WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, January 8, 2008

พปช.นำ3ว่าที่ส.ส.บุรีรัมย์ยื่นคำร้องต่อศาลเพิกถอนใบแดงกกต.

พลังประชาชนเตรียมนำ 3ว่าที่ส.ส.เขต 1 บุรีรัมย์ ยื่นคำร้องศาลฎีกาให้คุ้มครองชั่วคราว ถอนคำสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง ระบุ การพิจารณากกต.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ภายหลังที่คณะกรรมการกฎษฎีกามีมติเพิกถอนสิทธิ์การเลือกตั้ง หรือให้ใบแดงแก่ ว่าที่ 3 ส.ส. พรรคพลังประชาชน เขต 1 จ.บุรีรัมย์ นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกพรรคพลังประชาชน ได้นำนายนายรุ่งโรจน์ ทองศรี และนายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน ว่าที่ ส.ส.เขต 1 จังหวัดบุรีรัมย์พรรคพลังประชาชนซึ่งถูกเพิกถอนสิทธิ์ แถลงข่าวว่า ในวันพรุ่งนี้จะนำว่าที่ ส.ส. ทั้ง 3 คนเดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อให้คุ้มครองชั่วคราว และขอให้ระงับการจัดการเลือกตั้งซ่อมรวมทั้งขอให้เพิกถอนคำสั่งการเพิกถอนสิทธิ์ของกกต. และการให้ชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่ เนื่องจากเห็นว่าการพิจารณาของกกต.ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ให้โอกาสว่าที่ ส.ส.ทั้ง 3 คนชี้แจงกับกกต.กลาง ดังนั้นจึงขอสิทธิตามมาตรา 24 ในการให้ถ้อยคำกับ กกต.กลาง ซึ่งทางพรรคพลังประชาชนเห็นว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่ว่าที่ ส.ส.ทั้ง 3 จำเป็นต้องปกป้องสิทธิของตนเอง.

PNA News

จาก hi-thaksin

Monday, January 7, 2008

หน.พรรคเพื่อแผ่นดิน มั่นใจไม่มีงูเห่าภาค 2 เกิดขึ้น [7 ม.ค. 51 - 17:27]

วันนี้ (7 ม.ค.) พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากกรรมการบริหารพรรค ให้เป็นผู้ประสานงานความร่วมมือทางการเมือง กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถให้สัมภาษณ์ใด ๆ ได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการไว้อาลัยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นเวลา 7 วัน

และเมื่อถามว่า นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ว่าจะแถลงข่าวร่วมกับพรรคชาติไทย พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ยังไม่ขอแสดงความเห็นใด ๆ ขณะนี้ และไม่ทราบว่า เมื่อครบกำหนด 7 วันแล้ว จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่


ก่อนหน้านี้ นายสุวิทย์ กล่าวว่า การเจรจาในการร่วมรัฐบาลได้ข้อยุติแล้ว ซึ่งพรรคมีข้อสรุปร่วมกันกับพรรคชาติไทย โดยจะแถลงข่าวหลังจากการไว้อาลัยการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ โดยเชื่อว่าจะเกิดขึ้นภายใน 2-3 วันนี้


ส่วนการแจกใบเหลือง-ใบแดง ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสุวิทย์ กล่าวว่า คงไม่ทำให้การเมืองพลิกขั้ว เพราะตัวเลขไม่ใช่ประเด็นหลักในการจัดตั้งรัฐบาล แต่สิ่งสำคัญที่ยึดถือ คือความมีเสถียรภาพ และยุติความขัดแย้งของบ้านเมือง


หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวด้วยว่า เมื่อมีการร่วมรัฐบาลย่อมมีการเอื้อเฟื้อต่อกันในส่วนของการเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่ต่าง ๆ ตามวิถีการเมืองแบบไทย อันจะนำมาซึ่งการยุติความขัดแย้งด้วย อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าจะไม่มีงูเห่าภาคสองเกิดขึ้นในกระบวนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะจะแสดงให้เห็นความแตกแยก โดยเชื่อว่าทุกคนจะมีมารยาททางการเมืองและเคารพในกติกา


ประแสง ไม่กลัวน้ำร้อน ลุยแจกซีดีทักษิณ ที่บุรีรัมย์

อดีต สส.ไทยรักไทย อุทัยธานี "ดร.ประแสง มงคลศิริ" ระบุ การแจกซีวีดีเปิดใจ อดีตนายกทักษิณ ในพื้นที่บุรีรัมย์ เป็นสิทธิส่วนบุคคลไม่เกี่ยวข้องการเมือง

นายประแสง มงคลศิริ อดีตผู้สมัคร ส.ส.อุทัยธานี พรรคพลังประชาชน พร้อมทีมงาน ตระเวนแจกแผ่นวีซีดี ”เปิดใจทักษิณ” และ ส.ค.ส. ให้กับประชาชนในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ รวมทั้งยังเข้าไปแจกจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ในสำนักงาน กกต.จังหวัดบุรีรัมย์ ด้วย ขณะที่ กกต.จังหวัด มอบหมายให้ นายสมคิด สินไธสง หัวหน้างานพรรคการเมือง สำนักงาน กกต.จังหวัด เข้าแจ้งลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ถึงพฤติการณ์ดังกล่าวของนายประแสง ซึ่งอาจจะเป็นการให้คุณให้โทษกับผู้สมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขณะนี้จังหวัดบุรีรัมย์ จะมีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 1 ในวันที่ 19 ม.ค.นี้ หลังจาก 3 ว่าที่ ส.ส.พรรคพลังประชาชน ถูก กกต.กลาง ให้ใบแดง รวมทั้งจะมีการเลือกตั้งนายก และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ในวันที่ 20 ม.ค.อีกด้วย ซึ่งหากการกระทำของนายประแสง เข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งก็จะถูกดำเนินการตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม นายประแสง ยืนยันว่า จะแจกแผ่นวีซีดี ”เปิดใจทักษิณ” ต่อไป เพราะเห็นว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่สามารถกระทำได้ ไม่เกี่ยวกับการเมือง โดยจะแจกแผ่นสุดท้ายให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อเดินทางกลับประเทศไทย เท้าแตะสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อไร ก็จะยุติการแจกวีซีดี.

ศาลปค.มีคำสั่งคุ้มครองระงับย้าย 13 พนง.ไอทีวี

ศาลปกครอง มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับคำสั่งย้าย 13พนักงานทีไอทีวีคำสั่งย้าย 13 พนักงานบริษัทไอทีวี ที่ถูกโยกย้ายจากตำแหน่งในกองบรรณาธิการฝ่ายข่าว


ศาลปกครองกลางได้พิพากษาคดี พนักงานสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวียื่นฟ้องกรมประชาสัมพันธ์ ในการแต่งตั้งผู้อำนวยการ ล่าสุดศาลปกครองกลางมีการพิพากษาพบว่า การที่มีการแต่งตั้งบุคคลภายนอก ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ของกรมประชาสัมพันธ์ให้ทำหน้าที่ในสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี และมีการยกเลิกตำแหน่งบรรณาธิการบริหาร และตำแหน่งอื่นๆ เป็นการใช้อำนาจรัฐที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการทำงาน และลิดรอนสิทธิการปฏิบัติหน้าที่ตามวิชาชีพสื่อมวลชน อันเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย และแตกต่างจากสัญญาจ้าง
นอกจากนี้ก่อนสิ้นสุดสัญญาจ้าง ทางกรมประชาสัมพันธ์ ได้มีการประกาศแจ้งให้เจ้าหน้าที่ๆ มีความประสงค์จะต่อสัญญาจ้าง แจ้งความประสงค์ต่อสัญญา นอกจากนี้ทางผู้ร้องทั้ง 12 คน ได้ดำเนินการทำงานตามปกติ และประกอบกับการออกอากาศของทีไอทีวี จะต้องดำเนินการโดยไม่ต้องหยุดชะงัก จึงถือได้ว่ามีการตกลงว่าจ้างกันใหม่ตามสัญญาเดิม
ขณะที่การแต่งตั้งนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ให้รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายข่าวนั้น ทางศาลขอให้ทุเลาไว้ก่อน จนกว่าคดีจะถึงที่สุด ส่วนคำขอให้ศาลกำหนดวิธีคุมครองผู้บรรเทาทุกข์ชั่วคราว ก่อนการพิพากษาให้ยกไป


คณะทูตานุทูตทั่วโลกร่วมถวายความอาลัย‘พระพี่นางฯ'

เอกอัคราชทูตจากประเทศต่างๆ ได้ทยอยเดินทางร่วมถวายสักการะและลงนามถวายความอาลัยหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมราชวังอย่างต่อเนื่อง อาทิ นายเอริค จี.จอห์น เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย นายลาร์ แบคสตอร์ม เอกอัครราชทูตฟินแลนด์ นายซาลิม อิสซา อาลี อัล กัตตัม อัล ซาบี เอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประจำประเทศไทย นางมารีอาลุยซา เฟอร์นันเดช เอกิลัซ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคิวบา ดร.เนโอลีน เฮเซอร์ ตัวแทนจากองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย เอกอัครราชทูตแกมเบีย เอกอัคราชทูตศรีลังกา เอกอัครราชทูตอิสราเอล โดยทุกคนได้เคยมีโอกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ในโอกาสต่างๆ มาแล้ว และชื่นชมในพระจริยวัตรอันงดงาม และซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีต่อแผ่นดินไทยและปวงชนชาวไทย

ขณะที่นายชำนาญ ภูวิสัย นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถวายงาน กล่าวว่า จะน้อมนำกระแสพระดำรัสของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่เคยตรัสไว้กับสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน มาพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่องและจะร่วมทำงานกับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. เพื่อสืบสานพระปณิธานในการช่วยเหลือราษฎรผู้ยากไร้ต่อไป และในวันนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า ประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะ ที่ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง ทุกคนแต่งกายด้วยชุดสุภาพ ตามที่สำนักพระราชวัง และสื่อมวลชนได้เคยขอความร่วมมือไปก่อนหน้านี้ และยังคงมีนักเรียน ประชาชน บุคคลทั่วไป รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ทยอยเดินทางมาร่วมลงนามถวายสักการะกันอย่างต่อเนื่อง


จาก hi-thaksin

“กฎหมู่” ของสื่อ

การชุมนุมของประชาชนผู้ออกเสียงเลือกตั้งกว่าหมื่นคน ที่หน้าศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อ ทวงถามคำตอบจาก กกต. จังหวัด ว่าเพราะเหตุใดผู้สมัครรับเลือกตั้งที่พวกเขาลงคะแนนให้เป็น ส.ส. จึงถูก กกต. สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และให้ใบแดง หมดสิทธิเป็น ส.ส. ทั้งๆ ที่ได้รับคะแนนจากประชาชนมากเกือบ 80,000 คะแนน ถูกเรียกว่าเป็นการใช้กฎหมู่ที่ไม่ยอมรับกฎหมาย โดยคนชั้นกลาง และสื่อมวลชน

หากการชุมนุมเพื่อทวงถามคำตอบจาก กกต.บุรีรัมย์ ของประชาชนผู้ออกเสียงเลือกตั้ง เมื่อทราบว่าการใช้สิทธิของตนถูก กกต. ใช้อำนาจสั่งว่าเป็นโมฆะ และต้องไปเลือกตั้งใหม่ เป็นกฎหมู่ และเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายแล้ว ทำไมการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ท้องสนามหลวง บนถนนราชดำเนิน และหน้าศูนย์การค้าสยามพารากอน จึงกลายเป็นการเรียกร้องทางการเมือง และเป็นสิทธิตามระบอบประชาธิปไตยไปได้

หากการชุมนุมที่บุรีรัมย์เป็นการดำเนินการที่นักการเมืองหนุนหลัง (อันที่จริงการชุมนุมครั้งนี้ทำกันอย่างเปิดเผย มีนักการเมืองนำหน้าด้วยซ้ำไป ไม่ใช่หนุนหลัง และไม่ได้แอบซ่อน) แล้วเหตุใด การชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่มีพรรคการเมืองเก่าแก่สนับสนุน ได้รับเงินทุนจาก นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย และท่อน้ำเลี้ยงจาก นายวัฒนา อัศวเหม ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อแผ่นดิน จึงกลายเป็นการเรียกร้องทางการเมืองที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่มีการเมืองหนุนหลังและนำหน้าไปได้ ทั้งๆ ที่ผู้นำและผู้สนับสนุนการชุมนุมล้วนมีวัตถุประสงค์ทางการเมืองทั้งสิ้น


หากการชุมนุมของประชาชนที่บุรีรัมย์เป็นการใช้กฎหมู่ต่อสู้ข่มขู่กฎหมายแล้ว เหตุใดการชุมนุมของประชาชนที่นำโดย นายสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งศาลตัดสินแล้วว่าเป็นการแอบอ้างและใช้สถาบันพระมหากษัตริย์สร้างความแตกแยกให้สังคมไทย จึงกลายเป็นสิทธิอันชอบธรรมของประชาชน ที่จะกระทำได้ตามที่รัฐธรรมนูญให้ความคุ้มครองไปได้


เหตุใดมุมมองของสื่อมวลชนและคนชั้นกลางที่มีต่อการชุมนุมของประชาชนผู้ออกเสียงเลือกตั้งที่บุรีรัมย์ จึงแปลกและแตกต่างไปจากเมื่อครั้งมองการชุมนุมของประชาชนที่ถูก นายสนธิ ลิ้มทองกุล ชักจูงให้มาร่วมด้วยความหลงเชื่อว่าเป็นการต่อสู้เพื่อในหลวง ทั้งๆ ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อประโยชน์ทางการเมือง


สื่อมวลชนจำนวนมาก นำเสนอข้อมูลข่าวสารในลักษณะสนับสนุนการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และการโฆษณาชวนเชื่อด้วยความเท็จของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ภายใต้สโลแกน เราจะสู้เพื่อในหลวง และ ถวายคืนพระราชอำนาจ อีกทั้งยังเร่งเร้าปลุกระดมให้ประชาชนเข้ามาร่วมชุมนุมมากขึ้น ราวกับว่าการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่นำโดย นายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นการกระทำที่ถูกต้องควรค่าแก่การยกย่องเชิดชู


สื่อมวลชนจำนวนมาก หลีกเลี่ยงที่จะใช้คำว่ากฎหมู่ หากแต่ใช้คำว่าประชาชนผู้เรียกร้องประชาธิปไตยบ้าง ประชาชนผู้จงรักภักดีบ้าง ทั้งๆ ที่พฤติกรรมของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล และขบวนการพันธมิตรฯ ล้วนแต่ไม่เคารพกฎหมาย และทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายทั้งสิ้น ภายใต้ศัพท์บัญญัติเพื่อเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มตน เช่น อารยะขัดขืน แม้แต่ การฉีกบัตรเลือกตั้ง สื่อมวลชนก็ยังชื่นชมว่าเป็นความกล้าหาญ และไม่ถือว่าเป็นการกระทำความผิด และนำเสนอภาพจนกลายเป็นแฟชั่นฉีกบัตรระบาดไปทั่วประเทศ ทั้งๆ ที่กฎหมายบัญญัติว่าเป็นการกระทำความผิดชัดเจน


แต่เมื่อประชาชนผู้ออกเสียงเลือกตั้งจัดการชุมนุมเรียกร้องให้ กกต. ตอบคำถามว่า เหตุใดจึงไม่เคารพการใช้สิทธิลงคะแนนการออกเสียงเลือกตั้งของประชาชน ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดของระบอบประชาธิปไตย คือ การปกครองของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน แต่ กกต. กลับสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ และไม่ให้ผู้ที่ประชาชนเลือกตั้งแล้วลงแข่งขันอีก สื่อมวลชนจำนวนมากกลับมองว่าเป็นการใช้กฎหมู่มาข่มขู่และอยู่เหนือกฎหมาย ไม่ยอมรับการตัดสินของ กกต.


คำถามก็คือว่า แล้วเหตุใด กกต. จึงไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชน ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งที่ประชาชนตัดสินใจลงคะแนนไปแล้ว


เมื่อ กกต. ไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชน และไม่ทำตามกฎหมาย แล้วจะใช้เหตุผลใดมาเรียกร้องให้ประชาชนเคารพการตัดสินใจของ กกต.


กรณีการชุมนุมที่ จ.บุรีรัมย์ มีประเด็นที่ต้องพิจารณาก็คือว่า กกต. ได้ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งหรือยัง กกต. ได้ปฏิบัติตามกฎหมายครบถ้วนหรือยัง ก่อนที่จะตัดสินให้ใบแดงทั้ง 3 คน


คำตอบ ก็คือ ยัง เพราะผู้ถูกใบแดงทั้ง 3 คน ยังไม่มีโอกาสเข้าให้ถ้อยคำแก่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ตาม กฎหมายคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 24


แม้ว่า กกต. จะอ้างว่าทั้ง 3 คนได้ให้เข้าชี้แจงต่อ กกต.จ.บุรีรัมย์ แล้ว แต่ กกต.จ.บุรีรัมย์ ไม่ใช่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งกฎหมายเขียนไว้ชัดว่ามี 5 คน และชื่ออะไรกันบ้าง คนอื่นนอกจาก 5 คนนี้ จึงไม่ใช่คณะกรรมการการเลือกตั้ง


ในขณะที่ กกต. อ้างว่าการตัดสินให้ใบแดงทั้ง 3 คน เป็นไปตามที่ กกต.จ.บุรีรัมย์ เสนอมา ย่อมหมายความว่า สำนวนการสอบสวนที่ กกต. ได้รับมามีการระบุการกระทำผิดชัดเจน จนสามารถลงโทษได้ โดยไม่ต้องรับฟังคำชี้แจงจากผู้ถูกกล่าวหา แม้กฎหมายจะบัญญัติให้ต้องรับฟังก็ตาม อย่างนั้นหรือ


หากเป็นเช่นนั้นจริง ก็เป็นสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนที่จะขอฟังคำชี้แจงจาก กกต.บุรีรัมย์ ว่านำเสนอสำนวนไปเช่นไร มีพยานหลักฐานมัดแน่นเพียงใด กกต. กลางจึงเชื่อและกล้าตัดสินโดยขัดกฎหมายเช่นนี้


ด้วยเหตุผลเพียงข้อเดียวว่า กกต. ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ก็เพียงพอแล้วกระมังที่ประชาชนผู้ออกเสียงเลือกตั้งจะเรียกร้องให้ กกต. ทบทวนพฤติกรรมการกระทำของตนเอง ว่าถูกต้องหรือไม่


การใช้ถ้อยคำ “กฎหมู่ประทับตรา และประณามให้แก่ใครต่อใคร โดยไม่ใส่ใจข้อเท็จจริง ไม่ศึกษาที่มาที่ไปของปัญหาและการชุมนุมของสื่อมวลชนต่างหากเล่า ที่น่าจะเป็นการใช้กฎหมู่ข่มขู่ผู้อื่น


เป็นการใช้มติของสื่อ คุกคามและกดหัว มติของประชาชน


อันเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควรกระทำอย่างยิ่ง


โดยเฉพาะ สื่อที่เคยเป็นแนวร่วมของ สนธิ ลิ้มทองกุล และสนับสนุนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำเสนอข้อมูลเท็จให้ประชาชนหลงเชื่อ อันเป็นต้นเหตุนำประเทศไทยมาสู่วิกฤติที่สุดในโลกในวันนี้


‘สนธิ'เล่นบทขอมดำดิน-เลี่ยงให้สัมภาษณ์การเมือง

วันนี้ (7 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นไปด้วยความเงียบเหงา แม้จะมีการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจส่วนรวม ที่มีนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุม แต่ภายหลังการประชุมไม่มีการแถลงข่าวใดๆ ส่วนรัฐมนตรีที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ประกอบด้วย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางมาตั้งแต่เวลาประมาณ 09.00น. นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เดินทางมาถึงทำเนียบประมาณ 09.30น. ส่วนนายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางไปเมืองทองธานี เวลา 10.30 น. เพื่อเป็นวิทยากรในการประชุมวิชาการของสมาคมสันนิบาตเทศลาลแห่งประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพล.อ.สนธิ เดินทางมายังห้องทำงาน ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ปรากฎว่า พล.อ.สนธิ เก็บตัวเงียบอยู่บนห้องทำงานโดย เวลา 13.30น. เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล โดยหลบเลี่ยงผู้สื่อข่าวลงทางประตูข้างของตึกบัญชาการ ซึ่งทุกครั้งพล.อ.สนธิ จะลงประตูด้านหน้า โดยให้รถประจำตำแหน่งขับวน 2 รอบและวกออกประตู 1 ทำเนียบรัฐบาลพร้อมกับให้รถนำขบวน และรถติดตามขบวนตามไปภายหลัง

ทั้งนี้เป็นเพราะเห็นว่ามีผู้สื่อข่าวดักรอสัมภาษณ์ ความเคลื่อนไหวของสถานการณ์บ้านเมืองที่พล.อ.สนธิ หลบเลี่ยงการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวมาหลายครั้ง ตั้งแต่การเลือกตั้งเสร็จสิ้นพร้อมกับขอเวลา 2-3 วัน จะให้สัมภาษณ์โดยไม่หลบหน้า--จบ--

จาก hi-thaksin

กกต.แจกอีก4ใบเหลืองปชป1-พปช.3

กกต.มีมติให้ใบเหลือง นายสุทัศน์ จันทร์แสงศรี ว่าที่ ส.ส.เขต 1 จ.เพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์

การประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. วันนี้ นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า กกต.จะพิจารณาสำนวนการร้องคัดค้านผลการเลือกตั้ง 21 เรื่อง จากที่ค้างอยู่ทั้งหมด 75 เรื่อง โดยเป็นสำนวน ของฝ่ายสืบสวนสอบสวนของ กกต. 16 เรื่อง และจากตำรวจสันติบาล 5 เรื่อง ขณะเดียวกันจะพิจารณา รับรอง ผลการเลือกตั้งให้กับว่าที่ ส.ส.อีก 6 คน ที่ จ.ลำปาง ศรีสะเกษ และภูเก็ต เป็นในส่วนของพรรคพลังประชาชน 4 คน และพรรคประชาธิปัตย์ 2 คน

ล่าสุด กกต.มีมติให้ใบเหลือง นายสุทัศน์ จันทร์แสงศรี ว่าที่ ส.ส.เขต 1 จ.เพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์

ต่อมานายประพันธ์ นัยโกวิท กกต. เปิดเผยว่า การประชุมช่วงเช้า กกต.มีมติ แจก 4 ใบเหลือง โดยเป็นกรณีของ จ.เพชรบูรณ์ เขต 1 ที่มีนายสุทัศน์ จันทร์แสงสี ผู้สมัคร จากพรรคประชาธิปัตย์เป็นว่าที่ ส.ส. และจังหวัดอุดร เขต 1 สั่งเลือกตั้งใหม่ทั้ง 3 คน ประกอบด้วย นายสุรทิน พิมานเมฆิน นายอนันต์ ศรีพรรณ นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ทั้งหมดจากพรรคพลังประชาชน


พปช.จี้คตส.ลาออก เชื่อชนะคดีถูกฟ้องนอมินนีทักษิณ

'นพดล' แถลงจี้ คตส.แสดงสปิริตลาออก ระบุทำงานไร้มาตรฐาน เชื่อชนะคดี'ไชยวัฒน์' ฟ้องเป็นพรรคนอมินี พร้อมมั่นใจ'ทักษิณ' กลับเมษายน สู้คดีทุจริตแน่

ที่โรงแรมเรดิสัน นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และรองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน(พปช.) แถลงปฏิเสธกระแสข่าวพรรคพลังประชาชน จะยุบคณะกรรมการ ตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) หลังเป็นรัฐบาล ว่า ไม่เป็นความจริง พรรคไม่เคยหารือถึงเรื่องดังกล่าว

โดยอ้างว่าประเด็นสำคัญเมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้ คตส.ซึ่งเปรียบเสมือนผลไม้พิษจากการรัฐประหาร ก็หมดความชอบธรรมที่จะปฏิบัติหน้าที่ต่อ ดังนั้น ขอเรียกร้องให้ คตส.มีจิตสำนึก และแสดงสปิริตด้วยการลาออก ซึ่งจะเป็นคุณูปการต่อประเทศมาก

ส่วนกรณี นายสัก กอแสงเรือง กรรมการคตส. ยื่นข้อกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ เรื่องคงไว้ซึ่งสัมปทาน และหาผลประโยชน์เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นการกระทำที่ไม่ใช่แค่ดับเบิ้ลสแตนดาร์ด แต่เป็นการกระที่ไร้มาตรฐาน เพราะเมื่อครั้งต้องการรีดภาษีลูกอดีตนายกรัฐมนตรี ก็บอกว่าลูกเป็นเจ้าของหุ้น แต่เมื่อฟ้องเอาผิดฐานซุกหุ้น กลับบอกว่าเป็นหุ้นของพ่อ อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางกลับประเทศ ในช่วงเดือน เม.ย. และพร้อมต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์

นายนพดล ยังกล่าวตอบโต้กรณีที่แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณ อยู่เบื้องหลัง การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชาชน ว่า การที่พรรคการเมืองใดจะจับมือจัดตั้งรัฐบาลกับใคร เป็นเรื่องของ กรรมการบริหารพรรคตัดสินใจ ไม่เกี่ยวกับพ.ต.ท.ทักษิณ

ส่วนที่ศาลฎีกาแผนกเลือกตั้ง ประทับรับฟ้องกรณีที่นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคประชาธิปัตย์ ขอให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ โดยอ้างว่าพรรคพลังประชาชนและนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค เป็นนอมินี พ.ต.ท.ทักษิณ และอดีตพรรคไทยรักไทยนั้น

ส่วนตัวมั่นใจในความพร้อมของฝ่ายกฎหมายพรรคจะชี้แจงข้อเท็จจริงได้ เนื่องจากพรรคพลังประชาชน เป็นนิติบุคคล จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนนายสมัครเป็นหัวหน้าพรรคโดยผ่านขั้น ตอนที่ถูกต้อง ตามข้อบังคับพรรค และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองทุกประการ และผ่านการรับรองจาก กกต.อย่างถูกต้อง เช่นเดียวกับอดีตส.ส.พรรคไทยรักไทย ที่มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชาชน

'แม้ว่านายสมัคร จะเคยบอกว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ให้ถือธงนำแทน แต่ความปราถนากับหลักกฎหมายต่างกัน ผมมั่นใจว่าศาลจะตีความตามหลักกฎหมาย ทั้งนี้ผมมองว่านายไชยวัฒน์ เป็นคนแพ้ ที่ไม่ยอมรับฉันทานุมัติประชาชน แต่เพื่อความสมานฉันท์ พรรคพลังประชาชนคงไม่ฟ้องกลับ ส่วนการต่อสู้คดี พรรคพลังประชาชนจะใช้ข้อเท็จจริง จากในพรรคเราเอง คงไม่ไปอ้างอิงจากพรรคอื่น มั่นใจจะชี้แจงได้ แต่คำว่านอมินีในทางการเมือง ยังไม่ทราบว่าคำจำกัดความคืออะไร เพราะเดิมทีเคยถูกใช้แต่ในทางธุรกิจ' นายนพดล กล่าว


‘เฉลิม' มั่นใจ‘ยงยุทธ'พ้นข้อกล่าวหา

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 6 พรรคพลังประชาชน เปิดเผยภายหลังเดินทางเข้ารับหนังสือรับรอง ส.ส.จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ว่า ไม่รู้สึกหนักใจกับการเข้าชี้แจงข้อกล่าวหาของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 1 พรรคพลังประชาชน ในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากมั่นใจว่า นายยงยุทธจะสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงจนพ้นข้อกล่าวหาได้

ส่วนกรณีที่กำนันใน จ.เชียงราย กดดันสำนวนร้องคัดค้านของนายยงยุทธ ที่ กกต.นั้น ร.ต.อ.เฉลิม มองว่า ไม่ใช่การกดดัน แต่ถือเป็นเรื่องปกติของกลุ่มคนที่ชื่นชอบนักการเมือง ทั้งนี้ ตนเชื่อว่า กกต.จะพิจารณาสำนวนร้องคัดค้านตามหลักฐานข้อเท็จจริง และแม้ว่าจะมีการจัดเลือกตั้งใหม่ พรรคพลังประชาชนจะได้รับคะแนนนิยมจากประชาชนเช่นเดิม

ขณะเดียวกัน กรณี พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม หัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ จะเดินทางลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เพื่อตรวจสอบว่า ใครอยู่เบื้องหลังกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ยินดี และถือเป็นความชอบธรรม

จาก hi-thaksin