WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, January 5, 2008

ถอดสมการดอง83ส.ส. คำตอบ=รัฐบาล"พปช."

มติชนวิเคราะห์

สิ้นคำประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.ทั้งระบบเขตและระบบสัดส่วน โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งปรากฏว่ามีผู้ผ่านการประทับตรารับรอง 397 คน ถูกแขวนเอาไว้ก่อนเพื่อรอพิสูจน์ความบริสุทธิ์ หลังมีเรื่องร้องเรียน 83 คน

โดยในจำนวนนี้เป็นว่าที่ ส.ส. จากพรรคพลังประชาชน (พปช.) 65 คน พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 6 คน พรรคเพื่อแผ่นดิน (พผ.) 6 คน พรรคชาติไทย (ชท.) 4 คน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา (รช.) 1 คน และพรรคมัชฌิมาธิปไตย (มฌ.) 1 คน

ทำให้หลายฝ่ายคาดคะเนไปต่างๆ ว่า "ปริมาณมือ" ที่หายไป 65 เสียง จะส่งผลกระทบต่อการฟอร์มรัฐบาลโดย พปช. หรือไม่อย่างไร

ยิ่งถ้าคำนวณเสียงของ "ว่าที่พรรคร่วมรัฐบาล" ทั้ง 6 พรรค จะพบว่า ขณะนี้เหลือ "มือที่แน่นอน" เพียง 238 เสียงเท่านั้น จากเดิมตั้งเป้าปิดยอดรัฐบาลที่ 315 เสียง

ในทางกลับกันหาก "พันธมิตร พปช." พลิกไปเทคะแนนให้ ปชป. ซึ่งมีแต้มเหลือ 159 เสียง หลังถูกหักออกไป 6 เสียง ก็จะสามารถ "ควบรวม ส.ส." ได้ 229 เสียง ซึ่งนับว่าสูสีกับ พปช.อย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม "โจทย์" ดังกล่าวเป็นเพียง "สูตรคณิตคิดเล่น" ยากต่อการหา "คำตอบใหม่" ให้แก่การเมืองไทย เพราะทุกอย่างได้ถูก "สมการหลัก-สมการรอง" ล็อคคำตอบเอาไว้แล้ว

สมการตัวแรกคือ มาตรา 93 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่กำหนดให้เปิดประชุมสภาภายใน 30 วันนับจากวันเลือกตั้ง (วันที่ 22 มกราคม) โดยต้องมี ส.ส.ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของ ส.ส.ทั้งหมด หรือคิดเป็น 454 คน

นั่นหมายความว่า คนการเมืองที่อยู่คาเขียง กกต. 83 คน มีโอกาสได้รับ "ใบขาว" ถึง 57 คน เพื่อให้สามารถเปิดประชุมสภานัดแรกได้

"วงใน กกต." แย้มว่านอกจากการแจก 2 ใบเหลืองที่ จ.นครราชสีมา และ 3 ใบแดงที่ จ.บุรีรัมย์แล้ว เหลือสำนวนที่มีน้ำหนักในมือ "5 เสือ" เพียง 13 เรื่องเท่านั้น

ดังนั้น ไม่ว่าจะ "เลือกตั้งซ่อม-เลือกตั้งซ้ำ" อีกกี่รอบ ยอด ส.ส.ที่หายไป 18 เสียง จึงไม่ถือว่ามีนัยยะสำคัญทางการเมือง เพราะถ้าสภาเปิดเมื่อไร โอกาสก็จะกลับมาอยู่ในมือ "พรรคเสียงข้างมาก" เมื่อนั้น

อย่าลืมว่าผู้ชนะคือผู้กำหนดเกม

สมการตัวที่ 2 คือ ถ้อยแถลงเรื่องการจับขั้วกับ พปช.อย่างเป็นทางการ ที่หลุดออกจากปากของแกนนำ "กลุ่ม 21"(รช.+มฌ.+ประชาราช)เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2550 ซึ่งตรงนี้ได้กลายเป็น "ตัวช่วย" ของพปช. กรณีถูกชักใบแดงใส่

ทั้งนี้ มีรายงานว่า พปช.ดอดทำความตกลงอย่างลับๆ กับ มฌ. ว่าจะเทคะแนนให้ "พันธมิตรใกล้ชิด" รายนี้ เพื่อไม่ให้ยอด ส.ส.ของรัฐบาลกระเด็นไปอยู่ในมือฝ่ายตรงข้าม หรือไปเติมพลังต่อรองให้แก่ "พรรคหอกข้างแคร่"

แม้ "คำสั่งแขวน" ว่าที่ ส.ส. 83 คน จะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการฟอร์มรัฐบาล แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าสร้างแรงกระเทือนให้แก่ "พรรคเอสเอ็มอี" เหมือนกัน โดยเฉพาะ ชท.กับ พผ. ที่แม้จะ "เซย์เยส" กับ พปช.ไปแล้ว แต่ยังไม่มีคำประกาศจับขั้ว-รวมตัวอย่างเป็นทางการ เพราะขอรอดูตัวเลขที่นิ่ง ก่อนยื่นเงื่อนไขเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม เมื่อยอด ส.ส.ของ "กลุ่ม 61" (ชท.+พผ.) หดลงไป 10 เสียง ย่อมทำให้อำนาจในการต่อรองโควต้าต่างๆ ของ 2 พรรคลดลงไปด้วย ขณะนี้ พผ.มี "เสียงลม" อยู่ถึง 6 คน ขณะที่ ชท. มี 4 คน

นอกจากนี้ 6 เสียงที่หายไปของ พผ. ล้วนแต่เป็นสมาชิกในกลุ่มโคราชของ "ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี" ทั้งสิ้น ตรงนี้อาจก่อให้เกิดผลกระทบชิ่งต่อการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี และตำแหน่งประธานกรรมาธิการชุดต่างๆ หรือไม่อย่างไร

ท้ายที่สุด เมื่อถอด "สมการ 83" ที่ กกต.เป็นผู้ตั้งโจทย์ จะพบว่า อาการ "ติดลบ" ของพรรคเอสเอ็มอี ขณะที่ พปช.ได้รับแรง "บวก"

โดยมีคำตอบสุดท้ายยังอยู่ที่การจัดตั้งรัฐบาล 6 พรรค โดดเดี่ยว ปชป. เป็นฝ่ายค้านพรรคเดียวเหมือนเดิม!!!


ทำไมพปช.พิฆาต"ชัยยะ"?

การสวมหมวก 2 ใบระหว่างการทำหน้าที่รองผู้บังคับการกองบัญชาการตำรวจสันติบาล และประธานคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวน กกต.ของ พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล จะเป็นเรื่องธรรมดาอย่างยิ่ง

หาก พล.ต.ต.ชัยยะ ไม่ได้สัมพันธ์ใกล้ชิดกับอดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่เคยเคลื่อนไหวต่อต้าน "รัฐบาลทักษิณ" ตามที่ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน (พปช.) กล่าวอ้าง

โดยให้เหตุผลว่าการพิจารณาสืบสวนสอบสวนการทุจริตการเลือกตั้ง ไม่เป็นกลาง และไม่เป็นธรรมต่อ พปช. ที่แปรสภาพมาจากพรรคไทยรักไทย

พปช.จึงยื่นหนังสือถึง กกต.เพื่อขอให้เปลี่ยนตัว พล.ต.ต.ชัยยะ จากการเป็นประธานคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าว ซึ่งประเด็นนี้ กกต.และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังโยนเผือกร้อนกัน

เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นร้อนตลอดห้วงสัปดาห์ เพราะนั่นหมายถึง...

โอกาสภายใต้ความหวังริบหรี่ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในการช่วงชิงจัดตั้งรัฐบาล หาก พปช.ถูก กกต.แจกใบแดงเป็นจำนวนมาก

สำหรับ พล.ต.ต.ชัยยะ จบโรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 34 จากนั้นก็เข้ารับราชการตำรวจเรื่อยมา คนในแวดวงสีกากี ต่างรู้ดีว่า พล.ต.ต.ชัยยะสนิทสนมกับ "บิ๊กสื่อค่ายท่าพระอาทิตย์" หนึ่งในแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกว่า 10 ปี มีความสัมพันธ์ที่ดีทั้งในเรื่องหน้าที่ การงาน และส่วนตัว

จึงไม่น่าแปลกที่จะเห็นภาพการช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างบุคคลทั้งสองอย่างชัดเจน แม้กระทั่งการชุมนุมประท้วงของกลุ่มพันธมิตร นายตำรวจคนนี้ก็จะช่วยคุ้มครองความปลอดภัยให้ โดยขอกำลังจากเพื่อนนักเรียนตำรวจรุ่นเดียวกัน

ดังนั้น ภายหลังการรู้ข่าวการแต่งตั้ง พล.ต.ต.ชัยยะ เป็นประธานคณะอนุกรรมการของ กกต. จึงเป็นธรรมดาที่กลุ่มอดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่แห่งค่าย พปช.จะกังวลและมีคำถามในความเป็นกลาง

โดยเฉพาะเรื่องที่วิตกที่สุด คือ 3 ใบแดงแห่งบุรีรัมย์ "บิ๊กสีกากี" ของพรรคนี้ เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบุรีรัมย์ ส่อว่าเป็นการสร้างพยานเท็จ โดยเอาบุคคลนอกพื้นที่จังหวัด มาทำเสมือนหนึ่งเป็นบุคคลอยู่ในเหตุการณ์แจกเงินให้กับผู้เข้าฟังการปราศรัย

สำหรับบุคลิกทั่วไปของ พล.ต.ต.ชัยยะนั้น เป็นนายตำรวจที่เรียบง่าย เก็บเนื้อเก็บตัวและไม่ค่อยจะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเท่าใดนั้น แม้จะถูกมรสุม พปช.กระหน่ำ แต่ พล.ต.ต.ชัยยะก็ไม่เคยออกมาชี้แจงแถลงไขในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

แม้สื่อมวลชนเองต่างพยายามระดมโทรศัพท์ทั้งเบอร์มือถือ และเบอร์บ้าน เพื่อขอสัมภาษณ์ แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ

ศึก เอฟ เอ คัพ เวสต์แฮม VS แมนฯซิตี้


เวสต์แฮม VS แมนฯซิตี้

สนาม : อัพตัน ปาร์ค

เวลาคิกออฟ : 22.00 น.

เวสต์แฮม-ผลงานที่ผ่านมา

15-12-2007 แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-2 (เหย้า)

22-12-2007 ชนะ มิดเดิลสโบรห์ 2-1 (เยือน)

26-12-2007 เสมอ เรดดิ้ง 1-1 (เหย้า)

29-12-2007 ชนะ แมนฯยูฯ 2-1 (เหย้า)

01-01-2008 แพ้ อาร์เซนอล 0-2 (เยือน)

ความพร้อม :

ผลงานชนะ 3 จาก 7 เกมหลังสุด และไม่เคยตกรอบ 3 เอฟเอ คัพมาตั้งแต่ฤดูกาล 1999-2000 สภาพทีมเกมนี้กุนซืออลัน เคอร์บิซลี่ย์จะได้ลี โบว์เยอร์กับแมทธิว เอเธอร์ริงตันที่เจ็บไปนานกลับมาลงซ้อม ได้ตลอด ทั้งสัปดาห์พร้อมเป็นตัวเลือก แต่เฟรดริก ยุงเบิร์กเจ็บจากเกมแพ้อาร์เซนอลไม่น่าจะไหว ขณะที่โนลเบอร์โต้ โซลาโน ่กับสกอตต์ ปาร์คเกอร์ก็ยังไม่แน่ว่าจะคัมแบ็กได้หรือไม่ ดีน แอชตันที่เป็นแค่ตัวสำรองใน 2 เกมหลังหวัง ว่าจะได้รับ โอกาสสตาร์ต

ผู้เล่น 11 คนแรกตามคาด :

(4-4-2) โรเบิร์ต กรีน,ลูคัส นีลล์,แอนทอน เฟอร์ดินานด์,แมทธิว อัพสัน,จอร์จ แม็คคาร์ทนี่ย์,ลี โบว์เยอร์,เฮย์เด้น มัลลินส์,มาร์ก โนเบิล,แมทธิว เอเธอร์ริงตัน,ดีน แอชตัน, คาร์ลตัน โคล

แมนฯซิตี้-ผลงานที่ผ่านมา

18-12-2007 แพ้ สเปอร์ส 0-2 (เยือน)

22-12-2007 เสมอ แอสตัน วิลล่า 1-1 (เยือน)

27-12-2007 เสมอ แบล็คเบิร์น 2-2 (เหย้า)

30-12-2007 เสมอ ลิเวอร์พูล 0-0 (เหย้า)

02-01-2008 ชนะ นิวคาสเซิล 2-0 (เยือน)

ความพร้อม :

ไม่แพ้ใคร 4 นัดติด และชนะ 4 จาก 12 นัดหลังเกมเยือน ผลงานในเอฟเอ คัพผ่านเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้ในสองฤดูกาลหลังสุด สเวน โกรัน เอริคส์สันไม่มีตัวเจ็บเพิ่มขึ้นมาหลังจบเกมบุกชนะนิวคาสเซิล 2-0 ในเกมล่าสุด เนรี่ คาสติลโญ่กองหน้าจังโก้ที่ยืมมาจากชาคห์ตาร์ได้เวิร์ก เพอร์มิตพร้อมลงประเดิมสนามเกมแรก ให้กับทีม แต่คาดว่าเต็มที่คงแค่ตัวสำรองไปก่อน ไลน์อัพน่าจะเป็นชุดเดิมทั้งหมด มีดาริอุส วาสเซลล์ค้ำหอกเดี่ยว

ผู้เล่น 11 คนแรกตามคาด :

(4-4-1-1) โจ ฮาร์ท,เนดุม โอนูโอฮา,ไมคาห์ ริชาร์ดส์, ริชาร์ด ดันน์,ไมเคิล บอลล์,เวดราน คอร์ลูก้า,สตีเฟ่น ไอร์แลนด์,ดีทมาร์ ฮามันน์,มาร์ติน เปตรอฟ,เอลาโน่,ดาริอุส วาสเซลล์

รูปเกม/โอกาส :

เจอกันมาในนัดเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกเป็นเรือใบที่บุกเก็บชัย 2-0 มาเจอกันในเกมนี้จังหวะไม่ค่อยเข้าทาง ขุนค้อนอีกตามเคยด้วยสภาพทีมที่มีตัวเจ็บหลายคน โดยเฉพาะแดนกลางนั้นเป็นรองทีมของบิ๊กสเวนชัดเจน วัดกันที่แท็กติกส์ของบิ๊กเคิร์บก็ไม่น่าจะสู้ได้ การเป็นเจ้าถิ่นคือสิ่งเดียวที่ขุนค้อนได้เปรียบ แต่คงไม่เพียงพอ ที่จะลุ้นผ่านเข้ารอบได้ เรือใบสีฟ้าจะมาเอานัดรีเพลย์กลับออกไปได้เป็นอย่างน้อย หรือไม่ก็เช็กบิลได้เลยเมื่อจบเกม

ขอขอบคุณ www.thailandsportsonline.com

จาก Hi-Thaksin

‘บรรหาร' ย้ำจุดยืนร่วม‘พปช.'จัดตั้งรัฐบาล

นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ยืนยันว่า แม้ว่าขณะนี้มีผู้ที่ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือ ส.ส.ของพรรคพลังประชาชน ยังไม่ได้การรับรองความเป็นส.ส.จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ถึง 65 คนแต่ทางพรรคชาติไทย ยังคงดำเนินการตามจุดยืนเดิมที่จะร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนตามที่ได้ประกาศไว้เพราะเชื่อว่าส.ส.ทั้ง 65 คน จะไม่ถูกแจกใบเหลือง หรือ ใบแดง ทั้งหมด และเชื่อมั่นว่า พรรคพลังประชาชนยังเป็นพรรคที่ได้รับเสียงเป็นข้างมาก
ทั้งนี้ หัวหน้าพรรคชาติไทย คาดการณ์ว่ากกต.จะทยอยประกาศรับรองความเป็นส.ส.ของส.ส.ทั้ง 83 คนที่ยังไม่ได้ถูกรับรองภายหลังการสอบส่วนที่ได้มีการร้องเรียนแล้วเสร็จในเร็ววันนี้--จบ--


จาก hi-thaksin

‘พปช.'มั่นใจ3พรรคการเมืองขนาดเล็กไม่แยกวง

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน มั่นใจ 3 พรรคการเมืองขนาดเล็กที่ประกาศจับมือจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน ยังคงทำงานการเมืองร่วมกับพรรคต่อไป แม้ว่าในขณะนี้พรรคจะประสบปัญหาในกรณีใบเหลือง ใบแดง ก็ตาม และยืนยันว่าจะไม่มีการเทคะแนนเสียงให้กับ 3 พรรคการเมือง เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องส่วนความเป็นไปได้ที่จะมีการเปลี่ยนขั้วการเมืองใหม่นั้น เห็นว่าขึ้นอยู่กับการพิจารณาใบเหลือง ใบแดง ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ว่าจะมีมากน้อยเท่าไร โดยตนยังเชื่อมั่นในการทำงานของ กกต. ว่าจะมีการพิจารณาด้วยความรอบคอบที่สุด
ส่วนท่าทีของพรรคชาติไทย กับ พรรคเพื่อแผ่นดิน ว่าจะเข้าร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนหรือไม่นั้นเลขาธิการพรรคพลังประชาชน ระบุ ต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการของทั้ง 2 พรรคการเมืองก่อน ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถให้ความชัดเจนได้


จาก hi-thaksin

มือที่มองเห็น

2-3 วันนี้ มีคนพูดถึง "มือที่มองไม่เห็น" กันมากมายหลายเสียง
"มือที่มองไม่เห็น" เป็นอย่างไร แล้วทำไมถึงมองไม่เห็น
เมื่อมองไม่เห็นแล้วทำไมจึงมีอิทธิพลต่อประเทศชาติบ้านเมืองกันถึงขนาดที่ว่า จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาล ที่ประชาชนตัดสินใจเลือกมาแล้วล้มเหลวเชียวหรือ?
"มือที่มองไม่เห็น" ที่พูดถึงกันอยู่ในเวลานี้ เดาๆ ไปตามสถานการณ์ ก็จะมีอยู่แค่สองมือ เป็นมือของคนคนหนึ่ง ที่นับวันจะมีฉายาบ่งชี้และบอกใบ้ให้เห็นตัวตนชัดขึ้นเรื่อยๆ
"อีแอบผมขาว" ก็น่าจะใช่
"ก้อนกรวดในรองพระบาท" ก็ไม่น่าจะผิด
"เตมีย์ใบ้" ก็น่าจะถูก
ตอนนี้ก็ได้ไปอีก 1 ฉายา คือ
"มือที่มองไม่เห็น"
เหตุที่มองไม่เห็น ก็เพราะว่าเจ้าของ "มือ" ชอบอยู่ในที่ลับ เร้นกายอยู่ในบ้าน "เสาน้อย" ชอบแอบสั่งการ แอบทำโน่น แอบทำนี่ อยู่หลังกำแพงสีขาวของบ้าน "เสาน้อย" อย่างที่เขาครหานินทากันหรือไม่ ก็ยังไม่มีใครยืนยันได้
แต่ที่ไม่น่าจะผิดก็คือ เจ้าของมือน่าจะเป็น "อีแอบ" แน่ๆ เพราะทำแต่ละอย่างต้องคอยแอบทำ กลัวคนเห็น
ไม่รู้ว่าทำไมจึงต้องกลัวคนเห็น และต้องแอบทำ ถ้าเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ตนทำเป็นสิ่งที่ถูกต้องและดีงามเพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมืองและประชาชนจริง
โดยปกติวิสัยของคนชอบ "แอบ" ทำ "แอบ" พูด และ "แอบ" สั่ง มักจะเป็นคนที่รู้อยู่แก่ใจว่าทำ พูด และสั่งการในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ในสิ่งที่ตนไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้อง แต่อยากจะเข้ามาเกี่ยวข้อง อยากจะเข้ามามีอำนาจ มีส่วนร่วมในการทำเรื่องนั้นๆ
อย่างเช่น แอบแก้บัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ แอบสั่งให้ทหารก่อการรัฐประหาร แอบบัญชาการคณะรัฐประหารอยู่ในบ้าน แอบแทรกแซงการเลือกตั้ง แอบแทรกแซง กกต. แอบแทรกแซงการจัดตั้งรัฐบาล ที่หนักหนาสาหัสที่สุดก็คือ
แอบอยู่หลังสถาบันพระมหากษัตริย์ และแอบอ้างพระราชดำรัสเพื่อประโยชน์ส่วนตนและเป็นเกราะคุ้มครองตนเอง
ทุกเรื่องที่แอบทำ เป็นเรื่องที่ไม่สมควรจะกระทำทั้งสิ้น เมื่อคำนึงถึงตำแหน่งหน้าที่ที่มีอยู่ แต่เพราะไม่อาจจะยับยั้งกิเลสและความมักใหญ่ใฝ่สูงในใจตนได้ จึงทำให้ต้องแอบยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้อง จัดการ และแทรกแซงไปเสียทุกเรื่อง
เมื่อยับยั้งหักห้ามใจตนเองไม่ได้ และต้องยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้อง แทรกแซงเพื่อให้เป็นไปตามใจและความปรารถนาของตนเอง ก็ต้องทำอย่างระมัดระวัง และทำด้วยอาการ "แอบ" เพราะกลัวคนอื่นจะเห็น กลัวคนอื่นจะรู้ว่าทำสิ่งที่ไม่สมควรทำ
แต่ไม่ว่าจะแอบอย่างไร ก็ไม่อาจจะซ่อนตัวและซ่อนมือที่ยื่นออกมาได้สักครั้งเดียว
ทุกครั้งที่แอบทำ แอบพูด และแอบสั่ง มักจะต้องมีคนเห็น
เพราะ อาชญากรรมมักจะทิ้งร่องรอยและหลักฐานไว้เสมอ อีกทั้งความลับไม่มีในโลก
คำพูดที่ว่า "มือที่มองไม่เห็น" จึงไม่ใช่เรื่องจริงสำหรับผู้จับตามอง
แต่ผู้กระทำอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องจริง คือ คิดว่าไม่มีใครเห็นมือที่ตนยื่นออกไป เพราะคิดว่าตนเป็นผู้วิเศษ ล่องหนหายตัวได้ ทำอะไรไม่มีใครรู้ โดยที่หารู้ไม่ว่า ที่ผ่านมาใครๆ ก็รู้ว่าทำอะไรไปบ้าง และมีพฤติกรรมเช่นไร แต่ไม่มีใครอยากพูด เพราะเกรงใจ เห็นว่าเป็นผู้อาวุโส จึงไม่อยากถือโทษโกรธเคือง
เมื่อไม่มีใครพูด ก็ทำให้ผู้กระทำคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปไม่มีใครเห็น จนเชื่อว่าตนคือผู้วิเศษ มี "มือที่มองไม่เห็น" จึงย่ามใจ และเข้าแทรกแซงกิจการบ้านเมืองเรื่อยมา
จนกระทั่งถูก นายสมัคร สุนทรเวช กระแอมเสียงดังและฟ้องประชาชนว่ามี
"มือที่มองไม่เห็น" พยายามจะแทรกแซง กกต. จนเจ้าของมือต้องหดมือไปแบบฉับพลัน
เป็นที่น่าประหลาดว่า เหตุใด กกต. บางคน และนักการเมืองบางคนในพรรคประชาธิปัตย์ อย่าง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และทหารบางจำพวก เช่น พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน และคนรับใช้เผด็จการ อย่าง นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์
จึงเชื่อถือ "มือที่มองไม่เห็น" ว่ามีอำนาจอิทธิพลที่จะกดดันให้การจัดตั้งรัฐบาลพลิกขั้วเปลี่ยนข้างได้
บางคนเชื่อหนักไปถึงขั้นที่ว่า
"มือที่มองไม่เห็น" จะดลบันดาลให้พรรคพลังประชาชน ที่ประชาชนเลือกมาเป็นรัฐบาล ต้องเป็นฝ่ายค้าน และพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นรัฐบาลแทน
คนเหล่านี้เชื่อถือ "มือที่มองไม่เห็น" ของใครบางคนที่กระทำตัวเป็นอีแอบ ซ่อนตัวอยู่หลังฉากตลอดเวลา มากกว่า "มือที่มองเห็น" ซึ่งเป็นมือของประชาชนทั่วประเทศ ที่ตัดสินแล้วว่าจะให้พรรคการเมืองใดเป็นรัฐบาล
ระหว่าง "มือที่มองไม่เห็น" ของ "อีแอบ" กับ "มือที่มองเห็น" ของประชาชน ในระบอบประชาธิปไตย เราควรจะเชื่อถือและยอมรับ "มือ" ของใคร
วันนี้ประชาชนได้แสดงให้เห็นว่า ยกมือให้ใครไปเป็นรัฐบาล เป็นการยกมืออย่างเปิดเผย โปร่งใส ไม่ต้องแอบๆ ซ่อนๆ แต่กลับไม่ได้รับจาก กกต. บางคน นักการเมืองบางพรรค ทหารบางพวก
ยังมีความพยายามที่จะ "ไม่มอง" และตั้งใจที่จะ "มองไม่เห็น" มือของประชาชนที่ลงคะแนนให้พรรคพลังประชาชน หากแต่กลับไปมอง
"มือ" ที่แอบยื่นออกมาชี้ให้ทำตามความพึงพอใจของตนเพียงคนเดียว
ผมไม่แน่ใจว่า กกต. กำลังสร้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน และทำตาม "มือที่มองเห็น" หรือ รับฟัง "อีแอบ" และคอยดูสัญญาณจาก "มือที่มองไม่เห็น" กันแน่
กกต. ทั้ง 5 ท่าน ตอบได้ไหม


นายกอ....


/////////////////////////////////////////


คอลัมน์:ละครชีวิต....


จากหนังสือพิมพ์รายวันประชาทรรศน์ 4/01/51


‘พปช.'พึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบแจกใบแดงกกต.

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน แถลงหลังการประชุมฝ่ายกฎหมายของพรรคว่า ทางพรรคได้รับทราบข้อมูลใหม่ว่า กกต.จังหวัดบุรีรัมย์ ไม่เคยวินิจฉัยให้ใบแดงกับ 3 ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) จังหวัดบุรีรัมย์ ของพรรค ซึ่งพบว่ามีหลักฐานที่ชัดเจน ทั้งเอกสารคำวินิจฉัยของประธานกกต.บุรีรัมย์ ทั้งคำพูดของรองประธานกกต.บุรีรัมย์ ที่ระบุว่า ไม่ได้ให้ใบแดงกับ 3 ว่าที่ ส.ส. ดังนั้น ทางพรรค จึงตั้งข้อสังเกตว่า ขั้นตอนการให้ใบแดงผู้สมัครอยู่ในขั้นตอนใด และหากกกต.บุรีรัมย์ วินิจฉัย ไม่ตรงกับกกต.กลาง ๆ น่าจะเชิญผู้สมัครมาให้ข้อมูล ก่อนที่จะให้ใบแดง เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ทางพรรคจะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ตรวจสอบขั้นตอนและกระบวนการแจกใบแดงของกกต.ว่าถูกต้องหรือไม่

ในส่วนที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีมติรับคำฟ้องกรณีที่พรรคพลังประชาชน เป็นตัวแทนของพรรคไทยรักไทย รวมถึงเรื่องที่มีการระบุว่า มีการแจกวีซีดีของอดีตนายกรัฐมนตรี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า คณะทำงานฝ่ายกฎหมายจะรวบรวมข้อมูลชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในวันที่ 15 ม.ค. อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า พรรคพลังประชาชนไม่ได้เป็นตัวแทนของพรรคไทยรักไทย ไม่เคยแจกวีซีดีด้วย


จาก hi-thaksin

ปชป.เผยม็อบบุรีรัมย์ ได้ค่าจ้างหัวละ 200 บ.

นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้ง เขต 3 จ.บุรีรัมย์ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง


กรณีที่ประชาชนจำนวน 20,000 คน ร่วมชุมนุมเคลื่อนไหวหน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จ.บุรีรัมย์ เนื่องจากกกต.กลางมีมติให้ใบแดง ว่าที่ส.ส.เขต 1 จ.บุรีรัมย์ พรรคพลังประชาชน จำนวนว่า ไม่เหมาะสมกับสภาวการณ์ในขณะนี้ ซึ่งเป็นห้วงเวลาของการแสดงความจงรักภักดีของประชาชนชาวไทยต่อ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่สิ้นพระชนม์

นายไชยวัฒน์ กล่าวต่อว่า ได้รับทราบข้อมูลจากชาวบ้านว่า

มีการจ้างประชาชนให้มาชุมนุม คนละ 200 บาท ส่วนคนที่เป็นแกนนำนั้น จะได้ค่าจ้างคนละ 1,000 บาท อย่างไรก็ตาม เห็นว่าเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้าไปดำเนินการสืบหาข้อเท็จจริงต่อไป ด้านนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ปฏิเสธให้ความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า ในวันที่ 5 - 6 มกราคมนี้ คณะทำงานด้านกฎหมายของพรรคพลังประชาชนอาจหารือเกี่ยวกับกรณีที่ นายไชยวัฒน์ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกา กรณีพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีของพรรคไทยรักไทย

ชท.เล็งเปลี่ยนขั้วหลังพปช.ไม่ผ่านการรับรอง

พรรคชาติไทย ไม่แปลกใจที่ ว่าที่ สส.ของพรรคพลังประชาชน ยังไม่ผ่านการรับรองจาก กกต.ถึง 65 คน ระบุหากโดนใบแดงมาก ชาติไทยต้องทบทวนจุดยืนร่วมรัฐบาลใหม่

นายวราวุธ ศิลปอาชา กรรมการบริหารพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) ยังไม่ประกาศรับรอง 65 ว่าที่ ส.ส.ของพรรคพลังประชาชนว่า ไม่ได้เหนือความคาดหมาย เพราะเป็นพรรคการเมือง ใหญ่ และเป็นเรื่องปกติที่จะมีการร้องเรียนมาก อย่างไรก็ตาม หากพรรคพลังประชาชนโดนใบแดงเป็นจำนวนมาก ทางผู้ใหญ่ในพรรคคงต้องมีการหารือเพื่อทบทวนถึงจุดยืนของพรรคอีกครั้ง แต่โดยเบื้องต้น จุดยืนของพรรคชาติไทย ยังคงเดิม คือจับมือจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคพลังประชาชน

นายวราวุธ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย จะไม่ถูก กกต.แจกใบแดง หลังถูกกล่าวหาว่า ได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เนื่องจากไม่ได้กระทำผิด

พร้อมกันนี้ นายวราวุธ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ในวันจันทร์ที่ 7 มกราคม นี้ เวลาประมาณ 13.00 น. แกนนำพรรคและผู้สมัครจะเดินทางไปรับหนังสือรับรองจาก กกต. เพื่อรายงานต่อสภา ขณะที่เชื่อมั่นว่า จะสามารถเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ตามกำหนดระยะเวลาเดิม


“เติ้ง”ย้ำยึดคำสัญญากับ พปช.เชื่อถูกสอยไม่ถึง 20

เมื่อวันที่ 5 ม.ค. นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีที่ กกต. ยังไม่รับรองว่าที่ ส.ส. ถึง 83 คนว่า ที่ยังไม่รับรองเพราะไม่ยังไม่แน่ เนื่องจากยังมีการร้องเรียนอีกทั้งการสอบสวนของ กกต. ยังไม่เสร็จสมบูรณ์จึงยังไม่ประกาศทั้งหมด คิดว่าเร็วๆนี้หลังจากสอบสวนเรื่องร้องเรียนเสร็จแล้ว คงจะมีการทยอยประกาศรับรองไปเรื่อยๆ เป็นธรรมดาในเมื่อ กกต. ทำงานได้แค่นี้ก็ต้องประกาศแค่นี้ก่อน ต้องให้เวลา กกต. อีกสักระยะหนึ่ง ตนเชื่อว่าไม่น่ามีปัญหา อย่างไรก็ตามในส่วนของพรรคชาติไทยที่ยังไม่ได้รับการรับรองอีก 4 คนนั้น ตนได้สอบถามและทราบว่าทุกคนได้ชี้แจงต่อกกต.จังหวัดไปหมดแล้ว ส่วนพรรคอื่นก็แล้วแต่กรณีของแต่ละพรรคไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคพลังประชาชนยังไม่ได้รับรอง 65 คนจะกระทบถึงแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า การที่จะให้โดนใบเหลืองใบแดงทั้ง 65 คนเป็นไปไม่ได้คงจะมีทั้งใบเหลืองและใบแดงคละเคล้ากันไป และอาจจะมีพรรคอื่นโดนบ้าง และเท่าที่ตนประเมินไม่น่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นในอนาคต เพราะทั้ง 65 คนของพรรคพลังประชาชน หากคิดว่าโดนสัก 20 ใบเหลือ 40 กว่าใบ ซึ่งเมื่อรวมแล้วพรรคพลังประชาชนก็ยังมีคะแนนเสียงสูงกว่าพรรคประชาธิปัตย์ และถึงแม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะได้คะแนนเพิ่มขึ้นไปกว่านี้ ก็คงไม่ง่ายเพราะส่วนใหญ่ที่โดนคือภาคเหนือและภาคอีสาน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ไม่ค่อยมีตัวสำรองในพื้นที่ดังกล่าว เพราะส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของพรรคเพื่อแผ่นดินมากที่สุด มีพรรคชาติไทยบ้างประปรายและเป็นพรรคมัชฌิมาธิปไตยและพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ดังนั้นอาจได้กระจายไปตามพรรคเหล่านี้ก็เป็นได้

เมื่อถามว่าหลังจากที่พรรคพลังประชาชนให้ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรค มาเชิญเข้าร่วมรัฐบาลแล้วพรรคชาติไทยจะตัดสินใจอย่างไร นายบรรหารกล่าวว่า ในวันที่ได้มาเชิญพรรคชาติไทย ตนได้รับปากในเบื้องต้นแล้ว ซึ่งตนยังยืนยันและให้คำมั่นสัญญาไปแล้ว ส่วนการประกาศเป็นทางการร่วมกับพรรคเพื่อแผ่นดินอย่างไรต้องดูช่วงเวลาที่เหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง ขอหารือกับพรรคเพื่อแผ่นดินก่อน ขอดูเหตุการณ์ไปก่อนไม่ได้เร่งแล้ว เพราะตอนนี้เป็นช่วงต้องงดกิจกรรมทางการเมือง 3 วัน7 วัน.