กทม. 8 ม.ค. - นายสมชัย จึงประเสริฐ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการสืบสวนสอบสวน กล่าวยืนยันกรณีมีกระแสข่าวถูกพรรคพลังประชาชนซื้อตัวว่า เรื่องนี้ยืนยันว่าไม่ใช่ข้อเท็จจริง ดังนั้น ขอเรียกร้องขบวนการที่กำลังปล่อยข่าวว่าอย่าพยายามผลักดันให้ตนต้องเข้าไปอยู่ข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เพราะหากมีการซื้อตัวจริง ต้องซื้อ กกต.ทั้งหมด ไม่ใช่ตนเพียงคนเดียว เพราะกฎหมายใหม่เสียงเดียวของ กกต. ไม่มีความหมาย ต้องใช้เสียงถึง 4 เสียง หรือต้องเป็นเอกฉันท์เท่านั้น
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Tuesday, January 8, 2008
สมชัย ปัดข่าวถูก พปช.ซื้อตัว
คุณหญิงพจมาน ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา คดี บ.เอสซี แอสเสทฯ
ดีเอสไอ 8 ม.ค.- คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ให้การกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ในคดีปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้น บ.เอสซี แอสเสทฯ
นายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า คุณหญิงพจมาน ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมยื่นคำให้การเป็นเอกสาร และจะขอให้การเพิ่มเติมเป็นเอกสารแก่พนักงานสอบสวนภายใน 30 วัน
แต่พนักงานสอบสวนเห็นว่า นานเกินไป เตรียมประสานผู้ต้องหาส่งเอกสารเพิ่มเติมโดยเร็วที่สุด และถ้าคุณหญิงพจมานต้องการเดินทางออกนอกประเทศ ต้องแจ้งให้ ดีเอสไอทราบด้วยว่า จะเดินทางไปที่ใด ใช้เวลากี่วัน
ในส่วนของสำนวนคดี ดีเอสไอมีหลักฐานเพียงพอ สามารถสรุปสำนวนส่งให้อัยการได้ โดยไม่ต้องรอให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับประเทศไทย หากอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง ก็จะมีการออกหมายจับในชั้นอัยการต่อไป - สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-01-08 15:12:49ตร.ดูแลคุณหญิงพจมาน 24 ชม.
กรุงเทพฯ 8 ม.ค. - สตช. จัดตำรวจดูแลและรักษาความปลอดภัยให้คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาอดีตนายกรัฐมนตรี อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่า ทันทีที่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะมีตำรวจสันติบาลที่ผ่านการฝึกฝนด้านการรักษาความปลอดภัยเข้าไปดูแล เพราะต้องตั้งสมมติฐานไว้ล่วงหน้าเรื่องการปองร้าย จึงต้องดูแลอย่างดีเพื่อความไม่ประมาท อีกทั้ง นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล สั่งกำชับเรื่องการรักษาความปลอดภัย จึงจัดกำลังโดยเฉพาะตำรวจหญิงให้ดูแลใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ตลอดการปฏิบัติภารกิจระหว่างวันและที่บ้านจันทร์ส่องหล้า นอกจากนี้ ยังจัดทีมรักษาความปลอดภัยอีก 1 ทีม ไว้รองรับหากคุณหญิงพจมาน ไม่ประสงค์พักที่บ้านจันทร์ส่องหล้า พร้อมทั้งยอมรับว่า ก่อนเดินทางเข้าประเทศ คุณหญิงพจมาน ได้ประสานตำรวจ คตส. และศาล แต่ยังไม่มีการประสานของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร.-สำนักข่าวไทย
คุณหญิงพจมาน กลับเข้าบ้านพัก ซ.จรัญสนิทวงศ์
กรุงเทพฯ 8 ม.ค. - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้ามามอบตัวและรับทราบข้อกล่าวหาจากพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในคดีปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้น บริษัทเอสซีแอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และได้รับการประกันตัวแล้ว คุณหญิงพจมาน พร้อมด้วย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาว ได้เดินทางกลับบ้านพัก ซ.จรัญสนิทวงศ์ 69 เพื่อพักผ่อน ก่อนจะออกเดินทางไปถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง.- สำนักข่าวไทย
ดีเอสไอให้ประกันตัว คุณหญิงพจมาน ใช้เงินสด 1 ล้านบาทเป็นหลักประกัน
ดีเอสไอ 8 ม.ค. - คุณหญิงพจมาน เข้ามอบตัวและรับทราบข้อกล่าวหาจากดีเอสไอ คดีปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นเอสซีแอสเสทฯ แล้ว ใช้เวลา 1 ชั่วโมง ดีเอสไอให้ประกันตัวโดยวางเงินสด 1 ล้านบาท มีเงื่อนไขว่าหากเดินทางออกนอกประเทศต้องแจ้งพนักงานสอบสวนทราบทุกครั้งเวลา 12.00 น. คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมามอบตัวและรับทราบข้อกล่าวหาจากพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในคดีปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้น บริษัทเอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำขบวนรถกว่า 10 คัน ของคณะคุณหญิงพจมาน ขึ้นบนตึกจอดรถอาคารสุขประพฤติ ที่ทำการกรมดีเอสไอ เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวนภายในอาคารโดยตรง ไม่ต้องเดินผ่านผู้สื่อข่าวที่ติดตามทำข่าวจำนวนมาก และไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนขึ้นไปบนอาคารที่ทำการกรมดีเอสไอ
ทั้งนี้ มีสมาชิกพรรคพลังประชาชน มาให้กำลังใจคุณหญิงพจมานเป็นจำนวนมากเช่นกัน รวมทั้งนายพงษ์เทพ เทพกาญจนา อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมด้วย พร้อมกล่าวว่า มาให้กำลังใจและเพื่อเป็นที่ปรึกษาในข้อกฎหมายใดได้บ้าง แต่คุณหญิงพจมาน มีทีมทนายพร้อมแล้ว ดังนั้น การจะให้สัมภาษณ์ในข้อกฎหมายขอให้สอบถามจากทีมทนายของคุณหญิงพจมาน
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายพงษ์เทพ เคยเป็นอดีตรัฐมตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางมาดีเอสไอด้วยตัวเอง จะถูกมองว่าเป็นการแทรกแซงหรือไม่ นายพงษ์เทพ กล่าวว่าไม่มีการแทรกแซง เจ้าหน้าที่ดีเอสไอทำแบบตรงไปตรงมา ขณะที่ตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อธิบดีดีเอสไอคนปัจจุบันก็ยังไม่ได้เป็นอธิบดี อย่างไรก็ตาม นายพงษ์เทพ กล่าวอีกว่าไม่ได้รับมอบหมายหรือพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้มาดูแลคุณหญิงพจมาน
นายพงษเทพ กล่าวถึงสิทธิที่คุณหญิงพจมาน จะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่ประกันตัวว่า เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งคดีนี้ไม่ใช่คดีร้ายแรง และเมื่อมอบตัวแล้วก็น่าจะได้รับการประกันตัว
เวลาประมาณ 13.00 น. ภายหลังคุณหญิงพจมาน เข้ามอบตัวและรับทราบข้อกล่าวหาฯ แล้ว คุณหญิงพจมานได้เดินทางออกจากกรมดีเอสไอ เพื่อเดินทางเข้าบ้านพัก นายพิชิฏ ชื่นบาน หัวหน้าทีมทนาย ให้สัมภาษณ์ว่า ดีเอสไอให้ประกันตัวโดยวางเงินหลักประกัน เป็นเงินสดจำนวน 1 ล้านบาท และมีเงื่อนไขว่า หากคุณหญิงพจมานจะเดินทางออกนอกประเทศ จะต้องแจ้งให้พนักงานสอบสวนทราบทุกครั้ง ส่วนการมาให้การเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนจะนัดหมายอีกครั้ง .- สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-01-08 13:42:30
'สรรเสริญ' ย้ำ คมช. ไม่ยุ่งเกี่ยวคดี 'ทักษิณ-คุณหญิงอ้อ'
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. เปิดเผยถึงการประชุม คมช.เมื่อเช้าวันนี้ ซึ่งได้มีชี้แจงถึงการสนทนาระหว่างอาหารมื้อเช้าของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง พล.อ.บุญรอด สันทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และสมาชิก คมช. ซึ่งมาร่วมครบทุกคนยกเว้น พล.อ.สพรั่ง กัญยาณมิตร ผู้ช่วยเลขาธิการ คมช.
ซึ่งได้มีการพูดคุยถึงกรณีการเดินทางกลับประเทศของ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่ง คมช.จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคดีความ พร้อมเน้นย้ำสำนักงานตำรวจแห่งชาติรับผิดชอบดูแลความปลอดภัย ซึ่งทหารพร้อมให้ความร่วมมือหากได้รับการร้อง ขอจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยถึงกรณีที่ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม หัวหน้าสำนักงานเลขาธิการ คมช.จะลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ด้วยว่า จะเป็นการเข้าไปตรวจสอบข้อมูลเบื้องหลังของกลุ่มผู้ชุมนุม
บรรยากาศที่พรรคชาติไทยเงียบเหงา
บรรยากาศที่พรรคชาติไทยเงียบเหงา หลัง 2 ว่าที่ ส.ส.ชัยนาทได้รับใบแดง วานนี้
ความเคลื่อนไหวของพรรคชาติไทยภายหลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ลงมติแจกใบแดงให้กับว่าที่ ส.ส.ของพรรคคือนางนันทนา สงฆ์ประชา และ นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ซึ่งเป็นว่าที่ ส.ส.เขต 1 จ. ชัยนาท เนื่องจากมีพยานหลังฐานเป็นวีดีโอเทปที่มีภาพว่าหัวคะแนนของบุคคลทั้งสองติดบัตรประชาชน กระจายเงินให้กับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าสำหรับบรรยากาศในช่วงเช้าที่ผ่านมา ค่อนข้าง เงียบเหงา มีเพียงผู้สื่อข่าว และเจ้าหน้าที่พรรคเข้ามายังบริเวณที่ทำการพรรคโดย นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคยังไม่ได้เข้ามาภายใน พรรคแต่อย่างใด
ประชาธิปไตยในกำมือ
ก่อนการเลือกตั้ง แม้จะหวั่นใจอยู่บ้างว่าเลือกแล้วจะจบไหม เหตุการณ์ในบ้านเมืองจะดีหรือไม่ สถานการณ์การเมืองจะคลายความตึงเครียดหรือไม่ และทุกคน ทุกพรรค ทุกฝ่าย จะยอมรับผลการเลือกตั้งหรือไม่
เหล่านี้คือคำถามที่วกวนกวนหัวใจอยู่ไม่น้อย ทั้งๆ ที่รู้ว่าแม้ว่าคำตอบทั้งหมดจะคือ "ไม่" ก็ยังต้องไปเลือกตั้งอยู่ดี แต่ก็อดตั้งคำถามให้หวั่นใจไม่ได้
คำถามที่ทำให้หวั่นใจมากที่สุดก็คือ หากเลือกตั้งแล้วผลออกมาไม่เป็นที่พอใจ ไม่เป็นไปตามความต้องการของผู้มีอำนาจทั้งนอกรัฐธรรมนูญและในรัฐธรรมนูญแล้วจะเป็นอย่างไร
"ปฏิวัติอีกครั้ง" เชื่อว่ามีคนไม่น้อยที่ถูกภาพในอดีตตามหลอกหลอน จนต้องคิดเหมือนผม
"เลือกตั้งเป็นโมฆะ" เชื่อว่ามีคนจำนวนมากก็อุตริคิดพิเรนทร์เหมือนกับผม เพราะภาพในอดีตที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยสั่งให้การเลือกตั้งโมฆะ ตามมาหลอกหลอนเช่นเดียวกัน
"ยุบพรรคพลังประชาชน" เชื่อว่าผู้คนครึ่งค่อนประเทศก็หวั่นใจกับเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย เพราะความพยายามที่จะหาเหตุยุบพรรคพลังประชาชนมีมาตั้งแต่ก่อนวันสมัครรับเลือกตั้ง โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะชนะเลือกตั้งหรือไม่ และมาเร่งโหมกระแสกันในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนวันลงคะแนนจนผิดปกติ อีกทั้งเคยมีการยุบพรรคการเมืองโชว์ให้เห็นเป็นตัวอย่างมาแล้วว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยาก
เหล่านี้คือภาพในจินตนาการที่เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง แต่ก็ยังหวังและเชื่อมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย แม้จะถูกฉีกบ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งหลังถูกฉีก ประชาธิปไตยก็จะกลับคืนสู่ประเทศไทย และเคารพการตัดสินใจของประชาชนเสมอ จึงเชื่อว่าความคิดในทางร้ายทั้ง 3 ทาง ที่ทำให้หวั่นใจว่าหากผลการเลือกตั้งออกมาไม่เป็นไปตามที่ผู้มีอำนาจต้องการ จะบังเกิดขึ้น หรือแม้แต่แนวโน้มว่าจะเกิดขึ้น ก็ไม่ควรจะมี เพราะเหตุที่ว่า เรากำลังจะก้าวเข้าสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตย ท่ามกลางการจับตาดูของคนทั้งโลกว่าจะทำได้สำเร็จหรือไม่
วันลงคะแนนเลือกตั้ง ก็ยังหวั่นใจไม่หายว่า หากผลการเลือกตั้งออกมาสวนทางกับภาพฝันที่ผู้มีอำนาจคิดไว้ ประเทศไทยจะเป็นเช่นไร
วันนี้ ผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว ความหวั่นใจที่ควรจะลดน้อยถอยลง กลับยิ่งทบเท่าทวีคูณ เพราะดูเหมือนว่ามีความพยายามที่จะไม่ยอมรับ และปฏิเสธการตัดสินใจของประชาชนอย่างเป็นขบวนการ และทำกันทุกวิถีทางที่จะไม่ให้พรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งมากที่สุดได้เป็นรัฐบาล
ภาพในจินตนาการที่เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งหวนกลับมาอีกครั้ง และทำให้หวั่นใจมากขึ้น เพราะพอจะเห็นเค้าลางความโน้มเอียงที่จะเป็นจริงอยู่รำไร ไม่ไกลเกินกว่าสายตาจะแลเห็นแล้ว
"ปฏิวัติอีกครั้ง" แม้จะไม่มั่นใจนัก แต่ก็เชื่อว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก คงไม่กลืนน้ำลายตัวเอง และคงไม่อยากเห็นประเทศไทยล่มจมไปมากกว่านี้อีกแล้ว แต่ก็เป็นเรื่องที่ประมาทไม่ได้ เพราะไม่เคยมีทหารคนใดประกาศล่วงหน้าว่าจะปฏิวัติ มีแต่บอกว่า "ไม่ปฏิวัติ" ทั้งนั้น แต่สุดท้ายก็ "ปฏิวัติ" เมื่อมีโอกาส โดยอ้างเงื่อนไขที่ผู้อื่นเป็นผู้ก่อขึ้น และทหารต้องเข้ามาแก้ไขทั้งสิ้น
แต่แท้จริงแล้ว ผู้ก่อการรัฐประหารนั่นล่ะ เป็นผู้สร้างเงื่อนไขให้เกิดการยึดอำนาจ และเงื่อนไขที่สร้างเกือบทั้งหมด คือ "เรื่องเท็จ" และ "เรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้"
"เลือกตั้งเป็นโมฆะ" ขณะนี้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง รับฟ้องคดีที่มีผู้ฟ้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะแล้วถึง 3 คดี ด้วยเหตุเดียวกันคือ การจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า วันที่ 15-16 ธันวาคม 2550 เป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ และ กกต. ไม่มีอำนาจจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า
การที่ศาลฎีการับฟ้องคดีไว้ แม้จะไม่ให้ความคุ้มครองฉุกเฉิน และระงับการประกาศผลการเลือกตั้งไว้ก่อน แต่ก็ ทำให้ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 แขวนอยู่บนเส้นด้ายทันที และทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัคร ผู้ได้รับเลือกตั้ง ผู้จัดการเลือกตั้ง พรรคการเมือง ต่างหายใจไม่ทั่วท้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมีการจัดตั้งรัฐบาลเข้าบริหารประเทศไปแล้ว ปรากฏว่าศาลฎีกาพิพากษาว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ จะยุ่งยากกันขนาดไหน ไม่กล้านึกต่อจริงๆ
"ยุบพรรคพลังประชาชน" ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้รับฟ้องคดีที่มีผู้ฟ้องว่าพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีของพรรคไทยรักไทย และ นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนอมินี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จึงไม่มีสิทธิส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง และวีซีดี พ.ต.ท.ทักษิณ คือหลักฐานว่าพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีของพรรคไทยรักไทย
เพียงแค่ศาลฎีการับฟ้อง และเจ้าหน้าที่ศาลมาปิดหมายศาลที่ที่ทำการพรรคพลังประชาชน ก็ทำให้ข่าวแพร่สะพัดไปล่วงหน้าว่า "ยุบแน่" ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มการพิจารณาคดี ทั้งนี้ก็เนื่องจากตุลาการรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นผู้พิพากษาศาลฎีกาและผู้พิพากษาศาลปกครองสูงสุด เคยสั่งยุบพรรคไทยรักไทยมาแล้ว
ทั้ง 3 แนวทางนี้ หากพิจารณากันแล้ว อะไรก็เกิดขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาสที่เปิดให้ แต่แนวทางที่ 3 คือ "การยุบพรรคพลังประชาชน" น่าจะเป็นหนทางที่ผู้มีอำนาจพึงพอใจมากที่สุด เพราะสามารถจำกัดวงความเสียหายได้ตามที่กำหนด
แต่ถ้าประเมินแล้วมีแรงต่อต้านมาก เพราะเป็นการเลือกปฏิบัติ เป็นการจองล้างจองผลาญกันเกินกว่าที่ประชาชนจะรับได้ ก็อาจจะเป็นแนวทางที่ 2 คือ "เลือกตั้งเป็นโมฆะ" ให้ไปเลือกตั้งกันใหม่ ยืดอายุการถือครองอำนาจรัฐไว้ในมือไปก่อน และขอแก้มือใหม่ ทำทุกอย่างให้ผลการเลือกตั้งใหม่ออกมาแตกต่างจากครั้งนี้
แต่ถ้า 2 แนวทางนี้ ยังหยุดไม่อยู่ และมีแนวโน้มว่าเลือกตั้งใหม่ก็ไม่แตกต่างจากเดิม แนวทางที่ 3 คือ "ปฏิวัติอีกครั้ง" ก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้
แม้ว่าจะยืนยันกันหลายคน หลายเสียงว่า "ไม่" แต่อาการในขณะนี้พอจับความรู้สึกได้ไม่ยากนักว่า ยังรับไม่ได้กับผลการเลือกตั้งที่ออกมา และกำลังหาทางที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้ได้
เปลี่ยนผลการเลือกตั้งไม่ได้ ก็ต้องเปลี่ยนพรรคการเมืองที่จะเป็นรัฐบาล และเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี จากคนที่ประชาชนเลือกมาเป็นคนที่ผู้มีอำนาจเลือกให้
นี่คือระบอบ "ประชาธิปไตยในกำมือของเผด็จการ" ที่คนไทยจะต้องเผชิญไปอีกนานเท่าไร ไม่มีใครบอกได้
ฤๅว่าบางทีประชาธิปไตยอาจจะต้องอยู่ในกำมือของเผด็จการไปชั่วชีวิตก็เป็นได้
.....นายกอ....
////////////////////////////////
คอลัมน์:ละครชีวิต...
จากหนังสือพิมพ์รายวันประชาทรรศน์ 8/01/08
ศาลฎีกาฯให้ประกันตัว‘คุณหญิงพจมาน'ด้วยหลักทรัพย์ 5 ล้านบาท-ห้ามออกนอกประเทศ
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้ประกันตัวและมีคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราว คุณหญิงพจมาน ชินวัตร จำเลยที่ 2 ในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดิน รัชดาภิเษก วงทรัพย์สิน 5 ล้านบาท โดยได้มีการทำสัญญาประกัน ยึดสมุดเงินฝาก เพิกถอนหมายจับจำเลยที่ 2 ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ยกเว้นจะได้รับอนุญาติเดินทางออกนอกประเทศ จนกว่าจะได้รับอนุญาติจากศาล แจ้งให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือ ตม.ทราบ และห้ามจำเลยที่ 2 กระทำการใด ๆอันจะเป็นอุปสรรคและเสียหายต่อการดำเนินคดี ศาลฎีกาได้นัดพิจารณาคดีครั้งแรกในเวลา 23 ม.ค.2551 เวลา 10.00 น.
ล่าสุด คุณหญิงพจมาน ได้เดินทางออกจากห้องพิจารณาคดี เตรียมเดินทางต่อไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อรับข้อกล่าวหาในคดีปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้น บริษัท เอสซีแอสเซส และขอประกันตัว
‘คุณหญิงพจมาน'เดินทางถึงศาลฏีกา!พร้อมขอประกันตัวสู้คดีทุจริตที่ดินรัชดาฯ
คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาอดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้วด้วยชุดแต่งกายสีดำ เพื่อเข้ามอบตัวต่อสู้คดีทุจริตจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาฯจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน หลังจากที่เดินทางมาจากฮ่องกงถึงสนามบินสุวรรณภูมิในช่วงเช้าวันนี้ โดยมี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาว นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชาย พร้อมทั้งทีมทนายความรอรับที่สำนักงานศาลฯ ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 50 นายรักษาความปลอดภัย
นายพิชิต บานชื่น หนึ่งในทีมทนายความของครอบครัวชินวัตร ที่อยู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เปิดเผยว่า การเดินทางกลับมาครั้งของคุณหญิงพจมาน เป็นไปตามเวลาที่เหมาะสมเพื่อต่อสู้คดี ส่วนตัวได้รับการประสานงานจากคุณหญิงพจมาน เรื่องการเตรียมวงเงินและทรัพย์สินเพื่อขอประกันตัว แต่มูลค่าเท่าใดนั้นไม่สามารถบอกได้และขอให้เป็นการพิจารณาขององค์คณะผู้พิพากษา--จบ--
จาก hi-thaksin



