WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, January 16, 2008

ปชป.สู้จนหยดสุดท้าย

ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, ไทกร พลสุวรรณ

วันนี้ ประชาธิปัตย์ พรรคการเมืองเก่าแก่ ยังไม่ยอมยกธงขาว รับความพ่ายแพ้ เป็นฝ่ายค้านพรรคเดียวก็ตาม

แม้ภาพของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางกลับรังเก่า เพื่อเดินเกมการเมืองให้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนดไว้ สิ่งที่เห็นได้ชัดคงจะเป็นกรณีที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองยอมอ่อนข้อให้ พรรคพลังประชาชน จัดรัฐบาล โดยเฉพาะ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี หรือ พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมาขานรับข้อเสนอของ หญิงอ้อ

หรือแม้กระทั่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ที่ออกยอมรับพร้อมหนุน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการทหารบก นั่งแท่นเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นอกจากนี้ยังมีกรณีของ วิจิตร ยอดสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 3 พรรคชาติไทย ที่ออกมาประกาศถอนฟ้อง ยุทธ ตู้เย็น ยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน จนเกิดเป็นข้อสงสัยกันว่าเป็นการ ฮั้ว กันระหว่างพรรคชาติไทยและพลังประชาชน เพื่อหวังผลในการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่

แม้ว่าที่ผ่านมา ประชาธิปัตย์ จะออกมาเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆ ทั้งการให้ ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ ยื่นคำร้องกล่าวหา สมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นนอมินีพรรคไทยรักไทย หรือกรณีของ ไทกร พลสุวรรณ เด็กพรรคมัชฌิมาธิปไตย อดีตมือปืนรับจ้างของ เทพเทือก สุเทพ เทือกสุบรรณ ที่คราวนี้ออกมาร้องให้การเลือกตั้งเป็น โมฆะ

สิ่งเหล่านี้อาจจะถือว่าเป็น เฮือกสุดท้าย ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยังคงฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บนพื้นฐานของการ รอ อันได้แก่ รอ ให้ กกต.ได้ข้อยุติการให้ใบเหลือง-ใบแดง โดยหวังที่สุดว่าเกณฑ์การพิจารณาจะให้ความสำคัญกับ เหตุผลอันควรเชื่อ มากกว่า ประจักษ์พยาน ซึ่ง ประชาธิปัตย์ เชื่อว่าจะมีผลทำให้ พลังประชาชน ได้ใบแดงมากขึ้น

และ รอ ให้คำวินิจฉัยของศาลฎีกา ในกรณี นอมินี และ วีซีดี ได้ข้อสรุปไปในทางที่เป็นผลให้ พรรคพลังประชาชน ต้องถูกยุบ หรือ รอ ที่จะให้ชี้ว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นโมฆะ

อย่างไรก็ตาม แนวทางที่พรรคประชาธิปัตย์จะดำเนินการ เห็นว่า พูดผ่านสื่อ น่าจะช่วยกระตุ้นโสตประสาทการได้ยินของ กกต. ได้มากกว่าการทำหนังสือเสนอความเห็น จะเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม เป็นต้นไป

หลังจากนี้ คงต้องรอดูกันต่อไปว่า การรอคอย นั่งดู กกต.รบกับพรรคพลังประชาชนอย่างเงียบๆ จะเป็นผลให้ ประชาธิปัตย์ ได้เป็นตาอยู่หยิบชิ้นปลามันหรือไม่

เพราะถึงวันนี้ มือที่มองไม่เห็น คงจะช่วยอะไรพรรคไม่ได้เสียแล้ว...


'บรรหาร'โวยสื่อตีข่าวฮั้วพปช.

นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทย ให้สัมภาษณ์ถึงนายวิจิตร ยอดสุวรรณ อดีตผู้สมัครส.ส.เขต 3 เชียงราย พรรคชาติไทย ยื่นถอนคำร้องคัดค้านนายยงยุทธว่า

เป็นเรื่องเฉพาะตัวของผู้สมัคร ไม่เกี่ยวกับพรรค นายวิจิตรเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคไม่ถึง 2 เดือนก่อนเลือกตั้ง ซึ่งพรรคได้ให้ผู้ประสานงานภาคเหนือสอบถาม และให้นายวิจิตรมาชี้แจงเหตุผลการยื่นและถอนเรื่องดังกล่าว แต่ยังติดต่อไม่ได้ เมื่อถามว่าเป็นการฮั้วกับพรรคพลังประชาชนหรือไม่ นายนิกร กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน พรรคไม่เคยสั่งการให้ยื่นหรือถอนคำร้องดังกล่าว ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล ส่วนที่มีการมองว่านายวิจิตรอาจได้ท่อน้ำเลี้ยง นายนิกรกล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ต้องตรวจสอบว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร เพราะสร้างความเสียหายให้กับพรรคเช่นกัน พรรคจึงให้ผู้ประสานงานทางภาคเหนือตรวจสอบเพราะอยากทราบว่าเป็นอย่างไรกันแน่

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่พรรคชาติไทย นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค

ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวพรรคชาติไทยฮั้วกับพรรคพลังประชาชนกรณีการถอนฟ้องนายยงยุทธ ว่า 'โอ๊ย มันไม่มีหรอก ไปเอามาจากที่ไหนกัน เห็นเอาไปลงกันเยอะแยะไม่รู้ไปเอามาจากไหน อย่างเรื่องแบ่งขั้วตามกลุ่มต่างๆ อีก ไม่เป็นความจริง ผมเข้าใจว่าพวกคุณเป็นนักข่าว ต้องการขายข่าว ขายหนังสือพิมพ์ ต้องมีจริงบ้างเท็จบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา'


ศาลปกครองกลางเริ่มการไต่สวนฉุกเฉินกรณีปิดสถานีทีไอทีวี

กรุงเทพฯ 16 ม.ค.- ศาลปกครองกลางเริ่มการไต่สวนฉุกเฉิน ระหว่างอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และตัวแทนพนักงานสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี กรณีพนักงานยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งยุติการแพร่ภาพ

บ่ายวันนี้ ที่ศาลปกครองกลาง นายชาชิวัฒน์ ศรีแก้ว ตุลาการเจ้าของสำนวน ออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนฉุกเฉินกรณีที่พนักงานบริษัททีไอทีวี ยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง ขอให้เพิกถอนคำสั่ง ที่ 25/2551 ลงนามโดยนายปราโมช รัฐวินิจ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ให้สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ยุติการแพร่ภาพ โดยฝ่ายผู้ถูกฟ้องมีนายปราโมช เป็นผู้มาให้ถ้อยคำ ส่วนฝ่ายพนักงานฯ ส่งตัวแทน 5 คน ประกอบด้วย นายธีรวัฒน์ โชติธรรมโม บรรณาธิการข่าวเช้า นายจาตุรงค์ สุขเอียด บรรณาธิการข่าวเฉพาะกิจ นายอลงกรณ์ เหมือนดาว บรรณาธิการบริหาร นายฉัตรชัย ตะวันธรงค์ รองผู้อำนวยการฝ่ายข่าว และ น.ส.ตวงพร อัศววิไล บรรณาธิการข่าวประจำวัน เข้าให้ถ้อยคำ

นายปราโมช กล่าวก่อนให้ถ้อยคำว่า ยืนยันว่า การสั่งให้สถานียุติการออกอากาศเป็นอำนาจตามกฎหมายของอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เพราะตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2550 สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ เข้าไปกำกับดูแลสถานี โดยมีการเสนอแก้ไขพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการให้ความถี่นี้อยู่ในความรับผิดชอบในกำกับดูแลของกรมประชาสัมพันธ์ และเมื่อ พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ได้ออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีผลบังคับใช้ในวันรุ่งขึ้น จึงต้องมีการประกาศยุติการออกอากาศของสถานีโดยกะทันหัน เพราะบทเฉพาะกาลมาตรา 57 ได้ระบุให้กฎหมายฉบับนี้บังคับใช้ได้ทันทีในการถ่ายโอนทรัพย์สิน ไม่มีเวลาเปลี่ยนผ่าน

นอกจากนี้ ยังยืนยันว่า ก่อนหน้านี้ ได้มีการประสานและแจ้งให้ทางพนักงานสถานีฯ ทราบตลอดเวลาว่า เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ ทุกอย่างจะต้องยกเลิก และถ่ายโอนให้สื่อสาธารณะได้ทันที และในใบสัญญาเงื่อนไข ทั้งของพนักงานและผู้ผลิตรายการก็ระบุชัดเจน ซึ่งกฎหมายนี้ก็เป็นข่าวมาตลอด

สำหรับบรรยากาศการไต่สวนฉุกเฉินวันนี้ มีประชาชนจำนวนหนึ่งมาให้กำลังใจพนักงานของทีไอทีวี รวมทั้งผู้จัดรายการทางสถานี เช่น นายไตรภพ ลิมปพัทธ์ อดีตพนักงานทีไอทีวี และประชาชน ซึ่งยื่นคำร้องเป็นผู้ร้องสอด (บุคคลภายนอกซึ่งมิใช่คู่ความในคดี) จำนวน 105 คน ในจำนวนนี้ รวมถึง นพ.เหวง โตจิราการ และนางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ด้วย.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-16 15:38:17

พล.อ.เชษฐา ปฏิเสธความชัดเจนตำแหน่งรัฐมนตรี

พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่พรรคพลังประชาชนระบุจะมีการแถลงข่าวการจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ว่า ส่วนตัวยังไม่ทราบรายละเอียด หลังจากมอบหมายให้ ร.ต.ประพาส ลิมปะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคและนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรค เป็นผู้ประสาน ก็ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน ต้องยอมรับว่าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา มีเสียง ส.ส.จำนวนน้อย คงไม่ต่อรองอะไร ดังนั้น ผู้ที่ประสานน่าจะไม่กล้าพูดเพื่อต่อรองหรือร้องขอตำแหน่ง พรรคคงไม่ได้จัดงานปฐมนิเทศ ส.ส. เพียงแต่จัดการเรื่องเอกสารให้เรียบร้อย ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา อาจจะได้รัฐมนตรี 2 ตำแหน่งนั้น ยังไม่ทราบ ส่วนตัวพร้อมที่จะรับตำแหน่งรัฐมนตรี หากได้จริง


ด้าน นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ยังไม่ขอแสดงความเห็นเรื่องการร่วมรัฐบาล ขอให้สื่อรอความชัดเจน ซึ่งจะมีการแถลงในวันพรุ่งนี้ (17 ม.ค.) เวลา 20.00 น. ที่โรงแรมปาร์คนายเลิศ.- สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-16 15:33:54

สื่อต่างชาติประจาน คมช. ว่า ขึ้นเงินเดือนให้ตัวเอง....แบบนี้ก็ปล้นชาติแล้วล่ะ (Power's Perks)

โดย คุณขนมต้ม
ที่มา เวบบอร์ด
พันทิปราชดำเนิน
16 มกราคม 2551

เห็นข่าว คมช. ขอให้ คณะรัฐมนตรีคุณธรรมสูงส่ง เพิ่มค่าตอบแทนให้อีกคนละ 15% ซึ่งข่าวแรกที่ผมได้ยิน มาจากคุณนักเลงโบราณ จากเว็บเสรีชน และต่อมา ไทยรัฐก็ลงข่าวว่า ทางโฆษกรัฐบาลได้มาแก้ข่าวว่า ไม่ใช่ ไม่จริง

มาเมื่อวาน มีการอนุมัติการเพิ่มเงินเดือนให้กับ คมช. ทั้ง ๆ ที่ชาวบ้านชาวช่อง อดอยากจะตายกันอยู่แล้ว แถม ไอทีวี ก็โดนปล้นไปอย่างหน้าไม่อาย พนักงานกว่า 800 คน ไม่รวมลูกเมียอีกกี่ชีวิต จะต้องลำบากลำบน

หันไปดูสื่อเมืองนอกอย่าง "ไฟแนนเชียลไทมส์" เขาเขียนข่าวว่า

ในตอนที่ คมช.ทำการรัฐประหารรัฐบาลทักษิณ พวกเขากล่าวหาทักษิณว่า คอรัปชั่น และคอรัปชั่นเชิงนโยบาย (ศัพท์จากพรรคประชาธิปัตย์) โดยใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง

"Throughout his tenure, Thaksin was accused of so-called "policy corruption", or using his state powers to benefit his family business, though he has not been criminally convicted of any wrongdoing."

เขาบอกว่า แต่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (เมื่อวาน) คณะรัฐมนตรีที่ถูกแต่งตั้งโดย คมช. ได้อนุมัติเพิ่มเงินเดือนให้ คมช. อีกคนละ 15%

เขาบอกว่า "เป็นการเพิ่มเงินเดือนเป็นครั้งที่ 3 นับแต่การรัฐประหาร 16 เดือนที่ผ่านมา ช่างเป็นการเพิ่มเงินเดือนอย่างมากเหลือเกิน"

สุดท้ายที่เขาเหน็บได้เจ็บดี เขาบอกว่า

"So much for holding the moral high ground."

ถ้าแปลเป็นไทยก็อาจจะได้ว่า "โคตรมีคุณธรรมเลยว่ะ"

************************************

Power's perks

When the Thai army seized power from Thaksin Shinawatra - the telecommunications mogul turned politician - in a 2006 coup d'état, they cited Thaksin's alleged corruption as one of their main justifications.

Throughout his tenure, Thaksin was accused of so-called "policy corruption", or using his state powers to benefit his family business, though he has not been criminally convicted of any wrongdoing.

But the army hardly seems immune from the temptations of which they accused the ousted leader. On Tuesday, the military-installed government approved hefty 15 per cent salary rises for the top six generals behind the coup and 436 of their supporters.

It is a rise well above the standard for average government officials - and it is the third time since the coup 16 months ago that they have been granted such large increases. So much for holding the moral high ground.

ที่มาของบทความ : เวบไซต์
ft

จาก Thai E-News

‘จาตุรนต์’แนะพปช.ไม่ควรเจรจาตำแหน่งใดๆกับคมช.

อดีตกก.บห.พรรคไทยรักไทยชี้หากพปช.ไปยอมทำตามคมช.ต่อรองไม่ว่าตำแหน่งไหนก็ตามรัฐบาลชุดใหม่จะเกิดความไม่สง่างาม ระบุปชช.ไม่ชอบการทำรัฐประหารจึงเลือกพปช.มาเป็นทางออกของประเทศ

วันนี้(16 ม.ค.) เวลา 11.00 น. ที่โรงแรมเรดิสัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องการเปิดสภาผู้แทนราษฎร ว่า จะเปิดสภาทันหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)และวินิจฉัยส.ส.ให้ครบร้อยละ 95ภายใน 30 วันหรือไม่ แต่เชื่อว่าแนวโน้มวินิจฉัยคงไม่ทัน ซึ่งการเปิดสภาอาจมีแนวโน้ม 2 ทาง คืออย่างแรก เลื่อนการพิจารณาออกไป ทำให้การเปิดสภาล่าช้า อย่างที่สองคือให้กกต.รับรองไปก่อนแล้วค่อยแจกใบแดงทีหลัง

“ขณะนี้ต้องให้ความสำคัญมากๆคือทำอย่างไรให้บ้านเมืองเดินหน้าไป ควรจะเปิดสภาให้ได้ภายใน 30 วัน ไม่อย่างนั้นอาจจะเป็นสุญญากาศ และความไม่แน่นอนทางการเมืองและจะทำให้ทุกฝ่ายขาดความเชื่อมั่นต่อประเทศ ปัญหามีอยู่ว่าจะทำอย่างไรให้เปิดสภาได้ ถ้ากกต.วินิจฉัยได้ทันก็สามารถเปิดสภาได้โดยอัตโนมัติแต่ถ้าไม่ทัน กกต. จะรับรองไปก่อน แต่ถ้าจะรับรองไปก่อนแล้วค่อยสอย ผมอยากจะแนะนำว่าไม่ควรรับรองเพียงแค่ ร้อยละ 95 ไม่ควรเหลือค้างไว้ร้อยละ 5 แต่ควรรับรองไปทั้งหมดร้อยละ 100 เพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบต่อการจัดตั้งรัฐบาล”นายจาตุรนต์ กล่าว

นายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า ในส่วนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลนั้นดูเหมือนว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆว่าพรรคพลังประชาชนจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ช่วงก่อนหน้านี้มีผู้นำจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ได้แสดงความเห็นอยากให้พรรคประชาธิปัตย์ ( ปชป. )เป็นแกนนำมากกว่า แต่มาช่วงหลังได้ลดความพยายามลงไปแล้ว จะยังเหลือพรรคประชาธิปัตย์ที่มี เย้ยหยัน เยาะเย้ยบ้าง รวมทั้งแสดงความเห็นในทางที่ตัวเองยังมีความหวังอยู่ที่จะจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งไม่ยอมรับการตัดสินของประชาชน ถ้าประชาธิปัตย์ยังเล่นเกมชักเย่ออยู่อย่างนี้จะมีผลทำให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ยาก แต่หากถ้าพรรคประชาธิปัตย์ กลายเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็จะได้รัฐบาลที่ไม่มีเสถียรถาพ ทางที่ดีพรรคประชาธิปัติย์ควรเตรียมตัวเป็นฝ่ายค้านและเป็นฝ่ายค้านที่ดีจะดีเหมาะสมกว่า

นอกจากนี้นาย จาตุรนต์ กล่าวถึงกรณีผู้นำ คมช.มีความเห็นต่อคุณสมบัติในตัวนายกฯคนใหม่นั้น นั้นความหมายก็คือไม่ให้ หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นนายกฯ รวมทั้งมีข่าวลือว่ามีการให้บุคคลอื่นมาเป็นนายกฯ แทนหัวหน้าพรรค พปช. ซึ่งตนว่าไม่ควรมีการเปลี่ยนแปลงตัวบุลคลที่จะเป็นนายก เพราะพรรคพลังประชาชนได้ทำสัญญาประชาคมกับประชาชนทั้งประเทศในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งและต้องทำตามสัญญาประชาคมนั้น ตลอดทางในการหาเสียงก็บอกว่าหัวหน้าพรรคจะเป็นนายกฯ เมื่อได้เสียงข้างมากกลับยอมเปลี่ยนให้เป็นอื่นจะเกิดความเสียหายต่อความเชื่อถือของประชาชน เป็นการผิดสัญญาซึ่งจะเสียหายต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาลและพลังประชาชนเอง เท่าที่ทราบพรรคพลังประชาชนคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงมติในเรื่องนี้

“อยากบอกพรรคพลังประชาชนว่าไม่ควรต่อรองใดๆกับ คมช.ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งนายกฯหรือรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งก็ตาม ถ้าหากไปยอมเจรจากับคมช.หรือผู้มีอำนาจทางทหารจะทำให้รัฐบาลนี้ ขาดความสง่างาม ในฐานะที่เป็นรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นถ้าจะปรองดองกับคมช.ในเรื่องที่จะไม่ล้างแค้นคิดบัญชี ไม่ก้าวก่ายการทำงานของกองทัพโดยไม่มีเหตุผล เหล่านี้เป็นสิ่งควรทำ แต่ไม่ควรยินยอมให้มายุ่งเกี่ยวกับตำแหน่งนายกฯหรือรัฐมนตรีไม่ว่ากระทรวงใดทั้งสิ้น มิฉะนั้นคนที่สนับสนุนพรรคพลังประชาชนจะผิดหวัง เพราะเขาสู้กับ คมช. เขาจึงเลือกพรรคพลังประชาชน เพราะไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจรัฐประหาร และไม่เห็นด้วยกับ คมช. วันนี้จึงยอมให้ คมช. มายุ่งเกี่ยวกับการตั้งนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีไม่ได้ทั้งสิ้น”นายจาตุรนต์ ระบุ ซ้ำ

พีทีวี นิวส์
16 มกราคม 2551 เวลา 14:06 น.

‘เพื่อแผ่นดิน’ประกาศร่วมรัฐบาลพปช.

‘สุวิทย์’ เผย ที่ประชุมพรรคมีมติเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพลังประชาชน ระบุเตรียมหารือชาติไทย และแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมหารือเกี่ยวกับจุดยืนทางการเมืองของพรรคว่า ที่ประชุมพรรคมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าจะร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพลังประชาชน ทั้งนี้เพื่อให้ความไม่แน่นอนทางการเมืองยุติ และสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้น โดยจะมีการหารือกับพรรคชาติไทยในวันพรุ่งนี้ก่อนการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง แต่ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดของเวลาและสถานที่ได้ ส่วนจะมีการแถลงข่าวในวันที่ 18 มกราคม ร่วมกับพรรคพลังประชาชนหรือไม่นั้นต้องหารือกับพรรคชาติไทยอีกครั้ง ทั้งนี้ปฎิเสธข่าวกรณีเกิดความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อแผ่นดินและพรรคชาติไทยและจากการสอบถามแกนนำพรรคแล้ว โดยเฉพาะ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ประธานคณะที่ปรึกษาพรรคเพื่อแผ่นดิน ได้ยืนยันว่า ไม่เคยให้ข่าวพาดพิงไปถึงบุคคลใดๆ โดยเฉพาะนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภรรยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี.

พีทีวี นิวส์
16 มกราคม 2551 เวลา 14:02 น.

‘เพื่อแผ่นดิน’เผยความสัมพันธ์‘ชาติไทย’เปลี่ยนไปแล้ว

‘ประชา’ระบุ เงื่อนไข 5 ข้อยื่นพลังประชาชนถือเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจร่วมรัฐบาล เผย ความสัมพันธ์ ‘ชาติไทย’ เหมือนฟุตบอลต่างคนต่างเตะ

วันนี้เวลา 10.00 น. นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ได้เรียกประชุมกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคทั้งหมด หารืออย่างไม่เป็นทางการเพื่อขอมติในการเข้าร่วมรัฐบาล โดยภายหลังการประชุมจะมีการประกาศจุดยืนของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยในการเข้าร่วมรัฐบาลด้วย

ทั้งนี้นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรค ได้กล่าวก่อนการเข้าประชุมว่า การประชุมในวันนี้เป็นการประเมินสถานการณ์ทางการเมือง และรายงานความคืบหน้าเรื่องการประสานงานการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งคงต้องรอผลของมติที่ประชุมในวันนี้

โดยพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ประธานพรรคเพื่อแผ่นดิน เปิดเผยว่า การประชุมในวันนี้ต้องรับฟังความคิดเห็นของกรรมการบริหารและส.ส.พิจารณาร่วมกัน โดยยืนยันว่าไม่มีการแตกแยกภายในพรรค ส่วนการเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น หากเข้าไปแล้วมีบทบาทในการทำงานก็จะร่วมรัฐบาล แต่ทั้งนี้จะไม่เรียกร้องตำแหน่งใด ๆ สำหรับเงื่อนไข 5 ข้อที่เคยยื่นเสนอไปนั้น หาก พรรคพลังประชาชนไม่ตอบรับก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาและตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล อย่างไรก็ตามแม้ไม่ร่วมรัฐบาล พรรคเพื่อแผ่นดินก็จะวางตัวเป็นกลาง ซึ่งจะเป็นได้ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ถึงวันนี้คงต้องยอมรับเนื่องจากพรรคพลังประชาชนได้เสียงข้างมากจึงมีสิทธิในการจัดตั้งรัฐบาล ส่วนกรณีความสัมพันธ์กับพรรคชาติไทยนั้น พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า วันนี้สถานภาพเปลี่ยนไปแล้วเหมือนกับฟุตบอลที่ต่างคนต่างเตะ และเป็นช่วงที่ข้าวใหม่ปลาไม่มัน ถือเป็นเรื่องธรรมดา และไม่รู้สึกข้องใจที่พรรคชาติไทยประกาศว่าจะร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน

ด้านนายวัฒนา อัศวเหม ประธานพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า ความสัมพันธ์กับพรรคชาติไทยนั้นเคยไปพร้อมกัน แต่ขณะนี้ชาติไทยได้ตัดสินใจไปแล้วว่าจะเข้าร่วมกับพรรคพลังประชาชน แต่ก็ยังมีมารยาทที่จะแถลงข่าวร่วมกัน แม้วันนี้ชาติไทยจะตัดสินใจอย่างไรก็แล้วแต่ เพื่อแผ่นดิน ก็ยังคงมีจุดยืนเดิมและยึดมั่นในคำพูดของพรรค โดยยืนยันว่าจะแถลงข่าวจุดยืนทางการเมืองร่วมกับพรรคชาติไทยเหมือนเดิม แต่จะต้องมีการพูดคุยกันอีกครั้งซึ่งยังไม่สามารถบอกได้ว่าวันไหน ทั้งนี้มั่นใจได้ว่าพรรคเพื่อแผ่นดินไม่มีงูเห่าแน่นอน.


พีทีวี นิวส์
16 มกราคม 2551 เวลา 11:54 น.

'สุรพงษ์' ย้ำ 'สมัคร' นั่งนายกฯ

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคว่า

ที่ประชุมได้พูดคุยถึงการเตรียมการเลือกตั้งใหม่ในพื้นที่ที่ผู้สมัครของพรรคได้รับใบเหลือง สำหรับกระแสข่าวนายสมัครอาจไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ขอยืนยันอีกครั้งว่าพรรคไม่ได้เตรียมนายกฯสำรองไว้ หากพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นายสมัครจะได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯอย่างแน่นอน อีกทั้งนายสมัครก็เป็นคนมีความรู้ความสามารถจนนำพรรคชนะการเลือกตั้ง ข่าวที่ออกมาคาดว่ามาจากนอกพรรค มีเจตนาทำให้เกิดความสับสน ส่วนที่มีข่าวว่านายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรค จะได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น ยอมรับว่านายยงยุทธมีความเหมาะสม แต่ไม่ใช่ว่าในพรรคจะมีคนเหมาะสมกับตำแหน่งนี้แค่คนเดียว อย่างไรก็ตามรายชื่อที่นำมาพิจารณาส่วนใหญ่เป็นรองหัวหน้าพรรค

นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล คาดว่าภายในวันที่ 17-18 ม.ค. น่าจะมีการประกาศร่วมรัฐบาลของพรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดิน

ถือเป็นเวลาที่เหมาะสมแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าว นพ.สุรพงษ์จะดำรงตำแหน่ง รมว.คลัง นพ. สุรพงษ์ตอบว่า เข้าใจว่าเป็นเพียงข่าวที่มาจากภายนอกพรรค ขณะนี้ยังไม่มีการคุยกันถึงเรื่องนี้ ต้องรอให้มีการประกาศร่วมรัฐบาลแล้วจึงมาตกลงกัน เมื่อถามว่าได้มีการแบ่งโควตารัฐมนตรีระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลเรียบร้อยแล้วหรือไม่ นพ.สุรพงษ์ตอบว่า คงต้องหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลถึงนโยบายและการทำงานร่วมกัน แล้วค่อยมาพิจารณาบุคลากรที่เหมาะสม คาดว่าภายในเดือนนี้ทุกอย่างจะชัดเจน


ในหลวง'ทรงเสด็จฯบำเพ็ญกุศลครบ15วัน'พระพี่นางฯ'16-17ม.ค.นี้

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักพระราชวัง แจ้งว่า ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้พระราชวงศ์ ราชสกุลทุกมหาสาขาและหน่วยงานของรัฐ ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญพระราชกุศล บำเพ็ญพระกุศล และบำเพ็ญกุศลถวายพระศพประจำสัปดาห์ในทุกวันพุธ หลังจากพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร (ทักษิณานุประทาน 7 วัน) จนถึงการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (ทักษิณานุประทาน 100 วัน) ในวันศุกร์ที่ 11 เม.ย.2551 นั้น สัตตมวารที่ 2 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร พระราชทานพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง วันพุธที่ 16 ม.ค. เวลา 17.00 น. พระสงฆ์ 10 รูป สวดพระพุทธมนต์จบ มีพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 พระ 4 รูปสวดธรรมคาถา พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม เวลา 10.30 น.พระสงฆ์ 10 รูปที่สวดพระพุทธมนต์แต่วันก่อนถวายพร รับพระราชทานฉัน พระสงฆ์ 84 รูปสดับปกรณ์ เป็นเสร็จการ

จาก hi-thaksin