WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, January 11, 2008

ศาลฎีกายกคำร้องว่าที่ ส.ส.บุรีรัมย์ พปช.ร้องระงับ กกต.จัดเลือกตั้งเขต 1

ศาลฎีกา 11 ม.ค. - ศาลฎีกา ยกคำร้องว่าที่ ส.ส.บุรีรัมย์ ใบแดง พปช. ฟ้องระงับ กกต.จัดเลือกตั้งเขต 1 ใหม่ ศาลชี้รัฐธรรมนูญ 239 วรรค 1 ให้อำนาจเบ็ดเสร็จ กกต.สอยว่าที่ ส.ส.ที่ยังไม่ได้รับรองสิทธิ

เมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้ (11 ม.ค.) ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง สนามหลวง มีคำสั่งยกคำร้องคดีเลือกตั้ง หมายดำเลขที่ ลต.4/2551 ที่นายพรชัย ศรีสุริยันตโยธิน นายรุ่งโรจน์ ทองศรี และนายประกิจ พลเดช ว่าที่ ส.ส.เขต 1 จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคพลังประชาชน ที่ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจกใบแดงและตัดสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 1 ปี ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาเพิกถอนคำสั่ง กกต.ที่ตัดสิทธิเลือกตั้ง และมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการประกาศ กกต.ที่จะให้มีการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดบุรีรัมย์ ใหม่ และให้ กกต.ประกาศรับรองว่าได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.เขต 1 จังหวัดบุรีรัมย์

โดยศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.พ.ศ.2550 ส่วนที่ 10 การดำเนินการกรณีการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ม.103-133 บัญญัติกรณีก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง ถ้า กกต.ดำเนินการสืบสวนสอบสวนแล้วเห็นว่าการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและมีอำนาจที่จะให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้สมัครผู้ใด แต่ถ้าประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว กกต.เห็นว่าการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ให้ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของ ส.ส.หรือผู้สมัครผู้ใด และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ม. 239ว รรค1 บัญญัติว่า “ในกรณีที่ กกต.วินิจฉัยให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งก่อนการประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.หรือ ส.ว.ให้คำวินิจฉัยของ กกต.เป็นที่สุด”

ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2550 ให้ กกต.เป็นผู้ควบคุมและดำเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม โดยก่อนการประกาศผลการเลือกตั้งให้ กกต.มีอำนาจสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้สมัครผู้ใด ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ม.239 วรรค 1 บัญญัติให้วินิจฉัยในกรณีนี้ ซึ่งต่างกับในกรณีที่ประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว ถ้า กกต.เห็นว่าควรให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ส.ส.ผู้ใด รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. บัญญัติให้ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยเสียก่อน

กรณีของผู้ร้องทั้งสาม ซึ่งเป็นผู้สมัคร ส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดบุรีรัมย์ ปรากฏข้อเท็จจริงตามคำร้องว่า ก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.บุรีรัมย์ กกต.ได้มีมติให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้ร้องทั้งสามเป็นเวลา 1 ปี และให้มีการเลือกตั้งใหม่ ดังนั้น คำวินิจฉัยของ กกต.ดังกล่าวย่อมเป็นที่สุด ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาญาจักรไทย ม. 239 วรรคหนึ่ง การที่ผู้ร้องทั้งสามอ้างว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งกระทำผิดกฎหมาย เลือกปฏิบัติโดยมิชอบใช้ดุลยพินิจแตกต่างกัน และคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นการร้องขอให้ศาลฎีกาตรวจสอบอำนาจการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้ร้องทั้งสามก่อนประกาศผลการเลือกตั้งของ กกต. ซึ่งไม่อยู่ในอำนาจการพิจารณาวินิจฉัยของศาลฎีกา ผู้ร้องทั้งสามจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องคดีนี้ จึงมีคำสั่งยกคำร้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพรชัย นายรุ่งโรจน์ และนายประกิจ เดินทางมาเซ็นรับทราบคำสั่ง ก่อนจะเดินทางกลับ โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด.- สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-11 18:20:00

‘สดศรี'หน้าแหก!ศาลยอมรับมีหนังสือยืมตัวลูกสาวจริง

วันนี้ ( 11 ม.ค.) เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานศาลยุติธรรม ถนนรัชดาภิเษก นายสราวุธ เบญจกุล รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และนายประสงค์ มหาลี้ตระกูล โฆษกสำนักศาลยุติธรรม ร่วมกันแถลงข่าว กรณีสื่อมวลชนเผยแพร่ข่าวว่า สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเรื่องขอยืมตัว น.ส.กอนณา สัตยธรรม ผู้พิพากษาศาลจังหวัดพระโขนง บุตรสาวของนางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ไปช่วยงานที่สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

นายสราวุธ กล่าวว่า เรื่องนี้ทางสำนักงานศาลยุติธรรมได้รับหนังสือจากสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงนามโดยรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 ต.ค.50 ซึ่งหนังสือดังกล่าวได้ลงรับที่สำนักงานประธานศาลฎีกาเมื่อวันที่ 18 ต.ค.50 โดยหนังสือดังกล่าวระบุว่า ขอให้ไปช่วยปฏิบัติราชการให้แก่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.50 เป็นต้นไป จนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ หลังจากนั้นเลขาธิการ ประธานศาลฎีกา ได้ส่งหนังสือมายังสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งตนขณะนั้นรักษาการตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมได้รับหนังสือไว้เมื่อวันที่ 24 ต.ค.50 แต่ยังไม่ได้ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม(ก.ต.) ต่อมาวันที่ 29 ต.ค.50 สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งขอระงับการยืมตัว น.ส.กอนณา และได้มีหนังสือแจ้งมาอีกครั้งเมื่อวันที่ 8 พ.ย.50 ขอถอนเรื่องคืน

"ปกติแล้วการขอตัวผู้พิพากษาไปช่วยงานในหน่วยราชการอื่น ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 59 กำหนดไว้ว่า ผู้พิพากษาต้องไม่ดำรงตำแหน่งใด ๆ ในหน่วยงานที่ขัดหรือแย้งในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชกาตุลาการตามที่ ก.ต.กำหนด ดังนั้นการที่มีบุคคลหรือหน่วยงานใดขอยืมตัวผู้พิพากษาไปทำงานอื่นใดนอกเหนืองานพิพากษาคดี จะต้องนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ ก.ต. แต่สำหรับเรื่องนี้สำนักงานศาลยุติธรรมยังไม่ได้นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ ก.ต. เนื่องจากมีการขอระงับเรื่อง และขอถอนเรื่องคืนไปก่อน" นายสราวุธ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามปกติแล้วการขอยืมตัวผู้พิพากษาไปช่วยราชการ ตัวผู้พิพากษาเองหรือผู้ใกล้ชิดจะได้รับการติดต่อหรือทราบล่วงหน้าหรือไม่นั้น นายสราวุธกล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบ ส่วนตัว น.ส.กอนณา หรือนางสดศรี จะทราบมาก่อนหรือไม่ ตนไม่สามารถยืนยันได้

ต่อข้อถามว่า ที่ผ่านมาเคยมีการขอยืมตัวผู้พิพากษาไปช่วยราชการลักษณะเช่นนี้มาก่อนหรือไม่ นายสราวุธกล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยมีกรณีที่นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ รมว.ยุติธรรม จะขอยืมตัวผู้พิพากษาไปช่วยงาน ซึ่ง ก.ต.ก็ไม่อนุญาต เนื่องจากกฎหมายไม่เปิดช่องให้ทำเช่นนั้นได้ เพราะการไปดำรงตำแหน่งอื่นที่จะกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ไม่สามารถทำได้ เพราะผู้พิพากษามีหน้าที่พิจารณา และพิพากษาคดี หากไปช่วยงานฝ่ายบริหารจะทำให้ขาดความเป็นอิสระ ซึ่งตั้งแต่ปี 43 ที่ศาลแยกตัวเป็นอิสระจากกระทรวงยุติธรรม ก็ไม่เคยมีผู้พิพากษาไปช่วยราชการฝ่ายบริหารเลย

ส่วนกรณีของนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ รมว.ยุติธรรม และนายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม ขณะนี้ได้ขอโอนย้ายกลับมาเป็นผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมแล้วแต่ในตอนนี้ยังไม่มีการนำเรื่องบรรจุเป็นวาระเพื่อพิจารณาในที่ประชุม ก.ต. เพราะต้องมีขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติ ส่วนการจะรับโอนทั้งสองให้กลับมาหรือไม่นั้นขึ้นยู่กับการพิจารณาของ ก.ต.--จบ-


จาก hi-thaksin

คนโคราชแห่ฟังพปช.ปราศรัยแน่น

ทัพขุนพลแกนนำพปช.ตบเท้าขึ้นปราศรัยโคราชช่วยลูกพรรคหาเสียงเลือกตั้งซ่อม โดยปชช.หลังไหลฟังปราศรัยแน่นขนัด ด้าน‘เฉลิม’ฟันธง‘สมัคร’นั่งนายกฯชัวร์

วันนี้(11 ม.ค.) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคพลังประชาชน (พปช.)กว่า 50 คนได้ลงพื้นที่ พบประชาชน และปราศรัย ที่ จ.โคราช นำโดย นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค และลูกพรรค อาทิ เช่น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นายดนุพร ปุณณกันต์ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาสรานนท์ นายกุเทพ ใสกระจ่าง นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส. ระบบสัดส่วนพรรคพลังประชาชน (พปช.) กล่าวทันทีหลังขึ้นเวทีปราศรัยช่วยลูกพรรคเลือกตั้งซ่อม ที่ อ. สูงเนิน กล่าวปราศรัยว่า ขณะนี้การเมืองนิ่งแล้ว แต่พรรคที่แพ้ยังไม่นิ่ง โดยโหรหลายคนบอกว่า นายสมัคร จะเป็นนายกฯ ซึ่งตนก็ขอฟันธงว่านายสมัครจะเป็นนายกฯแน่นอน

ส่วนที่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภรรยาอดีตนายกฯ ซึ่งเมื่อวานนี้ เวลา 11.00 น.พ.ต.ท.ทักษิณโทรศัพท์มา ถามตนว่า จะมาหาเสียงโคราชหรือไม่ ตนตอบว่ามาแน่นอน เพราะจะต้องเอากลับไปทวงตำแหน่งส.ส.อีก 3 คนให้ได้

“ผมอยากให้ช่วยตบหน้าพรรคประชาธิปัตย์ด้วยการเติมคะแนนให้พรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาล ซึ่งพรรคมีนโยบาย ร่วมรัฐบาลกับทุกพรรคยกเว้นพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเมื่อวานนี้ได้ข่าวว่าไปคุยจัดตั้งรัฐบาลกันที่เยาวราช ผมอยากถามว่า จะไปเป็นรัฐบาลประเทศไหน”ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า การยุบพรรคพลังประชาชนนั้นเป็นเรื่องไม่ง่าย โดยเฉพาะกรณีนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่กล่าวหากรณีนอมินีนั้น ตนก็ไม่เข้าข่ายผิดกฎหมายมาตรา 94 ,มาตรา 95 ที่ระบุว่าสามารถยุบพรรคได้หากพรรคการเมืองเป็นปฏิปักษ์กับประชาธิปไตยและมีพฤติกรรมล้มการปกครอง ซึ่งตรงนี้มีกระบวนการหลายขั้นตอนระหว่าง กกต.อัยการสูงสุด และศาลรัฐธรรมนูญ ต้องใช้เวลานาน หากมีการกล่าวหากันจริงตนจะขอเป็นทนายสู้คดี ซึ่งตรงนี้ขอให้ประชาชนอย่าไปสนใจข่าวลือ ซึ่งยุบพรรคได้ก็ตั้งใหม่ได้ และยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งรัฐบาล รวมทั้งข่าวลือ ที่ว่าคุณหญิงพจมานกลับเมืองไทยเพื่อจัดโผ ครม.

อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เมื่อพรรคพลังประชาชนตั้งรัฐบาลได้ พ.ต.ท.ทักษิณก็จะกลับบ้าน ซึ่งพรรคจะนำนโยบาย ที่เคยประสบความสำเร็จมาปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมอีกครั้ง


พีทีวี นิวส์
11 มกราคม 2551 เวลา 16:57 น.

ผู้ถือหุ้นรายย่อยในไอทีวี แจ้งความดำเนินคดีกับคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ กับพวก

กองปราบฯ 11 ม.ค.- กลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยในไอทีวี แจ้งความดำเนินคดีกับคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและพวก ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

กลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยบริษัทไอทีวีจำกัด (มหาชน) แจ้งความกับตำรวจกองปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายจุลยุทธ์ หิรัญวสิษฐ์ ปลัดสำนักนายกฯ ,และนายปราโมท รัฐวินิจ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีออกมาให้ข่าวว่าได้ยึดทรัพย์สินที่บริษัทไอทีวีถือครองอยู่ ให้ตกเป็นของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งที่กระบวนการยุติธรรม ยังไม่มีข้อยุติในการแปรสภาพไอทีวีให้ตกเป็นของรัฐ และยังอยู่ในคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองสูงสุด - สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-11 16:11:36

รวม 8 วัน มี ส.ส.แสดงตนแล้ว 408 คน

กรุงเทพฯ 11 ม.ค. - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแสดงตนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 23 ในวันที่ 8 มี ว่าที่ ส.ส.ที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาแสดงตนเพิ่มอย่างประปราย เนื่องจากมีผู้มาแสดงตนแล้วถึง 408 คน จากจำนวน ส.ส. ที่ได้รับการรับรอง 420 คน โดยในวันนี้ (จนถึงเวลา 16.00 น.) มี ส.ส.มาแสดงตนตลอดทั้งวัน มีจำนวน 17 คน โดย 2 รายล่าสุด คือ นายไพฑูรย์ แก้วทอง ว่าที่ ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 2 และนายนราพัฒน์ แก้วทอง ว่าที่ ส.ส.เขต 1 จังหวัดพิจิตร พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาแสดงตน ภายหลังจาก กกต.รับรองผลการเลือกตั้ง และยกคำร้องที่มีผู้ร้องเรียนผลการเลือกตั้งก่อนหน้านี้. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-01-11 16:34:39

'เฉลิม'ดับฝัน'บรรหาร'นั่งนายกฯ เย้ยเป็นไปไม่ได้

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วนกลุ่มที่ 6 พรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สั่งให้นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ผู้สมัครส.ส.บุรีรัมย์ พรรคประชาธิปัตย์ ถอนฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกเลือกตั้งเพื่อขอให้การเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นโมฆะ ว่า พรรคประชาธิปัตย์ทำเป็นแสดงสปิริต แต่ความจริงเพิ่งรู้ว่าตัวเองพลาดไปเพราะฟ้องผิดศาล อย่างไรก็ตามพวกคดีความต่างๆนั้น ไม่มีผลกระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาล อย่างไรก็ตาม

ไม่กลัวว่านายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย จะเปลี่ยนใจ เพราะเป็นคนรักเดียวใจเดียว ส่วนนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินก็เป็นพี่น้องกัน แต่วันนี้มีการสร้างข่าวว่านายบรรหาร จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ถามหน่อยว่าเป็นสูตรไหนกัน ตนไม่อยากให้นายบรรหารเข้าใจผิดๆเพราะเป็นไปไม่ได้

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีมีกลุ่มผู้ชุมนุมออกมากดดันหลังกกต.ให้ใบแดงส.ส.อุดรธานีว่า ขอยืนยันว่าพรรคไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง คงไม่มีใครปัญญาทึบไปกดดัน อย่างไรก็ตามในพื้นที่ๆว่าที่ส.ส. พรรคพลังประชาชนได้ใบเหลืองและมีการเลือกตั้งซ่อม พรรคจะตามไปเอาคืนให้หมดรวมถึง จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ทั้งนี้การหาเสียงในพื้นที่ใบแดงพรรคพลังประชาชนพร้อมที่จะเทคะแนน ให้กับทุกพรรคการเมือง ยกเว้นพรรคประชาธิปัตย์

พปช.อ้างกกต.ให้ดูVCDช้าสงสัยไปตัดต่อเพิ่ม

รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน 'กานต์ เทียนแก้ว' ตั้งข้อสังเกตุ กกต. ให้ดู 'วีซีดีสันติบาล' ล่าช้าอาจไปตัดต่อเพิ่มหรือทำผิดกฎหมาย แจง เลือกพรรคสำรองไว้แล้ว

พล.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และ ส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 1 ตั้งข้อสังเกต ถึงวีซีดีของตำรวจสันติบาลที่ได้ทำการบันทึกภาพของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรค และว่าที่ ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 1 พรรคพลังประชาชน ว่าอาจะมีการตัดต่อหรือดำเนินการต่าง ๆ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะล่วงเลยระยะเวลา มานานแล้ว ตั้งแต่ นายยงยุทธ ขอดูวีซีดีครั้งแรกและเพิ่มจะได้มีการอนุญาตให้ดูได้ในวันนี้ขณะที่เชื่อมั่นว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เปลี่ยนประธานสอบกรณีดำเนินการทุจริตของ นายยงยุทธ จาก พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล เป็นนายสุวิทย์ ธีรพงษ์ อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะมีความเป็นกลางมากขึ้นเมื่อเทียบกับพล.ต.ต.ชัยยะ ที่มีสายสัมพันธ์กับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตพันธมิตร

อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายวันนี้คาดว่า นายยงยุทธ พร้อมทีมงานที่เชี่ยวชาญด้านการตัดต่อ จะเดินทางไป ตรวจดูวีซีดีดังกล่าวด้วยตนเอง นอกจากนี้ พล.ต.ท.กานต์ ยืนยันว่า พรรคได้มีการเตรียมพิจารณา พรรคสำรอง เอาไว้แล้ว หากมีการยุบพรรคพลังประชาชนจริง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้อง ทางกฎหมาย ซึ่งมีหลายพรรคด้วยกัน


เปิดใจประธานเรือใบ1, 2, 3

เปิดใจประธานเรือใบ 1
เปิดใจประธานเรือใบ 2


เปิดใจประธานเรือใบ 3

'สดศรี' เผยอาจรับรอง'ยงยุทธ'ไปก่อน แล้วสอยทีหลัง

นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวว่า ที่ประชุมกกต.วันนี้จำเป็นต้องเลื่อนการลงมติการพิจารณาสำนวนทุจริตเลือกตั้งของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่ม 1 พรรคพลังประชาชน ออกไปก่อน เนื่องจากกกต.ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนขึ้นใหม่ เพื่อพิจารณาเฉพาะกรณีของนายยงยุทธ โดยจะลงพื้นที่ จ.เชียงรายเพื่อเริ่มต้นทบทวนการสอบพยานใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้ต่อสู้คดีกันอย่างเต็มที่


นางสดศรี กล่าวต่อว่า จะเปิดโอกาสให้นายยงยุทธ ได้ดูวีซีดีตามที่นายยงยุทธได้ร้องขอไว้ก่อนจะชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งได้รับการแจ้งว่าตำรวจสันติบาลจะนำวีซีดีดังกล่าวมามอบให้กกต.ในวันนี้

'คณะอนุกรรมการของกกต.ชุดสืบสวนสอบสวน จะลงพื้นที่เชียงราย จะสอบพยานที่สอบไปแล้วว่าจะยืนยันคำให้การเดิมหรือไม่ ผู้กล่าวหารายเดิม ผู้ถูกกล่าวหาก็เป็นรายเดิม และอาจเพิ่มเติมแล้วแต่ท่าน(คณะอนุกรรมการ) เราให้โอกาสต่อสู้คดีกันเต็มที่' นางสดศรี กล่าว

นางสดศรี กล่าวว่า หากการสืบสวนสอบสวนของคณะอนุกรรมการดังกล่าวเสร็จไม่ทันวันที่ 15 ม.ค.นี้ กกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งของนายยงยุทธไปก่อน และภายหลังหากมีข้อสรุปที่แน่ชัดว่ามีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งจริงจึงจะให้ใบเหลืองหรือใบแดง

'ขึ้นอยู่กับการสอบสวนของกรรมการชุดนี้ว่าเสร็จไหม เพราะจะต้องทบทวนใหม่หมด ถ้าทำไม่ทันจะต้องประกาศรับรองไปก่อน แล้วสอยทีหลัง' นางสดศรี กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด กกต.ได้ประกาศรับรองรายชื่อส.ส.ไปแล้วจำนวน 420 คน จากทั้งหมด 480 คน โดยเชื่อว่าจะสามารถประกาศรับรองได้ร้อยละ 95 หรือ 456 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่จะสามารถเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกในวันที่ 22 ม.ค.51 ได้ตามที่กฎหมายกำหนด

"สุเทพ" เชื่อ "ไชยวัฒน์" ถอนฟ้องเลือกตั้งเป็นโมฆะ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการประชาธิปัตย์ เชื่อว่า นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ สมาชิกของพรรคพยายามถอนฟ้องร้องแต่ประเด็นเรื่องของการเลือกตั้งเป็นบายพาสของผู้แทนของพรรคขอไป อย่างไรก็ตามยืนยันว่าสมาชิกของพรรคนั้นมีอิสระที่จะดำเนินกิจกรรมทางการเมืองเพียงแต่ต้องปรับให้ตรงกับจุดยืนของพรรคเท่านั้น อย่างไรก็ตามยังไม่มีการเตรียมมาตรการที่จะดำเนินการหาก นายไชยวัฒน์ ไม่ยอมถอนฟ้อง


ทั้งนี้ นายสุเทพ ยังปฏิเสธให้สัมภาษณ์เรื่องของการจัดตั้งรัฐบาลเนื่องจากยังไม่ถึงเวลาในการตัดสินใจ โดยย้ำในจุดยืนของพรรคเพื่อจะให้พรรคพลังประชาชนจัดตั้งรัฐบาลก่อน ส่วนปัญหาเรื่องรัฐบาลแห่งชาตินั้นจะต้องรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายด้วย