WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, January 14, 2008

เย้ย'อย่าเพิ่งมองไกล' ว่าพปช.ตั้งรัฐบาลได้ เทพเทือกยังไม่ยอม! เชื่อมั่นมีเปลี่ยนแปลง

'เทพเทือก' ยังไม่ยอมแพ้ แขวะ 'อย่างเพิ่งมองไปไกล' ว่า พปช.จะตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ อ้างยังมีเวลาเหลือ เชื่ออาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โดยเฉพาะเรื่องการพิจารณาของกกต. คาดพปช.หมิ่นเหม่ต่อการทำผิดกม.เลือกตั้ง

วันที่ 14 ม.ค. 2551 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมของการเป็นฝ่ายค้านพรรคเดียวว่า พรรคประชาธิปัตย์พร้อมทำหน้าที่ตัวแทนประชาชนที่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ซึ่งการเป็นฝ่ายค้านของพรรคเป็นเรื่องที่เราสันทัดไม่ต้องซ้อมและเป็นได้ทันที ขณะที่การเป็นรัฐบาลนั้นเราก็ประกาศชัดอยู่แล้วว่า เราต้องการทางเลือกที่เป็นประโยชน์ต่อชาติ ประชาชน และสถาบันหลักของบ้านเมืองที่เรากำหนดไว้คือวาระประชาชน นอกจากนี้ การเมืองวันนี้ไม่ใช่จุดที่จะมากำหนดว่าใครจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เพราะตอนนี้ยังไม่หยุดนิ่งจนกว่าผลการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเสร็จสิ้น ซึ่งถ้าถึงวันนั้น ก็จะรู้ว่าแต่ละพรรคจะมีส.ส.เหลือกี่คน

'ลองนึกดูว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นอย่างไร ถ้ามีการยุบพรรคบางพรรค รวมถึงจำนวนส.ส.และสูตรจัดตั้งรัฐบาลก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ฉะนั้นผมจึงเรียกว่าสถานการณ์ยังไม่นิ่ง มีเวลาเปลี่ยนแปลงอีกมาก ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าจะไปแก่งแย่งกับใคร แต่พูดตามข้อเท็จจริง'เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์กล่าว


เมื่อถามถึงการที่พรรคอื่นๆที่จับขั้วกับพรรคพลังประชาชนจะแถลงข่าวร่วมกันถึงความชัดเจนในวันที่ 17 ม.ค.นี้ นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องรอดูให้ถึงเวลานั้นก่อน ตอนนี้พูดอะไรไปก็ได้ทั้งนั้น และถ้าถึงวันนั้นแต่สภาพความเป็นพรรคการเมืองหมดแล้วจะทำอย่างไร

เมื่อถามต่อว่า มั่นใจใช่หรือไม่ว่าพรรคพลังประชาชนจะถูกยุบจากกรณีการทุจริตเลือกตั้ง นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่สามารถตัดสินได้ว่าหมิ่นเหม่ตามบทบัญญัติของกฎหมาย แต่ถ้าการกระทำทุจริตต่อการเลือกตั้ง มีกรรมการบริหารพรรคนั้นมีส่วนรู้เห็นหรือร่วมกระทำความผิดด้วย ก็ถือว่าความผิดดังกล่าวมีผลถึงพรรค แต่ตนไม่ได้มีหน้าที่วินิจฉัยเรื่องนี้ ต้องให้หน่วยงานที่มีหน้าที่นี้เป็นผู้พิจารณา

ต่อข้อถามถึงข่าวว่า ทางกองทัพยอมรับที่พรรคพลังประชาชนจะมาเป็นรัฐบาล แต่ไม่ต้องการให้นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่ดูเหมือนว่าพรรคดังกล่าวจะมีการเปลี่ยนนายกฯที่ไม่ใช่นายสมัคร เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การตั้งรัฐบาลได้หรือไม่นั้น เป็นเรื่องของฝ่ายการเมือง ส่วนการที่จะให้นายสมัครเป็นนายกฯหรือไม่เป็นเรื่องของพรรคพลังประชาชน คนอื่นไปกำหนดไม่ได้ ทั้งนี้การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเป็นการแข่งขันระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กับนายสมัคร เพราะฉะนั้น คนที่จะเป็นนายกฯมี 2 คนนี้ แต่ถ้าเป็นคนอื่น ก็ผิดไปจากความคาดหวังของประชาชนและอาจทำให้ประชาชนเสียความรู้สึกไปบ้าง เพราะคาดหวังอย่างหนึ่งแล้วได้อีกอย่างหนึ่ง

เมื่อถามถึงข่าวที่ว่า พรรคพลังประชาชนจะแบ่งโควต้าตำแหน่งรัฐมนตรีให้กับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้เป็นรมว.กลาโหม เพื่อทำให้เกิดความสมานฉันท์ระหว่างกองทัพกับพรรคดังกล่าว นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าข่าวนี้มาจากไหนและมีข้อเท็จจริงอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่พรรคพลังประชาชนเตรียมแผนบันได 6 ขั้นที่อาจสร้างความได้เปรียบในการจัดตั้งรัฐบาล เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อย่าเพิ่งมองไกลไปถึงว่า พรรคพลังประชาชนจะได้เป็นรัฐบาล เพราะตอนนี้ยังไม่เห็นว่าเขาตั้งรัฐบาลได้อย่างไร ต้องรอดูต่อไป การเมืองยังไม่นิ่งและยังมีการเปลี่ยนแปลงได้อยู่ ซึ่งตนพูดตามข้อเท็จจริงบนพื้นฐานของสถานการณ์

เมื่อถามว่า การที่พรรคพลังประชาชนรู้ว่าการเมืองยังไม่นิ่งจึงพยายามช่วงชิงความได้เปรียบทางการเมือง นายสุเทพ กล่าวว่า ทุกอย่างฝืนธรรมชาติและข้อเท็จจริงไม่ได้ การเสแสร้ง ปรุงแต่ง หรือการสร้างฉากก็ทำได้บางครั้งคราว แต่ไม่ใช่ตลอดไป

เมื่อถามต่อว่า จะทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่น่าจะมีความเคลื่อนไหวใดๆของกลุ่มมวลชนในขณะนี้

ขอขอบคุณ http://www.thaiinsider.info/

จาก Hi-Thaksin

ผู้รับใช้เผด็จการ ไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้พิพากษาครับ

ช่างทาสี มืออาชีพ ชอบเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น


‘อภิสิทธิ์'สั่ง‘ไชยวัฒน์'ถอนฟ้องกกต.กรณีให้เลือกตั้งล่วงหน้าโมฆะ





แกนนำพันธมิตรฯชี้'พจมาน'สู้คดีหวังหยั่งกระแสสังคม





“กฎหมู่” ของสื่อ






'ชวน'กรีด พปช.บงการ กกต.ไม่ได้เลยโวย





ชวนท้าสมัครเปิดชื่อมือสกปรก



'ไทกร' แจ้งจับกกต.ทั้งคณะจัดเลือกตั้งล่วงหน้าไม่ชอบ

"ไทกร พลสุวรรณ" เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบ แจ้งจับ กกต.ทั้งคณะ จัดการเลือกตั้งล่วงหน้า 15-16 ธ.ค.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นายไทกร พลสุวรรณ อดีตผู้สมัครส.ส. เขต 1 จ.ขอนแก่น พรรคมัชฌิมาธิปไตย พร้อมด้วย นายอธิวัฒน์ บุญชาติ ผู้สมัครส.ส.เขต 2 จ.บุรีรัมย์ พรรคประชาชาติไทย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองปราบปราม เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. และ กกต. รวม 5 คน ในกรณีการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 15-16 ธ.ค.2550 โดยมิชอบด้วยกฎหมายซึ่งไม่มีระเบียบข้อกำหนดและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญใดรองรับ และกรณีการปฏิบัติในการลงคะแนนนั้น ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
เช่นกัน

พร้อมทั้ง กกต. ได้นำคะแนนที่ผิดกฎหมายในการเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 15-16 ธ.ค.2550 ร่วม 2 ล้านคะแนนเสียงไปรวมกับคะแนนที่ถูกกฎหมาย ในวันเลือกตั้งจริงในวันที่ 23 ธ.ค.2550 ซึ่งผลจากการรวมคะแนนดังกล่าว ทำให้การเลือกตั้งและการได้มาซึ่ง ส.ส. มีปัญหา เพราะจะมีการร้องทุกข์กล่าวโทษในกรณีนี้ทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนกองปราบปราม
ได้รับเรื่องไว้ตรวจสอบและจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

สุเทพ ตั้งเป้าอนาคต ปชป.ต้องได้จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว

มิราเคิล แกรนด์ 14 ม.ค.- เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ วาดฝันให้ ส.ส.ทุกคนตั้งเป้าให้พรรคได้เสียงข้างมากเด็ดขาด เพื่อจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวในอนาคต อย่าหวั่นหากถูกเหน็บว่าเพ้อเจ้อ พร้อมสั่ง ส.ส.ระดมช่วยหาเสียงให้ผู้สมัคร ส.ส. ในการเลือกตั้งใหม่

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในการสัมมนา ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ภายใต้หัวข้อ “ความร่วมมือการสร้างพรรคให้ยิ่งใหญ่” ว่า การพัฒนาพรรคถือเป็นภารกิจของทุกคน เพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองที่แท้จริง ไม่ใช่บริษัทจำกัดที่มีครอบครัวหรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาผูกขาดเป็นเจ้าของ ดังนั้น ทุกคนต้องตระหนักในข้อนี้ และต้องเข้ามาช่วยกันดูแล เนื่องจากบทบาทและการปฏิบัติตัวของ ส.ส.ในพรรคทุกคนมีผลต่อความเจริญรุ่งเรืองของพรรคและชื่อเสียงพรรค จะต้องร่วมมือกันสร้างพรรคให้ยิ่งใหญ่ และต้องร่วมกันตั้งเป้าหมายว่า พรรคประชาชธิปัตย์ต้องชนะการเลือกตั้งได้เสียงข้างมากเพียงพรรคเดียวในวันข้างหน้า

“เราต้องร่วมกัน ต้องมีเป้าว่า ต้องเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากพรรคเดียวในวันข้างหน้า ซึ่งไม่รู้เมื่อไร แต่เราต้องมีเป้าหมาย เราต้องไม่พอใจกับตัวเลข ส.ส.แค่ 160 เสียง หรือ 170 เสียง แต่ต้องไปที่ตัวเลข 300 กว่า และต้องไม่สะเทือนใจ เวลาใครมาหาว่าเราเพ้อเจ้อ เพราะเราต้องมีเป้าหมาย” นายสุเทพ กล่าว

เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ยังย้ำให้ ส.ส.ทุกคนมีบทบาทแรกในการเข้าไปช่วยผู้สมัคร ส.ส.ในเขตที่มีการเลือกตั้งใหม่ โดยขอให้ทุกคนแจ้งความจำนงว่า การเลือกตั้งใหม่ในพื้นที่ต่าง ๆ จะไปช่วยหาเสียงที่ใด วันใด เพื่อดึงคะแนนให้กับผู้สมัครของพรรค. -สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-14 11:50:10

‘อนุพงษ์’ยัน‘พจมาน’ยังไม่ติดต่อเข้าเจรจา

ผู้ช่วยเลขาธิการคมช.ยันไม่มีการติดต่อจาก‘คุณหญิงพจมาน’พร้อมขออย่าหลงประเด็น หากมีการเข้าพบจริงจะไม่มีเรื่องคดีความของครอบครัวชินวัตรแน่นอน

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก และผู้ช่วยเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพบกันกับคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และยังไม่มีการติดต่อเพื่อพบปะพูดคุยกันแต่อย่างใด หลังจากที่มีกระแสข่าวออกมาวานนี้(13 ม.ค.)ว่า คุณหญิงพจมาน ได้เดินทางเข้าพบตนแล้ว อย่างไรก็ตาม หากจะมีการพูดคุยเกิดขึ้นจริง ก็คงเป็นเรื่องของคดีความที่ครอบครัวชินวัตรกำลังถูกดำเนินการอยู่ เพราะเรื่องทั้งหมดต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และขอเรียกร้องอย่าหลงประเด็นในเรื่องที่จะมีการพูดคุยกัน เพราะจนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะมีการพูดคุยกันในเรื่องใด

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงกระแสข่าวการผลักดันจากฝ่ายทหารที่จะให้ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการทหารบก เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่า กองทัพและ คมช. ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นเรื่องทางการเมือง แต่ยอมรับว่า พล.อ. ประวิตร เป็นบุคคลที่กองทัพยอมรับคนหนึ่ง

อย่างไรก็ตามพล.อ.อนุพงษ์ ได้ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ในการให้ใบเหลืองใบแดง หรือการยุบพรรคการเมือง เพราะถือว่าหากทุกฝ่ายทำงานบนหลักการก็จะเป็นที่ยอมรับ ซึ่งก็มั่นใจในการทำงานของ กกต.ที่จะอยู่บนหลักการมาตั้งแต่ต้น


พีทีวี นิวส์
14 มกราคม 2551 เวลา 11:14 น.

สมัครดอดแจงกกต. เคลียร์เลือกตั้ง23ธค. [14 ม.ค. 51 - 10:59]

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันนี้ (14 ม.ค.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เดินทางมายังฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยของ กกต.ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก่อนที่จะเดินทางกลับ โดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าว ระบุเพียงว่า เดินทางมาเพื่อทำธุระและอีก 2 - 3 วัน จึงจะพูด

มีรายงานข่าวว่าการเดินทางเข้ามายัง กกต.ของนายสมัคร ในวันนี้ เนื่องจากทาง กกต. ได้เรียกมาชี้แจงเกี่ยวกับการเลือกตั้ง



คมช.ทิ้งทวน!เสนอเลื่อนขั้นเงินเดือนพิเศษทีมยึดอำนาจ

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในการประชุม ครม. วันที่ 15 ม.ค. สำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (สลธ.คมช.) ขอให้นำเสนอ ครม. พิจารณากำหนดโควตาเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปี 2551 เป็นกรณีพิเศษ 2 ขั้น นอกเหนือโควตาปกติในอัตราร้อยละ 15 ให้แก่กำลังพลที่ปฏิบัติงานใน คมช. จำนวนทั้งสิ้น 442 นาย ในรอบการประเมิน 6 เดือน (เดือน ต.ค. 2550-มี.ค. 2551) โดยใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2551 งบกลาง ทั้งนี้ สลธ.คมช.รายงานว่า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 298 ได้กำหนดให้ คมช. ปฏิบัติงานจนกว่าจะมี ครม. ชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งคาดว่าจะต้องปฏิบัติงานถึงเดือน ก.พ. 2551 มีผลให้ข้าราชการที่ปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2550 มีระยะเวลาการปฏิบัติงานเกินกว่า 4 เดือนในรอบการประเมิน 6 เดือน (ต.ค. 50-มี.ค. 2551) จึงมีสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาการเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปี 2551 ครึ่งปีแรก

ทั้งนี้มีอัตรากำลังพลจากส่วนราชการต่าง ๆ ที่มาปฏิบัติหน้าที่ใน สลธ.คมช. รวมทั้งสิ้น 442 นาย ประกอบด้วยสมาชิก คมช. จำนวน 6 นาย (ไม่รวมเลขาธิการ คมช.) สลธ.คมช. จำนวน 81 นาย และศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ คมช. จำนวน 355 นาย สลธ.คมช. ยังระบุด้วยว่าจากการปฏิบัติงานที่ผ่านมากำลังพลทุกนายได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความขยันอดทน มีจิตใจมุ่งมั่นในการทำงาน ซึ่งกำลังพลทุกนายต้องทุ่มเทความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานและใช้สติปัญญาในการแก้ไขปัญหามาโดยตลอด รวมทั้งจัดกำลังพลปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องในวันหยุดราชการเพื่อให้ได้รัฐบาลที่มีคุณธรรมซึ่งมาจากการเลือกตั้งเข้ามาบริหารประเทศ คมช.พิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อเป็นการตอบแทนผลการปฏิบัติงานและเป็นขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการที่มาปฏิบัติหน้าที่ใน คมช. จึงเห็นควรเสนอ ครม. พิจารณาตามที่ สลธ.คมช. เสนอ

รายงานข่าวแจ้งว่า ทั้งนี้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงกลาโหม กระทรวงการคลัง สำนักงาน ก.พ. คณะกรรมการพิจารณาเงินเดือนแห่งชาติ ต่างเห็นด้วยในหลักการเพราะเห็นว่าเป็นตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 184/2549 ลง วันที่ 1 ต.ค. 2549 เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานใน คมช. แต่เห็นควรให้นับจำนวนข้าราชการสำหรับการคำนวณโควตาพิเศษ 2 ขั้นแยกออกจากส่วนราชการต้นสังกัดของข้าราชการที่มาปฏิบัติหน้าที่ใน คมช. ด้วย สำหรับงบประมาณที่จะนำมาใช้จ่ายเพื่อการนี้ เห็นควรให้ใช้จ่ายจากงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2551 ของส่วนราชการต้นสังกัดก่อน แต่หากไม่สามารถดำเนินการได้ให้ส่วนราชการต้นสังกัดขอทำความตกลงกับกรมบัญชีกลางเพื่อเบิกจ่ายจากงบกลางของงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2551 ต่อไป.--จบ--


จาก hi-thaksin

กกต.กับภาพลวงตา

กาหลิบ

คำถามคือหน่วยงานที่มีภูมิหลังอย่างนี้ มีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะถือครองอำนาจสูงสุด เที่ยวไปวินิจฉัยใครต่อใครว่าควรจะได้ใบเหลืองหรือใบแดง และแม้กระทั่งเริ่มขั้นตอนที่จะนำไปสู่การยุบพรรคการเมืองล่ะหรือ?
ไม่ว่าผลการวินิจฉัยเรื่องใบแดงของรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน คุณยงยุทธ ติยะไพรัช จะทำให้กรรมการการเลือกตั้ง 5 คนกลายเป็นพระหรือมารในสายตาของคนทั่วไปก็ตาม ข้อเท็จจริงประการหนึ่งที่ถูกมองข้ามมาเป็นเดือนๆก็คือ กกต. ชุดนี้มีความเป็นมาที่แตกต่างโดยสิ้นเชิงกับสองคณะแรกที่เราเคยรู้จักกัน
คณะแรกที่มีคนอย่างอาจารย์โคทม อารียา คุณยุวรัตน์ กมลเวชช ฯลฯ และคณะที่สองที่มีคนอย่างพลตำรวจเอกวาสนา เพิ่มลาภ คุณปริญญา นาคฉัตรีย์ คุณวีระชัย แนวบุญเนียร ฯลฯ ต่างก็ผ่านกระบวนการสรรหามาโดยวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งทั้งสิ้น
ประเทศชาติเป็นประชาธิปไตย และรัฐบาลที่บริหารประเทศอยู่ในขณะนั้นก็มาจากการเลือกตั้งโดยสมบูรณ์
นั่นหมายความว่าเป็นกรรมการการเลือกตั้งในบรรยากาศที่เป็นประชาธิปไตยโดยแท้
แต่ชุดที่มีคุณอภิชาต สุขัคคานนท์ คุณสมชัย จึงประเสริฐ คุณประพันธ์ นัยโกวิท คุณสุเมธ อุปนิสากร และคุณสดศรี สัตยธรรม นี้มาจากการสรรหาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่เสนอแต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร
ในขณะที่ประเทศชาติเป็นเผด็จการ และรัฐบาลที่บริหารประเทศอยู่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
เหมือนกับที่เขาว่าไข่หงส์ก็ฟักเป็นหงส์ ไข่ของตัวเงินตัวทองก็ไหลออกมาเป็นตัวเงินตัวทองตัวเล็กๆนั่นล่ะครับ
กรรมการการเลือกตั้งคณะที่สามจึงมีส่วนพ้องพานกับสองคณะแรกเพียงอย่างเดียว คือเรียกชื่อตำแหน่งเหมือนกันเท่านั้นเอง
ลักษณะอื่นๆ ตั้งแต่รูปโฉมภายนอกไปจนถึงสัญชาตญาณที่ได้รับมา แตกต่างกันราวสวรรค์กับนรก
เผด็จการที่ไหนจะไปเลือกคนที่ส่งเสริมประชาธิปไตยมารับใช้ตน
เหตุที่นึกขึ้นมาได้ก็เพราะได้ยินคนเขาลุ้นกันมากว่า กกต. จะวินิจฉัยเรื่องนั้นเรื่องนี้อย่างไร จะใช้กฎหมายเลือกตั้งข้อไหนมาประกอบการวินิจฉัย จนลืมที่มาของกรรมการทั้งห้าท่านนี้ไปสิ้น
ครับ ท่านไม่ได้มาจากกระบวนการที่เป็นประชาธิปไตยมาตั้งแต่ต้น ท่านถือกำเนิดขึ้นมาได้ก็ด้วยอำนาจที่ได้มาจากการยึดเมืองและฉีกรัฐธรรมนูญของฝ่ายทหาร
เตือนกันตรงนี้ดังๆ เพราะกลัวจะเผลอไปตั้งความหวังประชาธิปไตยลมๆแล้งๆ แล้วจะพากันผิดหวัง
คนที่เขาตั้งข้อสงสัยในความเป็นธรรมและความยุติธรรม ก็ย่อมมีเหตุอันควรแก่ความสงสัยได้
โดยเฉพาะเมื่อเลขาธิการของ กกต. ซึ่งเป็นอิสระ ไม่ขึ้นกับอำนาจของรัฐบาลโดยตรง เกิดไปยอมรับตำแหน่งเลขานุการ ครส. ที่พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ผู้นำรัฐประหาร ซึ่งต่อมาเป็นรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ก็ยิ่งทำให้สังคมงุนงงในตอนแรก และมาประจักษ์ใจในตอนหลัง
บัดนี้แจ่มแจ้งแทงทะลุแล้วว่า คมช. กับ กกต. ก่อสร้างขึ้นด้วยวัตถุดิบเดียวกัน จนเป็นเนื้อเดียวกันนั่นเอง
คำถามคือหน่วยงานที่มีภูมิหลังอย่างนี้ มีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะถือครองอำนาจสูงสุด เที่ยวไปวินิจฉัยใครต่อใครว่าควรจะได้ใบเหลืองหรือใบแดง และแม้กระทั่งเริ่มขั้นตอนที่จะนำไปสู่การยุบพรรคการเมืองล่ะหรือ?
เท่าที่ผ่านมาเราก็หลงลืมไปมาก อดเรียกแต่ละท่านว่าเป็นกรรมการการเลือกตั้งไม่ได้ และอดลุ้นระทึกไปกับการตัดสินใจของท่านไม่ได้
ก็เหมือนนึกว่าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติหรือ คมช. เป็นหน่วยงานอันชอบธรรมนั่นล่ะครับ
ลืมไปสนิทว่าได้อำนาจด้วยการปล้นเขามาดื้อๆ ทำท่าจะเชื่อและปฏิบัติตามอยู่ทีเดียว
ภาพลวงตานี้จะสูญสลายไปได้ก็ต่อเมื่อเราช่วยกันเตือนสติและความทรงจำว่ากรรมการการเลือกตั้งแต่ละท่านเป็นใครและมีที่มาอย่างไร และก็ต้องขอบคุณคุณสดศรี สัตยธรรม ที่ช่วยให้ภาพชัดขึ้น ตามข่าวที่ว่าลูกสาวของท่านคนที่เป็นผู้พิพากษาถูกขอตัวไปเป็นผู้ช่วยหน้าห้องของพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน
แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันชัดเจนดิบดีอย่างนี้ คนเขาก็นึกภาพออก
กกต. ในขณะนี้เปรียบเสมือนภาพบ่อน้ำในทะเลทรายอันร้อนระอุ ที่เขาเรียกว่า มิราจ ก็ไม่ปาน.--จบ-

////////////////////////////////////

คอลัมน์: เลือกคบไม่เลือกข้าง...

จากหนังสือพิมพ์โลกวันนี้

‘พปช.'ไม่หวั่น'สดศรี'ขู่แจกใบแดง-ดับแค้นเว็บ‘ไฮ-ทักษิณ'

เมื่อวันที่ 13 ม.ค. นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกและฝ่ายกฎหมายพรรคพลังประชาชน กล่าวตอบโต้นางสดศรี สัตยธรรม คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กรณที่ออกมากล่าวในทำนองข่มขู่จะให้ใบแดงพรรคพลังประชาชนหลังเว็บไฮ-ทักษิณ นำเสนอบทความเกี่ยวข้องกับการที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ขอตัวบุตรสาวนางสดศรีไปช่วยราชการ ว่า พรรคพลังประชาชนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ไฮทักษิณ และเรื่องดังกล่าวก็เป็นเรื่องจริง ที่มีหลักฐานยืนยันได้ว่ามีการขอตัวบุตรสาวนางสดศรีมาช่วยราชการ ดังนั้นขอให้นางสดศรีช่วยเข้าใจในเรื่องนี้ด้วย ทั้งนี้เห็นว่าการที่นางสดศรีระบุในเชิงข่มขู่พรรคในการให้ใบเหลืองใบแดงนั้น กำลังแสดงให้เห็นว่านางสดศรี มีอคติต่อพรรคพลังประชาชน ซึ่งส่งผลให้ขาดคุณสมบัติของกกต.

"ขอถามว่าที่ผ่านมาเวลานางสดศรี วินิจฉัยการรับรองส.ส.พรรคพลังประชาชน มีการใช้อคติหรือไม่ ในเรื่องนี้ผมขอเรียกร้องให้กกต.ที่เหลืออีกทั้ง 4 คนหยิบยกประเด็นนี้มาพิจารณาให้ชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะนางสดศรีจะทำให้เกิดความหวั่นวิตก อย่างไรก็ตามมีความเชื่ออย่างลึกๆแล้วนางสดศรีจะไม่ทำตามสิ่งที่ตัวเองได้พูดไว้ เพราะเคยเป็นตุลาการมาก่อน"นายศุภชัยกล่าว.--จบ--

จาก hi-thaksin