WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, January 13, 2008

นายกฯเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ เน้นพัฒนาเป็นคน'เก่ง-ดี-มีคุณธรรม'

'พล.อ.สุรยุทธ์'เปิดงานวันเด็กแห่งชาติ เน้นพัฒนาเด็กพิเศษให้เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ย้ำให้เยาชนเป็นทั้งคนเก่งและคนดี มีคุญธรรม

พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2551 ที่กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีนายวิจิตร ศรีสอ้าน รมว.ศึกษาธิการ นายวรากรณ์ สามโกเศศ รมช.ศึกษาธิการ นางจรวยพร ธรณินทร์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ เด็กและเยาวชนจากโรงเรียนต่าง ๆ เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยก่อนเริ่มพิธี นายกรัฐมนตรีและผู้เข้าร่วมงาน ทุกคนได้ยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

นายกฯได้กล่าวเปิดงานฉลองวันเด็กว่า รัฐบาลตระหนักดีว่าเด็กและเยาวชนเป็นทรัพยากร บุคคลที่สำคัญ ของชาติ ทุกฝ่ายจึงได้พยายามเร่งพัฒนาและสนับสนุนส่งเสริมเด็กและเยาวชนในทุกวิถีทาง เพื่อให้มีความพร้อม ทั้งด้านความรู้ คุณธรรมและความสามารถ มีความมุ่งมั่น มีความพยายาม และความสมานฉันท์ ซึ่งวัฒนธรรมไทย และทุกศาสนาที่คนไทยเคารพศรัทธานั้น เป็นสิ่งที่สามารถส่งเสริมและสนับสนุน

ทั้งนี้ นอกจากการดูแลเอาใจใส่ให้ความรัก ความอ่อนโยน แก่เด็กและเยาวชนให้มากขึ้นแล้ว พ่อแม่ ผู้ปกครองยังจะต้องพยายามสังเกตว่าพัฒนาของเด็กมีพัฒนาการในลักษณะที่จะเป็นเด็กที่มีความพิเศษสามารถหรือไม่ ซึ่งควรให้ความสำคัญดูแลเด็กที่มีคุณลักษณะนี้ด้วยความระมัด ระวัง เพื่อไม่ให้เกิดการพัฒนาที่ผิดพลาด เพื่อให้สังคม ไทยมีทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพและมีคุณค่าตั้งแต่เด็ก ๆ ต่อไป ขณะเดียวกันเด็กและเยาวชน ที่มีความสามารถพิเศษ ก็ควรพยายามมุ่งมั่นส่งเสริมตนเองให้มีในสิ่งเหล่านี้ด้วย เพราะความสามารถหลายอย่างไม่ได้มาจากการที่มีสมอง ที่เป็นอัจฉริยะเท่านั้น แต่สามารถเกิดขึ้นได้จากการฝึกฝน ความพยายาม และการส่งเสริมตนเองอย่างถูกต้อง และสร้างสรรค์ด้วย

นายกฯ กล่าวต่อว่า ขอให้เด็กและเยาวชนนำคำขวัญวันเด็กที่ให้ไว้ว่า 'สามัคคี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เชิดชูคุณธรรม' ไปประพฤติปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเองและสังคม และอยากเห็นเด็กและเยาวชนทุกคนระลึกถึงความรัก ความเอาใจใส่ และความปรารถนาดีของพ่อแม่ ผู้ปกครอง และผู้ใหญ่ในชาติบ้านเมืองที่ได้พยายามมอบสิ่งที่ดี

งามให้แก่พวกเราอยู่เสมอ ดังนั้น จึงขอให้ตอบสนองสิ่งที่ดีเหล่านี้ด้วยความพยายามที่จะทำความดีและ ทำหน้าที่ของตนเองให้สุดความสามารถ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน พัฒนาตนเองให้เป็นทั้งคนเก่ง คนดีที่มีคุณธรรม และรักประเทศชาติที่เราอาศัยอยู่ให้มากยิ่งขึ้น

จากนั้นนายกรัฐมนตรีและรมว.ศึกษาธิการได้ร่วมร้องเพลง “เด็กเอ๋ย..เด็กดี”ร่วมกับผู้แทนเด็กและเยาวชน พร้อมมอบของที่ระลึกเป็นกระเป๋าเป้และปากกาให้แก่ตัวแทน เด็กและเยาวชน และเยี่ยมชมกิจกรรมของส่วนราชการ หน่วยงานต่าง ๆ ในบริเวณงาน

ต่อมานายกรัฐมนตรีได้เดินทางยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ โดยนายกรัฐมนตรี ีได้ร่วมถวายสักการะเพื่อไว้อาลัยแด่แด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และได้ร่วมกิจกรรมรวมมอบของที่ระลึกแก่เด็ก ๆ บริเวณสันติไมตรี

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้นำเด็กพิการและด้อยโอกาสจำนวน 20 คนซึ่งเป็นตัวแทนเด็กพิการจากทั่วประเทศ เยี่ยมชมตึกไทยคู่ฟ้าและห้องทำงานนายกรัฐมนตรีด้วย ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้อุ้มด.ญ.นิภาพร พลชม อายุ 11 ปีจากรร.ศรีสังวาลย์ ปากเกร็ดซึ่งพิการทางร่างกายและนั่งบนวิลแชร์ให้นั่งเก้าอี้ทำงานของนายกรัฐมนตรีด้วย อย่างไรก็ตามนายกัฐมนตรีได้ใช้เวลาร่วมกิจกรรมต่าง ๆประมาณ 1 ชม.โดยในระหว่างที่กิจกรรมการนั้นเด็ก ๆได้ให้ความสนใจขอถ่ายภาพและขอลายเซ็นเป็นที่ระลึกเป็นจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับกิจกรรมในบริเวณทีทำนียบรัฐบาลได้งดกิจกรรมบันเทิง แต่เน้นการจัดนิทรรศการ ที่ให้ความรู้กับเด็กและเยาวชน รวมทั้งมีการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราช นครินทร์ และมีการเปิดโอกาสให้เด็กร่วมถวายสักการะเพื่อไว้อาลัยด้วย นอกจากนั้น ยังมีมูลนิธิ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ มาร่วมกิจกรรมด้วย และได้ให้เด็กเขียนข้อความ ถึงนายกรัฐมนตรีโดยส่วนใหญ่อวยพรให้นายกรัฐมนตรีมีสุขภาพแข็งแรง เข้มแข็ง ช่วยพัฒนาประเทศ แก้ไขปัญหาในภาคใต้และจัดการปัญหาทางการเมือง โดยข้อความเหล่านี้จะมีการชิงรางวัลทุนการศึกษา

'อภิสิทธิ์'ยอมรับใบเหลืองกกต

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับ การให้ใบเหลือง ว่าที่ ส.ส.นครนายก เขต 1 ของ กกต. ไม่เชื่อมีการเลือกปฏิบัติคาด เปิดสภาทันกำหนด พร้อมแนะผู้ใหญ่เป็นแบบอย่างดีแก่เด็ก

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี ว่าที่ ส.ส. เขต 1 จ.นครนายก นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ใบเหลืองว่า ต้องถือเป็นกระบวนการวินิจฉัยของ กกต. ซึ่งก็พร้อมยอมรับคำวินิจฉัยของ กกต. ที่ออกมา โดยส่วนตัวเห็นว่า กกต. ไม่ได้มีการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด ตามที่มีหลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์ อย่างไรก็ตามเชื่อว่า กกต. จะรับรอง ส.ส. ได้ครบ 35 % ทันเปิดสมัยประชุมสภา

นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าในวันเด็กแห่งชาตินี้ ก็อยากให้ผู้ใหญ่ย้อนกลับมาดูตัวเอง และเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่เด็กด้วย

'ประธานคมช.'ชี้นายกฯคนใหม่ต้องเป็นที่ยอมรับ มีบารมี

'รักษาการประธานคมช.'ระบุ'ม็อบ'กดดันการทำงานของกกต.ไม่ถูกต้องเป็นสิ่งที่เลวร้ายต่อ ระบอบประชาธิปไตย ย้ำ"นายกฯคนใหม่"ต้องเป็นที่ยอมรับน่าเชื่อถือ และมีบารมี ของคนในชาติ

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ และรักษาการประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกลุ่มม็อบกดดันการทำงานของกกต.ว่า ไม่ห่วง กกต. เพราะท่านมีประสบการณ์ ความนึกคิดต่าง ๆ และท่านทำงานเพื่อชาติ ความกดดันใด ๆ เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ใช่เฉพาะประเทศเรา ประเทศอื่นก็มี แต่จะมีมากหรือน้อย ทั้งนี้การชุมนุมเป็นการต่อต้าน ขัดขืน ต่อการปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายเป็นสิ่งที่เลวร้ายต่อระบอบเสียงประชาธิปไตย คิดว่าสื่อมวลชน และ ประชาชนจะต้องนำไปวิเคราะห์ แต่ทุกคนมีสิทธิ์ต่อต้านการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายได้เช่นเดียวกัน

เมื่อถามว่า หากมีการแจกใบเหลือง ใบแดงเพิ่มมากขึ้น จะเพิ่มม็อบจำนวนมากมากดดันการทำงานของ กกต. หรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า กลุ่มม็อบมีการจ้างวานทั้งนั้น ด้วยความเป็นญาติหรืออะไรต่าง ๆ ตนเชื่อว่าเป็น การจ้างวานมาทั้งสิ้น เมื่อถามว่า คมช.ทราบหรือไม่ว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังว่าจ้างม็อบ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ก็รู้กันทั้งนั้น แต่ละจังหวัดก็รู้กันอยู่แล้ว เมื่อถามย้ำว่า เป็นกลุ่มพรรคการเมืองหนึ่งใช่หรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต นิ่งคิดก่อนตอบว่าไม่ขอพูด

เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะบานปลาย พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ไม่น่าจะมี ตนคิดว่าช่วงนี้ใกล้ถึงวันที่จะเปิดสภา ถ้าเรียบร้อยก็สามารถเปิดประชุมได้ ส่วนเรื่องของการคัดเลือกตั้งว่าใครจะเป็น คณะรัฐมนตรี เป็นเรื่องของการเมือง ซึ่งพรรคการเมืองเขาคงจะจัดการกันได้ เมื่อถามว่า แสดงว่ามั่นใจว่า พรรคพลังประชาชน ยังสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ใช่หรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ด้วยเสียงข้างมากก็น่าจะเป็นผู้จัดตั้ง ส่วนความเหมาะสมด้วยตัวบุคคลก็จะต้องไปเลือกกันเองว่าใครสมควร

เมื่อถามว่าหากมีการแจกใบเหลืองใบแดงให้กับพรรคพลังประชาชนมากจะส่งผลกระทบต่อการจัดตั้ง รัฐบาลหรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า เป็นไปตามกฎหมาย ใครจะไปยัดเยียดข้อกล่าวหาคงไม่ได้ ของพันนี้เป็นเรื่องที่ ผิดกฎหมาย เขาก็จะต้องดำเนินการ เมื่อถามว่า จะทำอย่างไร หากผลการรับรอง ส.ส.ไม่เพียงพอที่จะเปิดประชุมสภาฯ ได้ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องการเมือง ไม่ใช่ภาระของ คมช.

เมื่อถามถึง การต่อรองเก้าอี้ ครม. โดยใช้เงินหลายสิบล้านบาทในการซื้อเก้าอี้ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ไม่ห่วง เพราะเป็นธรรมชาติ และต่อรองกันมาอย่างนี้ทุกรัฐบาล เพราะทุกคนก็อยากเป็น อยากเป็นนายกรัฐมนตรี อยากเป็นรัฐมนตรี เพราะทุกพรรคตั้งพรรคขึ้นมาเพื่อตั้งใจจะมาบริหารประเทศ ไม่ใช่ตั้งขึ้นมาเพื่อมาเป็นฝ่ายค้าน เพราะฉะนั้นเมื่อเขามีโอกาสเป็นผู้บริหารประเทศเขาก็จะต้องอยากเป็น

เมื่อถามถึงกระแสข่าว คมช.ต่อรองตำแหน่ง รมว.กลาโหม พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ไม่มี เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่า คมช.ไม่มีการต่อรองของตำแหน่งรัฐมนตรี พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า “ผมไม่ยืนยัน เพราะผมไม่ได้ให้สัญญาอะไรกับใคร ถ้า คมช.อยากเป็นรัฐมนตรีก็เป็นไปนานแล้ว เป็นตั้งแต่ตอนต้นแล้ว เมื่อถามว่า พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ อดีต ผบ.ทหารสูงสุด และ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เหมาะสมกับตำแหน่ง รฒว.กลาโหม หรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าว่า ตนไม่ขอตอบ

เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ว่าในที่ประชุมสภานายกรัฐมนตรีคนใหม่อาจจะไม่ได้ เป็นอย่างที่หลายคน คาดไว้ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่คนที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำรัฐบาลจะต้องเป็นคนที่มีบารมี และความน่าเชื่อถือ ของคนทุกคนในชาติ

เมื่อถามว่า กระแสข่าว พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ลาออกจากตำแหน่ง พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่าไม่ทราบ และตนคิดว่าไม่เห็นจะมีเหตุผลอะไรที่ท่านจะต้องลาออก

เมื่อถามว่า มองถึงวัตถุประสงค์ของผู้ที่ปล่อยข่าวนี้อย่างไร พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ไม่รู้ แต่คิดว่าสื่อคงรู้อยู่แล้ว แต่บางทีเราไม่ควรจะพูด และควรที่จะยุติ ซึ่งคิดว่าสื่อมวลชนคงจะยุติเรื่องนี้ได้ง่าย โดยไม่ต้องไปลงในสิ่งที่จะทำลายความมั่นคง ทำลายเศรษฐกิจ สังคม เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องกิจสังคม

Saturday, January 12, 2008

จะหนีไปไหน

ก็เป็นอันว่าเรื่องทั้งหมดม้วนตัวเข้าใส่คนเดียวพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลินเรื่องราวร้อนๆ อันว่าด้วยกรณีที่ “ประดาบ” คอลัมนิสต์แห่ง“เว็บไฮ-ทักษิณ” ที่ได้เขียนบทความออกมาแผยแพร่เมื่อวันที่10 ม.ค.51 แฉสัมพันธ์ลึกพร้อมแฉเอกสารราชการ ที่ “ลอยเลื่อน บุนนาค” รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีไปถึง “ประธานศาลฎีกา” ขอตัว น.ส.กอนณาสัตยธรรม ผู้พิพากษาประจำศาลจังหวัดพระโขนง กทม. ลูกสาวคนเดียวของ “สดศรี สัตยธรรม” 1 ใน 5 กกต.ผู้โด่งดังที่สุด มาช่วยราชการประจำหน้าห้อง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรีบนตึกบัญชาการทำเนียบรัฐบาลก็ได้เป็นเรื่องจริงทั้งหมด“เจ๊สด” ได้ให้สัมภาษณ์นักข่าวสายประจำ กกต.เมื่อวันที่10 ม.ค.51 เฉลยปมต่างๆ อย่างละเอียดว่า ลูกสาวไม่ได้ไปประจำหน้าห้องของ พล.อ.สนธิ ตามที่ขอมา พร้อมขู่จะฟ้อง “ประดาบ”หากเป็นเอกสารเท็จ ตามที่ “บางกอกทูเดย์” ได้นำคำสัมภาษณ์ลงทุกตัวอักษรอย่างไม่มีการตัดทอนในฉบับวานนี้พอสว่างวันที่ 11 ม.ค.เรื่องราวกระจ่างอีกมาก“ลอยเลื่อนบุนนาค” คนเซ็นหนังสือยอมรับกับนักข่าวว่า

เป็น “เอกสารจริง” แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน ก็ได้เซ็นหนังสือฉบับใหม่ส่งไปที่ศาลฎีกาอีก “ขอยกเลิก” ฉบับขอยืมตัว เป็นการขอยกเลิกก่อนที่จะมีผลในขณที่ “สราวุธ เบญจกุล” รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ให้สัมภาษณ์นักข่าวเมื่อตอนบ่ายวันที่ 11 ม.ค.ว่า“เมื่อปี 2550 ได้มีหนังสือขอยืมตัว น.ส.กอนณา ไปช่วยงานจริง โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2550 เป็นต้นไป แต่ยังไม่ทันที่จะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการตุลาการ (กต.) ว่า จะอนุญาตหรือไม่ปรากฏว่า ได้มีหนังสือจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ขอให้ระงับการยืมตัวดังกล่าว และวันที่ 8 พ.ย.2550 มีหนังสือมาอีกครั้งเพื่อขอถอนเรื่องดังกล่าวคืน

โดยที่ยังไม่ได้นำเข้าพิจารณา และไม่ได้ให้เหตุผลอะไรในการขอยืมตัวและการถอนเรื่อง ที่ผ่านมาเคยมีการยืมตัวผู้พิพากษาไปช่วยงานราชการฝ่ายบริหารโดยสมัยที่นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ อดีตประธานศาลฎีกา มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็เคยมีการขอตัวผู้พิพากษามาช่วยงาน แต่คณะกรรมการตุลาการไม่อนุญาต เพราะผู้พิพากษามีหน้าที่พิจารณาคดี และเห็นว่าหากไปช่วยงานฝ่ายบริหารเกรงว่าจะขาดอิสระในการพิจารณาคดี”เรื่องทั้งหมดหมายความว่า ไม่ใช่เอกสารเท็จดังที่ “สดศรี สัตยธรรม” สงสัย และฮึ่มๆจะเล่นงานผู้มีนามปากกาว่า “ประดาบ”

เช้าตรู่ 11 ม.ค.51 “สดศรี สัตยธรรม” ให้สัมภาษณ์อีกรอบในรายการ “สยามเช้านี้” ทางช่อง 3 ความโดยสรุปว่า“พี่ไม่รู้ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะไม่ได้มีการทาบทามอะไร ลูกสาวก็ยังทำงานอยู่ที่ศาลจังหวัดพระโขนงกทม. และศาลคงไม่มีทางที่จะให้ไปช่วยงาน เพราะระบบงานของศาลจะไม่ให้ยุ่งกับงานการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น แม้แต่จะเขียนบทความต้องขออนุญาต จึงคิดว่าสิ่งนี้ เป็นการดิสเครดิตพี่ในฐานะ กกต. ไม่มีเหตุผลอะไรที่ลูกสาวซึ่งเป็นผู้พิพากษาจะไปทำงานเป็นเสมียนหน้าห้องของใคร โดยเฉพาะ พล.อ.สนธิอยู่ในตำแหน่งนี้อีกไม่นาน ลองถามคนดูได้ว่า จะเป็นผู้พิพากษาหรือจะเป็นเสมียนหน้าห้อง ก็ต้องมีคนเลือกว่า ต้องเป็นผู้พิพากษาพี่ได้สอบถามลูกสาวในเรื่องนี้แล้วได้รับคำตอบว่า หากมีหนังสือมาก็จะไม่ไป และไม่รู้เรื่องด้วย ทางศาลเองก็ไม่รับรู้หากทำหนังสือขอไปศาลก็จะไม่ให้ตัวแน่นอน เพราะจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองหรือฝ่ายบริหารเลย แต่ถ้าให้ไปเป็นรองนายกรัฐมนตรีอีกตำแหน่ง คงจะไม่ขัดข้อง พี่ยืนยันว่าไม่รับรู้เรื่องหนังสือขอตัว อยากถาม พล.อ.สนธิ เหมือนกันว่าขอไปทำอะไรโดยเฉพาะลูกสาวของพี่ยังไม่ได้แต่งงาน

การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบุคคลที่เป็นตำแหน่งใหญ่โต และพยายามโยงแม่เข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ใช่เรื่องดี พี่เคยบอกกับลูกสาวแล้วว่า อย่าเข้าไปเกี่ยวข้องอะไรทั้งสิ้น”“ในช่วงที่ผ่านมา การทำงานของ กกต. ร่วมกับ ครส.ที่มี พล.อ.สนธิ เป็นประธาน พี่ก็ไม่เคยขอให้มาช่วยงานกกต. เนื่องจากต้องระมัดระวังไม่ให้มองภาพลักษณ์ของ กกต. ว่า ไปร่วมกันสกัดกั้นพรรคการเมืองใด”“ขอให้ผู้ดำเนินการเว็บไซต์นี้เปิดเผยตัวออกมา อย่าแอบใช้นามปากกา พี่ชอบความจริงมาพูดกัน ว่าเพราะอะไรจึงด่าพี่อยู่เรื่อยๆ การทำอย่างนี้หากเป็นผู้ชายก็ไม่ใช่ลูกผู้ชาย หากเป็นผู้หญิง ก็ไม่ใช่ผู้หญิงดี แอบกัดคนลับหลังเพื่อจุดประสงค์ทางการเมือง ผู้ดูแลเว็บไซต์นี้ คือกระทรวงไอซีที ควรพิจารณาด้วยว่า เหตุใดเว็บไซต์นี้ กระทำการเช่นนี้ได้ตลอดเวลา โดยไม่มีการถูกสั่งปิด”จากคำพูดทั้งหมด “เจ๊สด” ท่าทีเดิมขณะที่ “นายธานีรัตน์ ศิริปะชะนะ” ผู้ตรวจราชการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร บอกนักข่าวว่าขณะนี้กระทรวงยังไม่ได้รับเรื่องการร้องเรียน

ซึ่งต้องรอการประสานจากทางตำรวจ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ที่มีโทษทางอาญา และโทษการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550และ “ยังแสบตามปกติ” ก็คือผู้ใช้นามปากกาว่า“ประดาบ” เช้า 11 ม.ค. เขาได้เขียนบทความเรื่องนี้ลงเว็บไฮ-ทักษิณอีกครั้ง สรุปว่าขอให้ “สดศรี สัตยธรรม”ใจเย็นๆ แล้วสติจะมาปัญญาจะเกิด โดยแก้ตัวว่า ทั้งหมดที่เขียนไปไม่ได้ทำลาย สดศรีกับลูกสาว“ประดาบ” โยนทุกสิ่งทุกอย่างเข้าใส่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน โดยให้เหตุผลว่า เพราะข้อความในหนังสือระบุว่าขอยืมตัว “กอนณา สัตยธรรม” มาช่วยงานที่หน้าห้องของ พล.อ.สนธิ “ประดาบ” ระบุด้วยว่า พล.อ.สนธิ ไม่ได้สั่งให้ขอยืมตัวลูกสาวสดศรีมาช่วยงานหน้าห้อง แต่มี “เจ้าหน้าที่ทีมงานหน้าห้อง” ของพล.อ.สนธิ เป็นคนไปประสานขอให้ “ลอยเลื่อนบุนนาค” ทำหนังสือที่ว่าไปถึงประธานศาลฎีกา และทำหนังสือไปขอยกเลิกดังนี้ เรา “บางกอกทูเดย์” จึงมีความเห็นว่า เมื่อความจริงเดินหน้ามาถึงตรงนี้แล้ว คนที่จะตอบคำถามได้ดีที่สุดก็คือพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นพล.อ.สนธิ หายไปไหนพล.อ.สนธิ จะหนีไปไหนพล.อ.สนธิ จะหนีทำไมนักข่าวของเรา และนักข่าวของสื่อทุกสำนัก ที่ประจำอยู่ทำเนียบรัฐบาล เฝ้ารอการเข้ามาทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลของ พล.อ.สนธิ ด้วยใจจดจ่อตลอดวันศุกร์ที่ 11 ม.ค.51เพื่อจะถามว่าขอยืมตัวลูกสาวสดศรีมาเพื่ออะไรคิดอะไรอยู่รึแต่ พล.อ.สนธิ ไม่มา


"สมัคร-เฉลิม"ยกโขยงขอพร"พ่อคูณ"

วันนี้ (11 ม.ค.) เมื่อเวลา 15.30 น. นายสมัคร สุนทรเวชา หัวหน้าพรรคพลังประชาชน และแกนนำพรรคได้เข้านมัสการหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ที่วัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา นายสมัครและร.ต.อ.เฉลิม ได้เข้าไปในกุฏิของหลวงพ่อคูณ ขณะที่กำลังจำวัด โดยนายสมัคร ได้เข้าไปสนทนาถึงข้างเตียงใช้เวลา 20 นาที


คนใกล้ชิดนายสมัครเปิดเผยว่า หลวงพ่อคูณได้อวยพร ให้นายสมัคร ได้เป็นนายกรัฐมนตรี จากนั้นนายสมัคร และร.ต.อ.เฉลิม ได้ประคองให้หลวงพ่อคูณออกมานอกห้อง ท่ามกลางศิษย์ยานุศิษย์ โดยนายสมัคร ได้โชว์เหรียญทองคำรูปเหมือนของหลวงพ่อคูณ

ร.ต.อ.เฉลิมเปิดเผยว่า เหรียญนี้เป็นเหรียญที่ได้มาจากหลวงพ่อคูณกว่า 10 ปีแล้ว หลวงพ่อคูณและตนได้ไปงัดมาจากตู้เซฟ ซึ่งท่านได้นำเหรียญออกมา 2 องค์ให้ตนองค์หนึ่งและฝากให้นายสมัคร หนึ่งองค์ จากนั้นนายสมัครได้นำเหรียญดังกล่าวให้หลวสงพ่อคูณปลุกเสกให้ ซึ่งหลวงพ่อคูณก็บอกว่า “ดีแล้ว”อย่างไรก็ตามหลังจากนายสมัครกลับจากวัด ยังมีกลุ่มลูกศิษย์ได้ขอให้หลวงพ่อคูณอวยพรให้นายสมัครได้เป็นนายกฯ ซึ่งหลวงพ่อคูณได้บอกว่า “กูไม่รู้” แต่ลูกศิษย์ได้ขอให้หลวงพ่อคูณได้อวยพรอีกครั้ง หลวงพ่อคูณบอกว่า “ไปแล้ว ได้เป็นแล้ว”

จากนั้นนายสมัคร ได้เดินทางต่อมาแวะพบปะแม่ค้าที่ตลาด อ.เทศบาล อ.ด่านขุนทด กล่าวว่า เมื่อกี้ได้ไปพบหลวงพ่อคูณมา ต้องให้หลวงพ่อเป่ากระหม่อมให้ ซึ่งหลวงพ่อคูณก็ถามตนว่าสมัคร เอ็งจะมาทำอะไร ตนก็ตอบไปว่า “ผมมารับสามารถเป็นนักการเมืองระดับหัวแถว เมื่อเขาเลือกก็จะทำหน้าที่บริหารบ้านเมือง หลวงพ่อคูณถามต่อว่า เอ็งจะทำอย่างไร ตนก็บอกไปว่านักการเมืองที่หลวงพ่อชอบ ชื่อทักษิณ เขาทำดี 5 ปีติดต่อกันมาแต่มีคนมาล้มเขา 15 เดือน ซึ่งตนจะทำให้ 15 เดือนให้กลับมา งานตรงนี้ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยาก และผมก็บอกหลวงพ่อว่า 15 เดือนที่ผ่านมาบ้านเมืองเสียหาย และประเทศในยุโรปเขาไม่คบไม่ค้าขายกับเรา เมื่อมีการเลือกตั้งมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็คงค่อยยังชั่วขึ้นแล้ว ประเทศเหล่านี้ก็จะหันมาค้าขายกับเรา

นายสมัคร กล่าวต่อว่า กว่าจะมีวันนี้ได้มันยากเย็นแสนเข็ญ เพราะเขาต้องการฆ่าให้ตายขายให้ขาด สุดท้ายมาเป็นพรรคพลังประชาชน ก็มีคนคิดว่าที่พรรคพลังประชาชนได้คะแนนเสียงมาเป็นอันดับ 1 เพราะมาจากการทุจริตการเลือกตั้ง แต่พรรคไม่เคยคิดทำทุตริต แต่มีคนจะสอยเราหาว่าเราทำสกปรก และตอนนี้เรายึดหัวหาดเรียบร้อยแล้วกำลังตั้งรัฐบาล จะรวมกี่พรรคก็แล้วแต่ แต่ตอนนี้ตั้งรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว เรามีหน้าที่กอบกู้สถานการณ์บ้านเมือง แม้วันนี้ขั้นตอนกลวิธีต่างๆยังไม่เสร็จสิ้นแต่เราก็ไม่รีบร้อนเพราะต้องการทำทุกอย่างให้ถูกต้อง เขาให้เลือกตั้งใหม่ก็เลือกตั้งใหม่ ส่วนตนก็พร้อมที่จะรับผิดชอบบริหารบ้านเมือง มีประสบการณ์แน่ใจว่าจะทำงานให้บ้านเมืองได้

ผบ.ทบ.พร้อมคุย "พจมาน" เพื่อสมานฉันท์

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก และ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะมนตรีความทั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เปิดเผยว่าพร้อมพูดคุยกับ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตรัฐมนตรี ในแง่สังคมเพื่อความสมานฉันท์ แต่ส่วนที่นอกเหนือจากนั้น ต้องเป็นไปตามกฎหมายและต่อสู้กันตามหลักฐาน เพื่อให้ประเทศชาติมีหนทางไปในทางที่ดีขึ้น พร้อมเห็นด้วยกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับก่อนกำหนด เพื่อเข้ามาสะสางปัญหาต่างๆ แต่เบื้องต้นยังไม่ได้รับการติดต่อมาแต่อย่างใด


พล.อ.อนุพงษ์ ยังเน้นย้ำให้ทุกหน่วยดูแลความปลอดภัย ในการจัดงานวันเด็ก โดยเฉพาะพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภายใต้



กกต.ยังมึน [12 ม.ค. 51 - 19:08]

องค์การอนามัยโลกแถลงที่กรุงเจนีวาเมื่อวันก่อน อ้างข้อมูลจาก รัฐบาลอิรัก ปรากฏว่ามี พลเรือนที่เสียชีวิตจากความรุนแรงในอิรัก ตั้งแต่เริ่มสงครามอิรักเมื่อปี 2546 จนถึงปีที่แล้ว จำนวนประมาณ 151,000 คน เฉลี่ยวันละ 115-128 คน

เป็นผลพวงของสงครามก่อการร้าย

เป็นสงครามที่ล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ โดยเกิดจากน้ำมือของมนุษย์พวกเดียวกันเอง มองเขามองเรา การเสียดสีระหว่างสองขั้วการเมือง จะนำไปสู่จุดที่เรียกว่าสงครามกลางเมืองหรือไม่ เป็นเรื่องที่น่าคิด

ผมมาจับเอาประเด็นข่าวการแจกใบแดงใบเหลืองของ กกต. ที่ผมอยากจะทักท้วงตั้งแต่วันแรก ว่า การตั้งข้อหาแจกใบแดง ใบเหลือง ส.ส. ระบบสัดส่วน เป็นเรื่องที่พิกลอยู่ เพราะโดยปกติแล้วเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญก็คือเปิดช่อง ให้ประชาชนได้มีโอกาสเลือกพรรคการเมืองที่ชอบ ส่วนตัวบุคคลจะไปตกที่ใครจากลำดับ 1-10 ในแต่ละกลุ่มจังหวัดที่มีทั้งสิ้นจำนวน 8 กลุ่มจังหวัดก็เป็นอีกเรื่อง

ดังนั้น จึงเป็นเรื่องแปลกที่ กกต.จะแจกใบแดงใบเหลืองให้กับ ส.ส.ระบบสัดส่วน และกลายเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ กกต.ยังมึนตึ้บ ว่าจะหาทางลงกันอย่างไร

ด้วยปัญหาที่ว่าถ้าแจกใบแดงให้ ส.ส.ระบบสัดส่วนคนใด คนหนึ่งไปแล้ว คนที่เหลือจะทำอย่างไร จะเลื่อนลำดับหรือกฎหมายก็ไม่เปิดช่องไว้ให้ คะแนนจะแยกหรือตัดออกไปเป็นเฉพาะตัวบุคคลก็ดูกระไรอยู่ แล้วถ้าเป็นอย่างนั้น ส.ส.คนอื่นๆของพรรคก็ต้องถูกตัดสิทธิไปด้วยหรือไม่ ถ้าถูกตัดสิทธิก็ไม่เป็นธรรม

จะตัดสิทธิแต่คน ไม่ตัดสิทธิพรรคก็ดูทะแม่ง

แล้วที่ประกาศรับรองผลไปแล้วจะทำอย่างไร หรือต้องเพิกถอนสิทธิกันอีกที จะเอาเหตุผลอะไรมาอ้าง เอาแค่นี้ก็งงแล้วกรณีใบแดง เมื่อต้องตัดสิทธิบุคคลนั้นออกไป พรรคก็ถูกตัดสิทธิไปด้วย เหลือคนที่ได้รับรองสิทธิไปแล้วจะกระอักกระอ่วนดูลูกครึ่งพิกลอยู่

และมาถึงกรณีการเลือกตั้ง กฎหมายเปิดช่องให้เลือกตั้งซ่อมหรือเลือกตั้งใหม่ ส.ส.ระบบสัดส่วนไว้หรือไม่ ถ้าเป็นใบแดง ทั้งพรรคทั้งคนถูกตัดสิทธิ จะให้พรรคการเมืองที่เหลือไปลงสมัครแข่งขันกันอย่างไร จะเลือกตั้งเฉพาะสัดส่วนในกลุ่มจังหวัดเท่านั้น แล้วจะมาเฉลี่ยคะแนนกันใหม่ด้วยวิธีไหน

ยิ่งถ้าเป็นใบเหลืองคงดูตลกพิกล ให้ผู้สมัครที่โดนใบเหลืองลงเลือกตั้งซ่อมใหม่ จะไปลงแข่งกับใคร อันนี้ก็เป็นปัญหา หรือจะต้องมาว่ากันใหม่ทั้งพวง ทั้งสองกรณี

คงเมื่อยตุ้มดีพิลึก

ผมดูจากข่าวมาตรา 110 พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว.ไม่ได้ระบุว่า ส.ส.ระบบสัดส่วนจะมีการเลือกตั้งใหม่ได้ และกฎหมายก็ไม่เปิดโอกาสให้มีการเลื่อนลำดับ ส.ส.ขึ้นมาแทน ทั้งนี้ กกต.ทำท่าว่าจะหาทางออกโดยอนุโลมว่าคะแนนที่ได้มาเป็นบัตรเสีย สุดท้ายต้องแดงกันทั้งเขตอยู่ดี

กกต.จะตอบคำถามเรื่องของความโปร่งใสได้หรือไม่.

“หมัดเหล็ก”

คอลัมน์ คาบลูกคาบดอก

พรรคผู้ชนะ [12 ม.ค. 51 - 19:25]

มีคนถาม เมื่อหนังตะลุงสมัยนี้ ไม่มี “ออกลิงหัวค่ำ” แล้ว จะเอาเจ้าลิงขาวลิงดำ ที่เคยรุ่งเรืองเฟื˜องฟู ไปไว้เสียที่ไหน?

ผมยกแก้วน้ำข้างตัวเขามาไว้ใกล้ตัวเอง แล้วก็บอกว่า เห็นไหม ผมหยิบแก้วน้ำง่ายขึ้น ในขณะที่คุณหยิบได้ยากขึ้น

เหมือนคนบางคน ใช้ประโยชน์ได้มากมายในเวทีหาเสียงเลือกตั้ง แต่เมื่อถึงเวทีรัฐบาล คนคนนั้นไม่เพียงใช้ประโยชน์ไม่ได้ ยังเป็นตัวถ่วงทำลาย ก็ต้องถูกกำจัดไปให้พ้นทาง

หลวงพ่อชุมพล พลปัญโญ เขียนไว้ในพุดตานกถา บทที่ 71 ว่า

คนฉลาดบางคน ฉลาดมากจนแสดงตนเหมือนโง่เขลา คนดีบางคน ทำแต่ปิดทองหลังพระ ปรากฏแก่สายตาเหมือนคนโง่ คนดีบางคนปรากฏแก่สายตาเหมือนคนเลว

มองด้วยตาลึกได้หนึ่งเมตร สัมผัสด้วยใจ ลึกได้ร้อยวา ของบางอย่างอย่าเพียงเชื่อสายตา ต้องใช้ใจสัมผัส

รีบด่วนสรุปกับทุกเรื่องคือเด็กๆ

ผู้ผ่านโลกวางจิตไว้กลางๆ ไม่ตัดสินไปข้างใดข้างหนึ่ง ความเชื่อสุดโต่งข้างเดียว จะนำความผิดพลาดมาให้ อย่าลงความเห็นว่าอะไรแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ ของที่พิสูจน์แล้ว ยังเปลี่ยนแปลงได้

นับประสาอะไรกับของที่เพิ่งประสบพบเห็น.....

การเมืองที่เราเห็นกันในวันนี้ ก่อนเลือกตั้งดูเหมือนจะสู้กันอยู่แค่สองพรรค พรรคพลังประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์

พรรคพลังประชาชน ถูกโจมตีว่าเป็นตัวนอมินีคุณทักษิณ ชินวัตร ผู้ที่ถูกทหารปฏิวัติ ระเห็จออกนอกประเทศ พรรคประชา-ธิปัตย์ ถูกโจมตีว่า เป็นใจให้เผด็จการทหาร

คุณอภิสิทธิ์หยั่งเชิงคุณสมัครว่า ยาหมดอายุ คุณสมัครก็โต้กลับว่า คุณอภิสิทธิ์แค่มะม่วงจำบ่ม

ไส้สองฝ่าย ใครมีอยู่กี่ขดๆ ก็ถูกลากออกมาประจานกันไป ชาวบ้านไม่เคยรู้ ก็ได้รู้

เมื่อผลการเลือกตั้งออกมา คะแนนดูเหมือนว่าสองฝ่ายชนะ พลังประชาชนมี ส.ส.มากกว่าประชาธิปัตย์ ว่ากันตามกติกา พลังประชาชนก็ต้องเป็นรัฐบาล

คุณสมัคร หัวหน้าพรรค ก็ต้องเป็นนายกฯ

ส่วนคุณเฉลิมจะได้นั่งว่าการมหาดไทยหรือไม่ ก็คงจะพอคุยกันได้ ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลไม่ชิงเก้าอี้นี้ไปเสียก่อน

พูดถึงพรรคร่วมรัฐบาล ผมว่าพรรคพวกนี้แหละ เป็นผู้ชนะเด็ดขาดในการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ว่าหวยจะออกพรรคไหน ก็ได้ร่วมรัฐบาล

ประเด็นจี้หัวใจคุณประชัย หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ...หาเสียงด้วยการด่ารัฐบาลทักษิณ คุยนักหนาว่าเป็นแกนนำล้มรัฐบาลทักษิณ

คุณเสนาะ พรรคประชาราช...ก็ตัดเป็นตัดตาย ชนิดผีไม่เผาเงาไม่เหยียบกับคุณทักษิณ

คุณบรรหาร ก็เพิ่งชูธงความจงรักภักดี จี้ใจดำใคร? บางคน...แสดงท่าทีจู๋จี๋กับประชาธิปัตย์ตลอดเวลาที่หาเสียง

ดูใบหน้าราศีของสามพรรคนี้ ราศีคุณทักษิณที่อับเฉาหมองเศร้ามานาน สดใสยองใยขึ้นทันตา

ถึงเวลาจะกลับ ก็ต้องกลับบ้านครับ งานกู้บ้านเมือง จะเป็นงานหนักตรงหน้า แต่งานที่หนักมากกว่า ก็คืองานบริหารพรรคร่วมรัฐบาล ที่มากันแบบ... ไม่มีสัจจะในหมู่โจร.

"กิเลน ประลองเชิง"

คอลัมน์ ชักธงรบ

ดิ้นมากระวังเสียค่าโง่ [12 ม.ค. 51 - 03:01]

ดีกรีเผชิญหน้าลดโทนลงวูบวาบเลย

ภายหลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เลื่อนการลงมติในการพิจารณาสำนวนคำร้องทุจริตเลือกตั้งของนายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ออกไป พร้อมทั้งได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนขึ้นใหม่ ซึ่งมีนายสุวิทย์ ธีรพงษ์ อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นประธาน


กลับไปเริ่มต้นนับหนึ่ง

โดยที่นายสุเมธ อุปนิสากร กกต.ยืนยัน เป็นไปตามที่นายยงยุทธร้องขอให้เปลี่ยนชุดสอบสวน เนื่องจากเห็นว่าทีมงานตำรวจสันติบาลไม่มีความเป็นกลาง

จึงต้องทำเพื่อความเป็นธรรม

ขณะที่นางสดศรี สัตยธรรม กกต.สำทับเพิ่มเติมว่า กกต.จะลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายเพื่อเริ่มต้นทบทวนการสอบพยานใหม่ทั้งหมด

อันเป็นการเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้สู้กันอย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้จะเปิดโอกาสให้นายยงยุทธได้ดูวีซีดีของตำรวจสันติบาลตามที่ร้องขอ

และหากการสืบสวนของคณะอนุกรรมการดังกล่าวเสร็จไม่ทันวันที่ 15 มกราคมนี้ กกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งของนายยงยุทธไปก่อน และภายหลังหากมีข้อสรุปที่แน่ชัดว่า มีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งจริง จึงจะให้ใบเหลืองใบแดง

อย่างน้อยก็เป็นการเปิดช่องหายใจ

ระบายแรงกดดัน

เบื้องต้นก็แสดงให้เห็นว่า กกต.ไม่ได้กระเหี้ยนกระหือรือจะเชือดใครตามใบสั่ง

ทุกอย่างเป็นไปตามสำนวน ไม่เข้าใครออกใคร

ไม่อย่างนั้น ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.ระบบสัดส่วนพรรคพลังประชาชน คงไม่นำคณะเข้ามอบช่อดอกไม้ให้ 5 เสือ กกต. แสดงความขอบคุณที่มีการเปลี่ยนตัว พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ที่ถูกระบุว่ามีความใกล้ชิดกับแกนนำพันธมิตรม็อบไล่อดีตนายกฯทักษิณ ออกจากทีมสอบสวนคดีของนายยงยุทธ

กกต.ทำทุกอย่างเพื่อประคองความเป็นกลาง

ฉะนั้น ผลสุดท้ายกรณีของนายยงยุทธจะออกมามุมไหน น่าจะยอมรับได้ระดับหนึ่ง

ถึงตรงนี้ต้องยกให้ กกต.ทรงตัวได้ดี

แต่ในทางตรงกันข้ามกับพวกที่กำลังออกอาการเป๋ เหมือนจะพาลเกเร

ดูมุมไหนก็ไม่เข้าท่ากับคิวที่ 7 ผู้สมัคร ส.ส.อุดรธานี พรรคพลังประชาชน ได้เกณฑ์ประชาชนผู้สนับสนุนนับพันคน บุกประท้วง กกต.แจกใบเหลือง

ประกาศปักหลักกินนอนอยู่ที่ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี

แสดงเจตจำนงไม่ได้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยได้ทำกรงขังตัวเองบนรถบรรทุก 6 ล้อ พร้อมแสดงการปิดหูปิดตา โดยขอให้ประชาชนเป็นผู้ปลดปล่อยตนเองออกมา

เฮี้ยวเกินเหตุไปหรือเปล่า

ทั้งๆที่ว่าไปแล้ว แค่ได้ใบเหลืองยังมีสิทธิลงสนามแก้ตัว

โดยเฉพาะในภาคอีสานกับภาคเหนือ ถ้ามั่นใจในกระแส “พลังประชาชนฟีเวอร์” เลือกเมื่อไหร่ก็ได้กลับมาอยู่แล้ว

ไม่เห็นต้องออกอาการฮึดฮัด จุดกระแสหมั่นไส้

เผลอพลาดพลั้งไปติดบ่วงข้อหาครอบจักรวาล เข้าข่ายกล่าวหาใส่ร้าย ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดในการลงคะแนน จากเหลืองจะพลิกเป็นใบแดง

เสียค่าโง่โดยไม่จำเป็น

และพูดถึงคิวเสียค่าโง่โดยไม่จำเป็น มันก็น่าเอะใจกับอาการล่าสุดที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อ้อนวอนให้ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ ลูกพรรคประชาธิปัตย์

ถอนฟ้องคดีเลือกตั้งล่วงหน้าโมฆะ

อ้างว่า เพื่อให้ประชาชนเกิดความสบายใจว่า พรรคประชาธิปัตย์

ไม่ได้มีจุดยืนให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ และไม่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาที่พรรคพลังประชาชนเป็นนอมินี

แต่มันน่าจะมีอะไรที่ลึกไปกว่านั้น

ที่แน่ๆเลยกับชัยชนะแบบเหนือการคาดหมายในสนาม กทม.ที่สวนทางกับเอกซิทโพล สะท้อนว่าคะแนนที่พลิกล็อกของพรรคประชาธิปัตย์ มาจากคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า

แล้วถ้าเกิดเป็นโมฆะ ต้องล้มกระดานกันใหม่

ใครล่ะที่จะเข้าเนื้อ.


ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ข่าวการเมือง (วิเคราะห์)

ยงยุทธ ยันไม่ได้รับการติดต่อให้เข้าดูวีซีดี

สำนักงาน กกต. 11 ม.ค.-นายยงยุทธ ติยะไพรัช ยื่นหนังสือชี้แจงถึงคณะกรรมการสอบสวนของ กกต. เพื่อยืนยันไม่ได้รับการติดต่อให้เข้าดูวีซีดี

เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา นายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ ส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 1 พรรคพลังประชาชน ได้เดินทางไปที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อจะขอเข้าพบ กกต. และนายสุวิทย์ ธีรพงษ์ ประธานคณะกรรมการสอบสวนกรณีคำร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งของนายยงยุทธ แต่ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่ เพราะเดินทางกลับไปหมดแล้ว เนื่องจากเลยเวลาที่นัดหมายไว้เมื่อช่วง 14.00 น. นายยงยุทธ จึงได้ยื่นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันว่า ในช่วงตลอดวันนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากผู้ใดให้เข้าชี้แจง และดูวีซีดีที่ทางตำรวจสันติบาลอ้างว่าเป็นหลักฐานการทุจริตเลือกตั้งของตน นอกจากนี้ ยังได้ให้หมายเลขโทรศัพท์ และสถานที่ที่สามารถติดต่อได้ตลอดเวลา หากคณะกรรมการสอบสวนฯ ต้องการติดต่อให้มาชี้แจงอีกครั้ง

ขณะเดียวกันที่บริเวณชั้น 1 ของอาคารศรีจุลทรัพย์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงาน กกต. นางนันทนา สงฆ์ประชา ว่าที่ ส.ส. พรรคชาติไทย จ.ชัยนาท ที่ กกต.ได้ให้ใบแดง ซึ่งได้เดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมตั้งแต่ช่วงกลางวัน ได้นำมุ้งมากางเพื่อต้องการจะนอนประท้วง กกต.จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-11 21:41:35