WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, January 17, 2008

ในสนามบิดเบือนข่าว เราคือตัวจริง


นักข่าวเอพี ไร้วัฒนธรรม แสดงความกักขระขณะสัมภาษณ์

80 ข้อ ที่ผมไม่เคยรู้เกี่ยวกับในหลวง

80 เรื่องของในหลวงที่เรา(อาจ)ไม่เคยรู้
ได้จากฟอร์เวิร์ดเมล์ค่ะ
เอามาแบ่งให้อ่านกัน

--------------------------------------------------

80 เรื่องของในหลวงที่เรา(อาจ)ไม่เคยรู้

เมื่อทรงพระเยาว์
1. ทรงพระราชสมภพเวลา 08.45 น.
2. นายแพทย์ผู้ทำคลอดชื่อ ดับบลิว สจ๊วต วิตมอร์ มีน้ำหนักแรกประสูติ 6 ปอนด์
3. พระนาม "ภูมิพล" ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7
4. พระยศเมื่อแรกประสูติ คือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า ภูมิพลอดุลยเดช
5. ทรงมีชื่อเล่นว่า เล็ก หรือ พระองค์เล็ก
6. ทรงเคยเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนมาแตร์เดอี เพราะช่วงพระชนมายุ 5 พรรษา ทรงเคยเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ 1 ปี มีพระนามในใบลงทะเบียนว่า " H.H. Bhummibol Mahidol" หมายเลขประจำตัว 449
7. ทรงเรียกสมเด็จพระราชชนนีหรือสมเด็จย่า อย่างธรรมดาว่า "แม่"
8. สมัยทรงพระเยาว์ ทรงได้ค่าขนมอาทิตย์ละครั้ง
9. แม้จะได้เงินค่าขนมทุกอาทิตย์ แต่ยังทรงรับจ้างเก็บผักผลไม้ไปขาย เมื่อได้เงินมาก็ทรงนำไปซื้อเมล็ดผักมาปลูกเพิ่ม
10. สมัยพระเยาว์ทรงเลี้ยงสัตว์หลายชนิดทั้งสุนัข กระต่าย ไก่ นกขุนทอง ลิง แม้แต่งูก็เคยเลี้ยง ครั้งหนึ่งงูตายไปก็มีพิธีฝังศพอย่างใหญ่โต
11. สุนัขตัวแรกที่ทรงเลี้ยงสมัยพระเยาว์เป็นสุนัขไทย ทรงตั้งชื่อให้ว่า "บ๊อบบี้"
12. ทรงฉลองพระเนตร (แว่นสายตา) ตั้งแต่พระชันษายังไม่เต็ม 10 ขวบ เพราะครูประจำชั้นสังเกตเห็นว่าเวลาจะทรงจดอะไรจากกระดานดำจะต้องลุกขึ้นบ่อยๆ
13. สมัยพระเยาว์ทรงซนบ้าง หากสมเด็จย่าจะลงโทษจะเจรจากันก่อนว่า โทษนี้ควรตีกี่ที ในหลวงจะทรงต่อรอง 3 ที มากเกินไป 2 ทีพอแล้ว
14. ระหว่างประทับอยู่สวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างพี่น้องจะทรงใช้ภาษาฝรั่งเศส แต่จะใช้ภาษาไทยกับสมเด็จย่าเสมอ
15. ทรงได้รับการอบรมให้รู้จัก "การให้" โดยสมเด็จย่าจะทรงตั้งกระป๋องออมสินเรียกว่า "กระป๋องคนจน" หากทรงนำเงินไปทำกิจกรรมแล้วมีกำไรจะต้องถูก "เก็บภาษี" หยอดใส่กระปุกนี้ 10% ทุกสิ้นเดือนสมเด็จย่าจะเรียกประชุมเพื่อถามว่าจะเอาเงินในกระป๋องนี้ไปทำอะไร เช่น มอบให้โรงเรียนตาบอด มอบให้เด็กกำพร้า หรือทำกิจกรรมเพื่อคนยากจน
16. ครั้งหนึ่ง ในหลวงกราบทูลสมเด็จย่าว่าทรงอยากได้รถจักรยาน เพราะเพื่อนคนอื่นๆ เขามีจักรยานกัน สมเด็จย่าก็ตอบว่า "ลูกอยากได้จักรยาน ลูกก็ต้องเก็บค่าขนมไว้สิ หยอดกระป๋องวันละเหรียญ ได้มากค่อยเอาไปซื้อจักรยาน"
17. กล้องถ่ายรูปกล้องแรกของในหลวง คือ Coconet Midget ทรงซื้อด้วยเงินสะสมส่วนพระองค์ เมื่อพระชนมายุเพียง 8 พรรษา
18. ช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทรงปั่นจักรยานไปโรงเรียนแทนรถพระที่นั่ง

พระอัจฉริยภาพ
19. พระอัจฉริยภาพของในหลวง มีพื้นฐานมาจาก "การเล่น" สมัยทรงพระเยาว์ เพราะหากทรงอยากได้ของเล่นอะไร ต้องทรงเก็บสตางค์ซื้อเอง หรือประดิษฐ์เอง ทรงเคยหุ้นค่าขนมกับพระเชษฐา ซื้อชิ้นส่วนวิทยุทีละชิ้นๆ เอามาประกอบเองเป็นวิทยุ แล้วแบ่งกันฟัง
20. สมเด็จย่าทรงสอนให้ในหลวงรู้จักการใช้แผนที่และภูมิประเทศของไทย โดยโปรดเกล้าฯให้โรงเรียนเพาะช่างทำแผนที่ประเทศไทยเป็นรูปตัวต่อ เลื่อยเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆเพื่อให้ทรงเล่นเป็นจิ๊กซอว์
21. ทรงเครื่องดนตรีได้หลายชนิด เช่น เปียโน กีตาร์ แซกโซโฟน แต่รู้หรือไม่ เครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ทรงหัดเล่นคือ หีบเพลง (แอกคอร์เดียน)
22. ทรงสนพระทัยดนตรีอย่างจริงจังราวพระชนม์ 14-15 พรรษา ทรงซื้อแซกโซโฟนมือสองราคา 300 ฟรังก์มาหัดเล่น โดยใช้เงินสะสมส่วนพระองค์ครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งสมเด็จย่าออกให้
23. ครูสอนดนตรีให้ในหลวงชื่อ เวย์เบรชท์ เป็นชาว อัลซาส
24. ทรงพระราชนิพนธ์เพลงครั้งแรก เมื่อพระชนมายุ 18 พรรษา เพลงพระราชนิพนธ์แรกคือ "แสงเทียน" จนถึงปัจจุบันทรงพระราชนิพนธ์เพลงไว้ทั้งหมด 48 เพลง
25. ทรงพระราชนิพนธ์เพลงได้ทุกแห่ง บางครั้งไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องดนตรีช่วย อย่างครั้งหนึ่งทรงเกิดแรงบันดาลพระทัย ทรงฉวยซองจดหมายตีเส้น 5 เส้นแล้วเขียนโน้ตทำนองเพลงขึ้นเดี๋ยวนั้น กลายเป็นเพลง "เราสู้"
26. รู้ไหม... ? ทรงมีพระอุปนิสัยสนใจการถ่ายภาพเหมือนใคร : เหมือนสมเด็จย่า และ รัชกาลที่ 5
27. - - - -
28. นอกจากทรงโปรดการถ่ายภาพแล้ว ยังทรงสนพระทัยการถ่ายภาพยนตร์ด้วย ทรงเคยนำภาพยนตร์ส่วนพระองค์ออกฉายแล้วนำเงินรายได้มาสร้างอาคารสภากาชาดไทย ที่ รพ.จุฬาฯ โรงพยาบาลภูมิพล รวมทั้งใช้ในโครงการโรคโปลิโอและโรคเรื้อนด้วย
29. ทรงพระราชนิพนธ์เรื่อง "นายอินทร์" และ "ติโต" ทรงเขียนด้วยพระหัตถ์ แล้วให้เสมียนพิมพ์แต่พระมหาชนก ทรงพิมพ์ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์
30. ทรงเล่นกีฬาได้หลายชนิด แต่กีฬาที่ทรงโปรดเป็นพิเศษได้แก่ แบดมินตัน สกี และเรือใบ ทรงเคยได้เหรียญทองจากการแข่งขันเรือใบประเภทโอเค ในกีฬาแหลมทอง (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น "กีฬาซีเกมส์") ครั้งที่ 4 ปี พ.ศ. 2510
31. ครั้งหนึ่ง ทรงเรือใบออกจากฝั่งไปได้ไม่นานก็ทรงแล่นกลับฝั่ง ตรัสกับผู้ที่คอยมาเฝ้าฯว่า เสด็จฯกลับเข้าฝั่งเพราะเรือแล่นไปโดนทุ่นเข้า ซึ่งในกติกาการแข่งเรือใบถือว่าฟาวล์ ทั้งๆ ที่ไม่มีใครเห็น แสดงให้เห็นว่าทรงยึดกติกามากแค่ไหน
32. ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกที่ได้รับสิทธิบัตรผลงานประดิษฐ์คิดค้นเครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย หรือ "กังหันชัยพัฒนา" เมื่อปี 2536
33. ทรงเป็นผู้ริเริ่มการพัฒนาเชื้อเพลิงน้ำมันจากวัสดุการเกษตรเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน เช่น แก๊สโซฮอล์, ดีโซฮอลล์ และ น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ ต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว
34. องค์การสหประชาชาติ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ แด่ในหลวงเมื่อ วันที่ 26 พฤษภาคม 2549 เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทย โดยมี นายโคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ เดินทางมาถวายรางวัลด้วยตนเอง

เรื่องส่วนพระองค์
35. พระนามเต็มของในหลวง : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรามหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
36. รักแรกพบ ของในหลวงและ ม.ร.ว.สิริกิติ์เกิดขึ้นที่สวิสเซอร์แลนด์ แต่เหตุการณ์ครั้งนั้น สมเด็จพระบรมราชินีนาถฯ ทรงให้สัมภาษณ์ว่า "น่าจะเป็น เกลียดแรกพบ มากกว่า รักแรกพบ เนื่องเพราะรับสั่งว่าจะเสด็จถึงเวลาบ่าย 4 โมง แต่จริงๆ แล้วเสด็จมาถึงหนึ่งทุ่ม ช้ากว่าเวลานัดหมายตั้งสามชั่วโมง"
37. ทรงหมั้นกับ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2492 และจัดพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ที่วังสระปทุม เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2493 โดยทรงจดทะเบียนสมรสเหมือนคนทั่วไป ข้อความในสมุดทะเบียนก็เหมือนคนทั่วไปทุกอย่าง ปิดอากรแสตมป์ 10 สตางค์ เสียค่าธรรมเนียม 10 บาท
38. หลังอภิเษกสมรส ทรง "ฮันนีมูน" ที่หัวหิน
39. ทรงผนวช ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2499 และประทับจำพรรษา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นเวลา 15 วัน
40. ระหว่างทรงผนวช พระอุปัชฌาย์และพระพี่เลี้ยง คือ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
41. ของใช้ส่วนพระองค์นั้นไม่จำเป็นต้องแพง ต้องแบรนด์เนม ดังนั้นการถวายของให้ในหลวงจึงไม่จำเป็นจะต้องเป็นของแพง อะไรที่มาจากน้ำใจจะทรงใช้ทั้งนั้น
42. เครื่องประดับ : ในหลวงไม่ทรงโปรดสวมเครื่องประดับ เช่น แหวน สร้อยคอ ของมีค่าต่างๆ ยกเว้น นาฬิกา
43. พระเกศาที่ทรงตัดแล้ว : ส่วนหนึ่งเก็บไว้ที่ธงชัยเฉลิมพลเพื่อมอบแก่ทหาร อีกส่วนหนึ่งเก็บไว้สร้างวัตถุมงคล เพื่อมอบแก่ราษฎรที่ทำคุณงามความดีแก่ประเทศชาติ
44. หลอดยาสีพระทนต์ ทรงใช้จนแบนราบเรียบคล้ายแผ่นกระดาษ โดยเฉพาะบริเวณคอหลอด ยังปรากฏรอยบุ๋มลึกลงไปจนถึงเกลียวคอหลอด ซึ่งเป็นผลจากการใช้ด้ามแปรงสีพระทนต์ช่วยรีด และกดเป็นรอยบุ๋ม
45. วันที่ในหลวงทรงเสียพระทัยที่สุด คือวันที่สมเด็จย่าเสด็จสวรรคต มีหนังสือเล่าไว้ว่า วันนั้นในหลวงไปเฝ้าแม่ถึงตีสี่ตีห้า พอแม่หลับจึงเสด็จฯกลับ ถึงวัง ทางโรงพยาบาลก็โทรศัพท์มาแจ้งว่า สมเด็จย่าสิ้นพระชนม์แล้ว ในหลวงทรงรีบกลับไปที่โรงพยาบาล ทอดพระเนตรเห็นแม่นอนหลับตาอยุ่บนเตียง ในหลวงทรงคุกเข่าเข้าไปกราบที่อกแม่ ทรงซบหน้านิ่งอยู่นาน ค่อยๆ เงยพระพักตร์ขึ้นมาน้ำพระเนตรไหลนอง

จากคุณ : หมาน้อยน่ารัก

อ่านรายละเอียด พันธ์ทิปราชดำเนิน

ศาลปค.ไม่คุ้มครองTITVแต่รับคำฟ้องไว้พิจารณา

ศาลปกครองมีคำสั่งไม่คุ้มครองชั่วคราวTITVที่พนักงานขอให้แพร่ภาพต่อ แต่รับคำฟ้องที่พนักงานTITV ขอให้เพิกถอนคำสั่งหยุดแพร่ภาพไว้พิจารณา

มีรายงานว่า ศาลปกครอง ได้แจ้งคำสั่งผ่านทางโทรสารไปยังคู่ความ2 ฝ่าย กรณีอดีตพนักงานทีไอทีวี ยื่นคำร้องขอให้มีการคุ้มครองชั่วคราว และเพิกถอนคำสั่งที่ให้สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ยุติการแพร่ภาพตั้งแต่เวลา 24.00 น. วันที่ 14 ม.ค. แล้ว โดยมีคำสั่งไม่คุ้มครองชั่วคราวตามคำร้องของอดีตพนักงาน ทีไอทีวี แต่ให้รับคำฟ้องไว้พิจารณา

พปช.เลื่อนแถลงจัดตั้งรัฐบาล 6 พรรค ไปเป็นวันที่ 19 ม.ค.

กทม. 17 ม.ค. - เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ประกาศเลื่อนแถลงจัดตั้งรัฐบาล 6 พรรคการเมือง เป็นวันที่ 19 มกราคม ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงพรรคชาติไทย ที่จะประกาศร่วมจัดตั้งรัฐบาล ในค่ำวันนี้

นพ.สุรพงษ์ กล่าวด้วยว่า พรรคจะเสนอชื่อ นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีต่าง ๆ จะทราบในช่วงกลางถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ยืนยันว่าไม่มีการต่อรองจากผู้มีอำนาจในปัจจุบัน แต่ตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมจะต้องเป็นคนที่ทหารยอมรับ นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าพรรคพลังประชาชนจะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากการตัดสินของศาลฎีกา ในคดีล้มเลือกตั้ง วันพรุ่งนี้

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทย ที่เดินทางไปทำข่าวนักฟุตบอลไทยฝึกซ้อมที่สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยืนยันว่า คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ไม่ได้กลับเมืองไทยเพื่อมาเจรจาจัดตั้งรัฐบาล นอกจากนี้ยังเห็นว่า นายสมัคร สุนทรเวช มีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี

พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ขอให้รัฐบาลชุดต่อไปให้ความสำคัญกับเรื่องความมั่นคงทุกด้าน ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และการทหาร ยึดถือประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง ลดผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-17 19:20:29

ยกมิ่งขวัญเทียบชั้นสมคิด ภาพชัดนั่งรองนายกฯ [17 ม.ค. 51 - 17:46]

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าววันนี้ (17 ม.ค.) ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลว่า การแถลงข่าวร่วมกันกับ 6 พรรคการเมือง เพื่อร่วมรัฐบาล จะมีขึ้นวันเสาร์ที่ 19 มกราคมนี้ ช่วงบ่าย และยังไม่สามารถกำหนดสถานที่ชัดเจนได้ หลังจากนั้นจะมีการจัดสรรคนมาดำรงตำแหน่ง พร้อมปฏิเสธการต่อรองตำแหน่งของส.ส.ภาคอีสาน

ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนที่จะสรุปตัวบุคคล เพราะอยู่ระหว่างรวบรวมพรรคร่วมรัฐบาล โดยจะมีการพูดคุยกันหลังเปิดสภาผู้แทนราษฎร ในส่วนกระทรวงเศรษฐกิจจะขอดูกระทรวงหลักๆ ในขณะตัวบุคคลที่ออกมาล้วนเป็นการคาดการณ์ ยังไม่มีการสรุปใดๆ ทั้งสิ้นเลขาธิการพรรค พปช.กล่าว และว่า การแต่งตั้งรัฐมนตรีไม่มีใบสั่ง เกี้ยเซี้ย หรือการต่อรองกับผู้มีอำนาจในปัจจุบัน พรรคพลังประชาชนจะหาบุคคลมาดำรงตำแหน่งที่เหมาะสม ประชาชนยอมรับได้ คาดว่าจะได้ตัวนายกรัฐมนตรี ภายในสิ้นเดือนมกราคม มีรัฐบาลใหม่ราวกลางเดือน หรือปลายเดือนกุมภาพันธ์


ด้านนายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงการวางตัวบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า ยังไม่นิ่ง ยังไม่ได้สรุป ตอนนี้หลายท่านยังไม่ได้ตัดสินใจ ขอรอดูตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก่อน


"นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ อย่างน้อยก็ต้องเป็นรองนายกรัฐมนตรีแน่ๆ อีกตำแหน่งหนึ่ง ดูด้านเศรษฐกิจภาพรวม เราเตรียมทั้งออกซิเจน และเลือด นายนพดล กล่าว และว่า ยังไม่เป็นมติพรรค แต่เห็นภาพ นายมิ่งขวัญอาจจะชัดเจน เพราะเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ คล้ายดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นไปได้อาจควบอีกกระทรวงหนึ่ง


ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน พร้อมด้วย นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย เตรียมหารือกันในเย็นวันนี้เพื่อหารือให้ได้ข้อสรุปร่วมกันกรณีจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลก่อนการแถลงข่าวร่วมกันในเวลาประมาณ 20.00 น.


รสนา ปลุกสังคมปกป้องทีวีสาธารณะปลดล็อกกลุ่มทุน-รัฐ

กรุงเทพฯ 17 ม.ค.- น.ส.รสนา โตสิตระกูล กรรมการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวถึงทิศทางของโทรทัศน์สาธารณะว่า เท่าที่ดูหลักการพื้นฐานของโทรทัศน์สาธารณะเชื่อว่า จะทำให้ประชาชนได้ประโยชน์มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อได้ฟังนายเทพชัย หย่อง รักษาการผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ที่ยืนยันว่าโทรทัศน์ช่องนี้จะเปิดพื้นที่ให้คนหลากหลายกลุ่ม โดยไม่คำนึงถึงรายได้โฆษณา ถ้าทำได้จริงเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะสังคมจะได้รับรู้ข้อมูล ข้อเท็จจริง ไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลของรัฐและกลุ่มทุน เพราะที่ผ่านมาการนำเสนอของโทรทัศน์ตกอยู่ภายใต้การกำหนดของโฆษณาและภาครัฐมากเกินไปจนทำให้ประชาชนไม่ได้รับรู้ข้อมูลจริงๆ ทั้งนี้ การกำหนดให้คณะกรรมการชั่วคราวที่จะเข้ามาทำหน้าที่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเพียง 6 เดือนต้องลาออกจากทุกตำแหน่ง ถือว่าเป็นการกำหนดมากเกินไป ในที่สุดจะหาคนมาทำงานไม่ได้ เพราะมันต้องลงทุนสูงมาก และบทบาทหน้าที่จริงๆ ในการกำหนดสถานีโทรทัศน์แห่งนี้คือกรรมการตัวจริง 9 คน


“โทรทัศน์สาธารณะในประเทศไทย เหมือนการเดินทางบนเส้นทางที่ยาวไกล เราควรจะมีตั้งแต่หลังพฤษภาทมิฬ 2535 แต่สุดท้ายไอทีวีถูกกลุ่มทุนยึดไป และไอทีวีก็ล่มสลายในที่สุด ดังนั้น ในเมื่อมีโอกาสทุกฝ่ายในสังคมก็ต้องช่วยกัน สร้างแนวทางที่ดี สร้างสื่อโทรทัศน์ที่เปิดพื้นที่ให้คนทุกๆ กลุ่มในสังคมมีโอกาสเท่าเทียมกันไม่ใช่เป็นสื่อของกลุ่มทุน หรือรัฐบาลเท่านั้น แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับทัศนคติของบอร์ดที่จะเข้ามาดูแลว่ามีทัศนคติของการปฏิรูปสื่ออย่างแท้จริงหรือไม่” น.ส.รสนา กล่าว.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-17 18:44:43

‘เลี๊ยบ’แย้มได้นายกฯสิ้นเดือนนี้

‘หมอเลี๊ยบ’เผยสิ้นเดือน ม.ค.นี้รู้แน่ใครเป็นนายกฯคนใหม่ ส่วนรมว.มหาดไทย-กลาโหมต้องเป็นคนมีความรู้เรื่องความมั่นคงมานั่ง เพื่อแก้ปัญหาไฟใต้ที่ยังลุกโชนอยู่

วันนี้(17 ม.ค.) นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน เปิดเผยความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลว่า หลังจากที่พรรคชาติไทย และพรรคเพื่อแผ่นดิน ประกาศร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ คืนนี้ (17 ม.ค.) พรรคพลังประชาชน ในฐานะแกนนำ จะเชิญหัวหน้าพรรคหรือผู้แทนมาแถลงร่วมกันอีกครั้ง ในบ่ายวันเสาร์ที่ 19 มกราคม แต่ยังไม่สามารถกำหนดเวลาและสถานที่ที่ชัดเจนได้ ต้องรอการประสานงานอีกครั้ง

ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ ก็จะรอให้เปิดสมัยประชุมรัฐสภา และเรียกประชุมสภาฯ เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร แล้วจึงเลือกนายกรัฐมนตรีต่อไป เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการต่าง ๆ จึงจะมีการวางแนวทางการทำงานร่วมกัน และคัดสรรบุคคลมาร่วมงาน ดังนั้น จึงขอปฏิเสธข่าวการแบ่งเก้าอี้ จัดสรรโควตาให้พรรคร่วมรัฐบาลตามที่เป็นข่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กระแสข่าว ส.ส.อีสาน พรรคพลังประชาชน รวมกลุ่มขอตำแหน่ง นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า ได้สอบถามประธานกรรมการประสานงานภาคอีสานแล้ว ยืนยันไม่มีใครมีความคิดแบบนี้

“ผมสังเกตว่า มีความพยายามปล่อยข่าวมากมาย และทุกครั้งที่จะมีการตั้งรัฐมนตรี และว่าการคัดสรรบุคคลมาดำรงตำแหน่ง จะเปิดโอกาสให้สมาชิก ส.ส.และแกนนำ เสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสม ก่อนกลั่นกรองร่วมกัน เพราะผู้ที่เข้ามาทำงานจะต้องแก้ไขปัญหาที่มีมากมายในขณะนี้ โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจที่ไม่ใช่เรื่องระดับชาติ แต่เป็นระดับโลกแล้ว”นพ.สุรพงษ์ กล่าว

นพ.สุรพงษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ก่อนการเลือกตั้งมีชื่อนายทนง พิทยะ ตนยอมรับว่า เคยมีการพูดถึง แต่ไม่ได้มีรายชื่อเดียว และยังหาข้อสรุปไม่ได้ ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย คุณสมบัติสำคัญคือ จะต้องมีความรู้ความสามารถด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะต้องเป็นคนที่ทหารยอมรับ

อย่างไรก็ตามคาดว่าจะได้ตัวนายกรัฐมนตรีภายในสิ้นเดือนมกราคมนี้ ส่วนคณะรัฐมนตรีทั้งคณะคงจะทราบได้ช่วงกลาง-ปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยขอยืนยันว่าไม่มีการต่อรองเรื่องการแต่งตั้งรัฐมนตรีจากผู้มีอำนาจในปัจจุบัน

และที่ผ่านมา ชื่นชมที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พูดชัดเจนว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ประกาศให้ทหารกลับกรม กอง ให้การเมืองแก้ปัญหากันเอง และเมื่อตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้นแล้ว คงได้มีการพูดคุยกับผู้บัญชาการทหารบกแน่นอน

ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เหมาะที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี นั้น ถือเป็นเอกสิทธิ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และขอขอบคุณอีกหลายคนที่ออกมาสนับสนุนนายสมัคร ขอยืนยันว่า พรรคพลังประชาชนยังยึดหลักการเดิม คือ เสนอชื่อหัวหน้าพรรคเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนตัวยอมรับว่ามีกระแสข่าวจะไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีในหลายกระทรวง แต่คงจะต้องพิจารณาตามความเหมาะสม สำหรับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร มีหลายรายชื่อที่พิจารณาอยู่ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

ส่วนที่ศาลฎีกาจะพิจารณาคดีเลือกตั้งหลายคดีวันพรุ่งนี้ จะมีผลต่อการตั้งรัฐบาลหรือไม่ นพ.สุรพงษ์ เชื่อว่าข้อมูลที่พรรคพลังประชาชนชี้แจงไปจะได้รับความเป็นธรรม และไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ มั่นใจว่าสิ่งที่ปฏิบัติไปได้ทำตามระเบียบและกฎหมาย


พีทีวี นิวส์
17 มกราคม 2551 เวลา 16:59 น.

นักรบไซเบอร์ (Cyber Warrior) อินเตอร์เน็ต รัฐประหาร และประเทศไทย

บทความโดย...ลูกชาวนาไทย

คงต้องยอมรับกันอย่างเต็มภาคภูมิว่า การต่อสู้กับเผด็จการ คมช. ในปี 2550 ที่ผ่านมานั้น นักรบไซเบอร์ และอินเตอร์เน็ต คือ ส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งในการเอาชนะเผด็จการทหารยุคศตวรรษที่ 21 นี้

หากไม่มีอินเตอร์เน็ต และเว็บบอร์ดต่าง ๆ เราคงพ่ายแพ้แก่เผด็จการ คมช. และบรรดาลูกๆ ของ "มารเฒ่าหัวขาว" ไปแล้ว

ผมยังจำได้เมื่อสักสองปีมาแล้ว ตอนนั้นผมยังอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ประเทศไทยยังไม่มีรัฐประหาร ประชาธิปไตยไทยกำลังไปได้สวย เพิ่งพ้นเลือกตั้งปี 2548 เพื่อนร่วมหอพักของผมคือ "นักศึกษาชาวอิหร่าน" ผมเคยคุยกับเขา โดยเปรยๆ ว่าอเมริกันคงไม่โจมตีอิหร่าน เพราะคนอิหร่านจะต่อสู้ คำตอบของนักศึกษาอิหร่านคือ "อยากให้อเมริกันบุกอิหร่าน เพื่อขับไล่รัฐบาลเผด็จการออกไป" เพราะคนอิหร่านไม่มีทางสู้กับเผด็จการเบ็ดเสร็จแบบนั้นได้ เขาบอกว่าคนอิหร่านกว่า 90% ไม่ชอบรัฐบาล แต่พวกเขาไม่มีเสรีภาพในการแสดงออก พวกเขาโดนกดขี่ เสรีภาพในการพูดคุยทางการเมืองก็ไม่มี เพราะการพูดต่อต้านรัฐบาล แม้กับเพื่อนฝูงก็เป็นอันตราย เพราะอาจมีสายลับของรัฐบาลรายงานให้หน่วยงานลับทราบ

ผลการพูดคุย ผมรู้สึกแปลกใจมาก เพราะมันตรงข้ามกับที่ผมรับรู้แทบทั้งหมด เขาสิ้นหวังจนอยากให้อเมริกาโจมตีประเทศตัวเอง เพื่อขับไล่รัฐบาลเผด็จการออกไป

ตอนนั้นผมเล่าให้เขาฟังถึง "เสรีภาพของคนไทยอย่างภาคภูมิใจ" เพราะเรามีรัฐบาลที่มาจากเลือกตั้งหลายสมัยแล้ว ประชาชนมีเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองอย่างเต็มที่ รัฐธรรมนูญปี 2540 ก็เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน

ผมยังเปิดเว็บ "ราชดำเนิน" ให้เขาดู ถึงเสรีภาพในการแสดงความเห็นของคนไทย ผ่านเว็บบอร์ดที่แม้แต่รัฐบาลก็ไม่สามารถควบคุมได้ ผมแปลความเห็นต่างๆ ให้เขาฟัง เขารู้สึกอิจฉาประเทศไทยมาก ที่มีเสรีภาพอย่างนั้น

ตอนนี้หากผมเจอเขา ผมคงต้องเอาหน้ามุดดินหนี อับอายขายหน้าจริงๆ

แต่อย่างไรก็ตาม คนไทยบางส่วนได้แสดง "ธาตุแท้ของนักสู้เพื่อเสรีภาพ นักสู้เพื่อประชาธิปไตย" ขึ้น โดยการต่อสู้ผ่านอินเตอร์เน็ต ผ่านเว็บบอร์ดต่างๆ ผ่านความเห็น บทความต่างๆ คลิปวิดิโอ สถานีวิทยุอินเตอร์เน็ต สถานีโทรทัศน์อินเตอร์เน็ต รวมทั้งเกิด "นักรบไซเบอร์ หรือ Cyber Warrior ขึ้นจำนวนมากที่เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย ผลิตซ้ำ ข่าวสารต่างๆ ต่อสู้กับสื่อหลักที่ไป สยบแทบเท้าของเผด็จการจนหมดสิ้น เหลือแต่โลกอินเตอร์เน็ตหรือโลกไซเบอร์เท่านั้น ที่พวกเผด็จการเอาชนะ และครอบงำไม่ได้


เรารอดจากเผด็จการจนถึงวันนี้ ด้วย "อินเตอร์เน็ต" อย่างแท้จริง หากไม่มีอินเตอร์เน็ต เราก็จะกลายเป็นรัฐเผด็จการแบบอิหร่าน หรือปากีสถาน ที่ประชาชนทุกคนต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของเผด็จการ จนสิ้นหวัง ถึงกับมีคนคิดภาวนาให้ "ต่างชาติเข้ามาช่วยขับไล่เผด็จการออกไปแบบนักศึกษาอิหร่านคนนั้น

น่าสารพวกเขายิ่งนัก

ผมว่า สิ่งที่พรรคพลังประชาชนจะต้องทำอย่างเร่งด่วนในการ วางมาตรการต่อต้านเผด็จการ และ การครอบงำของสื่อ คือ "การสร้างโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง" เข้าสู่ครัวเรือนอย่างรวดเร็ว

อาจต้องนำเอาเทคโนโลยี Broadband over power lines (BPL) ที่ใช้เครือข่ายของสายไฟฟ้าของ กฟผ. เข้ามาเสริมเครือข่ายเส้นใยนำแสง เพื่อให้การขยายเครือข่ายเป็นไปอย่างรวดเร็ว รวมทั้งจะต้องลดภาษีอุปกรณ์อินเตอร์เน็ต อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เพื่อให้มีราคาถูกลง จนประชาชนทุกชนชั้นสามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง (ตอนนี้ผมเห็นมีเครื่อง Laptop เล็กๆ ราคา 11,500 บาท ที่ดีกว่า Notebook เครื่องแรกของผม ออกวางตลาดแล้ว การทำให้คอมพิวเตอร์ราคาหมื่นเศษๆ หรือ ต่ำกว่าจึงเป็นเรื่องที่ทำได้อย่างแน่นอน)

พรรคพลังประชาชน และ ท่านนายฯทักษิณ รอดจากสงครามทางการเมืองครั้งนี้มาได้ โดยการเป็นหนี้บุญคุณของ "อินเตอร์เน็ต" อย่างใหญ่หลวง จนไม่อาจปฏิเสธได้ หากไม่มีอินเตอร์เน็ต พรรคพลังประชาชน จะไม่มีวันนี้อย่างแน่นอน เพราะจะถูกปิดกั้นการต่อสู้แทบทั้งหมด

ดังนั้นการขยายเครือข่ายอินเตอร์เน็ตถึงครัวเรือนทั่วประเทศจึงเป็น "ความจำเป็นอย่างเร่งด่วนของชาติ" แม้จะใช้งบประมาณเป็นแสนล้าน แบบเดียวกับการสร้างรถไฟฟ้าก็ต้องทำ และมีความจำเป็นเร่งด่วนกว่ารถไฟฟ้ามาก ยิ่งเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเข้าถึงทุกครัวเรือนเท่าไหร่ ภูมิคุ้มกันเผด็จการก็จะมีสูงขึ้นมากเท่านั้น

ผมไม่เป็นห่วงเรื่อง "เนื้อหา หรือ Content" ที่จะต่อสู้กับเผด็จการ เพราะ อุดมการณ์ประชาธิปไตย ย่อมได้เปรียบเผด็จการอยู่แล้ว ไม่ว่าโต้เถียงกันในเว็บบอร์ดใด ก็ชนะวันยังค่ำ จะเกิดนักรบไซเบอร์ ที่ต่อสู้กับเผด็จการอย่างมากมาย

และที่สำคัญอย่าลืม "เช็คบิลกับ ข้าราชการกระทรวงไอซีที" ที่ทำตัวเป็น "ผู้รับใช้เผด็จการ" ที่พยายามปิดเว็บไซต์ต่างๆ อย่างเว็บ Hi-Thaksin โดนรังแกจนต้องมีโปรแกรมทะลวงเว็บออกมาแจก ต้องเช็คบิลกับ คนไอซีทีที่เป็นทาสเผด็จการเหล่านี้ ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างอีกต่อไป

การปิดเว็บไซต์ คือ อาชญากรรมเช่นเดียวกับ "การปิดหนังสือพิมพ์" หรือโทรทัศน์ ผู้ปิดเว็บไซต์ คืออาญากรสงคราม เราจะต้องไม่ยอมให้ทำได้โดยง่าย ที่ผ่านมากระทรวงไอซีที ก็ไม่ได้มีอำนาจทางกฎหมายอะไรที่จะทำ แต่อาศัยจิตใจที่ฝักใฝ่เผด็จการ ก่ออาชญากรรมร้ายแรง โดยการปิดเว็บไซต์

กระทรวงไอซีที ควรเป็นกระทรวงที่ก้าวหน้า มีหน้าที่พัฒนาเทคโนโลยี ส่งเสริมอินเตอร์เน็ต ไม่ควรมีหน้าที่ ปิดเว็บไซต์

คุณหมอ สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน คงทราบและเข้าใจเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง จะต้องถือว่า "แผนงานสร้างเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเข้าสู่ครัวเรือน" คือแผนงานเร่งด่วน เป็นความเป็นความตายของ ระบอบประชาธิปไตยเลยทีเดียว

หากไม่มีอินเตอร์เน็ต วันนี้พวกเราคงไม่มีทางสู้กับมารเฒ่าหัวขาวและลูกๆ ได้อย่างแน่นอน
---------------------------

ปล. วันนี้ ผมได้อ่านและฟัง บทสัมภาษณ์ของคุณหมอสุรพงษ์ โดย Thaifreenews แล้ว นี่คืออานุภาพของอินเตอร์เน็ต ที่เป็นช่องทางสยบข่าวลือ และการเต้าข่าว ของพวกสื่อหลักได้

จาก กลุ่มสื่อประชาชน (www.thaifreenews.com)

เตรียมฟ้อง 'บุญรอด'

'บรรณวิทย์' แถลงเตรียมยื่นศาลยุติธรรม - ป.ป.ช. ฟ้อง 'บุญรอด' ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ 2 กระทง ซื้อรถหุ้มเกราะยูเครนผิดสเปก - แต่งตั้งโยกย้ายทหารเอื้อพวกพ้องไม่เป็นธรรม

พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงข่าวว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและส่งเสริมการสร้างคุณธรรมและจริยธรรมแก่นักการเมืองและข้าราชการ ประชาชน ที่มีน.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ สนช.เป็นประธาน

ได้ส่งรายงานผลการพิจารณากรณีการจัดซื้อยานเกราะล้อยางจากประเทศยูเครนและการแต่งตั้งโยกย้าย นายทหาร ในกระทรวงกลาโหม ประจำปี 2550 ซึ่งสรุปว่า การการซื้อรถยานเกราะจากยูเครนไม่ถูกต้องตามสเปก และไม่ปฏิบัติตาม ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ เนื่องจากผู้ที่มายื่นประมูลไม่มายื่นตรงตามเวลาที่กำหนด ซึ่งตนจะดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลยุติธรรมต่อไป

พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวว่า ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารในกระทรวงกลาโหมประจำปี 2550 ไม่มีความเป็นธรรม ไม่ถูกต้อง มีการเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องวงศาคณาญาติหลายตำแหน่ง มีการย้ายนอกฤดูกาล และย้ายโดยไม่มีตำแหน่งรองรับ เช่น ตำแหน่งประธานคณะที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม ซึ่งได้ย้ายตนไปดำรง ตำแหน่ง ดังกล่าวโดยอ้างเหตุอื่นๆ ทั้งๆที่ผลการสอบสวน ของคณะกรรมาธิการศึกษาและส่งเสริมฯได้สรุปว่าการ โยกย้ายของตน มาจากสาเหตุเรื่องการสอบสวนการจัดซื้อรถยูเครน

นอกจากนี้ที่ผ่านมาตนได้ตั้งกระทู้ถามเรื่องดังกล่าวแต่รมว.กลาโหมก็อ้างติดภารกิจไม่มาชี้แจง ดังนั้นทั้ง 2 เรื่องนี้ตนจะยื่นฟ้องพล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม ต่อศาลและคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ (ป.ป.ช.) ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ปชป.ไม่ขัดข้องเป็นฝ่ายค้านพรรคเดียว

โฆษกศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ขัดข้องหากต้องเป็นฝ่ายค้านพรรคเดียว พร้อมหนุน สมัคร สุนทรเวช นั่งนายก

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกศูนย์อำนวยการเลือตั้งพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวว่าวันนี้มีความชัดเจน ในระดับหนึ่งในเรื่องของการจัดตั้งรัฐบาล เพราะพรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดินจะแถลงร่วมจัดตั้งรัฐบาล กับพรรคพลังประชาชน ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์ขอย้ำจุดยืนว่าหากได้ฝ่ายค้าน ก็ไม่มีปัญหาอะไร และอยากให้ พรรคพลังประชาชนสนับสนุน นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค เป็นนายกรัฐมนตรีเพราะที่ผ่านมา พรรคพลังประชาชนได้ชู นายสมัคร เป็นนายกมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม นายเทพไท ยังกล่าวอีกว่าหาก นายสมัคร ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีและกลุ่มแนวร่วม ประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ หรือ นปก.จะออกมาเคลื่อนไหวนั้นเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง