WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, January 16, 2008

ชวน กรีด สมัคร หากตั้งรัฐบาลได้แล้วไม่ว่ามือไหนก็ขวางไม่ได้

ปชป. 16 ม.ค.- แกนนำ ปชป. ระบุ สมัคร ควรระบุให้ชัดว่าใครคือมือสกปรก ไม่เช่นนั้นส่งผลเสียให้ประชาชนเข้าใจผู้ใหญ่ในบ้านเมืองผิด เชื่อปัญหาไม่ได้อยู่ที่มือ แต่อยู่ที่ยังรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ย้ำประเทศจะอยู่รอดได้ต้องทำให้ กม.ได้รับการปฏิบัติอย่างแท้จริง

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ระบุว่า มีมือสกปรกอยู่เบื้องหลังให้ยุบพรรคพลังประชาชนว่า เคยพูดเรื่องที่นายสมัคร พูดเรื่องมือสกปรกไปแล้ว ซึ่งเห็นว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมาปกปิด หรือมาพูดเพียงให้เกิดข้อสงสัย หากมีการกระทำที่เป็นปัญหาดังที่นายสมัคร พูดจริง ควรระบุให้ชัด ไม่เช่นนั้นจะเกิดข้อสงสัย และทำให้คนเข้าใจหรือคาดเดาผู้ใหญ่ในบ้านเมืองผิด ทั้งนี้ หากพรรคพลังประชาชนรวมเสียงข้างมากตั้งรัฐบาลได้ ก็คิดว่าไม่มีมือไหนเป็นอุปสรรคได้ แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่มือ แต่อยู่ที่ว่ายังไม่สามารถรวมเสียงและแถลงออกมาได้

“การกล่าวหาผู้ใหญ่ของบ้านเมือง อย่างนี้ไม่ถูกต้อง เหมือนที่เขาเคยเข้าใจว่า ไทยรักไทยถูกยุบ ต้องมีการเตรียมแผนมา แต่กรณียุบพรรคไทยรักไทย เป็นที่รู้กันว่า ตุลาการรัฐธรรมนูญชุดนี้เที่ยงตรงจริง ๆ และครั้งนี้เหมือนกัน เรื่องการตั้งประเด็นให้ยุบพรรคการเมืองของบางฝ่าย เรื่องใบเหลือง-ใบแดง เราก็ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง และขอย้ำว่า สิ่งที่ประจักษ์ตอนหาเสียง มีการกระทำความผิดมากกว่าที่ กกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) จะตรวจสอบได้ ดังนั้น เรื่องให้ใบเหลืองหรือใบแดง ถือเป็นการสอบสวนและดำเนินการของ กกต.” ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

นายชวน กล่าวว่า ขณะนี้อยากย้ำว่า สังคมจะอยู่รอดได้เมื่อกฎหมายและกฎเกณฑ์ต้องได้รับการปฏิบัติอย่างแท้จริง หากไม่ได้กระทำผิดก็ไม่ควรให้ใบเหลือง-ใบแดง หรือยุบพรรค แต่หากทำผิดไม่ว่าจะได้รับเลือกมามีเสียงเท่าใด ต้องว่าไปตามหลักฐาน ดังนั้น ตอนนี้สิ่งสำคัญคือ การให้กำลังใจกับทุกองค์กรที่ทำหน้าที่ตรงนี้ในการตัดสินชี้ขาด ทั้ง กกต. และระดับเจ้าหน้าที่ที่รวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งนี้ เชื่อว่าใครที่เอาจริงเอาจังมักจะถูกกล่าวหาและถูกให้ร้าย แต่ขอย้ำว่าอย่ากลัว เ พราะมีกฎเกณฑ์ของบ้านเมืองอยู่ ดังนั้น กรณีที่มีข่าวว่าจะมีมวลชนมากดดันก็ไม่ต้องกังวล เนื่องจากคนส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา และเคารพกฎเกณฑ์ เชื่อว่าประชาชนจะรักษาความชอบธรรมไว้ และยึดหลักบทบัญญัติของกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ในอดีตที่ผ่านมาที่เกิดวิกฤติในประเทศ เพราะความเกรงใจกัน ขอให้กำลังใจทุกคน โดยเฉพาะข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ส่วนกรณีที่มีการปลุกกระแสเรื่องรัฐบาลแห่งชาตินั้น นายชวน กล่าวว่า ยังไม่ได้ยินและไม่ได้ติดตามเรื่องการตั้งรัฐบาลของฝ่ายใด เพราะช่วงนี้เป็นช่วงการรับรองผลเลือกตั้งของ กกต. และรอเปิดสภาฯ ซึ่งต้องรอหลังเปิดสภาฯ แล้วค่อยว่าไปตามกระบวนการ. -สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-16 16:26:11

'พผ.'ขอร่วมรบ.พปช. ประชาตัดพ้อบรรหาร จาก'ข้าวใหม่ปลามัน' เป็น'ข้าวเก่าปลาไม่มัน'

'เพื่อแผ่นดิน' นัดกก.บห.ถก ตัดสินใจขอร่วมรัฐบาลกับพปช.แล้ว 'ประชา' ตัดพ้อ 'บรรหาร' เปลี๋ยนไป หลังโดดร่วมวงรัฐบาลโดยไม่รอกัน ทั้งที่เคยตกลงร่วมกัน 'มาด้วยกัน-ไปด้วยกัน' เปรียบแสบเหมือน 'ข้าวใหม่ปลามัน' ตอนแรก แต่ตอนนี้ 'ข้าวเก่าปลาไม่มัน'

วันที่ 16 ม.ค. 2551 นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวก่อนประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคในวันนี้ว่า เป็นการประชุมเพื่อรายงานสถานการณ์ทางการเมือง และรายงานหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเรื่องการประสานงานจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากใกล้เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว จึงจำเป็นต้องรับฟังความเห็นของกรรมการบริหารพรรค

ทั้งนี้นายสุวิทย์ปฏิเสธที่จะระบุว่า จะแถลงข่าวเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคพลังประชาชนในวันที่ 18 ม.ค.นี้หรือไม่

ด้านพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรควันนี้ จะได้ข้อยุติว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ เชื่อว่าไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร จะไม่มีความแตกแยกเกิดขึ้นในพรรค อย่างไรก็ตามขอเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองถอยคนละก้าว อย่าหวังเรื่องตำแหน่งและอำนาจมากกว่าความสำคัญของบ้านเมือง โดยให้ยึดความสมานฉันท์ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

'การจะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ จะต้องพิจารณาว่า พรรคสามารถทำประโยชน์ให้กับสังคมและบ้านเมืองได้อย่างไร เพราะดูจากตัวเลขแล้ว พรรคพลังประชาชนสามารถตั้งรัฐบาลเองได้ โดยไม่ต้องมีพรรคเพื่อแผ่นดิน แต่หากพรรคจะร่วมก็ต้องดูว่าช่วยอะไรได้ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ และความรุนแรงการเมืองในขณะนี้'ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อแผ่นดินกล่าว

พล.ต.อ.ประชา ยังกล่าวถึงท่าทีของนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย เกี่ยวกับการเข้าร่วมรัฐบาลว่า ก่อนหน้านี้ได้ตกลงร่วมกันอย่างหนักแน่นว่า จะเดินไปด้วยกัน แต่ขณะนี้ท่าทีเริ่มเปลี่ยนแปลง โดยเหมือนต่างคน-ต่างเดิน หากเปรียบเป็นทีมฟุตบอล ต่างคนต่างเตะ และช่วงหลังนายบรรหารไม่ได้หารือเรื่องนี้อย่างลึกซึ้งเหมือนเมื่อก่อน เปรียบเหมือนครอบครัวช่วงแรกเป็นข้าวใหม่ปลามัน แต่ช่วงนี้กลายเป็นข้าวเก่าปลาไม่มัน ซึ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์ แต่พรรคจะมีจุดยืน

นายวัฒนา อัศวเหม ประธานพรรคเพื่อแผ่นดิน ระบุว่า ก่อนประชุมกรรมการบริหารพรรคได้มีการสอบถามเสียงส่วนใหญ่ในพรรค พบว่าสมาชิก ร้อยละ 80 เห็นด้วยที่ต้องการจะร่วมรัฐบาล ซึ่งคงต้องรอฟังผลจากการประชุมในวันนี้

นายวัฒนา ย้ำอีกว่า พรรคจะยังคงยึดจุดยืนเดิม โดยมีเงื่อนไข 5 ข้อที่ประกาศร่วมกับพรรคชาติไทยไปก่อนหน้านี้ และไม่ได้ขอต่อรองตำแหน่งใดใด แต่ขอฝากว่าพรรคเพื่อแผ่นดินให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาภาคใต้ เนื่องจากมีส.ส.ที่ได้รับเลือกมาถึง 4 คน ซึ่งส.ส.ก็ต้องการมีบทบาทเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่

'แม้พรรคชาติไทยจะประกาศร่วมรัฐบาลไปแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ประกาศว่าจะแถลงร่วมกัน ก็ไม่มีปัญหา แต่คงต้องมีการพบปะพูดคุยกันเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อประกาศจุดยืน'นายวัฒนากล่าวพร้อมแสดงความมั่นใจว่า จะไม่มีงูเห่าเกิดขึ้นในสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรี และส่วนตัวก็ไม่ติดใจในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะคงต้องให้พรรคแกนนำเป็นผู้ตัดสินใจ พรรคจะไม่เข้าไปก้าวก่าย

ล่าสุดภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น นายสุวิทย์แถลงมติของคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อแผ่นดิน ว่าจะจับมือกับพรรคพลังประชาชนเพื่อจัดตั้งรัฐบาล โดยในวันที่ 17 ม.ค.นี้จะแถลงร่วมกับพรรคชาติไทยเพื่อเข้าร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ

ขอขอบคุณ http://www.thaiinsider.info/

จาก Hi-Thaksin

'อ๋อย'ซัด'คมช.'จงใจ! ปล่อยข่าวเขี่ย'หมัก' ยกสัญญาประชาคม ขวางเปลี่ยนว่าที่นายก

'จาตุรนต์' หวั่น 'กกต.' รับรอง ส.ส.ไม่ทันเปิดสภานัดแรก โยง 'คมช.' ปล่อยข่าว พปช. เขี่ย 'สมัคร' ยกสัญญาประชาคม ขวางเปลี่ยนตัว 'ว่าที่นายกฯ' ชี้เป็นไปได้ 'หญิงอ้อ' เข้าพบผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเพื่อความสมานฉันท์

น. ที่โรงแรมเรดิสัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษารักการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แถลงถึงกรณีที่มีความกังวลกันว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะไม่สามารถประกาศรับรอง 'ว่าที่ส.ส.' ได้ทันกับกำหนดการเปิดประชุมสภาฯนัดแรกว่า ขณะนี้มีแนวโน้มว่า กกต.จะไม่สามารถรับรองได้ตามกำหนด และเลื่อนการพิจารณาออกไป ซึ่งจะส่งผลให้การเปิดประชุมสภาล่าช้าออกไป ส่วนที่มีการเสนอทางออกว่าให้รับรองไปก่อนแล้วมาสอยภายหลัง ความคิดนี้ตนไม่เห็นด้วย เพราะจะมีผลได้เปรียบเสียเปรียบในการจัดตั้งรัฐบาลได้ ดังนั้น กกต.ควรจะเร่งรับรอง 'ว่าที่ส.ส.' ให้ครบทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ และหากไม่รับรอง 'ว่าที่ส.ส.' อีก 5 เปอร์เซ็นต์ ก็อาจคิดได้ว่า กกต.มีเจตนาที่จะให้คุณให้โทษใครก็เป็นได้

นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่ก่อนหน้านี้มีแกนนำคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) บางรายออกมาแสดงความเห็นถึงคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี เวลานี้ก็พอจะปะติดปะต่อได้ว่า นัยยะของเรื่องนี้คือไม่ต้องการให้นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนเป็นนายกรัฐมนตรีนั่นเอง จึงมีการปล่อยข่าวหลายกระแสว่า นายกฯคนใหม่จะเป็นคนอื่น แต่ตามหลักการพรรคพลังประชาชนไม่ควรเปลี่ยนแปลงหรือตั้งคนอื่นเป็นนายกฯ เพราะพรรคทำสัญญาประชาคมกับประชาชนไปแล้วในช่วงหาเสียง ดังนั้นต้องทำตามสัญญา แม้ว่าแกนนำคมช.บางคนจะระบุว่า ควรมีการเปลี่ยนตัว 'ว่าที่นายกฯ' นั้น ตนก็ขอฝากไปว่าพรรคพลังประชาชนไม่ควรเจรจาต่อรองใดๆกับคมช. หรือเปลี่ยนตัวว่าที่นายกรัฐมนตรี เพราะหากมีการเปลี่ยนแปลงจริงจะกลายเป็นการซูเอี๋ยทางการเมืองกับฝ่ายที่ยึดอำนาจ พรรคจะเสียหายอย่างมาก และเท่ากับยอมเป็นเบี้ยล่างคมช.ด้วย ตนขอย้ำว่าสิ่งที่ตนพูดไปนั้น ไม่ใช่การพูดเพื่อนายสมัคร แต่ตนพูดถึงระบบและหลักการที่ถูกต้อง เวลานี้ไม่มีเหตุผลที่จะให้กองทัพเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีก เพราะประชาชนที่สนับสนุนพรรคที่มีแนวคิดต่อต้านรัฐประหารเข้ามาบริหารประเทศแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่าคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาอดีตนายกรัฐมนตรี โทรศัพท์หารือกับ “ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง” เพื่อต่อรองในการตั้งรัฐบาล และขอเปิดทางให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกลับประเทศ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ส่วนตัวนั้นไม่เชื่อว่าข่าวนี้จะเกี่ยวข้องกัน แต่ถ้าคุณหญิงพจมานจะไปพบผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเพื่อหารือเรื่องความสมานฉันท์ในบ้านเมืองก็อาจเป็นไปได้ ส่วนที่มองว่าการหารือในครั้งนี้ อาจมีการต่อรองในการดำเนินคดีความต่างๆของพ.ต.ท.ทักษิณนั้น ตนคิดว่าหากจะเจรจาจริง คงต้องไปเจรจากับผู้ที่มีอำนาจตามกฎหมาย ส่วนที่มีรายงานข่าวว่าคุณหญิงพจมานจะไปพบพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.นั้น ตนเชื่อว่า ไม่น่าจะเกี่ยวกับพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะผบ.ทบ.ไม่มีอำนาจพิจารณาเรื่องนี้

ขอขอบคุณ http://www.thaiinsider.info/

จาก Hi-Thaksin

จาตุรนต์ แนะ พปช.อย่าเจรจาคมช.เพื่อความสง่างาม

อดีต หัวหน้าพรรคไทยรักไทย จาตุรนต์ ฉายแสง เรียกร้อง กกต. รับรอง ส.ส.ให้ครบทั้งหมด พร้อมแนะ พรรคพลังประชาชนเพื่อความสง่างาม ต้องไม่เจรจากับ คมช. เรื่องการตั้งรัฐบาล

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรรับรอง ส.ส.ให้ครบ 480 คน ดีกว่าที่จะรับรอง ส.ส.เพียง 456 คน ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการจัดตั้งรัฐบาล ในขณะที่แนะให้พรรคพลังประชาชนไม่ควรต่อรองตำแหน่งใด ๆ กับ คมช. ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หรือตำแหน่งอื่น ๆ เพราะจะทำให้ขาดความสง่างามได้ทั้งเห็นว่าบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคือหัวหน้าพรรคที่ได้คะแนนเสียงข้างมากซึ่งเป็นไปตามหลักการที่ไม่ควรเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ไม่ควรนำประเด็นความชอบธรรมในคดีความต่าง ๆ ของ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน หรือความสมานฉันท์มาเป็นเหตุผลในการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี

พร้อมกันนี้อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ยังได้แนะให้พรรคประชาธิปัตย์ ยุติความหวังที่จัดตั้งรัฐบาลได้แล้วเพราะสัญญาณจากฝ่ายต่าง ๆ ก็สนับสนุนให้พรรคพลังประชาชนจัดตั้งรัฐบาล

ทั้งนี้นายจาตุรนต์ ไม่เชื่อว่าการเจรจาพูดคุยกับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะมีการหารือเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลหรือ คดีความต่าง ๆ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ให้เดินทางกลับประเทศ เพราะถ้าหากคุณหญิงพจมาน หารือเรื่องนี้กับบุคคลใดบุคคลนั้นจะเป็นผู้เสียหายเองโดยเฉพาะเรื่องการเดินทางกลับประเทศ ซึ่งไม่ว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. หรือว่าใครก็ตามไม่มีอำนาจที่จะพิจารณาให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับหรือไม่กลับประเทศได้ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถพิจารณากลับประเทศ ด้วยตนเองเพื่อกลับมาสู้คดี

นอกจากนี้ อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ยังเชื่อมั่นว่า คุณหญิงพจมาน พร้อมเจรจาพูดคุยกับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองอยู่แล้วเพื่อความปรองดองและสมานฉันท์ของประเทศ


ปชป.สู้จนหยดสุดท้าย

ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, ไทกร พลสุวรรณ

วันนี้ ประชาธิปัตย์ พรรคการเมืองเก่าแก่ ยังไม่ยอมยกธงขาว รับความพ่ายแพ้ เป็นฝ่ายค้านพรรคเดียวก็ตาม

แม้ภาพของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางกลับรังเก่า เพื่อเดินเกมการเมืองให้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนดไว้ สิ่งที่เห็นได้ชัดคงจะเป็นกรณีที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองยอมอ่อนข้อให้ พรรคพลังประชาชน จัดรัฐบาล โดยเฉพาะ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี หรือ พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมาขานรับข้อเสนอของ หญิงอ้อ

หรือแม้กระทั่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ที่ออกยอมรับพร้อมหนุน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการทหารบก นั่งแท่นเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นอกจากนี้ยังมีกรณีของ วิจิตร ยอดสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 3 พรรคชาติไทย ที่ออกมาประกาศถอนฟ้อง ยุทธ ตู้เย็น ยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน จนเกิดเป็นข้อสงสัยกันว่าเป็นการ ฮั้ว กันระหว่างพรรคชาติไทยและพลังประชาชน เพื่อหวังผลในการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่

แม้ว่าที่ผ่านมา ประชาธิปัตย์ จะออกมาเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆ ทั้งการให้ ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ ยื่นคำร้องกล่าวหา สมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นนอมินีพรรคไทยรักไทย หรือกรณีของ ไทกร พลสุวรรณ เด็กพรรคมัชฌิมาธิปไตย อดีตมือปืนรับจ้างของ เทพเทือก สุเทพ เทือกสุบรรณ ที่คราวนี้ออกมาร้องให้การเลือกตั้งเป็น โมฆะ

สิ่งเหล่านี้อาจจะถือว่าเป็น เฮือกสุดท้าย ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยังคงฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บนพื้นฐานของการ รอ อันได้แก่ รอ ให้ กกต.ได้ข้อยุติการให้ใบเหลือง-ใบแดง โดยหวังที่สุดว่าเกณฑ์การพิจารณาจะให้ความสำคัญกับ เหตุผลอันควรเชื่อ มากกว่า ประจักษ์พยาน ซึ่ง ประชาธิปัตย์ เชื่อว่าจะมีผลทำให้ พลังประชาชน ได้ใบแดงมากขึ้น

และ รอ ให้คำวินิจฉัยของศาลฎีกา ในกรณี นอมินี และ วีซีดี ได้ข้อสรุปไปในทางที่เป็นผลให้ พรรคพลังประชาชน ต้องถูกยุบ หรือ รอ ที่จะให้ชี้ว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นโมฆะ

อย่างไรก็ตาม แนวทางที่พรรคประชาธิปัตย์จะดำเนินการ เห็นว่า พูดผ่านสื่อ น่าจะช่วยกระตุ้นโสตประสาทการได้ยินของ กกต. ได้มากกว่าการทำหนังสือเสนอความเห็น จะเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม เป็นต้นไป

หลังจากนี้ คงต้องรอดูกันต่อไปว่า การรอคอย นั่งดู กกต.รบกับพรรคพลังประชาชนอย่างเงียบๆ จะเป็นผลให้ ประชาธิปัตย์ ได้เป็นตาอยู่หยิบชิ้นปลามันหรือไม่

เพราะถึงวันนี้ มือที่มองไม่เห็น คงจะช่วยอะไรพรรคไม่ได้เสียแล้ว...


'บรรหาร'โวยสื่อตีข่าวฮั้วพปช.

นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทย ให้สัมภาษณ์ถึงนายวิจิตร ยอดสุวรรณ อดีตผู้สมัครส.ส.เขต 3 เชียงราย พรรคชาติไทย ยื่นถอนคำร้องคัดค้านนายยงยุทธว่า

เป็นเรื่องเฉพาะตัวของผู้สมัคร ไม่เกี่ยวกับพรรค นายวิจิตรเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคไม่ถึง 2 เดือนก่อนเลือกตั้ง ซึ่งพรรคได้ให้ผู้ประสานงานภาคเหนือสอบถาม และให้นายวิจิตรมาชี้แจงเหตุผลการยื่นและถอนเรื่องดังกล่าว แต่ยังติดต่อไม่ได้ เมื่อถามว่าเป็นการฮั้วกับพรรคพลังประชาชนหรือไม่ นายนิกร กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน พรรคไม่เคยสั่งการให้ยื่นหรือถอนคำร้องดังกล่าว ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล ส่วนที่มีการมองว่านายวิจิตรอาจได้ท่อน้ำเลี้ยง นายนิกรกล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ต้องตรวจสอบว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร เพราะสร้างความเสียหายให้กับพรรคเช่นกัน พรรคจึงให้ผู้ประสานงานทางภาคเหนือตรวจสอบเพราะอยากทราบว่าเป็นอย่างไรกันแน่

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่พรรคชาติไทย นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค

ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวพรรคชาติไทยฮั้วกับพรรคพลังประชาชนกรณีการถอนฟ้องนายยงยุทธ ว่า 'โอ๊ย มันไม่มีหรอก ไปเอามาจากที่ไหนกัน เห็นเอาไปลงกันเยอะแยะไม่รู้ไปเอามาจากไหน อย่างเรื่องแบ่งขั้วตามกลุ่มต่างๆ อีก ไม่เป็นความจริง ผมเข้าใจว่าพวกคุณเป็นนักข่าว ต้องการขายข่าว ขายหนังสือพิมพ์ ต้องมีจริงบ้างเท็จบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา'


ศาลปกครองกลางเริ่มการไต่สวนฉุกเฉินกรณีปิดสถานีทีไอทีวี

กรุงเทพฯ 16 ม.ค.- ศาลปกครองกลางเริ่มการไต่สวนฉุกเฉิน ระหว่างอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และตัวแทนพนักงานสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี กรณีพนักงานยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งยุติการแพร่ภาพ

บ่ายวันนี้ ที่ศาลปกครองกลาง นายชาชิวัฒน์ ศรีแก้ว ตุลาการเจ้าของสำนวน ออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนฉุกเฉินกรณีที่พนักงานบริษัททีไอทีวี ยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง ขอให้เพิกถอนคำสั่ง ที่ 25/2551 ลงนามโดยนายปราโมช รัฐวินิจ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ให้สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ยุติการแพร่ภาพ โดยฝ่ายผู้ถูกฟ้องมีนายปราโมช เป็นผู้มาให้ถ้อยคำ ส่วนฝ่ายพนักงานฯ ส่งตัวแทน 5 คน ประกอบด้วย นายธีรวัฒน์ โชติธรรมโม บรรณาธิการข่าวเช้า นายจาตุรงค์ สุขเอียด บรรณาธิการข่าวเฉพาะกิจ นายอลงกรณ์ เหมือนดาว บรรณาธิการบริหาร นายฉัตรชัย ตะวันธรงค์ รองผู้อำนวยการฝ่ายข่าว และ น.ส.ตวงพร อัศววิไล บรรณาธิการข่าวประจำวัน เข้าให้ถ้อยคำ

นายปราโมช กล่าวก่อนให้ถ้อยคำว่า ยืนยันว่า การสั่งให้สถานียุติการออกอากาศเป็นอำนาจตามกฎหมายของอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เพราะตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2550 สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ เข้าไปกำกับดูแลสถานี โดยมีการเสนอแก้ไขพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการให้ความถี่นี้อยู่ในความรับผิดชอบในกำกับดูแลของกรมประชาสัมพันธ์ และเมื่อ พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ได้ออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีผลบังคับใช้ในวันรุ่งขึ้น จึงต้องมีการประกาศยุติการออกอากาศของสถานีโดยกะทันหัน เพราะบทเฉพาะกาลมาตรา 57 ได้ระบุให้กฎหมายฉบับนี้บังคับใช้ได้ทันทีในการถ่ายโอนทรัพย์สิน ไม่มีเวลาเปลี่ยนผ่าน

นอกจากนี้ ยังยืนยันว่า ก่อนหน้านี้ ได้มีการประสานและแจ้งให้ทางพนักงานสถานีฯ ทราบตลอดเวลาว่า เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ ทุกอย่างจะต้องยกเลิก และถ่ายโอนให้สื่อสาธารณะได้ทันที และในใบสัญญาเงื่อนไข ทั้งของพนักงานและผู้ผลิตรายการก็ระบุชัดเจน ซึ่งกฎหมายนี้ก็เป็นข่าวมาตลอด

สำหรับบรรยากาศการไต่สวนฉุกเฉินวันนี้ มีประชาชนจำนวนหนึ่งมาให้กำลังใจพนักงานของทีไอทีวี รวมทั้งผู้จัดรายการทางสถานี เช่น นายไตรภพ ลิมปพัทธ์ อดีตพนักงานทีไอทีวี และประชาชน ซึ่งยื่นคำร้องเป็นผู้ร้องสอด (บุคคลภายนอกซึ่งมิใช่คู่ความในคดี) จำนวน 105 คน ในจำนวนนี้ รวมถึง นพ.เหวง โตจิราการ และนางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ด้วย.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-16 15:38:17

พล.อ.เชษฐา ปฏิเสธความชัดเจนตำแหน่งรัฐมนตรี

พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่พรรคพลังประชาชนระบุจะมีการแถลงข่าวการจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ว่า ส่วนตัวยังไม่ทราบรายละเอียด หลังจากมอบหมายให้ ร.ต.ประพาส ลิมปะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคและนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรค เป็นผู้ประสาน ก็ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน ต้องยอมรับว่าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา มีเสียง ส.ส.จำนวนน้อย คงไม่ต่อรองอะไร ดังนั้น ผู้ที่ประสานน่าจะไม่กล้าพูดเพื่อต่อรองหรือร้องขอตำแหน่ง พรรคคงไม่ได้จัดงานปฐมนิเทศ ส.ส. เพียงแต่จัดการเรื่องเอกสารให้เรียบร้อย ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา อาจจะได้รัฐมนตรี 2 ตำแหน่งนั้น ยังไม่ทราบ ส่วนตัวพร้อมที่จะรับตำแหน่งรัฐมนตรี หากได้จริง


ด้าน นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ยังไม่ขอแสดงความเห็นเรื่องการร่วมรัฐบาล ขอให้สื่อรอความชัดเจน ซึ่งจะมีการแถลงในวันพรุ่งนี้ (17 ม.ค.) เวลา 20.00 น. ที่โรงแรมปาร์คนายเลิศ.- สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-16 15:33:54

สื่อต่างชาติประจาน คมช. ว่า ขึ้นเงินเดือนให้ตัวเอง....แบบนี้ก็ปล้นชาติแล้วล่ะ (Power's Perks)

โดย คุณขนมต้ม
ที่มา เวบบอร์ด
พันทิปราชดำเนิน
16 มกราคม 2551

เห็นข่าว คมช. ขอให้ คณะรัฐมนตรีคุณธรรมสูงส่ง เพิ่มค่าตอบแทนให้อีกคนละ 15% ซึ่งข่าวแรกที่ผมได้ยิน มาจากคุณนักเลงโบราณ จากเว็บเสรีชน และต่อมา ไทยรัฐก็ลงข่าวว่า ทางโฆษกรัฐบาลได้มาแก้ข่าวว่า ไม่ใช่ ไม่จริง

มาเมื่อวาน มีการอนุมัติการเพิ่มเงินเดือนให้กับ คมช. ทั้ง ๆ ที่ชาวบ้านชาวช่อง อดอยากจะตายกันอยู่แล้ว แถม ไอทีวี ก็โดนปล้นไปอย่างหน้าไม่อาย พนักงานกว่า 800 คน ไม่รวมลูกเมียอีกกี่ชีวิต จะต้องลำบากลำบน

หันไปดูสื่อเมืองนอกอย่าง "ไฟแนนเชียลไทมส์" เขาเขียนข่าวว่า

ในตอนที่ คมช.ทำการรัฐประหารรัฐบาลทักษิณ พวกเขากล่าวหาทักษิณว่า คอรัปชั่น และคอรัปชั่นเชิงนโยบาย (ศัพท์จากพรรคประชาธิปัตย์) โดยใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง

"Throughout his tenure, Thaksin was accused of so-called "policy corruption", or using his state powers to benefit his family business, though he has not been criminally convicted of any wrongdoing."

เขาบอกว่า แต่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (เมื่อวาน) คณะรัฐมนตรีที่ถูกแต่งตั้งโดย คมช. ได้อนุมัติเพิ่มเงินเดือนให้ คมช. อีกคนละ 15%

เขาบอกว่า "เป็นการเพิ่มเงินเดือนเป็นครั้งที่ 3 นับแต่การรัฐประหาร 16 เดือนที่ผ่านมา ช่างเป็นการเพิ่มเงินเดือนอย่างมากเหลือเกิน"

สุดท้ายที่เขาเหน็บได้เจ็บดี เขาบอกว่า

"So much for holding the moral high ground."

ถ้าแปลเป็นไทยก็อาจจะได้ว่า "โคตรมีคุณธรรมเลยว่ะ"

************************************

Power's perks

When the Thai army seized power from Thaksin Shinawatra - the telecommunications mogul turned politician - in a 2006 coup d'état, they cited Thaksin's alleged corruption as one of their main justifications.

Throughout his tenure, Thaksin was accused of so-called "policy corruption", or using his state powers to benefit his family business, though he has not been criminally convicted of any wrongdoing.

But the army hardly seems immune from the temptations of which they accused the ousted leader. On Tuesday, the military-installed government approved hefty 15 per cent salary rises for the top six generals behind the coup and 436 of their supporters.

It is a rise well above the standard for average government officials - and it is the third time since the coup 16 months ago that they have been granted such large increases. So much for holding the moral high ground.

ที่มาของบทความ : เวบไซต์
ft

จาก Thai E-News

‘จาตุรนต์’แนะพปช.ไม่ควรเจรจาตำแหน่งใดๆกับคมช.

อดีตกก.บห.พรรคไทยรักไทยชี้หากพปช.ไปยอมทำตามคมช.ต่อรองไม่ว่าตำแหน่งไหนก็ตามรัฐบาลชุดใหม่จะเกิดความไม่สง่างาม ระบุปชช.ไม่ชอบการทำรัฐประหารจึงเลือกพปช.มาเป็นทางออกของประเทศ

วันนี้(16 ม.ค.) เวลา 11.00 น. ที่โรงแรมเรดิสัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องการเปิดสภาผู้แทนราษฎร ว่า จะเปิดสภาทันหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)และวินิจฉัยส.ส.ให้ครบร้อยละ 95ภายใน 30 วันหรือไม่ แต่เชื่อว่าแนวโน้มวินิจฉัยคงไม่ทัน ซึ่งการเปิดสภาอาจมีแนวโน้ม 2 ทาง คืออย่างแรก เลื่อนการพิจารณาออกไป ทำให้การเปิดสภาล่าช้า อย่างที่สองคือให้กกต.รับรองไปก่อนแล้วค่อยแจกใบแดงทีหลัง

“ขณะนี้ต้องให้ความสำคัญมากๆคือทำอย่างไรให้บ้านเมืองเดินหน้าไป ควรจะเปิดสภาให้ได้ภายใน 30 วัน ไม่อย่างนั้นอาจจะเป็นสุญญากาศ และความไม่แน่นอนทางการเมืองและจะทำให้ทุกฝ่ายขาดความเชื่อมั่นต่อประเทศ ปัญหามีอยู่ว่าจะทำอย่างไรให้เปิดสภาได้ ถ้ากกต.วินิจฉัยได้ทันก็สามารถเปิดสภาได้โดยอัตโนมัติแต่ถ้าไม่ทัน กกต. จะรับรองไปก่อน แต่ถ้าจะรับรองไปก่อนแล้วค่อยสอย ผมอยากจะแนะนำว่าไม่ควรรับรองเพียงแค่ ร้อยละ 95 ไม่ควรเหลือค้างไว้ร้อยละ 5 แต่ควรรับรองไปทั้งหมดร้อยละ 100 เพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบต่อการจัดตั้งรัฐบาล”นายจาตุรนต์ กล่าว

นายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า ในส่วนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลนั้นดูเหมือนว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆว่าพรรคพลังประชาชนจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ช่วงก่อนหน้านี้มีผู้นำจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ได้แสดงความเห็นอยากให้พรรคประชาธิปัตย์ ( ปชป. )เป็นแกนนำมากกว่า แต่มาช่วงหลังได้ลดความพยายามลงไปแล้ว จะยังเหลือพรรคประชาธิปัตย์ที่มี เย้ยหยัน เยาะเย้ยบ้าง รวมทั้งแสดงความเห็นในทางที่ตัวเองยังมีความหวังอยู่ที่จะจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งไม่ยอมรับการตัดสินของประชาชน ถ้าประชาธิปัตย์ยังเล่นเกมชักเย่ออยู่อย่างนี้จะมีผลทำให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ยาก แต่หากถ้าพรรคประชาธิปัตย์ กลายเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็จะได้รัฐบาลที่ไม่มีเสถียรถาพ ทางที่ดีพรรคประชาธิปัติย์ควรเตรียมตัวเป็นฝ่ายค้านและเป็นฝ่ายค้านที่ดีจะดีเหมาะสมกว่า

นอกจากนี้นาย จาตุรนต์ กล่าวถึงกรณีผู้นำ คมช.มีความเห็นต่อคุณสมบัติในตัวนายกฯคนใหม่นั้น นั้นความหมายก็คือไม่ให้ หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นนายกฯ รวมทั้งมีข่าวลือว่ามีการให้บุคคลอื่นมาเป็นนายกฯ แทนหัวหน้าพรรค พปช. ซึ่งตนว่าไม่ควรมีการเปลี่ยนแปลงตัวบุลคลที่จะเป็นนายก เพราะพรรคพลังประชาชนได้ทำสัญญาประชาคมกับประชาชนทั้งประเทศในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งและต้องทำตามสัญญาประชาคมนั้น ตลอดทางในการหาเสียงก็บอกว่าหัวหน้าพรรคจะเป็นนายกฯ เมื่อได้เสียงข้างมากกลับยอมเปลี่ยนให้เป็นอื่นจะเกิดความเสียหายต่อความเชื่อถือของประชาชน เป็นการผิดสัญญาซึ่งจะเสียหายต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาลและพลังประชาชนเอง เท่าที่ทราบพรรคพลังประชาชนคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงมติในเรื่องนี้

“อยากบอกพรรคพลังประชาชนว่าไม่ควรต่อรองใดๆกับ คมช.ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งนายกฯหรือรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งก็ตาม ถ้าหากไปยอมเจรจากับคมช.หรือผู้มีอำนาจทางทหารจะทำให้รัฐบาลนี้ ขาดความสง่างาม ในฐานะที่เป็นรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นถ้าจะปรองดองกับคมช.ในเรื่องที่จะไม่ล้างแค้นคิดบัญชี ไม่ก้าวก่ายการทำงานของกองทัพโดยไม่มีเหตุผล เหล่านี้เป็นสิ่งควรทำ แต่ไม่ควรยินยอมให้มายุ่งเกี่ยวกับตำแหน่งนายกฯหรือรัฐมนตรีไม่ว่ากระทรวงใดทั้งสิ้น มิฉะนั้นคนที่สนับสนุนพรรคพลังประชาชนจะผิดหวัง เพราะเขาสู้กับ คมช. เขาจึงเลือกพรรคพลังประชาชน เพราะไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจรัฐประหาร และไม่เห็นด้วยกับ คมช. วันนี้จึงยอมให้ คมช. มายุ่งเกี่ยวกับการตั้งนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีไม่ได้ทั้งสิ้น”นายจาตุรนต์ ระบุ ซ้ำ

พีทีวี นิวส์
16 มกราคม 2551 เวลา 14:06 น.