WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, January 11, 2008

จับตาข้อตกลงสมานฉันท์หลังฉาก สายข่าวมั่นใจ พปช.ไม่มียุบ

10 มกราคม 2550

คุณ Alienet สายข่าวจาก
เว็บบอร์ดคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ เปิดเผยข่าวที่ได้รับมาว่า ขณะนี้มั่นใจเพิ่มขึ้นว่าพรรคพลังประชาชน น่าจะไม่ถึงขั้นถูกยุบพรรค หลังจากมีการเจรจาตกลงบางอย่างระหว่างขั้วอำมาตย์และฝ่ายคุณทักษิณ

"ขอฟันธงเลยครับว่า เรื่องยุบพรรคพลังประชาชนรอบสองไม่มีแน่นอนแล้วตอนนี้ หลังจากคุณหญิงพจมานกลับบ้าน แต่คุณยงยุทธอาจจะเจอเคราะห์กรรม ซึ่งคุณยงยุทธเคยดำริที่จะลาออกจากกรรมการและสมาชิกพรรคเพื่อจะตัดวงจรอุบาทว์ไม่ให้กระทบกระเทือนพรรค แต่ล่าสุดประเมินแล้วไม่มีผลต่อการที่พวกขันทีหงอกและคมช.จะพยายามเล่นงานขุนพลภาคเหนือและขุนพลอีสานให้ถึงที่สุดเพื่อกดขวัญกำลังใจของสส.และสมาชิกพรรคพปช."

"ขณะนี้กำลังอยู่ในกระบวนการต่อรองระหว่างคุณทักษิณกับกลุ่มขันทีหงอก ในประเด็นสมานฉันท์เพื่อหาทางลงอย่างไม่เสียศักดิ์ศรีให้ขันทีหงอก โดยยกขนบธรรมเนียมประเพณีไทยเรื่องผู้น้อยต้องขอโทษหรือแสดงให้เห็นว่าเคารพผู้ใหญ่แม้ตนจะไม่ผิดก็ตาม"

"ยังมีเรื่องราวอีกมากที่เป็นข้อเท็จจริงที่บอกไม่ได้ และเป็นการคาดการณ์ความเป็นไปได้ในอนาคตเกี่ยวกับ 'ความสมานฉันท์จากการสิ้นพระชนม์ของพระพี่นางฯ' ที่กำลังดำเนินไปว่าจะลงเอยกันอย่างไรครับ" สายข่าว ผู้คอยป้อนข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองให้กับเพื่อนประชาชนอย่างสม่ำเสมอ กล่าว


จาก Thai E-News

วีซีดีทีเด็ดอยู่ที่ไหน?

ถ้าเป็นผู้กำกับคิวหนังบู๊ก็ต้องยกนิ้วให้ว่าเก๋าเกม รู้ซีน เข้าใจจังหวะเวลา
เร้าบรรยากาศให้ยิ่งน่าระทึก
ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดเชียงราย ได้มีคำสั่งถึงทุกสถานีตำรวจให้มีการจัดกำลังชุดพิทักษ์ฝูงชนกว่า 300 นาย
เพื่อเตรียมพร้อมรับมือหากเกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่ กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะพิจารณาลงมติชี้ชะตาใบแดงของนายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ในวันที่ 11 มกราคม
โดยเฉพาะเจาะจงเลือกฉาก จัดสถานที่ซักซ้อมแผนในการพิทักษ์ฝูงชนกันที่ปัมน้ำมันในอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ฐานที่มั่นใหญ่ของนายยงยุทธ
สมมติกันว่าโดนแน่ๆ
อย่างไรก็ตาม ว่ากันตามรูปคดี หากเป็นไปอย่างที่ต่างฝ่ายต่างยื้อกันอยู่
ดูเหมือนว่า กุญแจสำคัญคือวีซีดีขนกำนันผู้ใหญ่บ้านที่ฝ่ายกล่าวหาอ้างว่าเป็นหลักฐานทีเด็ด แต่ฝ่ายของนายยงยุทธแก้ต่างว่า เป็นภาพตัดต่อ จัดฉากเหตุการณ์
ทั้งๆที่มีผลต่อรูปคดี
แต่ไปๆมาๆ หลักฐานสำคัญดันทำท่าจะ "ล่องหน"
ถามไปทางนางสดศรี สัตยธรรม กกต. ก็โบ้ยว่า หลักฐานวีซีดีเป็นของตำรวจสันติบาล หากนายยงยุทธอยากดูให้ไปขอดูที่ตำรวจสันติบาลเอง
ด้านนายประพันธ์ นัยโกวิท กกต. ก็ยืนยันว่า ทางตำรวจสันติบาลต้องมอบวีซีดีดังกล่าวให้กับ กกต. เพราะถือเป็นหลักฐานสำคัญ
ขณะที่นายสุเมธ อุปนิสากร กกต. ระบุหากตำรวจสันติบาลไม่นำวีซีดีมาให้ กกต.ก็จะถือว่า วีซีดีนั้นไม่ได้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาสำนวนของนายยงยุทธ รวมถึงกรณีที่นายยงยุทธอ้างว่ามีการจัดฉาก กกต.ก็จะนำมาพิจารณาประกอบด้วย
หลักฐานเด็ดที่จะมัดคอให้ยอมจำนนคาหนังคาเขา ส่อเค้า "ล่องหน"
ก็ไม่แปลกที่คนอ่านกฎหมายรู้ดูกฎหมายเป็นอย่างนายยงยุทธ จะตามตื๊อขอดูวีซีดีจาก กกต.เป็นรอบที่ 3 พร้อมประกาศจะติดตามทุกวันจนกว่าจะได้เห็น
ทวงถามหลักฐานเผด็จศึก
และในขณะที่ กกต.กับตำรวจสันติบาลยังยึกยักกึ๊กกั๊กกับหลักฐานเด็ดวีซีดีบันทึกภาพขนกำนันผู้ใหญ่บ้านจากเชียงรายมารับแผนกันที่กรุงเทพฯ
กลายเป็นฝ่ายนายยงยุทธที่เปิดเกมแฉกลับเป็นฉากๆ ด้วยการโชว์ชาร์ตแผนภูมิภาพประกอบแผนการใส่ร้าย เริ่มจากผู้บงการคนหนึ่งที่เคยสั่งการให้ยิงระเบิดเอ็ม 79 ถล่มสำนักงานหนังสือพิมพ์
รองลงมาเป็นระดับปฏิบัติงาน คือ พล.ต.ท."ส" ที่เคยปาระเบิดเข้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ เมื่อตอนที่นายถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา และชอบอุ้มฆ่า
อีกคนคือ พล.ต.ต."ช" ที่ร่วมกับ พล.ต.ท."ส" สร้างพยานหลักฐานเท็จโดยใช้เครือข่ายสันติบาลในพื้นที่ โดยไปใช้ตัวบุคคลที่มีปัญหาทางกฎหมายมาเป็นนกต่อ
นอกจากนี้ยังมี พ.ต.อ.พิเศษ "ธ" ที่ทำหน้าที่ข่มขู่กดดันผู้นำชุมชนในพื้นที่เพื่อมาใส่ร้ายตน นอกจากนี้ เมื่อระดับปฏิบัติการทั้ง 3 ส่งข้อมูลไปยังผู้บงการ
ยังมีอีกกระบวนปล่อยข่าวว่า กกต.รับเงิน เพื่อกดดันการวินิจฉัยของ กกต. ว่าหากพิจารณาว่าตนไม่มีความผิด ก็แสดงว่ารับเงิน นอกจากนี้ตัวผู้บงการยังสั่งงานไปยังลูกพรรคตัวเอง ให้ออกมาแถลงขย่มเหตุการณ์รายวันอีก
ตัดต่อเหตุการณ์ โยงตัวละครเป็นฉากๆ
เปิดเกมแลกหมัดเป็นชุดๆ
แถมล่าสุด เว็บไซต์ "hi-thaksin.net" ในคอลัมน์ "ประดาบ" ได้เปิดเอกสารลึก
อ้างถึงหนังสือสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเลขที่ นร 0401/ 7856 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2550 เรื่องขอยืมตัวข้าราชการช่วยปฏิบัติราชการ ลงนามโดยนายลอยเลื่อน บุนนาค รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ยืมตัวข้าราชการตุลาการไปช่วยราชการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อช่วยปฏิบัติราชการให้แก่รองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2550
โยงสายสัมพันธ์ถึงคนนามสกุลคุ้นๆใน กกต.
ฉายภาพเบื้องหลังเกมทุบพรรคพลังประชาชน.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน--จบ--


////////////////////////////

ข่าวการเมือง(วิเคราะห์):จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

กกต.พลิกมติเปลี่ยนให้ใบแดง'ประสพ' พปช. อุดรธานี

เลขาฯ เผยมติกกต.พลิกเปลี่ยนใบเหลืองให้ใบแดง'ประสพ บุษราคัม' ระบุพิจารณาสำนวนใหม่ล่าสุด โยงถึงเจ้าตัวชัดเจน กำหนดเลือกตั้งวันเดิม 20 ม.ค.

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงผลการประชุม กกต. พิจารณาสำนวนร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งทั้งหมด 6 สำนวน โดยที่ประชุมมีมติสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 1 ปี คือนายประสพ บุษราคัม ว่าที่ส.ส.เขต 3 อุดรธานี พรรคพลังประชาชน เนื่องจากปรากฎการกระทำโดยการ ปราศรัย ใส่ร้าย ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าใจผิดในคะแนนนิยม ด้วยมติ 4 ต่อ 1

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายประสพ ถูกโทษให้ใบเหลืองต้องเลือกตั้งใหม่ ในข้อกล่าวหาเดียวกัน และข้อกล่าวหาแจกเงิน

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุในกกต.จึงมีมติเปลี่ยนแปลง เลขาธิการกกต.กล่าวว่า สำนวนการแจกใบเหลือง ครั้งแรกนั้น เป็นคนละสำนวนกับที่ กกต.แจกใบแดงครั้งนี้ และในสำนวนล่าสุด ก็มีความชัดเจนว่ามีความเกี่ยวโยง กับนายประสพ

เมื่อถามต่อว่า เหตุใดกกต.จึงไม่รวมสำนวนเพื่อพิจารณาในคราวเดียวกัน นายสุทธิพล กล่าวว่า กกต.จำเป็นต้องเร่งการทำงานดังนั้นกรณีไหนเสร็จก่อนก็ต้องให้เจ้าหน้าที่มาเสนอและให้กกต.ตัดสินเลย เมื่อถามอีกว่า แสดงว่าผู้สมัครที่กกต.สั่งให้ใบเหลืองไปนั้นก็ยังมีสิทธิ์ที่จะโดนใบแดงใช่หรือไม่ นายสุทธิพล กล่าวว่า หากมีสำนวน ค้างอยู่และมีหลักฐานถึงก็อาจจะโดนแดงได้ อย่างไรก็ตามส่วนผู้ที่กกต.ได้ให้ใบแดงไปแล้ว และยังมีสำนวนค้าง ก็สามารถโดนแดงได้อีก แต่จะไม่มีผลในทางกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้กกต.จะมีมติเปลี่ยนใบเหลืองของนายประสพเป็นใบแดง ก็จะไม่มีผลกระทบต่อการ สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ใน จ.อุดรธานี เพราะยังคงใช้คำสั่งให้มีการเลือกตั้งเดิมอยู่ ที่กำหนดไว้ในวันที่ 20 ม.ค. ซึ่งกกต.ก็ได้มีการนำเรื่องดังกล่าวหารือในที่ประชุม และเห็นว่า ไม่น่าเป็นปัญหาเพราะภายในสัปดาห์กฤษฎีกา น่าจะรับรองใบแดงของกกต.ได้ และทางกกต.ก็จะมีการส่งผลการพิจารณากฤษฎีกาไปยังจังหวัด เพื่อประกาศให้ประชาชนทราบกันว่า หากวันเลือกตั้งใครลงคะแนนให้กับนายประสพก็จะถือให้เป็นบัตรเสีย


พปช.เชื่อให้ใบเหลือง-แดง ยงยุทธ เกิดปัญหาแน่

ฝ่ายกฎหมายพรรคพลังประชาชน เชื่อหาก กกต.แจกใบเหลือง-แดง 'ยงยุทธ' เกิดปัญหาแน่ อ้างยังไม่มีกฎหมายรองรับ แนะให้ศาลฎีกาตัดสิน

นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกพรรคพลังประชาชน และฝ่ายกฎหมายพรรค ชี้ อาจเกิดปัญหาในอนาคต ได้หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตัดสินให้ใบเหลือง หรือ ใบแดง แก่ นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และส.ส.สัดส่วนกลุ่ม1 เนื่องจากกกต.ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจน ทั้งยังไม่มีกฎหมาย รองรับด้วย ซึ่งทางที่ดีควรให้ใบขาวประกาศรับรองการเป็นส.ส.แก่ นายยงยุทธ ไปก่อน จากนั้นให้ศาลฎีกาเป็นผู้ตัดสิน ขณะที่เห็นว่ากรณีนี้ไม่ถึงขั้นยุบพรรคเพราะไม่มีส่วนเชื่อมโยงกับพรรค ทั้งยังยืนยันว่า 3 พรรคการเมืองพันธมิตร จะแปรพรรคไปจับขั้วกับพรรคประชาธิปัตย์

พร้อมกันนี้ นายศุภชัย เห็นว่าการออกมาแสดงความเห็นของ นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นการดูถูกประชาชนหลังออกมาระบุว่าประชาชนเลือกพรรคพลังประชาชน เป็นฉันทานุมัติลำเอียง


'ประดาบ'คุยกับตัวเอง


ขอขอบคุณทุกท่านที่อวยชัยให้พรวันขึ้นปีใหม่แก่ทีมงาน Hi-thaksin กันมากมายด้วยถ้อยคำหลากหลายที่ล้วนแต่เป็นกำลังใจให้เรามุ่งมั่นทำงานกันต่อไป

ทุกตัวอักษร ทุกถ้อยคำ ทุกวรรค ที่ส่งมาให้เป็นน้ำใจของเพื่อนร่วมทางที่ไม่เคยรู้หน้าแต่รู้ใจกันเป็นที่สุด และนับเป็นของขวัญที่ล้ำค่าอย่างยิ่งที่ทีมงาน Hi-thaksin ได้รับ

น้ำใจไมตรีที่ส่งมาให้ ขอรับเอาไว้ทั้งหมด แล้วก็ขอส่งกลับคืนไปให้แก่ทุกท่านให้มีความเจริญ ก้าวหน้า สมหวังในสิ่งที่ปรารถนาและรอคอยกันมานาน ทั้งในเรื่องของชีวิตส่วนตัว ชีวิตการงาน และเรื่องบ้านเมืองอันเป็นที่รักของพวกเรา รวมไปถึงการได้คนที่เรารักกลับคืนมาสู่แผ่นดินกันเสียทีในปีนี้

แต่ที่ต้องบอกตรงๆ ว่าติดขัดและขออนุญาตบอกปัดรับไว้ไม่ได้ก็คือ คำยกย่องเยินยอสรรเสริญทั้งหลายที่ทุกท่านมีมาให้ ราวกับว่าเราเป็นเหล่าผู้กล้าออกมาท้ารบกับเผด็จการ และเป็นอัศวินกู้บ้านกู้เมือง นั้น ไม่กล้าออกหน้ารับไว้ และต้องขอปฏิเสธทั้งหมด

พวกเราไม่ใช่ผู้กล้า ไม่ใช่อัศวิน และไม่ได้มากอบบ้านกู้เมือง อย่างที่บางท่านคิดอ่านและเข้าใจกันไปเอง เราเพียงแต่มาทำหน้าที่สื่อสารข้อมูล ความคิด ความเห็น และความเป็นจริงในสังคม ที่สื่อมวลชนทั่วไป ไม่ยอมนำเสนอ และทำงานของเราตามที่หัวใจอิสระของเราสั่งการให้เราทำ คือ เป็นแหล่งรวบรวมความรักและความคิดถึง ส่งไปให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เท่านั้น

เกือบ 1 ปีที่ผ่านมา Hi-thaksin ได้รับกำลังใจจากทุกท่านอย่างมากมายเกินกว่าที่เราคาดคิดไว้ และได้กลายเป็นพลังใจสำคัญที่ทำให้เราจากมือสมัครเล่นต้องพยายามทำตัวให้เป็นมืออาชีพ แต่ดูเหมือนจะยาก เพราะเราไม่ได้มีอาชีพสื่อสารมวลชน และการทำเวปไซต์นี้ ก็ยึดเป็นอาชีพไม่ได้เสียด้วยสิ เนื่องจากไม่มีรายได้แม้แต่สตางค์เดียว มีแต่รายจ่ายเต็มไปหมด

ที่ผ่านมา 1 ปี ต้องบอกว่าพวกเราทีมงาน เก็บอาการได้เก่งมาก แต่ยิ่งนานวันก็ยิ่งเหนื่อย และต้องสารภาพว่าจากที่เคยทำกันสบายๆ ไม่เดือดร้อน เพราะอาชีพหลักยังเป็นแหล่งรายได้ที่ไม่ติดขัด แต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา งานบางงานที่น่าจะนำรายได้มาให้เรา เพื่อเป็นราย จ่ายทำเวปไซต์นี้ ไม่เป็นไปตามที่เราคิด เพราะพิษเศรษฐกิจ จึงทำให้เราต้องเริ่มต้นปีนี้ด้วยความเหนื่อยยากพอสมควร

บอกเล่าเรื่องนี้ไม่ได้มาขอความเห็นใจ และขอรับการสนับสนุน ทุกอย่างยังคงเหมือน เดิม คือ เวปไซต์นี้ไม่ได้มุ่งหารายได้ แต่มุ่งหาเพื่อนร่วมทางที่มีความรักความเข้าใจต่อกันมากกว่า ความสำเร็จของเราจึงไม่ใช่มีเงินทองมีรายได้ หากแต่เป็นจำนวนเพื่อนร่วมทาง ที่นับวันจะมีเพิ่มขึ้น แค่นี้ก็ชื่นใจแล้วครับ

พูดถึงเรื่องรายได้ ก็ต้องขอใช้โอกาสนี้ชี้แจงเสียเลยว่า หนังสือเรื่อง “ก้อนกรวดในรองพระบาท” ที่มีผู้นำบทความที่ผมเขียนไปพิมพ์จำหน่ายนั้น ผมไม่ได้เป็นผู้จัดพิมพ์ รวมไปถึงหนังสืออีก 5-6 เล่ม (เท่าที่ทราบ) ที่มีการพิมพ์จำหน่ายกันนั้น ผมก็ไม่ได้มีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าเนื้อหาในหนังสือ จะเป็นการคัดลอกบทความในเวปไซต์นี้ ไปพิมพ์ก็ตาม

หากยังจำกันได้ ผมเคยเขียนไว้แต่แรกๆ ของการทำเวปไซต์นี้ ว่าหากใครพึงพอใจจะคัดลอก หรือทำซ้ำบทความ และ คลิปวีดีโอ ไปเผยแพร่ จัดจำหน่าย ทั้งฟรี และหารายได้ ก็ทำกันได้เต็มที่ ผมไม่สงวนลิขสิทธิ์ และไม่คิดที่จะแบ่งทั้งรายได้และรายจ่าย แต่จะขอบคุณด้วยซ้ำที่ช่วยเผยแพร่ไปสู่ประชาชนให้กว้างขวางมากที่สุด และเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์เวปไซต์ให้พวกเรา ทั้งทางตรงและทางอ้อม

คลิปวิดีโอ “1 ปีที่หายไป” ที่พวกเราผลิตขึ้นมา และนำมาเสนอบนเวปไซต์นี้ เป็นอีกหนึ่งผลงานที่เราทำกันขึ้นมาแบบง่ายๆ เท่าที่เครื่องไม้เครื่องมือจะอำนวย เพื่อบอกเล่าความจริงอีกด้านหนึ่งของทักษิณ และ คนรักทักษิณ

ปรากฎว่ามีผู้นำไปผลิตเป็นวีซีดีออกวางจำหน่าย ราคา 19 บาท ส่งขายกันทั่วประเทศ และวันนี้ก็ได้กลายเป็นประเด็นที่กกต. นำไปกล่าวหาผู้สมัครรับเลือกตั้งพรรคพลังประชาชน ผมก็ไม่ได้ดำเนินการเช่นกัน และอยากจะขอร้องคนที่ได้ประโยชน์จากการจำหน่ายวีซีดี 1 ปีที่หาย ไป ช่วยไปให้ปากคำแก่กกต. ด้วยว่า วีซีดีชุดนี้ มีที่มาอย่างไร และไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชาชนเลย เพราะผู้จัดทำคือ ทีมงาน Hi-thaksin ไม่ใช่พรรคพลังประชาชน

น้องๆ ในทีมงาน ทำนายดวงชะตาของผมว่า ปีนี้น่าจะเป็นปีที่ผมโด่งดังเป็นพลุ ผมถามว่าทำไมคิดอย่างนั้น คำตอบก็คือ เพียงแค่เริ่มต้นปีใหม่ขึ้นมา ชื่อเสียงของ ประดาบ ก็ดังไปทั่วประเทศ เพราะว่าที่นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ท่านแนะนำให้ประชาชนไปหาอ่านหนังสือเรื่องก้อนกรวดในรองพระบาท และหนังสือพิมพ์ทุกเล่มก็ไปสืบหามาบอกแก่ผู้อ่านของตัวเองว่าคนเขียนหนังสือเล่มนี้ ชื่อ ประดาบ จึงอนุมานได้ว่า ประดาบน่าจะเป็นนักเขียนสมัครเล่นที่ดังและมีคนรู้จักมากที่สุด ในชั่วโมงนี้

ก็ต้องขอบคุณท่านสมัคร สุนทรเวช ไว้ ณ ที่นี้ด้วย ที่ช่วยโฆษณาให้คนรู้จัก “ก้อนกรวดในรองพระบาท”แต่ขออนุญาตน้อยใจที่ท่านไม่ยอมอ่านสักตัว และขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ช่วยกันโฆษณาว่า ประดาบ เป็นเจ้าของผลงาน “ก้อนกรวดในรองพระบาท” โดยที่ผมไม่ต้องจ่ายเงินค่าโฆษณาสักบาทเดียว

ดีครับ... ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ประชาชนจะได้รู้จัก “ก้อนกรวดในรองพระบาท” มากขึ้น จะได้ช่วยกันหยิบก้อนกรวดออกจากรองพระบาท

อีกท่านหนึ่งที่ต้องขอบคุณที่ช่วยโฆษณาชื่อเสียงของประดาบ ก็คือ คุณคำนูน สิทธิสมาน เจ้าของนามปากกา เซี่ยงเส้าหลง และ รามบุตรี 516 คอลัมนิสต์ชื่อดังในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน ที่ยกงานเขียนของผม เรื่อง “เงื่อนไข 5 ข้อ จากบรรหาร ถึงสมัคร ที่ประชาชนรอฟังคำตอบ” ไปสกัดกั้นไม่ให้พรรคชาติไทยร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน โดยการผูกโยงว่า เวปไซต์นี้ คือตัวแทนของพรรคพลังประชาชน และ ประดาบ เขียน ก็คือ พลังประชาชน พูด

เมื่อประดาบไม่พอใจ และไม่เห็นด้วย ก็แปลว่า พรรคพลังประชาชนไม่พอใจ และไม่เห็นด้วย เช่นกัน

คอลัมนิสต์อายุงานกว่า 30 ปี อย่าง คุณคำนูณ สิทธิสมาน ไม่น่าจะผูกโยงเรื่องราวโดยไร้หลักฐานมาเป็นรอยต่อหรือเป็นตะเข็บเย็บแต่ละเรื่องเข้าด้วยกัน และไม่ควรนำจินตนาการของตน เอง มาเป็นข้อเท็จจริง นำเสนอกับประชาชน เช่นนี้เลย

Hi-thaksin ไม่ใช่พลังประชาชน และไม่ใช่กระบอกเสียงของพลังประชาชน ประดาบ ก็ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค แม้กระทั่งสมาชิกพรรคก็ไม่ได้เป็น แต่ได้ไปลงคะแนนให้แก่พรรคพลังประชาชน

เพราะฉะนั้น ก็ฝากความไปถึงคุณคำนูน ด้วยว่า แม้จะงานหนัก และงานมาก แต่ควรจะรักษาคุณภาพของงาน ไม่ควรมั่ว เพราะจะทำให้ขาดความน่าเชื่อถือต่ออาชีพนักสื่อสาร มวลชนที่ดี อย่างมาก

อีกทั้งอยากจะฝากความไปถึง คุณบรรหาร ศิลปอาชา ด้วยว่า ประดาบ ไม่ชอบคุณบรรหาร ก็คือ ประดาบไม่ชอบ ประดาบไม่อยากให้พรรคพลังประชาชน รับคุณบรรหาร ร่วมรัฐบาล ก็เป็นความเห็นของประดาบ ส่วนพรรคพลังประชาชนจะรัก ชอบ คุณบรรหาร และ ร่วมรัฐบาลกับคุณบรรหาร ก็เป็นเรื่องของพรรคพลังประชาชน ประดาบไม่เกี่ยวข้อง

แต่ ประดาบ จะทำตามที่ได้ประกาศไว้แล้วคือ จะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล อย่างเข้มข้นและเอาจริงเอาจัง และจะแฉ ประจานทุกเรื่องทุกราว ไม่แตกต่างจากที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้

ขอให้เชื่อว่า เรื่องแบบนี้ ประดาบทำจริง และรักที่จะทำ ด้วย

เพราะถือคติว่า รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี

เพราะประดาบ รักพรรคพลังประชาชน จึงต้องตี เพื่อไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง และเป็นที่ผิดหวังของประชาชนผู้สนับสนุนทั่วประเทศ

หวังว่าทุกท่านคงเข้าใจในความปรารถนาดีที่ถ่ายทอดผ่านไม้เรียว ของประดาบ ด้วย

ประดาบ จาก hi-thuksin

Thursday, January 10, 2008

เลือก วิชัย-พล.อ.อมรฤทธิ์ เป็น กก.ตุลาการศาลปกครองแทนตำแหน่งที่ว่าง

รัฐสภา 10 ม.ค.-การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันนี้ (10 ม.ค.) มี พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ รองประธาน สนช. เป็นประธานการพิจารณาเลือกกรรมการตุลาการศาลปกครอง ผู้ทรงคุณวุฒิแทนตำแหน่งที่ว่าง ตามมาตรา 226 (3) ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ซึ่งคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาเสนอรายชื่อและตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่เห็นสมควรเป็นกรรมการตุลาการศาลปกครองผู้ทรงคุณวุฒิ แทนตำแหน่งที่ว่างลง 2 ตำแหน่ง เนื่องจากนายพีระ บุญจริง และ พล.ท.เดชพันธ์ ดวงรัตน์ ครบวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปี เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2550


ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้มีมติเสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด จำนวน 6 คน ให้ได้รับการเสนอรายชื่อเป็นกรรมการตุลาการศาลปกครองผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ พล.ท.เดชพันธ์ ดวงรัตน์ อายุ 63 ปี อดีตกรรมการตุลาการศาลปกครอง ผู้ทรงคุณวุฒิ พล.อ.ธนพล บุณโยปัษฎัมภ์ อายุ 73 ปี อดีตกรรมการตุลาการศาลปกครองผู้ทรงคุณวุฒิ นายพีระ บุญจริง อายุ 77 ปี อดีตกรรมการตุลาการศาลปกครอง ผู้ทรงคุณวุฒิ นายวิชัย ธรรมชอบ อายุ 69 ปี ที่ปรึกษาในคณะกรรมการที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) นายวิชัย วรรณสิน อายุ 67 ปี อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี และ พล.อ.อมรฤทธิ์ แพทย์เจริญ อายุ 61 ปี อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมได้ลงคะแนนโดยวิธีลับ โดยผู้ที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุด 2 คน คือ นายวิชัย ได้ 102 คะแนน และ พล.อ.อมรฤทธิ์ ได้ 89 คะแนน.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-10 20:13:41

กกต.ตั้ง กก.สืบสวนสอบสวนคดี ยงยุทธ ชุดใหม่

กกต. 10 ม.ค.- กกต.มีมติตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนคดี “ยงยุทธ ติยะไพรัช” ใหม่ และให้สันติบาลมอบสำนวนการสอบสวนและหลักฐานทั้งหมด รวมทั้งวีซีดีเจ้าปัญหา ให้ กกต. หลังเจ้าตัวร้องคัดค้านตัวพนักงานสอบสวนที่มาจากสันติบาล

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกต.วันนี้ (10 ม.ค.) พิจารณากรณีคำร้องคัดค้านผลการเลือกตั้ง ที่ จ.เชียงราย ซึ่งนายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 1 พรรคพลังประชาชน ร้องคัดค้านตัวพนักงานสอบสวนชุดที่มาจากสันติบาล และมีมติให้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนขึ้นมาใหม่อีก 1 ชุด เน้นบุคลากรจากฝ่ายสืบสวนสอบสวนของ กกต. และให้ชุดสืบสวนของสันติบาลมอบสำนวนการสอบสวนทั้งหมด รวมทั้งวีซีดีบันทึกภาพเหตุการณ์การจ่ายเงินเพื่อซื้อหัวคะแนน ให้กับกรรมการชุดดังกล่าวด้วย ซึ่งได้รับคำยืนยันว่าจะนำมาให้ภายในวันที่ 11 ม.ค.ไม่เกินเวลา 13.00 น.

“ชุดสืบสวนของสันติบาลยังทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ กกต.ในสำนวนการทุจริตการเลือกตั้งคดีอื่น ซึ่งไม่ถือว่าเป็นความขัดแย้งกัน และคิดว่าไม่น่าจะเกิดปัญหาขึ้นในอนาคตกับสำนวนอื่นที่สันติบาลได้ทำไว้ เพราะทุกหน่วยงานจะต้องให้ความร่วมมือกับ กกต.” นายสุทธิพล กล่าว

ต่อข้อถามว่า หาก กกต.ยังคงยืนยันที่จะเปิดวีซีดีในสำนวนทุจริตที่ จ.เชียงราย ให้นายยงยุทธดู เพื่อแก้ข้อกล่าวหรือไม่ นายสุทธิพล กล่าวว่า เป็นดุลยพินิจของคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนชุดใหม่ แต่โดยหลักปฏิบัติทั่วไป จำเป็นต้องเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกร้องคัดค้านชี้แจงข้อกล่าวหา

ด้าน นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. กล่าวว่า หากสันติบาลส่งมอบวีซีดีดังกล่าวมาให้ กกต. ก็จะให้นายยงยุทธดู ดังนั้น ที่ตั้งใจว่าจะวินิจฉัยกรณีของนายยงยุทธ ในวันที่ 11 มกราคม คงต้องเลื่อนออกไปก่อน อย่างไรก็ตาม จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ส่วนกรณีที่นายวีระ สมความคิด มีหนังสือมาถึง กกต. ขอให้ตรวจสอบกรณีสำนวน จ.เชียงราย ที่มีข่าวระบุว่า ข้อมูลรั่วไปถึงมือนายยงยุทธนั้น รองเลขาธิการ กกต.ทำหนังสือเรื่องดังกล่าวเสนอให้ กกต.ทราบแล้ว แต่ กกต.กำลังเร่งพิจารณาเรื่องการรับรอง ส.ส. จึงยังไม่ได้อ่าน เพราะมีจำนวนหลายสิบหน้า แต่ได้ให้เจ้าหน้าที่ทำสำเนาให้ กกต.แต่ละคนไปศึกษา และคงจะนำมาพุดคุยกันในที่ประชุม กกต. วันพรุ่งนี้ (11 ม.ค.).-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-10 20:04:29

กกต.รับรอง ส.ส.เพิ่มอีก 17 คน

สำนักงาน กกต. 10 ม.ค. - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (10 ม.ค.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติรับรอง ส.ส.ระบบแบ่งเขต จำนวน 15 คน ประกอบด้วย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เขต 1 พรรคพลังประชาชน จ.สิงห์บุรี นายวีระพล อดิเรกสาร เขต 2 พรรคพลังประชาชน สระบุรี นายวิเชียร ขาวขำ เขต 4 พรรคพลังประชาชน จ.อุดรธานี นายสุทิน คลังแสง เขต 1 พรรคพลังประชาชน จ. มหาสารคาม นายสุรจิตร ยนต์ตระกูล เขต 1 พรรคพลังประชาชน จ.มหาสารคาม นายจิรวัฒน์ ศิริพาณิชย์ เขต 1 พรรคพลังประชาชน จ.มหาสารคาม นายเจริญ จรรย์โกมล เขต 1 พรรคพลังประชาชน จ.ชัยภูมิ นายสุชาย ศรีสุรพล เขต 4 พรรคพลังประชาชน จ.ขอนแก่น

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เขต 4 พรรคพลังประชาชน จ.ขอนแก่น ว่าที่ร้อยตรีพงศ์พันธ์ สุนทรชัย เขต 1 พรรคพลังประชาชน จ.หนองคาย นายสมคิด บาลไธสง เขต 1 พรรคพลังประชาชน จ.หนองคาย นางชมภู จันทาทอง เขต 1 พรรคพังประชาชน จ.หนองคาย นางนันทนา ทิมสุวรรณ เขต 2 พรรคพลังประชาชน จ.เลย นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เขต 2 พรรคพลังประชาชน จ.เลย และนายนราพัฒน์ แก้วทอง เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ จ.พิจิตร

นอกจากนี้ กกต. ยังประกาศรับรอง ส.ส. แบบสัดส่วนอีก 2 คน ประกอบด้วย นายไพฑูรย์ แก้วทอง ส.ส. สัดส่วนกลุ่ม 2 พรรคประชาธิปัตย์ และนายธนเทพ ทิมสุวรรณ ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 3 พรรคพลังประชาชน

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ กกต.ได้รับรอง ส.ส. ไปแล้ว 403 คน และในวันนี้ (10 ม.ค.) ประกาศรับรองเพิ่มอีก 17 คน รวมเป็น 420 ดังนั้น จึงเหลือจำนวนอีกกว่า 30 คน จึงจะครบ 465 คน หรือร้อยละ 95 ก็จะสามารถเปิดประชุมสภาผู้แทนสภาราษฎรได้ตามที่กฎหมายกำหนด. -สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-10 19:47:44

สดศรี ฉุนลูกสาวถูกโยงเกี่ยวข้องการเมือง

กทม. 10 ม.ค. - นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่พอใจที่ www.hi-thaksin.com ระบุว่า สำนักนายกรัฐมนตรีทำหนังสือขอตัวบุตรสาวไปช่วยราชการที่หน้าห้อง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้กลุ่มบุคคลที่กุข่าว โดยเฉพาะเจ้าของเว็บไซต์เปิดเผยตัว เพื่อที่จะได้ฟ้องหมิ่นประมาท ยืนยันไม่เคยคิดเอาบุตรสาวมายุ่งกับการเมือง หรือนักการเมือง และย้ำว่าบุตรสาวเป็นผู้พิพากษา คงไม่คิดจะย้ายไปทำงานที่อื่น

“ดิฉันเคยประสานไปยังกระทรวงไอซีที ให้ช่วยตรวจสอบเว็บไซต์ดังกล่าว เพราะถูกโจมตีมาตลอด และที่ผ่านมาเห็นว่า กระทรวงไอซีทีได้ปิดเว็บไซต์ดังกล่าวไปแล้ว แต่ทำไมยังเปิดอีกได้ และมาโจมตีครอบครัวดิฉัน” นางสดศรี กล่าว พร้อมย้ำว่า การพิจารณาให้ใบเหลือง-ใบแดง ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้พรรคการเมืองใด เป็นการตัดสินไปตามข้อเท็จจริง และตามข้อกฎหมาย. - สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-10 19:05:29

ไชยวัฒน์ ยืนยันไม่ถอนฟ้องเลือกตั้งล่วงหน้าโมฆะ

นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีต ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต้องการให้ถอนการฟ้องร้องต่อศาล เพื่อให้วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 15 -16 ธันวาคม 2550 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้เพิกถอนการนับคะแนนเสียงในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 เป็นโมฆะ ว่า เป็นการแสดงความคิดเห็นของนายอภิสิทธิ์ต่อสังคม

“ที่ระบุว่าผมทำไปโดยไม่ได้ปรึกษาหัวหน้าพรรค เป็นเพราะช่วงที่ผมไปร้องต่อศาล ใกล้วันหยุดช่วงปีใหม่ ถ้านำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของพรรค จะไม่ทันเวลา จึงตัดสินใจฟ้องร้องทันที จากนั้น จึงแจ้งเรื่องดังกล่าวให้ผู้ใหญ่ในพรรคได้รับทราบ ซึ่งไม่มีใครมีปัญหาอะไร” นายไชยวัฒน์ กล่าว

นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้จะยังไม่ดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น เพราะในการฟ้องร้องกรณีดังกล่าว มีผู้สมัครจากพรรคอื่น เช่น นายสราวุธ ทองเพ็ญ เลขาธิการพรรคความหวังใหม่ และอดีตผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วน กลุ่มที่ 3 พรรคความหวังใหม่ ยื่นฟ้องเช่นกัน ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งจะมีการไต่สวนในวันที่ 11 มกราคมนี้ จึงคิดว่าต้องให้เกียรติกับผู้ที่ยื่นฟ้องร้องในประเด็นนี้ก่อน ถ้าศาลมีคำวินิจฉัยเป็นอย่างไร ก็จะนำมาทบทวนอีกครั้งว่าจะถอนฟ้องหรือไม่.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-10 19:16:25