WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, January 11, 2008

"เฉลิม" ยัน พปช.ไม่ชักใยม็อบกดดัน กกต.

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.ระบบสัดส่วนกลุ่ม 6 พรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ระหว่างการหาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคที่จังหวัดนครราชสีมา ถึงกรณีที่มีประชาชนชุมนุมกดดันคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในกรณีว่าที่ผู้สมัครของพรรคได้รับใบเหลืองหรือใบแดงว่า ขอยืนยันว่าพรรคพลังประชาชนไม่ได้อยู่เบื้องหลัง แต่ที่มีการชุมนุมคงเป็นเพราะประชาชนชอบและผู้สมัครของพรรคก็ได้รับการเลือกตั้งแบบชนะขาด ตนยืนยันว่าไม่มีใครปัญญาทึบไปกดดัน กกต. แต่การที่ประชาชนออกมาชุมนุมเป็นเพราะประชาชนกับผู้สมัครชอบพอกัน

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องการให้นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคประชาธิปัตย์ ถอนคำฟ้องจากศาลฎีกาที่ขอให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะว่า เรื่องนี้ไม่อยากวิจารณ์พรรคประชาธิปัตย์ แต่เห็นว่านายไชยวัฒน์ ไปผิดศาล อาจจะรู้ว่ายื่นเรื่องผิดศาล เพื่อแสดงสปิริต จึงให้ถอนเรื่อง แต่ความจริงคือพลาดไปแล้ว


กกต.ให้คณะอนุ กก.สอบ ยงยุทธ ตัดสินใจให้ดูวีซีดีหรือไม่

กกต. 11 ม.ค.– “สุเมธ” ให้คณะอนุฯ สอบสวนกรณี “ยงยุทธ” ขอดูวีซีดีได้หรือไม่ ชี้วีซีดีไม่สามารถบอกรายละเอียด ด้าน “สดศรี” ระบุหากคณะอนุ กก.ฯ สอบยังไม่แล้วเสร็จ 15 ม.ค.นี้ ต้องรับรองผลการเลือกตั้งของ “ยงยุทธ” ไปก่อน หากพบผิดจริงไว้สอยทีหลัง

นายสุเมธ อุปนิสากร กรรมการการเลือกตั้ง กล่าวถึงการพิจารณาสำนวนร้องคัดค้านนายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ ส.ส.แบบสัดส่วน กลุ่มที่ 1 พรรคพลังประชาชน ว่า ตอนแรกมีบุคคลมาร้องกับ กกต.ว่า นายยงยุทธ กระทำผิด แต่พนักงานสอบสวนของ กกต.ที่จังหวัดเชียงราย ได้หอบสำนวนกลับมายัง กกต.กลาง พร้อมแจ้งว่า ไม่สามารถทำสำนวนนี้ได้ แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ก็ขอคืนสำนวนเช่นกัน ดังนั้น กกต.จึงมีมติแต่งตั้งให้ตำรวจสันติบาลเข้ามารับผิดชอบในการสอบสวนสำนวนนี้ ซึ่งต่อมานายยงยุทธ ได้ขอเปลี่ยนพนักงานสอบสวน โดยให้เหตุผลไว้หลายประเด็น ซึ่ง กกต.นำมาพิจารณาอย่างมาก จนสุดท้ายมีมติให้ตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนของ กกต.ขึ้นมาทำหน้าที่แทนตำรวจสันติบาล เพื่อความเป็นธรรม โดยจะพยายามทำงานให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม ต้องให้เวลาคณะอนุฯ ทำงานด้วย เพราะอาจต้องลงพื้นที่ไปสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป

ส่วน กกต.จะให้นายยงยุทธ ดูวีซีดีที่สันติบาลอ้างว่า เป็นหลักฐานบันทึกภาพที่นายยงยุทธนำรถตู้ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปรับกลุ่มกำนัน หัวคะแนน จากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งหรือไม่นั้น นายสุเมธ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับฝ่ายสืบสวนสอบสวน ทั้งนี้ หากไม่ให้ดู ก็ถือว่าไม่ใช่หลักฐาน อย่างไรก็ตาม คิดว่าตำรวจสันติบาล ต้องส่งวีซีดีดังกล่าวมาให้ กกต. เพราะ กกต.ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหาต้องมีโอกาสต่อสู้อย่างเต็มที่ แต่การจะให้ดูหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคณะอนุฯ ที่จะเสนอความเห็นมายัง กกต.

นายสุเมธ กล่าวว่า วีซีดีดังกล่าวเป็นภาพถ่าย แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมว่า มีบุคคลใดบ้าง และทำสิ่งใดบ้าง อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดของภาพเหล่านั้นได้ ส่วนระยะเวลาการในพิจารณาให้ใบเหลืองหรือใบแดงของ กกต. เริ่มเหลือน้อยลงทุกทีนั้น เรื่องนี้ กกต.จะพิจารณาตามสำนวนที่ถูกเสนอเข้ามา โดยจะพยายามพิจารณาทุกวัน และทำงานให้เร็ว หากวันที่ต้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 22 ม.ค.นี้ มี ส.ส.ไม่ถึงร้อยละ 95 ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เนื่องจากเราพยายามดีที่สุดแล้ว

ด้านนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนการทุจริตใน จ.เชียงราย ที่มีนายสุวิทย์ ธีรพงษ์ เป็นประธาน แทนชุดสืบสวนของตำรวจสันติบาล ว่า คณะอนุกรรมการชุดดังกล่าว จะทำหน้าที่ต่อเนื่องจากการทำงานของชุดสืบสวนของสันติบาลในกรณีการทุจริต ที่ จ.เชียงราย แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่า คณะกรรมการชุดดังกล่าวจะสอบสวนข้อเท็จจริงเสร็จก่อนวันที่ 22 ม.ค.หรือไม่ อย่างไรก็ตาม กกต.ได้มีหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลให้ส่งสำนวนการสอบสวน พร้อมทั้งคืนวีซีดีทั้งหมดให้ กกต. เพื่อ กกต.จะได้นำสำนวนทั้งหมดให้คณะอนุกรรมการฯไปดำเนินการต่อ ส่วนจะเรียกพยานคนใดมาสอบเพิ่มเติมนั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าว

“คณะอนุกรรมการชุดนี้จะมีด้วยกัน 5 คน ซึ่งทุกคนมีความรู้ มีประสบการณ์ มีความซื่อสัตย์สุจริต และเป็นถึงตุลาการ และอดีตอัยการชั้นผู้ใหญ่ เชื่อว่า คณะอนุกรรมการจะสืบสวนจะทำความจริงให้ประจักษ์ด้วยความเป็นกลาง และเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม ผมไม่ขอเปิดเผยชื่อว่า ใครบ้างที่เป็นคณะกรรมการบ้าง เพราะอยากให้พวกเขาทำงานได้อย่างเต็มที่ ขณะนี้ กกต. ได้รับการประสานงานมาจากตำรวจสันติบาลแล้วว่า จะส่งสำนวนรวมทั้งวีซีดีคืนให้กับ กกต.ไม่เกินบ่ายวันนี้” นายสุทธิพล กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อ กกต.ได้วีซีดีคืนมาแล้ว นายยงยุทธ สามารถดูวีซีดีได้ทันทีหรือไม่ นายสุทธิพล กล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับสันติบาลว่า จะส่งวีซีดีมาให้เมื่อไร ทั้งนี้ เมื่อนายยงยุทธดูวีซีดีแล้วก็สามารถนำพยานบุคคลมาแก้ข้อกล่าวหาได้ แต่ต้องดูความพร้อมของฝ่ายสืบสวนสอบสวนด้วยเช่นกัน

นายสุทธิพล กล่าวถึงการพิจารณาสำนวนของ กกต. ว่า ถ้า กกต. พิจารณาสำนวนตามกรอบเวลา คาดว่าจะเหลือจำนวน ส.ส.ที่ยังไม่ได้รับรองเพียง 31 คน อย่างไรก็ตาม กกต.จะเร่งการประชุม เพื่อให้ทันการเปิดประชุมสภาฯ โดยต้องคำนึงถึงความละเอียดรอบคอบ นอกจากนี้ กกต.ยังได้มีการพิจารณาความเห็นกรณีใบแดงก่อนส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบแล้ว 2 เรื่อง ในส่วนของสำนวนที่เข้าข่ายใบเหลืองนั้น ทางฝ่ายสืบสวนสอบสวนที่เกี่ยวข้องก็ยังเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนอยู่

ส่วนนางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมือง ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ที่ประชุม กกต. จำเป็นต้องเลื่อนการลงมติในการพิจารณาสำนวนทุจริตเลือกตั้งของนายยงยุทธ ออกไปก่อน เนื่องจากเมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา กกต.ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนขึ้นใหม่ เพื่อพิจารณากรณีของนายยงยุทธ โดยเฉพาะ ซึ่งคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวจะลงพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อเริ่มต้นทบทวนการสอบพยานใหม่ทั้งหมด อันเป็นการเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้ต่อสู้คดีกันอย่างเต็มที่

นางสดศรี กล่าวว่า กกต.จะเปิดโอกาสให้นายยงยุทธ ได้ดูวีซีดี ตามที่เจ้าตัวได้ร้องขอไว้ ก่อนที่จะชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งได้รับการแจ้งข้อมูลว่า ตำรวจสันติบาลจะนำวีซีดีดังกล่าวมามอบให้ที่ กกต.ในวันนี้

“คณะอนุกรรมการของ กกต.ชุดสืบสวนสอบสวนจะลงพื้นที่ จ.เชียงราย จะเริ่มกระบวนการสอบพยานที่สอบไปแล้วใหม่ว่าจะยืนยันคำให้การเดิมหรือไม่ ซึ่งจะใช้ผู้กล่าวหา และผู้ถูกกล่าวหารายเดิม หรืออาจเพิ่มเติมพยานแล้วแต่ทางคณะอนุกรรมการ ซึ่งเราให้โอกาสต่อสู้คดีกันเต็มที่" นางสดศรี กล่าว

นางสดศรี กล่าวว่า หากการสืบสวนสอบสวนของคณะอนุกรรมการดังกล่าวเสร็จไม่ทันวันที่ 15 ม.ค.นี้ กกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งของนายยงยุทธ ไปก่อน และภายหลังหากมีข้อสรุปที่แน่ชัดว่า มีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งจริง จึงจะให้ใบเหลืองหรือใบแดงต่อไป แต่ตรงนี้ต้องขึ้นอยู่กับการสอบสวนของคณะอนุกรรมการชุดนี้ว่าเสร็จและได้ผลสรุปอย่างไร ซึ่งคณะอนุกรรมการชุดนี้จะต้องทบทวนใหม่หมด ถ้าทำไม่ทัน กกต.จำเป็นที่จะต้องประกาศรับรองไปก่อน แล้วค่อยสอยทีหลัง หากข้อมูลหลังฐานชัดเจน

“ล่าสุด กกต.ได้ประกาศรับรองรายชื่อ ส.ส.ไปแล้ว 420 คน จากทั้งหมด 480 คน โดยเชื่อว่าจะสามารถประกาศรับรองได้ร้อยละ 95 หรือ 456 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่จะสามารถเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกในวันที่ 22 ม.ค.นี้ได้ ตามที่กฎหมายกำหนด” นางสดศรี กล่าว.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-11 15:06:20

‘ไอซีที'แนะต้องมีเจ้าทุกข์แจ้งความก่อนเอาผิดเว็บ‘ไฮ-ทักษิณ'

นายวรพัฒน์ ทิวถนอม รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ออกมาระบุถึงกรณีที่ นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึง ถึงการทำงานของ กระทรวงไอซีที ต่อการดำเนินการควบคุมเว็บไซต์ไฮทักษิณ ดอทคอม ที่มีการโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทว่า พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ขอให้นางสาวกอณาม สัตยธรรม บุตรสาวของนางสดศรี มาช่วยราชการว่า กรณีดังกล่าวถือว่ามีความผิดส่วนตัว และเมื่อมีการกระทำความผิดทางกฎหมายที่มีโทษทางอาญา หรือเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 จะต้องมีผู้ร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานความร่วมมือมายังกระทรวงไอซีที กระทรวงถึงจะมีอำนาจเข้าไปสืบหาผู้กระทำความผิด โดยกรณีดังกล่าวถือเป็นความผิดทางอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี--จบ--


จาก hi-thaksin

ร.ต.ท.เชาวริน ขอบคุณ กกต.เปลี่ยนชุดสอบร้องเรียนทุจริตเลือกตั้ง จ.เชียงราย

กรุงเทพฯ 11 ม.ค. - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (11 ม.ค.) ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่ม 7 พรรคพลังประชาชน เดินทางมามอบดอกไม้ให้กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 5 คน ที่สำนักงาน กกต. โดย ร.ต.ท.เชาวริน กล่าวว่า สาเหตุที่มามอบดอกไม้ให้กับ กกต.เพื่อแสดงความขอบคุณที่มีมติเปลี่ยนชุดสืบสวนสอบสวนกรณีเรื่องร้องเรียนการทุจริตการเลือกตั้งที่ จ.เชียงราย ของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่ม 1 พรรคพลังประชาชน เพราะเรามีข้อมูลแสดงถึงความไม่เป็นกลางของ พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ทั้งจากคำให้การของเพื่อน นรต.รุ่น 34 ที่เคยระบุว่าพบ พล.ต.ต.ชัยยะ ที่บ้านพักของนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และที่ทำการของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ รวมทั้ง พล.ต.ต.ชัยยะ ได้พยายามนำเพื่อน นรต.รุ่น 34 หลายคนมาให้นายสนธิรู้จักและสนับสนุนให้ได้รับตำแหน่งที่สูงขึ้น


ร.ต.ท.เชาวริน กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีหมายเลขหนังสือเดินทางของ พล.ต.ต.ชัยยะ ที่มีหมายเลขเรียงกันกับหนังสือเดินทางของนายสนธิ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้ง 2 คนมีความใกล้ชิดสนิทสนมกัน หากปล่อยให้ พล.ต.ต.ชัยยะ ทำสำนวนต่อไป จะเกิดความไม่เป็นธรรมกับพรรคพลังประชาชน และต่อจากนี้จะทำหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อสอบถามข้อมูลการเดินทางไปต่างประเทศของ พล.ต.ต.ชัยยะ ตั้งแต่ปี 2548 -2550 ทั้งหมด 6 ครั้งนั้นเป็นการเดินทางที่ขออนุญาตจากผู้บังคับบัญชาโดยถูกต้องหรือไม่.- สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-11 14:57:48

ร.ต.อ.เฉลิม ย้ำนายกรัฐมนตรีคนใหม่ต้องชื่อ สมัคร

นครราชสีมา 11 ม.ค.- ร.ต.อ.เฉลิม ชี้ข้อกล่าวหาต่างๆ ที่ พปช.ได้รับ ไม่เข้าข่ายถึงขั้นต้องถูกยุบพรรค ย้ำมีการจัดฉากให้ “ยงยุทธ” ถูกกล่าวหา ระบุทำตั้งแต่เดือน ต.ค. ก่อนการสมัครรับเลือกตั้ง ขณะเดียวกันยืนยันการจัดตั้งรัฐบาลไม่มีปัญหา แต่นายกฯ ต้องชื่อ“สมัคร”

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่ม 6 พรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ระหว่างการหาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ที่ จ.นครราชสีมา วันนี้ (11 ม.ค.) ถึงกระแสข่าวพรรคพลังประชาชนอาจถูกยุบพรรค ว่า เรื่องข้อกล่าวหาต่าง ๆ รวมถึงการแจกวีซีดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่เข้าข่ายกฎหมายที่จะทำให้พรรคถูกยุบได้ เพราะพรรคไม่ได้ดำเนินการอะไรที่เป็นปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตย และไม่ได้ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เรื่องนี้ยังต้องมีการสืบสวนสอบสวนอีกทาง จึงยังไม่มีการเตรียมการใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตั้งพรรคใหม่ไว้รองรับ ไม่มีอย่างแน่นอน

ส่วนกรณีที่นายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่ม 1 พรรคพลังประชาชน ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สอบสวน และอาจมีโทษถึงขั้นยุบพรรคนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า พรรคไม่กังวลกับเรื่องนี้เลย มีแต่คนอื่นเดือดร้อนแทน เรื่องนี้ฝ่ายกฎหมายติดตามดูอยู่ นายยงยุทธ ไม่ได้ทำผิดอะไร พวกเรารู้ว่าเป็นการจัดฉาก สิ่งที่นายยงยุทธทำเป็นช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ดังนั้น คงไม่มีใครไปหาเสียง

“นอกจากนี้ นายยงยุทธ ยังลงสมัคร ส.ส.ระบบสัดส่วน ถ้าไปทำตุกติกเฉพาะ จ.เชียงราย จะได้ประโยชน์และผลทางการเมืองอะไร ถ้าลงสมัคร ส.ส.เขต ก็เป็นอีกเรื่อง แต่เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับ กกต.จะพิจารณา แต่ในส่วนของพรรคไม่มีใครวิตกกังวล เพราะเห็นเป็นเรื่องธรรมดา” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

เมื่อถามว่า หากมีการยุบพรรคจะส่งผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เป็นคนละเรื่องกัน การจัดตั้งรัฐบาลเราติดต่อพรรคการเมืองทุกพรรค ยกเว้นพรรคประชาธิปัตย์ ฉะนั้นเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลไม่มีปัญหา ทั้งพรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดิน เชื่อว่านายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย รักเดียวใจเดียวอยู่แล้ว ส่วนนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ก็เป็นน้องรัก อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธข่าวที่ระบุว่าจะมีการสนับสนุนให้นายบรรหาร เป็นนายกรัฐมนตรี

“ผมยืนยันว่า ไม่มีอย่างแน่นอน พรรคจะเสนอชื่อนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรีคนเดียวเท่านั้น แต่ก็ยังมีคนชอบไปลือ ผมเกรงว่านายบรรหาร จะเข้าใจผิด และไม่เห็นทางว่าจะเป็นสูตรนั้นได้อย่างไร” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

ต่อข้อถามว่า คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่พอใจนายสมัคร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่จริง คุณหญิงพจมานไม่เกี่ยวข้องกับพรรค รวมถึงข่าวที่ระบุว่าไปแอบจัดตั้งรัฐบาลในเซฟเฮาส์ก็ไม่มี ขอยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ไม่เกี่ยวข้อง แต่ถ้าจะแอบลุ้นหรือเชียร์ใครในใจก็เป็นสิทธิ เพราะทั้ง 2 คนชอบพรรคพลังประชาชน

ร.ต.อ.เฉลิม ยังยอมรับด้วยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โทรศัพท์มาหาเมื่อวานนี้ (10 ม.ค.) โดยบอกเพียงว่าจะกลับประเทศอังกฤษแล้ว ถ้าว่างให้ไปเยี่ยมกันบ้างเท่านั้น ไม่มีการพูดเรื่องการเมือง ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ต้องการเดินทางกลับประเทศ ซึ่งขณะนี้สถานการณ์เป็นประชาธิปไตยแล้ว อีกไม่นานคงจะกลับ แต่ก่อนนี้สถานการณ์ไม่อำนวย พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้กลัวอะไร คนเคยเป็นนักเรียนนายร้อย เคยโดดร่ม เป็นตำรวจตระเวนชายแดน เคยจับโจร ก็ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-11 14:42:41

ร.ต.อ.เฉลิมชี้ ไชยวัฒน์ยื่นฟ้องผิดศาล

นครราชสีมา 11 ม.ค. - ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.ระบบสัดส่วนกลุ่ม 6 พรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ระหว่างการหาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคที่จังหวัดนครราชสีมา ถึงกรณีที่มีประชาชนชุมนุมกดดันคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในกรณีว่าที่ผู้สมัครของพรรคได้รับใบเหลืองหรือใบแดงว่า ขอยืนยันว่าพรรคพลังประชาชนไม่ได้อยู่เบื้องหลัง แต่ที่มีการชุมนุมคงเป็นเพราะประชาชนชอบและผู้สมัครของพรรคก็ได้รับการเลือกตั้งแบบชนะขาด ตนยืนยันว่าไม่มีใครปัญญาทึบไปกดดัน กกต. แต่การที่ประชาชนออกมาชุมนุมเป็นเพราะประชาชนกับผู้สมัครชอบพอกัน


ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องการให้นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคประชาธิปัตย์ ถอนคำฟ้องจากศาลฎีกาที่ขอให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะว่า เรื่องนี้ไม่อยากวิจารณ์พรรคประชาธิปัตย์ แต่เห็นว่านายไชยวัฒน์ ไปผิดศาล อาจจะรู้ว่ายื่นเรื่องผิดศาล เพื่อแสดงสปิริต จึงให้ถอนเรื่อง แต่ความจริงคือพลาดไปแล้ว. - สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-11 13:55:33

สมัคร ควง ร.ต.อ.เฉลิม หาเสียงช่วยลูกพรรคที่โคราช

นครราชสีมา 11 ม.ค.- ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครราชสีมา ว่า เวลา 11.30 น. วันนี้ (11 ม.ค.) นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน พร้อมด้วย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.ระบบสัดส่วน และสมาชิกพรรคบางส่วน ได้เดินทางมายังตลาดเทศบาล อ.สูงเนิน เพื่อช่วยผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 ของพรรคหาเสียง หลังจากที่ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ใบเหลือง โดยทั้งนายสมัคร และ ร.ต.อ.เฉลิม ได้เปิดปราศรัยย่อย เรียกร้องให้ประชาชนเลือกผู้สมัครของพรรคพลังประชาชนกลับคืนมาอีกครั้ง เพื่อที่จะสานต่อนโยบายที่ประชาชนชื่นชอบ คือ นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค หวยบนดิน รวมถึงการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางกลับประเทศ.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-01-11 13:47:55

เพื่อแผ่นดินยืนยันยังเหนียวแน่นกับชาติไทย

กรุงเทพฯ 11 ม.ค.- “วัฒนา อัศวเหม” ยืนยันพรรคเพื่อแผ่นดินยังเหนียวแน่นกับพรรคชาติไทย จะได้ข้อสรุปร่วมกันก่อนเปิดสภา 22 ม.ค. แน่ ระบุไม่กดดันเรื่องเลือกตั้งซ่อม แม้จะเข้าร่วมรัฐบาลก็ไม่ได้ถือเป็นเงื่อนไข

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.10 น. วันนี้ (11 ม.ค.) นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน พร้อมด้วยนายวัฒนา อัศวเหม ประธานพรรค นายวชิระมณฑ์ คุณะเกษมธนาวัฒน์ โฆษกพรรค นายพินิจ จารุสมบัติ และนายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ อดีตกรรมการสภานโยบายและยุทธศาสตร์ ได้เดินทางมาร่วมงาน และทำบุญครบรอบวันคล้ายวันเกิด ปีที่ 80 ของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

จากนั้น นายสุวิทย์ ปฏิเสธที่จะตอบข้อถามเกี่ยวกับความคืบหน้าในการร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยอ้างว่า วันนี้ถือเป็นวันดี ไม่ขอพูดถึงเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม นายสุวิทย์ กล่าวว่า ในส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดิน ได้มีการจัดเตรียมคณะทำงานด้านกฎหมายที่พร้อมจะส่งเสริมด้านศาสนาพุทธ ให้ได้รับการดูแลจากรัฐบาล เมื่อถามว่า จำเป็นจะต้องมีรัฐมนตรีมากำกับดูแลด้วยใช่หรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะ ส.ส.ของพรรคสามารถทำงานตรงนี้ได้ ส่วนการเลือกตั้งซ่อมที่จะมีขึ้นเร็ว ๆ นี้ นายสุวิทย์ มั่นใจว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะดำเนินการให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม

ด้านนายวัฒนา กล่าวถึงความคืบหน้าการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคชาติไทย ว่า พรรคเพื่อแผ่นดินกับพรรคชาติไทย มีการพูดจากันโดยตลอด แต่การพูดคุยกันต้องใช้เหตุผลคุยกันเป็นสำคัญ เรื่องนี้จะรีบร้อนไม่ได้ เพราะขณะนี้บ้านเมืองเราอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ ไม่ควรดำเนินการทางการเมือง การพูดคุยของทั้ง 2 พรรค ต้องรอดูความเหมาะสมของเงื่อนเวลาก่อน แต่ยืนยันยังเหนียวแน่นกันดี
“ที่ผ่านมา ก็มีเทียบเชิญแล้ว คุยก็คุยกันแล้ว เมื่อเราตกลงกันแล้ว ก็มีข้อสำคัญที่จะต้องยึดถือ คือเรื่องสัจจะนิยม เรื่องนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ผมยืนยันว่า พรรคเพื่อแผ่นดินกับพรรคชาติไทย ยังเหนียวแน่นกันอยู่ เมื่อพรรคเพื่อแผ่นดินพูดอะไรออกไปแล้ว จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง” นายวัฒนา กล่าว

นายวัฒนา ให้ความมั่นใจว่า จะมีผลการหารือร่วมกับพรรคชาติไทย ทันก่อนการเปิดประชุมสภา ในวันที่ 22 มกราคม นี้แน่นอน ซึ่งเป็นไปตามแนวทางการเมือง แต่ในทางปฏิบัติ การเมืองในขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติ โดยเฉพาะ กกต.ยังรับรองจำนวน ส.ส.ไม่ครบ ดังนั้น กกต.จะต้องให้การรับรองว่าที่ ส.ส.ให้ครบตามรัฐธรรมนูญที่ได้กำหนดไว้ เมื่อเปิดสภาแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นการเลือกประธานรัฐสภา และสุดท้ายจะถึงขั้นตอนการเลือกนายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีนายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ปัญหาตรงนี้จะมีผลต่อการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคหรือไม่ นายวัฒนา กล่าวว่า ในทางปฏิบัติแล้ว ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมือง เราจำเป็นต้องติดตามผล แต่ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะหน้าที่โดยตรงจะเป็นหน้าที่ของ กกต. และพรรคการเมืองที่ถูกกล่าวหา ดังนั้น พรรคการเมืองที่ดีที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ควรที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยว หรือก้าวก่ายในเรื่องดังกล่าว

ต่อข้อถามว่า ในฐานะที่พรรคเพื่อแผ่นดินจะร่วมจัดตั้งรัฐบาล จะส่งผลกดดันต่อการเลือกตั้งซ่อมที่จะมีขึ้นในหลายพื้นที่หรือไม่ นายวัฒนา กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นประธานพรรค พรรคไม่เคยกดดัน และไม่เคยนำมาคิดเป็นกังวล ทุกอย่างเราจะต้องปฏิบัติไปตามหน้าที่ ที่สำคัญเราจำเป็นต้องถามผู้สมัครของพรรคว่า พร้อมที่จะลงแข่งขันหรือไม่ หากไม่พร้อมที่จะลงแข่งจัน พรรคจะต้องสอบถามเหตุผล

“เรื่องนี้ไม่มีความกังวลใจเลย สบายใจมาก การเข้าร่วมรัฐบาลกับการเลือกตั้งซ่อม ยืนยันว่า ไม่กระทบกันอย่างแน่นอน เพราะทุกอย่างเป็นไปตามกติกา ส่วนเรื่องการเทคะแนนให้กัน ต้องมีบางกรณีที่ทำกัน แต่เวลานี้ไม่มีใครติดต่อเข้ามา” นายวัฒนา กล่าว

ส่วนกรณีที่มีม็อบในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ นายวัฒนา กล่าวว่า ต้องการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล มั่นใจว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะสามารถชี้แจงทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ชุมนุมได้.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-11 13:38:58

ทำไมกกต.จึงออกได้แต่'ใบแดง'หรือ'ใบขาว'(ไม่มี'ใบเหลือง')กรณียงยุทธ?

คุณสดศรี สัตยธรรม อธิบายว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกำหนดกติกาเรื่อง 'ส.ส.สัดส่วน' ตามแบบเยอรมนี ซึ่งเป็นระบบใหม่สำหรับประเทศไทย (ก่อนหน้านี้ มีระบบ 'partylist') ต่างกันตรงที่แบบเดิม ไม่ต้องหาเสียง

แต่ในรูปแบบใหม่นี้ต้องมีการหาเสียงกับผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงด้วย

เพราะเป็นเรื่องใหม่และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ ก็ยอมรับว่ามีช่องว่างของการตีความ และการปฏิบัติ

เช่น ประเด็นที่ว่าถ้า ส.ส.สัดส่วนคนใดคนหนึ่งเกิดปัญหาขึ้นอย่างกรณียงยุทธ ติยะไพรัช แห่งพรรคพลังประชาชน ถูกร้องเรียน และ กกต. สอบสวนอยู่ 'ส.ส.สัดส่วนของทุกพรรคการเมืองในเขตนั้นๆ จะต้องหยุดประกาศหมดหรือไม่'

คุณสดศรี บอกว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนไว้ชัดในกรณีเกิดปัญหานี้ หรืออาจจะเป็นเพราะ ตอนที่ร่างรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ได้คาดการณ์ว่าจะเกิดปัญหาในทางปฏิบัติอย่างนี้

ปัญหาต่อมา ก็คือว่าถ้ากกต. ออก 'ใบเหลือง' ให้ว่าที่ ส.ส. สัดส่วนคนใดคนหนึ่ง จะมีผลถึงพรรคการเมืองที่ถูกใบเหลืองทั้งหมดหรือไม่

คำถามนี้ไม่มีคำตอบในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กกต. จึงบอกว่านี่เป็น 'ช่องว่าง' ของกฎหมาย ที่สร้างความหนักใจให้กับ กกต. เพราะในกติกาใหม่นี้ ส.ส.สัดส่วนไม่อาจจะเลือกตั้งใหม่ได้ จึงออกใบเหลืองไม่ได้ เพราะตามกฎหมายที่เขียนเอาไว้ เมื่อมีว่าที่ ส.ส. สัดส่วนคนไหนมีปัญหา ต้องออกจากตำแหน่ง ต้องเลื่อนบัญชีรายชื่อจากคนที่ได้คะแนนรองลงไปขึ้นมาตามลำดับ

จึงกลายเป็นเรื่องที่ กกต. ต้องใช้ดุลยพินิจเอง และหนีไม่พ้นว่าจะต้องโดนฝ่ายที่ถูกร้องเรียนและถูกสอบสวน โวยวายว่า เป็นการใช้อำนาจไม่เป็นธรรมกับตนเอง

เมื่อเป็นเช่นนี้ ในกรณีที่ว่าที่ ส.ส.สัดส่วนโดนกกต.สอบสวนว่าทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ก็มีอยู่แค่สองทาง คือออกใบแดง หรือใบขาว

ใบแดงคือออกจากการเป็น ส.ส. และใบขาวแปลว่ายกคำร้องนั้นเสีย ...ออกใบเหลืองเหมือนกรณีของ ส.ส. แบบแบ่งเขตไม่ได้ เพราะไม่มีข้อกำหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่สำหรับ ส.ส. แบบสัดส่วน

คำถามต่อไป ก็คือว่าถ้า กกต.ตัดสินตัดสิทธิคุณยงยุทธตามคำร้อง จะทำอย่างไรกับรายชื่อของ ส.ส.สัดส่วนที่เหลือ...ใครจะขึ้นมาแทน? จะเลื่อนรายชื่อของทั้งพรรคขึ้นมาแทน หรือจะเกลี่ยคะแนนที่เหลือ ให้พรรคอื่นที่เหลือหรือไม่

แน่นอนว่า กกต. จะต้องหนักใจในประเด็นนี้ไม่น้อย เพราะต้องตีความกฎหมายด้วยตัวเอง เพื่อให้เกิดความเป็นกลางอย่างแท้จริง ไม่ให้ฝ่ายใดวิจารณ์ว่ามีความลำเอียงต่อพรรคใดพรรคหนึ่ง

เท่าที่ผมฟังทั้งประธาน กกต. อภิชาต สุขัคคานนท์ และ กกต. สดศรี อธิบายเรื่องนี้ในสองสามวันที่ผ่านมา ก็พอจะเห็นความหนักใจของ 'ช่องโหว่ในรัฐธรรมนูญ' ในเรื่องนี้ แต่ไม่ตัดสินก็ไม่ได้ จะโยนกลับไปให้คนร่าง รัฐธรรมนูญก็ไม่ได้อีกเช่นกัน

หนีไม่พ้นว่าก็จะต้องมีคำถามว่า เหตุไฉน กกต.จึงเร่งร้อนประกาศรับรอง ส.ส. สัดส่วน ไม่ได้คาดการณ์หรือว่าจะเกิดปัญหาอย่างที่เผชิญอยู่ขณะนี้

คุณสดศรี ย้อนนักข่าวว่า 'ในกรณี ส.ส.สัดส่วนนั้น ถ้าเราไม่ประกาศเลย รอสอบสวนเฉพาะคนที่ ถูกร้องเรียน ให้เสร็จเสียก่อน จะเป็นธรรมกับว่าที่ ส.ส.สัดส่วนคนอื่นที่ไม่อยู่ในข่ายต้องสงสัยหรือเปล่า การที่เราจะชะลอรายชื่อ ส.ส.สัดส่วนของผู้ที่ไม่ถูกร้องเรียนย่อมเป็นไปไม่ได้...อีกทั้งกฎหมายไม่ได้เขียนว่าห้ามไม่ให้ประกาศเลย และไม่ได้ระบุว่า หาก ส.ส.สัดส่วนคนใดถูกร้องเรียน ส.ส.สัดส่วนคนอื่นหรือของพรรคอื่น จะประกาศรับรองไม่ได้... ไม่มีการกำหนดเช่นนั้นเอาไว้แน่นอน'

แปลว่าถ้าคนใดคนหนึ่งทำเรื่องหรือถูกสอบสวน และให้ว่าที่ ส.ส.สัดส่วนคนอื่นพลอย 'รับเคราะห์' ด้วยนั้น คุณสดศรี บอกว่า เช่นนั้นย่อมไม่เป็นธรรม

อีกประเด็นหนึ่งที่ถามกันมากคือ...ถ้า ส.ส.สัดส่วนของพรรคใดพรรคหนึ่ง 'หลุด' หรือถูก 'สอย' จะมีผลทำให้ ส.ส.สัดส่วนคนอื่นของพรรคเดียวกันพลอยหลุดไปด้วยหรือไม่

คุณสดศรีบอกว่า 'เป็นไปไม่ได้...เพราะอย่างนั้นก็ไม่เป็นธรรมสำหรับคนที่ไม่ถูกร้องอีกเช่นกัน'

แต่ประเด็นร้อนจริงๆ ก็คือว่าหาก ส.ส.สัดส่วนคนที่ถูกสอบ และ กกต. พบว่ามีความผิดจริงถึงขั้นออกใบแดง ให้เป็นถึงกรรมการบริหารของพรรคด้วย จะมีผลถึงพรรคการเมืองนั้นหรือไม่

ประธานกกต. อภิชาต บอกนักข่าววันก่อนว่า กรณีสอบสวนคุณยงยุทธนั้น กกต.จะพิจารณาไปพร้อมกัน ในเรื่องความผิดส่วนบุคคล และความผิดที่อาจเชื่อมถึงพรรคพลังประชาชนในฐานะที่คุณยงยุทธ เป็นรองหัวหน้าพรรค 'ซึ่งอาจส่งผลถึงการยุบพรรค'

นักข่าวตั้งข้อสังเกตว่าประธาน กกต. พูดเสริมประเด็นนี้ด้วยว่า '...เรื่องนี้ถูกรายงานเข้ามานานแล้ว พอมองเห็นว่าอะไรเป็นอะไร และเชื่อมโยงไปถึงไหน...และเรื่องนี้ก็ผ่านการพิจารณามาหลายครั้งแล้วเช่นกัน...'

วันนี้จะได้รู้กันแหละครับว่าที่คุณยงยุทธบอกว่าตัวเองถูกกลั่นแกล้ง มีกลุ่มคนสร้างเรื่องใส่ร้ายเขา และมีการ 'ล่อซื้อ' กันอย่างเป็นระบบจากศัตรูทางการเมืองของเขานั้น กกต.จะรับฟังแค่ไหน... และจะมีผลต่อการตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชาชนมากน้อยแค่ไหน

จะได้ 'รู้แดงรู้ขาว' กันคราวนี้แหละ


ม็อบอุดรฯเกือบพันประท้วงใบเหลืองกกต.

7 ผู้สมัคร สส.อุดรธานี พรรคพลังประชาชน ขนม็อบเกือบพันคน บุกศาลากลางจังหวัด ประท้วง กกต.แจกใบเหลือง อ้าง ไม่ได้ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

บรรยากาศที่ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี ขณะนี้มีกลุ่มผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชาชน ที่ได้รับใบเหลือง จำนวน 7 คน ประกอบด้วย พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ นายอนันต์ ศรีพันธ์ นายธีระชัย แสนแก้ว นายทองดี มนิสสาร นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น และนายจักรพรรดิ ไชยสาส์น เดินทางมายื่นหนังสือต่อ นางรัชนี เกษคุปต์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ประจำ จ.อุดรธานี เพื่อแสดงเจตจำนงไม่ได้กระทำผิด กฎหมายเลือกตั้ง โดยจะขอกินนอนอยู่ที่ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี เพื่อป้องกันการร้องเรียนซื้อสิทธิขายเสียง โดยว่าที่ ส.ส.อุดรธานี เขต 1 ได้ทำกรงขังบนรถ 6 ล้อ เพื่อใช้ในการหาเสียง พร้อมแสดงการปิดหูปิดตา โดยขอให้ประชาชนเป็นผู้ปลดปล่อยตนให้ออกมา ซึ่งขณะนี้มีประชาชนมาร่วมกว่า 700 คน

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร จ.อุดรธานี ทั้งในและนอกเครื่องแบบ กว่า 100 นาย เดินทางมายังศาลากลางจังหวัดอุดรธานี เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง และดูแลความสงบเรียบร้อยโดยรอบ