WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, January 16, 2008

ยงยุทธมั่นใจวีซีดีเท็จ เตรียมฟ้องสันติบาล [16 ม.ค. 51 - 03:36]

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (15 ม.ค.) หลังจากใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงในการดูวีซีดีหลักฐานที่ระบุว่าตัวเองกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ปรากฏว่า นายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน มีสีหน้าสดชื่นขึ้น โดยมั่นใจว่าวีซีดีดังกล่าวเป็นการจัดทำขึ้นเพื่อใส่ร้ายตน และทำเป็นขบวนการ ทำให้มั่นใจว่ากระบวนการสอบสวนของสันติบาลไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมตั้งแต่ต้น

นายยงยุทธ กล่าวว่า เมื่อดูจากภาพในวีซีดีแล้ว พบว่าจัดทำขึ้นในวันที่ 25 ต.ค. 2550 ก่อนที่จะมีการแจ้งความกล่าวหาตนในวันที่ 28 ต.ค. กระบวนการสอบสวนที่ปรากฏในวีซีดี ก็มีการข่มขู่ชาวบ้านให้ลงชื่อคัดค้าน ซึ่งถือเป็นบทเรียนราคาแพงของสังคม อย่างไรก็ตาม จะปรึกษาฝ่ายกฎหมายเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีกับสันติบาลต่อไป


"วันนี้ไม่รู้ว่าผมจะตายหรือไม่ เพราะองค์กรและกระบวนการใหญ่ ถ้าผมตายเสียคนเดียว ทุกอย่างก็จบ เรื่องที่ถอนฟ้อง ผมไม่มีความรู้สึกว่าดีใจหรือเสียใจ เพราะอยากให้ กกต.พิสูจน์ความเป็นธรรม ศักดิ์ศรีเป็นเรื่องสำคัญกว่าการเป็นผู้แทน และถือว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง เพราะสุดท้ายก็ทำได้ไม่แนบเนียน วีซีดีที่ออกมาเหมือนกับการสร้างหนังเพชรพระอุมา หากใครรับใบสั่งใครมาก็ขอให้ถอยกลับเข้าที่ ให้อภัยกันและเริ่มต้นกันใหม่ ผมพร้อมให้อภัยทุกฝ่าย" นายยงยุทธ กล่าว


ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าสำนวนการสอบสวนรั่วไหลนั้น นายยงยุทธ ยืนยันว่า ไม่ใช่รั่วจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แน่นอน เพราะก่อนที่สำนวนจะถึง กกต. วีซีดีดังกล่าวได้ถูกนำไปเปิดเผยผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง และมีพรรคการเมืองหนึ่งนำไปเปิดเผยแล้ว


Tuesday, January 15, 2008

ในหลวง'ทรงเสด็จฯบำเพ็ญกุศลครบ15วัน'พระพี่นางฯ'16-17ม.ค.นี้

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักพระราชวัง แจ้งว่า ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้พระราชวงศ์ ราชสกุลทุกมหาสาขาและหน่วยงานของรัฐ ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญพระราชกุศล บำเพ็ญพระกุศล และบำเพ็ญกุศลถวายพระศพประจำสัปดาห์ในทุกวันพุธ หลังจากพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร (ทักษิณานุประทาน 7 วัน) จนถึงการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (ทักษิณานุประทาน 100 วัน) ในวันศุกร์ที่ 11 เม.ย.2551 นั้น สัตตมวารที่ 2 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร พระราชทานพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง วันพุธที่ 16 ม.ค. เวลา 17.00 น. พระสงฆ์ 10 รูป สวดพระพุทธมนต์จบ มีพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 พระ 4 รูปสวดธรรมคาถา พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม เวลา 10.30 น.พระสงฆ์ 10 รูปที่สวดพระพุทธมนต์แต่วันก่อนถวายพร รับพระราชทานฉัน พระสงฆ์ 84 รูปสดับปกรณ์ เป็นเสร็จการ

จาก hi-thaksin

'สนธิ' ไม่มีทางเป็น รมต.ของ พปช.

เมื่อถามพล.อ.บุญรอดว่า หลังเลือกตั้งได้มีการพูดคุยกับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกฯ หรือไม่

พล.อ.บุญรอดตอบว่า ท่านก็ทำตามที่ว่าคือปล่อยว่าง ตอนนี้พยายามปล่อยว่างตามที่ควรจะเป็น เมื่อถามว่า พล.อ.สนธิเริ่มถอดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น พล.อ.บุญรอดตอบว่า ไม่ได้เรียกว่าถอดใจ แต่ทำมาได้แค่นี้ก็ต้องแค่นี้ถือว่าจบ เมื่อออกมาลักษณะแบบนี้แล้วก็ยอมรับ

เมื่อถามว่า มีข่าวว่า คมช.ต่อรองตำแหน่ง รมว.กลาโหม ให้กับ พล.อ.สนธิเพื่อความสมานฉันท์

พล.อ.บุญรอดตอบว่า ไม่เป็นความจริง ถ้าพรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาล ไม่มีทางที่ พล.อ.สนธิจะมาเป็นอะไรทั้งสิ้น เมื่อถามย้ำว่า หากต้องการความสมานฉันท์มีความเป็นไปได้หรือไม่ พล.อ.บุญรอดตอบว่า ถ้าเป็นไปตามเนื้อผ้า พล.อ.สนธิก็รู้ว่าพรรคพลังประชาชนไม่เชิญไปเป็น รมว.กลาโหม เท่าที่ปรากฏข่าวยังไม่มี คนที่ทำประโยชน์ให้กับพรรคมากที่สุดควรจะเป็นใคร

ตอนนี้มองว่ากองทัพยอมรับใครมากกว่าเพื่อน

พล.อ.ประวิตรเป็น ตท.6 เคยเป็น ผบ.ทบ. และเป็นนายเก่าของ พล.อ.อนุพงษ์ ฉะนั้น ทุกอย่างจะออกมา ถ้าเลือกคนนี้จะมีข้อดีอย่างนี้ หรือเลือกคนนั้นก็จะมีข้อดีข้อเสีย แล้วแต่ว่าจะเลือกใครยังไม่ได้ข้อยุติ อยู่ที่พรรคพลังประชาชนจะเป็นผู้พิจารณา


พปช.เตรียมร้องศาลปกครองให้ประกาศรับรอง ส.ส.ก่อน

รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน 'กานต์ เทียนแก้ว' เตรียมร้องศาลปกครองให้ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้ง โดยไม่พิจารณาสำนวนร้องคัดของ พล.ต.ต.ชัยยะ อ้างไม่เป็นกลางทางการเมือง

พ.ต.ท. กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคพิจารณาข้อกฎหมาย และความไม่เป็นกลางทางการเมืองของคณะกรรมการสอบสวนการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้งของ พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอำพันกุล รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล หลังพบหลักฐานชัดว่า พล.ต.ต.ชัยยะ ไม่มีความเป็นกลางทางการเมืองเป็นที่ประจักษ์ เพราะมีความผูกพันใกล้ชิดกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

ที่เป็นปฏิปักษ์กับพรรคพลังประชาชน โดยเฉพาะกับนายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรค มาโดยตลอด ดังนั้น พรรคจะยื่นเรื่องต่อศาลปกครอง เพื่อขอความคุ้มครองฉุกเฉินให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งว่าที่ ส.ส.ของพรรคพลังประชาชนทั้งหมดไปก่อน เพราะสำนวนสอบสวนของว่าที่ ส.ส.พรรคพลังประชาชนกระทำโดย พล.ต.ต.ชัยยะ ทั้งสิ้น คาดว่า 1-2 วันน่าจะเดินทางไปยื่นเรื่องต่อศาลได้


‘หมอเลี้ยบ'เตรียมประกาศตั้งรัฐบาลสัปดาห์นี้

น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน(พปช.) มั่นใจว่า พปช.จะมีข้อสรุปการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคการเมืองอื่นภายในสุดสัปดาห์นี้ เพราะเป็นช่วงที่ใกล้เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว จึงควรจะมีการประกาศออกไปอย่างชัดเจน
"ในช่วงใกล้เปิดประชุมสภาฯ เป็นเวลาที่ควรประกาศกิจกรรมการเมืองและแนวทางการจัดตั้งรัฐบาล ในช่วงสุดสัปดาห์นี้คงจะได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการ...น่าจะเป็นศุกร์-เสาร์นี้ "น.พ.สุรพงษ์ กล่าวในการแถลงข่าว
น.พ.สุรพงษ์ กล่าวว่า ในวันที่ 20 ม.ค.พรรคจะเรียกส.ส.ทั้งหมดเข้ามาปฐมนิเทศน์ก่อนที่จะมีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 22 ม.ค.ซึ่งจะมีการเสนอชื่อ ส.ส.ของพรรคเข้าไปเป็นประธานสภาผู้แทนฯ โดยยอมรับว่านายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรค เป็นบุคคลหนึ่งที่มีความเหมาะสมกับตำแหน่งดังกล่าว แต่ก็ยังมีบุคคลอื่น ๆในระดับรองหัวหน้าพรรคที่เหมาะสมเช่นกัน ซึ่งพรรคก็จะนำไปหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลต่อไป
"ท่านยงยุทธเป็นผู้ที่มีความเหมาะสม แต่ไม่ได้หมายความว่ามีเพียงท่านเดียว มีหลายท่าน และต้องพิจารณากันต่อไป"น.พ.สุรพงษ์ กล่าว
สำหรับขั้นตอนการตั้งคณะรัฐมนตรีจะเป็นขั้นต่อไปหลังจากประกาศร่วมกันตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลจะหารือร่วมกันเพื่อวางนโยบายและคัดสรรบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถกับตำแหน่งต่าง ๆ น่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนนี้ และอีก 1-2 วันจะให้ทราบละเอียดขั้นตอนต่าง ๆ ได้อีกครั้งหนึ่ง
น.พ.สุรพงษ์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โดยเฉพาะกรณีที่นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคอาจไม่ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีว่า ไม่เป็นความจริง และพรรคเองก็ไม่มีแนวคิดที่จะกำหนดตัวนายกฯสำรองไว้ มีเพียงความตั้งใจที่จะเสนอชื่อนายสมัครเป็นนายกฯ เท่านั้น ประเด็นข่าวที่ออกมาเหมือนจงใจให้เกิดความสับสน และเกิดความเข้าใจผิดภายในพรรค
รวมทั้งกรณีที่มีข่าวว่าน.พ.สุรพงษ์ ถูกกวางตัวเป็นรมว.คลัง ซึ่งเจ้าตัวกล่าวว่า กระแสข่าวที่ออกมา เกิดจากแหล่งข่าวที่ไม่ได้รับผิดชอบในการวางตัวรัฐมนตรีแต่อย่างใด


จาก hi-thaksin

'บุญรอด' ยอมรับ พปช.เป็นรัฐบาล

พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าคุณหญิงพจมานจะขอเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เพื่อเคลียร์ ปัญหาต่างๆ ว่า

ถ้าเข้าพบและทำให้สถานการณ์ต่างๆดีขึ้น ก็เป็นสิ่งที่ดี ส่วนการต่อสายเข้าพบผู้ใหญ่เพื่อขอจัดตั้งรัฐบาลนั้น ไม่อยากตอบ เพราะเป็นเรื่องการเมือง เมื่อถามว่า หากนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกฯ ทาง คมช. และรัฐบาลยอมรับได้หรือไม่ พล.อ.บุญรอดตอบว่า ใครก็ได้หากสภาเลือกก็ต้องยอมรับ เมื่อถามว่า นายสมัครควรปรับเปลี่ยนบุคลิกหรือไม่ พล.อ.บุญรอดตอบว่า ไม่ขอออกความเห็น

เมื่อถามว่า หากนายสมัครเป็นนายกฯ จะสามารถบริหารงานได้นานหรือไม่

พล.อ.บุญรอดตอบว่า ไม่ได้เกี่ยวว่าจะอยู่ได้นานหรือไม่นาน แต่มีปัจจัยหลายอย่าง เมื่อถามว่า แสดงว่านายสมัครไม่เหมาะสมที่จะเป็นนายกฯ พล.อ.บุญรอดตอบว่า ไม่ขอตอบ ถ้าหากเขาเลือกมาก็เป็นได้ ทุกคนทราบดีว่าถึงเวลาจะเริ่มบทบาทอะไร เมื่อถามว่า มั่นใจว่าพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.บุญรอดตอบว่า ดูแล้วพรรคพลังประชาชนน่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้ เมื่อถามว่า มีการต่อสายพูดคุยกับรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.บุญรอดตอบว่า ไม่มี รัฐบาลไม่มีอะไรอยู่แล้ว เพราะเป็นรัฐบาลชั่วคราวไม่มีบทบาทอะไร

เมื่อถามว่า มีข่าวการต่อรองกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เพื่อขอตำแหน่ง รมว.กลาโหมให้กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ทบ.

พล.อ.บุญรอด ตอบว่า ไม่มี กระทรวงกลาโหมจะไปพร้อมกับรัฐบาลอยู่แล้ว แต่กองทัพยังอยู่ ทั้ง ผบ.เหล่าทัพและปลัดกระทรวงกลาโหม ยังอยู่ในตำแหน่งถึงเดือน ต.ค.นี้ ฉะนั้น การเคลื่อนไหวของ ผบ.เหล่าทัพ ไม่ทราบ เมื่อถามว่า ตำแหน่ง รมว.กลาโหม คิดว่าใครเหมาะสมในสถานการณ์ขณะนี้ พล.อ.บุญรอดตอบว่า ใครก็ได้ที่เป็นทหาร แต่หากเป็นพลเรือนคงลำบาก เป็นทหารเป็นได้ แต่จะเป็นที่ยอมรับหรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล

เมื่อถามว่า หาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ทบ. มาเป็น รมว.กลาโหม พล.อ.บุญรอดตอบว่า

เป็นได้ทุกคนเคยเป็น ผบ.ทบ.และมาดูแลกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพเป็นได้อยู่แล้ว ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรก็เป็นที่ยอมรับของกำลังพลในกองทัพบก เมื่อถามว่า มองกรณีที่ พล.อ.อนุพงษ์พร้อมเจรจากับคุณหญิงพจมานอย่างไร พล.อ.บุญรอดตอบว่า กองทัพมีความสามัคคีปรองดองสมานฉันท์ ฉะนั้น การที่มาพูดคุยกันก็เป็นเรื่องที่นำไปสู่ความสมานฉันท์ ก็สามารถแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ ก็จะเป็นเรื่องที่ดี


'เรืองโรจน์' ตอกย้ำ 'หมัก' ต้องเป็นนายกฯ

ด้านพล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า คุณหญิงพจมานไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเจรจาหรือกำหนดตัวบุคคลที่จะรับตำแหน่งในครม. ซึ่งพรรคพลังประชาชนจะเป็นแกนนำจัดตั้งแน่นอน ทั้งนี้นับแต่คุณหญิงพจมานเดินทางกลับประเทศไทยยังไม่ได้พูดคุยหรือพบกัน คุณหญิงพจมานเข้ามาในประเทศไทยเพราะเป็นห่วงบ้าน ส่วนที่บอกว่าคุณหญิงพจมานจะไปเจรจากับ “ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง” ก็เป็นเรื่องของคุณหญิงพจมาน เพราะคุณหญิงพจมานก็เป็นคนไทยคนหนึ่งที่จะไปนั่งคุยกับใครก็ได้ และไม่จริงแน่นอนที่จะมีการขอไม่ให้นายสมัคร เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเมื่อประชาชนให้ความไว้วางใจพรรคพลังประชาชนมาถึงขนาดนี้ พรรคพลังประชาชนก็ต้องสนับสนุนนายสมัครขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแน่นอน เพราะหากไม่ใช่นายสมัครกติกาประชาธิปไตยก็คงใช้ไม่ได้อีกต่อไป

พล.อ.เรืองโรจน์ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่าพล.อ.อนุพงษ์ สนับสนุนพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ทบ.เป็น 'รมว.กลาโหม' ในรัฐบาลพรรคพลังประชาชนว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของมติพรรคที่จะให้ใครเข้ามารับตำแหน่งไหน ซึ่งตนก็ไม่ได้มีหน้าที่ว่าจะไปเป็นอะไร พรรคจะมอบหมายอะไรก็ต้องทำตามมติพรรค ซึ่งตนและพล.อ.ประวิตรก็สนิทสนมกัน และคิดว่าคนที่เป็นทหารผู้ใหญ่มาระดับนี้เป็นผู้นำเหล่าทัพหรือผู้นำกองทัพมาแล้ว มีความรู้ความสามารถทุกคน สามารถเป็น รมว.กลาโหมได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตำแหน่ง รมว.กลาโหมนั้นจะต้องหารือกับทาง คมช.เพื่อหาคนที่เหมาะสมด้วยหรือไม่ พล.อ.เรืองโรจน์ กล่าวว่า เป็นเพียงข่าวและ คมช.นั้นไม่ได้มายุ่งอะไร แต่มีคนพยายามเอาไปพัวพันกันเท่านั้น ซึ่งตนและ คมช. ทุกคนก็เป็นพี่น้องกันมาทั้งนั้น เป็นรุ่นใกล้ๆ กันทั้งนั้น และยังรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ พูดคุยกันได้ทั้งนั้นอย่าไปสร้างภาพว่า คมช.น่ากลัว เพราะทั้งหมดก็เป็นพี่เป็นน้องกัน

ขอขอบคุณ www.thaiinsider.info

จาก Hi-Thaksin

คมช.โต้ลั่น-ชงขึ้นเงินเดือนตัวเอง

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ผอ.สำนักงบประมาณ กระทรวงกลาโหม และหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคมช. กล่าวถึงกรณีเว็บไซต์ไฮ-ทักษิณ

เปิดเผยว่า คมช.เสนอให้ครม.พิจารณาเพื่อขอให้ขึ้นเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษว่า กรณีนี้เหมือนปีที่แล้วที่มีการปล่อยข่าวว่าคมช.ขอขึ้นเงินเดือนหรือรับเงินเดือน 2 ขั้น ความจริงเป็นเรื่องการเสนอขอบำเหน็จประจำปีให้กับกำลังพลที่คมช.ขอตัวจากหน่วยต้นสังกัดต่างๆ มาช่วยทำงานให้กับสำนักงานเลขาธิการคมช. เพราะหน่วยต้นสังกัดไม่สามารถขอบำเหน็จให้กับกำลังพลเองได้

พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า ทุกครึ่งปีและปลายปีหน่วยงานต่างๆ ต้องมีการเตรียมการเพื่อขอบำเหน็จประจำปี สำนักงานเลขาธิการคมช.จึงทำตามระเบียบ คือทำเรื่องเสนอต่อครม.เป็นกรณีพิเศษให้กับกำลังพลที่มาช่วยราชการทำงานให้กับคมช. ซึ่งไปตามโควตาปกติ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่เป็นนายทหารชั้นผู้น้อยเนื่องจากเงินเดือนของสมาชิกคมช.ทั้ง 7 คนเต็มหมดแล้ว ส่วนที่ขอเป็นกรณีพิเศษเพราะคมช.เป็นหน่วยงานพิเศษที่ตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติ จึงต้องทำเรื่องเสนอเพื่อขออนุมัติจากมติครม.

พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า พวกที่นำข่าวนี้มาปล่อย ความจริงเขารู้เรื่องนี้แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ ความจริงคมช.สามารถขอรับเงินทวีคูณได้ เพราะเราทำงานพิเศษโดยไม่ได้หยุดและเป็นสิทธิ์ของเราที่สามารถทำได้ แต่ไม่ทำเพราะคิดว่าทำเพื่อประโยชน์ของประเทศ ครั้งนี้เป็นการขอครั้งสุดท้ายของคมช. เพราะคมช.ใกล้จบภารกิจแล้ว

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกคมช. กล่าวว่า

ขณะนี้คมช.ใกล้หมดวาระการทำงาน ยืนยันว่าไม่มีสมาชิกคมช.คนใดที่จะขอขึ้นเงินเดือน เพราะหากมีการขอขึ้นเงินเดือนจริงจะผิดระเบียบของกระทรวงกลาโหมและเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ กระแสข่าวที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นความเข้าใจผิดเพราะอาจจะเป็นการขอบำเหน็จประจำปีให้กับนายทหารที่คมช.ขอให้มาทำงานกับสำนักงานเลขาธิการคมช. ซึ่งเป็นเรื่องปกติของหน่วยราชการ


เปิดโผรมต.พปช. 'สมัคร'ได้นั่งเก้าอี้นายกฯ

พปช.ลั่นตั้งรบ.6พรรคเสร็จแล้ว รอแถลงร่วมวันที่17ม.ค. เผยหลัง22ม.ค.เปิดโฉมรมต. 'สมัคร'นั่งนายกฯ 'หมอเลี้ยบ'เป็นรองควบคลัง 'เฉลิม' ได้รมว.ยุติธรรม 'ยงยุทธ'ยึดปธ.สภา

พปช.ข่มหลัง22ม.ค.เห็นโฉมรมต.

ที่ทำการพรรคพลังประชาชน ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรค กล่าวว่า จากท่าทีของนายอภิสิทธิ์ หัวพรรค ปชป.ได้แสดงความพร้อมว่าจะเป็นฝ่ายค้านที่ดี แต่ท่าทีของนายสุเทพ เลขาธิการพรรค ไม่สอดคล้องกับท่าทีหัวหน้าพรรคเท่าใดนัก ยังดึงดันอยู่ตลอดว่า พปช.ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ จึงขอแนะนำให้ทั้ง 2 คนหารือกันว่าจะเอาอย่างไรกัน ไม่ใช่ปากว่าตาขยิบ

'เหตุที่พรรคยังจัดตั้งรัฐบาลไม่เป็นที่เรียบร้อย เกิดจากกรอบเวลาตามรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดไว้ให้เปิดสภาหลังการเลือกตั้ง 1 เดือน ไม่ได้มาจากปัญหาการเจรจาต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ เชื่อว่าการจัดตั้งรัฐบาลสามารถทำได้เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่สามารถประกาศอย่างเป็นทางการได้ ซึ่งหลังวันที่ 22 มกราคม หนึ่งวันก็จะได้เห็นโฉมหน้ารัฐมนตรีกัน' ร.ท.กุเทพกล่าว

ส่วนกระแสข่าวผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไม่เห็นชอบหากนายสมัครเป็นนายกฯนั้น ร.ท.กุเทพกล่าวว่า ไม่มีประเด็นนี้ พรรคยึดถือหลักการมาโดยตลอดว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นหัวหน้าพรรคเท่านั้น ไม่เช่นนั้นทุกสิ่งก็จะเป๋หมด

แผนใหม่'เลี้ยบ'คุมคลัง-หลัง'โกร่ง'ปัด

แหล่งข่าวจากแกนนำพรรค พปช.เปิดเผยว่า ภายหลังที่นายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรี ตอบปฏิเสธการรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ (รมว.) กระทรวงการคลัง และนายทนง พิทยะ อดีต รมว.คลังยังสงวนท่าทีอยู่นั้น ล่าสุดมีความเป็นไปได้สูงว่า พรรคจะวางตัว นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรค ทำหน้าที่ดังกล่าว เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณมีความไว้ใจ นพ.สุรพงษ์เป็นอย่างมาก และจะเป็นการง่ายหาก พ.ต.ท.ทักษิณจะให้คำปรึกษาการบริหารงานด้านเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา นพ.สุรพงษ์ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที )

เผยอาจนั่งควบรองนายกฯด้วย

ด้านแหล่งข่าวจากคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ พปช.กล่าวว่า การวางตัวบุคคลในตำแหน่ง รมว.คลังนั้น ไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญ เพราะในทีมเศรษฐกิจของพรรคล้วนแล้วแต่มีผู้เชี่ยวชาญ ขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจต่างๆ อยู่แล้ว หาก นพ.สุรพงษ์ได้รับแต่งตั้งเป็น รมว.คลังจริงๆ ไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ เพราะคนที่จะเป็นรัฐมนตรีได้นั้นจะต้องมีประสบการณ์และมุมมองทางการเมืองพอสมควร เพื่อตอบกระทู้ถามในสภาได้

'ที่แน่ๆ คือ นพ.สุรพงษ์ได้เป็นรองนายกฯ แต่ไม่แน่ใจว่าจะควบรัฐมนตรีกระทรวงใด หากควบ รมว.คลังก็ไม่มีปัญหา เพราะรู้เรื่องเศรษฐกิจพอสมควร ส่วนการแต่งตั้ง รมช. และ เลขาฯ รมว.นั้นคงจะมีการดันให้ทีมงานในทีมเศรษฐกิจมารับผิดชอบงานตรงนี้' แหล่งข่าวกล่าว

พปช.ยันดัน'ยงยุทธ'ประธานสภา

แหล่งข่าวจาก พปช.แจ้งว่า เป็นที่แน่นอนแล้วว่าในวันที่ 17 มกราคมนี้ พรรคจะแถลงร่วมรัฐบาลกับอีก 5 พรรคการเมือง ได้แก่ ชท. พผ. รช. พรรคมัชฌิมาธิปไตย (มฌ.) และพรรคประชาราช (ปชร.) ขณะนี้ขั้นตอนการเจรจาโควต้าตำแหน่งรัฐมนตรีของแต่ละพรรคการเมืองเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ระบุถึงตัวบุคคลที่จะมาเป็น เพราะเป็นเรื่องภายในของแต่ละพรรคไปจัดสรรกันเอง

สำหรับพรรค ชท.นั้น ได้โควต้ารัฐมนตรีว่าการใน 2 กระทรวงเกรดเอ และรัฐมนตรีช่วยว่าการในกระทรวงเกรดบีอีก 2 ตำแหน่ง พร้อมกับตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ส่วนตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น พรรค พปช.ยังคงยืนยันที่จะให้นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคดำรงตำแหน่งนี้ ส่วนนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองเลขาธิการพรรค เป็นรองประธานสภาคนที่หนึ่ง

'สมชาย'คุมมท.-'เฉลิม'รมว.ยธ.

ในวันที่ 20 มกราคมนี้ ตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงต่างๆ จะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพราะแกนนำทั้ง 6 พรรคจะหารือกันถึงตัวบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีภายหลังการแจกใบแดงใบเหลืองกับว่าที่ ส.ส.ยุติลง พรรควางตัวนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรค ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นอกจากนี้ นายศรีเมือง เจริญศิริ รองหัวหน้าพรรค เป็น รมว.คมนาคม และนายไชยา สะสมทรัพย์ รองหัวหน้าพรรค เป็น รมช.คลัง เป็นต้น' แหล่งข่าวกล่าว


'อนุพงษ์' พร้อมนัดหารือ 'พจมาน'

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.และผู้ช่วยเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)

กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เข้าพบเพื่อหารือถึงสถานการณ์การเมืองว่า ยังไม่เคยพบ แต่หากคุณหญิงพจมานอยากจะมาคุยก็ทำเอกสารมาได้เลย หากจะมาคุยเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้นก็เป็นสิ่งดี แต่พูดคุยเรื่องอะไรไม่ทราบ หากเรื่องคดีก็ต้องว่ากันไปในทางคดีมีแนวทางอยู่แล้ว หากพูดคุยเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้นก็น่าจะพูด แต่เรื่องการเมืองไม่ทราบ ต้องไปถามคุณหญิงพจมาน

เมื่อถามว่า หากคุณหญิงพจมานประสานเข้ามาเพื่อหารือกับ คมช.จะมีการหารือด้วยหรือไม่

พล.อ.อนุพงษ์ตอบว่า คมช.ยังไม่มีการหยิบยกประเด็นนี้มาพูดคุย และไม่แน่ใจว่า คมช.จะมีความสามารถจัดการเรื่องนี้หรือไม่ เพราะยุ่งเกี่ยวกันหลายเรื่อง การเมืองต้องปล่อยเป็นเรื่องการเมืองหาก คมช.ไปยุ่งเกี่ยวคงจะไม่ได้ ในภาพรวมต้องปล่อยให้การเมืองว่ากันเอง

'ส่วนประเด็นที่คุณหญิงพจมานจะมาพูดคุยแล้วทำให้สังคมดีขึ้น คิดว่าทำได้เลย แต่ประเด็นใดที่ต้องเป็นไปตามเรื่องราว เช่น คดีที่ถูกตรวจสอบหรือเรื่องอื่นก็ต้องว่าตามนั้น หากเป็นเรื่องที่สร้างความเรียบร้อยหรือสร้างกระแสความเข้าใจ เพื่อให้สังคมสงบเรียบร้อยเศรษฐกิจก็จะดี ตลาดหลักทรัพย์ก็จะดี ผมว่าก็น่าฟัง' พล.อ.อนุพงษ์กล่าว

เมื่อถามถึงกระแสข่าวสนับสนุน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ทบ.เป็น รมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ตอบว่า

คงต้องปล่อยเป็นหน้าที่การเมืองดีกว่า เพราะหากไปแทรกแซงคงจะไม่ดี ความลงตัวทางการเมืองต้องมาก่อน แล้วถึงเป็นเรื่องการจัดตั้ง ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรเป็นบุคคลที่ได้รับความน่าเชื่อถือจากสถาบันทหารและมีความสามารถ เมื่อถามว่า เป็นห่วงการทำงานของ กกต.ที่ถูกข่มขู่จนเริ่มถอดใจหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ตอบว่า ไม่ทราบว่าถอดใจหรือไม่ แต่สื่อพูดเอง มั่นใจว่า กกต.มีศักยภาพของท่านที่จะทำ และสังคมก็ยอมรับการทำงานของ กกต. เพราะท่านทำตามอำนาจหน้าที่ที่มี ส่วนถอดใจหรือไม่ ไม่มีความเห็น ส่วนเรื่องการทำความเข้าใจกับกลุ่มม็อบที่กดดัน กกต. สื่อต้องทำหน้าที่เต็มที่ ท่านอยากให้ประเทศลุกเป็นไฟหรืออยากให้ประเทศสงบแล้วเศรษฐกิจรุ่งเรือง สังคมมีกฎเกณฑ์ต้องยึดตามกฎเกณฑ์

เมื่อถามถึงกรณีที่อาจจะมีการยุบพรรคพลังประชาชนหากแจกใบแดงแก่นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน

พล.อ.อนุพงษ์ตอบว่า ไม่เกี่ยวข้องเป็นเรื่องของ กกต. และไม่ทราบว่าคดีมีหลักฐานอะไรบ้าง ดังนั้นหากออกความเห็นคงไม่ดี แต่สิ่งเดียวที่ กกต.ทำได้คือยึดบนหลักเกณฑ์และหลักฐานที่มี ตอบอย่างอื่นไม่ได้ เพราะไม่เคยคุยกับ กกต. แต่เชื่อว่า กกต.น่าจะทำงานผ่านไปด้วยดี