WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, January 8, 2008

‘บิ๊กแอ้ด’ยันมีการเมืองอยู่เบื้องหลังม็อบบุรีรัมย์

นายกรัฐมนตรี เผยมีการเมืองอยู่เบื้องหลังม็อบบุรีรัมย์ แต่ยังเอาผิดไม่ได้ เชื่อสถานการณ์ไม่บานปลาย และยังไม่ได้รับรายงานการลงพื้นที่จาก คมช.

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ของ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงของการชุมนุมที่เกิดขึ้นว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานการลงพื้นที่แต่อย่างใด แต่ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็มีข้อมูลในส่วนของกระทรวงมหาดไทยอยู่แล้ว ซึ่งจนถึงขณะนี้การชุมนุมยังไม่ถือว่าละเมิดกฎหมาย และยังไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินของทางราชการ จึงเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่บานปลายหากทุกฝ่ายอยู่ในกรอบของกฎหมายไม่ใช้กฎหมู่เหนือกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พล.อ.สุรยุทธ์ ยอมรับว่ามีการเมืองอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่ไม่ขอเปิดเผย

และยังไม่สามารถเอาผิดกับผู้อยู่เบื้องหลังได้ เพราะยังไม่มีการละเมิดกฎหมาย

พีทีวี นิวส์
08 มกราคม 2551 เวลา 17:13 น.

‘สนธิ'ทำใจดีสู้เสือ‘พปช.'ผงาดหลังเลือกตั้ง

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี กล่าวกับผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่ตนเองหยุดการให้สัมภาษณ์ตั้งแต่หลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นว่า ตนไม่ได้น้อยใจใคร เพียงแต่หน้าที่จบแล้ว ภารกิจเลือกตั้งก็เสร็จเลือกตั้งเรียบร้อย ผู้สื่อข่าวถามว่า การเลือกตั้งเสร็จแต่ยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้น่าจะพูดถึงสถานการณ์ทางการเมืองได้บ้าง พล.อ.สนธิ เลี่ยงที่จะตอบพร้อมกับกล่าวว่า เดี๋ยวไปทานข้าวกันดีกว่า
เมื่อถามว่า อ่านรหัสในการเดินทางกลับมาสู้คดีของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภรรยาอดีตนายกรัฐมนตรี อย่างไรในทางการเมือง พล.อ.สนธิ เพียงแค่อมยิ้มพร้อมกับกล่าวว่า ไม่ขอวิจารณ์การเมือง เมื่อถามว่าถือว่าเป็นเรื่องดีหรือไม่ และจะสร้างสมานฉันท์ได้หรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า "ได้ อยู่ที่ใจ ช่วงนี้ควรสมานฉันท์"
เมื่อถามว่า สำหรับตัวท่านไม่มีปัญหาอะไรใช่หรือไม่ แม้ผลการเลือกตั้งจะออกมาว่าพรรคพลังประชาชนจะกลับมา และมองกันว่า พล.อ.สนธิเครียดมากในเวลานี้ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า "โอ้โห.. ยังยิ้มอยู่ ยังยิ้มได้"
เมื่อถามว่า เหตุที่ต้องนิ่งไม่ออกมาพูดในตอนนี้เพราะอะไร พล.อ.สนธิ กล่าวว่า มันพูดไปก็ไม่มีน้ำหนักอะไร ในเวลานี้ต้องรอเวลา เมื่อถามว่าเวลาไหนที่เหมาะสม พล.อ.สนธิ กล่าวว่า แล้วจะบอกพร้อมกับโบกมือลา แล้วเดินขึ้นรถทันที


จาก hi-thaksin

หวั่นมือที่3คุมเข้มความปลอดภัย‘คุณหญิงพจมาน'24 ชม.

วันนี้ (8 ม.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวถึงมาตรการดูแลความปลอดภัย คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ซึ่งเดินทางกลับมาสู้คดี โดยเดินทางถึงประเทศไทย เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่า คุณหญิงพจมานเดินทางมอบตัวสู้คดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และที่ดีเอสไอ ซึ่งหลังจากได้ประกันตัวก็จะเป็นอิสระ สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้ ซึ่งช่วงทีใช้ชีวิตปกติตำรวจก็จะดูแลเรื่องความปลอดภัย เพราะเกรงมือที่สามฉวยโอกาสสร้างความวุ่นวาย ซึ่งเรื่องนี้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ตำรวจเข้าไปดูแล
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า สำหรับวันนี้ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.วัชรพล ประสารราชกิจ ผู้ช่วยผบ.ตร.(กศ.) ไปรับตัวที่สนามบิน พร้อมกับดำเนินการเรื่องการประกันตัวให้เสร็จเรียบร้อย จากนั้นก็ไปส่งยังบ้านพัก ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะพักที่บ้านจรัลสนิทวงศ์ หรือที่ไหน แต่ก็ได้สั่งชุดรักษาความปลอดภัยให้เตรียมการที่บ้านจรัลสนิทวงศ์ให้เรียบร้อย ขณะเดียวกันให้เตรียมชุดรักษาความปลอดภัยอีก 1 ชุด สำหรับกรณีที่คุณหญิงพจมานจะไปพักที่อื่น นอกจากนั้นจะได้มีการจัดกำลังดูแลเป็นพิเศษคอยดูแลหากเดินทางไปที่ไหน เพื่อให้มีความปลอดภัย
"การดูแลความปลอดภัยจะดูแลตลอด 24 ชั่วโมง แต่ไม่ได้ถึงกับใช้กำลังตำรวจเป็นกองร้อยกองพัน โดยได้สั่งกองบัญชาการตำรวจสันติบาลจัดตำรวจหญิงดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะที่ภายนอกจะเป็นตำรวจชาย หากไปไหนมาไหนก็จะจัดกำลังให้ตามสมควร"ผบ.ตร.กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าจากการข่าวพบว่ามีกลุ่มที่จะมาปองร้ายคุณหญิงหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า เราต้องตั้งสมมติฐานไว้ก่อน ไม่ใช่ว่าอะไรก็ไม่มี รัฐบาลก็ดี ตำรวจก็ดีไม่อยากให้เกิดเหตุวุ่นวาย อยากให้ทุกอย่างเรียบร้อย สงบ ไม่อยากให้วุ่นวาย อยากเห็นทุกฝ่ายปรองดองกัน ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัว รัฐบาลไม่อยากให้มีปัญหาจึงสั่งตนให้ดูแลเป็นพิเศษ แต่คนที่อยากเกิดความวุ่นวายมันก็มี แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร ก็ต้องป้องกันไว้ก่อน ในส่วนของครอบครัวก็ดูแลบ้างแต่ไม่มาก ซึ่งก็ดูแลเฉพาะพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและคุณหญิงพจมาน ส่วนลูกๆก็ปกติทั่วไป
ต่อข้อถามที่ว่าหากคุณหญิงพจนมานได้รับการประกันตัวสามารถเดินทางออกนอกประเทศหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ที่ดุลพินิจของศาลเป็นสำคัญ และก่อนหน้าที่จะเดินทางเข้าประเทศคุณหญิงพจมาน ก็ได้ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คตส. และศาลแล้ว ซึ่งไม่มีรายละเอียดว่าจะอยู่ในประเทศไทยนานแค่ไหน ส่วนพ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่ได้มีการประสานมาว่าจะเดินทางกลับประเทศเมื่อใด
เมื่อถามว่าการมาถึงของคุณหญิงพจมาน จะทำให้ยิ่งเกิดการชุมนุมประท้วงหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า ไม่น่าจะมี คนเรามาสู้คดีตามปกติ ก็ไม่น่ามีอะไร อย่างกรณีผู้ต้องหาตามหมายจับกว่าแสนหมาย ก็ได้กำชับให้ตำรวจไปดำเนินการ ซึ่งไม่กี่วันมานี้ได้มีการไปจับผู้ต้องหาตามหมายจับ ซึ่งอยากประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ต้องหาตามหมายจับให้มามอบตัวสู้คดี ซึ่งตำรวจจะให้ความเป็นธรรม ดีกว่าหลบๆซ่อนๆ เมื่อพ้นคดีก็จะได้เป็นอิสระ--จบ


จาก hi-thaksin

แกนนำพันธมิตรฯชี้'พจมาน'สู้คดีหวังหยั่งกระแสสังคม

แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ระบุคุณหญิงพจมานเดินเกมพิงศาล หยั่งกระแสสังคม ขู่พลังประชาชนอุ้ม 'ชินวัตร' เจอต้านหนักแน่ แนะ'ทักษิณ'เสียสละ 'ไม่กลับไทย'

นายพิภพ ธงไชย ที่ปรึกษาคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) อดีตแกนนำพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงการกลับมาสู้คดีของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาอดีตนายกรัฐมนตรี ว่าเป็นการมาเพื่อทดสอบกระแสสังคม ว่าหากใช้กระบวนการยุติธรรมจัดการ สังคมจะยอมรับได้หรือไม่ โดยการมาครั้งนี้ ต้องเชื่อมั่นว่าจะไม่มีปัญหาในทางคดี และมั่นใจเรื่องการประกันตัว

นายพิภพกล่าวว่า หากพรรคพลังประชาชนได้เป็นรัฐบาล แล้วใช้อำนาจไปให้ความช่วยเหลือคดี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว หรือนิรโทษกรรม 111 อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย จะถูกสังคม ต่อต้านอย่างหนักหน่วงทันที ทั้งนี้ กรณีพ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับหรือไม่ ต้องประเมินสถานการณ์อย่างหนักอีกครั้ง

เพราะหากวิเคราะห์คะแนนเสียงที่เทให้กับพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเล็กๆรวมกันแล้ว มากกว่า พรรคพลังประชาชน แสดงว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ต้องการ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างไรก็ตามส่วนบรรดาพรรคเล็ก ที่ตอนแรกชูนโยบาย ว่าไม่เอาทักษิณ แต่ภายหลังกลับลำไปร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนนั้นถือ ว่าเป็นการ ทรยศประชาชน

'ถึงขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณต้องทบทวนตัวเอง ว่าได้ก่อให้เกิดความวุ่นวายมานาน จึงควรเสียสละ อยู่ต่างประเทศตลอดไป หากกลับเข้ามาสร้างความปั่นป่วนอีกครั้ง สังคมไทยต้องทบทวนตัวเองขนานใหญ่ ว่าเหตุใดจึงปล่อยให้คนๆ เดียวก่อความวุ่นวายให้แก่ประเทศได้มากมายถึงเพียงนี้'อดีตแกนนำพันธมิตรฯ กล่าว


นายกฯยังไม่เผยคนอยู่เบื้องหลังม็อบบุรีรัมย์

นายกรัฐมนตรี ไม่เปิดเผยชื่อผู้อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวที่ จ.บุรีรัมย์ อ้าง ยังไม่มีการกระทำผิดกฎหมาย แต่ยอมรับเป็นเรื่องการเมือง

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีคณะมนตรี ีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)

ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลผู้อยู่เบื้องหลังการชุมนุมของชาวบ้านที่ จ.บุรีรัมย์ ในการคัดค้าน การพิจรณา ให้ใบแดงของคณะกรรมการ การเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ยังไม่ได้รับรายงาน แต่ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีข้อมูลโดยยอมรับเป็นเรื่องของการเมือง

และรู้ตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลัง แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะขณะนี้ยังไม่มีการกระทำที่ละเมิดกฎหมาย และไม่คิดว่าจะมีเหตุบานปลาย อยากให้ทุกคนเคารพกฎหมาย หากใช้กฎหมู่จะทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณี คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาอดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางกลับมาสู้คดีว่า ยืนยันไม่ได้รับการประสาน แต่ในฐานะคนไทยมีสิทธิ์กลับประเทศได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ยังไม่มีการรายงาน ด้วยว่า จะมีมือที่ 3 ก่อเหตุวุ่นวาย แต่เรื่องของความมั่นคง ปลอดภัย มีสำนักงานตำรวจแห่งชาติดูแลความเรียบร้อยอยู่แล้ว


'ทักษิณ' ร่อนแถลงการณ์แจงส่ง 'หญิงอ้อ' กลับไทย

'ทักษิณ' ร่อนแถลงการณ์แจง 3 เหตุผลส่ง 'หญิงอ้อ' กลับไทย หนึ่งเพื่อร่วมถวายสักการะพระศพพระพี่นางฯ ในฐานะตัวแทนชินวัตร-ดามาพงษ์ สองสู้คดีพิสูจน์ความบริสุทธิ์ หวังได้รับความยุติธรรม สามย้ำจงรักภักดีเบื้องสูง – ห่วงลูก ลั่นตัวเองกลับไทยแน่เพื่อล้างมลทิน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากที่ทำการพรรคพลังประชาชนว่า ได้มีการแจกจ่ายแถลงการณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อกรณีการเดินทางกลับประเทศไทยของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ให้กับสื่อมวลชน โดยมีเนื้อหาว่า

ตามที่พี่น้องชาวไทยได้ทราบข้อมูลผ่านสื่อมวลชนแล้วว่าคุณหญิงพจมาน ภริยาของผมเดินทางกลับ ประเทศไทยในเช้าวันที่ 8 ม.ค. ผมขอเรียนชี้แจงเหตุผลในการเดินทางกลับประเทศไทยของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ดังนี้

1. ในสภาวะที่ประชาชนชาวไทยทุกคนกำลังอยู่ในภาวะโศกเศร้าเพราะการสูญเสีย พระผู้เป็นมิ่งขวัญ พระองค์หนึ่งของชาวไทยทุกคนไปจึงเป็นเรื่อง สำคัญสำหรับ ครอบครัวชินวัตร และครอบครัวดามาพงศ์ ในฐานะ ที่เป็นคนไทยที่จะต้องแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงษ์ ที่มีคุณูปการ อันสูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทยเสมอมา

ดังนั้น คุณหญิง จึงเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อจะได้มีโอกาสเข้าถวายสักการะและถวายอาลัย พระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ร่วมกับพี่น้องชาวไทย ทั่วประเทศ ด้วยตัวเองในฐานะตัวแทนของผม ครอบครัวชินวัตร และครอบครัวดามาพงศ์

2. การเดินทางกลับประเทศไทยของคุณหญิงพจมาน เป็นการเดินทางกลับเพื่อที่จะมอบตัวต่อศาลยุติธรรม ด้วยความตั้งใจและเต็มใจ เพื่อต่อสู้คดีและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรม ที่ชอบด้วยกฎหมาย และหลักนิติธรรม โดยที่ครอบครัวของเราได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวคุณหญิงพจมาน พร้อมหลักทรัพย์ตาม ที่กฎหมายกำหนดแล้ว

ทั้งนี้ผมและครอบครัวหวังว่าจะได้รับความกรุณาจากศาลยุติธรรมในเรื่องนี้ด้วย ผมขอเรียนยืนยันว่า คุณหญิงพจมาน และผมพร้อมที่จะต่อสู้ทุกคดีและทุกข้อกล่าวหาเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของครอบครัว โดยผมและครอบครัวมีความเชื่อมั่นว่าจะได้รับความเป็นธรรมและความยุติธรรมจากสถาบันตุลาการ

3. ในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่ง ผมขอเรียนว่าไม่มีแผ่นดินใดที่จะให้ความสุข แก่คนไทยได้เทียบเท่ากับ แผ่นดินไทย ภายใต้พระบรม โพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คุณหญิงพจมาน ในฐานะพสกนิกรที่มีความ จงรักภักดีคนหนึ่งจึงปรารถนาที่จะเดินทาง กลับสู่ประเทศไทยเพื่อใช้ชีวิตใต้เบื้องพระยุคลบาท โดยสงบร่วมกับ ครอบครัว และในฐานะของคนที่เป็นแม่จึงมีความรักและห่วงใยใกล้ชิดกับลูก ๆ มาก ด้วยความคิดถึงลูก ของผู้หญิง ที่เป็นแม่คนหนึ่ง

คุณหญิงพจมานจึงเดินทางกลับประเทศไทย เพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกับลูก ๆ และครอบครัว

ผมเองได้ยืนยันกับมิตรสหายและคนใกล้ชิดตลอดมาว่าความปรารถนาสูงสุดของผมคือการที่จะเดิน ทางกลับไป ใช้ชีวิตใต้เบื้อง พระยุคลบาทร่วมกับ ครอบครัวในประเทศไทย และตามที่ผมได้ยืนยันมาครั้งแล้วครั้งเล่าว่า ผมพร้อม ที่จะเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อท ี่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์และต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม

แต่ผมไม่ต้องการเป็นชนวนหรือนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างพี่น้องชาวไทย ซึ่งอาจนำไปสู่เหตุการณ์ ที่ซ้ำเติมสภาวการณ์ของประเทศไทยอันเป็นที่รักของพวกเราทุกคนยิ่งขึ้นไปอีก ดังนั้น ผมขอเรียนยืนยัน ต่อพี่น้องชาวไทยว่า เมื่อได้เวลาอันสมควร ผมจะเดินทางกลับประเทศไทย เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผม และครอบครัว ตามกระบวนการยุติธรรมอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นไปตามหลักนิติธรรม


DIS เร่งสรุปคดีหญิงอ้อไม่รอทักษิณ

หญิงอ้อ ปฎิเสธทุกข้อหาคดีปกปิดผู้ถือหุ้น เอสซี แอสเสท ดีเอสไอ ให้ประกัน ตีราคาหลักทรัพย์ 1ล้าน

เมื่อบ่ายวันนี้ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้า พบ พนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ในคดีปกปิดโครงสร้าง ผู้ถือหุ้น บริษัท เอสซีแอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แล้ว โดยเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพ และทำข่าว ภายใบบริเวณอาคารของ DSI หลังให้ปากคำนานประมาณ 1 ชม. พนักงานสอบสวนได้อนุญาตให้ประกันตัว คุณหญิงพจมาน โดยตีราคาหลักประกัน 1 ล้านบาท

นายพิชิต ชื่นบาน ทนายความของ คุณหญิงพจมาน กล่าวว่า การเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนของ DSI ในวันนี้ เพื่อแสดงเจตนาบริสุทธิ์ว่า คุณหญิงพจมานจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ด้าน นายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า คุณหญิงพจมาน ได้ให้การปฏิเสธตลอด ข้อกล่าวหา และจะขอยื่นคำให้การอีกภายใน 30 วัน ส่วนสำนวนการสอบสวนในคดีนี้ จะสามารถสรุปได้ในเร็วๆ นี้ โดยไม่ต้องรอ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมา และยืนยันว่าไม่หนักใจในการทำสำนวนคดีหาก มีกระบวนการทางการเมือง เข้ามาแทรกแซง เพราะคดีทำไปตามพยานหลักฐาน


ยงยุทธมั่นใจจะได้รับความเป็นธรรมจาก กกต. [8 ม.ค. 51 - 15:41]

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวันนี้ (8 ม.ค.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนทุจริตต่อ โดยเฉพาะกรณี นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ผู้สมัคร ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่มที่ 1 พรรคพลังประชาชน ล่าสุด นายยงยุทธ ได้เดินทางมาพร้อมกับ ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ผู้สมัครแบบสัดส่วน เขต 7 นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ และนายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ รองหัวหน้าพรรค และนายสุธรรม แสงประทุม โดยได้เข้าชี้แจงต่อ กกต.ในข้อกล่าวหาทุจริตการเลือกตั้งด้วยการซื้อเสียง

ทั้งนี้ ก่อนเข้าชี้แจงต่อ กกต.นายยงยุทธ แสดงความมั่นใจ เชื่อว่าจะได้รับความเป็นธรรมจาก กกต. ขณะที่ นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า การพิจารณาใบเหลืองใบแดงของกกต.ไม่สามารถใช้เงินวิ่งเต้นได้ เชื่อมั่นในความยุติธรรมของกกต.ที่จะพิจารณา


ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมารับหนังสือรับรองจาก กกต. และรอรถเพื่อเดินทางกลับ มีกลุ่มผู้สนับสนุนนายยงยุทธ นั่งอยู่บริเวณใกล้เคียง มาต่อว่าด้วยถ้อยคำที่รุนแรง แต่นายชวนไม่ได้ตอบโต้อะไร


ครม.เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา แต่ยังไม่กำหนดวัน

นายไชยา ยิ้มวิไล โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม. ว่า พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี กำชับคณะรัฐมนตรีเร่งดำเนินงานในช่วง 3-4 สัปดาห์ในการบริหารราชการแผ่นดินที่เหลืออยู่ โดยขอให้ตรวจสอบปัญหาการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ยังคั่งค้างอยู่ ทั้งเรื่องแหล่งน้ำ ที่ดินทำกิน เพื่อให้ดำเนินการตามนโยบายยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข เพื่อเป็นผลงานรัฐบาล และหลังจากที่ กกต. และศาลฏีกา ได้ให้ใบแดงนักการเมืองไปแล้ว นายกรัฐมนตรี กำชับให้แต่ละกระทรวงสอดส่องดูแลเจ้าหน้าที่รัฐในการวางตัวเป็นกลาง ไม่ช่วยเหลือพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือคนใดคนหนึ่ง หรือแม้กระทั่งการเอื้ออำนวยความสะดวกด้วยการจัดยานพาหนะให้ และในการเลือกตั้งซ่อมที่จะเกิดขึ้นให้ดูแลอย่างเข้มงวด พร้อมกันนี้ขอให้เร่งรัดการใช้งบประมาณ โดยเฉพาะงบกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม


พ.อ.ประชาสัณห์ ชนะสงคราม ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา เรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2551 อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการกำหนดวันที่แน่นอน โดยรอให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีประสานกับเลขาธิการรัฐสภา และเลขาธิการสำนักพระราชวัง เพื่อกำหนดวันรัฐพิธีก่อนเปิดการประชุมสมัยสามัญสมัยแรกต่อไป.- สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-08 16:06:21


สมชัย ปัดข่าวถูก พปช.ซื้อตัว

กทม. 8 ม.ค. - นายสมชัย จึงประเสริฐ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการสืบสวนสอบสวน กล่าวยืนยันกรณีมีกระแสข่าวถูกพรรคพลังประชาชนซื้อตัวว่า เรื่องนี้ยืนยันว่าไม่ใช่ข้อเท็จจริง ดังนั้น ขอเรียกร้องขบวนการที่กำลังปล่อยข่าวว่าอย่าพยายามผลักดันให้ตนต้องเข้าไปอยู่ข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เพราะหากมีการซื้อตัวจริง ต้องซื้อ กกต.ทั้งหมด ไม่ใช่ตนเพียงคนเดียว เพราะกฎหมายใหม่เสียงเดียวของ กกต. ไม่มีความหมาย ต้องใช้เสียงถึง 4 เสียง หรือต้องเป็นเอกฉันท์เท่านั้น


“สิ่งที่ผมทำอยู่นั้นก็เพื่อให้การปฏิวัติผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อย เพราะวัตถุประสงค์ของการปฏิวัติคือยึดอำนาจนายทุนกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย” นายสมชัย กล่าว. -สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-08 15:56:37