WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, January 11, 2008

'ประดาบ'คุยกับตัวเอง


ขอขอบคุณทุกท่านที่อวยชัยให้พรวันขึ้นปีใหม่แก่ทีมงาน Hi-thaksin กันมากมายด้วยถ้อยคำหลากหลายที่ล้วนแต่เป็นกำลังใจให้เรามุ่งมั่นทำงานกันต่อไป

ทุกตัวอักษร ทุกถ้อยคำ ทุกวรรค ที่ส่งมาให้เป็นน้ำใจของเพื่อนร่วมทางที่ไม่เคยรู้หน้าแต่รู้ใจกันเป็นที่สุด และนับเป็นของขวัญที่ล้ำค่าอย่างยิ่งที่ทีมงาน Hi-thaksin ได้รับ

น้ำใจไมตรีที่ส่งมาให้ ขอรับเอาไว้ทั้งหมด แล้วก็ขอส่งกลับคืนไปให้แก่ทุกท่านให้มีความเจริญ ก้าวหน้า สมหวังในสิ่งที่ปรารถนาและรอคอยกันมานาน ทั้งในเรื่องของชีวิตส่วนตัว ชีวิตการงาน และเรื่องบ้านเมืองอันเป็นที่รักของพวกเรา รวมไปถึงการได้คนที่เรารักกลับคืนมาสู่แผ่นดินกันเสียทีในปีนี้

แต่ที่ต้องบอกตรงๆ ว่าติดขัดและขออนุญาตบอกปัดรับไว้ไม่ได้ก็คือ คำยกย่องเยินยอสรรเสริญทั้งหลายที่ทุกท่านมีมาให้ ราวกับว่าเราเป็นเหล่าผู้กล้าออกมาท้ารบกับเผด็จการ และเป็นอัศวินกู้บ้านกู้เมือง นั้น ไม่กล้าออกหน้ารับไว้ และต้องขอปฏิเสธทั้งหมด

พวกเราไม่ใช่ผู้กล้า ไม่ใช่อัศวิน และไม่ได้มากอบบ้านกู้เมือง อย่างที่บางท่านคิดอ่านและเข้าใจกันไปเอง เราเพียงแต่มาทำหน้าที่สื่อสารข้อมูล ความคิด ความเห็น และความเป็นจริงในสังคม ที่สื่อมวลชนทั่วไป ไม่ยอมนำเสนอ และทำงานของเราตามที่หัวใจอิสระของเราสั่งการให้เราทำ คือ เป็นแหล่งรวบรวมความรักและความคิดถึง ส่งไปให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เท่านั้น

เกือบ 1 ปีที่ผ่านมา Hi-thaksin ได้รับกำลังใจจากทุกท่านอย่างมากมายเกินกว่าที่เราคาดคิดไว้ และได้กลายเป็นพลังใจสำคัญที่ทำให้เราจากมือสมัครเล่นต้องพยายามทำตัวให้เป็นมืออาชีพ แต่ดูเหมือนจะยาก เพราะเราไม่ได้มีอาชีพสื่อสารมวลชน และการทำเวปไซต์นี้ ก็ยึดเป็นอาชีพไม่ได้เสียด้วยสิ เนื่องจากไม่มีรายได้แม้แต่สตางค์เดียว มีแต่รายจ่ายเต็มไปหมด

ที่ผ่านมา 1 ปี ต้องบอกว่าพวกเราทีมงาน เก็บอาการได้เก่งมาก แต่ยิ่งนานวันก็ยิ่งเหนื่อย และต้องสารภาพว่าจากที่เคยทำกันสบายๆ ไม่เดือดร้อน เพราะอาชีพหลักยังเป็นแหล่งรายได้ที่ไม่ติดขัด แต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา งานบางงานที่น่าจะนำรายได้มาให้เรา เพื่อเป็นราย จ่ายทำเวปไซต์นี้ ไม่เป็นไปตามที่เราคิด เพราะพิษเศรษฐกิจ จึงทำให้เราต้องเริ่มต้นปีนี้ด้วยความเหนื่อยยากพอสมควร

บอกเล่าเรื่องนี้ไม่ได้มาขอความเห็นใจ และขอรับการสนับสนุน ทุกอย่างยังคงเหมือน เดิม คือ เวปไซต์นี้ไม่ได้มุ่งหารายได้ แต่มุ่งหาเพื่อนร่วมทางที่มีความรักความเข้าใจต่อกันมากกว่า ความสำเร็จของเราจึงไม่ใช่มีเงินทองมีรายได้ หากแต่เป็นจำนวนเพื่อนร่วมทาง ที่นับวันจะมีเพิ่มขึ้น แค่นี้ก็ชื่นใจแล้วครับ

พูดถึงเรื่องรายได้ ก็ต้องขอใช้โอกาสนี้ชี้แจงเสียเลยว่า หนังสือเรื่อง “ก้อนกรวดในรองพระบาท” ที่มีผู้นำบทความที่ผมเขียนไปพิมพ์จำหน่ายนั้น ผมไม่ได้เป็นผู้จัดพิมพ์ รวมไปถึงหนังสืออีก 5-6 เล่ม (เท่าที่ทราบ) ที่มีการพิมพ์จำหน่ายกันนั้น ผมก็ไม่ได้มีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าเนื้อหาในหนังสือ จะเป็นการคัดลอกบทความในเวปไซต์นี้ ไปพิมพ์ก็ตาม

หากยังจำกันได้ ผมเคยเขียนไว้แต่แรกๆ ของการทำเวปไซต์นี้ ว่าหากใครพึงพอใจจะคัดลอก หรือทำซ้ำบทความ และ คลิปวีดีโอ ไปเผยแพร่ จัดจำหน่าย ทั้งฟรี และหารายได้ ก็ทำกันได้เต็มที่ ผมไม่สงวนลิขสิทธิ์ และไม่คิดที่จะแบ่งทั้งรายได้และรายจ่าย แต่จะขอบคุณด้วยซ้ำที่ช่วยเผยแพร่ไปสู่ประชาชนให้กว้างขวางมากที่สุด และเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์เวปไซต์ให้พวกเรา ทั้งทางตรงและทางอ้อม

คลิปวิดีโอ “1 ปีที่หายไป” ที่พวกเราผลิตขึ้นมา และนำมาเสนอบนเวปไซต์นี้ เป็นอีกหนึ่งผลงานที่เราทำกันขึ้นมาแบบง่ายๆ เท่าที่เครื่องไม้เครื่องมือจะอำนวย เพื่อบอกเล่าความจริงอีกด้านหนึ่งของทักษิณ และ คนรักทักษิณ

ปรากฎว่ามีผู้นำไปผลิตเป็นวีซีดีออกวางจำหน่าย ราคา 19 บาท ส่งขายกันทั่วประเทศ และวันนี้ก็ได้กลายเป็นประเด็นที่กกต. นำไปกล่าวหาผู้สมัครรับเลือกตั้งพรรคพลังประชาชน ผมก็ไม่ได้ดำเนินการเช่นกัน และอยากจะขอร้องคนที่ได้ประโยชน์จากการจำหน่ายวีซีดี 1 ปีที่หาย ไป ช่วยไปให้ปากคำแก่กกต. ด้วยว่า วีซีดีชุดนี้ มีที่มาอย่างไร และไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชาชนเลย เพราะผู้จัดทำคือ ทีมงาน Hi-thaksin ไม่ใช่พรรคพลังประชาชน

น้องๆ ในทีมงาน ทำนายดวงชะตาของผมว่า ปีนี้น่าจะเป็นปีที่ผมโด่งดังเป็นพลุ ผมถามว่าทำไมคิดอย่างนั้น คำตอบก็คือ เพียงแค่เริ่มต้นปีใหม่ขึ้นมา ชื่อเสียงของ ประดาบ ก็ดังไปทั่วประเทศ เพราะว่าที่นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ท่านแนะนำให้ประชาชนไปหาอ่านหนังสือเรื่องก้อนกรวดในรองพระบาท และหนังสือพิมพ์ทุกเล่มก็ไปสืบหามาบอกแก่ผู้อ่านของตัวเองว่าคนเขียนหนังสือเล่มนี้ ชื่อ ประดาบ จึงอนุมานได้ว่า ประดาบน่าจะเป็นนักเขียนสมัครเล่นที่ดังและมีคนรู้จักมากที่สุด ในชั่วโมงนี้

ก็ต้องขอบคุณท่านสมัคร สุนทรเวช ไว้ ณ ที่นี้ด้วย ที่ช่วยโฆษณาให้คนรู้จัก “ก้อนกรวดในรองพระบาท”แต่ขออนุญาตน้อยใจที่ท่านไม่ยอมอ่านสักตัว และขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ช่วยกันโฆษณาว่า ประดาบ เป็นเจ้าของผลงาน “ก้อนกรวดในรองพระบาท” โดยที่ผมไม่ต้องจ่ายเงินค่าโฆษณาสักบาทเดียว

ดีครับ... ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ประชาชนจะได้รู้จัก “ก้อนกรวดในรองพระบาท” มากขึ้น จะได้ช่วยกันหยิบก้อนกรวดออกจากรองพระบาท

อีกท่านหนึ่งที่ต้องขอบคุณที่ช่วยโฆษณาชื่อเสียงของประดาบ ก็คือ คุณคำนูน สิทธิสมาน เจ้าของนามปากกา เซี่ยงเส้าหลง และ รามบุตรี 516 คอลัมนิสต์ชื่อดังในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน ที่ยกงานเขียนของผม เรื่อง “เงื่อนไข 5 ข้อ จากบรรหาร ถึงสมัคร ที่ประชาชนรอฟังคำตอบ” ไปสกัดกั้นไม่ให้พรรคชาติไทยร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน โดยการผูกโยงว่า เวปไซต์นี้ คือตัวแทนของพรรคพลังประชาชน และ ประดาบ เขียน ก็คือ พลังประชาชน พูด

เมื่อประดาบไม่พอใจ และไม่เห็นด้วย ก็แปลว่า พรรคพลังประชาชนไม่พอใจ และไม่เห็นด้วย เช่นกัน

คอลัมนิสต์อายุงานกว่า 30 ปี อย่าง คุณคำนูณ สิทธิสมาน ไม่น่าจะผูกโยงเรื่องราวโดยไร้หลักฐานมาเป็นรอยต่อหรือเป็นตะเข็บเย็บแต่ละเรื่องเข้าด้วยกัน และไม่ควรนำจินตนาการของตน เอง มาเป็นข้อเท็จจริง นำเสนอกับประชาชน เช่นนี้เลย

Hi-thaksin ไม่ใช่พลังประชาชน และไม่ใช่กระบอกเสียงของพลังประชาชน ประดาบ ก็ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค แม้กระทั่งสมาชิกพรรคก็ไม่ได้เป็น แต่ได้ไปลงคะแนนให้แก่พรรคพลังประชาชน

เพราะฉะนั้น ก็ฝากความไปถึงคุณคำนูน ด้วยว่า แม้จะงานหนัก และงานมาก แต่ควรจะรักษาคุณภาพของงาน ไม่ควรมั่ว เพราะจะทำให้ขาดความน่าเชื่อถือต่ออาชีพนักสื่อสาร มวลชนที่ดี อย่างมาก

อีกทั้งอยากจะฝากความไปถึง คุณบรรหาร ศิลปอาชา ด้วยว่า ประดาบ ไม่ชอบคุณบรรหาร ก็คือ ประดาบไม่ชอบ ประดาบไม่อยากให้พรรคพลังประชาชน รับคุณบรรหาร ร่วมรัฐบาล ก็เป็นความเห็นของประดาบ ส่วนพรรคพลังประชาชนจะรัก ชอบ คุณบรรหาร และ ร่วมรัฐบาลกับคุณบรรหาร ก็เป็นเรื่องของพรรคพลังประชาชน ประดาบไม่เกี่ยวข้อง

แต่ ประดาบ จะทำตามที่ได้ประกาศไว้แล้วคือ จะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล อย่างเข้มข้นและเอาจริงเอาจัง และจะแฉ ประจานทุกเรื่องทุกราว ไม่แตกต่างจากที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้

ขอให้เชื่อว่า เรื่องแบบนี้ ประดาบทำจริง และรักที่จะทำ ด้วย

เพราะถือคติว่า รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี

เพราะประดาบ รักพรรคพลังประชาชน จึงต้องตี เพื่อไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง และเป็นที่ผิดหวังของประชาชนผู้สนับสนุนทั่วประเทศ

หวังว่าทุกท่านคงเข้าใจในความปรารถนาดีที่ถ่ายทอดผ่านไม้เรียว ของประดาบ ด้วย

ประดาบ จาก hi-thuksin

Thursday, January 10, 2008

เลือก วิชัย-พล.อ.อมรฤทธิ์ เป็น กก.ตุลาการศาลปกครองแทนตำแหน่งที่ว่าง

รัฐสภา 10 ม.ค.-การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันนี้ (10 ม.ค.) มี พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ รองประธาน สนช. เป็นประธานการพิจารณาเลือกกรรมการตุลาการศาลปกครอง ผู้ทรงคุณวุฒิแทนตำแหน่งที่ว่าง ตามมาตรา 226 (3) ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ซึ่งคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาเสนอรายชื่อและตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่เห็นสมควรเป็นกรรมการตุลาการศาลปกครองผู้ทรงคุณวุฒิ แทนตำแหน่งที่ว่างลง 2 ตำแหน่ง เนื่องจากนายพีระ บุญจริง และ พล.ท.เดชพันธ์ ดวงรัตน์ ครบวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปี เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2550


ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้มีมติเสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด จำนวน 6 คน ให้ได้รับการเสนอรายชื่อเป็นกรรมการตุลาการศาลปกครองผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ พล.ท.เดชพันธ์ ดวงรัตน์ อายุ 63 ปี อดีตกรรมการตุลาการศาลปกครอง ผู้ทรงคุณวุฒิ พล.อ.ธนพล บุณโยปัษฎัมภ์ อายุ 73 ปี อดีตกรรมการตุลาการศาลปกครองผู้ทรงคุณวุฒิ นายพีระ บุญจริง อายุ 77 ปี อดีตกรรมการตุลาการศาลปกครอง ผู้ทรงคุณวุฒิ นายวิชัย ธรรมชอบ อายุ 69 ปี ที่ปรึกษาในคณะกรรมการที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) นายวิชัย วรรณสิน อายุ 67 ปี อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี และ พล.อ.อมรฤทธิ์ แพทย์เจริญ อายุ 61 ปี อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมได้ลงคะแนนโดยวิธีลับ โดยผู้ที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุด 2 คน คือ นายวิชัย ได้ 102 คะแนน และ พล.อ.อมรฤทธิ์ ได้ 89 คะแนน.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-10 20:13:41

กกต.ตั้ง กก.สืบสวนสอบสวนคดี ยงยุทธ ชุดใหม่

กกต. 10 ม.ค.- กกต.มีมติตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนคดี “ยงยุทธ ติยะไพรัช” ใหม่ และให้สันติบาลมอบสำนวนการสอบสวนและหลักฐานทั้งหมด รวมทั้งวีซีดีเจ้าปัญหา ให้ กกต. หลังเจ้าตัวร้องคัดค้านตัวพนักงานสอบสวนที่มาจากสันติบาล

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกต.วันนี้ (10 ม.ค.) พิจารณากรณีคำร้องคัดค้านผลการเลือกตั้ง ที่ จ.เชียงราย ซึ่งนายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 1 พรรคพลังประชาชน ร้องคัดค้านตัวพนักงานสอบสวนชุดที่มาจากสันติบาล และมีมติให้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนขึ้นมาใหม่อีก 1 ชุด เน้นบุคลากรจากฝ่ายสืบสวนสอบสวนของ กกต. และให้ชุดสืบสวนของสันติบาลมอบสำนวนการสอบสวนทั้งหมด รวมทั้งวีซีดีบันทึกภาพเหตุการณ์การจ่ายเงินเพื่อซื้อหัวคะแนน ให้กับกรรมการชุดดังกล่าวด้วย ซึ่งได้รับคำยืนยันว่าจะนำมาให้ภายในวันที่ 11 ม.ค.ไม่เกินเวลา 13.00 น.

“ชุดสืบสวนของสันติบาลยังทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ กกต.ในสำนวนการทุจริตการเลือกตั้งคดีอื่น ซึ่งไม่ถือว่าเป็นความขัดแย้งกัน และคิดว่าไม่น่าจะเกิดปัญหาขึ้นในอนาคตกับสำนวนอื่นที่สันติบาลได้ทำไว้ เพราะทุกหน่วยงานจะต้องให้ความร่วมมือกับ กกต.” นายสุทธิพล กล่าว

ต่อข้อถามว่า หาก กกต.ยังคงยืนยันที่จะเปิดวีซีดีในสำนวนทุจริตที่ จ.เชียงราย ให้นายยงยุทธดู เพื่อแก้ข้อกล่าวหรือไม่ นายสุทธิพล กล่าวว่า เป็นดุลยพินิจของคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนชุดใหม่ แต่โดยหลักปฏิบัติทั่วไป จำเป็นต้องเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกร้องคัดค้านชี้แจงข้อกล่าวหา

ด้าน นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. กล่าวว่า หากสันติบาลส่งมอบวีซีดีดังกล่าวมาให้ กกต. ก็จะให้นายยงยุทธดู ดังนั้น ที่ตั้งใจว่าจะวินิจฉัยกรณีของนายยงยุทธ ในวันที่ 11 มกราคม คงต้องเลื่อนออกไปก่อน อย่างไรก็ตาม จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ส่วนกรณีที่นายวีระ สมความคิด มีหนังสือมาถึง กกต. ขอให้ตรวจสอบกรณีสำนวน จ.เชียงราย ที่มีข่าวระบุว่า ข้อมูลรั่วไปถึงมือนายยงยุทธนั้น รองเลขาธิการ กกต.ทำหนังสือเรื่องดังกล่าวเสนอให้ กกต.ทราบแล้ว แต่ กกต.กำลังเร่งพิจารณาเรื่องการรับรอง ส.ส. จึงยังไม่ได้อ่าน เพราะมีจำนวนหลายสิบหน้า แต่ได้ให้เจ้าหน้าที่ทำสำเนาให้ กกต.แต่ละคนไปศึกษา และคงจะนำมาพุดคุยกันในที่ประชุม กกต. วันพรุ่งนี้ (11 ม.ค.).-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-10 20:04:29

กกต.รับรอง ส.ส.เพิ่มอีก 17 คน

สำนักงาน กกต. 10 ม.ค. - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (10 ม.ค.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติรับรอง ส.ส.ระบบแบ่งเขต จำนวน 15 คน ประกอบด้วย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เขต 1 พรรคพลังประชาชน จ.สิงห์บุรี นายวีระพล อดิเรกสาร เขต 2 พรรคพลังประชาชน สระบุรี นายวิเชียร ขาวขำ เขต 4 พรรคพลังประชาชน จ.อุดรธานี นายสุทิน คลังแสง เขต 1 พรรคพลังประชาชน จ. มหาสารคาม นายสุรจิตร ยนต์ตระกูล เขต 1 พรรคพลังประชาชน จ.มหาสารคาม นายจิรวัฒน์ ศิริพาณิชย์ เขต 1 พรรคพลังประชาชน จ.มหาสารคาม นายเจริญ จรรย์โกมล เขต 1 พรรคพลังประชาชน จ.ชัยภูมิ นายสุชาย ศรีสุรพล เขต 4 พรรคพลังประชาชน จ.ขอนแก่น

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เขต 4 พรรคพลังประชาชน จ.ขอนแก่น ว่าที่ร้อยตรีพงศ์พันธ์ สุนทรชัย เขต 1 พรรคพลังประชาชน จ.หนองคาย นายสมคิด บาลไธสง เขต 1 พรรคพลังประชาชน จ.หนองคาย นางชมภู จันทาทอง เขต 1 พรรคพังประชาชน จ.หนองคาย นางนันทนา ทิมสุวรรณ เขต 2 พรรคพลังประชาชน จ.เลย นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เขต 2 พรรคพลังประชาชน จ.เลย และนายนราพัฒน์ แก้วทอง เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ จ.พิจิตร

นอกจากนี้ กกต. ยังประกาศรับรอง ส.ส. แบบสัดส่วนอีก 2 คน ประกอบด้วย นายไพฑูรย์ แก้วทอง ส.ส. สัดส่วนกลุ่ม 2 พรรคประชาธิปัตย์ และนายธนเทพ ทิมสุวรรณ ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 3 พรรคพลังประชาชน

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ กกต.ได้รับรอง ส.ส. ไปแล้ว 403 คน และในวันนี้ (10 ม.ค.) ประกาศรับรองเพิ่มอีก 17 คน รวมเป็น 420 ดังนั้น จึงเหลือจำนวนอีกกว่า 30 คน จึงจะครบ 465 คน หรือร้อยละ 95 ก็จะสามารถเปิดประชุมสภาผู้แทนสภาราษฎรได้ตามที่กฎหมายกำหนด. -สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-10 19:47:44

สดศรี ฉุนลูกสาวถูกโยงเกี่ยวข้องการเมือง

กทม. 10 ม.ค. - นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่พอใจที่ www.hi-thaksin.com ระบุว่า สำนักนายกรัฐมนตรีทำหนังสือขอตัวบุตรสาวไปช่วยราชการที่หน้าห้อง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้กลุ่มบุคคลที่กุข่าว โดยเฉพาะเจ้าของเว็บไซต์เปิดเผยตัว เพื่อที่จะได้ฟ้องหมิ่นประมาท ยืนยันไม่เคยคิดเอาบุตรสาวมายุ่งกับการเมือง หรือนักการเมือง และย้ำว่าบุตรสาวเป็นผู้พิพากษา คงไม่คิดจะย้ายไปทำงานที่อื่น

“ดิฉันเคยประสานไปยังกระทรวงไอซีที ให้ช่วยตรวจสอบเว็บไซต์ดังกล่าว เพราะถูกโจมตีมาตลอด และที่ผ่านมาเห็นว่า กระทรวงไอซีทีได้ปิดเว็บไซต์ดังกล่าวไปแล้ว แต่ทำไมยังเปิดอีกได้ และมาโจมตีครอบครัวดิฉัน” นางสดศรี กล่าว พร้อมย้ำว่า การพิจารณาให้ใบเหลือง-ใบแดง ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้พรรคการเมืองใด เป็นการตัดสินไปตามข้อเท็จจริง และตามข้อกฎหมาย. - สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-10 19:05:29

ไชยวัฒน์ ยืนยันไม่ถอนฟ้องเลือกตั้งล่วงหน้าโมฆะ

นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีต ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต้องการให้ถอนการฟ้องร้องต่อศาล เพื่อให้วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 15 -16 ธันวาคม 2550 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้เพิกถอนการนับคะแนนเสียงในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 เป็นโมฆะ ว่า เป็นการแสดงความคิดเห็นของนายอภิสิทธิ์ต่อสังคม

“ที่ระบุว่าผมทำไปโดยไม่ได้ปรึกษาหัวหน้าพรรค เป็นเพราะช่วงที่ผมไปร้องต่อศาล ใกล้วันหยุดช่วงปีใหม่ ถ้านำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของพรรค จะไม่ทันเวลา จึงตัดสินใจฟ้องร้องทันที จากนั้น จึงแจ้งเรื่องดังกล่าวให้ผู้ใหญ่ในพรรคได้รับทราบ ซึ่งไม่มีใครมีปัญหาอะไร” นายไชยวัฒน์ กล่าว

นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้จะยังไม่ดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น เพราะในการฟ้องร้องกรณีดังกล่าว มีผู้สมัครจากพรรคอื่น เช่น นายสราวุธ ทองเพ็ญ เลขาธิการพรรคความหวังใหม่ และอดีตผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วน กลุ่มที่ 3 พรรคความหวังใหม่ ยื่นฟ้องเช่นกัน ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งจะมีการไต่สวนในวันที่ 11 มกราคมนี้ จึงคิดว่าต้องให้เกียรติกับผู้ที่ยื่นฟ้องร้องในประเด็นนี้ก่อน ถ้าศาลมีคำวินิจฉัยเป็นอย่างไร ก็จะนำมาทบทวนอีกครั้งว่าจะถอนฟ้องหรือไม่.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-10 19:16:25

'สดศรี'กรี๊ดยันลูกสาวไม่ได้ถือกระโถนตามก้น'บิ๊กบัง'

'สดศรี'โวยลั่นลูกสาวถูกกล่าวหาให้ไปเป็นเสมียน'บิ๊กบัง' ชี้ดีกรีนักเรียนนอกผู้พิพากษา ไม่มาทำงานธุรการแน่นอนหากจะมาช่วยต้องระดับรองนายกฯไม่ใช่งานกระจอกแบบนี้

นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึงกรณีที่มีบทความ เผยแพร่ในเว็บไซต์ ?ไฮ-ทักษิณ? เกี่ยวกับกรณีที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมีหนังสือขอยืมตัว นางสาวกอนณา สัตยธรรม ลูกสาวนางสดศรี และผู้พิพากษาประจำศาลจังหวัดพระโขนง ไปช่วยปฏิบัติราชการพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ว่า ตนยังไม่เห็นบทความดังกล่าว และความเรื่องจริงแล้ว ไม่ได้มีการขอตัวหรือยืมตัวแต่อย่างใด จะไปถามที่ศาลฎีกาก็ได้ ทั้งนี้ ลูกสาวตนยังอยู่ที่ศาลพระโขนง ทั้งนี้ ตนไม่อยากเอาลูกสาวมาเป็นเรื่องการเมือง โดยเวลาไปประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งก็พยายามไม่ให้ลูกสาวไปด้วย นอกจากนี้ อาชีพของลูกก็นับว่าสูงแล้ว เพราะเป็นผู้พิพากษา เรื่องอะไรจะให้ไปทำงานอย่างนั้น

'มันนอนเซ้นต์ (ไร้สาระ) มากเลยที่ทำงานเป็นผู้พิพากษาแล้ว จะไปทำงานเป็นเสมียนหรือเป็นธุรการ ที่ทำเนียบ ต้องเลือกเอา ระหว่างเป็นผู้พิพากษากับการทำงานที่ทำเนียบจะเลือกอันไหน ผู้พิพากษามีอำนาจมากมาย และทำในพระปรมาภิไธยด้วย การพูดอย่างนั้น ไร้สาระมากเลยที่บอกว่า ลูกสาวพี่อยากไปทำงานที่ทำเนียบ เขาจะไปทำอะไรนอกจากเป็นนายกรัฐมนตรี คงไม่มาตำแหน่งไหนที่จะเหมาะสำหรับลูกพี่ จุดนี้เป็นจุดไร้สาระมาก ที่บอกว่าท่านสนธิ (พล.อ.สนธิ) จะขอตัวไปทำงาน มันไม่มีประโยชน์ที่จะให้ลูกสาวพี่ไปทำงานที่นั่น ผู้พิพากษาใครๆ ก็อยากเป็นกว่าจะเข้าได้ไม่ใช่ง่าย และเขาไปเรียนเมืองนอกมา วิชาที่เขาเหมาะคือเรื่องกฎหมาย ที่จะไปทำงานกับท่านสนธิคงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปทำงานกับท่าน' นางสดศรี กล่าว

นางสดศรี กล่าวต่อว่า รู้สึกว่าหนังสือพิมพ์บางฉบับได้ลงเรื่องนี้ แต่หากไม่มีหลักฐาน ก็จะฟ้อง เพราะไม่มีประโยชน์จะพูดอะไรเรื่องนี้ การเป็นผู้พิพากษาดีกว่าการเป็นเสมียนในทำเนียบ และลูกก็มีอาชีพเป็นอย่างนี้ ก็ต้องยึดอาชีพนี้ตลอดไป เรื่องอะไรต้องไปทำงานกับพล.อ.สนธิ ที่ไม่รู้ว่าจะอยู่อีกกี่วัน หรืออีกกี่เดือน เรื่องอะไรจะต้องให้ลูกไปทำงานกับคนที่ยังไม่ได้มีหลักฐานอะไร ดังนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ

'การที่หนังสือพิมพ์ไปลงว่ามีเลขที่หนังสือ อย่าลืมว่าการสร้างเอกสารเท็จมีความผิดนะ ที่จริงฟังง่ายๆ ก็รู้มันไม่มีเหตุผล ถ้าท่านสนธิจะให้ลูกสาวไปทำงานกับท่าน ถ้าเป็นตำแหน่งรองนายกฯ พี่จะให้ไป ไม่ใช่ไปเป็นเสมียน กระจิบกระจอกอะไรอย่างนั้นไม่ใช่ แล้วการเป็นผู้พิพากษาดีแล้วสงบกว่า ดีกว่าเดินตามท่านสนธิ ที่เหลือเวลาอีก ไม่เท่าไหร่ คงไม่ปล่อยให้ลูกไปหมดอนาคต'นางสดศรี กล่าว

นางสดศรี กล่าวว่า จะฟ้องร้องแน่นอน ชื่อประดาบ (ชื่อคนเขียนบทความ) เป็นใครก็ไม่รู้ ทั้งนี้จะขอหลักฐาน ก่อนว่า มีหลักฐานจริงหรือไม่ ไม่ใช่การสร้างเอกสารเท็จขึ้นมา ส่วนตัวรู้ว่าการสร้างเอกสารเท็จนั้นมีอยู่เยอะ และเป็นการทำให้คนอื่นเสียหาย ทั้งนี้ ก็ไม่รู้ว่าพล.อ.สนธิจะเอาลูกสาวไปทำอะไร ให้ไปเดินตามหรือถือกระโถน ตามพล.อ.สนธินั้น คงเป็นไปไม่ได้ เพราะลูกสาวขึ้นบังลังก์เป็นผู้พิพากษาทำอะไรแบบนั้นไม่เป็น อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธว่า ยังไม่เคยคุยเรื่องนี้กับพล.อ.สนธิ แต่อย่างใด

นางสดศรี กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ไม่สามารถทำให้ตนสะเทือนได้ เพราะหนักขนาดโดนพีเน็ตฟ้องก็ยังไม่สะเทือน เพราะยึดแค่ความจริงคืออะไร ต้องแสดงความอดทนให้เห็นว่า เรายืนอยู่ได้ขนาดนี้ ทั้งนี้ ขบวนการต่างๆ นั้นก็มีมากอยู่เรื่อย หากเราไม่อดทน ก็อยู่ไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ที่จริงแล้ว รู้สึกท้อแท้อยู่ตลอด แต่ก็ต้องอดทน นำองค์กรไปให้ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ 'ไฮ - ทักษิณ' (http://www.hi-thaksin.net) ได้นำเสนอบทความ เกี่ยวกับความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง ระหว่างพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี กับนางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยระบุว่า ได้พบ 'เอกสารลึก' ซึ่งเป็นเป็นหนังสือสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เลขที่ นร 0401 /7856 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2550 เรื่อง 'ขอยืมตัวข้าราชการช่วยปฏิบัติราชการ ส่งถึง ประธานศาลฎีกา และลงนามโดยนายลอยเลื่อน บุนนาค รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายบริหาร ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการนายกรัฐมนตรี' ซึ่งเป็นหนังสือขอยืมตัว นางสาวกอนณา สัตยธรรม ผู้พิพากษาประจำศาลจังหวัดพระโขนง ไปช่วยราชการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อช่วยปฏิบัติราชการให้แก่รองนายกรัฐมนตรี (พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน) ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 เป็นต้นไป จนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ


‘อภิสิทธิ์'สั่ง‘ไชยวัฒน์'ถอนฟ้องกกต.กรณีให้เลือกตั้งล่วงหน้าโมฆะ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคต้องการแสดงให้เห็นถึงจุดยืนว่าไม่ต้องการให้การเลือกตั้งเกิดความสับสน
"ผมเองไม่สบายใจ ที่มีสมาชิกไปฟ้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ซึ่งเขาใช้สิทธิส่วนตัวไม่ได้มาหารือ ซึ่งได้ขอให้ไปถอนฟ้องภายใน 1-2 วันนี้ เพื่อไม่ให้พรรคถูกมองว่าต้องการให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
พรรค ปชป.ยังหวังว่า กกต.จะทำหน้าที่ตรวจสอบการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาด้วยความเข้มแข็งและเป็นไปตามกฎหมาย โดยไม่หวั่นไหวต่อแรงกดดัน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ และทันต่อการเปิดสภาฯ ในวันที่ 22 ม.ค.51 พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ และไม่ควรออกมาเคลื่อนไหวเพื่อกดดัน กกต.
หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า ขณะนี้พรรค ปชป.ยังถือว่าพรรคพลังประชาชน(พปช.) มีโอกาสเต็มที่ในการรวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาล แม้ว่าการเลือกตั้งจะล่วงเลยหลายวันแล้วก็ตาม เนื่องจากระยะนี้บรรยากาศของบ้านเมืองยังอยู่ในช่วงที่ประชาชนร่วมไว้ลาอาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ การดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคต่าง ๆ จึงได้เลื่อนออกไป
ทั้งนี้ พรรค ปชป.ขอย้ำว่าพรรคยึดถือกฎกติกามารยาทของการปกครองในระบอบรัฐสภา โดยจะให้สิทธิแก่พรรคที่ได้คะแนนเสียงเป็นอันดับหนึ่งก่อนในการรวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลก่อน
"ใครจะเป็นรัฐบาล สูตรไหนยังมีเวลา ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย พูดอะไรแล้วจะเป็นปมให้ตอบโต้หรือโต้แย้งก็ไม่อยากจะพูดออกไป และขณะนี้ยังไม่มีข้อเสนอใดๆ ทั้งสิ้น ยังถือว่าพรรคพลังประชาชนยังเป็นแกนนำในการรวบรวมเสียง เนื่องจากช่วงเวลาที่เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้มีเหตุจำเป็นที่ต้องยืดออกไป...เปิดโอกาสให้พรรคที่ได้เสียงเป็นอันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาลต่อไป ไม่ได้ไปจัดรัฐบาลแข่ง" นายอภิสิทธิ์ ระบุ


จาก hi-thaksin

ประพันธ์ ยัน พปช.ยังได้ ส.ส.สัดส่วน 5 ที่นั่ง หาก ยงยุทธ ถูกใบเหลือง-แดง

กกต. 10 ม.ค. - ประพันธ์ นัยโกวิท ยันหาก ยงยุทธ ติยะไพรัช ถูกใบแดง-ใบเหลือง พปช. ยังได้ ส.ส.สัดส่วน 5 ที่นั่ง กลุ่ม 1 ดังเดิม

นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า ขณะนี้ กกต.ได้พิจารณารับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.ได้กว่า 400 คนแล้ว และจะพยายามเร่งพิจารณารับรอง ส.ส.ให้แล้วเสร็จ ร้อยละ 95 หรือ 496 คน ทันก่อนเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 22 ม.ค. นี้ โดย กกต.จะเร่งพิจารณาสำนวนร้องคัดค้านต่างๆ ที่ยังค้างอยู่ภายในวันที่ 15 ม.ค.

เมื่อถามถึง กรณีปัญหา ส.ส.สัดส่วนในการแจกใบเหลือง-ใบแดง นายประพันธ์ กล่าวว่า เรื่อง ส.ส.สัดส่วนที่ กกต.ประกาศรับรองไปแล้ว เช่น ส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 1 ที่ยกเว้นนายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 1 พรรคพลังประชาชน เพราะบุคคลอื่นๆ ในพรรคเดียวกันไม่ได้ถูกร้องด้วย จึงเห็นว่าจะไม่เป็นธรรม หากไปยับยั้งไม่ประกาศรับรองว่าที่ ส.ส.รายอื่น ที่สังกัดพรรคและกลุ่มเดียวกับนายยงยุทธ เพราะเรื่องของนายยงยุทธยังไม่ทราบชัดเจนว่า ถูกหรือผิดอย่างไร

“หากการสอบสวนเสร็จ และสมมติว่าต้องแจกใบเหลือง-ใบแดง มีขั้นตอนและวิธีการอยู่แล้ว คือถ้าต้องมีการตัดคะแนนออก ตามมาตรา 110 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว.ก็มีบัญญัติอยู่แล้วว่า ถ้าการไม่นับเป็นคะแนน ไม่ได้หมายความว่าจะไม่นับทั้งหมดในกลุ่มจังหวัด ทั้ง 7-8 จังหวัด เพราะตามกฎหมาย อาจไม่นับคะแนนเฉพาะในเขตก็ได้ ซึ่งจำนวนที่จังหวัดเชียงราย เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร เพราะได้พิจารณาไว้แล้ว” นายประพันธ์ กล่าว

ต่อข้อถามว่า แสดงว่าจะตัดคะแนนเป็นบัตรเสียเฉพาะในเขตจังหวัดเชียงราย สถานที่เกิดเหตุทุจริตการเลือกตั้งเท่านั้น นายประพันธ์ กล่าวว่า ตามกฎหมายวรรค 2 อาจพิจารณาตัดเฉพาะในเขต 3 หรือในหน่วย หรือตัดเฉพาะในเขตจังหวัดเชียงรายก็ได้ ไม่จำเป็นต้องตัดทุกจังหวัดในกลุ่ม 1 ซึ่งประเด็นพวกนี้ กกต.ได้พิจารณาไว้หมดแล้ว และถ้าไปดูคะแนน ส.ส.สัดส่วนในกลุ่ม 1 แม้จะตัดคะแนนหมดทั้งเขต จำนวน ส.ส.สัดส่วนของพรรคพลังประชาชนก็จะไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงได้ 5 ที่นั่งเหมือนเดิม ซึ่งจุดเหล่านี้ กกต.ได้พิจารณาไว้ตามสมควรแล้ว

“ไม่ใช่ว่า กกต.ไม่ได้คิดหรือเผลอไป แต่พิจารณาทั้งหมด เพียงแต่ไม่ได้พูดบอกไปก่อน ซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า กกต.ไม่ได้พิจารณาเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้านั้น ไม่ตรงกับที่ กตต.พิจารณา แต่เรื่องนี้เป็นการกล่าวถึงประเด็นข้อกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่ากรณีของนายยงยุทธจะมีความผิด” นายประพันธ์ กล่าว

ต่อข้อถามว่า พฤติกรรมของนายยงยุทธ ไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับทั้งพรรค และจะไม่มีผลทั้งกลุ่ม 1 ใช่หรือไม่ นายประพันธ์ กล่าวว่า ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริง เพราะนายยงยุทธถูกกล่าวหา พร้อมกับว่าที่ ส.ส. เขต 3 จังหวัดเชียงราย พรรคพลังประชาชนเท่านั้น และว่า การพิจารณา ส.ส.ระบบสัดส่วนของ กกต. ไม่ได้พิจารณาเฉพาะพรรคพลังประชาชน แต่พิจารณาพรรคอื่นๆ ที่มีลักษณะปัญหาคล้ายๆ กันด้วย แต่จะใช้หลักเดียวกันไม่ได้ ต้องพิจารณาเฉพาะพรรคใดพรรคหนึ่ง

ส่วนที่มีผู้เสนอว่า การที่ กกต.รับรอง ส.ส.สัดส่วนไปแล้ว อาจมีปัญหาภายหลัง นายประพันธ์ กล่าวย้ำว่า กกต.ได้พิจารณาแล้วว่า หากต้องมีการตัดคะแนน ก็สามารถดำเนินการตัดบางเขตได้ เมื่อถามว่า ไม่จำเป็นต้องส่งให้ศาลฎีกาพิจารณาใช่หรือไม่ นายประพันธ์ กล่าวว่า ถ้าก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง กกต.วินิจฉัยตัดคะแนนได้เลย. - สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-10 16:12:30

‘พปช.'เมินข้อเสนอ‘เสนาะ'จับมือ‘ปชป.'ตั้งรัฐบาล

ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงข้อเสนอของนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ให้พรรคพลังประชาชนร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์เพื่อจัดตั้งรัฐบาล ว่า เป็นไปไม่ได้ที่พรรคพลังประชาชน จะจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อจัดตั้งรัฐบาล
โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า ทางด้านพรรคประชาธิปัตย์ได้ประกาศจุดยืนมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า จะไม่ร่วมงานทางการเมืองกับพรรคพลังประชาชน ฉะนั้นทางที่ถูกต้องที่สุดคือ โดดเดี่ยวพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน เพื่อให้ระบบการตรวจสอบรัฐบาลสมดุลและเข้มแข็ง--จบ--


จาก hi-thaksin