WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, January 17, 2008

ป้ายโฆษณาเคลื่อนที่ ป.7 ทุ่ม 2.8 พันล้าน [17 ม.ค. 51 - 20:20]

พ.ศ. 2550...แค่เผาหลอก พ.ศ. 2551นักวิเคราะห์ ผู้รู้ต่างเห็นด้วยช่วยฟันธง เป็นปีเผาจริง วิกฤติเศรษฐกิจเกิดแน่...แย่กว่าปีเผาหลอก

ในขณะที่ใครๆ ต่างขวัญผวาไม่กล้าลงทุน... กิติชัย ศรีจำเริญ เจ้าของบริษัท Hello Bangkok นักธุรกิจความรู้แค่ชั้น ป.7 กลับหาญกล้าลงทุน 2,800 ล้านบาท ท้าเศรษฐกิจปีเผาจริงอย่างไม่น่าเชื่อ

และที่ไม่น่าเชื่อยิ่งไปอีก เงินที่กล้าบ้าทุ่มแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ 2.8 พันล้านบาทนั้น ไม่ใช่เงินอวดร่ำอวดรวย จากการไปเป็นหนี้ธนาคารแต่อย่างใด

เรียกว่า เอาเงินเก็บส่วนตัวมาลงทุนกันแบบเทหมดหน้าตักกันเลย

ทั้งที่วิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ปี 2540 ได้ลิ้มชิมรสสิ้นเนื้อประดาตัว ถึงขั้นใช้ปืนจ่อขมับคิดปลิดชีพตัวเองมาแล้ว

คราวนี้ยังไม่เข็ด...ไม่รู้จักพอเพียงหรืออย่างไร ถึงกล้าทำในสิ่งที่นักธุรกิจดีกรีจบด็อกเตอร์ไม่กล้าทำ

กิติชัย ศรีจำเริญ...ชื่อนี้คนไทยส่วนใหญ่ไม่คุ้นหู ไม่รู้จัก แต่ในแวดวงคนทำสื่อโฆษณารู้จักดี เพราะเป็นเจ้าของธุรกิจป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ยักษ์...ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทย

ใหญ่แค่ไหนพิสูจน์ได้ด้วยสายตา นั่งรถผ่านไปมาป้ายโฆษณาใหญ่ยักษ์ขนาดตั้งแต่ 30 เมตรขึ้นไป ที่ขึ้นป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แบบฟรีๆ ตามริมถนนหนทางทั่วประเทศ แบบหลวงไม่ต้องควักเงิน

ด.ช.กิติชัย สอบตกชั้น ม.ศ.1 ความรู้จึงมีแค่ชั้น ป.7 พ่อเป็นจับกังแถวท่าเตียน แม่ขายหมากพลูแถววงเวียนใหญ่ ชีวิตลูกคนจนเลยต้องเริ่มต้นหาเลี้ยงตัวเอง เป็นเด็กล้างแปรงทาสีให้กับช่างเขียนป้ายโฆษณาหน้าโรงหนัง

เงินเดือนเริ่มสตาร์ตที่ 150 บาทต่อเดือน บวกกับเบี้ยเลี้ยงอีกวันละ 10 บาท

จากเด็กล้างแปรงพัฒนาฝีมือมาเรื่อย จนเจ้าของกิจการไว้ใจให้เป็นผู้ช่วยดูแลกิจการแทน แต่ปี 2522-2523 เกิดวิกฤตการณ์เศรษฐกิจน้ำมันแพง

กิจการ...ที่กิติชัยทำงานอยู่เลยต้องปิดตัวเอง

เมื่องานไม่มีให้ทำ ก็เลยคิดสร้างงานให้กับตัวเอง เลิกเป็นลูกจ้างหันมาเป็นเจ้าของกิจการเอง... เข็ดแล้วกับงานทำป้ายโฆษณา ให้กับโรงหนังที่ถูกเบี้ยวหนี้ เริ่มบุกเบิกงานทำป้ายโฆษณา หาเสียงให้กับนักการเมือง

แต่หากินกับนักการเมืองรายได้มีเป็นพักๆ ไม่ยั่งยืน มีงานก็เฉพาะตอนเลือกตั้งเท่านั้น เลยต้องบุกเบิกหางานใหม่ที่มีรายได้เป็นประจำดีกว่า ลองเจาะตลาดทำป้ายโฆษณา หมู่บ้านจัดสรร

ยุคนั้นป้ายโฆษณาหมู่บ้านมักจะมีเฉพาะที่ก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรรเท่านั้น ที่อื่นๆ ตามริมถนนหนทางต่างๆ ไม่มีป้ายโฆษณาประกาศเชิญให้ลูกค้าได้รับรู้

เมื่อเริ่มลงมือทำ...ธุรกิจไปได้สวย

จากรับจ้างทำป้าย เขียนป้ายและขึ้นป้าย กิจการขยายงานมาเป็นมองหาสถานที่ ทำเลให้เช่าขึ้นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ และมีสินค้าอย่างอื่นในความสนใจ ที่จะโฆษณาตามมามากมาย

จนทำให้ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ ถูกเอเจนซี่โฆษณาจัดอันดับให้เป็นสื่อโฆษณาประเภทที่ 3 รองจากหนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์

จากเด็ก ป.7 ที่เริ่มต้นเงินเดือนแค่ 150 บาท...ในช่วงปี 2530-2531 มีรายได้ไม่มากไม่มายอะไร แค่เดือนละ 5 ล้านบาทเท่านั้น

ช่วงนั้นธุรกิจป้ายโฆษณาฟูฟ่องเหมือนฟองสบู่ แม้จะเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจก็ตาม แต่กิจการยังไม่ถึงระดับใหญ่ที่สุดในประเทศไทย...ยังอยู่ที่อันดับ 3

ฐานะทางการเงินหนาไม่พอ สู้เจ้าใหม่มาทีหลังไม่ได้ สร้างภาพลักษณ์ทางสังคมได้ดี แบงก์เชื่อในเครดิตมากกว่า เจ้าใหม่เลยมีเงินกู้ไป ทุ่มเช่าซื้อที่ขึ้นป้ายโฆษณา ในทำเลดีราคาแพงได้มากกว่า

ธุรกิจมีขึ้นย่อมต้องมีลง เป็นกฎธรรมชาติ และแล้วมรสุมพายุวิกฤติต้มยำกุ้งได้ก่อตัวขึ้น

“ก่อนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้บอกและเตือน ผมล่วงหน้า แล้วว่า ให้ระวัง เศรษฐกิจจะมีปัญหาฟองสบู่จะแตก

ผมจบแค่ ป.7 ฟองสบู่แตกคืออะไร ผมไม่รู้ ไม่เข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร เลยปล่อยแบบเลยตามเลย ไม่ได้สนใจระวังตัว”

และเมื่อเศรษฐกิจฟองสบู่แตก กิติชัย ถึงได้เข้าใจว่า มันเป็นอย่างไร...มีเช็คเด้งที่เรียกเก็บเงิน ไม่ได้ มาให้นั่งฉีกเล่นหลายสิบล้านบาท และมีหนี้ที่กู้มากกว่า 40 ล้าน ที่ธนาคารตามล่า ตามทวง...เพราะไม่มีปัญญาจ่าย

“ตอนนั้นหน้ามืดคิดอะไรไม่ออก อับจนถึงขั้นหยิบปืนขึ้นมาจะฆ่าตัวตาย แต่คิดถึงลูก ถ้าเราตายไปลูกจะเป็นอย่างไร ใครจะดูแลเลี้ยงลูก แล้วไหนจะลูกน้อง เราตายไปลูกน้อง จะลำบากแค่ไหน

และเมื่อกลับมานึกว่า เมื่อก่อนตัวเราก็ไม่มีอะไรเลย มาจากศูนย์ ยังสร้างตัวมาได้ขนาดนี้ ตอนนี้กลับไปเป็นศูนย์อีกครั้งทำไมจะสร้างตัวใหม่ไม่ได้ เลยเลิกคิดฆ่าตัวตาย คิดสร้างตัวสู้ชีวิตอีกครั้ง”

จากวันนั้นมา ทรัพย์สินอะไรที่มีพอจะขายใช้หนี้ได้ก็ขายไป ป้ายโฆษณาในพื้นที่ไหน ที่อยู่ในทำเลไม่ดี ก็รื้อมาสร้างในทำเลใหม่ที่ดีกว่า ตระเวนหาทำเลขึ้นป้ายโฆษณา ไปทั่วประเทศ

เพราะในวิกฤติย่อมมีโอกาส ไปคว้าไปจองทำเลตอนเศรษฐกิจไม่ดี ราคาค่าเช่าถูก เศรษฐกิจมีลงก็ย่อมมีขึ้น...เศรษฐกิจดีเมื่อไร กิติชัย คิดว่านั่นคือ โอกาสทองของเขา

จริงอย่างที่เขาคิด...ปี 2544 เศรษฐกิจเริ่มโงหัว ผลจากตรงนั้น วันนี้เขาได้กลายเป็นเบอร์หนึ่งในธุรกิจป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ของประเทศ

แต่วันนี้วงจรเศรษฐกิจขาลง...ได้หวนมาอีกครั้ง

“ผมเชื่อว่า ปี 2551 เป็นปีเผาจริงเหมือนที่เขาว่ากัน เพราะตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปี 2550 เริ่มมีปัญหาเช็คเด้งแบบเดียวกับก่อนเกิดวิกฤติเมื่อปี 2540”

ถึงจะเชื่อว่าเศรษฐกิจจะแย่ แต่เด็กจบ ป.7 กลับกล้าเสี่ยงลงทุนแบบไม่แยแสปีเผาจริง... ทุ่มทำสื่อโฆษณาสายพันธุ์ใหม่ของโลก Mobile AD. หรือป้ายโฆษณาขนาดใหญ่เคลื่อนที่ ติดตั้งบนรถบรรทุก 4 ล้อ และ 6 ล้อ 700 กว่าคัน

แม้ใครจะมองเป็นการลงทุนที่ไม่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจขาลง

แต่กิติชัยเห็นตรงข้าม...เหมาะและสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ

“ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่แบบเก่า ต้นทุนผลิตสูง มีทั้งค่าผลิตแผ่นป้ายโฆษณาประมาณ 5 แสนบาท ค่าเช่าป้ายอีก 5 แสนบาทต่อเดือน ในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ ไม่มีลูกค้าที่ไหน กล้าโฆษณา

แต่ Mobile AD. ค่าผลิตแผ่นป้ายไม่มี เพราะเป็นจอโทรทัศน์แบบ LED ลูกค้าสามารถ ทำไฟล์ดิจิตอลเล็กๆ เสียบสายฉายขึ้นจอได้เลย และยังสามารถถ่ายทอดภาพโฆษณา ผ่านดาวเทียมไปได้ทั่วโลกเหมือนทีวีทุกประการ เสียค่าผลิตสื่อน้อยลง ค่าเช่าป้ายก็ถูกลง เหลือแค่หลักหมื่นเท่านั้น”

เศรษฐกิจแย่ ช่วยให้ลูกค้าใช้จ่ายน้อยลง...ลูกค้าไม่เพียงอยู่ได้ เจ้าของป้ายโฆษณาก็อยู่ได้

เป็นแนวคิดง่ายๆ ของคนจบ ป.7 ที่คิดให้อยู่กันได้แบบพอเพียงพึ่งพา ซึ่งกันและกัน...เธออยู่ได้ ฉันก็อยู่ได้...

จะอยู่ได้หรือไม่ได้ ปี 51 ที่ว่ากันว่าเป็นผีเผาจริง จะพิสูจน์ให้รู้.

สกู๊ปหน้า ๑

น้ำหนักอยู่ที่พวกวงใน [17 ม.ค. 51 - 03:19]

โดยทางข่าวแล้ว ต้องให้น้ำหนักกับแหล่งข่าวที่กล้าเปิดเผยตัวตน ให้ราคากับคน ที่พูดกันซึ่งๆหน้าก่อน

“หมอเลี้ยบ” นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ออกมาตอกย้ำจุดยืนเป็นรอบที่สี่ พรรคไม่ได้เตรียมนายกรัฐมนตรีสำรองไว้

หากพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค พลังประชาชน จะได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน

พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน แถลงข่าว เบื้องหลังการหารือในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคต่างยืนยัน

นายสมัครต้องเป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น

ขณะที่นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บอกปัดไม่เคยได้ยินเงื่อนไขไฟเขียวพรรคพลังประชาชนจัดตั้งรัฐบาล แต่ไม่เอานายสมัครเป็นนายกฯ

“การเสนอชื่อหัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ เป็นเรื่องภายในพรรคที่ได้เสียงข้างมาก เป็นไปตามครรลองระบอบประชาธิปไตย ท่านสมัครก็เป็นนักการเมืองที่มีประสบการณ์สูง มีภาวะผู้นำสูง จะสามารถขับเคลื่อนการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลไปข้างหน้าได้”

สายตรงลอนดอนล้วนๆ

วงในใกล้ชิดนายใหญ่ของจริงดาหน้าออกมายืนยัน เทียบน้ำหนักกับข่าวปล่อยจากแหล่งข่าว ใจไม่ถึง ไม่กล้าโชว์หน้าโชว์ตัว

สยบข่าวพลิกโผ

“สมัคร” ยังเป็นเต็งหนึ่งที่คั่วเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ของเมืองไทย

แถมยังได้แนวร่วมหลักการแน่น กับการโผล่ออกมาจากมุมของ “เดอะอ๋อย” นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย พูดกันแบบชัดเจนตรงประเด็น

“ล่าสุดที่มีการหยิบยกประเด็นว่าใครควรจะเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ผมเห็นว่าพรรค พลังประชาชนนั้นไม่สามารถเปลี่ยนตัวคนที่จะเป็นนายกฯได้แล้ว

เนื่องจากว่าพรรคพลังประชาชนได้ไปทำสัญญาประชาคมไว้ตลอดการหาเสียงเลือกตั้งว่าถ้าได้เป็นรัฐบาล จะให้หัวหน้าพรรคของตนได้เป็นนายกฯ

ดังนั้น การให้หัวหน้าพรรคคือนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นนายกฯ จึงเป็นการทำตามสัญญาประชาคมและส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง”

ชูสัญญาประชาคมดักคอกันเลย

และต่อเนื่องจากเรื่องวุ่นๆคิวของ “ลุงหมัก” มาจากเกมป่วนกันเองภายใน ก็มีกระแสข่าวอีกสายเปิดโปงเบื้องหลังโยงใยไปถึงคนบางคนที่ผ่านมาเล่นบทไอ้โหน พยายามเป็นขุนศึกคู่กายนายใหญ่

เรื่องของเรื่องภายหลังเลือกตั้งได้ระดมพล ส.ส.อีสานนับร้อยคน จัดเลี้ยงฉลองชัยชนะพร้อมแจกปัจจัยกันที่ร้านอาหารบัว

เปิดเกมผลักดันพ่อนั่งตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร

แถมยังมีวาระร้อนๆ ประเภทส่งซิกลูกน้องในสังกัดพูดกันเป็นนัยๆ ต่อไปนี้ต้องมือหนักๆ เวลาจะลงมติอะไรให้เล่นบทเขี้ยวเข้าไว้

ออกแนวปั่นเกมต่อรอง

แต่บังเอิญเรื่องรู้ไปถึงหูนายใหญ่กับนายหญิงที่ฮ่องกง มีคนในสายของ “เจ๊” เอาประโยคร้อนๆไปฟ้องเลยฉุนขาด เกิดอาการหวาดระแวง

รายการปล่อยข่าวแทงหลังกันเองจึงปะทุ

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าใครจะชิงกันเล่นบทเด่น เสียบสกัดกันเองยังไง

ล่าสุดโดยคำสั่งจากลอนดอน โฉมหน้าคณะรัฐมนตรีชุดประเดิมศักราชรัฐบาลพลังประชาชนต้องให้ดูหรูที่สุด เพื่อภารกิจเดิมพันในการ “ปั๊มหัวใจ” กู้ปัญหาเศรษฐกิจให้เข้าตาประชาชนภายในระยะเวลา 6 เดือน

ให้เน้นที่มืออาชีพภายนอกเป็นหลัก

โดยเฉพาะในส่วนของพรรคพลังประชาชนห้ามส่งนอมินีเป็นรัฐมนตรีแทนสมาชิกบ้านเลขที่ 111

ส.ส.มีหน้าที่แค่งานในสภาฯ แต่มีปัจจัยล่อใจจากพรรคจ่ายให้เดือนละ 50,000 บาท นอกเหนือจากเงินเดือนผู้แทนราษฎร ยังไม่นับโบนัสพิเศษ สำหรับคนที่เกาะติดพื้นที่ทำคะแนนเข้าตาชาวบ้าน

เร่งทำการตลาด ปั่นราคากันก่อนเลย.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

คอลัมน์ ข่าวการเมือง(วิเคราะห์)

กกต.มั่นใจรับรอง ส.ส.ทันก่อนเปิดประชุม

สำนักงาน กกต. 16 ม.ค.- “กกต.” มอบนายทะเบียนไปพิจารณาเรื่องยุบพรรคมัชฌิมาธิปไตย จัดเลือกตั้งใหม่ ปราจีนบุรี-ชัยนาท 27 ม.ค. มั่นใจรับรอง ส.ส. ทันเปิดประชุมสภาฯ ขณะที่การเลือกตั้งใหม่ที่บุรีรัมย์ 17 ม.ค. ยังไม่มีเรื่องผิดปกติ

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า ที่ประชุม กกต.มีมติรับทราบความเห็นของคณะกรรมการกฤษฏีกาที่ยืนตามมติ กกต. โดยให้สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายสุนทร วิลาวัลย์ อดีตว่าที่ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคมัชฌิมาธิปไตย เป็นเวลา 1 ปี และเรียกค่าเสียหายที่จะต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ ที่ กกต.จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในวันที่ 27 ม.ค. 2551 และเห็นชอบในหลักการที่จะให้มีการเลือกตั้งใหม่ในจังหวัดชัยนาท หากการพิจารณาของกฤษฎีกาในวันที่ 18 ม.ค. เห็นชอบการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งตาม กกต.ในกรณีของนายมณเทียร และนางสาวนันทนา สงค์ประชา ว่าที่ ส.ส.พรรคชาติไทย

เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ในส่วนที่นายสุนทร เป็นกรรมการบริหารพรรค เป็นความผิดทางพรรคอาจจะมีการรู้เห็น และมีความผิดที่อาจต้องเสนอยุบพรรคนั้น ที่ประชุม กกต.มีมติมอบให้นายทะเบียนไปดำเนินการพิจารณา โดยอาจจะมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมกรรมการด้านกิจการพรรคการเมืองก่อน เพื่อดูว่า เห็นควรอย่างไร และจึงค่อยเสนอต่อที่ประชุม กกต.พิจารณา ดังนั้น ขณะนี้จึงยังไม่สามารถบอกได้ว่า กรณีดังกล่าวจะมีการดำเนินการอย่างไร และจะเสนออัยการสูงสุดเพื่อเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะต้องมีการตรวจสอบก่อนว่า พรรคมัชฌิมาธิปไตย ได้มีการดำเนินการตามมาตรา 94 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2550 จนเป็นเหตุต้องยุบพรรคหรือไม่

นายสุทธิพล กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติสั่งให้มีการสอบสวนเพิ่มเติม และแจ้งข้อกล่าวหานายบันฑูรย์ เกียรติก้องชูชัย ว่าที่ ส.ส.เขต 2 จ.ชัยภูมิ พรรคชาติไทย เนื่องจากมีการร้องคัดค้านว่ามีการให้เงินเพื่อจูงใจ และมีการยกคำร้องกรณีที่มีการร้องคัดค้านว่าที่ ส.ส.เขต 2 จ.เพชรบูรณ์ พรรคพลังประชาชนที่ถูกกล่าวหาว่า มีการจัดเลี้ยง และให้ทรัพย์ แต่เนื่องจากว่าที่ ส.ส.คนดังกล่าว ยังมีเรื่องร้องคัดค้านอยู่ ซึ่งกกต.ต้องตรวจสอบก่อน จึงยังไม่มีการรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.

เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงการเลือกตั้งใหม่ในเขต 1 จังหวัดบุรีรัมย์ ในวันพรุ่งนี้ (17 ม.ค.) ว่า ตนได้รับการแจ้งจากรักษาการผู้อำนวยการการเลือกตั้งจังหวัดบุรีรัมย์ว่า ขณะนี้สถานการณ์ปกติ แต่เพื่อความไม่ประมาท ได้ประสานกับตำรวจและ ฝ่ายปกครองให้ระมัดระวังในเรื่องของความปลอดภัย ซึ่งหากไม่มีการทุจริตเกิดขึ้น แม้จะมีบัตรเสียหรือบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนนจำนวนมาก ก็คงไม่มีปัญหา แต่ก็ได้มีการรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มาก และ กกต.ก็มีความมั่นใจว่า หลังการเลือกตั้งรอบใหม่วันที่ 17 ม.ค. กกต.น่าจะสามารถประกาศรับรอง ส.ส.ได้ครบ 456 คน เพื่อจะสามารถเปิดประชุมสภาฯ นัดแรกได้ แต่หากมีปัญหาก็ต้องรอการเลือกตั้งรอบใหม่ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้กำหนดวันที่ กกต.ต้องส่งรายชื่อให้ ครม.เพื่อใช้ในการเปิดประชุมสภาฯ ภายในวันที่ 21 ม.ค. 2551

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเดียวกัน นายประเสริฐ เลิศยะโส ผู้สมัครรับเลือกตั้งเขต 2 ส.ส.พรรคประชาราช จ.บุรีรัมย์ ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ กกต.คัดค้านการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งโดยระบุว่า การที่ กกต.ไม่ประกาศรับรองนายทรงศักดิ์ ทองศรี ว่าที่ ส.ส.ของพรรคพลังประชาชน ของเขตเลือกตั้งนี้ คนเดียวถือว่าไม่ถูกต้อง ต้องไม่ประกาศทั้งนายมนต์ไชย ชาติวัฒนศิริ และนายรังสิกร ทิมาตฤกะ ส.ส.พรรคเดียวกัน เพราะตนได้ร้องคัดค้านบุคคลทั้งหมด จึงต้องการให้ กกต.ดำเนินการสอบสวนเรื่องดังกล่าว.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-16 20:08:00

สมชัย ขู่ฟ้องวีระ กล่าวหาทำสำนวนรั่ว

สำนักงาน กกต. 16 ม.ค.- “สมชัย จึงประเสริฐ” ขู่ฟ้อง “วีระ สมความคิด” กล่าวหาปล่อยข่าวสำนวนทุจริตเชียงรายรั่ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อาคารศรีจุลทรัพย์ วันนี้ (16 ม.ค.) นายสมชัย จึงประเสริฐ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวว่า ตนได้ให้เจ้าหน้าที่ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยที่ตนดูแลอยู่ไปรวบรวมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับกรณีที่นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชั่น กล่าวหาว่า ตนทำสำนวนการทุจริตของ จ.เชียงราย รั่วไปถึงนายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ ส.ส. สัดส่วนพรรคพลังปะชาชน รวมทั้งยังได้มีการนำเรื่องดังกล่าวไปร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งได้ให้เจ้าหน้าที่ไปประสานขอเอกสารจาก ป.ป.ช. หากได้มาก็จะดำเนินการฟ้องร้องนายวีระ ที่ทำให้ตนเกิดความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียง

ทั้งนี้ นายสมชัย ยังได้นำเอกสารมาชี้แจงเรื่องดังกล่าว โดยในเอกสารระบุว่า ข่าวดังกล่าวทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการพิจารณาวินิจฉัย และการเก็บรักษาสำนวน กอปรกับมีกลุ่มคนบางกลุ่มจงใจเสนอข่าวให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดว่าตนเองไม่คืนสำนวนให้ตำรวจสันติบาลที่ทำหน้าที่สอบสวนเรื่องนี้ และทำให้สำนวนรั่วไหลออกไป จึงขอชี้แจงว่าคณะกรรมการสืบสวนคือบุคคลที่ กกต.อาศัยอำนาจตามกฎหมายแต่งตั้งขึ้น เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานใด หรือบุคคลใดก็ตามที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน มีสถานะเป็นเจ้าหน้าที่ของ กกต. และมีหน้าที่รายงานผลการสืบสวนให้เลขาธิการ กกต.ทราบโดยตรง ดังนั้นสำนวนการสืบสวนสอบสวนจึงเป็นเอกสารของสำนักงาน กกต. เพื่อเก็บรักษาไว้ใช้ประโยชน์ในการพิจารณาคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง หรือคดีที่เกี่ยวเนื่อง รวมทั้งเก็บรักษาความลับในสำนวนไว้อย่างเป็นระบบ

และเมื่อคณะกรรมการสืบสวนทำรายงานเพื่อสรุปข้อเท็จจริงหรือเหตุผลเสนอต่อ กกต. ในทางปฏิบัติสำนักงานจะจัดทำสำเนาและความเห็นส่งให้กับ กกต.แต่ละคน เพื่อวินิจฉัยและลงมติในที่ประชุม ดังนั้นรายงานการสืบสวนในส่วนที่สำเนาให้กับ กกต.จะไม่มีการเรียกคืน เพราะเป็นอำนาจโดยเด็ดขาดของ กกต.ในการถือครองสำนวน ประกอบกับเพื่อให้ กกต.เก็บสำนวนไว้ตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนจัดทำคำวินิจฉัยเป็นไปตามมติของ กกต.หรือไม่ ก่อนที่ กกต.แต่ละท่านจะลงนามในคำวินิจฉัยต่อไปได้ และเมื่อ กกต.วินิจฉัยเสร็จแล้วทางสำนักงานก็จัดเก็บสำนวนทุกสำนวน และลงสารบบไว้ หากหน่วยงานใดต้องการสำนวนไปดำเนินการต่อ เช่น การดำเนินคดี ก็ต้องทำเรื่องขอเบิกสำนวนไว้เป็นหลักฐาน เพื่อไม่ให้มีการแก้ไขหรือเปลี่ยนสำนวนในภายหลังได้

นอกจากนี้เอกสารดังกล่าวยังได้ตั้งข้อสังเกตว่า ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วยังไม่พบว่า สำนวนดังกล่าวหรือสำนวนอื่นถูกเปิดเผย แต่เป็นเพียงการกล่าวหา โดยปราศจากหลักฐาน หรือไม่อยู่บนมูลแห่งความจริงโดยสิ้นเชิง และไม่ทราบว่าผู้กล่าวหามีวัตถุประสงค์ใด อย่างไรก็ตาม กฎหมายก็กำหนดให้ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิ์ที่จะทราบเหตุแห่งการร้องคัดค้าน ดังนั้นการที่ผู้ถูกกล่าวหารับทราบ ก็เป็นเรื่องปกติที่ชอบด้วยกฎหมาย

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวตนไม่ทราบ และไม่ได้เป็นมติของ กกต. เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวของนายสมชัย ต้องไปถามเอง แต่หากเรื่องดังกล่าวเป็นมติของ กกต.ก็ต้องสั่งทางสำนักงานไปดำเนินการ.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-16 19:57:19

นปช.จี้ กกต.เปิดเผยคำวินิฉัยใบเหลือง-ใบแดง

สำนักงาน กกต. 16 ม.ค.- “นปช.” บุก กกต.จี้เผยคำวินิจฉัยใบเหลือง-ใบแดง และสอบพฤติกรรม “สดศรี”

กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำโดยนางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ น.พ.เหวง โตจิราการ เข้ายื่นหนังสือถึงกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผ่านนายสุเมธ อุปนิสากร กกต. เพื่อขอให้แสดงคำวินิจฉัยส่วนตัวของ กกต.แต่ละคนในการพิจารณาให้ใบเหลือง-ใบแดงว่าที่ ส.ส.ทั้ง 25 คน เพื่อความโปร่งใสและขจัดความเคลือบแคลงสงสัยต่อสังคม นอกจากนี้ยังขอให้ กกต.พิจารณาพฤติกรรมของนางสดศรี สัตยธรรม กกต. เพราะจากกรณีสำนักนายกรัฐมนตรีทำหนังสือขอตัวนางสาวกอนณา สัตยธรรม บุตรสาวไปช่วยงาน พล.อ.สนธิ บุญยรัตนกลิน รองนายกรัฐมนตรี คำให้สัมภาษณ์ของแต่ละฝ่ายไม่ตรงกัน สร้างความเคลือบแคลงในความสัมพันธ์ระหว่าง กกต.บางคน กับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) บางคน และเกรงจะส่งผลกระทบต่อเรื่องส่วนรวมในการพิจารณาใบเหลือง-ใบแดงของ กกต. เพราะอาจทำหน้าที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-16 19:51:34

กกต. โยน กก.สรรหา ส.ว. ตัดสิน สนช.ลงสมัคร ส.ว.ได้หรือไม่

กรุงเทพฯ 16 ม.ค.- นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องที่กรรมการสรรหาได้มอบหมายให้พิจารณาว่า ผู้ที่เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะสามารถยื่นสมัครรับการสรรหาเป็น ส.ว.ได้หรือไม่ ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณา พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่งส.ว. 2550 ได้บัญญัติว่า ให้ กกต.มีหน้าที่รวบรวมรายชื่อบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ และเสนอต่อกรรมการสรรหาเท่านั้น ดังนั้น กกต.จึงเห็นว่า หากผู้ที่เป็น สนช.จะมายื่นสมัคร ก็จะรับไว้ และรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เสนอให้ กก.สรรหา พิจารณาตามมาตรา 130 ของ พ.ร.บ.เดียวกัน แต่ทั้งนี้ ในชั้นของอนุกรรมการกลั่นกรอง ก็อาจจะมีการตั้งข้อสังเกต และนำข้อสังเกตดังกล่าวเสนอต่อ กก.สรรหาด้วย


“ขอเรียนกับผู้ที่เป็น สนช.และต้องการสมัครเป็น ส.ว.ครั้งนี้ว่า ขณะนี้มีแนวความคิดเป็น 2 ทางคือ เห็นว่าถ้าจะมาสมัครก็ต้องยื่นลาออก และอีกทางคือไม่ต้องยื่นลาออก เพราะฉะนั้นผู้สมัครก็ต้องพิจารณาเอาเอง” นายสุทธิพล กล่าว.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-16 19:56:31

อนุดับเพลิง คตส.ชี้ อภิรักษ์ ไม่ผิดทุจริตรถ-เรือดับเพลิง

พ้นผิด อ้างเปิดแอล/ซีในสภาวะจำเป็น ทำตามนโยบายรัฐบาล

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการไต่สวนของคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีการจัดซื้อเรือ-รถดับเพลิงของ กทม. ว่า จากที่คณะอนุกรรมการไต่สวนฯ ได้ประชุมไปเมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยพิจารณาในส่วนของนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม.นั้น ปรากฏว่าที่ประชุมได้พิจารณาเกี่ยวกับเรื่องการเปิดแอล/ซี ว่า นายอภิรักษ์มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องและมีความผิดด้วยหรือไม่ ซึ่งหลังจากพิจารณาเอกสารข้อมูลทั้งหมดแล้ว ที่ประชุมได้ลงมติ โดยมีมติเป็นเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 เสียง เห็นว่า นายอภิรักษ์ ไม่มีความผิดในคดีดังกล่าว จึงเห็นสมควรไม่ชี้มูลความผิดเนื่องจากการเปิดแอล/ซี ของนายอภิรักษ์ อยู่ในสภาวะจำเป็น โดยเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายของรัฐบาล

นายบรรเจิด สิงคะเนติ กรรมการ คตส. ในฐานะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีการจัดซื้อรถเรือดับเพลิง กทม.ยอมรับว่า คณะอนุกรรมการได้พิจารณากรณีของนายอภิรักษ์ เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งผลจะออกมาเป็นอย่างไร เชื่อว่าอธิบายให้สังคมเข้าใจได้ เพราะนอกจากอนุกรรมการฯ จะพิจารณาในข้อกฎหมายแล้ว ยังดูถึงเจตนาและพฤติกรรมประกอบด้วย.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-16 19:41:09

ปล่อยข่าวทำลายหมัก อดเก้าอี้ผู้นำประเทศ จตุพรลุยประณามเจ๊ พปช.แตกแน่ถ้าไม่ได้

'จตุพร' ประณาม 'เจ๊คนดัง' ปล่อยข่าว 'สมัคร' ชวดเก้าอี้นายกฯ หวังทำลายพรรค กร้าวหาก 'หมัก'ไม่ได้เป็นนายกฯ พปช. แตกแน่ ยืนยันต้องรักษาสัจจะกับปชช. อย่าคิดว่าปชช.ไม่มีความรู้สึก

นายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชน และอดีตแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) กล่าวว่า จนถึงวันนี้นายสมัคร สุนทรเวช ในฐานะหัวหน้าพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงข้างมากจะต้องได้เป็นนายกรัฐมนตรีตามระบอบประชาธิปไตย ไม่มีทางที่จะเป็นของคนอื่น เนื่องจากพรรคได้หาเสียงชูนายสมัครมาตั้งแต่แรก หากพรรคพลังประชาชนไปนำบุคคลอื่นมาเป็นนายกรัฐมนตรี พรรคนี้คงอยู่ไม่ได้ และต้องแตกแน่ วันนี้ต้องรักษาสัจจะกับประชาชนเป็นเรื่องใหญ่ อย่าคิดว่าประชาชนไม่มีความรู้สึก เขาไม่ได้โง่ และพรรคก็ไม่ใช่ฟาร์มงูเห่า

ส่วนกรณีที่มีข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ว่ามี 'เจ๊' บางคนปล่อยข่าวว่านายสมัครจะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น นายจาตุพร กล่าวว่า ไม่ว่าใครก็ตามที่ปล่อยข่าวทำลายนายสมัคร สมควรที่จะถูกประณาม เพราะเป็นผู้ที่ทำลายพรรค ซึ่งนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคที่มีข่าวว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีแทนนายสมัครนั้น ก็เป็นคนหนักแน่น ยึดถือระบอบประชาธิปไตย ไม่มีกิเลส ที่มองกันว่า นายสมัครอาจจะโดนแรงต้านจากการเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ตนขอถามกลับว่า ไม่ว่าใครที่ขึ้นมาเป็น ก็โดนอยู่แล้ว แต่ท่านผ่านมรสุมการเมืองมามาก ประสบการณ์จะช่วยมาก ข่าววันนี้เสี้ยมกัน เพราะเขาต้องการก่อการสามัคคีเภทคำฉันท์ในพรรคพลังประชาชน ยืนยันนายสมัครได้เป็นนายกรัฐมนตรีล้านเปอร์เซ็นต์ เป็นคนอื่นไม่ได้เลย

ขอขอบคุณ www.thaiinsider.info

จาก Hi-Thaksin

เอฟเอ คัพ รอบสาม นัดรีเพลย์ แมนฯซิตี้ VS เวสต์แฮม

เอฟเอ คัพ รอบสาม นัดรีเพลย์

แมนฯซิตี้ VS เวสต์แฮม

สนาม : ซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ สเตเดี้ยม

เวลาคิกออฟ : 02.45 น.

ถ่ายทอดสด : ช่อง 3

ผู้ตัดสิน : มาร์ก แคลตเตนเบิร์ก

ผลนัดแรก : เสมอ 0-0

แมนฯซิตี้ - ผลงานที่ผ่านมา

27-12-2007 เสมอ แบล็คเบิร์น 2-2 (เหย้า)

30-12-2007 เสมอ ลิเวอร์พูล 0-0 (เหย้า)

02-01-2008 ชนะ นิวคาสเซิล 2-0 (เยือน)

05-01-2008 เสมอ เวสต์แฮม 0-0 (เยือน)

12-01-2008 แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 (เยือน)

ความพร้อม : หลังจากที่ไม่แพ้มา 5 นัดติด เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาก็สิ้นสุด ไปโดนเจ้าถิ่นเอฟเวอร์ตันเบียดมา 1-0 เกมนี้สเวน โกรัน เอริคส์สันมีสองตัวที่ใช้งานไม่ได้เพราะเจ็บคือไมเคิล จอห์นสันกับเอมิล เอ็มเพ็งซ่า ที่เหลือก็แล้วแต่ใจของกุนซือสวีดิชที่ตัวสำรองอย่างสตีเฟ่น ไอร์แลนด์,เกลสัน และโรแลนโด้ เบียงคี่ขอลุ้นสตาร์ต ตัวหลักอย่างมาร์ติน เปตรอฟกับเอลาโน่พร้อมลง เช่นเดียวกับเนรี่ คาสติลโญ่กองหน้าจังโก้ตัวใหม่ ก็ได้รับความไว้วางใจให้ลงตัวจริงมาสองเกมติดแล้ว

ผู้เล่น 11 คนแรกตามคาด (4-3-1-2) : โจ ฮาร์ท,เนดุม โอนูโอฮา,ไ มคาห์ ริชาร์ดส์,ริชาร์ด ดันน์,ไมเคิล บอลล์,เวดราน คอร์ลูก้า,สตีเฟ่น ไอร์แลนด์,มาร์ติน เปตรอฟ,เอลาโน่,ดาริอุส วาสเซลล์,เนรี่ คาสติลโญ่

เวสต์แฮม - ผลงานที่ผ่านมา

26-12-2007 เสมอ เรดดิ้ง 1-1 (เหย้า)

29-12-2007 ชนะ แมนฯยูฯ 2-1 (เหย้า)

01-01-2008 แพ้ อาร์เซนอล 0-2 (เยือน)

05-01-2008 เสมอ แมนฯซิตี้ 0-0 (เหย้า)

12-01-2008 ชนะ ฟูแล่ม 2-1 (เหย้า)

ความพร้อม : แพ้แค่ 1 จาก 6 นัดหลังสุด และไม่เคยตกรอบ 3 เอฟเอ คัพมาตั้งแต่ฤดูกาล 1999-2000 กุนซืออลัน เคอร์บิซลี่ย์จะคุมทีมขุนค้อนเป็นนัดที่ 50 สภาพทีมต้องลุ้นเช็กฟิตของกัปตันทีม ลูคัส นีลล์ที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่าไม่ได้เล่นในเกมล่าสุดที่ชนะฟูแล่ม 2-1 โจนาธาน สเป็คเตอร์จะสแตนด์บายไว้ หลุยส์ บัว มอร์เต้ฟิตกลับมาแย่งตัวจริงปีกซ้ายกับแมทธิว เอเธอร์ริงตัน ขณะที่ เฟรดริก ยุงเบิร์กก็พร้อมลงเช่นกัน ตัวเจ็บยังมีสกอตต์ ปาร์ค เกอร์,โนลเบอร์โต้ โซลาโน่ และเคร็ก เบลลามี่ที่วืดชัวร์

ผู้เล่น 11 คนแรกตามคาด (4-4-2) : โรเบิร์ต กรีน,ลูคัส นีลล์,แอนทอน เฟอร์ดินานด์,แ มทธิว อัพสัน,จอร์จ แม็คคาร์ทนี่ย์,เฟรดริก ยุงเบิร์ก,เฮย์เด้น มัลลินส์,มาร์ก โนเบิล,หลุยส์ บัว มอร์เต้,ดีน แอชตัน,คาร์ลตัน โคล

รูปเกม/โอกาส : ผู้ชนะของคู่นี้จะมีทริปไปเยือนเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดในรอบ 4... ถ้ามองกัน ที่ชื่อชั้นและ ระดับตัวผู้เล่นแล้วไม่แตกต่างกันมาก แต่เรือใบสีฟ้าในบ้านตัวเองแกร่ง จัดจริงๆ และกึ๋นของสเวนก็ยังน่าจะเหนือกว่า บิ๊กเคิร์บอยู่สักสองขีด บวกกับแนวรุกแถวสองที่หวังผล ได้จากเปตรอฟกับเอลาโน่ เจ้าถิ่นน่าจะเช็กบิลไปได้ในที่สุด แม้ว่าจะไม่ง่ายดายนักก็ตาม

ขอขอบคุณ www.thailandsportsonline.com

จาก Hi-Thaksin

Wednesday, January 16, 2008

ในหลวง'ทรงเสด็จฯบำเพ็ญกุศลครบ15วัน'พระพี่นางฯ'16-17ม.ค.นี้

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักพระราชวัง แจ้งว่า ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้พระราชวงศ์ ราชสกุลทุกมหาสาขาและหน่วยงานของรัฐ ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญพระราชกุศล บำเพ็ญพระกุศล และบำเพ็ญกุศลถวายพระศพประจำสัปดาห์ในทุกวันพุธ หลังจากพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร (ทักษิณานุประทาน 7 วัน) จนถึงการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (ทักษิณานุประทาน 100 วัน) ในวันศุกร์ที่ 11 เม.ย.2551 นั้น สัตตมวารที่ 2 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร พระราชทานพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง วันพุธที่ 16 ม.ค. เวลา 17.00 น. พระสงฆ์ 10 รูป สวดพระพุทธมนต์จบ มีพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 พระ 4 รูปสวดธรรมคาถา พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม เวลา 10.30 น.พระสงฆ์ 10 รูปที่สวดพระพุทธมนต์แต่วันก่อนถวายพร รับพระราชทานฉัน พระสงฆ์ 84 รูปสดับปกรณ์ เป็นเสร็จการ

จาก hi-thaksin