WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, January 6, 2008

เลี้ยบ"แก้กับดักม.177 อัศจรรย์ตัวเลข?!?

สังคมการเมือง

...ยังไม่เข้าหน้าร้อนแต่บุรีรัมย์ก็ร้อนเดือดซะแล้ว เมื่อม็อบนับหมื่นฮือปิดล้อมสำนักงานกกต.จังหวัด ทั้งแจ้งความและกดดันให้เปลี่ยนตัว เกษม วัฒนธรรม ประธานกกต.บุรีรัมย์ และพ.ต.อ.สังวรณ์ ภู่ไพ จิตรกุล กกต.จังหวัด ฐานวางตัวไม่เป็นกลาง พร้อมจี้กกต.กลางสอบเรื่องแจก 3 ใบแดงให้ว่าที่ส.ส.พลังประชาชน ขู่ฟังคำตอบ 7 ม.ค.นี้

ร้อนฉ่าทั้งก่อนและหลังลงสนาม

...รัฐธรรมนูญมาตรา 177 วรรค 2 ห้ามรมต.ที่เป็นส.ส.โหวตในสภา กลายเป็นกับดักทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ยืดเพราะเสียงหายไปเกือบๆ 40 มือ เสี่ยงต่อการโดนยุบสภา "หมอเลี้ยบ" สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี แม่บ้านพลังประชาชน คิดสูตรแก้ค่ายกลนี้โดยจะเลือกรมต.จากกลุ่มส.ส.สัดส่วน ใครได้ดีก็ให้ลาออกจากผู้แทนก่อน เพื่อให้คนอันดับถัดมาเลื่อนขึ้นไปยกมือแทน

คงแย่งกันเสียสละไขก๊อกแหงๆ

...กกต.ชักใบเหลืองที่ 4 ออกมาแล้ว ยังคงเป็นพลังประชาชนเจ้าเดิม คือ ธนาธร โล่ห์สุนทร ว่าที่ส.ส.หน้าใหม่จากลำปาง เขต 1 ตามหลังเพื่อนร่วมพรรคโคราชเขต 3 ทั้ง 3 หน่อมาติดๆ และวันเดียวกันนั้นก็มอบใบขาวให้ ทศพร เทพบุตร ว่าที่ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ ผ่านเข้าสภาอย่างบริสุทธิ์ใสสะอาด

คดีซื้อเสียงเพชรบูรณ์1.3ล้านถึงไหนแล้ว?

...วิจารณ์กันขรมเรื่องจำนวนว่าที่ผู้แทนพลังประชาชนที่โดนแขวนในล็อตแรก 65 คน เพราะดันตรงเป๊ะกับยอดใบเหลือง-ใบแดงที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ แม่บ้านพรรคประชาธิปัตย์ เคยทำนายแกมมั่นใจไว้ตั้งแต่ยังไม่สิ้นปี ว่าพลังประชาชนเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลไม่ได้แน่ เพราะจะโดนสอย 60 กว่าใบ..

แม่นยังกะรู้ล่วงหน้าแฮะ?!

...นี่ก็เหตุบังเอิญ..วันแรกของการรายงานตัวส.ส.ใหม่ที่อาคารรัฐสภา สรุปยอดรวมทั้งสิ้น 185 คน แยกเป็นประชาธิปัตย์ 62 คน เพื่อแผ่นดิน 7 คน ชาติไทย 3 คน รวมใจไทยชาติพัฒนา 1 คน มัชฌิมาธิปไตย 1 คน ขณะที่แชมป์สนามอย่างพลังประชาชนมา 111 คน เลขเดียวกับบ้านเลขที่ 111 ของอดีตกก.บห.ไทยรักไทยที่โดนตัดสิทธิ์พอดีเด๊ะ

อย่าเผลอย้ายไปอยู่ด้วยแล้วกัน

...พิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แฉว่าจนถึงวันนี้อดีตส.ส.เก่ายังไม่คืนคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเพียบ เลยฝากให้ช่วยกระจายข่าวว่ากรุณานำมาคืนโดยด่วนเพราะเป็นทรัพย์สินราชการ หากยังทำ"เนียน"จะโดนติดตามทวงคืนจนกว่าจะได้ของ ส่วนผู้แทนเก่าที่กลับเข้าสภาอีก ถ้ายังไม่คืนก็ไม่ต้องเอาเครื่องใหม่ไปใช้

แปะประจานเลยดีมั้ย..หุหุ


เปิดรอยยิ้มน้อยๆให้การเมืองไทย


คอลัมน์ คิดนอกกรอบเดินนอกเกม

โดย อภิวัติ


การเมืองขณะนี้กำลังเกิดช่องว่างอย่างใหญ่หลวง ทำให้ดูเสมือนว่า การจัดตั้งรัฐบาลทำท่าว่าจะเกิดขึ้นได้ยากเต็มที หรืออาจจะเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำไป

เหมือนอาหารน่าอร่อยที่เตรียมจะปรุง ทั้งที่เครื่องปรุงเครื่องเคียง หอมกระเทียม น้ำปลา ซอสพร้อมแล้ว แต่คนที่จะอนุญาตให้ปรุงได้หรือไม่ก็ออกมาขู่ว่า เครื่องปรุงบางอย่างมีพิษถึงเป็นถึงตาย จะต้องคัดออกบ้าง 2-3 ชิ้น

อีกไม่กี่วัน คนที่จะอนุญาตให้ปรุงอาหารได้ และเริ่มคัดเครื่องปรุงออกนั้นก็อ้างว่า พิจารณาดูแล้วก็น่าจะมีเครื่องปรุงอีกมากที่ออกจะเน่า และเน่ามากขึ้นเรื่อยๆ บางชิ้นถึงจะไม่เน่าก็เลยเหมารวมไปด้วย จนไม่น่าปรุงอาหารได้สำเร็จ

หรือปรุงออกมาก็ไม่น่ากิน หมิ่นเหม่ อาจกลายเป็นโจ๊กเละๆ จนโอกาสที่จะถูกล้มโต๊ะคว่ำจานชามก็สูงขึ้นตามไปด้วย

ขณะนี้สารอาหารที่จะประกอบขึ้นเป็นอาหารน้อยลงไปเรื่อยๆ อาหารจานเด็ดของ "ครัวชิมไปบ่นไป" จึงอาจเกิดขึ้นได้ยาก

ระหว่างนี้ ค่ายอาหารเมืองกรุงผสมอาหารใต้รสจัด กำลังหัวร่อร่าเคาะกระทะรออยู่อย่างใจเย็น จะรอก็แต่สัญญาณตีฆ้องกลองศึกอุ้มใส่เสลี่ยงทองคำมาเท่านั้นเอง

แต่เศรษฐกิจโลกคงไม่รอให้เมืองไทยตั้งรัฐบาล แต่ละอย่างที่รัฐบาลรักษาการไม่กล้าตัดสินใจ บัดนี้ทุกอย่างกำลังเคลื่อนตัวไปข้างหน้าต่อไป ไม่ยอมหยุดยั้งรอใคร โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นทำสถิติโลกเมื่อวันสองวันนี้เอง

ความเดือดร้อน ทุกข์ยากอย่างแสนสาหัสกำลังจะเกิดขึ้นกับคนไทยอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่เมืองไทยกลับดูเหมือนเกิดช่องว่างใหญ่หลวงในระหว่างการเกี่ยงหรือเตะสกัดตัดขากันเองเพื่อไม่ให้มีรัฐบาลใหม่กันอยู่อย่างเป็นระบบเป็นกระบวนการ

การเมืองไทยฟัดกันชนิดจมเขี้ยวจนลืมว่า โลกเขาไปถึงไหนกันแล้ว ปากก็พร่ำบ่นว่าจะต้องสามัคคีปรองดองกันดังพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวครั้งแล้วครั้งเล่า

แต่ก็ไม่มีใครทำจริง แค่พูดจัดฉากให้ตัวเองดูดี ดูอินเทรนด์กับพระราชดำรัสไปยังงั้นเอง ที่จริงก็คือ สามัคคีนั้นดีอยู่ แต่ตัวกูได้เป็นใหญ่หรือเปล่าเท่านั้นแหละ

ท่านโอโช นักปรัชญาผู้นำศาสตร์สมัยใหม่เข้ามาผสมผสานกับการฝึกสมาธิและเป็นนักคิด "นอกรีต" คนหนึ่งที่คนทั่วโลกรู้จักดี เคยกล่าวไว้ว่า นักการเมืองกับนักบวช นักคุณธรรม เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง

คือชอบที่จะแสวงหาประโยชน์จากอนาคต เพราะเขาจะเน้นว่า ปัจจุบันที่ท่านมีชีวิตอยู่นั้นล้วนน่าเกลียด น่าสยดสยองและทุกข์ทรมานเหลือเกิน

คนสองสามประเภทนี้มักจะสร้างเป้าหมายไว้ให้ท่านหลงใหลได้ปลื้มกับอนาคตที่อ้างว่าจะดีขึ้นเหมือนโลกยุคพระศรีอาริย์ ท่านจะพ้นไปจากสังคมโลกเน่าๆ ใบนี้ โดยช่วยกันเสียสละและมองไปข้างหน้าเท่านั้น

นักการเมืองและผู้ทรงคุณธรรมทั้งหลายมีชีวิตที่คล้ายกันมาก พวกเขาเหมือนหุ้นส่วนในธุรกิจเดียวกันไม่มีผิด

มันเป็นธุรกิจที่ไม่ยอมให้คนอยู่กับปัจจุบันที่นี่-เดี๋ยวนี้ เพราะในทันทีที่คนอยู่ที่นี่-เดี๋ยวนี้เหมือนดังเช่นความเป็นเต๋าหรือเซ็น เขาก็จะมีความสุข กระทั่งไม่ยอมหลงใหลได้ปลื้มไปกับนักการเมือง หรือผู้ทรงศีลทรงคุณธรรม (แบบจัดฉาก) คนใดเลย

นักการเมืองและผู้ทรงคุณธรรม ชอบเรียกร้องให้ผู้คนเสียสละ โดยอ้างว่าเขาเสียสละยิ่งกว่าใคร ฉะนั้น ผู้คนจึงควรเสียสละและอดทนเพื่อพวกเขาที่กำลังครองอำนาจและบริหารประเทศ จะได้ดำเนินงานตามฝันที่วาดเอาไว้

พวกเขาพยายามบอกว่า จงมองไปข้างหน้า จงมีชีวิตเพื่ออนาคตและยอมเสียสละปัจจุบัน

แต่ทั้งหมดนี้ก็คือ การหลอกลวงที่ยิ่งใหญ่

เพราะที่จริง เราควรมีชีวิตอยู่เพื่อปัจจุบัน ด้วยวิถีแห่งธรรมชาติ เป็นตัวของตัวเอง และมีความสุขกับตัวเองในขณะปัจจุบันให้ได้เสียก่อนไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานะใด

จงอย่าตกเป็นทาสหรืองมงายอยู่กับอุดมการณ์ของใครทั้งสิ้น แต่ถ้าพวกเขาทำได้อย่างที่บอก ก็จงยอมรับมัน แต่จงกลับมาเป็นตัวของตัวเอง ยิ้มกับตัวเองด้วยหัวใจที่เบิกบาน

เพราะการเท็คไซค์ฝังหัวงมงายอยู่กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือความเชื่ออย่างใดอย่างหนึ่ง เท่ากับถูกปิดหูปิดตา ไม่อาจพบสัจธรรม

อย่างไรก็ตาม แม้สังคมการเมืองในช่วงเริ่มต้นปีใหม่ 2551 นี้จะดูประหนึ่งว่า เลวร้ายลง เราคงไม่ลำบากใช่ไหมที่จะเปิดรอยยิ้มน้อยๆ เป็นการต้อนรับมัน

'ปชป.' ชี้ 'พปช.' โวยใบแดง เพราะเคยสั่ง กกต.ได้ [6 ม.ค. 51 - 16:19]

นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าววันนี้ (6 ธ.ค.) กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่รับรองว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของพรรคพลังประชาชน (พปช.) จำนวน 65 คน ซึ่งสอดคล้องกับที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาพูดก่อนหน้านี้ ว่า ไม่ทราบเรื่องตัวเลขดังกล่าว และคงต้องไปถามนายสุเทพเอง

ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า ส่วนตัวคิดว่า ไม่ว่า กกต. ชุดนี้ จะดำเนินการอย่างไร เชื่อว่า จะสามารถดำเนินการกับคนทำผิดได้น้อยมาก เพราะจากการออกหาเสียงทั่วประเทศพบว่า มีการซื้อเสียงและทุจริตเลือกตั้งกว้างขวางทั่วไปมาก แต่มีหลักฐานให้ กกต. เพียงเล็กน้อย แต่ที่พรรคการเมืองออกมาโวยวาย เพราะในอดีตนั้น พรรคไทยรักไทยคุม กกต. ได้เป็นส่วนใหญ่

นายชวน กล่าวอีกว่า อยากจะให้กำลังใจ กกต. ชุดปัจจุบันและอย่าแตกความสามัคคีกัน เพราะทุกคนสมัครใจเข้ารับการสรรหาและรู้ว่า การที่เข้ามาสร้างความชอบธรรมถูกต้องในบ้านเมืองเป็นสิ่งท้าทายและต้องเสี่ยงบ้างไม่มากก็น้อย ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรักษาเกียรติยศชื่อเสียง อย่าให้ใครมาทำอะไรได้ ไม่ว่าด้วยผลประโยชน์ หรือ ด้วยอะไรก็ตาม และเป็นความหวังให้กับประชาชนว่าจะสามารถคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยสุจริตมากที่สุด

สำหรับกรณีที่มองว่า มีความพยายามเข้าไปแทรกแซง กกต. หรือไม่ ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เชื่อว่า กกต. ชุดนี้ คงแทรกแซงยาก แต่ไม่กล้าบอกว่าได้ทั้งร้อย เพราะถ้ามีความพยายามอาจทำให้เกิดการหวั่นไหวได้ เพราะที่ผ่านมา ยังมีข่าวพยายามแทรกแซงตุลาการรัฐธรรมนูญด้วยเงิน 30 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ไม่ทราบว่ามีความพยายามในทำนองนี้ หรือไม่ แต่เชื่อว่า ด้วยเกียรติยศและศักดิ์ศรีของ กกต. ส่วนใหญ่ในชุดนี้ จะรักษาความถูกต้องเอาไว้ได้

นายชวน กล่าวต่อว่า ตนตอบไม่ได้ว่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องใบเหลืองใบแดงจะส่งผลต่อการให้ใบเหลืองใบแดงของ กกต. หรือไม่ โดยต้องขึ้นอยู่กับ กกต. ว่า แต่ละคนจะมีความมั่นคงหนักแน่นอย่างไร ส่วนกรณีที่ จ.บุรีรัมย์ มีประชาชนจำนวนมากออกมาประท้วงคัดค้านการให้ใบแดงนั้น ต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง แต่ตนเชื่อว่า กกต. ไม่ไปกลั่นแกล้งใคร คงมีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินการ เพียงแต่ครั้งหนึ่งคงเคยคุม กกต.ได้ แต่วันหนึ่งเมื่อคุมไม่ได้ ก็ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ จึงต้องขึ้นอยู่กับข้อมูลของฝ่าย กกต.

วันเดียวกัน นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีที่นายชวนแสดงความคิดเห็นว่า พรรคการเมืองใดได้ใบเหลืองใบแดงมาก เพราะไม่สามารถควบคุม กกต. ได้ว่า ถือว่า ไม่สมเหตุสมผล เพราะในทางกลับกันพรรคการเมืองที่ได้ใบเหลืองใบแดงน้อยแสดงว่า สามารถแทรกแซง กกต.ได้ใช่หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การขอข้อมูลการให้ใบเหลืองใบแดงว่าที่ ส.ส. พรรคพลังประชาชน จ.บุรีรัมย์ เป็นการใช้สิทธิ์ตามระบอบประชาธิปไตย


'สุรพงษ์'โวย คมช.หมิ่นคนเลือก พปช.

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ทางสำนักข่าววิทยุไอ เอ็น เอ็น คลื่นเอฟเอ็ม 101 เมกกะเฮิร์ตซ์ ถึงกรณีที่พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม หัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคณะมนตรี ีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) ระบุว่าพรรคพลังประชาชนได้รับเลือกตั้งถึง 233 เสียง เพราะมีการใช้เงินเลือกตั้ง ว่า

เป็นการดูหมิ่นวิจารณญาณของประชาชน เพราะในการเลือกตั้งครั้งนี้ แม้พรรคจะถูกแรงเสียดทานมาก แต่ประชาชนยังไว้วางใจ จึงอยากขอให้เคารพสิทธิในการตัดสินใจของประชาชน และขอให้คมช.เข้ามามีส่วนร่วม ปูทางในระบอบประชาธิปไตยของประเทศอย่างแท้จริง

เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวอีกว่า ผู้ที่ได้ใบเหลืองจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเข้ามา ทำงานอีก ซึ่งคาดว่าภายในปลายเดือน ม.ค.-ต้นเดือน ก.พ.นี้จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ โดยกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล กับพรรคการเมืองที่ได้ประสานไว้จะเดินหน้าต่อไป ขณะที่ความชัดเจนของพรรคชาติไทยน่าจะมีการประกาศร่วม การจัดตั้งรัฐบาลได้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม

นพ.สุรพงษ์ ยังกล่าวถึงการขอข้อมูลพิจารณาให้ใบเหลืองใบแดงว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชาชน ที่ จ.บุรีรัมย์ ว่า เป็นการใช้สิทธิ์ตามระบอบประชาธิปไตย เมื่อเห็นว่าข้อมูลของกกต.จังหวัดและกกต.กลางขัดแย้งกัน ส่วนกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความเห็นว่าพรรคที่ได้ใบเหลืองใบแดงมาก เพราะไม่สามารถควบคุม กกต.ได้นั้น ถือว่าไม่สมเหตุสมผล เพราะในทางกลับกัน พรรคการเมืองที่ได้ใบเหลืองใบแดง น้อย แสดงว่าสามารถแทรกแซง กกต.ได้

เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวอีกว่า ข้อมูลจำนวนใบเหลืองและใบแดงที่มีการเปิดเผยก่อนหน้านี้และมีความสอดคล้องกับจำนวนที่กกต.พิจารณานั้น ทำให้บุคคลทั่วไปตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงสอดคล้องกัน ซึ่งทำให้ข่าวลือผู้มีอำนาจแทรกแซงกกต.ยิ่งมีการพูดถึงมากขึ้น และไม่ดีต่อกระบวนการประชาธิปไตย ดังนั้น พรรคพลังประชาชนจึงขอให้กำลังใจ กกต. อย่าหวั่นต่อการแทรกแซงของอำนาจภายนอก และทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม


ผล เอฟ เอ คัพ เวสต์แฮม 0-0 แมนฯซิตี้

เวสต์แฮม 0-0 แมนฯซิตี้

สนาม : อัพตัน พาร์ก

ผู้ชม : 33,806 คน

เวสต์แฮม เปิดบ้านอัพตัน พาร์ก ได้จังหวะโจมตีแมนฯซิตี้หลายต่อหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็่ทำอะไรไม่ได้ จบเกมจึงเสมอกันแบบไม่มีสกอร์ 0-0

ทีมขุนค้อนในแมตช์นี้อยู่ในสภาพฟูลทีม ตัวหลักๆลงสนามได้อย่างครบครัน โดยเฉพาะในแดนหน้าที่มีดีน แอชตัน ยืนคู่กับคาร์ลตัน โคล คอยไล่ล่าประตูฝ่ายตรงข้าม

ทางด้านทีมเยือนในเกมนี้ได้เนรี่ คาสตีโญ่ ที่รับเวิร์ก เพอร์มิตมาเรียบร้อยแล้ว ยืนเป็นตัวจริงทันที ในขณะที่สเวน โกรัน เอริคส์สัน ตัดสินใจเลือกดรอปเอลาโน่ไปเลย โดยไม่มีชื่อทั้งตัวจริงและตัวสำรอง

สำหรับเกมนี้ กลายเป็นหนึ่งในคู่เอกของเอฟเอคัพวันเสาร์ไปโดยปริยายสำหรับเวสต์แฮม กับแมนฯซิตี้ เพราะเป็นการเผชิญหน้ากันของทีมระดับกลางค่อนใหญ่ในพรีเมียร์ลีก

เกมในช่วงครึ่งแรกค่อนข้างตึงเครียดพอสมควรทีเดียว ทั้งสองทีมต่างแพ็กเกมรับกันอย่างหนาแน่น แล้วห้อยกองหน้าไว้เพื่อเล่นเกมสวนกลับ นาทีที่ 15 มาร์ก โนเบิ้ล แทงบอลสุดงามให้ดีน แอชตันซัดเต็มเหนี่ยว จากนอกเขตโทษ บอลพุ่งวาบถากเสาออกไปแบบได้ลุ้น

ถึงแมนฯซิตี้ จะพยายามอุด แต่เวสต์แฮมก็ยังพอได้บุกขึ้นมาบ้างเป็นระยะๆ นาทีที่ 23 เฮย์เด้น มุลลินส์ล่อหลอกไมเคิล บอลจนหัวปั่น ก่อนครอสเข้ากลางมาให้เอเธอริงตัน แปเน้นๆ จากระยะแค่ 12 หลา แต่โจ ฮาร์ทยังมือไว ปัดออกไปอย่างสุดยอด

ช่วงปลายครึ่งแรก ทีมขุนค้อนมาได้เสียวอีกรอบ เมื่อได้ฟรีคิกระยะ 20 หลา มาร์ก โนเบิ้ลปั่นไซด์โค้ง เป็นกล้วยหอม แต่โจ ฮาร์ทวันนี้ ไม่รู้ผีเข้ามาจากไหน ทะยานเซฟออกหลังไปได้อย่างมหัศจรรย์

ในครึ่งหลัง แมนฯซิตี้แก้เกมมาได้ดีทีเดียว โดยเน้นการขึ้นบอลไปที่มาร์ติน เปตรอฟ ซึ่งสามารถป่วนแผงหลังของเวสต์แฮมได้ไม่น้อยทีเดียว

นาทีที่ 57 เปตรอฟกระชากผ่านสองแนวรับของเวสต์แฮม ก่อนครอสไปที่จุดนัดพบ สตีเฟ่น ไอร์แลนด์เติมขึ้นสูงก่อนซัดเน้นๆจากระยะ แค่ 6 หลา แต่โรเบิร์ต กรีนแสดงปฏิกิริยาชั้นยอดทะยานบล็อก ไว้ได้แบบน่ายกย่อง

เข้าสู่นาที 71 เรือใบสีฟ้ามีเสียวอีกดอก เมื่อเปตรอฟ เปิดเตะมุมด้านขวา บอลโค้งมาเข้าหัว ไมคาห์ ริชาร์ดส์ ที่เติมขึ้นสูงเต็มๆ แต่ทว่าเจ้าบ้านได้เฮย์เดน มุลลินส์ ที่ยืนอยู่ที่เส้นประตูพอดี เคลียร์ออกไปได้อย่างจวนเจียน

หลังโดนแมนฯซิตี้โหมบุกอยู่พักใหญ่ เวสต์แฮมก็ค่อยๆ รวบรวมสมาธิกลับมาได้ เพราะพวกเขารู้ดีว่าการต้อง กลับไปเล่นนัดรีเพลย์ที่ซิตี้ออฟแมนเชสเตอร์ สเตเดี้ยม ไม่ใช่งานง่ายแน่ๆ

อีกห้านาทีจะหมดเวลาการแข่งขัน เวสต์แฮมน่าจะปิดบัญชีได้สุดๆ เมื่อไคล์ รีดตักบอลสวยๆ ให้ดีน แอชตันโถมโขกเต็มกบาล แต่ก็เหมือนราวกับวันนี้พระเจ้าจะประทานให้โจ ฮาร์ทเป็นพระเอก เพราะเขาบินปัดออกไป ได้อย่างสวยงามจริงๆ

สุดท้ายหมดเวลา 90 นาที ทั้งสองทีมจึงเสมอกันไปแบบไม่มีสกอร์ 0-0 ต้องไปดวลกันนัดรีเพลย์ที่บ้าน ของแมนฯซิตี้บ้าง

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เวสต์แฮม : โรเบิร์ต กรีน,ลูคัส นีลล์(โจนาธานสเปคเตอร์ น.46),แอนตัน เฟอร์ดินานด์,แมทธิว อัพสัน,จอร์จ แมคคาร์ธนีย์,จอห์น พานท์ซิล,มาร์ก โนเบิล,เฮย์เดน มุลลินส์(ลี โบวเยอร์ น.75),แมทธิว เอเธอร์ริงตัน(ไคล์ รีด น.69),ดีน แอชตัน,คาร์ลตัน โคล

สำรองไม่ได้ลงสนาม : ริชาร์ด ไรท์,เจมส์ คอลลินส์

แมนฯซิตี้ : โจ ฮาร์ท,เนดุม โอนูโอฮา,ริชาร์ด ดันน์,ไมคาห์ ริชาร์ดส์,ไมเคิล บอล,สตีเฟ่น ไอร์แลนด์(เคลวิน เอตูฮู น.66),เวดราน คอร์ลูก้า,ดีทมาร์ ฮามันน์, มาร์ติน เปตรอฟ,เนรี่ คาสตีโญ่(เฟอร์นันเดซ เกลสัน น.72),ดาริอุส วาสเซลล์(โรลันโด้ เบียงคี่ น.79)

สำรองไม่ได้ลงสนาม : แคสเปอร์ ชไมเคิล,ฆาเบียร์ การ์ริโด้

ใบเหลือง : เวดราน คอร์ลูก้า

ผู้ตัดสิน : ร็อบ สไตล์ส

ขอขอบคุณ http://www.thailandsportsonline.com/

จาก Hi-Thaksin

ถ้า พปช.ไม่ได้เป็นรัฐบาล ไทยต้องปิดประเทศเหมือนพม่าแน่นอน!

จากบทความของรอยเตอร์เรื่อง "การปฏิวัติเงียบหลังเลือกตั้ง" ที่ลือกระฉ่อน ได้สร้างกระแสต่อต้านการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของ "มือที่มองไม่เห็น" ไปทั่วประเทศและทั่วโลก

โดยเฉพาะในเวทีสากล สื่อชั้นนำระดมคำถามใส่เผด็จการและชนชั้นศักดินาในเมืองไทยว่า "คุณจะไม่ยอมปล่อยมือให้ประชาธิปไตยเบิกบานล่ะหรือ?"

สื่อทั่วโลกเชื่ออย่างสนิทใจว่า มีกระบวนการขัดขวางการจัดตั้งรัฐบาลของพรรค พปช.ที่ชนะมาอย่างถล่มทลาย แม้จะไม่ได้เสียงเด็ดขาดเกินครึ่ง แต่ก็ทิ้งอันดับสองเกือบ 70 ที่นั่ง

แน่นอนว่า เสียงสะท้อนจากประชาคมโลกชี้ให้เห็นชัดเจนว่า หาก พปช.ไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล สภาพการเมืองในระบบประชาธิปไตยจะถูกจับตามองทันทีว่า "มีความผิดปกติอย่างยิ่ง" และอาจนำมาซึ่งการต่อต้านอย่างรุนแรงลุกลามไปทั่วประเทศ

นอกจากรอยเตอร์แล้ว สำนักข่าวชั้นนำอื่นๆ ก็เสนอข่าวไปในทำนองเดียวกันคือ ยึดถือ พปช.เป็นหลักในการจัดตั้งรัฐบาลชุดต่อไป ซึ่งหากไม่เป็นไปตามนี้จะถือว่า "ประชาธิปไตยไทยมีรอยร้าวเกิดขึ้นแล้ว" โดยศักดาและคณะรัฐประหารจะต้องตอบคำถามประเทศประชาธิปไตยอื่นๆ ทั่วโลกว่า "มีเหตุผลอะไรที่ทำเช่นนั้น"

การกระทำบ่อนแซะชัยชนะของ พปช.ด้วยใบแดงหรือการตัดสินโดยศาล เป็นกระบวนที่แปลกแยกที่น่าประหลาดใจ ประเด็นนี้ก็สร้างความงุนงงไม่น้อยและยังเป็นปริศนา "ทำไมคณะปฏิวตัจึงใช้อุบายที่จับได้ง่ายเช่นนี้" หรือว่าพวกเขามั่นใจว่า จะไม่มีใครกล้าต่อต้านในสถานการณ์ที่หมิ่นเหม่ช่วงต้นปี

ทว่าการต่อต้านใบแดงที่บุรีรัมย์ด้วยจำนวนคนหลายหมื่นคนก็ทำให้แผนการของ คมช.หยุดชะงักลง แต่ก็ยังไม่อาจวางใจ คณะรัฐประหารอาจจะมี "ลูกเล่นใหม่" ที่ร้ายกาจเพิ่มเติมเข้ามา...อย่าลืมว่า กกต.และองค์กรต่างๆในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ส่วนใหญ่แต่งตั้งโดย คมช.

นี่คือเดิมพันที่สูงลิ่ว...ขณะที่ทั่วโลกยอมรับในชัยชนะของ พปช.และแสดงความเห็นใจในฐาะที่เป็น "ผู้ถูกกระทำ" จากคณะรัฐประหาร พวกเขาจึงตั้งความหวังว่า เมื่อ พปช.มาเป็นรัฐบาลจะทำให้เกิดประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ขึ้นในประเทศไทย

ในทางตรงข้าม หาก พปช.มีอันเป็นไปและไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล สื่อต่างชาติจะสรุปทันทีว่า ภาวะความเลวร้ายของคณะรัฐประหารที่ยังไม่ตายได้เข้ามาครอบงำการเมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง เพราะ พปช.เท่านั้นที่แสดงตัวให้ประชาคมโลกรับรู้ว่า เป็นพรรคการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง...พรรคการมืองอื่นๆ ล้วนเป็น "เครื่องมือ" ของเผด็จการทั้งสิ้น

การฝืนมติเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนโดยดึงดันจะให้พรรคในสังกัดของ คมช. เข้ามาเป็นรัฐบาล ก็เท่ากับการกระทำสวนทางความคิดเห็นของประชาคมโลกที่แสดงผ่านสื่อชั้นนำของโลก

นั่นก็คือความสุ่มเสี่ยงที่จะถูกตั้งข้อสงสัยและไม่เป็นที่ยอมรับทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง จากนานาชาติ ซึ่งเท่ากับว่า ประเทศไทยได้ลดตัวเองไปเป็นเช่นเดียวกับประเทศพม่าเรียบร้อยแล้ว!

โดย จอร์จ บางกะปิ เมื่อ วัน อาทิตย์ ที่ 6 มกราคม 2551, 10: 35 น.

จาก กลุ่มพลเมืองภิวัฒน์

ปชป.จะเคลื่อนไหวทางการเมืองอีกครั้ง 10 ม.ค.

พรรคประชาธิปัตย์ยังอยู่ในช่วงไว้อาลัย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ โดยจะเคลื่อนไหวทางการเมืองอีกครั้งในวันที่ 10 มค.

ความเคลื่อนไหวที่พรรคประชาธิปัตย์ยังคงเป็นไปด้วยบรรยากาศที่ค่อนข้างเงียบเหงา เนื่องจากทางพรรคยังอยู่ในระหว่างร่วมไว้อาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่ง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคและเปิดเผยแล้วว่าจะงดแสดงความคิดเห็นเรื่องการเมืองต่างๆ เป็นเวลา 7 วัน โดยจะให้สัมภาษณ์อีกครั้งในวันที่ 10 ม.ค. นี้ซึ่งสอดคล้องกับท่าทีของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ยังคงงดแสดงความคิดเห็นทางการเมือง


ชวนท้าสมัครเปิดชื่อมือสกปรก

ขอให้คนในพลังประชาชน ยอมรับความจริงกรณีศาลรัฐธรรมนูญ สั่งยุบไทยรักไทย

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ระบุว่า มีมือสกปรกคอยสกัดกั้นพรรคพลังประชาชนในการจัดตั้งรัฐบาลว่า คงไม่มีใครไปสกัดกั้นพรรคพลังประชาชนได้ และเห็นว่าหากกล้าจริง ขอให้ระบุว่ามือสกปรกนั้นเป็นใคร และทำอย่างไร ทั้งนี้ ส่วนตัวเห็นว่ามือสกปรกคงมีจริง แต่เป็นมือซื้อเสียง หรือมือที่โกงเลือกตั้ง

ส่วนกรณีที่คนในพรรคพลังประชาชนกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ใช้ศาลเป็นมือในการยุบพรรคไทยรักไทยนั้น ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ความจริงช่วงนี้ไม่อยากพูดเรื่องการเมือง แต่ไม่อยากให้เรื่องนี้ผ่านพ้นไปโดยไม่มีมูลความจริง และทำให้ตุลาการรัฐธรรมนูญชุดนั้น ซึ่งถือเป็นชุดที่ดีที่สุดได้รับความเสียหายเพราะเรื่องดังกล่าวไม่เป็นจริง พรรคไทยรักไทยต้องยอมรับว่าได้กระทำผิดจริง ต้องถือว่าตุลาการรัฐธรรมนูญในขณะนั้น เป็นตุลาการรัฐธรรมนูญที่เที่ยงตรงที่สุด และไม่เป็นเครื่องมือพรรคการเมือง ดังนั้น ไม่ควรออกมาวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้

นายชวน กล่าวว่า ไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการละเมิดอำนาจตุลาการรัฐธรรมนูญ ไม่อย่างนั้นคนเหล่านี้ติดคุก ไม่ต้องรอลงอาญา เพราะมีการพูดในลักษณะนี้ หลายครั้ง รวมทั้งนายสมัคร ด้วยที่พูดในลักษณะว่า ตุลาการรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคไทยรักไทย "ทุเรศ" แต่ต้องยอมรับว่าการกระทำผิดครั้งนั้น ถ้าสำเร็จพวกท่านทั้งหลายก็ได้ประโยชน์ หรือสามารถทำให้การเลือกตั้งเพื่อประโยชน์ตัวเองได้ ฉะนั้นความจริงนี้ควรจะยอมรับ ถ้ายังไม่ยอมรับ อย่าไปคิดที่จะนิรโทษกรรมอะไร เพราะคนต้องสำนึกว่าทำอะไรไปถูกหรือผิด ส่วนคนที่ไม่เกี่ยวข้องก็น่าเห็นใจ แต่ต้องยอมรับว่าถ้าประโยชน์จากการทำผิดในครั้งนั้นสำเร็จโดยไม่มีหลักฐานจับได้ ประโยชน์จะได้กับทุกคน


ปชป.ปัดฮั้วกกต.แจกใบแดงลั่นยังไม่คิดจับขั้วตั้งรบ.แข่ง

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันพรรคยังไม่เคลื่อนไหวจับขั้วตั้งรัฐบาล พร้อมปฏิเสธฮั้วกับ กกต.แจกใบเหลืองใบแดง และไม่ทราบผู้อยู่เบื้องหลังม็อบบุรีรัมย์

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันในขณะนี้ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้มีการเคลื่อนไหวในการที่จะไปจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากอยู่ในช่วงของการไว้อาลัยแด่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และมองว่าเป็นสิทธิ์ของพรรคชาติไทย ในการที่จะไปร่วมงานทางการเมืองกับทางพรรคพลังประชาชน แต่ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์นั้นไม่ได้ฮั้วกับทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยเฉพาะกรณีที่เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ออกมาประเมินเรื่องของจำนวนใบเหลือง ใบแดง ของพรรคพลังประชาชน เพราะเป็นเพียงการสมมติตัวเลขเท่านั้น อย่างไรก็ตามพรรคการเมืองใดจะได้ใบเหลืองใบแดงมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานไม่ใช่เรื่องความผิดปกติ

ทั้งนี้โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ยังปฏิเสธให้ความเห็นกรณีที่มีกลุ่มผู้ชุมนุม จ.บุรีรัมย์ ออกมาเคลื่อนไหวในการขับไล่ กกต.ของ จ.บุรีรัมย์ เนื่องจากไม่รู้ข้อเท็จจริงว่ามีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่


ชัยชนะพปช. ยังอีกหลายด่าน

พรรคการเมืองต่างๆ ได้พร้อมใจกันประกาศงดการเคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อถวายความอาลัยและถวายความจงรักภักดีแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ทำให้บรรยากาศในบ้านเมืองเรียบสงบ

สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาล เป็นที่รับรู้กันว่าพรรคพลังประชาชนจะเป็นแกนนำรัฐบาล ที่มีทุกพรรคที่เหลือเข้าร่วมรัฐบาล

มีประชาธิปัตย์พรรคเดียวเป็นฝ่ายค้าน แต่ก็ยังรอจังหวะพลิกล็อกด้วยความหวังริบหรี่

หน่วยงานที่ต้องเร่งทำงานตามปฏิทิน และถูกจับตามากที่สุดในขณะนี้ คือคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต.

ภายในวันที่ 22 มกราคม กกต.จะต้องรับรองผลการเลือกตั้ง พิจารณาเรื่องร้องเรียนต่างๆ เพื่อให้สภามีส.ส.อย่างน้อย 456 คน หรือ 95 เปอร์เซ็นต์

เพื่อให้สภาผู้แทนฯ จะได้เปิดประชุมครั้งแรกได้ใน 30 วัน

นับจาก 23 ธันวาคม 2550 เส้นตายคือวันที่ 22 มกราคม และได้มีการกำหนดแล้วว่า จะมีการประชุมสภาผู้แทนฯ ครั้งแรก

การประชุมครั้งแรก จะต้องมีการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะไปทำหน้าที่ประธานรัฐสภา

เป็นการประลองพลังครั้งแรกของพรรคการเมืองต่างๆ ในสภา เพื่อพิสูจน์ว่า กลุ่มก้อนไหนในสภา เป็นเสียงข้างมากกันแน่

ความเป็นเสียงข้างมากที่วัดจากการเลือกประธานสภาผู้แทนฯ จะนำไปสู่การกำหนดตัวนายกรัฐมนตรีต่อไป

ในวันที่ 22 มกราคมนี้ ทุกพรรค จึงล้วนแต่ต้องการให้พรรคของตนเองมีจำนวนส.ส.ครบ 100 เปอร์เซ็นต์

แต่จะเป็นไปได้หรือไม่ ยังขึ้นกับกกต.

หลังปีใหม่ 2551 กกต.ได้รับรองส.ส.หรือแจกใบขาวไป 397 คน จาก 480 คน

เท่ากับว่ามีส.ส.ถูกแขวนไว้ ยังไม่ผ่านการรับรอง 83 ราย

ในจำนวนนี้ เป็นว่าที่ส.ส.พรรคพลังประชาชนถึง 65 คนด้วยกัน รวมถึงแกนนำที่มีบทบาทสูงอย่างนายยงยุทธ ติยะไพรัช ด้วย

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์มีเพียง 6 คน

ก่อนหน้านั้น กกต.ได้แจกใบเหลืองว่าที่ส.ส.นครราชสีมา เขต 3 ไปแล้ว 3 ใบ ประกอบด้วย นางลินดา เชิดชัย นายบุญเลิศ ครุฑขุนทด และนายประเสริฐ จันทรรวง แล้วกำหนดเลือกตั้งซ่อมในวันที่ 13 มกราคม

บุรีรัมย์ที่กลายเป็นสมรภูมิประลองอำนาจหลังจากวันที่ 19 กันยายน 2549 ว่าที่ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 1 เจอใบแดงไปอีก 3 ใบ คือนายประกิจ พลเดช, นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน และนายรุ่งโรจน์ ทองศรี กำหนดเลือกตั้งซ่อม 19 มกราคม

ระลอกสามหมาดๆ แจกใบเหลือง นายธนาธร โล่ห์สุนทร ว่าที่ส.ส.ลำปาง เขต 1 พรรคพลังประชาชนอีกเช่นกัน

จะเห็นว่าใบเหลืองและใบแดงทั้ง 7 ใบ เป็นส.ส.ของพรรคพลังประชาชนทั้งสิ้น โดยเฉพาะใบแดงทำให้ยอดรวมว่าที่ส.ส.ของพรรคพลังประชาชน หายไป 3 คน เหลือ 230 คน ขณะที่ใบเหลืองยังมีลุ้นว่า อาจจะได้รับเลือกกลับเข้ามาใหม่

แน่นอนว่า ย่อมทำให้ทางพรรคพลังประชาชนเริ่มแสดงความไม่พอใจ มีการเดินทางมาคัดค้านถึงที่ทำการกกต.ในกรุงเทพฯ

ส่วนที่บุรีรัมย์ มีการชุมนุมประชาชนปิดล้อมที่ทำการกกต. และเรียกร้องให้ถอดถอนกกต.จังหวัด

เป็นภาพของสถานการณ์วุ่นๆ ที่อาจส่งแรงกดดันไปถึงการทำงานของกกต. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่กำลังยื้อกันอยู่ระหว่างกกต.กับพรรคพลังประชาชน คือกรณีของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ส.ส.สัดส่วนของพรรคไทยรักไทย กลุ่มหนึ่ง ซึ่งถูกร้องเรียนเรื่องการซื้อเสียง

และนายยงยุทธเป็นแกนนำคนสำคัญของพรรคไทยรักไทย ที่กำลังมีบทบาทสูง หลังจาก 111 กรรมการบริหารพรรค ถูกตัดสิทธิการเมือง กรณีใบเหลืองใบแดงในการพิจารณาของกกต.คงจะยังไม่ยุติเพียงเท่านี้

แต่พอจะคาดหมายได้ว่า จำนวนใบเหลืองใบแดง จะไม่กระทบต่อการรวมตัวของพรรคพลังประชาชน กับพรรคที่ตกลงจับมือร่วมรัฐบาล บทเรียนที่พรรคไทยรักไทยถูกยุบ แกนนำ 111 คนกลายเป็นบุคคลต้องห้ามทางการเมืองไป 5 ปี ทำให้แกนนำพรรคพลังประชาชน ต้องพลิกตัวบทกฎหมายด้วยความระมัดระวัง รัฐธรรมนูญ 2550 ที่เปลี่ยนไป กฏหมายเลือกตั้งที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้แต่ละจังหวะก้าวของทุกพรรคการเมือง ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง

การแข่งขันรุนแรงในห้วงเวลาเลือกตั้ง ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวหาเสียงแบบโฉ่งฉ่าง และกลายเป็นช่องทางให้คู่แข่งนำไปร้องเรียน เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำสั่งรับคำร้องของนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัครส.ส.เขต 3 บุรีรัมย์ พรรคประชาธิปัตย์ ขอให้วินิจฉัยการเลือกตั้งเป็นโมฆะและพรรคพลังประชาชนไม่มีสิทธิส่งผู้สมัคร รวมถึงกล่าวหาว่าพรรคพลังประชาชนรู้เห็นเป็นใจให้มีการแจกซีดีคำปราศรัยของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

และยังมีกรณีที่นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น หรือคปต. นำเอาวีซีดีของพ.ต.ท.ทักษิณไปร้องไว้ที่กกต.เมื่อต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้ว และเรื่องยังรอการพิจารณาอยู่ การแจกซีดีคำปราศรัยของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ถือว่าเป็นไม้เด็ดในการหาเสียงอย่างหนึ่งของพรรคพลังประชาชน และมีการร้องเรียนในช่วงที่มีการหาเสียงเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์เชื่อว่าการแจกวีซีดีเป็นการขัดต่อกฎหมาย และได้ให้ฝ่ายกฎหมายของพรรค ติดตามเรื่อง รวมถึงระดมหลักฐานจากผู้สมัครในจังหวัดต่างๆ หลังจากต่อสู้กันในสนามเลือกตั้งเสร็จแล้ว ต่อไปนี้ก็จะเป็นการต่อสู้ในเชิงระเบียบและกฎหมาย ใครจะแพ้หรือชนะในคราวนี้ ชี้ขาดกันด้วยการกระทำของตนเอง