นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ เดินทางมาร่วมถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมทั้งเป็นตัวแทน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ถวายสักการะพระศพพระเจ้าพี่นางเธอฯ ด้วย.
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Friday, January 4, 2008
‘ทักษิณ-คุณหญิงพจมาน'ส่งตัวแทนร่วมถวายสักการะพระศพ‘พระพี่นางฯ'
สมัคร โวยโดนกีดกันหนักเพื่อไม่ให้เป็นรัฐบาล
รัฐสภา 4 ม.ค. – “สมัคร-อภิสิทธิ์” นำทีม ส.ส.ใหม่เข้ารายงานตัวต่อสภาคึกคัก หัวหน้าพรรคพลังประชาชนพ้อเส้นทางจัดตั้งรัฐบาลมีขวากหนาม โดนกีดกันหนัก แต่พร้อมสู้ เผยฟอร์มทีมเศรษฐกิจพร้อมทำงานแก้ไขปัญหาแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแสดงตนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ชุดที่ 23 ในวันแรก หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกหนังสือรับรอง มีบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก โดย ส.ส.ที่มาแสดงตนเป็นคนแรก คือ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน กลุ่มที่ 5 จากนั้น หัวหน้าพรรคการเมือง อาทิ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำ ส.ส.เข้าแสดงตน โดยนายสมัคร และนายอภิสิทธิ์ เดินทางมาถึงรัฐสภาในเวลาใกล้เคียงกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการแสดงตนและถ่ายภาพเพื่อทำบัตรประจำตัว ส.ส.แล้ว นายอภิสิทธิ์ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว โดยกล่าวสั้น ๆ ว่า ขอให้สัมภาษณ์ในช่วงเวลาที่เหมาะสมกว่านี้ จากนั้น ได้ขอตัวเดินทางกลับ
ด้านนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์วิทยุรัฐสภา หลังเข้ารายงานตัว ส.ส. ว่า กว่าจะเดินมาถึงวันนี้ พรรคพลังประชาชนต้องฝ่าขวากหนามมากมาย มีคนพยายามจะสับนักการเมืองพวกนี้เป็นท่อน ๆ แต่ตนก็ไปรวบรวมผู้คนมาสู้ในนามพรรคพลังประชาชน ที่ผ่านมา มีคนสงสัยว่า ใช้เงินจากไหนมาใช้ในการหาเสียง แต่พรรคการเมืองเก่าที่ประกาศว่าไม่เคยใช้เงิน หิ้วกระเป๋าหนึ่งใบเข้ามาเล่นการเมือง แต่ไป ๆมา ๆ กลับบอกว่ามี 600 กว่าล้าน แต่เราได้ 130 ล้าน ซึ่งมาจากการบริจาค พรรคพลังประชาชน ถูกดูหมิ่นว่าไม่จงรักภักดีเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน
หัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวต่อว่า ตอนนี้มีความพยายามสกัดตนไม่ให้เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีการยกคดีที่ติดตัว แม้กระทั่งคดีหมิ่นประมาทที่ไม่มีการรอลงอาญา แต่ยังเหลืออีก 2 ศาล สุดแล้วแต่ศาลจะเห็นอย่างไร หรือมีคนมาขู่เข็ญว่าจะเอาคดีรถดับเพลิงมาสกัด ตนขอท้าว่าให้มาเลยไม่มีปัญหา
“วันนี้เรามีขวากหนามเยอะ ที่ผมต้องตัดสินใจตั้งรัฐบาลก่อนโดยไม่รอใคร เพราะว่ามีมือสกปรกยื่นมา ผมยืนยันเลยว่า มีความสกปรกจริง มีคนให้เงินคนไปทำงานาเมืองนอก จัดการหาพยาน ส่งรถจัดส่งเข้ามาสอบในกรุงเทพฯ ตำรวจในกรุงเทพฯ โทรมาบอกว่า ทำไมคดีในต่างจังหวัดมาให้กรุงเทพฯ สอบ” นายสมัคร กล่าว
นายสมัคร กล่าวว่า หลังจากที่พรรคพลังประชาชนได้คะแนนเสียง 233 เสียง อีกพรรคหนึ่งได้ 165 เสียง ถ้าเป็นประเทศอื่นต้องมีการโทรศัพท์มาแสดงความยินดี แต่ปรากฏว่า ไม่ทำ แต่ตั้งป้อมประกาศตั้งรัฐบาลแข่ง และที่ประหลาดมากมีการไปออกข่าวว่า พรรคตนจะได้ใบแดง 50-60 ใบ เป็นเรื่องที่ประหลาดจริง ๆ
หัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวต่อว่า ขอใช้สิทธิที่เคยถูก ”เตะ” ออกจาก ส.ว. จากการยึดอำนาจแล้ว วันนี้จะมีใครมา ”เตะ” อีกก็ไม่รู้ แต่หลังยึดอำนาจมา บ้านเมืองเสียหายย่อยยับ ตนต้องมากอบกู้ หลังจากนี้พรรคที่เราได้รวบรวมไว้จะต้องต่อสู้กับขวากหนามที่ถูกต้องโดยรัฐธรรมนูญ ทำอะไรก็ไม่ได้ ยุ่งยากไปหมด ส.ส.ที่เป็นรัฐมนตรีก็โหวตให้ตนเองไม่ได้ จนทำให้ต้องไปเอาคนนอกมาเป็นรัฐมนตรีถึงจะปลอดภัย สิ่งเหล่านี้ทำให้รัฐบาลอ่อนแอ
นายสมัคร กล่าวต่อว่า ยังถูกหนังสือพิมพ์ดูหมิ่นเหยียดหยามมาตลอด ล่าสุด คอลัมนิสต์ของหนังสือพิมพ์มติชน เขียนบทความเหมือนตนเป็นคนเลว บอกว่าตนกินข้าวแกงที่ น.ส.พ.สยามรัฐ จานละ 14.50 บาท แต่ให้ใบละ100 บาท แม่ค้าบอกไม่มีเงินทอน รู้ไหมนายสมัคร ทำอย่างไร แล้วก็จบทั้งที่ความเป็นจริงตนเป็นฟรีแลนซ์ ไม่เคยนั่งทำงานในสยามรัฐ และไม่รู้ว่าที่นั่นมีร้านข้าวแกงด้วย นอกจากนี้ ยังมีปากที่มองไม่เห็น สั่งให้เขียนการ์ตูนด่าว่าเป็นคนก้าวร้าว ไม่ควรเป็นนายกรัฐมนตรี
นายสมัคร ยังแสดงความข้องใจผลเอ็กซิทโพลที่ไม่ตรงกับความจริง โดยเฉพาะใน กทม. ที่พรรคได้ 21 คน ปชป.ได้ 15 คน แต่พอผลเลือกตั้ง ซึ่งรวมการเลือกตั้งล่วงหน้า ปรากฏว่า พรรคพลังประชาชนได้ 9 ที่นั่ง ปชป.ได้ 27 ที่นั่ง เป็นเรื่องผิดปกติ เพราะแม้แต่จังหวัดสมุทปราการ อยู่ติดกับ กทม. พรรคพลังประชาชนก็กวาดหมดทุกที่นั่ง และคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้ากับเลือกตั้งปกติก็เท่ากันดี
“วันที่เราทำโพลเลือกตั้งล่วงหน้าได้ 70 ต่อ 30 แต่พอคะแนนจริงออกมา เราได้ 20 คู่ต่อสู้ได้ 80 บางหีบเขาบอกว่า เราได้ 0 มันเป็นไปได้อย่างไร เรื่องนี้ต้องคิดบัญชีกัน นอกจากนี้ การเลือกตั้งล่วงหน้าทุกครั้ง ต้องมีการลงทะเบียนก่อน แต่ครั้งนี้เหมือนมหกรรม 2 วัน ถามว่าใครเป็นคนบอกให้เลือกตั้งล่วงหน้าได้โดยไม่ต้องลงทะเบียน และใครเป็นคนสั่งไปไว้บนเขตชั้น 5 แทนที่จะเอาไปขังไว้ในโรงพัก กกต. ก็ตอบไม่ได้ วันนี้ เห็นได้ชัดว่า มีความบกพร่อง เพราะคะแนนมันฟ้อง ต้องมีการตรวจสอบแน่นอนโดยเฉพาะใน กทม. ว่าเขตไหนเอาหีบไปไว้บนชั้น 5 ทำให้คะแนนเปลี่ยนแปลง และก่อนการเลือกตั้งมีการเล่นพนัน พรรคพลังประชาชน เป็นต่อมาโดยตลอด แต่พอก่อนเลือกตั้ง 2 วัน หลังจากผ่านการเลือกตั้งล่วงหน้ามาแล้ว พรรคกลับเป็นรองทันที” นายสมัคร กล่าว
ขณะที่ผู้ดำเนินรายการแย้งว่า การเล่นพนันเป็นเรื่องไม่ดี ไม่ควรจะเกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตย แต่นายสมัครแย้งกลับไปว่า “เขามีกันทั้งนั้นแหละ เป็นเรื่องสนุก ขนาดฟุตบอลยังพนันกัน”
ส่วนกรณีที่ กกต.ยังแขวนว่าที่ ส.ส.ของพรรคพลังประชาชน อีก 65 คน มีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า สาเหตุที่ยังไม่รับรองผล เพราะยังไม่มีการสอบสวน เช่น นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ยังไม่เข้าชี้แจงกับ กกต. ซึ่งที่ค้างอยู่ก็มีของทุกพรรค ถ้าสอบเสร็จก็จบ แต่ปัญหาคือ ปฏิกิริยาที่กระดี้กระด้าว่า จะต้องแจกใบแดงเท่านั้นเท่านี้ คือ ข้อพิรุธว่า รู้กันได้อย่าไร แต่ที่ตนรู้ คือ มีคนให้เงินตำรวจไปทำงาน โดยไม่ใช้เงินหลวง
“การเลือกตั้งที่ไม่เรียบร้อย เพราะมีคนอยากให้มีใบแดง 65 ใบ กกต.เขาเสียหาย จะออก 65 ใบ ได้อย่างไร ผมยืนยันว่ามีคนภายนอกเข้ามาจัดการ เราทำเรื่องไปถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เปลี่ยนนายตำรวจคนหนึ่งออกจากกระบวนการสอบสวน เพราะว่าไปใช้ตำรวจกว่า 700 คน ออกไปกวาดต้อนเอาพยานเข้ามาสอบใน กทม. มันผิดปกติ เคราะห์ดีที่เรื่องนี้ถูกทำให้สะดุดหยุดลงเสียก่อน” นายสมัคร กล่าว
นายสมัคร กล่าวว่า ข้อกล่าวหาของผู้สมัครพรรคพลังประชาชนที่ดูว่ามีจำนวนมาก เป็นเพราะว่าพรรคไม่เคยร้องใคร มีแต่คนอื่นมาร้องเรียนเรา และยืนยันว่าจะไม่ฟ้องกลับใคร ทุกคนจะเอาให้เราลงให้ได้ ล่าสุด ร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ พยายามทำให้เห็นว่า คนในพรรคพลังประชาชน เลวทราม ต่ำช้า จึงจะต้องยื้อยุดฉุดกระชากจนนาทีสุดท้าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการสัมภาษณ์ ผู้ดำเนินรายการพยายามเตือนไม่ให้นายสมัคร กล่าวพาดพิงผู้อื่น และควบคุมให้พูดถึงนโยบายที่จะทำหากได้เป็นรัฐบาล เช่น นโยบายด้านเศรษฐกิจ นายสมัคร กล่าวว่า เรื่องทีมเศรษฐกิจพรรคได้เตรียมจัดทีมไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทีมงานจะทำงานได้ทันที โดยจะเข้าไปแก้ไขปัญหา ขณะนี้รอเพียงได้เป็นรัฐบาลจะประกาศให้ทราบ จากนั้น นายสมัคร ยังคงดึงดันที่จะระบายความในใจและพาดพิงบุคคลที่ 3 ต่อไป พร้อมทั้งบอกว่าสำหรับเรื่องนโยบายต้องอดใจรอฟังการประกาศที่รัฐสภา
ในช่วงท้ายการสัมภาษณ์ ผู้ดำเนินรายการได้บอกนายสมัคร ว่ามีประชาชนแจ้งเข้ามาในรายการว่า หากนายสมัคร จะเป็นนายกรัฐมนตรี ควรพูดให้น้อยลงกว่านี้ นายสมัคร ตอกกลับว่าอย่าอ้างประชาชน ขอบอกว่าตนเป็นคนดัดจริตไม่เป็น เป็นคนตรงไปตรงมา คนต่างชาติต้องการให้ผู้นำพูดเพื่อให้รู้ข้อมูล เขาต้องการสัมผัสตน แต่คนในชาติเดียวกันพวกหนึ่งที่เขาไม่ชอบ เขาก็แสดงอาการไม่ชอบ.-สำนักข่าวไทย
พปช.ไม่หวั่น กกต.ไม่รับรองว่าที่ ส.ส. มั่นใจจัดตั้งรัฐบาลได้
รัฐสภา 4 ม.ค. - พลังประชาชน ไม่หวั่น กกต. ยังไม่รับรอง 65 ว่าที่ ส.ส. ระบุเลือกตั้งใหม่ประชาชนก็ยังเลือก เชื่อตั้งรัฐบาลได้ทันกำหนดและไม่มีพรรคพันธมิตรเปลี่ยนใจ
นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่ประกาศผลรับรองว่าที่ ส.ส.พรรคพลังประชาชนจำนวน 65 คน ว่า เรื่องนี้ไม่ได้กังวลใจ เพราะต้องมีการจัดการเลือกตั้งซ่อมในเขตพื้นที่เดิมอยู่แล้ว เชื่อว่าประชาชนในพื้นที่ยังคงจะให้ความไว้วางใจกับผู้สมัครส.ส.พรรคพลังประชาชนเช่นเดิม อย่างไรก็ตาม หาก กกต. ให้ใบแดงกับ ว่าที่ ส.ส.พรรคพลังประชาชน พรรคก็หวังที่จะได้ที่นั่งจากพรรคพันธมิตร
เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าพรรคพันธมิตร จะไม่เปลี่ยนใจไปจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์หากพรรคพลังประชาชนได้ใบแดงจำนวนมาก นายสมพงษ์ กล่าวว่า ถ้าเขาเปลี่ยนใจก็เป็นรัฐบาลไป แต่เรื่องนี้เชื่อว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย ไม่มีอะไร
ด้านนายสุขุมพงศ์ โง่นคำ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน เชื่อว่าการไม่ประกาศรับรองผลว่าที่ ส.ส.จะไม่มีผลกระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาลเหมือนที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกต ซึ่งฝ่ายกฎหมายของพรรคไม่ได้เตรียมการรับมือหากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินแต่อย่างใด เพราะเชื่อมั่นในการทำงานของ กกต. ทั้งนี้ ขอรับรองว่า พรรคพลังประชาชนจะสามารถตั้งรัฐบาลและเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ทันกำหนดอย่างแน่นอน.- สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-01-04 16:25:09 
นายกฯมั่นใจ กกต.ชุดนี้โปร่งใสตั้งใจทำงาน [4 ม.ค. 51 - 16:40]
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี กล่าววันนี้ (4 ม.ค.) ว่า มั่นใจว่าผลการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ชุดนี้ ที่ยังไม่รับรองการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของว่าที่ ส.ส.ของพรรคพลังประชาชนจำนวน 65 คน จะไม่สร้างความวุ่นวายทางการเมือง เพราะเชื่อว่า กกต.ได้พิจารณาไปตามหลักฐานและพยานจากการพูดคุยกับนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. ก็ยืนยันว่า ได้ดำเนินการต่างๆ ไปตามพยานหลักฐาน และความโปร่งใส
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า แต่ในการพูดคุยครั้งนี้ ไม่ได้พูดคุยไปถึงรายละเอียดของการไม่รับรองว่าที่ ส.ส.อีกจำนวนหนึ่ง ว่าจะส่งผลกระทบต่อการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อตั้งรัฐบาลใหม่หรือไม่ โดยข้อเท็จจริง รายละเอียดต่างๆ เข้าใจว่าทุกฝ่ายมีความเข้าใจตรงกัน คือ ต้องการให้มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ และเป็นเรื่องของความตั้งใจ ทาง กกต.ก็ตระหนักถึงเรื่องเหล่านี้ดี
พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวอีกว่า ยอมรับว่าได้มีการทำความเข้าใจกับตัวแทนประชาชนที่เตรียมจะเคลื่อนไหวในจังหวัดบุรีรัมย์แล้ว พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกควบคุมประชาชน เพราะหากมีสถานการณ์รุนแรงเกิดขึ้น ก็มีพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่แล้ว ทั้งนี้ไม่ต้องการให้ด่วนสรุปว่าการเคลื่อนไหวของตัวแทนประชาชนดังกล่าว มีกลุ่มการเมืองหนุนหลัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด้านบรรยากาศการรายงานตัว ส.ส.ใหม่ ต่อสำนักเลขาธิการสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงบ่ายมี ส.ส.เข้ามารายงานตัวแล้ว 62 คน และยังคงทะยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง นายสถาพร มณีรัตน์ ตัวแทน ส.ส.เขต 1 จังหวัดลำพูน พรรคพลังประชาชน ก็สร้างสีสันในการมารายงานตัวพร้อมกับลำใย และกระเทียม โดยเจ้าตัวต้องการสะท้อนปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ ที่ต้องได้รับการแก้ไขปัญหาโดยเร็ว ทันทีที่ได้เป็น ส.ส.ใหม่แห่งนี้ สำหรับการรายงานตัวในวันนี้ทางสำนักงานฯ ได้เปิดให้มีการรายงานตัวได้ถึง 20.00 น. และต่อเนื่องไปถึงในวันหยุดราชการด้วย
หน.พปช.ถึงกับโอดครวญ อุปสรรคมากกว่าจะถึงวันนี้ [4 ม.ค. 51 - 14:24]
พบสัญญาณความยุ่งเหยิง หลังความยุติธรรมในบ้านเมืองหมดลง

4 มกราคม 2550
จากการตรวจสอบเสียงของประชาชนที่ส่งผ่านมาในเว็บบอร์ดต่างๆบนอินเตอร์เน็ต พบสัญญาณความยุ่งเหยิงในบ้านเมือง หลังจากกกต.แสดงความอยุติธรรม ต่อเจตจำนงค์ของประชาชนในการที่ต้องการให้พรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาล
แม้ว่าความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นจากประชาชน จะถูกบดบังหรือกดทับไว้ด้วยเหตุการณ์การสูญเสียครั้งสำคัญในบ้านเมือง เมื่อสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้จากไป แต่หากความยุติธรรมยังไม่ปรากฏชัดในบ้านเมืองอย่างต่อเนื่อง นั่นจะเป็นสัญญาณที่เรียกร้องให้ประชาชนออกมาเรียกร้องความยุติธรรมด้วยตนเอง
จาก Thai E-News
'สมัคร' เชื่อ พปช.ถูกคนนอกสกัดตั้งรัฐบาล
วันนี้ (4 ม.ค.) นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน (พปช.) ให้สัมภาษณ์รายการวิทยุรัฐสภา โดยระบุว่า ขณะนี้มีความพยายามจากคนภายนอก ปล่อยข่าว และมีการมาร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อไม่ให้ พปช. เป็นแกนนำการจัดตั้งรัฐบาล
'สิ่งที่ผมเป็นห่วงคือ มีความพยายามจากคนภายนอก ปล่อยข่าวว่า จะมีการแจกใบแดง 50-60 ใบให้กับพรรคพลังประชาชน มีการมาร้องทุกข์กล่าวโทษ พยายามจะล้มเราให้ได้ พยายามจะเอาเราลงให้ได้' นายสมัคร กล่าว
นายสมัคร กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา มีความพยายามสกัดกั้นพปช.ไม่ได้ชนะการเลือกตั้ง แต่พปช.ก็สามารถฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย จนได้รับการเลือกตั้งส.ส.มากที่สุด และสามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
'มีคนพยายามขู่เข็ญ พยายามให้ผมปิดคดีให้ได้ กว่าจะมาถึงวันนี้ การเมืองมีขวากหนามเยอะ' หัวหน้าพรรค พปช.กล่าว
นายสมัคร ยังกล่าวถึงกรณีที่ กกต.ยังไม่ประกาศรับรองผลเลือกตั้งส.ส. 83 คน ซึ่งในจำนวนนี้มี 65 คน เป็นสมาชิกพปช. โดยเขาเชื่อมั่นใน กกต.ชุดปัจจุปันจะให้ความเป็นธรรมต่อว่าที่ส.ส.ของพปช. ในการเข้าชี้แจง ข้อกล่าวหาได้
'เท่าที่ทราบ การดำเนินการสอบสวนไม่แล้วเสร็จ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร สอบเสร็จก็ไม่มีปัญหา ผมเชื่อมั่น กกต.ชุดนี้ ที่ได้รับชมเชยจากทั่วโลก' นายสมัคร กล่าว
นายสมัคร แสดงความเห็นดังกล่าว หลังจากเมื่อเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ให้ใบเหลือง 3 ใบ แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) จาก พปช.ในเขตเลือกตั้งที่ 3 จ.นครราชสีมา และต่อมาให้ใบแดงแก่ผู้สมัครส.ส.จาก พปช.อีก 3 คน ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.บุรีรัมย์ ขณะที่วานนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำสั่งให้รับคำร้อง กรณีอดีตผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 3 จ.บุรีรัมย์ พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ยื่นฟ้อง กกต.และ นายสมัคร กรณีเป็นนอมินีพรรคไทยรักไทย(ทรท.)
เปิดปมร้าวลึก 5 เสือ กกต. สาวไส้ตั้งสันติบาลชุดสืบสวน 700 คนมีพิรุธ
ความขัดแย้งในคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ในช่วงที่ผ่านมารุนแรงขนาด ทำให้ นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย บ่นออกมาดังๆว่า อยากจะลาออกกลับไปทำงานที่ศาลฎีกา
แม้ภายหลังเปลี่ยนใจยืนยันว่าจะทำหน้าที่ กกต.ต่อไป แต่มิได้หมายความว่า ความขัดแย้งกับ กกต.อีก 4 คนได้คลี่คลายลงไป
ตรงกันข้ามกลับทำให้แต่ละฝ่ายชิงไหวชิงพริบในการปล่อยข่าวทำลายกันอย่างรุนแรงมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ นางสดศรี สัตยธรรม กกต. ด้านกิจการพรรคการเมืองออกมาให้ข่าวถึงการทำหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนว่า ล่าช้า ไม่มีมีประสิทธฺภาพ ปล่อยให้มีการยกคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ไปเป็นจำนวนมาก ทั้งๆที่เรื่องดังกล่าวน่าจะมีความผิดถึงขั้นเพิกถอนสิทธิ ิเลือกตั้ง(ให้ใบแดง) หรือจัดการเลือกตั้งใหม่(ให้ใบเหลือง) จึงมีการหารือกันว่า อาจมีการเปลี่ยนหน้าที่ของ กกต. โดยเฉพาะของนายสมชัยซึ่งนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.เองก็ยอมรับ
อย่างไรก็ตาม นายอภิชาต พยายามขอร้องสื่อมวลชนว่า ความขัดแย้งบางเรื่องไม่ได้รุนแรงอย่างที่เป็นข่าว ออกไป จึงขอความร่วมมือในการเสนอข่าวว่าอย่าให้ประชาชนวิตก หวั่นเกรงมากไป
'อย่างเรื่องที่บอกว่า กกต.แตกหัก ที่ประชุมก็หัวเราะกันอยู่ เมื่อสักครู่พวกเราก็ยังคุยอยู่เลย ดังนั้น จึงขอให้สื่อให้ความร่วมมือ เพราะประชาชนที่ได้รับข่าวก็เกิดความวิตกว่ามีความรุนแรงเกิดขึ้น ทั้งที่บางอย่างไม่ได้เป็นอย่างนั้น กกต.ไม่ได้แตกหักอะไร เรายังทำงานกันปกติ เราก็ทำงานของเราไปในสภาพของความวุ่นวายของ กกต. ก็ไม่ได้มีอะไรน่ากลัว' นายอภิชาตกล่าว
แต่ล่าสุด นายสมชัยซึ่งตกเป็นฝ่ายตั้งรับมาตลอดได้เปิดเกมรุกโดยนำเอกสาร การแต่งตั้งคณะกรรมการ สืบสวนสอบสวนของ กกต.ที่มีความผิดปกติมาแจกจ่ายสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมาโดยเอกสารดังกล่าวมี 3 ฉบับ คือ
ฉบับแรก มติ กกต. ครั้งที่ 98/2550 ลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2550 ระบุถึงกระบวนการสรรหา บุคลากร ผู้ปฏิบัติงานด้านสืบสวนสอบสวน และวินิจฉัยในการเลือกตั้ง ส.ส. โดยเห็นชอบให้แต่งตั้งตำรวจ จำนวน 1,200 นาย เป็นคณะกรรมการสืบสวนมีหน้าที่สืบสวนเรื่องคัดค้านในพื้นที่ ี่เขตเลือกตั้งและให้คณะกรรมการสืบสวน ที่ได้รับ การแต่งตั้งปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย โดยให้รองเลขาธิการด้านสืบสวน และผู้อำนวยการสำนักสืบสวน ควบคุมดูแลประสานงานในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสืบสวน
ทั้งนี้ ในหนังสือดังกล่าวมี กกต. ลงนามออกมติเพียง 4 คน ขาดนางสดศรี สัตยธรรม ที่ลาการประชุมในช่วงบ่ายเนื่องจากติดภารกิจ
ฉบับที่ 2 เป็นคำสั่ง กกต.ที่ 300/2550 ลงนามโดยนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. วันที่ 14 พฤศจิกายน 2550 เป็นเอกสารสั่งการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน ตามมติ กกต.ข้างต้น
ทั้งนี้ ก่อนการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนทั้ง 1,200 นายนั้น ทางด้านกิจการสืบสวนสอบสวน โดย พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รองเลขาธิการ กกต. มีหนังสือ หนังสือด่วนที่สุด ที่ ลต 0202/ว 1043 ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2550 เรื่องการสรรหาบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในการเลือกตั้ง ส.ส.อันเป็นการเลือกตั้งทั่วไป
เอกสารดังกล่าวส่งถึงประธาน กกต.ทุกจังหวัด และ กทม. เพื่อให้ประธาน กกต.จังหวัดทุกจังหวัดสรรหา บุคลากรในพื้นที่ที่มีความเหมาะสมและเป็นกลางทางการเมืองจำนวน 3 ชุด ประกอบด้วย
1.ชุดสืบสวนสอบสวนพิจารณาสรรหาจากตำรวจชั้นสัญญาบัตรทำหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวน (สป.1-3) แบ่งเป็นชุดละ 3 คนต่อ ส.ส.แบบแบ่งเขต 1 คน
2.ชุดป้องปรามและหาข่าวพิจารณาสรรหาจากตำรวจฝ่ายปกครองอาสาสมัคร และผู้มีความเหมาะสม และเป็นกลางทางการเมือง โดยแบ่งเป็นชุดละ 2 คนต่อ ส.ส. แบบแบ่งเขต 1 คน
3.ชุดประจำศูนย์ประสานงานประจำจังหวัดพิจารณาขอรับการสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัด จังหวัดละ 1 ชุด ชุดละ 5 คน และให้จัดการอบรมแก่เจ้าหน้าที่ที่ได้รับการคัดเลือกทั้ง 1,200 นาย
ฉบับที่ 3 เป็นหนังสือลับที่ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนให้ผู้อำนวยการสำนัก 1-5 ตรวจสอบ ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้สมัครงานในการเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทันที่จะมีการดำเนินการตามหนังสือทั้ง 3 ฉบับดังกล่าว วันที่ 18 ธันวาคม 2550 กกต.กลับมีมติให้แต่งตั้งตำรวจสันติบาลเพื่อมาช่วยภารกิจสนับสนุน กกต. โดยหนังสือระบุว่า ที่ประชุม เห็นว่าสันติบาลมีกำลังอยู่ทั่วประเทศและปฏิบัติงานในทางลับได้ น่าที่จะสนับสนุนภารกิจในการสืบหาข่าว การทุจริตการเลือกตั้ง จึงแต่งตั้งตำรวจสันติบาลจำนวน 708 นาย ให้เป็นเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือการปฏิบัติงาน เลือกตั้งเพื่อสืบสวนสอบสวนการกระทำความผิด
ปรากฏว่า มติ กกต. ในครั้งนี้มี กกต.ประชุม 4 คน ขาดนายสมชัยเพียงคนเดียว เนื่องจากไม่เห็นด้วย ที่จะให้สันติบาลเข้ามาช่วยงานด้านการสืบสวน
ต่อมา เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม สำนักงาน กกต.มีหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) เกี่ยวกับการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติสันติบาลที่ช่วยปฏิบัติงาน โดยอ้างคำสั่ง กกต. ที่ 358/2550 เรื่องการแต่งตั้ง เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ลงนามโดยนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. โดยระบุให้ทางตำรวจสันติบาล ที่ได้รับการแต่งตั้งมารายงานตัว
นอกจากนี้ มีรายงานว่า เมื่อ พล.ต.ท.ระพีพัฒน์ ปาละวงศ์ ผบช.ส. ได้รับหนังสือ จึงทำหนังสือด่วนที่สุดถึง พล.ต.อ.วิเชียรพจน์ โพธิ์ศรี รองผบ.ตร. หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศรส.ลต.ตร.) ทันที เนื้อหาระบุว่า การแต่งตั้งตำรวจจากสันติบาลให้มาช่วย กกต.นั้นไม่มีการเซ็นรับทราบจาก ผอ.ศรส.ลต.ตร. แต่อย่างใด ดังนั้นการดำเนินการที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ศรส.ลต.ตร. ควรมีส่วนได้พิจารณาตกลงใจก่อนทุกครั้ง
ดังนั้น การแต่งตั้งตำรวจสันติบาลเพื่อมาช่วยงาน กกต.ด้านสืบสวนสอบสวนนั้นไม่ได้ผ่าน ศรส.ลต.ตร. และการปฏิบัติหน้าที่จึงไม่เกี่ยวข้องกับศูนย์ดังกล่าว แต่เป็นการหารือร่วมกันระหว่าง กกต. และตำรวจสันติบาลโดยตรงและบุคคลที่มาช่วยงานก็ไม่ผ่านการตรวจสอบจาก สตช.ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแต่งตั้งตำรวจสันติบาล 708 นายดังกล่าวเป้นชุดสืบสวน เกิดขึ้นภายหลังที่นายสมชัยถูกโจมตีว่า ฝ่ายสืบสวนทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้นายสมชัยไม่พอใจ และไม่เข้าร่วมประชุมทุกครั้งที่ทางตำรวจสันติบาลนำสำนวนการทุจริตเข้าเสนอต่อ กกต.
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นใน กกต.ในเรื่องนี้ เปิดช่องให้พรรคพลังประชาชนร้อง ขอเปลี่ยนตัว พล.ต.ต.ชัยยะ สิริอำพันธ์กุล รองผบช.ส.หัวหน้าคณะกรรมการสืบสวนโดยอ้างว่า มีความสนิทสนมกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
จากสถานการณ์ล่าสุดยังไม่รู้ว่า ความขัดแย้งใน กกต.จะจบลงอย่างไร
'สมัคร'ยังโบ้ยมือสกปรกขวางตั้งรบ.งงบางพรรครู้เลขแขวนสส.
หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ย้ำ มีมือสกปรกขัดขวางการตั้งรัฐบาล ตั้งข้อสงสัยพรรคการเมืองรู้ตัวเลข กกต.ไม่รับรอง ส.ส.ได้อย่างไร (4 มกราคม 2551 14:00:37 น.)
นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวระหว่างรายงานตัวเป็น ส.ส.ที่สำนักงานเลขาธิการรัฐสภาโดยกล่าวว่า ที่ตนตัดสินใจจับมือกับพรรคต่างๆ เพื่อตั้งรัฐบาลอย่างเร่งด่วน เพราะมีมือสกปรกคอยขัดขวางการตั้งรัฐบาลและพรรคที่คาดว่าจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลนั้น ในอนาคตต้องร่วมกันต่อสู้ขวากหนามที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ ส่วนนโนบายต่างๆ นั้นจะประกาศอย่างแน่นอนแต่ต้องรออีก 2 - 3 วันนายสมัคร กล่าวอีกว่า ปฏิกิริยาที่มีพรรคการเมืองบางพรรคได้รู้จำนวน ส.ส.ของพรรคพลังประชาชนที่ กกต.ยังไม่รับรองผลเป็นจำนวนถึง 65 คนนั้น เป็นข้อพิรุธที่ไม่ทราบว่ารู้กันก่อนได้อย่างไร สำหรับบรรยากาศการรายงานตัวของ ส.ส.ขณะนี้เป็นไปด้วยความคึกคัก มีหัวหน้าพรรคการเมือง 2 พรรค คือ พรรคพลังประชาชน และ พรรคประชาธิปัตย์ เข้ารายงานตัว สำหรับขณะนี้มี ส.ส.เข้ามารายงานตัวแล้วทั้งหมดร่วม 50 คน
ม็อบบุรีรัมย์ยังไม่เลิก!ยื่นข้อเสนอผวจ.สอบกกต.จว.
ชาวบุรีรัมย์ กว่า 500 คน ชุมนุมยื่นหนังสือ ผู้ว่าฯ ขอความเป็นธรรม กรณี 3 ว่าที่ ส.ส. เขต 1 พรรคพลังประชาชน โดนแจกใบแดง
ประชาชนจาก 9 อำเภอ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.บุรีรัมย์ กว่า 500 คน ในนามกลุ่มคนรัก ประกิจ-พรชัย-รุ่งโรจน์ ได้เดินทางมาหยุดที่หน้าศาลากลางจังหวัดอีกครั้ง เพื่อยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัด และเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากกกต.จังหวัด หลังจากที่เคยชุมนุมมาแล้ว 1 ครั้ง เนื่อจากว่าที่ ส.ส.เขต 1 พรรคพลังประชาชน ถูกกกต.กลางให้ใบแดง สร้างความไม่พอใจแก่ประชาชนที่มาร่วมชุมนุม โดยกล่าวหาว่ากกต.จังหวัดเอนเอียงไม่เป็นธรรม ในการพิจารณาข้อร้องเรียนทุจริตเลือกตั้ง ในวันนี้จึงมีการนัดชุมนุมกันอีกครั้งหนึ่ง โดยกลุ่มผู้ชุมนุนได้เรียกร้องให้ทางจังหวัดและกกต.จังหวัด ตรวจสอบถึงกระแสข่าวการแจกใบแดงแก่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 พรรคพลังประชาชน ซึ่งมีตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เหตุใดจึงตรงกับการแจกใบแดงของกกต. ข้อที่ 2.ให้ตรวจสอบว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขต 1 พรรคเพื่อแผ่นดิน มีการปราศรัยต่อประชาชนว่าอย่าเลือกผู้สมัครพรรคพลังประชาชน เพราะต้องถูกใบแดง อยากให้ตรวจสอบว่าเหตุใดจึงรู้ล่วงหน้า ข้อที่ 3. หากไม่มีการตรวจสอบประชาชนจำเป็นต้องยื่นถอดถอนกกต.จังหวัด ข้อที่ 4. ประชาชนที่มาชุมนุมไม่เชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของกกต.จังหวัด ว่ามีความเป็นกลาง และ ข้อที่ 5. ต้องการเรียกร้องให้กกต.กลาง ทบทวนมติ พร้อมทั้งเรียกผู้สมัครที่ถูกใบแดงไปให้ปากคำเพื่อเปิดโอกาสและให้ความเป็นธรรมแก่ทั้ง 3 คน ซึ่งหนังสือที่เรียกร้องกับทางกกต.จังหวัด ให้ดำเนินการตามข้อเรียกร้องทั้ง 5 ข้อ นั้นด้วย โดยระหว่างชุมนุมได้มีแกนนำและผู้สมัครว่าที่ส.ส. เขต 1 พรรคพลังประชาชน สับเปลี่ยนกันขึ้นโจมตีกกต.อย่างต่อเนื่อง จากนั้น นายสันทัด จัตุชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ลงมารับหนังสือร้องเรียนจากกลุ่มผู้ชุมนุม โดยผู้ชุมนุมยืนยันที่จะปักหลักชุมนุมอย่างต่อเนื่องหากไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน
