WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, January 9, 2008

‘คมช.! เกมโอเวอร์'

การชุมนุมของประชาชนที่ จ.บุรีรัมย์ เหมือนกับเหยื่ออันโอชะในสายตาของ คมช. ที่กำลังจ้องรอหาจังหวะแทรกตัวเข้ามาเพื่อกลับมามีบทบาทอีกครั้งหนึ่ง

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม หัวหน้าสำนักงานเลขาธิการ คมช. และ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้ปฏิบัติหน้าที่ประธาน คมช. หรือประธานเถื่อน ซึ่งรอเวลามานาน ถึงกับกระโดดแผล็วออกมาหลังม่านสีเขียวลายพราง ออกมาให้สัมภาษณ์ แสดงความเห็นให้เป็นข่าวใหญ่ทันทีว่า เป็นการก่อความไม่สงบเรียบร้อยขึ้นในบ้านเมือง และส่งทหารเข้าไปให้ตรวจสอบสถานการณ์ พร้อมทั้งให้ความคุ้มครอง นายเกษม วัฒนธรรม ประธาน กกต.บุรีรัมย์ แล้ว

"ผมต้องลงไปดู ไปให้กำลังใจคนทำความดี คนทำดีเราต้องช่วยไม่ให้เขารู้สึกว่าถูกโดดเดี่ยว เพราะเราให้เขามาทำงานตรงนี้เราก็ต้องดูแลให้ความปลอดภัยเขาเต็มที่ ไม่ให้ใครมารังแก คนที่มาทำงานจะได้มีกำลังใจ" คือคำกล่าวของ พล.อ.สมเจตน์ ที่เป็นตัวแทน คมช. เข้าไปตรวจสอบข้อมูลที่บุรีรัมย์

ฟังคำพูดของ พล.อ.สมเจตน์ แล้ว คงไม่ต้องถามให้เสียเวลาว่า คมช. มีความเห็นอย่างไรกับประชาชนชาวบุรีรัมย์ที่ออกมาชุมนุมประท้วงการทำงานของ นายเกษม วัฒนธรรม ประธาน กกต.บุรีรัมย์ และ ไม่ต้องถามว่า คมช. ยืนข้างใคร ระหว่าง นายเกษม วัฒนธรรม กับ ประชาชนเกือบ 80,000 คน ที่ลงคะแนนให้กับ นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน นายรุ่งโรจน์ ทองศรี และ นายประกิจ พลเดช ผู้ชนะเลือกตั้งเขต 1 บุรีรัมย์ ที่ถูกใบแดง

นายเกษม วัฒนธรรม ดูจะเป็นข้าราชการตัวอย่าง ข้าราชการดีเด่นในสายตา คมช. มาตั้งแต่สร้างผลงานให้ จ.บุรีรัมย์ เป็นพื้นที่สีเขียวในการลงมติร่างรัฐธรรมนูญ 2550 จนกระทั่งมีการส่งแม่ทัพภาคที่ 2 ไปเรียนรู้ยุทธวิธี "บุรีรัมย์โมเดล" จากนายเกษม ถึง จ.บุรีรัมย์ และเผยแพร่บุรีรัมย์โมเดลไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นไม้เด็ดในการบันดาลให้ผลการเลือกตั้ง ส.ส. เป็นไปตามที่ต้องการ

แต่ผลการเลือกตั้งกลับไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ พรรคพลังประชาชนกวาดชัยชนะมามากเป็นอันดับ 1 โดยเฉพาะที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นต้นแบบของบุรีรัมย์โมเดล ผู้สมัครพรรคพลังประชาชนพากันแหกด่านบุรีรัมย์โมเดล ที่นายเกษมวางกับดักไว้มาได้ถึง 9 คน เมื่อสกัดไม่อยู่ก็ต้องงัดบุรีรัมย์โมเดลภาคพิสดารขึ้นมา ด้วยการกล่าวหาและแจกใบเหลือง ใบแดง ซึ่งเท่ากับเป็นการงัดไม้ตายขึ้นมาเล่นกันแล้ว นำไปสู่การเผชิญหน้ากันระหว่างประชาชนผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง กับ นายเกษม วัฒนธรรม เนื่องจากไม่พอใจที่นายเกษมใช้อำนาจประธาน กกต. เป่าเสกให้คะแนนของประชาชนเกือบ 80,000 คะแนน ที่ให้กับผู้สมัคร ส.ส. พรรคพลังประชาชน 3 คน หายวับไปกับตา

ตรงนี้ต่างหากที่เป็นชนวนเหตุทำให้เกิดการชุมนุมของประชาชนชาวบุรีรัมย์ แสดงความไม่พอใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ นายเกษม วัฒนธรรม ในฐานะประธาน กกต.จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งไม่ได้รับความสนใจและใส่ใจที่จะศึกษาหาสาเหตุของการชุมนุม ของ คมช. แม้แต่น้อย ก่อนจะออกมาแสดงความคิดเห็น

ทั้ง พล.อ.สมเจตน์ และ พล.อ.อ.ชลิต พร้อมใจกันชี้ว่าการชุมนุมของประชาชนบุรีรัมย์เป็นเรื่องของการยุยงปลุกปั่นของนักการเมือง ที่ไม่ยอมรับผลการตัดสินของ กกต. ที่ให้ใบแดงแก่ผู้สมัครพรรคพลังประชาชน

โดยเฉพาะประธานเถื่อน คมช. ที่ชื่อ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ถึงกับคาดโทษผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ หากยังปล่อยให้มีการชุมนุมเกิดขึ้นอีก ไม่สามารถควบคุมให้ประชาชนอยู่ในแถวตามที่ คมช. ต้องการได้ จะถูกลงโทษ ซึ่งไม่ใช่การส่งสัญญาณไปถึงผู้ว่าฯ บุรีรัมย์เท่านั้น หากแต่ตั้งใจที่จะประกาศให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกคนได้ยินได้ฟังโดยทั่วกัน เพื่อหาทางสกัดกั้นไม่ให้มีการชุมนุมของประชาชนประท้วงการทำงานของ กกต. เหมือนกับที่ จ.บุรีรัมย์ เกิดขึ้นอีก

การแสดงออกของ คมช. ว่าพร้อมจะปกป้อง คุ้มครอง ข้าราชการที่รับใช้ คมช. จนละเลยประชาชน เป็นความพยายามที่จะแสดงให้ข้าราชการที่กำลังอกสั่นขวัญแขวน และขวัญหนีดีฝ่อกับผลการเลือกตั้งที่ออกมา และถอยหลังไปตั้งหลักใหม่ หลังจากที่เดินตามตูด คมช. ทำเรื่องราวต่างๆ มามากมายใน 1 ปีเศษที่ผ่านมา ให้มีกำลังขวัญที่กล้าแข็งอีกครั้งในการเดินตาม คมช. ทำสงครามการเมืองกับพรรคพลังประชาชนต่อไป แม้ผลการเลือกตั้งจะออกมาแล้วก็ตามว่า พรรคพลังประชาชนได้เป็นรัฐบาลบริหารประเทศแน่ๆ แล้ว

ทั้งๆ ที่รู้ว่าเกือบจะหมดเวลาแล้ว และเกมอำนาจของ คมช. ที่ใช้อาวุธปล้นมาจากผู้อื่น ใกล้จะเกมโอเวอร์เต็มที แต่ คมช. ก็ยังดิ้นรนทุกวิถีทางที่จะทำให้ความฝันลมๆ แล้งๆ ของตนเองเป็นความจริงขึ้นมาให้ได้ เปรียบไปแล้วก็เหมือนกับว่า คมช. กำลังจะหมุนโลกที่หมุนไปข้างหน้าทุกวัน ทุกนาที ให้กลับคืนมา เพื่อที่จะให้พรรคพลังประชาชนไม่ได้เป็นรัฐบาล และให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไปจากที่ประชาชนตัดสินใจไปแล้ว

จับตาดูจากสถานการณ์ทั่วประเทศแล้ว ก็เห็นจะมีแต่ นายเกษม วัฒนธรรม คนเดียวนี่ล่ะ ที่ยังเชื่อว่า คมช. จะปกป้องคุ้มครองอนาคตทางราชการของตัวเองได้ จึงแสดงอาการกล้าหาญบ้าบิ่นจนผิดปกติวิสัยข้าราชการทั่วไป ไม่เช่นนั้นคงไม่กล้าระเบิดอารมณ์ผ่านคำพูด "การศึกยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร" ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นเจตนาที่ซ่อนเร้นอยู่ในหัวใจของประธาน กกต.จังหวัดบุรีรัมย์ คนนี้ ว่าเป็นกลาง เที่ยงธรรม และสุจริตต่อการทำหน้าที่ กกต. เพียงใด และนายเกษมกำลังทำศึกอยู่กับใครหรือ?

กระทั่งกล่าวหาและดูถูกประชาชนที่มาชุมนุมประท้วงการทำงานของตนเองว่า ถูกหลอก ถูกจ้างมาชุมนุม นายเกษมก็กล้าพอที่จะใส่ร้ายประชาชน หลังจากได้รับยาดีและแรงใจจาก พล.อ.สมเจตน์ ที่เข้าเยี่ยมเยียนให้กำลังใจถึง จ.บุรีรัมย์

นายเกษม และ คมช. น่าจะย้อนกลับไปดูพฤติกรรมที่ผ่านมาของตนเอง และย้อนคิดสักนิดว่าทำไมจึงเป็นประธาน กกต.จังหวัดคนเดียวที่ถูกประชาชนชุมนุมประท้วง และทำไมบุรีรัมย์จึงแปรสภาพจากพื้นที่สีเขียวที่ คมช. เคยภาคภูมิใจ เป็นพื้นที่สีแดงที่ทำให้ คมช. ขนหัวลุกรวดเร็วเช่นนี้

แต่อย่าย้อนไปให้ไกลนัก เพราะใกล้จะหมดเวลาเต็มทีแล้ว

คมช. ได้ยินไหม สัญญาณ "เกมโอเวอร์" มาถึงแล้ว


‘ชาญชัย ลิขิตจิตถะ’เตรียมขอกลับเป็นผู้พิพากษาอาวุโส

รมว. ยุติธรรม เผย ทำหนังสือขอกลับรับราชการเป็นผู้พิพากษาอาวุโส คาด น่าจะรู้ผลในช่วงเวลาใกล้เคียงกับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่

นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ รมว. ยุติธรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ทำหนังสือขอกลับเข้ารับราชการเป็นผู้พิพากษาอาวุโส โดยยื่นหนังสือถึงประธานศาลฎีกาแล้ว โดยกรณีของตัวเองแตกต่างจากนายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่ก่อนหน้านี้ ได้ทำ หนังสือขอโอนกลับศาลยุติธรรม เพราะตัวเองลาออกจากราชการมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี จึงต้องทำเรื่องขอกลับเข้ารับราชการใหม่ ส่วนขั้นตอนการพิจารณาของศาลยุติธรรม คาดว่าต้องใช้เวลาพอสมควร น่าจะรู้ผลในช่วงเวลาใกล้เคียงกับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ อย่างไรก็ตาม หากคณะกรรมการข้าราชการตุลาการ (ก.ต.) มีมติรับโอนนายจรัญกลับศาลยุติธรรมก่อนที่จะพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี ก็จะไม่เสนอตั้งปลัดกระทรวงยุติธรรมคนใหม่ เพราะต้องการให้รัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนใหม่เป็นผู้คัดเลือกปลัดกระทรวงเอง ระหว่างนี้ หากนายจรัญต้องโอนกลับศาลยุติธรรมไปก่อน ก็จะให้นายธงทอง จันทรางศุ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่อาวุโสสูงสุด รักษาการในตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรมไปก่อน

สำหรับตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งมีข่าวลือว่าจะมีการสลับตำแหน่งกับนายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายชาญชัย ยืนยันว่า หากยังเป็นรัฐมนตรีอยู่จะยังไม่มีการสับเปลี่ยนตำแหน่งใดๆทั้งสิ้น โดยเฉพาะตำแหน่งของนายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีดีเอสไอ ที่สำคัญขณะนี้นายสุนัยยังไม่ได้ทำเรื่องขอโอนกลับศาลยุติธรรม เพราะต้องการวางระบบงานให้กับกรมสอบสวนฯ ก่อน ส่วนตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งพ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ รักษาการอยู่ ขั้นตอนขณะนี้ยังไม่สามารถเสนอแต่งตั้งพ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์เป็นผู้อำนวยการสถาบันฯ ได้ เนื่องจากยังรอผลสอบวินัยจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนอยู่

ด้านนายจรัญ กล่าวว่า ได้ทำเรื่องขอโอนกลับศาลยุติธรรม ไม่เกี่ยวข้องกับใครจะมาเป็นรัฐบาลใหม่ แต่ เป็นความตั้งใจเดิมที่ต้องการมาทำงานในช่วงที่บ้านเมืองมีปัญหา เมื่อทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จึงอยากกลับไปเป็นผู้พิพากษาตามเดิม

ด้านนายสุนัย กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องว่าจะมีการย้ายสลับตำแหน่ง และคิดว่าไม่เป็นความจริง ข่าวที่ออกมาน่าจะเป็นเพียงข่าวลือ โดยยืนยันว่า จะยังเป็นอธิบดีกรมสอบสวนฯต่อไป และยังไม่คิดขอโอนกลับศาลยุติธรรมในช่วงนี้ จนกว่าจะทำงานที่ตั้งใจไว้เสร็จ คือ การปรับโครงสร้างภายในดีเอสไอให้เป็นอิสระไม่ถูกแทรกแซง และเป็นที่พึ่งของประชาชน


พีทีวี นิวส์
09 มกราคม 2551 เวลา 13:39 น.

‘เสี่ยอ่าง’จวก‘เติ้ง’ไร้จุดยืน ฝันนั่งองคมนตรี


‘ชูวิทย์’ออกโรงอัดอดีตนายเก่าอย่าง‘บรรหาร’เป็นคนไม่มีจุดยืนทางการเมือง ชี้ข้อแม้ 5 ข้อร่วมรัฐบาลเป็นเพียงละครตบตา ปูดบั้นปลาย‘บรรหาร’หวังนั่งตำแหน่งองคมนตรี

วันนี้ (9 ม.ค.) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า ตนขอตำหนินายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย อย่างรุนแรงอีกครั้ง ที่ไม่รักษาสัจจะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน ซึ่งทำให้เห็นว่าเป็นการสะท้อนว่านายบรรหารเป็นคนที่ไม่มีจุดยืนทางการเมือง ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์บางอย่างเท่านั้น

นายชูวิทย์ กล่าวอีกว่า ตนรู้เรื่องในพรรคชาติไทยดี เพราะเคยร่วมทำงานกับนายบรรหารมาก่อน ซึ่งนายบรรหารเคยกล่าวว่าในทางการเมืองต้องออกสองทางไว้เสมอ อย่างไรก็ตามตนไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวนั้นเพราะต้องมีจุดยืนชัดเจน ทั้งนี้ที่ผ่านมาเห็นป้ายประกาศหาเสียงในกรุงเทพฯ มีภาพนายบรรหาร แต่ไม่ได้แสดงจุดยืนให้ประชาชนเห็นจึงไม่ประสบความสำเร็จ

“ที่ผ่านมาเงื่อนไข 5 ข้อในการเข้าร่วมรัฐบาลของนายบรรหาร ผมเห็นว่ามันเป็นการจัดฉากละครเท่านั้น และที่ผ่านมามีสื่อมวลชนและประชาชนหลายคนด่าผมว่าผมเผาบ้านตัวเอง แล้ววันนี้เป็นไง ผมเคยได้ยินคนที่บ้านเมืองทองฯ พูดว่าไอ้เตี้ยมันเคยมีสัจจะที่ไหน ตอนนั้นมันบอกว่าจะลาออก แต่กลายเป็นว่ามันยุบเฉย ถ้าตอนนั้นป๋า(คนที่บ้านเมืองทอง)มีปืนป๋ายิงมันแล้วและผมเชื่อว่าเป้าหมายของนายบรรหาร สูงสุดหลังจากเลิกเล่นการเมืองไปแล้วคือตำแหน่งองคมนตรี” นายชูวิทย์ กล่าว


พีทีวี นิวส์
09 มกราคม 2551 เวลา 11:53 น.

‘สมศักดิ์’ชี้ใบแดงไม่มีผลต่อการจับขั้วตั้งรัฐบาล

รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ระบุ ร่วมรัฐบาลกับพลังประชาชนหรือไม่นั้นหัวหน้าพรรคลั่นวาจาแล้ว ยืนยัน การแจกใบแดงไม่มีผลต่อการจับขั้วตั้งรัฐบาล

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีที่กกต.แจกใบแดงให้กับว่าที่ส.ส.พรรคชาติไทยเมื่อวานนี้ว่า อย่าไปตั้งข้อสังเกตรวมถึงตัวเลขของจำนวนส.ส. เพราะไม่มีผลต่อการจับขั้วพรรคแต่อย่างไร และไม่อยากให้มองว่าพรรคชาติไทยได้ใบแดงเพราะกำลังจับขั้วตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน ส่วนจะร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ได้ประกาศกับสังคมไปแล้วว่าจะร่วมหรือไม่ เพียงแต่ขณะนี้ยังไม่ได้แถลงข่าวร่วมกันเท่านั้น ส่วนพรรคเพื่อแผ่นดินนั้นยอมรับว่าได้มีการพูดคุยกันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งขอให้ผ่านช่วงของการไว้ทุกข์ 15 วันไปก่อนแล้วจึงกลับมาพูดคุยกันใหม่

อย่างไรก็ตาม นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การยุบพรรคพลังประชาชน ไม่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล ทั้งนี้เพราะการยุบพรรคไม่ใช่เรื่องง่ายอย่าไปคาดการณ์ล่วงหน้า ทั้งนี้รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ได้ปฎิเสธตอบคำถามว่าจะกลับลำไปจับขั้วกับพรรคประชาธิปัตย์อีกหรือไม่.


พีทีวี นิวส์
09 มกราคม 2551 เวลา 11:52 น.

กกต.สอบพยานปากสุดท้าย ‘ยงยุทธ’วันนี้

ปธ.กกต. ระบุ เตรียมสอบสวนคำร้องคัดค้าน รองหน.พปช โยง พรรคหรือไม่ ขณะที่ ‘สุทธิพล’ คาดมีความชัดเจนมากขึ้นหลังสอบพยานปากสุดท้ายวันนี้

นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยก่อนเข้าประชุมกกต.เมื่อช่วงเช้าวันนี้ว่า การเข้าชี้แจงข้อกล่าวหาของนายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และ ว่าที่ส.ส.สัดส่วน ฐานซื้อเสียงนั้น กกต.จะทำการสอบสวนเพิ่มเติมว่ามีการเชื่อมโยงถึงพรรคหรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการพิจารณาเรื่องนี้หลายครั้งและกกต.ก็มองเห็นถึงความเชื่อมโยงว่าน่าจะเกี่ยวข้องกัน ส่วนกรณีของนายสุนทร พิลาวัลย์ รองหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย และว่าที่ ส.ส.เขต 1 ปราจีนบุรี ซึ่งกกต. ได้ให้ใบแดงเมื่อวานนี้นั้น ขณะนี้ กกต.ได้เสนอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาแล้ว แต่เพื่อความชัดเจนจะต้องให้คณะกรรมการสอบสวนเพิ่มเติมว่าเชื่อมโยงกับพรรคหรือไม่ ซึ่งนายสุนทรนั้น มีตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคเช่นเดียวกัน

ด้านนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการกกต. เปิดเผยว่า กกต. ได้รับเรื่องร้องเรียนคัดค้านมาทั้งหมด 232 เรื่อง พิจารณาไปแล้ว 110 เรื่อง ซึ่งยังคงเหลืออีก จำนวน 122 เรื่อง ซึ่งทั้ง 122 เรื่องนี้หากมีใบแดง และพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในวันศุกร์ที่ 11 มกราคมนี้ อาจจะทำให้จัดการเลือกตั้งใหม่ไม่ทันนั้น กกต.จะพิจารณาเรื่องคัดค้านอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ช่วงบ่ายวันนี้กกต.จะพิจารณาสอบสวนพยานปากสุดท้ายกรณีคำร้องคัดค้านของนายยงยุทธ ซึ่งคาดว่าจะได้รับความชัดเจนมากขึ้น.

พีทีวี นิวส์
09 มกราคม 2551 เวลา 11:34 น.

อดีตรัฐมนตรีมอบกระเช้าอวยพรปีใหม่ คุณหญิงพจมาน ที่บ้านพัก

กทม. 8 ม.ค. - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปที่ศาลฎีกา และสำนักงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ คุณหญิงพจมาน พร้อมด้วยบุตร คือ นายพานทองแท้ น.ส.พินทองทา และ น.ส.แพทองธาร เดินทางกลับบ้านพัก ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 ย่านบางพลัด โดยมีผู้สื่อมวลชนจำนวนหนึ่งติดตามไปรายงานข่าวอย่างใกล้ชิด ซึ่งตลอดทั้งวันจนถึงเวลา 17.00 น. มีบุคคลที่เคารพนับถือคุณหญิงพจมาน นำกระเช้าและพวงมาลัย มามอบให้เนื่องในโอกาสวันปีใหม่ อาทิ นพ.สุชัย เจริญรัตนกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ตัวแทนนำกระเช้ามามอบให้ ทั้งนี้ มีรายงานว่า ในช่วงค่ำวันนี้ (8 ม.ค.) คุณหญิงพจมาน จะเดินทางไปร่วมพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลถวายสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การรักษาความปลอดภัยบริเวณบ้านพัก มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจบางพลัด ผลัดเปลี่ยนกันเฝ้าเวรยามบริเวณทางแยกต่าง ๆ ในซอย และหน้าประตูบ้าน โดยแบ่งเป็น 3 ผลัด ผลัดละ 3 นาย เฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง. -สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-08 19:33:43

ประธาน กกต. ชี้ความผิด ยงยุทธ มี 2 ลักษณะ ระบุอยากให้มีมติพร้อมกัน

สำนักงาน กกต. 8 ม.ค.- “อภิชาต สุขัคคานนท์” ชี้ความผิด “ยงยุทธ ติยะไพรัช” มี 2 ลักษณะ ระบุอยากให้มีมติพร้อมกันทั้งที่เกี่ยวข้องกับพรรคและส่วนตัว เตรียมสอบพยานที่เหลือต่อพรุ่งนี้ (9 ม.ค.) ขณะเดียวกันมีมติยกคำร้องสำนวนร้องคัดค้าน 10 สำนวน

นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการรับฟังคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ ส.ส.สัดส่วน กลุ่มที่ 1 พรรคพลังประชาชน ว่า นายยงยุทธได้นำพยานมาชี้แจง 10 ปาก และจะมาสืบอีก 1 ปากในวันที่ 9 มกราคมนี้ ทั้งนี้นายยงยุทธ ได้ขอดูวีซีดีและเทปที่ผู้ร้องนำมามอบให้เป็นหลักฐานนั้น ซึ่ง กกต.อนุญาต และหากเป็นไปได้ ถ้านายยงยุทธ ชี้แจงครบถ้วนแล้ว กกต.ก็จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมพิจารณาต่อได้ในวันเดียวกัน

นายอภิชาต กล่าวว่า ในการพิจารณาคดีของนายยงยุทธ จะมีการพิจารณา 2 ลักษณะ คือ ความผิดเฉพาะตัวของนายยงยุทธ และความผิดของพรรค ที่นายยงยุทธ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคมีการกระทำผิด ซึ่งมีการกล่าวหาว่า พรรคได้ให้ประโยชน์เพื่อจูงใจหัวคะแนนกำนันผู้ใหญ่บ้านใน จ.เชียงราย ทั้งนี้ หากพบว่า นายยงยุทธ ทำผิดจริง ก็อาจมีการเกี่ยวโยงไปถึงขั้นยุบพรรคได้ อย่างไรก็ตาม ตนอยากจะให้มีมติไปในคราวเดียวกันทั้ง 2 กรณีนี้ โดย กกต.คนอื่นต้องเห็นพ้องด้วย โดยหากมิให้ยุบพรรค กกต.ก็จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสั่งยุบพรรคต่อไป

ด้านนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า นายยงยุทธได้ยื่นรายชื่อพยานมาทั้งหมด 11 ปาก แต่ในวันนี้ (8 ม.ค.) นี้ได้นำพยานมาสืบเพียง 10 ปาก ดังนั้นในวันที่ 9 มกราคม จะต้องนำพยานที่เหลือมาสืบต่อ นอกจากนี้เพื่อความสบายใจของผู้ถูกร้องคัดค้าน กกต.จึงมอบหมายให้ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการฝ่ายสืบสวนของสำนักสืบสวนสอบสวน และผู้อำนวยการฝ่ายที่รับผิดชอบในพื้นที่เขต 5 เข้ารับฟังการชี้แจงของพยานผู้ถูกร้อง เพื่อให้เกิดความยุติธรรม

นายสุทธิพล กล่าวอีกว่า ในส่วนของมติ กกต.ที่สั่งเพิกถอนสิทธิ นายสุนทร วิลาวัลย์ ว่าที่ ส.ส. ปราจีนบุรี ที่ถูกใบแดง กกต.ยังมีมติให้ดำเนินคดีอาญากับนายสุนทร และหัวคะแนน ที่กระทำผิดโดยการให้เงินเพื่อจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และฟ้องร้องให้ชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้ง

สำหรับการพิจารณาสำนวนของ กกต.ในวันนี้ (8 ม.ค.) นายสุทธิพล กล่าวว่า กกต.มีมติยกคำร้องสำนวนร้องคัดค้านทั้งสิ้น 10 สำนวน อาทิ เขต 1 สิงห์บุรี 2 สำนวน เขต 2 บุรีรัมย์ 1 สำนวน เขต 4 ขอนแก่น 1 สำนวน และ กกต.ได้ยกคำร้องในส่วนของผู้สมัครที่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ประกอบด้วย สระบุรี 1 สำนวน ชัยนาท 2 สำนวน หนองคาย 1 สำนวน ทั้งนี้ ในส่วนของเขต 2 บุรีรัมย์ ยังเหลือคำร้องคัดค้านอีก 1 สำนวน ซึ่งเป็นสำนวนที่นายเกษม วัฒนธรรม ประธาน กกต.จังหวัดบุรีรัมย์ จะนำข้อมูลพยานหลักฐานมาให้กับ กกต.กลางในวันที่ 9 มกราคม.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-08 20:39:15

'ยงยุทธ'ปัดทุกข้อหากกต.ยันถูกใส่ร้ายหวังให้ยุบพปช.

ว่าที่ส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 1 พรรคพลังประชาชน ยืนยัน มีขบวนการกดดันพยานและสร้างหลักฐานเท็จ ให้ร้ายทุจริตเลือกตั้ง เพื่อให้ส่งผลถึงพรรค เตรียมแถลงตอบโต้ทันทีที่มีมติจากกกต.

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 1 พรรคพลังประชาชน เปิดเผยภายหลังการเดินทางเข้าชี้แจงข้อกล่าวหากับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาพร้อมระบุด้วยว่าพร้อมมีขบวนการจัดฉากจากเจ้าหน้าที่รัฐและจากนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามพยายามกดดันพยานและสร้างหลักฐานเท็จเพื่อต้องการเอาผิดไปถึงพรรคพลังประชาชน เนื่องจากตนนั้นมีตำแหน่งเป็นกรรมการบริหารพรรคและรองหัวหน้าพรรคลำดับที่ 1 ซึ่งขณะนี้ตนยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการกดดันการทำงานของกกต. ทั้งนี้เมื่อกกต.มีมติออกมาอย่างไรตนก็จะขอเปิดแถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดอีกครั้ง

ขณะที่นายอภิชาติ สุขัคคานนท์ กกต. เปิดเผยว่า ในวันนี้จะยังไม่มีการสรุปสำนวนของนายยงยุทธ เนื่องจากยังต้องสอบอีกเพิ่มเติมอีกในวันพรุ่งนี้ก่อนให้ประธานสอบสวนสรุปสำนวนส่งมายังที่ประชุมกกต.


‘สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2' ส่งพระราชสาส์นถวายความอาลัย‘พระพี่นางฯ'

บรรยากาศการลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้มีประชาชนจำนวนมาก สวมใส่ชุดดำ เข้าแถวรอคิว ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ต่อมา นายควินทัน เควลย์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เดินทางมาร่วมลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมกล่าวว่า เมื่อวานนี้ สมเด็จพระราชินีนาถ อลิซาเบธ ที่ 2 ทรงส่งพระราชสาส์น มาถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยในพระราชสาส์นมีใจความว่า ฝ่าพระบาท หม่อมฉันรู้สึกเศร้าใจยิ่ง ที่ได้ทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ การสิ้นพระชนม์ของพระองค์นับเป็นความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงของประชาชนชาวไทย หม่อมฉันขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง อลิซาเบธ

ทั้งนี้ นายควินทัน เควลย์ ยังกล่าวด้วยว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงประสูติ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอังกฤษนั้นเป็นไปอย่างแน่นแฟ้นกันเป็นอย่างมาก พระองค์ทรงงานหนักเพื่อประชาชนชาวไทยมาโดยตลอด--จบ--


จาก hi-thaksin

Tuesday, January 8, 2008

‘ชวน’ปัดตอบ‘ทักษิณ’กลับไทย

ประธานสภาที่ปรึกษาประชาธิปัตย์ ชี้ เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมเมืองไทย ปฎิเสธ ให้ความเห็นอดีตนายกฯควรรีบกลับมาสู้คดี ระบุ เป็นเรื่องและสิทธิส่วนบุคคล

นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ แสดง
ความเห็นระหว่างเดินทางมารับหนังสือรับรองการเป็นส.ส.สัดส่วน กลุ่มที่ 8 พรรค
ประชาธิปัตย์ ถึงกรณีที่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดิน
ทางกลับประเทศไทยเพื่อต่อสู้คดี ที่ศาลฎีกา และกรมสอบสวนคดีพิเศษ และได้รับการ
ประกันตัวออกไปอย่างรวดเร็วว่า เป็นกระบวนการยุติธรรมที่ต้องดำเนินการต่อไป
ซึ่งส่วนตัวไม่ทราบว่าคดีที่ถูกกล่าวหามีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พร้อมเชื่อมั่นว่าขณะนี้กระบวนการศาลยุติธรรมเมืองไทยมีความน่าเชื่อถือ


เมื่อถามว่าคิดว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ควรจะรีบเดินทางกลับมาประเทศไทยเพื่อต่อสู้คดีด้วยหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า เป็นเรื่องและสิทธิส่วนบุคคล ไม่ขอแสดงความเห็น

เมื่อถามต่อว่า วันนี้คุณหญิงพจมาน ได้รับอนุญาตจากศาลและกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ให้ประกันได้ จะทำให้พ.ต.ท.ทักษิณ มั่นใจขึ้นหรือไม่ว่า เมื่อเดินทางกลับประเทศไทยและขึ้นศาลจะทำให้ได้รับการประกันตัวเหมือนคุณหญิงพจมาน นายชวน กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะเป็นคนละคดีกันกับคุณหญิงพจมาน

ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ยังปฎิเสธที่จะให้ความเห็นว่าหลายพรรคการเมือง
ขณะนี้จะโดดเดี่ยวพรรคประชาธิปัตย์ และหันไปจับขั้วกับพรรคไทยรักไทยแทน ขณะ
เดียวกันได้ยอบรับกรณีที่กกต.ให้ใบเหลืองกับนายสุทัศน์ จันทร์แสงศรี ว่าที่ส.ส. เขต 1 เพชรบูรณ์ ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถือเป็นใบเหลืองใบแรกของพรรคว่า เคารพในการวินิจฉัย หากกระทำผิดก็ต้องว่าไปตามผิด.

พีทีวี นิวส์
08 มกราคม 2551 เวลา 18:43 น.