WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, January 13, 2008

ร่างทรง "ทักษิณ" ยุบพรรครอบสอง [13 ม.ค. 51 - 00:26]

วันนี้ 13 มกราคม ถือเป็นวันแรกที่มีการจัดเลือกตั้งใหม่ ส.ส. ตามคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

หลังจากมีมติแจกใบแดงใบเหลืองให้แก่ว่าที่ ส.ส. ที่ทุจริต ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง

สำหรับว่าที่ ส.ส.ที่โดน กกต.เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือแจกใบแดง เพราะมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่ามีการทุจริตเลือกตั้งชัดเจน

ต้องโดนไล่ออกจากสนาม ไม่มีสิทธิลงเลือกตั้งใหม่

ส่วนว่าที่ ส.ส.ที่ กกต.มีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือแจกใบเหลือง เนื่องจากมีหลักฐานว่าได้ประโยชน์ จากการที่มีผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง แต่ยังไม่ชัดเจนถึงขั้นว่าเป็นตัวการในการกระทำผิด

ไม่โดนไล่ออกจากสนาม ยังมีโอกาสลงเลือกตั้งแก้ตัวใหม่ได้

ทั้งนี้ ตามโปรแกรมการจัดเลือกตั้งใหม่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

วันที่ 13 มกราคม จะมีการเลือกตั้งใหม่ ส.ส.นครราชสีมา เขต 3 เนื่องจากว่าที่ ส.ส. พรรคพลังประชาชน 3 คน โดนใบเหลือง

วันที่ 17 มกราคม จะมีการเลือกตั้งใหม่ ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 1 แทนว่าที่ ส.ส.พรรคพลังประชาชน 3 คน ที่โดนใบแดง

วันที่ 20 มกราคม จะมีการเลือกตั้งใหม่หลายเขต อาทิ เลือกตั้งใหม่ ส.ส.ชัยนาท แทนว่าที่ ส.ส.พรรคชาติไทย 2 คน ที่โดนแจกใบแดง

การเลือกตั้งใหม่ ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 1 จำนวน 1 ที่นั่ง เนื่องจากว่าที่ ส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์ โดนใบเหลือง

เลือกตั้งใหม่ ส.ส.อุดรธานี เขต 1 จำนวน 3 ที่นั่ง เลือกตั้งใหม่ ส.ส.อุดรธานี เขต 2 จำนวน 3 ที่นั่ง เนื่องจากว่าที่ ส.ส.พรรคพลังประชาชน โดนใบเหลือง และเลือกตั้งใหม่ ส.ส.อุดรธานี เขต 3 จำนวน 2 ที่นั่ง เพราะว่าที่ ส.ส.จากพรรคพลังประชาชน โดนใบเหลืองและใบแดง

เลือกตั้งใหม่ ส.ส.ชัยภูมิ เขต 2 จำนวน 1 ที่นั่ง เพราะว่าที่ ส.ส.พรรคชาติไทย โดนแจกใบเหลือง เลือกตั้งใหม่ ส.ส.ลำปาง เขต 1 จำนวน 1 ที่นั่ง เนื่องจากว่าที่ ส.ส.พรรคพลังประชาชน โดนใบเหลือง

นอกจากนี้ หาก กกต.มีมติแจกใบแดงใบเหลืองเพิ่มเติมให้แก่บรรดาว่าที่ ส.ส.ที่มีเรื่องร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งในสำนวนอื่นๆที่เหลืออยู่ ก็คงสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่พร้อมกันไปในวันที่ 20 มกราคม

เนื่องจากตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง กกต.จะมีเขตอำนาจในการแจกใบแดงใบเหลืองและสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในห้วงก่อนประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง 30 วัน นับแต่วันเลือกตั้งทั่วไป

เพราะรัฐธรรมนูญบัญญัติว่า ภายใน 30 วันนับแต่ วันเลือกตั้ง ส.ส. ให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อให้ สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรก

และกำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรต้องมีจำนวน ส.ส. อย่างน้อยร้อยละ 95 หรือ 456คน จากทั้งหมด 480 คน

นั่นก็คือ ไม่เกินวันที่ 22 มกราคม กกต.ต้องรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.อย่างน้อย 456 คน จึงสามารถเรียกประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรกหลังการเลือกตั้งทั่วไปได้

ขณะเดียวกัน รัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้งยังได้กำหนดว่า

ก่อนการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง หาก กกต.พบหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัคร ส.ส.กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง

ให้ กกต.มีอำนาจสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้สมัคร ส.ส.ที่ทุจริตการเลือกตั้ง และสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือแจกใบแดงใบเหลือง

โดยในกรณีที่แจกใบแดง ต้องส่งสำนวนให้คณะกรรมการกฤษฎีกาให้ความเห็นชอบ

แต่ในกรณีที่ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแล้ว ถ้าปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งในเขตเลือก ตั้งใดไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม หรือ ส.ส.ผู้ใดกระทำการทุจริตทำผิดกฎหมายเลือกตั้งเพื่อให้ตัวเองได้รับเลือกตั้ง

ให้กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาพิจารณาไต่สวนและสั่งให้มีการ เลือกตั้งใหม่หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของ ส.ส.ผู้นั้นได้

นั่นหมายความว่า การตามสอย ส.ส.ที่ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไปแล้วเป็นอำนาจของศาลฎีกา เป็นผู้ชี้ขาด

ดังนั้น ในขณะนี้จนถึงวันที่ 22 มกราคม จึงเป็นห้วงเวลาที่อยู่ในเขตอำนาจของ กกต.ที่จะแจกใบแดงใบเหลืองว่าที่ ส.ส.ที่กระทำทุจริตได้

เพียงแต่กรณีการแจกใบแดง ต้องเผื่อเวลาในการส่งสำนวนให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาให้ความเห็น

และเมื่อผ่านห้วงเวลา 30 วัน มีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.จำนวน 95เปอร์เซ็นต์ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการเปิดประชุมรัฐสภา เป็นครั้งแรกหลังการเลือกตั้ง

จากนั้นก็ต้องมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกประธานสภาฯ รองประธานสภาฯ และประชุมสภาฯเลือกนายกรัฐมนตรี มีการจัดตั้งรัฐบาล แถลงนโยบายก่อนเข้าบริหารประเทศ

ทั้งหมดนี้ เป็นไปตามเงื่อนเวลาและขั้นตอนของรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้

มาถึงวันนี้แม้การประกาศรับรองผลการเลือกตั้งยังไม่สะเด็ดน้ำ หน้าตาของรัฐบาลยังไม่ปรากฏอย่างชัดเจน

แต่เป็นที่รู้กันว่า พรรคพลังประชาชนจะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลผสม 6 พรรค ที่ประกอบด้วย

พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคมัชฌิมาธิปไตย และพรรคประชาราช

และมีนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน จ่อนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

โดยรูปการณ์โฉมหน้ารัฐบาลคงต้องออกมาในรูปแบบนี้

ยกเว้นเสียแต่จะเกิดเหตุอื่นๆ ที่มาสร้างความผันแปร

และเมื่อดูจากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ในช่วงที่การประกาศรับรองผลการเลือกตั้งยังไม่สะเด็ดน้ำ

ชัดเจนว่า ฝ่ายที่ได้เปรียบทางการเมือง ได้ชัยชนะในการเลือกตั้ง อย่างพรรคพลังประชาชน ยังตกอยู่ในสภาวะเสียเปรียบทางกฎหมาย

เพราะมีหลายเรื่องหลายคดีที่ต้องรอการตัดสิน อาทิ

คดีที่นายสราวุธ ทองเพ็ญ เลขาธิการพรรคความหวังใหม่ ร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งขอให้วินิจฉัยให้การเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นโมฆะ

คดีที่นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคประชาธิปัตย์ ร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ขอให้ วินิจฉัยกรณีนายสมัคร และพรรคพลังประชาชน เป็นนอมินี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ

คดีที่พรรคพลังประชาชนปลอมลายเซ็นในใบสมัครเป็นสมาชิกพรรคของนายสิทธิชัย โควสุรัตน์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน

รวมทั้งกรณี กกต.สอบสวนเรื่องร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ ส.ส.ระบบสัดส่วน รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน แจกเงินหัวคะแนน

ต้องลุ้นเสียวถึงขั้นยุบพรรค

ในขณะที่ฝ่ายที่เสียเปรียบทางการเมือง เป็นรองในการเลือกตั้ง แต่ไม่มีคดีร้ายแรงอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ก็ทำอะไรไม่ได้

นอกจากนั่งรอให้คู่ต่อสู้โดนใบแดง ใบเหลือง รอผลคดีที่ศาลจะชี้ขาดออกมา

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ยังไม่นิ่ง เพราะการตรวจสอบการเลือกตั้งยังไม่ถึงจุดสะเด็ดน้ำ

การที่จู่ๆ คุณหญิงพจนมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท. ทักษิณ เดินทางกลับมาประเทศไทย

พร้อมเข้ามอบตัวสู้คดีซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษก และคดีปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นบริษัทเอสซีแอสเซทฯ

แน่นอน แม้ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกแถลงการณ์ ระบุเหตุผลการเดินทางกลับประเทศไทยของคุณหญิงพจมานอย่างชัดเจน 3-4 ข้อ

รวมทั้ง นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน และที่ปรึกษากฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาตอกย้ำอีก 2-3 รอบว่า

คุณหญิงพจมานกลับมาเมืองไทย เพื่อต่อสู้คดีและทำภารกิจต่างๆ ไม่ใช่ กลับเข้ามาเพื่อจัดตั้งรัฐบาลหรือจัดโผ ครม.

แต่ก็ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในแวดวงการเมืองและสภากาแฟกันไปต่างๆนานา ในทำนองว่า

“นายหญิง” อาจเข้ามาจัดการเรื่องต่างๆทาง การเมืองให้เกิดความลงตัว

เพราะคอการเมืองรู้ๆกันอยู่ว่า การเมืองยุคนี้เป็นยุคร่างทรง

ที่มีทั้งหัวหน้าพรรคร่างทรง กรรมการบริหารพรรคร่างทรง รวมไปถึงอาจมีทั้งนายกรัฐมนตรีร่างทรง และรัฐมนตรีร่างทรง

ถ้ามีคนที่เป็นหลัก มาการันตี

ทุกอย่างก็เจรจาลงตัวง่าย

แต่อย่างไรก็ตาม ในสภาพความเป็นจริงของเงื่อนไขในปัจจุบัน การเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองและพรรค การเมืองของคุณหญิงพจมาน ก็ไม่ใช่จะทำได้สะดวก

เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ติดอยู่ในบ้านเลขที่ 111 ถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี

ถ้าคุณหญิงพจมาน หรือ พ.ต.ท.ทักษิณ ขยับเข้ามาบัญชาการเรื่องต่างๆทางการเมือง โดยเฉพาะในเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล เหมือนในสมัยที่บัญชาการพรรคไทยรักไทย

ก็อาจโดนข้อหา “นอมินี”

แม้แต่นายสมัครเอง ในช่วงที่เข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และได้พูดถึงเรื่องนอมินี

ก็กลายมาเป็นคดีการเมืองฟ้องกันอยู่ในขณะนี้

ที่สำคัญ หากปมประเด็นเหล่านี้เกิดขึ้นมาในช่วงที่มีนายกฯและมีรัฐบาลแล้ว ก็อาจส่งผลกระทบต่อรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคพลังประชาชน

ถึงขั้นมีการฟ้องร้องให้ยุบพรรค และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค

ได้ง่ายๆเช่นกัน.

“ทีมการเมือง”

ข่าวการเมือง(วิเคราะห์)

'ยุทธ ตู้เย็น'จี้ฝ่ายสอบสวนลงพื้นที่ถาม'ชัยวัฒน์'เป็นหัวคะแนนใคร

'ยงยุทธ'เรียกร้องกกต.ให้ฝ่ายสอบสวนฯชุดใหม่ลงพื้นที่ไปสอบถามประชาชนจ.เชียงรายเองา อย่าไปถามพยานตามที่สันติบาลระบุ ควรไปถามทั้งอำเภอว่า'นายชัยวัฒน์'กำนันต.จันจว้า อ.แม่จันเป็นหัวคะแนน ของใคร

นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน แถลงข่าวว่ามีข่าวตามสื่อต่างๆว่า ซีดีของตำรวจ สันติบาลที่กล่าวหาตนนั้น กกต.ได้รับมอบมาแล้ว และนายสุวิทย์ ธีรพงษ์ ประธานคณะกรรมการสอบสวนฯ สำนวนดังกล่าว บอกว่าได้ประสานกับตนแล้ว ตนยืนยันว่าไม่ได้รับการประสานเลย เจ้าหน้าที่พรรคก็มาบอกตน มีข่าวนี้ออกมาว่า ทำไมตนไม่ไปดูซีดี ตรงนี้ทำให้ตนเหมือนคนเจ้าเล่ห์ ตอนนั้นตนก็ไปกกต.ทันที เพื่อแจ้งความประสงค์ว่าต้องการดูซีดีแผ่นนั้น เพื่อรักษาสิทธิ แต่เรื่องนี้ตนก็โดนสื่อมวลชนวิจารณ์มาก

นายยงยุทธกล่าวว่า ยืนยันว่าเรื่องของตนนั้นไม่ใช่การทำผิดกฎหมาย แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บางคน ที่ได้รับมอบหมาย สมคบ รวมหัววางแผนดำเนินการเรื่องนี้เพื่อให้ตนได้รับผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง ตนพูดแบบนี้อาจมองว่าแก้ตัว เพราะคำให้การของกำนันที่เกี่ยวข้อง90%พูดว่าเจ้าหน้าที่ได้พิมพ์เอกสาร การสอบสวนให้บุคคลเหล่านั้นไปลงนาม และข้อความก็ไม่ตรงกับความจริง กำนันเหล่านั้นก็โดนกดดันตลอด

โดยเฉพาะ นายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ กำนัน ต.จันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย ที่แจ้งว่า ขอให้ระวังตัวในช่วง เลือกตั้ง หากไม่สนับสนุนอีกพรรคหนึ่งก็จะโดนจับกุม และในพื้นที่ก็รู้ดีว่า หากเจ่าหน้าที่บางคนพูดว่าบ้านหลังใด จะโดนค้น แล้วก็จะโดนค้นจริงๆ

นายยงยุทธ กล่าวว่าเรื่องรถตู้นั้น เป็นการเอาเรื่องต่างๆมาเจือสมกัน เพราะรถตู้นั้น เป็นการประสาน กับนายบรรจง ยางยืน นายกเทศมนตรีจันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย ที่เป็นนายกเทศมนตรี เพราะก่อนหน้านี้ นายบรรจงประสานงานกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯเรื่องสวนส้มปล่อยสารพิษในพื้นที่ แต่ปัญหานี้ก็ไม่ลดลง นายบรรจงก็มาของบจากกระทรวงฯไปแก้ไข และในช่วงนั้นนายชัยวัฒน์ และนายบรรจงมาเจอกันที่กทม. แต่ทั้งคู่ไม่ถูกกัน เมื่อนายชัยวัฒน์มาพบตนที่กทม. นายบรรจงก็พลาดไม่ได้ เรื่องนี้ต่างคนต่างมา และช่วงที่เดินทางมาจากสนามบินสุวรรณภูมิ ก็ไม่ได้นั่งรถตู้คันเดียวกันตามที่มีการอ้างในสำนวนของสันติบาล ยืนยันว่า ทั้งสองคนไม่ได้มาด้วยกันตามข้อหาว่ามารับเงินด้วยกัน

นายยงยุทธ กล่าวว่าขอให้ฝ่ายสืบสวนฯชุดใหม่ลงพื้นที่ไปสอบถามประชาชนจ.เชียงรายเองดีกว่า อย่าไปถามพยานตามที่สันติบาลระบุ ควรไปถามทั้งอำเภอว่านายชัยวัฒน์เป็นคนของใคร เป็นหัวคะแนนของใคร นายชัยวัฒน์ไม่ได้มาหาตน เพื่อมาขอเงิน แต่มาขอให้ตนใช้บารมีไปทวงเงิน ตนก็บอกว่าตอนนี้ไม่ได้ เพราะอยู่ในช่วงที่มีการเลือกตั้ง หากทำแบบนั้นก็ผิดกฎหมาย หากทำจริงก็เป็นการข่มขู่ แม้แต่จะเลี้ยงข้าว ตนก็ยังไม่ได้เลี้ยงเลย ตนพูดไปเพียงว่าในช่วงหาเสียงแล้วค่อยเจอกัน ส่วนที่มีการถ่ายภาพตั๋วเครื่องบินและการขึ้น-ลงเครื่องนั้น มันเป็นการบันทึกภาพของนายชัยวัฒน์ อีกทั้งค่าตั๋วนั้นนายชัยวัฒน์เป็นคนออกเงิน

นาย ยงยุทธกล่าวว่า อีกทั้งคนในพื้นที่ก็รู้ว่านายชัยวัฒน์นั้นไม่ใช่หัวคะแนนของตน และนายชัยวัฒน์กับนายบรรจงที่เป็นหัวคะแนนของตนก็ไม่ถูกกัน เพราะแข่งขันทางการเมืองกันเอง แล้วนายชัยวัฒน์จะมาเก็บเงินที่ตนได้อย่างไร และกำนันบางคนที่มานั้นเห็นว่าเป็นตั๋วฟรีก็เลยมา ที่อ้างว่าบอกว่ามีคนกลุ่มนี้มารอตนที่โรงแรมเอสซีปาร์คตั้งแต่14.00 น.-20.00น.นั้น ตนจะเป็นนักการเมือง จะปล่อยให้ใครมารอแบบนั้นไม่ได้เพราะจะเสียคะแนน หากนัดแล้วก็ต้องมาตามนัด ไม่ใช่ปล่อยให้รอแบบนี้ และในวันนั้นตนไปหารือเรื่องยุทธศาสตร์ของพรรคที่โรงแรมดังกล่าวจริง และพบคนกลุ่มนี้จริง แต่พูดกันแค่สารทุกข์สุขดิบหลังเหตุ19 ก.ย.2549 ตนบอกไปว่าต้องไปอยู่เมืองนอก เพราะบางฝ่ายจะยิงหัวตน และหลังเลือกตั้งแล้วค่อยมาคุยเรื่องต่างๆกัน

นายยงยุทธ กล่าวว่า ฉะนั้นซีดีและสำนวนที่มีข่าวว่ารั่วมาถึงตนนั้น หากรั่วจริง ทำไมตนไม่ได้ประโยชน์ แต่ในทางกลับกันซีดีแผ่นนั้นกลับไปโผล่ที่เอเอสทีวี และบางพรรค กกต.ควรใช้อำนาจทางกฎหมายไปตามซีดีแผ่นนี้ ี้กลับมา และการปล่อยข่าวว่ากกต.บางคนรับเงินจากตนนั้น มีการเขียนชาร์จเชื่อมโยงแบบนี้ ทำให้ตนเหมือน เป็นคนชั่ว ในสังคม หากกกต.ไม่รับสำนวนจากสันติบาลชุดนั้นมาเก็บไว้ ก็จะไม่รู้ถึงกระบวนการสอบสวน หากกกต.คืนสำนวนไป ก็จะแก้สำนวนและสอดไส้เข้ามาใหม่ แต่ตอนนี้กกต.ก็ตั้งคณะสอบสวนชุดใหม่ฯแล้ว ตนก็รู้สึกดี หากถามว่าข่าว และสำนวนรั่วจริงนั้น ตนแทนที่จะได้ประโยชน์ กลับต้องเน่าไป เหตุการณ์วานนี้ ตนอยากรู้ว่าซีดีแผ่นนั้นตัดต่อหรือไม่ หากมีการตัดต่อจริงตนจะฟ้องเจ้าหน้าที่ ตน ไม่ได้กล่าวโทษกกต. แต่มองว่าการสอบสวนครั้งแรกนั้นไม่เป็นธรรม เพราะตำรวจรุ่น34บางคน เป็นคนของใคร ทำไปเพื่ออะไรและคนบงการตอนนี้ก็ยิ้มฟันขาวอยู่เลย

นายยงยุทธกล่าวว่า ตอนนี้มีการออกข่าวว่ากกต.รับเงินจนสังคมเชื่อ หากใครตัดสินอย่างเป็นธรรม แต่กลับโดนแบบนี้ แล้วสังคมจะเป็นอย่างไร เพราะที่ใดไร้ความยุติธรรม คนก็ต้องสู้ หากมีการตัดสินเป็นธรรม คนก็เคารพ แต่หากใส่ร้ายไม่มีข้อเท็จจริง ไม่เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมก็ต้องตรวจสอบ ไม่ใช่กระบวนการทำเอง สอบสวนเอง ตัดสินเอง มันก็ไม่เป็นธรรม หากเป็นแบบนี้คนและบ้านเมืองจะเกิดความวุ่นวายหรือไม่ การสอบสวน ต้องสุจริต ตนไม่ได้พูดเพื่อเอาตัวรอด กำนันบางคนบอกว่า ไม่กลัวใคร ตายเป็นตาย พวกนั้นไม่เคยปรักปรำตน แต่เจ้าหน้าที่บางคนไปกดดัน ขอให้สื่อรับรู้

นายยงยุทธกล่าวว่า ตนไม่ได้มาปล่อยข่าว หากโลกนี้ไม่มีความยุติธรรมแล้ว วันนี้สังคมอาจดูว่าตนก้าวร้าว แต่ขนาดคนอย่างตนยังโดนแบบนี้ แล้วสังคมจะอยู่ได้อย่างไร รัฐธรรมนูญมาตรา 229 ที่คุ้มครองการสืบสวน เจ้าหน้าที่ต้องเป็นกลาง หากไม่เป็นเช่นนั้นถือว่าคดีโมฆะ ฉะนั้นตนอยากให้การสอบสวนไม่ใช่เพาเวอร์เพลย์ แต่ควรรักษาระบบและความเป็นธรรมในประเทศไว้ ฉะนั้นการสอบสวนที่มีอยู่นั้น สิ่งใดเป็นเรื่องจริง ตนจะนำมาเปิดเผย เพราะใครจะหลอกลวงประชาชนไม่ได้ ประชาชนตัดสินใจเลือกพรรคนี้ ไม่มีใครหลอกลวงได้และรู้ว่าความจริงคืออะไร ไม่มีใครเอาปืนไปจ่อหัวให้เลือกพรรคนั้นพรรคนี้ไม่ได้ บ้านเมืองนี้ทุกคนมีสิทธิเท่ากัน ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่บางคนทำหน้าที่เพื่อหวังโอกาสก้าวหน้าของตัวเอง หรือทำตามใบสั่ง หรือมีธงเพื่อเล่นงานตนและพรรค ตรงนี้จะต้องดูกันต่อไป

นายยงยุทธกล่าวว่า วันนี้ตนต้องรับผิดชอบพรรคด้วย ไม่ใช่แค่ตัวคนเดียว หากมีภาพที่ระบุว่าตนแจกเงิน จริงนั้น อย่าว่าแต่ใบแดงเลย มาฟันคอตนเลยดีกว่า เพราะคงไม่มีส.ส.หน้าโง่คนไหนปล่อยให้คนมารอ 8 ชั่วโมง เพื่อมารับเงิน วันนี้คนทั้งอำเภออึดอัดใจกับเหตุการณ์บ้านเมือง ตนอยากให้กกต.ส่งทีมไปสอบถามชาวบ้าน อย่าไปถามพยานที่เซตขึ้นมา ตนคิดว่ามันไม่เป็นธรรม ตนไม่ได้เรียกร้องรองโวยวายแต่เรื่องนี้มันผิดปกติ

เมื่อถามว่า ผู้ใหญ่ในพรรคสอบถามและเป็นห่วงเรื่องนี้หรือไม่ นายยงยุทธกล่าวว่า ไม่ห่วง เพราะกรรมการ บริหารพรรครู้ความจริง และไม่มองเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ แต่ทุกคนกลับมองอนาคตว่าจะบริหารบ้านเมืองอย่างไร ตรงนี้มันสำคัญกว่า

เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นห่วงเรื่องนี้หรือไม่ นางยงยุทธกล่าวว่า อย่าถามแบบนี้ หากตอบไป ก็จะกล่าวหาว่าเป็นนอมินี ตอนนี้ตนโดนจับจ้องตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ เมื่อถามว่า กังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นหรือไม่ เพราะมีการมองว่าหากนายยงยุทธผิดและโดนใบแดง พรรคอาจโดนยุบ นายยงยุทธกล่าวว่า ไม่กังวล แต่เหนื่อยกับการสอบสวนของสันติบาล กำนัน9คนที่มาในวันนั้นก็พร้อมยืนยันและเป็นพยานให้ตนว่า ไม่มีการกลับคำให้การ เพราะกำนันเหล่านี้ก็ไม่ได้เซ็นชื่อรับทราบการให้คำชี้แจงกับสันติบาล ตรงนี้ใครทำดี ประชาชนก็รู้ รัฐบาลชุดใดบริหารประเทศ หากสมัยหน้าประชาชนต้องการก็เลือกพรรคนั้น ตรงนี้ต้องยอมรับการตัดสินและเสียงของประชาชน หากส่วนใหญ่เลือกพรรคนั้นมาบริหารประเทศ ก็ควรเคารพ

'ถามหน่อยใครพูดกัน เรื่องยุบพรรคนี้ เดี๋ยวผมจะไปถามคนที่พูดเรื่องนี้ เพราะพูดออกไปแบบนี้เสมือนว่า ผมผิดจริงไปแล้ว ผมก็เป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งของพรรค ที่เหลือก็เป็นผู้อาวุโสแล้ว ทุกคนในพรรครวมทั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ก็เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นกระบวนการที่ต้องการทำลายผมและพรรค เพื่อหวังผลทางการเมือง ถามคำเดียวใครก็โง่ไปทำแบบนั้น ตอนนี้ผมพยายามสงบปากสงบคำแล้วนะ ไม่อยากตอบโต้ พูดทีก็เป็นข่าว ก็ไม่อยากพูด เพราะต้องการให้สังคมสมานฉันท์'นายยงยุทธกล่าว

เมื่อถามว่า จะยอมรับผลการสอบสวนชุดใหม่หรือไม่ หากมีการตัดสินเหมือนกับชุดแรก นายยงยุทธกล่าวว่า อย่าเพิ่งพูด เพราะ กกต.ยังไม่มีมีการพิจารณา เนื่องจากการสืบสวนสอบสวนของสันติบาลนั้นไม่ถูกต้อง และขณะนี้ก็มีมติตั้งกรรมการชุดใหม่มาสอบสวน มันต้องเริ่มกระบวนการที่ถูกต้อง หากนำสำนวนของสันติบาล มาร่วมพิจารณาด้วย มันก็เป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่ และตอนนี้อย่านำคำตอบของตนไปชนกับกกต.ที่เป็นสถาบัน ตนเคารพการตัดสินของกกต.เชื่อว่าจากนี้จะเกิดความยุติธรรมในการตรวจสอบ

เมื่อถามว่า หากเห็นภาพของซีดีนั้นจากเอเอสทีวี มั่นใจว่าจะชี้แจงได้ นายยงยุทธกล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ตนอยากดูซีดีแผ่นนั้น ที่สันติบาลนำมาเป็นหลักฐาน ตนจะได้ไปชี้แจง เพราะตนเชื่อว่าไม่มีภาพของตนปรากฏอยู่ ฉะนั้นในวันที่13ม.ค.ตนจะไปที่สำนักงานกกต.เพื่อขอดูซีดีพร้อมช่างเทคนิคว่า ซีดีนั้นตัดต่อหรือไม่ หากมีการตัดต่อ ตนก็จะฟ้องร้องสันติบาล

เมื่อถามว่า กรณีนี้ถือว่าล่อแหลมกับความเป็นไปของพรรคหรือไม่ นางยงยุทธกล่าวว่า ไม่ได้คิดว่าเป็นเหตุล่อแหลม มันเป็นเพียงกระบวนการหนึ่งที่จัดฉากเล่นงานตนเพื่อนำไปสู่การยุบพรรค ฉะนั้นหากการตรวจสอบไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา299 พรรคก็จะได้รับผลกระทบตามที่ฝ่ายนั้นต้องการ หากมีการตัดสินไม่เป็นกลาง เชื่อว่าหลายฝ่ายจะรับไม่ได้ เมื่อถามว่า ที่ระบุว่าให้ฝ่ายสอบสวนชุดใหม่ ไปสอบถามข้อเท็จจริงจากประชาชนจ.เชียงรายนั้น สมมติว่า หากผลการสอบสวนไม่ตรงตามที่ประชาชนต้องการ จะมีมวลชนมาก่อม็อบหรือไม่ นายยงยุทธกล่าวว่า ไม่ทราบ

'ยอมรับว่าเรื่องนี้ส่งผลกับพรรคและการจับขั้วตั้งรัฐบาล เพราะฝ่ายนั้นไม่ต้องการให้พรรคพลังประชาชน ตั้งรัฐบาล ต้องการยุบพรรค จุดประสงค์มันชัด ก็เล็งมาที่ผม เพื่อโยงไปถึงพรรค เพื่อยุบพรรค เรื่องนี้เป็นกระบวนการ ทางการเมือง ตอนนี้ผมขอทำเรื่องนี้ให้เสร็จก่อน เพราะผมยังมีเรื่องเด็ดที่จะนำมาเปิดเผยให้สังคมรับรู้ด้วยว่าใคร บางคนกำลังทำอะไรและเล่นการเมืองแบบนี้เพื่ออะไร ผมรู้ว่าคนอื่นคิดอย่างไรกับผม ยุทธ ตู้เย็น เป็นคนแบบนี้ อยู่มาได้จนถึงวันนี้เพราะพูดความจริง'นายยงยุทธกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ประชาสัมพันธ์ของพรรคแจ้งกับสื่อมวลชนว่า เวลา10.00 น.นายยงยุทธ จะแถลงข่าว แต่ก็เลื่อนมาแถลงข่าวในเวลา 13.15 น. โดยนายยงยุทธอ้างว่า ขอโทษที่เลื่อนเวลา เพราะตอนเช้าไปทำบุญกับครอบครัว

รายงานข่าวที่ใกล้ชิดนายยงยุทธเปิดเผยว่า ตอนนี้นายยงยุทธได้เตรียมพยานบุคคลมาซักค้าน การสอบสวน คดีนี้ใหม่แล้ว โดยนายยงยุทธมั่นใจว่า ข้อกล่าวหาที่พล.ต.ท.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล รองผบ.สันติบาล กล่าวหานั้น นายยงยุทธจะแก้ข้อกล่าวหาได้แน่นอน เพราะเรื่องนี้นางยงยุทธแจ้งกับแกนนำพรรคว่าเป็นการจัดฉาก เพื่อทำลาย นายยงยุทธและพรรคพลังประชาชน ที่แม้จะชนะเลือกตั้งแล้วก็ตาม แต่ก็ต้องการทำลายนายยงยุทธ และพรรคต่อไป แต่ข้อมูลอีกด้านหนึ่งในพรรคระบุว่า แกนนำพรรคและพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่สบายใจและตำหนินายยงยุทธว่า ทำไมประมาทแบบนี้จนเรื่องราวใหญ่โต ที่อาจนำไปสู่การยุบพรรคได้

'สมศักดิ์'เชื่อชท.ไม่ถูกยุบ อ้างคนละกรณีกับ'ยงยุทธ'

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีที่นายมณเฑียร สงฆ์ประชา และนางนันทนา สงฆ์ประชา ผู้สมัครส.ส.ชัยนาท พรรคชาติไทย โดนคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ให้ใบแดง จะมีผลทำให้พรรคถูกยุบ เนื่องจากนายมณเฑียรอยู่ในฐานะกรรมการบริหารพรรคว่า จากการสอบถามทั้ง 2 ผู้สมัคร

ได้ชี้แจงว่าไม่ได้กระทำการทุจริตการเลือกตั้งตามที่ถูกกล่าวหา ส่วนตัวจึงไม่ห่วงว่าจะมีผลต่อการถูกยุบพรรค เพราะหากเทียบกับกรณีของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 1 พรรคพลังประชาชน เชื่อว่าเป็นการกระทำ ที่ต่างกรรมต่างวาระกัน จึงไม่มีเหมือนกัน ซึ่งทางพรรคก็คงปล่อยให้ทั้ง 2 ผู้สมัครได้ดำเนินการชี้แจงกับทางกกต. และคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นขั้นตอนต่อไป

ด้านนายเกษม สรศักดิ์เกษม ประธานที่ปรึกษาด้านกฎหมายพรรคชาติไทย กล่าวว่า ขณะนี้ผลสอบ กรณีการโดนใบแดงที่จ.ชัยนาท ยังไม่มีความชัดเจน ตนจึงพูดอะไรมากไม่ได้ นอกจากนั้น คงต้องรอ ผลการเลือกตั้ง ซ่อมกรณีใบเหลืองอีก ในส่วนที่มีความกังวลว่าพรรคชาติไทยอาจโดนยุบ เนื่องจากนายมณเฑียรเป็นกรรมการ บริหารพรรคนั้น ตนเชื่อว่าคงไม่ถึงขั้นนั้น อย่างไรก็ตาม นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่ได้มอบหมายงานใดๆให้ โดยให้เหตุผลว่าต้องรอฟังผลของการสอบกรณีใบแดงเช่นกัน

'สดศรี' สะกิด 'บิ๊กบัง' ออกมาชี้แจงกรณีลูกสาว

นางสดศรี สัตยธรรม กกต. กล่าวถึงกรณีที่ปลัดกระทรวงไอซีที ออกมาระบุว่า ตามขั้นตอนที่จะไปปิด เว็ปไซด์ไฮ-ทักษิณ ที่เสนอบทความ ว่า พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือขอยืมตัว น.ส.กอนณา สัตยธรรม ลูกสาวไปช่วยราชการ จะต้องให้ผู้ที่เสียหายไปแจ้งความดำเนินคดี และให้เอาหลักฐานมาร้องต่อพนักงาน ว่า

ตนขอถามกลับไปว่า และก่อนหน้านี้ที่เขาหมิ่นเบื้องสูง หมิ่น พล.อ.เปรม ตินสูลานนท์ ประธานองค์มนตรี นั้นท่านจะต้องไปร้องทุกข์หรือไปแจ้งความหรือไม่ ขอถามกระทรวงไอซีทีหน่อย ส่วนตนเป็นคนธรรมดา แต่ขอถามว่าที่เขาละเมิดองค์มนตรี ไปแจ้งความไหม เรื่องก้อนกรวดในรองพระบาท เว็ปของเขาก็มีรูปเหรียญ เป็นรูปหน้าประธานองค์คมนตรี ท่านองค์คมนตรีต้องไปแจ้งความหรือไม่ ทั้งที่เป็นความผิดซึ่งหน้า และเห็นเป็นที่ประจักษ์อยู่แล้ว ทำไมกระทรวงฯถึงไม่ทำอะไรสักอย่าง ตนไม่เข้าใจ

นางสดศรี กล่าวอีกว่า เว็ปดังกล่าวนี้ก็ได้มีการด่า ตนมาตลอด ว่า 'อีนางเห็ดสด' บ้างอะไรบ้าง คนเขียนนั้นเป็นวิสัยของมนุษย์ผู้ชายหรือผู้หญิงก็ตาม สมควรหรือไม่ที่ทำเช่นนั้น ไม่รู้ตนไปทำอะไรเดือนร้อนคุณพ่อ คุณแม่อะไรเขา ตนก็ไม่เข้าใจ จึงขอย้ำถามกระทรวงไอซีทีดูว่า บุคคลระดับสูงสุดของประเทศของเราถูกกระทำอย่างน ี้สมควรต้องไปแจ้งความหรือไม่ ไม่ใช่ในกรณีตน

เมื่อถามเรื่องดังกล่าวก็มีมานานแล้วทำไมถึงมีข่าวออกมาในช่วงนี้ นางสดศรี กล่าวว่า ตนคิดว่าตอนนี้ มันกลายเป็นเกมการเมืองกันไปหมดแล้ว ก็ไม่รู้ว่าโดนเกมอะไรไปบ้าง บางคนก็พยายามดึงเราไปเป็นพวกบ้าง หรือไม่ก็มีการทำแสดงให้เห็นว่าเราเป็นคนที่เราร้ายบ้าง แม้กระทั่งอยากให้เราลาออกจากการเป็นกกต.บ้าง

'จริงๆแล้วขณะนี้กกต.ส่วนใหญ่ก็ท้อกันมาก และไม่กี่วันมานี้ ประธานกกต.เองก็บ่นว่า ไม่ไหวแล้วตอนนี้ท่านเหนื่อยเหลือเกิน และเครียดในหลายๆ ก็ไม่รู้ว่าเขาเล่นอะไรกัน กกต.ตอนนี้น่วมไปหมดทุกคน โดยเฉพาะตัวเองหนักกว่าเพื่อนที่โดนเอาลูกพ่วงเข้าไปด้วย ตอนนี้หากใครมาถามดิฉันเรื่องนี้ เดี๋ยวดิฉันจะบอกให้ทางสำนักนายกรัฐมนตรีทำหนังสือขอยืมตัวดิฉันที่เป็นกกต.ไปนั่ง จะได้หมดปัญหาเสียที' นางสดศรี กล่าว และว่า เหมือนอย่างที่อุ้งอิ้งโดน แล้วพ.ต.ท.ทักษิณ ร้องไห้บอกว่าอยากทำลูกเลยให้มาทำพ่อเถอะ ซึ่งก็เหมือนกันตนเวลานี้

นางสดศรี กล่าวว่า ขอร้องอย่ามาเอาลูกสาวเข้าไปเกี่ยวข้องเลย เนี่ยดีไม่ดีแล้วหากเขาโดนสอบสวน ขึ้นมาทั้งๆที่เขาไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลยซึ่งมันไม่ถูกต้อง และเรื่องดังกล่าวนี้ได้เคยไปถามพล.อ.สนธิหรือยังว่าทำไม ถึงได้ขอตัวลูกสาว ต้องไปถามท่านว่ามีเหตุผลอะไร พล.อ.สนธิท่านอย่าหลบ ขอให้ออกมาพูดชี้แจงหน่อย เรื่องเป็น อย่างไร มีอะไรพูดเลย แต่อย่าพยายามดึงตนไปเป็นพวกในลักษณะอย่างนั้น ตนก็เบื่อเหลือเกินเรื่องแบบนี้ และอยาก ขอร้องเถอะว่า ให้ทำแม่เถอะอย่าไปทำลูกเลย เขาบริสุทธิ์เกินกว่าจะรับสิ่งชั่วร้าย ที่การเมืองมาโยนให้เขา ตนยอมรับ ว่าตนผิดพลาดไปแล้วที่ก้าวเข้ามาเป็นกกต.ถ้าย้อนเวลาได้ก็คงไม่มาเป็น ถ้ารู้ว่าเหตุการณ์มันมาเป็นอย่างนี้

นางสดศรี ยังกล่าวอีกว่า นอกจากเรื่องนี้แล้วยังมีการดึงตนให้เกิดในทำนองชู้สาวอีก ตนก็บอกว่าดีใจ เหมือนกันที่มีคนเขียนเรื่องชู้สาวกับตนเอง เพราะตนเองแก่ขนาดนี้แล้วยังแล้วยังมีการเขียนทำนองนี้ก็ถือว่าวิเศษ ตนก็ไม่ว่าอะไรความจริงก็คือความจริงเราไม่มีอะไร ถ้าประชาชนลงชื่อให้ตนออกตนก็พร้อมที่จะลาออกคราวนี้ ตนก็เบื่อแล้วจะเอางัยก็เอากัน

นางสดศรี ยังได้กล่าวถามกลับมาว่า การทำเช่นนี้เพื่อต้องการให้พรรคพลังประชาชนได้ใบแดงมากๆ ใช่หรือไม่ เพราะถ้าเล่นข่าวมากๆ การอคติก็ต้องมีกันบาง อย่ามากดดันกันมาก คนเราไม่ใช้พระอิฐพระปูน เพราะมนุษย์ก็มีลิมิตของตัวเองทั่งนั้นมันไม่ไหวแล้ว อย่างไรก็ตามขณะนี้ลูกสาวของตนก็ยังสบายดี เขาก็ไม่อยากให้เกิดปัญหาอะไรเขาจะไม่ให้สัมภาษณ์อะไรทั้งสิ้น

ฟรีเมียร์ลีก เอฟเวอร์ตัน VS แมนฯ ซิตี้


ฟรีเมียร์ลีก

เอฟเวอร์ตัน VS แมนฯ ซิตี้

สนาม : กูดิสัน พาร์ค

ผลการพบกันเมื่อปีที่แล้ว

ฟรีเมียร์ลีก – ที่ กูดิสัน พาร์ค เอฟเวอร์ตัน เอฟเวอร์ตัน เสมอ แมนฯซิตี้ 1-1

- ที่ ซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ สเดี้ยม แมนฯ ซิตี้ ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-1

ผลการพบกันที กูดิสัน พาร์ค

2006-2007 เอฟเวอร์ตัน เสมอ แมนฯ ซิตี้ 1-1 (ฟรีเมียร์ลีก)

2005-2006 เอฟเวอร์ตัน เสมอ แมนฯ ซิตี้ 1-0 (ฟรีเมียร์ลีก)

2004-2005 เอฟเวอร์ตัน เสมอ แมนฯ ซิตี้ 2-1 (ฟรีเมียร์ลีก)

2003-2004 เอฟเวอร์ตัน เสมอ แมนฯ ซิตี้ 0-0 (ฟรีเมียร์ลีก)

2002-2003 เอฟเวอร์ตัน เสมอ แมนฯ ซิตี้ 2-2 (ฟรีเมียร์ลีก)

ฟอร์ม 5 นัดหลังสุด

เอฟเวอร์ตัน

08-01-08 แพ้ เชลชี 1-2 (เยือน) (คาร์ลิ่ง คัพ)

05-01-08 แพ้ โอลด์แฮม 0-1 (เหย้า) (เอฟเอ คัพ)

01-01-08 ชนะ มิดเดิ้ลสโบรช์ 2-0 (เยือน)

29-12-07 แพ้ อาร์เซนอล 1-4 (เหย้า)

26-12-07 ชนะ โบลตัน 2-0 (เหย้า)

ฟอร์มการเล่นเกมเหย้าของ เอฟเวอร์ตัน : แข่ง 10 ชนะ 6 เสมอ 1 แพ้ 3 ได้ 22 เสีย 11 แต้ม 19

แมนฯซิตี้

05-01-08 เสมอ เวสต์แฮม 0-0 (เยือน) (เอฟเอ คัพ)

02-01-08 ชนะ นิวคาสเซิ่ล 2-0 (เยือน)

30-12-07 เสมอ ลิเวอร์พูล 0-0 (เหย้า)

27-12-07 เสมอ แบล็คเบิร์น 2-2 (เหย้า)

22-12-07 เสมอ แอสตัน วิลล่า 1-1 (เยือน)

ฟอร์มเกมเยือนในลีกของ แมนฯ ซิตี้ : แข่ง 10 ชนะ 2 เสมอ 4 แพ้ 4 ได้ 10 แพ้ 15 แต้ม 10

สภาพความพร้อมล่าสุด

เอฟเวอร์ตัน

เดวิด มอยส์ กุนซือทีม 'ท๊อฟฟี่สีน้ำเงิน' มีข่าวดีเมื่อจะได้ มิเกล อาร์เตต้า มิดฟิลด์แปนิชที่พ้นโทษแบน 3 นัดกลับคืนสู่ทีม ขณะที่ มานูเอล แฟ่ร์น็องเดส ดาวเตะโปรตุกีสที่เพิ่งยืมตัวมาจาก บาเลนเซีย ก็น่าจะมีชื่อติดโผ ทีมทันที ขณะที่โธมัส กราเวอร๋เซ่น มิดฟิลด์ชาวเดนมาร์กที่เจ็บเข่า ยังต้องรอเช็คความฟิตอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ทีมจะไม่มี โจเซฟ โยโบ สตีเฟ่น เพียร์สัน และ ยาคูบู ไอเย็กเบนี่ 3 นักเตะชาวแอฟริกัน ที่เดินทางกลับไปรับใช้ทีมชาติในศึก แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ รวมไปถึง ลีออน ออสแมน มิดฟิลด์ตัวที่กระดูกเท้าแตก และ เอียร์เทอร์เนอร์ โกล์สำรองที่เจ็บสะโพก ยังคงต่อพักยาวต่อไป

แมนฯ ซิตี้

สเวน โกรัน อีริคส์สัน นายใหญ่ชาวสวีดิชของ 'เรือใบสีฟ้า' เตรียมส่ง เอลาโน่ บลูแมร์ เพลย์เมคเกอร์ชาวบราซิเลี่ยนลงเล่นเป็นตัวจริงภายหลังนักเตะเป็นแค่ตัวสำรองในเกมกลางสัปดาห์ โดยคาดว่าน่าจะแทนที่ของ เนรี่ คาสตินโญ่ หัวหอกเม็กซิกันที่ยืมตัวมาจาก ชัคเตอร์ส โดเน็ตก์ส

ขณะที่ ไมเคิ่ล บอลล์ ก็อาจได้ลงเล่นในตำแหน่งแบ็กซ้ายต่อไป ในเกมพบกับต้นสังกัดเก่าของตนเอง ภายหลังโชว์ฟอร์มได้ดี ทำให้ ฮาเวียร์ การ์ริโด้ ต้องรออยู่ที่ม้านั่งข้างสนามอีกเกม แต่ไม่มี ไมเคิ่ล จอห์นสัน มิดฟิลด์ดาวรุ่งที่มีอาการบาดเจ็บรบกวนที่เอ็นหลังหัวเข่า และ วาเลรี่ โบยินอฟ หัวหอกบัลแกเรียที่ใกล้หายเจ็บจ่อกลับฟิตคืนสู่ทีมอีกครั้ง

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนาม

เอฟเวอร์ตัน (4-4-2)

ผู้รักษาประตู : ทิม ฮาวเวิร์ด

กองหลัง : โทนี่ ฮิบเบิร์ต – ฟิล จากีลก้า – โจลีออน เลสค็อตต์ – เลย์ตัน เบนส์

กองกลาง : ฟิล เนวิลล์ – ลี คาร์ลส์ลี่ย์ – ทิม เคฮิลล์ – มิเคล อาร์เตต้า

กองหน้า : แอนดี้ จอห์นสัน – เจมส์ แม็คฟานเด้น

แมนฯซิตี้ (4-2-3-1)

ผู้รักษาประตู : โจ ฮาร์ท

กองหลัง : เนดุม โอนูโอฮา – ริชาร์ด ดันน์ – ไมกาห์ ริชาร์ดส์ – ไมเคิ่ล บอลล์

กองกลาง : เวดราน ชอร์ลูก้า – ดีทมาร์ ฮามันน์ – เอลโน่ บลูแมร์ – สตีเพ่น ไอร์แลนด์ – มาร์ติน เปตรอฟ

กองหน้า : ดาริอุส วาสเซลล์

ความน่าจะเป็นของเกม :

เอฟเวอร์ตัน แผ่วไปในช่วงหลัง แถมยังต้องปล่อยทั้ง ยาคูบู ไอเย็กเบนี่ โจเซฟ โยโบ และ สตีเว่น พีนาร์ กลับไปซ้อมกับทีมชาติ แต่เกมนี้ พวกนี้ พวกเขาก็ยังพอมีหวัง เมื่อมีจะได้ มิเคล อาร์เตต้า กลับมาเสริมเกมรุกร่วมกับ ทิม เคฮิลล์ ได้อีกครั้ง ขณะที่ แมนฯซิตี้ มีเกมเอฟเอ คัพ รอบ 3 นัดแข่งใหม่กับ เวสต์แฮม รออยู่ในกลางสัปดาห์ทำให้ต้องพะว้าพะวงไม่น้อย

แม้ หากประเมินจากสภาพทีม ทางฝั่งของ แมนฯซิตี้ ดูจะเหนือกว่าเล็กน้อย แต่ การที่เจ้าถิ่น ได้ ทิม เคฮิลล์ และ มิเคล อาร์เตต้า กลับมาประสานงานกันในรอบหลายนัด น่าจะช่วยให้แนวรุกของทีมกลับมาจูนเข้าฟอร์มอีกครั้ง อีกทั้ง แมนฯซิตี้ ผลการเกมเยือนก็ไม่ได้ถือว่าดีเด่นอะไร ดูแล้ว ลุ้นเอาใจช่วย เจ้าถิ่น ที่ดร็อปไปหลายนัด น่าจะกลับมาฟื้นซักที....

จาก Hi-Thaksin

รองหน.พปช.หอบหลักฐานยัน'ชัยยะ'เด็ก'สนธิ ลิ้ม'

พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน แถลงข่าวถึงกรณีความเป็นกลางของ พล.ต.ท.ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ที่ได้รับการแต่งตั้งให้มาเป็นคณะอนุกรรมการสอบสวนชุดพิเศษ ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า จากบันทึกถ้อยคำของ พ.ต.ท.รังษี เยาวรัตน์ ซึ่งเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 34 เมื่อปี 2524 รุ่นเดียวกับพล.ต.ท.ชัยยะ

ซึ่งมาให้ถ้อยคำกับฝ่ายกฎหมายของพรรคพลังประชาชน และพรรคได้ยื่นเป็นหลักฐานให้กับ กกต.แล้ว โดยบันทึกถ้อยคำระบุว่าเมื่อ พ.ต.ท.รังษีได้ย้ายเข้ามารับราชการที่ สน.บางรักในปี 2537 ในตำแหน่ง สวส.วน.บางรัก และได้มีโอกาสติดตามผู้ใหญ่คนหนึ่งไปพบกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ที่บ้านพักถนนสุโขทัยและสำนักงานถนนพระอาทิตย์บ้างเป็นครั้งคราว และทุกครั้งที่ไปพบนายสนธิ ก็จะได้พบกับพ.ต.ท.ชัยยะ (ยศในขณะนั้น)

และได้ทราบว่า พล.ต.ท.ชัยยะ พักอยู่บ้านหลังเดียวกับนายสนธิ โดยเป็นตำรวจติดตามรับใช้ใกล้ชิด และในบางครั้ง พล.ต.ท.ชัยยะ ก็ได้พาเพื่อนักเรีนยนายร้อยตำรวจรุ่นเดียวกันไปแนะนำตัวกับนายสนธิ เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนให้มีตำแหน่งสูงขึ้น เช่น พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรบุรีรัมย์ ทั้งนี้พล.ต.ท.ชัยยะได้รับการสนับสนุนจากนายสนธิ ให้ดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้บัญชาการ ตำรวจสันติบาลเมื่อปี 2550 หลังการรัฐประหาร

พ.ต.ท.กานต์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีหลักฐานที่เป็นเลขหนังสือเดินทาง นายสนธิและพล.ต.ท.ชัยยะ ซึ่งมีผู้หวังดีส่งมาให้คณะทำงานของพรรคพลังประชาชน ระบุชัดเจนว่า เลขหนังสือเดินทางของทั้งสองคน เป็นเลขในลำดับต่อกัน อันแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่น ซึ่งเมื่อเห็นถึงความไม่เป็นกลาง กกต.จึงควรยกคำร้องอย่างเดียวโดยไม่ต้องพิจารณาต่อไปอีก

เพราะ กกต.ต้องรับผิดชอบในการแต่งตั้งคนที่เป็นกลางขึ้นมา โดยเบื้องต้นพรรคกำลังพิจารณา เพื่อดำเนินการส่งหลักฐานการแต่งตั้ง และการทำงานไม่เป็นกลางให้ศาลปกครองพิจารณาเนื่องจากการแต่งตั้ง พล.ต.ท.ชัยยะ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 229 ซึ่งจะส่งผลให้ผลการสอบสวนที่ดำเนินการ โดยสันติบาลและถูกพิจารณาให้ใบเหลือง และใบแดงกับพรรคพลังประชาชนมีผลโมฆะไปด้วย

นายกฯเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ เน้นพัฒนาเป็นคน'เก่ง-ดี-มีคุณธรรม'

'พล.อ.สุรยุทธ์'เปิดงานวันเด็กแห่งชาติ เน้นพัฒนาเด็กพิเศษให้เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ย้ำให้เยาชนเป็นทั้งคนเก่งและคนดี มีคุญธรรม

พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2551 ที่กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีนายวิจิตร ศรีสอ้าน รมว.ศึกษาธิการ นายวรากรณ์ สามโกเศศ รมช.ศึกษาธิการ นางจรวยพร ธรณินทร์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ เด็กและเยาวชนจากโรงเรียนต่าง ๆ เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยก่อนเริ่มพิธี นายกรัฐมนตรีและผู้เข้าร่วมงาน ทุกคนได้ยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

นายกฯได้กล่าวเปิดงานฉลองวันเด็กว่า รัฐบาลตระหนักดีว่าเด็กและเยาวชนเป็นทรัพยากร บุคคลที่สำคัญ ของชาติ ทุกฝ่ายจึงได้พยายามเร่งพัฒนาและสนับสนุนส่งเสริมเด็กและเยาวชนในทุกวิถีทาง เพื่อให้มีความพร้อม ทั้งด้านความรู้ คุณธรรมและความสามารถ มีความมุ่งมั่น มีความพยายาม และความสมานฉันท์ ซึ่งวัฒนธรรมไทย และทุกศาสนาที่คนไทยเคารพศรัทธานั้น เป็นสิ่งที่สามารถส่งเสริมและสนับสนุน

ทั้งนี้ นอกจากการดูแลเอาใจใส่ให้ความรัก ความอ่อนโยน แก่เด็กและเยาวชนให้มากขึ้นแล้ว พ่อแม่ ผู้ปกครองยังจะต้องพยายามสังเกตว่าพัฒนาของเด็กมีพัฒนาการในลักษณะที่จะเป็นเด็กที่มีความพิเศษสามารถหรือไม่ ซึ่งควรให้ความสำคัญดูแลเด็กที่มีคุณลักษณะนี้ด้วยความระมัด ระวัง เพื่อไม่ให้เกิดการพัฒนาที่ผิดพลาด เพื่อให้สังคม ไทยมีทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพและมีคุณค่าตั้งแต่เด็ก ๆ ต่อไป ขณะเดียวกันเด็กและเยาวชน ที่มีความสามารถพิเศษ ก็ควรพยายามมุ่งมั่นส่งเสริมตนเองให้มีในสิ่งเหล่านี้ด้วย เพราะความสามารถหลายอย่างไม่ได้มาจากการที่มีสมอง ที่เป็นอัจฉริยะเท่านั้น แต่สามารถเกิดขึ้นได้จากการฝึกฝน ความพยายาม และการส่งเสริมตนเองอย่างถูกต้อง และสร้างสรรค์ด้วย

นายกฯ กล่าวต่อว่า ขอให้เด็กและเยาวชนนำคำขวัญวันเด็กที่ให้ไว้ว่า 'สามัคคี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เชิดชูคุณธรรม' ไปประพฤติปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเองและสังคม และอยากเห็นเด็กและเยาวชนทุกคนระลึกถึงความรัก ความเอาใจใส่ และความปรารถนาดีของพ่อแม่ ผู้ปกครอง และผู้ใหญ่ในชาติบ้านเมืองที่ได้พยายามมอบสิ่งที่ดี

งามให้แก่พวกเราอยู่เสมอ ดังนั้น จึงขอให้ตอบสนองสิ่งที่ดีเหล่านี้ด้วยความพยายามที่จะทำความดีและ ทำหน้าที่ของตนเองให้สุดความสามารถ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน พัฒนาตนเองให้เป็นทั้งคนเก่ง คนดีที่มีคุณธรรม และรักประเทศชาติที่เราอาศัยอยู่ให้มากยิ่งขึ้น

จากนั้นนายกรัฐมนตรีและรมว.ศึกษาธิการได้ร่วมร้องเพลง “เด็กเอ๋ย..เด็กดี”ร่วมกับผู้แทนเด็กและเยาวชน พร้อมมอบของที่ระลึกเป็นกระเป๋าเป้และปากกาให้แก่ตัวแทน เด็กและเยาวชน และเยี่ยมชมกิจกรรมของส่วนราชการ หน่วยงานต่าง ๆ ในบริเวณงาน

ต่อมานายกรัฐมนตรีได้เดินทางยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ โดยนายกรัฐมนตรี ีได้ร่วมถวายสักการะเพื่อไว้อาลัยแด่แด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และได้ร่วมกิจกรรมรวมมอบของที่ระลึกแก่เด็ก ๆ บริเวณสันติไมตรี

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้นำเด็กพิการและด้อยโอกาสจำนวน 20 คนซึ่งเป็นตัวแทนเด็กพิการจากทั่วประเทศ เยี่ยมชมตึกไทยคู่ฟ้าและห้องทำงานนายกรัฐมนตรีด้วย ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้อุ้มด.ญ.นิภาพร พลชม อายุ 11 ปีจากรร.ศรีสังวาลย์ ปากเกร็ดซึ่งพิการทางร่างกายและนั่งบนวิลแชร์ให้นั่งเก้าอี้ทำงานของนายกรัฐมนตรีด้วย อย่างไรก็ตามนายกัฐมนตรีได้ใช้เวลาร่วมกิจกรรมต่าง ๆประมาณ 1 ชม.โดยในระหว่างที่กิจกรรมการนั้นเด็ก ๆได้ให้ความสนใจขอถ่ายภาพและขอลายเซ็นเป็นที่ระลึกเป็นจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับกิจกรรมในบริเวณทีทำนียบรัฐบาลได้งดกิจกรรมบันเทิง แต่เน้นการจัดนิทรรศการ ที่ให้ความรู้กับเด็กและเยาวชน รวมทั้งมีการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราช นครินทร์ และมีการเปิดโอกาสให้เด็กร่วมถวายสักการะเพื่อไว้อาลัยด้วย นอกจากนั้น ยังมีมูลนิธิ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ มาร่วมกิจกรรมด้วย และได้ให้เด็กเขียนข้อความ ถึงนายกรัฐมนตรีโดยส่วนใหญ่อวยพรให้นายกรัฐมนตรีมีสุขภาพแข็งแรง เข้มแข็ง ช่วยพัฒนาประเทศ แก้ไขปัญหาในภาคใต้และจัดการปัญหาทางการเมือง โดยข้อความเหล่านี้จะมีการชิงรางวัลทุนการศึกษา

'อภิสิทธิ์'ยอมรับใบเหลืองกกต

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับ การให้ใบเหลือง ว่าที่ ส.ส.นครนายก เขต 1 ของ กกต. ไม่เชื่อมีการเลือกปฏิบัติคาด เปิดสภาทันกำหนด พร้อมแนะผู้ใหญ่เป็นแบบอย่างดีแก่เด็ก

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี ว่าที่ ส.ส. เขต 1 จ.นครนายก นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ใบเหลืองว่า ต้องถือเป็นกระบวนการวินิจฉัยของ กกต. ซึ่งก็พร้อมยอมรับคำวินิจฉัยของ กกต. ที่ออกมา โดยส่วนตัวเห็นว่า กกต. ไม่ได้มีการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด ตามที่มีหลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์ อย่างไรก็ตามเชื่อว่า กกต. จะรับรอง ส.ส. ได้ครบ 35 % ทันเปิดสมัยประชุมสภา

นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าในวันเด็กแห่งชาตินี้ ก็อยากให้ผู้ใหญ่ย้อนกลับมาดูตัวเอง และเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่เด็กด้วย

'ประธานคมช.'ชี้นายกฯคนใหม่ต้องเป็นที่ยอมรับ มีบารมี

'รักษาการประธานคมช.'ระบุ'ม็อบ'กดดันการทำงานของกกต.ไม่ถูกต้องเป็นสิ่งที่เลวร้ายต่อ ระบอบประชาธิปไตย ย้ำ"นายกฯคนใหม่"ต้องเป็นที่ยอมรับน่าเชื่อถือ และมีบารมี ของคนในชาติ

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ และรักษาการประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกลุ่มม็อบกดดันการทำงานของกกต.ว่า ไม่ห่วง กกต. เพราะท่านมีประสบการณ์ ความนึกคิดต่าง ๆ และท่านทำงานเพื่อชาติ ความกดดันใด ๆ เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ใช่เฉพาะประเทศเรา ประเทศอื่นก็มี แต่จะมีมากหรือน้อย ทั้งนี้การชุมนุมเป็นการต่อต้าน ขัดขืน ต่อการปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายเป็นสิ่งที่เลวร้ายต่อระบอบเสียงประชาธิปไตย คิดว่าสื่อมวลชน และ ประชาชนจะต้องนำไปวิเคราะห์ แต่ทุกคนมีสิทธิ์ต่อต้านการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายได้เช่นเดียวกัน

เมื่อถามว่า หากมีการแจกใบเหลือง ใบแดงเพิ่มมากขึ้น จะเพิ่มม็อบจำนวนมากมากดดันการทำงานของ กกต. หรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า กลุ่มม็อบมีการจ้างวานทั้งนั้น ด้วยความเป็นญาติหรืออะไรต่าง ๆ ตนเชื่อว่าเป็น การจ้างวานมาทั้งสิ้น เมื่อถามว่า คมช.ทราบหรือไม่ว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังว่าจ้างม็อบ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ก็รู้กันทั้งนั้น แต่ละจังหวัดก็รู้กันอยู่แล้ว เมื่อถามย้ำว่า เป็นกลุ่มพรรคการเมืองหนึ่งใช่หรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต นิ่งคิดก่อนตอบว่าไม่ขอพูด

เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะบานปลาย พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ไม่น่าจะมี ตนคิดว่าช่วงนี้ใกล้ถึงวันที่จะเปิดสภา ถ้าเรียบร้อยก็สามารถเปิดประชุมได้ ส่วนเรื่องของการคัดเลือกตั้งว่าใครจะเป็น คณะรัฐมนตรี เป็นเรื่องของการเมือง ซึ่งพรรคการเมืองเขาคงจะจัดการกันได้ เมื่อถามว่า แสดงว่ามั่นใจว่า พรรคพลังประชาชน ยังสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ใช่หรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ด้วยเสียงข้างมากก็น่าจะเป็นผู้จัดตั้ง ส่วนความเหมาะสมด้วยตัวบุคคลก็จะต้องไปเลือกกันเองว่าใครสมควร

เมื่อถามว่าหากมีการแจกใบเหลืองใบแดงให้กับพรรคพลังประชาชนมากจะส่งผลกระทบต่อการจัดตั้ง รัฐบาลหรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า เป็นไปตามกฎหมาย ใครจะไปยัดเยียดข้อกล่าวหาคงไม่ได้ ของพันนี้เป็นเรื่องที่ ผิดกฎหมาย เขาก็จะต้องดำเนินการ เมื่อถามว่า จะทำอย่างไร หากผลการรับรอง ส.ส.ไม่เพียงพอที่จะเปิดประชุมสภาฯ ได้ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องการเมือง ไม่ใช่ภาระของ คมช.

เมื่อถามถึง การต่อรองเก้าอี้ ครม. โดยใช้เงินหลายสิบล้านบาทในการซื้อเก้าอี้ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ไม่ห่วง เพราะเป็นธรรมชาติ และต่อรองกันมาอย่างนี้ทุกรัฐบาล เพราะทุกคนก็อยากเป็น อยากเป็นนายกรัฐมนตรี อยากเป็นรัฐมนตรี เพราะทุกพรรคตั้งพรรคขึ้นมาเพื่อตั้งใจจะมาบริหารประเทศ ไม่ใช่ตั้งขึ้นมาเพื่อมาเป็นฝ่ายค้าน เพราะฉะนั้นเมื่อเขามีโอกาสเป็นผู้บริหารประเทศเขาก็จะต้องอยากเป็น

เมื่อถามถึงกระแสข่าว คมช.ต่อรองตำแหน่ง รมว.กลาโหม พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ไม่มี เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่า คมช.ไม่มีการต่อรองของตำแหน่งรัฐมนตรี พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า “ผมไม่ยืนยัน เพราะผมไม่ได้ให้สัญญาอะไรกับใคร ถ้า คมช.อยากเป็นรัฐมนตรีก็เป็นไปนานแล้ว เป็นตั้งแต่ตอนต้นแล้ว เมื่อถามว่า พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ อดีต ผบ.ทหารสูงสุด และ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เหมาะสมกับตำแหน่ง รฒว.กลาโหม หรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าว่า ตนไม่ขอตอบ

เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ว่าในที่ประชุมสภานายกรัฐมนตรีคนใหม่อาจจะไม่ได้ เป็นอย่างที่หลายคน คาดไว้ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่คนที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำรัฐบาลจะต้องเป็นคนที่มีบารมี และความน่าเชื่อถือ ของคนทุกคนในชาติ

เมื่อถามว่า กระแสข่าว พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ลาออกจากตำแหน่ง พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่าไม่ทราบ และตนคิดว่าไม่เห็นจะมีเหตุผลอะไรที่ท่านจะต้องลาออก

เมื่อถามว่า มองถึงวัตถุประสงค์ของผู้ที่ปล่อยข่าวนี้อย่างไร พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ไม่รู้ แต่คิดว่าสื่อคงรู้อยู่แล้ว แต่บางทีเราไม่ควรจะพูด และควรที่จะยุติ ซึ่งคิดว่าสื่อมวลชนคงจะยุติเรื่องนี้ได้ง่าย โดยไม่ต้องไปลงในสิ่งที่จะทำลายความมั่นคง ทำลายเศรษฐกิจ สังคม เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องกิจสังคม

Saturday, January 12, 2008

จะหนีไปไหน

ก็เป็นอันว่าเรื่องทั้งหมดม้วนตัวเข้าใส่คนเดียวพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลินเรื่องราวร้อนๆ อันว่าด้วยกรณีที่ “ประดาบ” คอลัมนิสต์แห่ง“เว็บไฮ-ทักษิณ” ที่ได้เขียนบทความออกมาแผยแพร่เมื่อวันที่10 ม.ค.51 แฉสัมพันธ์ลึกพร้อมแฉเอกสารราชการ ที่ “ลอยเลื่อน บุนนาค” รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีไปถึง “ประธานศาลฎีกา” ขอตัว น.ส.กอนณาสัตยธรรม ผู้พิพากษาประจำศาลจังหวัดพระโขนง กทม. ลูกสาวคนเดียวของ “สดศรี สัตยธรรม” 1 ใน 5 กกต.ผู้โด่งดังที่สุด มาช่วยราชการประจำหน้าห้อง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรีบนตึกบัญชาการทำเนียบรัฐบาลก็ได้เป็นเรื่องจริงทั้งหมด“เจ๊สด” ได้ให้สัมภาษณ์นักข่าวสายประจำ กกต.เมื่อวันที่10 ม.ค.51 เฉลยปมต่างๆ อย่างละเอียดว่า ลูกสาวไม่ได้ไปประจำหน้าห้องของ พล.อ.สนธิ ตามที่ขอมา พร้อมขู่จะฟ้อง “ประดาบ”หากเป็นเอกสารเท็จ ตามที่ “บางกอกทูเดย์” ได้นำคำสัมภาษณ์ลงทุกตัวอักษรอย่างไม่มีการตัดทอนในฉบับวานนี้พอสว่างวันที่ 11 ม.ค.เรื่องราวกระจ่างอีกมาก“ลอยเลื่อนบุนนาค” คนเซ็นหนังสือยอมรับกับนักข่าวว่า

เป็น “เอกสารจริง” แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน ก็ได้เซ็นหนังสือฉบับใหม่ส่งไปที่ศาลฎีกาอีก “ขอยกเลิก” ฉบับขอยืมตัว เป็นการขอยกเลิกก่อนที่จะมีผลในขณที่ “สราวุธ เบญจกุล” รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ให้สัมภาษณ์นักข่าวเมื่อตอนบ่ายวันที่ 11 ม.ค.ว่า“เมื่อปี 2550 ได้มีหนังสือขอยืมตัว น.ส.กอนณา ไปช่วยงานจริง โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.2550 เป็นต้นไป แต่ยังไม่ทันที่จะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการตุลาการ (กต.) ว่า จะอนุญาตหรือไม่ปรากฏว่า ได้มีหนังสือจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ขอให้ระงับการยืมตัวดังกล่าว และวันที่ 8 พ.ย.2550 มีหนังสือมาอีกครั้งเพื่อขอถอนเรื่องดังกล่าวคืน

โดยที่ยังไม่ได้นำเข้าพิจารณา และไม่ได้ให้เหตุผลอะไรในการขอยืมตัวและการถอนเรื่อง ที่ผ่านมาเคยมีการยืมตัวผู้พิพากษาไปช่วยงานราชการฝ่ายบริหารโดยสมัยที่นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ อดีตประธานศาลฎีกา มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็เคยมีการขอตัวผู้พิพากษามาช่วยงาน แต่คณะกรรมการตุลาการไม่อนุญาต เพราะผู้พิพากษามีหน้าที่พิจารณาคดี และเห็นว่าหากไปช่วยงานฝ่ายบริหารเกรงว่าจะขาดอิสระในการพิจารณาคดี”เรื่องทั้งหมดหมายความว่า ไม่ใช่เอกสารเท็จดังที่ “สดศรี สัตยธรรม” สงสัย และฮึ่มๆจะเล่นงานผู้มีนามปากกาว่า “ประดาบ”

เช้าตรู่ 11 ม.ค.51 “สดศรี สัตยธรรม” ให้สัมภาษณ์อีกรอบในรายการ “สยามเช้านี้” ทางช่อง 3 ความโดยสรุปว่า“พี่ไม่รู้ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะไม่ได้มีการทาบทามอะไร ลูกสาวก็ยังทำงานอยู่ที่ศาลจังหวัดพระโขนงกทม. และศาลคงไม่มีทางที่จะให้ไปช่วยงาน เพราะระบบงานของศาลจะไม่ให้ยุ่งกับงานการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น แม้แต่จะเขียนบทความต้องขออนุญาต จึงคิดว่าสิ่งนี้ เป็นการดิสเครดิตพี่ในฐานะ กกต. ไม่มีเหตุผลอะไรที่ลูกสาวซึ่งเป็นผู้พิพากษาจะไปทำงานเป็นเสมียนหน้าห้องของใคร โดยเฉพาะ พล.อ.สนธิอยู่ในตำแหน่งนี้อีกไม่นาน ลองถามคนดูได้ว่า จะเป็นผู้พิพากษาหรือจะเป็นเสมียนหน้าห้อง ก็ต้องมีคนเลือกว่า ต้องเป็นผู้พิพากษาพี่ได้สอบถามลูกสาวในเรื่องนี้แล้วได้รับคำตอบว่า หากมีหนังสือมาก็จะไม่ไป และไม่รู้เรื่องด้วย ทางศาลเองก็ไม่รับรู้หากทำหนังสือขอไปศาลก็จะไม่ให้ตัวแน่นอน เพราะจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองหรือฝ่ายบริหารเลย แต่ถ้าให้ไปเป็นรองนายกรัฐมนตรีอีกตำแหน่ง คงจะไม่ขัดข้อง พี่ยืนยันว่าไม่รับรู้เรื่องหนังสือขอตัว อยากถาม พล.อ.สนธิ เหมือนกันว่าขอไปทำอะไรโดยเฉพาะลูกสาวของพี่ยังไม่ได้แต่งงาน

การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบุคคลที่เป็นตำแหน่งใหญ่โต และพยายามโยงแม่เข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ใช่เรื่องดี พี่เคยบอกกับลูกสาวแล้วว่า อย่าเข้าไปเกี่ยวข้องอะไรทั้งสิ้น”“ในช่วงที่ผ่านมา การทำงานของ กกต. ร่วมกับ ครส.ที่มี พล.อ.สนธิ เป็นประธาน พี่ก็ไม่เคยขอให้มาช่วยงานกกต. เนื่องจากต้องระมัดระวังไม่ให้มองภาพลักษณ์ของ กกต. ว่า ไปร่วมกันสกัดกั้นพรรคการเมืองใด”“ขอให้ผู้ดำเนินการเว็บไซต์นี้เปิดเผยตัวออกมา อย่าแอบใช้นามปากกา พี่ชอบความจริงมาพูดกัน ว่าเพราะอะไรจึงด่าพี่อยู่เรื่อยๆ การทำอย่างนี้หากเป็นผู้ชายก็ไม่ใช่ลูกผู้ชาย หากเป็นผู้หญิง ก็ไม่ใช่ผู้หญิงดี แอบกัดคนลับหลังเพื่อจุดประสงค์ทางการเมือง ผู้ดูแลเว็บไซต์นี้ คือกระทรวงไอซีที ควรพิจารณาด้วยว่า เหตุใดเว็บไซต์นี้ กระทำการเช่นนี้ได้ตลอดเวลา โดยไม่มีการถูกสั่งปิด”จากคำพูดทั้งหมด “เจ๊สด” ท่าทีเดิมขณะที่ “นายธานีรัตน์ ศิริปะชะนะ” ผู้ตรวจราชการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร บอกนักข่าวว่าขณะนี้กระทรวงยังไม่ได้รับเรื่องการร้องเรียน

ซึ่งต้องรอการประสานจากทางตำรวจ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ที่มีโทษทางอาญา และโทษการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550และ “ยังแสบตามปกติ” ก็คือผู้ใช้นามปากกาว่า“ประดาบ” เช้า 11 ม.ค. เขาได้เขียนบทความเรื่องนี้ลงเว็บไฮ-ทักษิณอีกครั้ง สรุปว่าขอให้ “สดศรี สัตยธรรม”ใจเย็นๆ แล้วสติจะมาปัญญาจะเกิด โดยแก้ตัวว่า ทั้งหมดที่เขียนไปไม่ได้ทำลาย สดศรีกับลูกสาว“ประดาบ” โยนทุกสิ่งทุกอย่างเข้าใส่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน โดยให้เหตุผลว่า เพราะข้อความในหนังสือระบุว่าขอยืมตัว “กอนณา สัตยธรรม” มาช่วยงานที่หน้าห้องของ พล.อ.สนธิ “ประดาบ” ระบุด้วยว่า พล.อ.สนธิ ไม่ได้สั่งให้ขอยืมตัวลูกสาวสดศรีมาช่วยงานหน้าห้อง แต่มี “เจ้าหน้าที่ทีมงานหน้าห้อง” ของพล.อ.สนธิ เป็นคนไปประสานขอให้ “ลอยเลื่อนบุนนาค” ทำหนังสือที่ว่าไปถึงประธานศาลฎีกา และทำหนังสือไปขอยกเลิกดังนี้ เรา “บางกอกทูเดย์” จึงมีความเห็นว่า เมื่อความจริงเดินหน้ามาถึงตรงนี้แล้ว คนที่จะตอบคำถามได้ดีที่สุดก็คือพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นพล.อ.สนธิ หายไปไหนพล.อ.สนธิ จะหนีไปไหนพล.อ.สนธิ จะหนีทำไมนักข่าวของเรา และนักข่าวของสื่อทุกสำนัก ที่ประจำอยู่ทำเนียบรัฐบาล เฝ้ารอการเข้ามาทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลของ พล.อ.สนธิ ด้วยใจจดจ่อตลอดวันศุกร์ที่ 11 ม.ค.51เพื่อจะถามว่าขอยืมตัวลูกสาวสดศรีมาเพื่ออะไรคิดอะไรอยู่รึแต่ พล.อ.สนธิ ไม่มา