป็นห่วง

โต๊ะข่าวประชาทรรศน์

ขุดโค่นเผด็จการแบบถอนรากถอนโคน ส่งเสริมประชาธิปไตยให้แข็งแกร่ง

** ปวงข้าพระพุทธเจ้า สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น ของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ต่อปวงชนชาวไทย พระกรณียกิจและพระเกียรติคุณของพระองค์ท่านจะจารึกอยู่ในหัวใจของปวงชนชาวไทยตลอดไป ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย ทรงนำพาพระองค์ท่านไปประทับ ณ ที่บริสุทธิ์ สะอาด สว่าง ทรงเสด็จสู่สวรรคาลัย... ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ


** หนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ ปีที่ 1 ฉบับที่ 59 วันที่ 3 มกราคม 2551 วันนี้ แทง แทนไท รับหน้าที่ พร้อมให้คำมั่นว่าเราจะร่วมกันเดินหน้า ขุดโค่นเผด็จการแบบถอนรากถอนโคน ส่งเสริมประชาธิปไตยให้แข็งแกร่ง เพื่อให้ประเทศเดินหน้าแก้ปัญหา เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ที่วุ่นวายมาหลายปีแล้ว

** สมัคร สุนทรเวช เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล 4 พรรคไปเมื่อวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ไล่หลัง ไม่กี่ชั่วโมง บรรหาร ศิลปอาชา ออกมาแถลง เข้าร่วมรัฐบาลหน้าตาเฉย ทั้งที่ทำหน้าตาขึงขัง เสนอเงื่อนไข 5 ข้อ ชาวบ้านนึกว่า ล้อต๊อก หวนคืนจอตู้ ในเวอร์ชั่น ตลกการเมือง...หรืออย่างไร ใครจะไม่จงรักภักดีต่อสถาบัน ใครจะไม่ต้องการความสมานฉันท์ของคนในชาติ


** จับตา พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ที่ปรึกษาพรรคชาติไทย เปิดบ้านพักสนามบินน้ำ ขู่ฟอดๆ สลายขั้วการเมือง


เพื่อแผ่นดิน และ ชาติไทย หากตกลงไม่ได้ ไม่รู้ว่าตกลง แบ่งสันปันส่วนเก้าอี้ ที่เหลือๆ อยู่จาก 4 พรรคร่วมรัฐบาล ที่ ผนึกกันแน่นเปรี๊ยะ แต่แรก และ เจรจาต้าอ่วยแบ่งสรรปันส่วนเก้าอี้ รมต. กันเกือบจะลงตัวกันแล้ว ใช่หรือไม่ อย่างไร


** มาช้ายังดีกว่าไม่มา แต่จะมา หารเท่า มัน ดูกระไร หรือไม่ สูตร 7 ต่อ 1 หรือ 9 ต่อ 1 วันนี้ยังไม่จบ ยังไม่ยุติ เพราะต้องมีโบนัสให้ 3 พรรคร่วม ที่ตัดสินใจมาก่อน บรรทัดนี้ แทง แทนไท เชียร์เต็มที่ เพราะ พวกยึกๆ ยักๆ ทำเล่นตัว หรือจะกลัว มือสกปรก ที่กำลังทำตัวเป็น มือขยันมาช่วยขยี้ ให้การฟอร์มรัฐบาลครั้งนี้มันยากเย็นแสนเข็ญเสียเหลือเกิน


** Invisible Hand (มือที่มองไม่เห็น) จะใช่คนเดียวกับ ผู้มีบารมีเหนือรัฐธรรมนูญ จะใช่คนเดียวกับ คนที่เคารพมากว่า 30 ปี จะใช่คนเดียวกับ คนที่อยู่เบื้องหลังแผนการโค่นล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือไม่ คงไม่ต้องไปใครต่อใครให้เสียเวลา เพราะผู้อ่านประชาทรรศน์เป็นคนเฉลยได้อยู่แล้ว เขาคือ...! ถูกต้องแล้วคร้าบ...


* หันมาดู ว่าที่พรรคฝ่ายค้าน ดูจะออกมา ลุ้นตัวโก่ง หวังลมๆ แล้งๆ ว่าพรรคที่ชนะเลือกตั้งจะได้ ใบเหลือง ใบแดง เกลื่อนกลาด 60 ใบ!!! เหมือนทำอะไรไม่ได้แล้วก็หันมาแช่งเพื่อนเสียฉิบ แทง แทนไท เตือนว่า ระวังคนจะจำภาพติดตา ไม่มีน้ำใจนักกีฬา ไม่รู้จักแพ้ ไม่รู้จักชนะ ไม่รู้จักให้อภัย ในเมื่อแพ้การเลือกตั้งทิ้งขาดขนาดนี้ ควรจะสงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่ต้องดิ้นรนโทร.ไปล็อบบี้พรรคที่เขาจะถูกดึงเข้าร่วมรัฐบาล หรือไปหาพระเจ้าที่ไหนสาดน้ำมนต์ให้หรอก


** สปิริต เป็นเรื่องสำคัญ แทง แทนไท ไม่เคยได้ยิน หัวหน้าพรรคเก่าแก่ แสดงความยินดีให้กับ พรรคที่ชนะการเลือกตั้งขาดลอย แม้แต่นิดเดียว เห็นแต่ อาการแดกดัน อาการเคียดแค้น อาการเสียดาย อย่างออกนอกหน้า แทง แทนไท ไม่เคยได้ยิน หัวหน้าพรรคเก่าแก่ ออกมา แสดงสปิริต ในการ สลายขั้วทางการเมือง เพื่อเปิดทางให้ พรรคพันธมิตรเดิม ได้มีโอกาสไปจัดตั้งรัฐบาล น่าเสียดาย... น่าเสียดาย... ไหนว่าเป็นคนหนุ่ม รุ่นใหม่ ไฟแรง ไฉนเป็นอย่างนี้ไปได้


** ขำสุดๆ...อยากจะเป็นรัฐบาล ดันตั้งเป้า ตัวเลข ส.ส. ที่จะได้รับเลือกตั้ง เพียง 170 เสียง แค่คิดก็ผิดแล้ว คนจะเป็นรัฐบาลจะต้องได้เสียงเกินครึ่ง คือ 241 เสียง ขึ้นไป หาใช่ตัวเลข 170 เสียง ไปถาม เด็กอนุบาล ดูก็รู้ ว่าใช่หรือไม่ เป้าหมายที่วางเอาไว้แต่แรกก็ผิด แล้วยังมาชื่นชมตัวเองว่า ตั้งแต่ตั้งพรรคมาจนเป็น พรรคเก่าแก่ เลือกตั้งครั้งนี้ได้ที่นั่งในสภาเยอะที่สุด...เวงกำของใครก็ไม่รู้ มีเลขาธิการขี้เท่อแบบนี้ รบร้อยครั้ง แพ้ร้อยครั้ง


** ที่จริงการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเก่าแก่ มีความ พร้อมที่สุด ตั้งแต่ ตั้งพรรค มา เพราะได้ทั้ง กระแส และ กระสุน ตุนไว้เพียบ ยอดบริจาคทะลุ เป็น หลักร้อยล้าน แถมมี ตัวช่วย มากมายก่ายกองไปหมด จึงเป็นข้อกังขาภายในพรรคว่าเกิดอะไรขึ้นกับ คณะกรรมการบริหารพรรค ที่ไม่ใช้จังหวะและโอกาสอันเป็นประโยชน์นี้ แปรเป็นคะแนนเสียงได้


** พรรคเก่าแก่ เล่นการเมืองด้วยลีลาท่าทางเหมือน ในปัจจุบัน ใช้ความเป็น ภูมิภาคนิยม มีผลงานไปที่ ภาคหนึ่ง แต่ ไม่มีผลงาน ให้กับคน ภาคอื่น อย่างเป็นรูปธรรม และไม่ให้เกียรติในตำแหน่งสำคัญๆ ภูมิภาคอื่นไม่มีโอกาสได้เข้าไปนั่งในเก้าอี้ หัวหน้าพรรค หรือ เลขาธิการพรรค ของพรรคเก่าแก่นี้เลย ในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา 2 ตำแหน่งนี้ ต้องเป็น คนจากภาคใต้ เท่านั้นเอง!!! แล้วจะไป ครองใจคนภาคอื่น ได้อย่างไร


** ฝากถึง คณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต. (บางคน) ที่สำคัญตนเองผิด คิดว่า ใหญ่โตคับบ้านคับเมืองเหลือประดา จะอะไรนักหนา แค่มี ผู้สมัคร ส.ส. เข้าร้องเรียน ขอความเป็นธรรม ว่าท่านไม่ควรให้ใบแดง ใบเหลืองเอง หากมีมาตรฐาน จริยธรรม คุณธรรม ในการตัดสินใจแบบเหตุที่ 3 ใบแดงบุรีรัมย์ แต่ดันออกมา ตีโพยตีพาย ว่าหาก กกต. 4 คนลาออก จะได้ไม่มีใครมารับรอง ส.ส. เข้าสภา ไม่ใช่จะท้าทาย...แต่ว่า แน่จริง เชิญออกไปเลย! จะได้ช่วยกันตีเกราะเคาะไม้ กระจองงอง กระจองงอง เจ้าข้าเอ้ย...มาช่วยกันดู ผลผลิตเผด็จการ คิดได้แค่เนี้ยะ...จริงๆ


สามเหลี่ยมดินแดง


กกต.เตรียมประกาศรับรอง380ส.ส.วันนี้

คณะกรรมการการเลือกตั้งเตรียมประกาศรับรอง ส.ส. 380 คน วันนี้ ระบุ จะพิจารณารับรอง ส.ส.ทั้งหมดภายใน 21 ม.ค.

นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ด้านการบริหารการเลือกตั้ง เปิดเผยก่อนเข้าประชุมว่า ในวันนี้จะมีการพิจารณาการรับรองผล ส.ส.จำนวน 380 คน โดยเป็นผู้ที่ไม่มีเรื่องร้องเรียนและยกคำร้อง พร้อมยืนยันจะพิจารณาเรื่องร้องเรียนให้แล้วเสร็จภายในกลางเดือนนี้ เพื่อให้ทันต่อการเปิดสภาในวันแรก นอกจากนี้จะจัดการเลือกตั้งที่ จ.นครราชสีมา ในวันที่ 13 ม.ค. และ จ.บุรีรัมย์ ในวันที่ 19 ม.ค. โดยหากไม่มีปัญหาหรือเรื่องร้องเรียนจะรับรองทั้งหมดภายในวันที่ 21 ม.ค.

สำหรับบรรยากาศที่ด้านล่างอาคารศรีจุลทรัพย์ ได้เปิดรับสมัครสมาชิกวุฒิสภาเป็นวันแรกด้วย