WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, January 15, 2008

ตามหาคนหาย

ด้วยความสัตย์จริง มิได้ประชดประชัน หรือพูดให้ขบขันกันเล่น

ผมเป็นห่วงและเห็นใจ คุณสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง เป็นอย่างมาก ต่อกรณี สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำหนังสือยืมตัว น.ส.กอนณา สัตยธรรม ผู้พิพากษาประจำศาลจังหวัดพระโขนง มาช่วยปฏิบัติราชการให้แก่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี

ผมเป็นห่วงคุณสดศรี เพราะเห็นอาการเครียดจนเก็บความรู้สึกไม่ได้ว่า มีความโกรธแค้นอย่างมากต่อผู้ที่ทำให้ลูกสาวคนเดียวของท่านมีความเจ็บปวดในครั้งนี้

ผมเป็นห่วงว่าคุณสดศรีจะโกรธ จะมีอารมณ์แค้น จะมีอคติ จนเก็บอาการไว้ไม่ได้ และจะส่งผลต่อการทำงานให้ความเป็นธรรมในการวินิจฉัยและรับรองผลการเลือกตั้ง จนขาดความเป็นกลาง และทำให้ประชาชนระแวงเคลือบแคลงสงสัยว่าไม่เที่ยงธรรม เพราะผูกใจเจ็บกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับลูกสาวตัวเอง

เนื่องจากคุณสดศรีพูดผ่านสื่อมวลชนให้ได้ยินได้อ่านกันไปทั้งประเทศว่า หากไม่หยุดเล่นงานลูกสาวในเรื่องนี้ ผลลัพธ์หรือแรงสะท้อนจากคุณสดศรีก็อาจจะไปออกเป็นใบแดงให้แก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคพลังประชาชน

ผมฟังคุณสดศรีให้สัมภาษณ์แล้วก็ได้แต่เป็นห่วงและเห็นใจ เพราะ คุณสดศรีกำลังโกรธแค้นจนขาดสติ และกำลังแสดงอาการอาฆาตมาดร้ายใครก็ไม่รู้ แต่จะไปลงโทษคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งไม่ใช่วิสัยของผู้ที่เคยเป็นอดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาพึงกระทำเป็นแน่

ผมเป็นห่วงและเห็นใจ เพราะหลังจากคำพูดดังกล่าวนี้ของคุณสดศรีเผยแพร่ออกไปสู่ประชาชนทั่วประเทศ การทำงานของคุณสดศรีในฐานะ กกต. ก็จะถูกจับตามากยิ่งขึ้น จากเดิมที่มากเป็นพิเศษอยู่แล้ว

หากมีใบแดงให้แก่ผู้สมัครพรรคพลังประชาชน ทุกคนก็จะต้องเพ่งเล็งไปที่คุณสดศรี ว่าเป็นเพราะความโกรธแค้นเรื่องส่วนตัวหรือไม่ คุณสดศรีกำลังทำให้ตัวเองตกที่นั่งลำบาก และทำงานในฐานะ กกต. ยากขึ้น อีกทั้งทำให้ กกต. ทั้งองค์กร ได้รับผลกระทบด้านความน่าเชื่อถือในคำวินิจฉัยไปทั้งหมด

ผมไม่ติดใจอีกแล้วว่าหนังสือยืมตัวฉบับนี้ออกมาอย่างไร เบื้องหน้า เบื้องหลัง เป็นอย่างไร และทำไม พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน จึงขอยกเลิก หลังจากส่งหนังสือยืมตัวไปถึงประธานศาลฎีกาแล้ว เพราะว่าความจริงเท่าที่จะเปิดเผยได้ก็ปรากฏต่อสาธารณะครบถ้วนทุกขั้นตอนแล้ว ส่วนความจริงที่เปิดเผยไม่ได้ และยังไม่ได้เปิดเผย ก็คงจะไม่ทำให้ความจริงที่ถูกเปิดเผยออกมาแล้วหดหายไป และมาเปลี่ยนสาระสำคัญของเรื่องที่เกิดขึ้นไปได้

ในฐานะคนไทยด้วยกัน ผมเห็นว่ากรณีนี้พอสมควรแก่เหตุแล้ว และไม่ควรจะรุกไล่ บีบคั้นต่อคุณสดศรีมากไปกว่านี้ แม้ว่าคุณสดศรีจะยังคงให้สัมภาษณ์กล่าวหาใครต่อใคร ด้วยความโกรธแค้น ไม่พอใจ อีกต่อไปก็ตาม

ผมอยากจะให้ทุกคนเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นแม่อย่างคุณสดศรีบ้างว่า ทุกกิริยาอาการ และทุกคำพูดที่แสดงออกมา เป็นการแสดงออกของคนเป็นแม่ที่กำลังปกป้องลูกสาวไม่ให้ถูกทำร้าย และทำลายมากไปกว่านี้อีกแล้ว

หากเป็นผม มีลูกสาวที่มีความรู้ ความสามารถ และเก่งกาจอย่าง คุณกอนณา สัตยธรรม ที่มีอายุเพียง 27 ก็ได้เป็นผู้พิพากษาแล้ว ผมก็คงแสดงอาการปกป้องลูกสาวของผมไม่น้อยไปกว่าที่คุณสดศรีกระทำ อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำไป

คนที่ผมเห็นใจอย่างมากในกรณีนี้ก็คือ คุณสดศรี และคุณกอนณา ที่ตกเป็นเหยื่อของสังคม และตกเป็นขี้ปากการวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนอย่างหนักหนาสาหัส จนคุณสดศรีก็ยอมรับว่าเครียดกันไปหมด และเครียดจนไม่อยากจะเป็น กกต. อีกแล้ว อยากจะลาออกจากการเป็น กกต.

เครียดจนไม่รู้ว่าจะหันไปทางไหน เพราะไม่รู้ว่าจะตอบโต้กับใคร เนื่องจากไม่รู้ว่ารบอยู่กับใคร เพราะ Hi-thaksin เป็นของใคร อยู่ที่ไหน ก็ไม่อาจจะรู้ได้

เครียดจนต้องออกมา ร้องเรียกถามหา พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ว่าหายไปไหน ทำไมไม่ออกมาชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้นบ้าง และเจตนาที่ทำหนังสือยืมตัวลูกสาวมาทำงานหน้าห้องที่ทำเนียบรัฐบาลคืออะไรกันแน่

ทำไมต้องดึงคุณสดศรีและลูกสาวเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง ให้ประชาชนเห็นว่าเป็นพวกพ้องเดียวกับคุณสนธิด้วย

นี่คือคำถามของคุณสดศรี ที่ส่งผ่านสื่อมวลชนไปถึง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ที่จนป่านนี้ยังดำดินไม่โผล่ ยังไม่แสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคุณสดศรี และ คุณกอนณา สัตยธรรม

ความเสียหายที่ทำให้คุณกอนณาถูกสังคมหวาดระแวง และตั้งข้อสงสัยการปฏิบัติหน้าที่ผู้พิพากษา

ความเสียหายที่ทำให้คุณสดศรีต้องถูกสังคมหวาดระแวงว่าเป็นพวกเดียวกับ พล.อ.สนธิ ทำให้ถูกตั้งข้อสงสัยความเป็นกลางในฐานะ กกต.

ความเสียหายที่คุณสดศรีและคุณกอนณาได้รับ ยังไม่ได้รับการเยียวยา ยังไม่ได้รับการปกป้อง ชดใช้ จากผู้ที่ทำให้เกิดความเสียหายขึ้น และคุณสดศรีกำลังร้องเรียกหาอยู่

คนคนนั้นก็คือ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ที่กลายเป็นบุคคลสูญหายไร้ร่องรอย และไร้ความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง ที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายอย่างสาหัส

เพราะเป็นห่วงและเห็นใจคุณสดศรีกับคุณกอนณาสองคนแม่ลูก ผมจึงขอร่วมด้วยช่วยเหลือ ประกาศตามหา พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ให้มาแสดงความรับผิดชอบต่อกรณีนี้อีกแรงหนึ่ง

"ใครพบเห็นอดีตนายทหารยศพลเอก ชื่อ สนธิ นามสกุล บุญยรัตกลิน ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี รูปร่างสันทัด ผิวดำออกคล้ำ อายุ 60 ปีเศษ โปรดแจ้ง คุณสดศรี สัตยธรรม หรือนำตัวส่งที่สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งด้วย จักเป็นพระคุณยิ่ง"


'กุเทพ' วอน'สุเทพ'หาจุดยืนให้ชัด ทำใจรับฝ่ายค้าน

'ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง' วอน 'สุเทพ เทือกสุบรรณ' หาจุดยืนให้ชัด เตรียมรับหน้าที่ฝ่ายค้าน ยืนยัน ไม่มีการเทคะแนนให้พรรคอื่นแน่นอน

ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน วอน พรรคประชาธิปัตย์ หยุดแนวคิดที่จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว โดยเฉพาะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งผิดจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาแสดงท่าทีแล้วว่า จะเป็นฝ่ายค้านที่ดี พร้อมแนะให้ หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ควรไปหาจุดยืนร่วมกัน เพื่อที่ประชาชนจะได้ไม่สับสน ขณะยืนยัน พรรคไม่มีการเทคะแนนให้กับพรรคการเมืองอื่น หลังจากที่ พรรคพลังประชาชน ถูกใบแดงตามที่นายวิฑูรย์ นามบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหา ซึ่งมองว่า การกระทำเช่นนี้เป็นการกระทำที่วิตกจริตมากเกินไป

พร้อมกันนี้ โฆษกพรรคพลังประชาชน ได้กล่าวขอบคุณประชาชน ที่เทคะแนนเสียงให้กับพรรคพลังประชาชน ยกทีมในการเลือกตั้งซ่อมเขต 3 จ.นครราชสีมา และเชื่อว่า พรรคจะได้คะแนนเสียงจากประชาชนอีกครั้ง ในพื้นที่ที่มีการเลือกตั้งใหม่ เนื่องจากโดนใบเหลืองพร้อมกล่าวขอบคุณ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต. ) ที่จัดการเลือกตั้งได้อย่างราบรื่น


Monday, January 14, 2008

พปช.ย้ำ‘สมัคร’เป็นนายกรัฐมนตรี

'กุเทพ' จวก ปชป. ระวังคำพูดและอย่าวิตกจริตยันยังเสนอชื่อ ‘สมัคร’ เป็นนายกรัฐมนตรี

เวลา 13.00 ที่ทำการพรรคพลังประชาชน ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน( พปช.) กล่าวถึงกรณี นายวิฑูรย์ นามบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ( ปชป.)กล่าวหาอดีตส.ส.บุรีรัมย์ เขต 1 ที่โดนใบแดงว่า สั่งให้ประชาชนไปเทเสียงให้กับพรรคอื่นว่า เป็นการพูดจาที่ไม่รับผิดชอบ เป็นการพูดที่ผิดกฏหมาย เป็นปฏิปักษ์กับประชาธิปไตย หัวหน้าพรรคปชป. ควรให้สมาชิกระมัดระวังในการที่จะกล่าวหาผู้อื่นอย่างเลื่อนลอย การลงคะแนนของประชาชนมากจากความเป็นอิสระชนสามารถตัดสินใจเองได้ พรรคประชาธิปัตย์ระวังอย่าวิตกจริตมากเกินไป ตัวเองไม่ได้ก็พาลหาเรื่องว่าพรรคอื่นเทคะแนนให้พรรคโน้นพรรคนี้

ร.ท.กุเทพ ยังกล่าวถึงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้แสดงท่าทียอมรับอย่างเป็นสุภาพบุรุษว่าจะเป็นหัวหน้าฝ่ายค้าน แต่ขัดแย้งกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค ปชป.ที่พยายามดึงดันว่า ปชป.จะเป็นรัฐบาล ถ้าพปช.ไม่สามารถที่จะจัดตังรัฐบาลได้
การที่พรรคประชาธิปัตย์นำเรื่อง 12 ล้านเสียงมากล่าวอ้างอยู่บ่อยๆไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ท่านคิดอะไรที่พูดถึงเสียงที่สนับสนุนประชาธิปัตย์ที่เท่ากับพรรคพลังประชาชนคือ 12 ล้านเสียง ซึ่งเราไม่อยากให้เอาเสียงประชาชนมาอ้างไม่รู้ว่าเอาพูดเพราะอะไร เราไม่แน่ใจว่าพรรคประชาธิปัตย์คิดอะไรอยู่ที่พูดถึง 12 ล้านเสียง จึงอยากให้หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคได้คุยกันว่าปชป. จะมีจุดยืนอย่างไร

“ไม่แน่ใจว่า การที่พรรคปชป.พูดถึง 12 ล้านเสียง มากล่าวอ้างบ่อยขึ้นและบอกว่าการได้มาซึ่ง 12 ล้านเสียง เป็นเพราะนโยบายวาระประชาชน แต่ 12 ล้านเสียง ของพรรคพลังประชาชนเป็นเพราะอย่างอื่น อยากฝากไปถึงพรรคประชาธิปัตย์ว่า การพูดดังกล่าวเป็นการชี้ให้เห็นว่าการที่ พลังประชาชนได้ 12 ล้านเสียงนั้นมาจากเหตุผลอื่นไม่ใช่นโยบาย แต่ที่จริงแล้วประชาชนเข้าใจชัดเจนว่าเลือก พลังประชาชนเพราะนโยบาย จะเห็นว่าตอนดีเบตทางสถานีโทรทัศน์เรื่องเศรษฐกิจ ทุกคนเห็นว่าสมาชิกพรรคพลังประชาชน อธิบายได้ชัดเจนกว่าสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ฉะนั้นการนำคะแนนเสียงมาอวด เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ” ร.ท.กุเทพ กล่าว

ต่อข้อถามถึงสาเหตุที่พรรคพลังประชาชนตั้งรัฐบาลไม่ได้ ร.ท.กุเทพ กล่าวว่า เกิดจากกรอบเวลาที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้และดูเหมือนว่าฉบับก่อนที่กำหนดว่า 1 เดือนหลังเลือกตั้งกกต.ต้องตรวจสอบให้เสร็จทันก่อนตั้งรัฐบาล

ส่วนสาเหตุที่ยังตั้งรัฐบาลไม่ได้เพราะมีการต่อรองตำแหน่งอยู่หรือไม่ ร.ท.กุเทพ กล่าวว่า ไม่เป็นประเด็น ถ้าถึงวันที่ 22 แล้ว พ้นเงื่อนไข 1 เดือนแล้ววันรุ่งขึ้นท่านจะเห็นโฉมหน้ารัฐบาลเลย เพราะช่วงนี้ประเด็นส่วนใหญ่อยู่ในเรื่องใบเหลือง ใบแดงมากกว่า พร้อมปฏิเสธที่จะมีการประกาศจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคชาติไทยและเพื่อแผ่นดินในวันที่ 17 ม.ค. เพราะทางพรรคไม่ได้มีการพูดคุยถึงความชัดเจนว่าจะต้องประกาศ

ทั้งนี้ร.ท.กุเทพ ยังได้ตอบถึงคำถามที่ว่ามีผู้ใหญ่เห็นชอบให้พรรคพลังประชาชนจัดตั้งรัฐบาลแต่ไม่เห็นด้วยที่จะให้นายสมัคร สุนทรเวชเป็นนายกรัฐมนตรี ว่ามีการนำเรื่องนี้พูดกันในที่ประชุมพรรคหรือไม่ ในวันพรุ่งนี้ ว่า ไม่มีการหารือประเด็นนี้ เพราะเรายึดหลักการ ถ้าพรรคพลังประชาชนไม่ยึดหลักการก็ปั่นป่วนหมด เรายึดหลักการเหมือนเดิมว่าหัวหน้าพรรคจะถูกเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีเหมือนเดิม พร้อมกันนี้ยังได้กล่าวขอบคุณ ชาวจังหวัดนครราชสีมา ที่เลือกผู้สมัคร สส. พปช.กลับเข้ามายกทีมทั้งสามคน



พีทีวี นิวส์
14 มกราคม 2551 เวลา 14:34 น.

‘เชาวริน’จี้กกต.ย้าย2ข้าราชการออกจากพื้นที่เชียงราย

‘เชาวริน ลัทธิศักดิ์ศิริ’ ยื่นหนังสือกกต. ขอย้าย ผู้บังคับการตำรวจภูธร และรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคง เชียงราย หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการสอบสวน‘ยงยุทธ’

วันนี้(14 ม.ค.) ที่ประชุม คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีมติให้ใบเหลืองกับว่าที่ ส.ส.แพร่ เขต 1 พรรคพลังประชาชนอีก 3 คน อันประกอบด้วย นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล นางปานหทัย เสรีรักษ์ และ นายแพทย์นิยม วิวรรธนดิฐกุล โดยมีความผิดเกี่ยวกับการแจกเงินซื้อเสียง

นอกจากนี้ นายเชาวริน ลัทธิศักดิ์ศิริ ส.ส.แบบสัดส่วน กลุ่ม7 พรรคพลังประชาชน ได้เดินทางมายังสำนักงานกกต.เพื่อรอรับหนังสือขอย้าย พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.เชียงราย และรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.เชียงราย ออกจากพื้นที่กรณีวางตัวไม่เป็นกลาง ซึ่งหนังสือดังกล่าวถูกลงนามโดยนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน โดยระบุว่าจะนำไปยื่นให้กกต.ต่อไป สำหรับสาเหตุของการขอย้ายบุคคลดังกล่าวนั้น เนื่องจาก คณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนได้ลงพื้นที่สอบสวนและต้องสอบพยานหลักฐานต่าง ๆ ภายใต้การควบคุมและอิทธิพลของพล.ต.ต.ทรงธรรม และรอง ผอ.กอ.รมน. จังหวัดเชียงราย จึงเกรงว่าพรรคพลังประชาชนจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

นายเชาวริน กล่าวถึงสาเหตุที่คิดว่าบุคคลทั้ง 2 ไม่มีความเป็นกลางทางการเมืองว่า เห็นได้จากกรณีที่ เมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา นายไชยวัฒน์ ฉางข้าวคำ กำนัน ต.จันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย ได้ออกมาแถลงโดยร้องห่มร้องไห้ขอความคุ้มครองเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ ทั้งนี้เชื่อว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการจัดฉาก อีกทั้งพรรคพลังประชาชนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกรณีที่นายไชยวัฒน์อ้างว่าถูกข่มขู่ ทั้งนี้ตนจึงขอเรียกร้องให้มีการสืบสวนสอบสวนพยานทุกคนเพื่อความเป็นธรรม ไม่ใช่สอบสวนเพียงนายไชยวัฒน์คนเดียว

นอกจากนี้ นายเชาวริน ยังกล่าวอีกว่า นางยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ส.ส.แบบสัดส่วน กลุ่มที่ 1 พรรคพลังประชาชน จะเดินทางมาดูซีดีซึ่งเป็นหลักฐานในวันที่ 15 มกราคมนี้.

พีทีวี นิวส์
14 มกราคม 2551 เวลา 14:07 น.

‘เพื่อแผ่นดิน’บุก กกต.แฉปชป.โกงเลือกตั้งจ.ตรัง

ผู้สมัครส..ส ระบบแบ่งเขต พรรคเพื่อแผ่นดิน เขต 1 จ.ตรัง ร้องเรียน กกต.จ.ตรังให้เพิกถอนสิทธิ์ว่าที่ ส.ส. ปชป.รวมทั้ง‘ชวน’ฐานทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ลั่นเตรียมเรียกค่าเสียหายจาก กกต.กลาง 100ล้าน

วันนี้(14 ม.ค) นายเอกรินทร์ นิลสวัสดิ์ ผู้สมัคร ส.ส. ระบบแบ่งเขต พรรคเพื่อแผ่นดิน เขต 1 จ.ตรัง ได้เดินทางมาที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ประจำจ.ตรัง เพื่อเข้าร้องเรียนต่อ กกต.จังหวัดพร้อมภาพถ่ายกลยุทธ์การหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์

โดยนายนายเอกรินทร์ กล่าวว่า ตนขอเรียกร้องให้ กกต.จังหวัดตรัง เพิกถอนสิทธิ์ว่าที่ ส.ส. ทั้งระบบแบ่งเขตและระบบสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งประกอบด้วยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายแพทย์สุกิจ อัตโถปกรณ์และนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์

ทั้งนี้ตนได้ ได้นำหลักฐานภาพถ่ายที่ผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ทำเลียนแบบบัตรเลือกตั้งจริง ทั้งสีเหลืองและสีชมพูพร้อมกากากบาทหมายเลขของพรรค ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน และเชื่อว่ามี กกต.บางคนรู้เห็นเป็นใจกับผู้สมัคร จึงทำให้พรรคประชาธิปัตย์รู้สีบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า และทำให้พรรคคู่แข่งเสียเปรียบในการแข่งขัน

พร้อมทั้งบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ซื้อเสียงในพื้นที่จ.ตรังด้วย ซึ่งหลักฐานทั้งหมด นายเอกรินทร์ ได้ยื่นเรื่องต่อ กกต.กลางแล้ว แต่หากไม่ได้รับความเป็นธรรมจาก กกต.กลาง ก็จะเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 100 ล้านบาทฐานทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง และจะร้องต่อศาลปกครองด้วย ซึ่ง พ.ต.ต อุทัย บุญรอด หัวหน้างานสืบสวนสอบสวน กกต.จ.ตรังรับเรื่องไว้พิจารณา


พีทีวี นิวส์
14 มกราคม 2551 เวลา 13:40 น.

‘สมศักดิ์’ ปัดพูดคุยปชป.รอแถลงจุดยืนทางการเมืองก่อน

รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ระบุ 'นันทนา' ประท้วงกกต.ถือเป็นการแสดงออกส่วนตัวเมื่อเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ยัน ความสัมพันธ์ประชาธิปัตย์ยังดี แต่ขอคุยหลังแถลงจุดยืนทางการเมือง

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีจะมีการพิจารณาคดียุบพรรคพลังประชาชนในวันที่ 15 มกราคม ว่า ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะยังเป็นเรื่องอีกยาวไกล ส่วนกรณีนางนันทนา สงฆ์ประชา และนายมณเฑียร สงฆ์ประชา ว่าที่ ส.ส.ชัยนาท พรรคชาติไทย ที่ถูกกกต.แจกใบแดงและกางมุ้งนอนประท้วง กกต.อยู่ที่ชั้นล่างอาคารศรีจุลทรัพย์ ตั้งแต่คืนวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา นั้นนายสมศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องส่วนตัว และเป็นการแสดงออกที่นางนันทนามองว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งขณะนี้เรื่องของนางนันทนา ก็อยู่ที่การวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่จะมีการพิจารณาใหม่อีกครั้ง ส่วนกรณีที่กกต.มีมติให้ใบเหลือง นายบัณฑูร เกียรติก้องชูชัย ว่าที่ส.ส.ชาติไทย เขต2 จังหวัดชัยภูมิ นั้นพรรคชาติไทยมั่นใจว่าจะได้ที่นั่งกลับคืนมาแน่นอน สำหรับกรณีการพูดคุยกับพรรคประชาธิปัตย์นั้นยืนยันว่า ชาติไทยและประชาธิปัตย์ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่หากจะมีการพูดคุยก็คงต้องรอให้ชาติไทยและเพื่อแผ่นดิน แถลงจุดยืนทางการเมืองให้เรียบร้อยก่อน ทั้งนี้นายสมศักดิ์ ปฎิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นกรณีที่มีกระแสข่าว คุณหญิงพจมาน ชินวัตร จะเข้าพบเพื่อพูดคุยกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก.

พีทีวี นิวส์
14 มกราคม 2551 เวลา 12:33 น.

ตร.ค้นบ้านดต.มือบึ้มสนง.‘แรมโบ้อีสาน’

หัวหน้าชุดสืบสวนเผย เจ้าของระเบิด สนง.แรมโบ้อีสาน ถูกบึ้มก่อนก่อเหตุ ระบุ เตรียมค้นบ้านหาหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมตั้ง 2 ประเด็นขัดแย้งส่วนตัวและการเมือง

ภายหลังเกิดเหตุระเบิดข้างบ้านพักเลขที่ 38 หมู่ 3 เทศบาลตำบลเสิงสาง ห่างจาก สภ.เสิงสาง ประมาณ 50 เมตร ซึ่งเป็นบ้านพักเช่าทำสำนักงานของนายสุพร อัตถาวงศ์ ฉายา “แรมโบ้อีสาน” อดีตเลขานุการ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รวมถึงเป็น 1 ใน 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เมื่อเวลา 19.45 น. เมื่อวานนี้ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายนั้น ความคืบหน้าล่าสุดพ.ต.อ.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา หัวหน้าชุดสืบสวน ได้เปิดเผยว่า ระเบิดที่ใช้ก่อเหตุเป็นระเบิดซีโพร์แสวงเครื่อง ซึ่งขณะนี้ได้ทราบชื่อผู้เสียชีวิตแล้วคือ ดต.ดำเนิน เมสูงเนิน ผบ.หมู่งานสายสืบ สภ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา เบื้องต้นคาดว่า ผู้ตายน่าจะเป็นผู้นำระเบิดดังกล่าวมาหวังทำรายต่อคนในบ้านพักของนายสุพร แต่เกิดเหตุระเบิดขึ้นก่อน ซึ่งขณะนี้ได้มีการสอบปากคำพยานไปแล้ว 6 ปาก โดยตำรวจได้ตั้งประเด็นไว้ 2 ประเด็นคือ เกิดจากความขัดแย้งส่วนตัว และประเด็นการเมือง โดยชุดสืบสวนได้ขอหมายศาลเข้าตรวจค้นพ้านพักดต.ดำเนิน เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมกรณีการระเบิดแล้ว.


พีทีวี นิวส์
14 มกราคม 2551 เวลา 12:09 น.

มาร์ค' ยันมีมารยาทให้พปช.ตั้งรบ.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)

ประกาศพร้อมเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ยืนยันว่าพรรคมีมารยาท ไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคพลังประชาชน (พปช.) เตรียมพูดคุยพรรคชาติไทยถึงการตัดสินใจและอนาคตทางการเมือง ปฏิเสธล็อบบี้ไม่ให้พรรคชาติไทยเข้าร่วมรัฐบาล ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์กล่าวในการเปิดอบรมสัมมนา ส.ส.ใหม่ของพรรค ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ย่านหลักสี่ เมื่อวันที่ 13 มกราคม โดยมีแกนนำพรรค เช่น นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรค และ ส.ส.ของพรรคที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง ตอนหนึ่งว่า ยืนยันว่าเมื่อผลการเลือกตั้งทั่วไปออกมา แม้จะเป็นสิทธิของทุกพรรคการเมืองที่จะรวบรวมเสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาล แต่พรรคถือว่าเป็นมารยาทที่จะให้พรรคการเมืองที่ได้รับเสียงมากที่สุด มีโอกาสไปรวบรวมเสียงข้างมากก่อน

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรคพลังประชาชนมีโอกาสที่จะไปรวบรวมเสียงข้างมาก ถ้าสามารถทำได้ พรรคประชาธิปัตย์ก็พร้อมจะไปเป็นฝ่ายค้าน

แต่ถ้าพรรคพลังประชาชนรวบรวมไม่ได้ก็ถือเป็นภาระของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งก่อนหน้านั้นพรรคพลังประชาชนก็ประกาศว่ารวบรวมเสียงข้างมากได้แล้ว พร้อมจะแถลงวันที่ 4 มกราคม แต่มีเหตุการณ์เศร้าสลดเกิดขึ้น พรรคประชาธิปัตย์ก็เข้าใจว่าเป็นการไม่เหมาะ หากจะมีการเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งมีบางพรรคที่จะแถลงความชัดเจนในวันที่ 17 มกราคม

'ดังนั้น ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่จัดตั้งรัฐบาลแข่ง ถ้าจะทำคงส่งตัวแทนไปเจรจาว่าพรรคพลังประชาชนให้กี่กระทรวง ก็จะให้มากกว่านั้น ไม่นับอย่างอื่นที่ให้กัน แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ทำ' หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว


6พรรคแถลงร่วมรัฐบาล17ม.ค.

แหล่งข่าวจากพรรคพลังประชาชน เปิดเผย

ถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลว่า ตามที่พรรคการเมืองขนาดเล็ก 3 พรรคตอบร่วมรัฐบาลแน่นอนแล้ว แต่ในส่วนของพรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่ก่อนหน้านี้ยังติดเงื่อนไขบางประการนั้นล่าสุดทั้งสองพรรคก็มีสัญญาณที่ดีตามขึ้นลำดับและได้ตอบตกลงแล้ว คาดว่าจะมีการแถลงร่วมจัดตั้งรัฐบาลในวันที่ 17 มกราคมนี้ ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใจกลางเมือง แหล่งข่าวกล่าวว่า ส่วนที่ต้องเลื่อนการแถลงข่าวเนื่องจากตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาประชาชนยังสะเทือนใจจากการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทำให้พรรคการเมืองต่างๆ งดกิจกรรมทางการเมืองชั่วคราว นอกจากนี้ยังเป็นการแก้เกมฝ่ายตรงกันข้ามที่ปล่อยข่าวเป็นระยะว่าพรรคพลังประชาชน อาจได้รับใบแดงเพิ่มเติมอีก

เผย'ผู้ใหญ่'ติดใจ'สมัคร'นั่งนายกฯ

แหล่งข่าวเปิดเผยถึงเบื้องหลังการเจรจาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้ประสานมายังคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ให้ช่วยเจรจากับแกนนำพรรคต่างๆ และผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ซึ่งผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไม่ขัดข้องหากพรรคพลังประชาชนจะจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังติดปัญหาตรงบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากก่อนหน้านี้ พรรคพลังประชาชน ประกาศว่านายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค ต้องดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ซึ่งได้สร้างความกังวลให้กับหลายฝ่ายในเรื่องความสมานฉันท์ปรองดอง ดังนั้นตำแหน่งดังกล่าวอาจถูกปรับเปลี่ยน

'สำหรับกระแสข่าวว่านายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ หากนายสมัครไม่สามารถเป็นนายกฯได้นั้น มีกระแสต่อต้านจากแกนนำในพรรคพลังประชาชนบางคน ดังนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่นายบรรหารจะได้เป็นนายกฯ อย่างไรก็ตาม จากการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีล่าสุดคาดว่าพรรคชาติไทยจะได้โควต้ารัฐมนตรีในกระทรวงสำคัญๆ เพิ่มจากเติมอีกเล็กน้อย'


‘ไชยวัฒน์'เตรียมแถลงศาลพรุ่งนี้-ถอนฟ้องเลือกตั้งโมฆะ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) เผยนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 3 จะแถลงต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ เพื่อถอนฟ้องในประเด็นที่ขอให้ศาลฎีกาฯ สั่งเพิกถอนการเลือกตั้งล่วงหน้า และให้เพิกถอนการนับคะแนนเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.50 รวมทั้งจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่
"ในประเด็นที่จะถอนฟ้องเราไม่สืบเลย อาจจะแถลงต่อศาล...เรื่องนี้คุณไชยวัฒน์ได้คุยกับท่านหัวหน้า(นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) แล้วก็รับปากว่าจะต้องถอนแน่" นายวิรัตน์ กล่าวกับ "อินโฟเควสท์"
ก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ระบุได้ขอให้นายไชยวัฒน์ไปถอนฟ้องในประเด็นดังกล่าว เนื่องจากไม่ต้องการให้สังคมมองว่า พรรคตีรวนหลังแพ้การเลือกตั้ง
นายวิรัตน์ กล่าวว่า สำหรับในประเด็นอื่นอีก 3 เรื่องที่ได้ยื่นฟ้อง ซึ่งเกี่ยวข้องกับที่พรรคพลังประชาชนมีลักษณะเป็นนอมินีนั้น ก็จะดำเนินการไปตามกระบวนการของศาล โดยจะนำพยานเข้าสืบ ซึ่งคาดว่าศาลฎีกาฯ จะใช้เวลาในการพิจารณาอย่างรวดเร็ว
อนึ่ง นายไชยวัฒน์ได้ยื่นฟ้องศาลฎีกาฯ ใน 4 ประเด็น คือ พรรคพลังประชาชน(พปช.) เป็นนอมินีของพรรคไทยรักไทย(ทรท.) จึงไม่มีสิทธิส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง, นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค พปช.เป็นนอมินีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรค ทรท.จึงไม่มีสิทธิลงนามให้ผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้ง, การแจกซีดีให้กับประชาชน เป็นการผิด กฎหมาย และทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่
และการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 15-16 ธ.ค.50 และการนำบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าไปรวมคะแนนเสียงกับการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธ.ค.50 นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงขอให้สั่งเพิกถอนการเลือกตั้งล่วงหน้าดังกล่าว และให้เพิกถอนการนับคะแนนเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.50 รวมทั้งจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่
ศาลฎีกาฯ นัดพิจารณาคดีดังกล่าวในวันพรุ่งนี้(15 ม.ค.) เวลา 10.00 น.

จาก hi-thaksin