WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, January 11, 2008

พปช.อ้างกกต.ให้ดูVCDช้าสงสัยไปตัดต่อเพิ่ม

รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน 'กานต์ เทียนแก้ว' ตั้งข้อสังเกตุ กกต. ให้ดู 'วีซีดีสันติบาล' ล่าช้าอาจไปตัดต่อเพิ่มหรือทำผิดกฎหมาย แจง เลือกพรรคสำรองไว้แล้ว

พล.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และ ส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 1 ตั้งข้อสังเกต ถึงวีซีดีของตำรวจสันติบาลที่ได้ทำการบันทึกภาพของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรค และว่าที่ ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 1 พรรคพลังประชาชน ว่าอาจะมีการตัดต่อหรือดำเนินการต่าง ๆ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะล่วงเลยระยะเวลา มานานแล้ว ตั้งแต่ นายยงยุทธ ขอดูวีซีดีครั้งแรกและเพิ่มจะได้มีการอนุญาตให้ดูได้ในวันนี้ขณะที่เชื่อมั่นว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เปลี่ยนประธานสอบกรณีดำเนินการทุจริตของ นายยงยุทธ จาก พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล เป็นนายสุวิทย์ ธีรพงษ์ อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะมีความเป็นกลางมากขึ้นเมื่อเทียบกับพล.ต.ต.ชัยยะ ที่มีสายสัมพันธ์กับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตพันธมิตร

อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายวันนี้คาดว่า นายยงยุทธ พร้อมทีมงานที่เชี่ยวชาญด้านการตัดต่อ จะเดินทางไป ตรวจดูวีซีดีดังกล่าวด้วยตนเอง นอกจากนี้ พล.ต.ท.กานต์ ยืนยันว่า พรรคได้มีการเตรียมพิจารณา พรรคสำรอง เอาไว้แล้ว หากมีการยุบพรรคพลังประชาชนจริง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้อง ทางกฎหมาย ซึ่งมีหลายพรรคด้วยกัน


เปิดใจประธานเรือใบ1, 2, 3

เปิดใจประธานเรือใบ 1
เปิดใจประธานเรือใบ 2


เปิดใจประธานเรือใบ 3

'สดศรี' เผยอาจรับรอง'ยงยุทธ'ไปก่อน แล้วสอยทีหลัง

นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวว่า ที่ประชุมกกต.วันนี้จำเป็นต้องเลื่อนการลงมติการพิจารณาสำนวนทุจริตเลือกตั้งของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่ม 1 พรรคพลังประชาชน ออกไปก่อน เนื่องจากกกต.ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนขึ้นใหม่ เพื่อพิจารณาเฉพาะกรณีของนายยงยุทธ โดยจะลงพื้นที่ จ.เชียงรายเพื่อเริ่มต้นทบทวนการสอบพยานใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้ต่อสู้คดีกันอย่างเต็มที่


นางสดศรี กล่าวต่อว่า จะเปิดโอกาสให้นายยงยุทธ ได้ดูวีซีดีตามที่นายยงยุทธได้ร้องขอไว้ก่อนจะชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งได้รับการแจ้งว่าตำรวจสันติบาลจะนำวีซีดีดังกล่าวมามอบให้กกต.ในวันนี้

'คณะอนุกรรมการของกกต.ชุดสืบสวนสอบสวน จะลงพื้นที่เชียงราย จะสอบพยานที่สอบไปแล้วว่าจะยืนยันคำให้การเดิมหรือไม่ ผู้กล่าวหารายเดิม ผู้ถูกกล่าวหาก็เป็นรายเดิม และอาจเพิ่มเติมแล้วแต่ท่าน(คณะอนุกรรมการ) เราให้โอกาสต่อสู้คดีกันเต็มที่' นางสดศรี กล่าว

นางสดศรี กล่าวว่า หากการสืบสวนสอบสวนของคณะอนุกรรมการดังกล่าวเสร็จไม่ทันวันที่ 15 ม.ค.นี้ กกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งของนายยงยุทธไปก่อน และภายหลังหากมีข้อสรุปที่แน่ชัดว่ามีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งจริงจึงจะให้ใบเหลืองหรือใบแดง

'ขึ้นอยู่กับการสอบสวนของกรรมการชุดนี้ว่าเสร็จไหม เพราะจะต้องทบทวนใหม่หมด ถ้าทำไม่ทันจะต้องประกาศรับรองไปก่อน แล้วสอยทีหลัง' นางสดศรี กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด กกต.ได้ประกาศรับรองรายชื่อส.ส.ไปแล้วจำนวน 420 คน จากทั้งหมด 480 คน โดยเชื่อว่าจะสามารถประกาศรับรองได้ร้อยละ 95 หรือ 456 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่จะสามารถเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกในวันที่ 22 ม.ค.51 ได้ตามที่กฎหมายกำหนด

"สุเทพ" เชื่อ "ไชยวัฒน์" ถอนฟ้องเลือกตั้งเป็นโมฆะ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการประชาธิปัตย์ เชื่อว่า นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ สมาชิกของพรรคพยายามถอนฟ้องร้องแต่ประเด็นเรื่องของการเลือกตั้งเป็นบายพาสของผู้แทนของพรรคขอไป อย่างไรก็ตามยืนยันว่าสมาชิกของพรรคนั้นมีอิสระที่จะดำเนินกิจกรรมทางการเมืองเพียงแต่ต้องปรับให้ตรงกับจุดยืนของพรรคเท่านั้น อย่างไรก็ตามยังไม่มีการเตรียมมาตรการที่จะดำเนินการหาก นายไชยวัฒน์ ไม่ยอมถอนฟ้อง


ทั้งนี้ นายสุเทพ ยังปฏิเสธให้สัมภาษณ์เรื่องของการจัดตั้งรัฐบาลเนื่องจากยังไม่ถึงเวลาในการตัดสินใจ โดยย้ำในจุดยืนของพรรคเพื่อจะให้พรรคพลังประชาชนจัดตั้งรัฐบาลก่อน ส่วนปัญหาเรื่องรัฐบาลแห่งชาตินั้นจะต้องรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายด้วย


"เฉลิม" ยัน พปช.ไม่ชักใยม็อบกดดัน กกต.

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.ระบบสัดส่วนกลุ่ม 6 พรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ระหว่างการหาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคที่จังหวัดนครราชสีมา ถึงกรณีที่มีประชาชนชุมนุมกดดันคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในกรณีว่าที่ผู้สมัครของพรรคได้รับใบเหลืองหรือใบแดงว่า ขอยืนยันว่าพรรคพลังประชาชนไม่ได้อยู่เบื้องหลัง แต่ที่มีการชุมนุมคงเป็นเพราะประชาชนชอบและผู้สมัครของพรรคก็ได้รับการเลือกตั้งแบบชนะขาด ตนยืนยันว่าไม่มีใครปัญญาทึบไปกดดัน กกต. แต่การที่ประชาชนออกมาชุมนุมเป็นเพราะประชาชนกับผู้สมัครชอบพอกัน

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องการให้นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคประชาธิปัตย์ ถอนคำฟ้องจากศาลฎีกาที่ขอให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะว่า เรื่องนี้ไม่อยากวิจารณ์พรรคประชาธิปัตย์ แต่เห็นว่านายไชยวัฒน์ ไปผิดศาล อาจจะรู้ว่ายื่นเรื่องผิดศาล เพื่อแสดงสปิริต จึงให้ถอนเรื่อง แต่ความจริงคือพลาดไปแล้ว


กกต.ให้คณะอนุ กก.สอบ ยงยุทธ ตัดสินใจให้ดูวีซีดีหรือไม่

กกต. 11 ม.ค.– “สุเมธ” ให้คณะอนุฯ สอบสวนกรณี “ยงยุทธ” ขอดูวีซีดีได้หรือไม่ ชี้วีซีดีไม่สามารถบอกรายละเอียด ด้าน “สดศรี” ระบุหากคณะอนุ กก.ฯ สอบยังไม่แล้วเสร็จ 15 ม.ค.นี้ ต้องรับรองผลการเลือกตั้งของ “ยงยุทธ” ไปก่อน หากพบผิดจริงไว้สอยทีหลัง

นายสุเมธ อุปนิสากร กรรมการการเลือกตั้ง กล่าวถึงการพิจารณาสำนวนร้องคัดค้านนายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ ส.ส.แบบสัดส่วน กลุ่มที่ 1 พรรคพลังประชาชน ว่า ตอนแรกมีบุคคลมาร้องกับ กกต.ว่า นายยงยุทธ กระทำผิด แต่พนักงานสอบสวนของ กกต.ที่จังหวัดเชียงราย ได้หอบสำนวนกลับมายัง กกต.กลาง พร้อมแจ้งว่า ไม่สามารถทำสำนวนนี้ได้ แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ก็ขอคืนสำนวนเช่นกัน ดังนั้น กกต.จึงมีมติแต่งตั้งให้ตำรวจสันติบาลเข้ามารับผิดชอบในการสอบสวนสำนวนนี้ ซึ่งต่อมานายยงยุทธ ได้ขอเปลี่ยนพนักงานสอบสวน โดยให้เหตุผลไว้หลายประเด็น ซึ่ง กกต.นำมาพิจารณาอย่างมาก จนสุดท้ายมีมติให้ตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนของ กกต.ขึ้นมาทำหน้าที่แทนตำรวจสันติบาล เพื่อความเป็นธรรม โดยจะพยายามทำงานให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม ต้องให้เวลาคณะอนุฯ ทำงานด้วย เพราะอาจต้องลงพื้นที่ไปสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป

ส่วน กกต.จะให้นายยงยุทธ ดูวีซีดีที่สันติบาลอ้างว่า เป็นหลักฐานบันทึกภาพที่นายยงยุทธนำรถตู้ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปรับกลุ่มกำนัน หัวคะแนน จากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งหรือไม่นั้น นายสุเมธ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับฝ่ายสืบสวนสอบสวน ทั้งนี้ หากไม่ให้ดู ก็ถือว่าไม่ใช่หลักฐาน อย่างไรก็ตาม คิดว่าตำรวจสันติบาล ต้องส่งวีซีดีดังกล่าวมาให้ กกต. เพราะ กกต.ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหาต้องมีโอกาสต่อสู้อย่างเต็มที่ แต่การจะให้ดูหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคณะอนุฯ ที่จะเสนอความเห็นมายัง กกต.

นายสุเมธ กล่าวว่า วีซีดีดังกล่าวเป็นภาพถ่าย แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมว่า มีบุคคลใดบ้าง และทำสิ่งใดบ้าง อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดของภาพเหล่านั้นได้ ส่วนระยะเวลาการในพิจารณาให้ใบเหลืองหรือใบแดงของ กกต. เริ่มเหลือน้อยลงทุกทีนั้น เรื่องนี้ กกต.จะพิจารณาตามสำนวนที่ถูกเสนอเข้ามา โดยจะพยายามพิจารณาทุกวัน และทำงานให้เร็ว หากวันที่ต้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 22 ม.ค.นี้ มี ส.ส.ไม่ถึงร้อยละ 95 ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เนื่องจากเราพยายามดีที่สุดแล้ว

ด้านนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนการทุจริตใน จ.เชียงราย ที่มีนายสุวิทย์ ธีรพงษ์ เป็นประธาน แทนชุดสืบสวนของตำรวจสันติบาล ว่า คณะอนุกรรมการชุดดังกล่าว จะทำหน้าที่ต่อเนื่องจากการทำงานของชุดสืบสวนของสันติบาลในกรณีการทุจริต ที่ จ.เชียงราย แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่า คณะกรรมการชุดดังกล่าวจะสอบสวนข้อเท็จจริงเสร็จก่อนวันที่ 22 ม.ค.หรือไม่ อย่างไรก็ตาม กกต.ได้มีหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลให้ส่งสำนวนการสอบสวน พร้อมทั้งคืนวีซีดีทั้งหมดให้ กกต. เพื่อ กกต.จะได้นำสำนวนทั้งหมดให้คณะอนุกรรมการฯไปดำเนินการต่อ ส่วนจะเรียกพยานคนใดมาสอบเพิ่มเติมนั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าว

“คณะอนุกรรมการชุดนี้จะมีด้วยกัน 5 คน ซึ่งทุกคนมีความรู้ มีประสบการณ์ มีความซื่อสัตย์สุจริต และเป็นถึงตุลาการ และอดีตอัยการชั้นผู้ใหญ่ เชื่อว่า คณะอนุกรรมการจะสืบสวนจะทำความจริงให้ประจักษ์ด้วยความเป็นกลาง และเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม ผมไม่ขอเปิดเผยชื่อว่า ใครบ้างที่เป็นคณะกรรมการบ้าง เพราะอยากให้พวกเขาทำงานได้อย่างเต็มที่ ขณะนี้ กกต. ได้รับการประสานงานมาจากตำรวจสันติบาลแล้วว่า จะส่งสำนวนรวมทั้งวีซีดีคืนให้กับ กกต.ไม่เกินบ่ายวันนี้” นายสุทธิพล กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อ กกต.ได้วีซีดีคืนมาแล้ว นายยงยุทธ สามารถดูวีซีดีได้ทันทีหรือไม่ นายสุทธิพล กล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับสันติบาลว่า จะส่งวีซีดีมาให้เมื่อไร ทั้งนี้ เมื่อนายยงยุทธดูวีซีดีแล้วก็สามารถนำพยานบุคคลมาแก้ข้อกล่าวหาได้ แต่ต้องดูความพร้อมของฝ่ายสืบสวนสอบสวนด้วยเช่นกัน

นายสุทธิพล กล่าวถึงการพิจารณาสำนวนของ กกต. ว่า ถ้า กกต. พิจารณาสำนวนตามกรอบเวลา คาดว่าจะเหลือจำนวน ส.ส.ที่ยังไม่ได้รับรองเพียง 31 คน อย่างไรก็ตาม กกต.จะเร่งการประชุม เพื่อให้ทันการเปิดประชุมสภาฯ โดยต้องคำนึงถึงความละเอียดรอบคอบ นอกจากนี้ กกต.ยังได้มีการพิจารณาความเห็นกรณีใบแดงก่อนส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบแล้ว 2 เรื่อง ในส่วนของสำนวนที่เข้าข่ายใบเหลืองนั้น ทางฝ่ายสืบสวนสอบสวนที่เกี่ยวข้องก็ยังเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนอยู่

ส่วนนางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมือง ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ที่ประชุม กกต. จำเป็นต้องเลื่อนการลงมติในการพิจารณาสำนวนทุจริตเลือกตั้งของนายยงยุทธ ออกไปก่อน เนื่องจากเมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา กกต.ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนขึ้นใหม่ เพื่อพิจารณากรณีของนายยงยุทธ โดยเฉพาะ ซึ่งคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวจะลงพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อเริ่มต้นทบทวนการสอบพยานใหม่ทั้งหมด อันเป็นการเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้ต่อสู้คดีกันอย่างเต็มที่

นางสดศรี กล่าวว่า กกต.จะเปิดโอกาสให้นายยงยุทธ ได้ดูวีซีดี ตามที่เจ้าตัวได้ร้องขอไว้ ก่อนที่จะชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งได้รับการแจ้งข้อมูลว่า ตำรวจสันติบาลจะนำวีซีดีดังกล่าวมามอบให้ที่ กกต.ในวันนี้

“คณะอนุกรรมการของ กกต.ชุดสืบสวนสอบสวนจะลงพื้นที่ จ.เชียงราย จะเริ่มกระบวนการสอบพยานที่สอบไปแล้วใหม่ว่าจะยืนยันคำให้การเดิมหรือไม่ ซึ่งจะใช้ผู้กล่าวหา และผู้ถูกกล่าวหารายเดิม หรืออาจเพิ่มเติมพยานแล้วแต่ทางคณะอนุกรรมการ ซึ่งเราให้โอกาสต่อสู้คดีกันเต็มที่" นางสดศรี กล่าว

นางสดศรี กล่าวว่า หากการสืบสวนสอบสวนของคณะอนุกรรมการดังกล่าวเสร็จไม่ทันวันที่ 15 ม.ค.นี้ กกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งของนายยงยุทธ ไปก่อน และภายหลังหากมีข้อสรุปที่แน่ชัดว่า มีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งจริง จึงจะให้ใบเหลืองหรือใบแดงต่อไป แต่ตรงนี้ต้องขึ้นอยู่กับการสอบสวนของคณะอนุกรรมการชุดนี้ว่าเสร็จและได้ผลสรุปอย่างไร ซึ่งคณะอนุกรรมการชุดนี้จะต้องทบทวนใหม่หมด ถ้าทำไม่ทัน กกต.จำเป็นที่จะต้องประกาศรับรองไปก่อน แล้วค่อยสอยทีหลัง หากข้อมูลหลังฐานชัดเจน

“ล่าสุด กกต.ได้ประกาศรับรองรายชื่อ ส.ส.ไปแล้ว 420 คน จากทั้งหมด 480 คน โดยเชื่อว่าจะสามารถประกาศรับรองได้ร้อยละ 95 หรือ 456 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่จะสามารถเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกในวันที่ 22 ม.ค.นี้ได้ ตามที่กฎหมายกำหนด” นางสดศรี กล่าว.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-11 15:06:20

‘ไอซีที'แนะต้องมีเจ้าทุกข์แจ้งความก่อนเอาผิดเว็บ‘ไฮ-ทักษิณ'

นายวรพัฒน์ ทิวถนอม รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ออกมาระบุถึงกรณีที่ นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึง ถึงการทำงานของ กระทรวงไอซีที ต่อการดำเนินการควบคุมเว็บไซต์ไฮทักษิณ ดอทคอม ที่มีการโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทว่า พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ขอให้นางสาวกอณาม สัตยธรรม บุตรสาวของนางสดศรี มาช่วยราชการว่า กรณีดังกล่าวถือว่ามีความผิดส่วนตัว และเมื่อมีการกระทำความผิดทางกฎหมายที่มีโทษทางอาญา หรือเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 จะต้องมีผู้ร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานความร่วมมือมายังกระทรวงไอซีที กระทรวงถึงจะมีอำนาจเข้าไปสืบหาผู้กระทำความผิด โดยกรณีดังกล่าวถือเป็นความผิดทางอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี--จบ--


จาก hi-thaksin

ร.ต.ท.เชาวริน ขอบคุณ กกต.เปลี่ยนชุดสอบร้องเรียนทุจริตเลือกตั้ง จ.เชียงราย

กรุงเทพฯ 11 ม.ค. - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (11 ม.ค.) ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่ม 7 พรรคพลังประชาชน เดินทางมามอบดอกไม้ให้กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 5 คน ที่สำนักงาน กกต. โดย ร.ต.ท.เชาวริน กล่าวว่า สาเหตุที่มามอบดอกไม้ให้กับ กกต.เพื่อแสดงความขอบคุณที่มีมติเปลี่ยนชุดสืบสวนสอบสวนกรณีเรื่องร้องเรียนการทุจริตการเลือกตั้งที่ จ.เชียงราย ของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่ม 1 พรรคพลังประชาชน เพราะเรามีข้อมูลแสดงถึงความไม่เป็นกลางของ พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ทั้งจากคำให้การของเพื่อน นรต.รุ่น 34 ที่เคยระบุว่าพบ พล.ต.ต.ชัยยะ ที่บ้านพักของนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และที่ทำการของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ รวมทั้ง พล.ต.ต.ชัยยะ ได้พยายามนำเพื่อน นรต.รุ่น 34 หลายคนมาให้นายสนธิรู้จักและสนับสนุนให้ได้รับตำแหน่งที่สูงขึ้น


ร.ต.ท.เชาวริน กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีหมายเลขหนังสือเดินทางของ พล.ต.ต.ชัยยะ ที่มีหมายเลขเรียงกันกับหนังสือเดินทางของนายสนธิ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้ง 2 คนมีความใกล้ชิดสนิทสนมกัน หากปล่อยให้ พล.ต.ต.ชัยยะ ทำสำนวนต่อไป จะเกิดความไม่เป็นธรรมกับพรรคพลังประชาชน และต่อจากนี้จะทำหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อสอบถามข้อมูลการเดินทางไปต่างประเทศของ พล.ต.ต.ชัยยะ ตั้งแต่ปี 2548 -2550 ทั้งหมด 6 ครั้งนั้นเป็นการเดินทางที่ขออนุญาตจากผู้บังคับบัญชาโดยถูกต้องหรือไม่.- สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-11 14:57:48

ร.ต.อ.เฉลิม ย้ำนายกรัฐมนตรีคนใหม่ต้องชื่อ สมัคร

นครราชสีมา 11 ม.ค.- ร.ต.อ.เฉลิม ชี้ข้อกล่าวหาต่างๆ ที่ พปช.ได้รับ ไม่เข้าข่ายถึงขั้นต้องถูกยุบพรรค ย้ำมีการจัดฉากให้ “ยงยุทธ” ถูกกล่าวหา ระบุทำตั้งแต่เดือน ต.ค. ก่อนการสมัครรับเลือกตั้ง ขณะเดียวกันยืนยันการจัดตั้งรัฐบาลไม่มีปัญหา แต่นายกฯ ต้องชื่อ“สมัคร”

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่ม 6 พรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ระหว่างการหาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ที่ จ.นครราชสีมา วันนี้ (11 ม.ค.) ถึงกระแสข่าวพรรคพลังประชาชนอาจถูกยุบพรรค ว่า เรื่องข้อกล่าวหาต่าง ๆ รวมถึงการแจกวีซีดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่เข้าข่ายกฎหมายที่จะทำให้พรรคถูกยุบได้ เพราะพรรคไม่ได้ดำเนินการอะไรที่เป็นปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตย และไม่ได้ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เรื่องนี้ยังต้องมีการสืบสวนสอบสวนอีกทาง จึงยังไม่มีการเตรียมการใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตั้งพรรคใหม่ไว้รองรับ ไม่มีอย่างแน่นอน

ส่วนกรณีที่นายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่ม 1 พรรคพลังประชาชน ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สอบสวน และอาจมีโทษถึงขั้นยุบพรรคนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า พรรคไม่กังวลกับเรื่องนี้เลย มีแต่คนอื่นเดือดร้อนแทน เรื่องนี้ฝ่ายกฎหมายติดตามดูอยู่ นายยงยุทธ ไม่ได้ทำผิดอะไร พวกเรารู้ว่าเป็นการจัดฉาก สิ่งที่นายยงยุทธทำเป็นช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ดังนั้น คงไม่มีใครไปหาเสียง

“นอกจากนี้ นายยงยุทธ ยังลงสมัคร ส.ส.ระบบสัดส่วน ถ้าไปทำตุกติกเฉพาะ จ.เชียงราย จะได้ประโยชน์และผลทางการเมืองอะไร ถ้าลงสมัคร ส.ส.เขต ก็เป็นอีกเรื่อง แต่เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับ กกต.จะพิจารณา แต่ในส่วนของพรรคไม่มีใครวิตกกังวล เพราะเห็นเป็นเรื่องธรรมดา” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

เมื่อถามว่า หากมีการยุบพรรคจะส่งผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เป็นคนละเรื่องกัน การจัดตั้งรัฐบาลเราติดต่อพรรคการเมืองทุกพรรค ยกเว้นพรรคประชาธิปัตย์ ฉะนั้นเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลไม่มีปัญหา ทั้งพรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดิน เชื่อว่านายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย รักเดียวใจเดียวอยู่แล้ว ส่วนนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ก็เป็นน้องรัก อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธข่าวที่ระบุว่าจะมีการสนับสนุนให้นายบรรหาร เป็นนายกรัฐมนตรี

“ผมยืนยันว่า ไม่มีอย่างแน่นอน พรรคจะเสนอชื่อนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรีคนเดียวเท่านั้น แต่ก็ยังมีคนชอบไปลือ ผมเกรงว่านายบรรหาร จะเข้าใจผิด และไม่เห็นทางว่าจะเป็นสูตรนั้นได้อย่างไร” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

ต่อข้อถามว่า คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่พอใจนายสมัคร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่จริง คุณหญิงพจมานไม่เกี่ยวข้องกับพรรค รวมถึงข่าวที่ระบุว่าไปแอบจัดตั้งรัฐบาลในเซฟเฮาส์ก็ไม่มี ขอยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ไม่เกี่ยวข้อง แต่ถ้าจะแอบลุ้นหรือเชียร์ใครในใจก็เป็นสิทธิ เพราะทั้ง 2 คนชอบพรรคพลังประชาชน

ร.ต.อ.เฉลิม ยังยอมรับด้วยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โทรศัพท์มาหาเมื่อวานนี้ (10 ม.ค.) โดยบอกเพียงว่าจะกลับประเทศอังกฤษแล้ว ถ้าว่างให้ไปเยี่ยมกันบ้างเท่านั้น ไม่มีการพูดเรื่องการเมือง ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ต้องการเดินทางกลับประเทศ ซึ่งขณะนี้สถานการณ์เป็นประชาธิปไตยแล้ว อีกไม่นานคงจะกลับ แต่ก่อนนี้สถานการณ์ไม่อำนวย พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้กลัวอะไร คนเคยเป็นนักเรียนนายร้อย เคยโดดร่ม เป็นตำรวจตระเวนชายแดน เคยจับโจร ก็ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-11 14:42:41

ร.ต.อ.เฉลิมชี้ ไชยวัฒน์ยื่นฟ้องผิดศาล

นครราชสีมา 11 ม.ค. - ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.ระบบสัดส่วนกลุ่ม 6 พรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ระหว่างการหาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคที่จังหวัดนครราชสีมา ถึงกรณีที่มีประชาชนชุมนุมกดดันคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในกรณีว่าที่ผู้สมัครของพรรคได้รับใบเหลืองหรือใบแดงว่า ขอยืนยันว่าพรรคพลังประชาชนไม่ได้อยู่เบื้องหลัง แต่ที่มีการชุมนุมคงเป็นเพราะประชาชนชอบและผู้สมัครของพรรคก็ได้รับการเลือกตั้งแบบชนะขาด ตนยืนยันว่าไม่มีใครปัญญาทึบไปกดดัน กกต. แต่การที่ประชาชนออกมาชุมนุมเป็นเพราะประชาชนกับผู้สมัครชอบพอกัน


ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องการให้นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคประชาธิปัตย์ ถอนคำฟ้องจากศาลฎีกาที่ขอให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะว่า เรื่องนี้ไม่อยากวิจารณ์พรรคประชาธิปัตย์ แต่เห็นว่านายไชยวัฒน์ ไปผิดศาล อาจจะรู้ว่ายื่นเรื่องผิดศาล เพื่อแสดงสปิริต จึงให้ถอนเรื่อง แต่ความจริงคือพลาดไปแล้ว. - สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-11 13:55:33