WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, January 18, 2008

‘พปช.'เลื่อนแถลงจัดตั้งรัฐบาลเป็น 19 ม.ค.

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน เปิดเผยความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล ว่า หลังจากที่พรรคชาติไทย และพรรคเพื่อแผ่นดิน ประกาศร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ คืนนี้ (17 ม.ค.) พรรคพลังประชาชน ในฐานะแกนนำ จะเชิญหัวหน้าพรรคหรือผู้แทนมาแถลงร่วมกันอีกครั้ง ในบ่ายวันเสาร์ที่ 19 มกราคม ซึ่งเลื่อนจากกำหนดเดิมคือวันพรุ่งนี้ แต่ยังไม่สามารถกำหนดเวลาและสถานที่ที่ชัดเจนได้ ต้องรอการประสานงานอีกครั้ง ทั้งนี้ เพราะแกนนำติดภารกิจรณรงค์เลือกตั้งใหม่ ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ จะรอให้เปิดสมัยประชุมรัฐสภา และเรียกประชุมสภาฯ เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร แล้วจึงเลือกนายกรัฐมนตรีต่อไป เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการต่างๆ จึงจะมีการวางแนวทางการทำงานร่วมกัน และคัดสรรบุคคลมาร่วมงาน ดังนั้น จึงขอปฏิเสธข่าวการแบ่งเก้าอี้ จัดสรรโควตาให้พรรคร่วมรัฐบาลที่มีออกมาในช่วงนี้

ส่วนที่มีกระแสข่าว ส.ส.อีสาน พรรคพลังประชาชน รวมกลุ่มขอตำแหน่งนั้น นายแพทย์สุรพงษ์ กล่าวว่า ได้สอบถามประธานกรรมการประสานงานภาคอีสานแล้ว ยืนยันไม่มีใครมีแนวทางเช่นนี้ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า มีความพยายามปล่อยข่าวมากมายทุกครั้งที่จะมีการตั้งรัฐมนตรี และว่า การคัดสรรบุคคลมาดำรงตำแหน่ง จะเปิดโอกาสให้สมาชิก ส.ส.และแกนนำ เสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสม ก่อนกลั่นกรองร่วมกัน เพราะผู้ที่เข้ามาทำงานจะต้องแก้ไขปัญหาหนักหน่วง โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจที่ไม่ใช่แค่เรื่องระดับชาติ แต่เป็นระดับโลกแล้ว

สำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ก่อนการเลือกตั้งมีชื่อนายทนง พิทยะ นั้น นายแพทย์สุรพงษ์ ยอมรับว่า เคยมีการพูดถึง แต่ไม่ได้มีรายชื่อเดียว และยังหาข้อสรุปไม่ได้ ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย คุณสมบัติสำคัญคือ จะต้องมีความรู้ความสามารถด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะต้องเป็นคนที่ทหารยอมรับ

นอกจากนี้ คาดว่าจะได้ตัวนายกรัฐมนตรีภายในสิ้นเดือนมกราคมนี้ ส่วนคณะรัฐมนตรีทั้งคณะคงจะทราบได้ช่วงกลาง-ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ขอยืนยันว่า ไม่มีการต่อรองเรื่องการแต่งตั้งรัฐมนตรีจากผู้มีอำนาจในปัจจุบัน ไม่มีการเกี้ยเซียะใดๆ และที่ผ่านมา ชื่นชมที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พูดชัดเจนว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ประกาศให้ทหารกลับกรม กอง ให้การเมืองแก้ปัญหากันเอง และเมื่อตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้นแล้ว คงจะได้มีการพูดคุยกันกับผู้บัญชาการทหารบก--จบ--


จาก hi-thaksin

Thursday, January 17, 2008

ตัวจริง ชัดแจ๋ว

Silence of the Lamp: ปัญหาและความย้อนแย้งกรณีทีพีบีเอส ทีวี ‘เพื่อสาธารณะ’

บทสัมภาษณ์ 'ต้องห้าม' ทักษิณ ชินวัตร-จอม เพ็ชรประดับ รายการ'ตัวจริง ชัดเจน'

ภาพหลักฐานแฉ คตส.ทำงานด้วยความอคติ ตั้งชื่ออาหารด้วยความเกลียดชัง

“กองทุนพัฒนาและส่งเสริมสื่ออินเตอร์เน็ต” และการแบ่งเค้กจาก ทีวีสาธารณะ TPBS

ยินดีกับนายกรัฐมนตรีคนใหม่

อภิสิทธิ์ เย้ย พปช.มีเสียงมากแต่ตั้งรัฐบาลยืดเยื้อ

ปราจีนบุรี 17 ม.ค.-หน.ปชป. ระบุขณะนี้ประชาชนเบื่อการเมืองที่ยังมีเรื่องชวนทะเลาะ เสียดายเวลาที่ผ่านมาพอสมควรแล้ว แต่พลังประชาชนยังตั้งรัฐบาลไม่ได้ เย้ยถ้า ปชป.ได้เสียงมากพอจะแสดงวิธีการตั้งรัฐบาลให้ดู พร้อมยันไม่ว่าจะเล่นบทใดพร้อมทำงานเพื่อประชาชนต่อไป

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยช่วยผู้สมัคร ส.ส.หาเสียงที่ตลาดใน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โดยระบุว่า ขณะนี้ประชาชนเบื่อการเมืองที่มีแต่เรื่องการทุจริตและคนที่จัดตั้งรัฐบาลยังตั้งเงื่อนไขเรื่องชวนทะเลาะ บางครั้งอดไม่ได้พยายามที่จะลากพวกตนไปเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง ซึ่งการทะเลาะกันประชาชนยิ่งลำบาก และขณะนี้ทราบว่าพรรคพลังประชาชนเลื่อนแถลงการจัดตั้งรัฐบาลออกไป ทำให้รู้สึกเสียดายว่าผ่านการเลือกตั้งมาพอสมควรแล้วแต่ยังตั้งรัฐบาลไม่ได้ และเสียดายที่ ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์น้อยกว่าพรรคพลังประชาชน ไม่เช่นนั้นจะแสดงให้เห็นว่าวิธีการตั้งรัฐบาลทำกันอย่างไร

“ผมจะไม่ใช้เวลายืดเยื้ออย่างนี้ แต่จะประกาศตั้งแต่วันแรกว่าจะตั้งรัฐบาลให้ไปทำอะไร ตามวาระประชาชนที่เราบอกกับประชาชนไว้ และเชิญชวนพรรคการเมืองต่าง ๆ ว่าอยากทำสิ่งเหล่านี้หรือไม่ ให้มาทำด้วยกัน แต่ถ้าพรรคการเมืองบอกว่าไม่อยากทำ เสียงไม่พอตั้งรัฐบาล ผมก็จะบอกว่าไม่เป็นรัฐบาล เพราะถ้าเป็นแล้วต้องแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ และผมจะไม่ให้มีข่าวว่าที่ยังตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะยังมีการต่อรองกันไม่จบ” หัวหน้าพรรคประช่าธิปัตย์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจที่พรรคการเมืองที่ได้ ส.ส.จำนวนมากอยู่แล้ว แต่เมื่อมีการพิจารณาให้ใบเหลือง ใบแดง กลับมีม็อบมากดดัน อีกทั้งหัวหน้าพรรคพลังประชาชนยังทำหนังสือถึงกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ย้ายทั้งเจ้าหน้าที่และตำรวจ ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าคนที่มาทำหน้าที่ผู้นำรัฐบาลทำเช่นนี้ แล้วจะนำพาบ้านเมืองไปสู่ความสงบเรียบร้อยได้อย่างไร ถ้าพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคการเมืองอื่นทำบ้าง จะไม่ยิ่งวุ่นวายไปมากกว่านี้หรือ ดังนั้น ต้องรู้ว่าแต่ละคนมีหน้าที่ และให้แต่ละฝ่ายทำหน้าที่ของตนเอง จึงถึงเวลาแล้วที่ต้องเริ่มต้นการเมืองใหม่ ทุกคะแนนมีความหมายสำหรับพรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ ก็ยืนยันว่าจะมุ่งมั่นทำงานให้ประชาชนต่อไป.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-17 19:41:11

ในสนามบิดเบือนข่าว เราคือตัวจริง


นักข่าวเอพี ไร้วัฒนธรรม แสดงความกักขระขณะสัมภาษณ์

80 ข้อ ที่ผมไม่เคยรู้เกี่ยวกับในหลวง

80 เรื่องของในหลวงที่เรา(อาจ)ไม่เคยรู้
ได้จากฟอร์เวิร์ดเมล์ค่ะ
เอามาแบ่งให้อ่านกัน

--------------------------------------------------

80 เรื่องของในหลวงที่เรา(อาจ)ไม่เคยรู้

เมื่อทรงพระเยาว์
1. ทรงพระราชสมภพเวลา 08.45 น.
2. นายแพทย์ผู้ทำคลอดชื่อ ดับบลิว สจ๊วต วิตมอร์ มีน้ำหนักแรกประสูติ 6 ปอนด์
3. พระนาม "ภูมิพล" ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7
4. พระยศเมื่อแรกประสูติ คือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า ภูมิพลอดุลยเดช
5. ทรงมีชื่อเล่นว่า เล็ก หรือ พระองค์เล็ก
6. ทรงเคยเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนมาแตร์เดอี เพราะช่วงพระชนมายุ 5 พรรษา ทรงเคยเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ 1 ปี มีพระนามในใบลงทะเบียนว่า " H.H. Bhummibol Mahidol" หมายเลขประจำตัว 449
7. ทรงเรียกสมเด็จพระราชชนนีหรือสมเด็จย่า อย่างธรรมดาว่า "แม่"
8. สมัยทรงพระเยาว์ ทรงได้ค่าขนมอาทิตย์ละครั้ง
9. แม้จะได้เงินค่าขนมทุกอาทิตย์ แต่ยังทรงรับจ้างเก็บผักผลไม้ไปขาย เมื่อได้เงินมาก็ทรงนำไปซื้อเมล็ดผักมาปลูกเพิ่ม
10. สมัยพระเยาว์ทรงเลี้ยงสัตว์หลายชนิดทั้งสุนัข กระต่าย ไก่ นกขุนทอง ลิง แม้แต่งูก็เคยเลี้ยง ครั้งหนึ่งงูตายไปก็มีพิธีฝังศพอย่างใหญ่โต
11. สุนัขตัวแรกที่ทรงเลี้ยงสมัยพระเยาว์เป็นสุนัขไทย ทรงตั้งชื่อให้ว่า "บ๊อบบี้"
12. ทรงฉลองพระเนตร (แว่นสายตา) ตั้งแต่พระชันษายังไม่เต็ม 10 ขวบ เพราะครูประจำชั้นสังเกตเห็นว่าเวลาจะทรงจดอะไรจากกระดานดำจะต้องลุกขึ้นบ่อยๆ
13. สมัยพระเยาว์ทรงซนบ้าง หากสมเด็จย่าจะลงโทษจะเจรจากันก่อนว่า โทษนี้ควรตีกี่ที ในหลวงจะทรงต่อรอง 3 ที มากเกินไป 2 ทีพอแล้ว
14. ระหว่างประทับอยู่สวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างพี่น้องจะทรงใช้ภาษาฝรั่งเศส แต่จะใช้ภาษาไทยกับสมเด็จย่าเสมอ
15. ทรงได้รับการอบรมให้รู้จัก "การให้" โดยสมเด็จย่าจะทรงตั้งกระป๋องออมสินเรียกว่า "กระป๋องคนจน" หากทรงนำเงินไปทำกิจกรรมแล้วมีกำไรจะต้องถูก "เก็บภาษี" หยอดใส่กระปุกนี้ 10% ทุกสิ้นเดือนสมเด็จย่าจะเรียกประชุมเพื่อถามว่าจะเอาเงินในกระป๋องนี้ไปทำอะไร เช่น มอบให้โรงเรียนตาบอด มอบให้เด็กกำพร้า หรือทำกิจกรรมเพื่อคนยากจน
16. ครั้งหนึ่ง ในหลวงกราบทูลสมเด็จย่าว่าทรงอยากได้รถจักรยาน เพราะเพื่อนคนอื่นๆ เขามีจักรยานกัน สมเด็จย่าก็ตอบว่า "ลูกอยากได้จักรยาน ลูกก็ต้องเก็บค่าขนมไว้สิ หยอดกระป๋องวันละเหรียญ ได้มากค่อยเอาไปซื้อจักรยาน"
17. กล้องถ่ายรูปกล้องแรกของในหลวง คือ Coconet Midget ทรงซื้อด้วยเงินสะสมส่วนพระองค์ เมื่อพระชนมายุเพียง 8 พรรษา
18. ช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทรงปั่นจักรยานไปโรงเรียนแทนรถพระที่นั่ง

พระอัจฉริยภาพ
19. พระอัจฉริยภาพของในหลวง มีพื้นฐานมาจาก "การเล่น" สมัยทรงพระเยาว์ เพราะหากทรงอยากได้ของเล่นอะไร ต้องทรงเก็บสตางค์ซื้อเอง หรือประดิษฐ์เอง ทรงเคยหุ้นค่าขนมกับพระเชษฐา ซื้อชิ้นส่วนวิทยุทีละชิ้นๆ เอามาประกอบเองเป็นวิทยุ แล้วแบ่งกันฟัง
20. สมเด็จย่าทรงสอนให้ในหลวงรู้จักการใช้แผนที่และภูมิประเทศของไทย โดยโปรดเกล้าฯให้โรงเรียนเพาะช่างทำแผนที่ประเทศไทยเป็นรูปตัวต่อ เลื่อยเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆเพื่อให้ทรงเล่นเป็นจิ๊กซอว์
21. ทรงเครื่องดนตรีได้หลายชนิด เช่น เปียโน กีตาร์ แซกโซโฟน แต่รู้หรือไม่ เครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ทรงหัดเล่นคือ หีบเพลง (แอกคอร์เดียน)
22. ทรงสนพระทัยดนตรีอย่างจริงจังราวพระชนม์ 14-15 พรรษา ทรงซื้อแซกโซโฟนมือสองราคา 300 ฟรังก์มาหัดเล่น โดยใช้เงินสะสมส่วนพระองค์ครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งสมเด็จย่าออกให้
23. ครูสอนดนตรีให้ในหลวงชื่อ เวย์เบรชท์ เป็นชาว อัลซาส
24. ทรงพระราชนิพนธ์เพลงครั้งแรก เมื่อพระชนมายุ 18 พรรษา เพลงพระราชนิพนธ์แรกคือ "แสงเทียน" จนถึงปัจจุบันทรงพระราชนิพนธ์เพลงไว้ทั้งหมด 48 เพลง
25. ทรงพระราชนิพนธ์เพลงได้ทุกแห่ง บางครั้งไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องดนตรีช่วย อย่างครั้งหนึ่งทรงเกิดแรงบันดาลพระทัย ทรงฉวยซองจดหมายตีเส้น 5 เส้นแล้วเขียนโน้ตทำนองเพลงขึ้นเดี๋ยวนั้น กลายเป็นเพลง "เราสู้"
26. รู้ไหม... ? ทรงมีพระอุปนิสัยสนใจการถ่ายภาพเหมือนใคร : เหมือนสมเด็จย่า และ รัชกาลที่ 5
27. - - - -
28. นอกจากทรงโปรดการถ่ายภาพแล้ว ยังทรงสนพระทัยการถ่ายภาพยนตร์ด้วย ทรงเคยนำภาพยนตร์ส่วนพระองค์ออกฉายแล้วนำเงินรายได้มาสร้างอาคารสภากาชาดไทย ที่ รพ.จุฬาฯ โรงพยาบาลภูมิพล รวมทั้งใช้ในโครงการโรคโปลิโอและโรคเรื้อนด้วย
29. ทรงพระราชนิพนธ์เรื่อง "นายอินทร์" และ "ติโต" ทรงเขียนด้วยพระหัตถ์ แล้วให้เสมียนพิมพ์แต่พระมหาชนก ทรงพิมพ์ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์
30. ทรงเล่นกีฬาได้หลายชนิด แต่กีฬาที่ทรงโปรดเป็นพิเศษได้แก่ แบดมินตัน สกี และเรือใบ ทรงเคยได้เหรียญทองจากการแข่งขันเรือใบประเภทโอเค ในกีฬาแหลมทอง (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น "กีฬาซีเกมส์") ครั้งที่ 4 ปี พ.ศ. 2510
31. ครั้งหนึ่ง ทรงเรือใบออกจากฝั่งไปได้ไม่นานก็ทรงแล่นกลับฝั่ง ตรัสกับผู้ที่คอยมาเฝ้าฯว่า เสด็จฯกลับเข้าฝั่งเพราะเรือแล่นไปโดนทุ่นเข้า ซึ่งในกติกาการแข่งเรือใบถือว่าฟาวล์ ทั้งๆ ที่ไม่มีใครเห็น แสดงให้เห็นว่าทรงยึดกติกามากแค่ไหน
32. ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกที่ได้รับสิทธิบัตรผลงานประดิษฐ์คิดค้นเครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย หรือ "กังหันชัยพัฒนา" เมื่อปี 2536
33. ทรงเป็นผู้ริเริ่มการพัฒนาเชื้อเพลิงน้ำมันจากวัสดุการเกษตรเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน เช่น แก๊สโซฮอล์, ดีโซฮอลล์ และ น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ ต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว
34. องค์การสหประชาชาติ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ แด่ในหลวงเมื่อ วันที่ 26 พฤษภาคม 2549 เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทย โดยมี นายโคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ เดินทางมาถวายรางวัลด้วยตนเอง

เรื่องส่วนพระองค์
35. พระนามเต็มของในหลวง : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรามหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
36. รักแรกพบ ของในหลวงและ ม.ร.ว.สิริกิติ์เกิดขึ้นที่สวิสเซอร์แลนด์ แต่เหตุการณ์ครั้งนั้น สมเด็จพระบรมราชินีนาถฯ ทรงให้สัมภาษณ์ว่า "น่าจะเป็น เกลียดแรกพบ มากกว่า รักแรกพบ เนื่องเพราะรับสั่งว่าจะเสด็จถึงเวลาบ่าย 4 โมง แต่จริงๆ แล้วเสด็จมาถึงหนึ่งทุ่ม ช้ากว่าเวลานัดหมายตั้งสามชั่วโมง"
37. ทรงหมั้นกับ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2492 และจัดพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ที่วังสระปทุม เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2493 โดยทรงจดทะเบียนสมรสเหมือนคนทั่วไป ข้อความในสมุดทะเบียนก็เหมือนคนทั่วไปทุกอย่าง ปิดอากรแสตมป์ 10 สตางค์ เสียค่าธรรมเนียม 10 บาท
38. หลังอภิเษกสมรส ทรง "ฮันนีมูน" ที่หัวหิน
39. ทรงผนวช ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2499 และประทับจำพรรษา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นเวลา 15 วัน
40. ระหว่างทรงผนวช พระอุปัชฌาย์และพระพี่เลี้ยง คือ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
41. ของใช้ส่วนพระองค์นั้นไม่จำเป็นต้องแพง ต้องแบรนด์เนม ดังนั้นการถวายของให้ในหลวงจึงไม่จำเป็นจะต้องเป็นของแพง อะไรที่มาจากน้ำใจจะทรงใช้ทั้งนั้น
42. เครื่องประดับ : ในหลวงไม่ทรงโปรดสวมเครื่องประดับ เช่น แหวน สร้อยคอ ของมีค่าต่างๆ ยกเว้น นาฬิกา
43. พระเกศาที่ทรงตัดแล้ว : ส่วนหนึ่งเก็บไว้ที่ธงชัยเฉลิมพลเพื่อมอบแก่ทหาร อีกส่วนหนึ่งเก็บไว้สร้างวัตถุมงคล เพื่อมอบแก่ราษฎรที่ทำคุณงามความดีแก่ประเทศชาติ
44. หลอดยาสีพระทนต์ ทรงใช้จนแบนราบเรียบคล้ายแผ่นกระดาษ โดยเฉพาะบริเวณคอหลอด ยังปรากฏรอยบุ๋มลึกลงไปจนถึงเกลียวคอหลอด ซึ่งเป็นผลจากการใช้ด้ามแปรงสีพระทนต์ช่วยรีด และกดเป็นรอยบุ๋ม
45. วันที่ในหลวงทรงเสียพระทัยที่สุด คือวันที่สมเด็จย่าเสด็จสวรรคต มีหนังสือเล่าไว้ว่า วันนั้นในหลวงไปเฝ้าแม่ถึงตีสี่ตีห้า พอแม่หลับจึงเสด็จฯกลับ ถึงวัง ทางโรงพยาบาลก็โทรศัพท์มาแจ้งว่า สมเด็จย่าสิ้นพระชนม์แล้ว ในหลวงทรงรีบกลับไปที่โรงพยาบาล ทอดพระเนตรเห็นแม่นอนหลับตาอยุ่บนเตียง ในหลวงทรงคุกเข่าเข้าไปกราบที่อกแม่ ทรงซบหน้านิ่งอยู่นาน ค่อยๆ เงยพระพักตร์ขึ้นมาน้ำพระเนตรไหลนอง

จากคุณ : หมาน้อยน่ารัก

อ่านรายละเอียด พันธ์ทิปราชดำเนิน

ศาลปค.ไม่คุ้มครองTITVแต่รับคำฟ้องไว้พิจารณา

ศาลปกครองมีคำสั่งไม่คุ้มครองชั่วคราวTITVที่พนักงานขอให้แพร่ภาพต่อ แต่รับคำฟ้องที่พนักงานTITV ขอให้เพิกถอนคำสั่งหยุดแพร่ภาพไว้พิจารณา

มีรายงานว่า ศาลปกครอง ได้แจ้งคำสั่งผ่านทางโทรสารไปยังคู่ความ2 ฝ่าย กรณีอดีตพนักงานทีไอทีวี ยื่นคำร้องขอให้มีการคุ้มครองชั่วคราว และเพิกถอนคำสั่งที่ให้สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี ยุติการแพร่ภาพตั้งแต่เวลา 24.00 น. วันที่ 14 ม.ค. แล้ว โดยมีคำสั่งไม่คุ้มครองชั่วคราวตามคำร้องของอดีตพนักงาน ทีไอทีวี แต่ให้รับคำฟ้องไว้พิจารณา

พปช.เลื่อนแถลงจัดตั้งรัฐบาล 6 พรรค ไปเป็นวันที่ 19 ม.ค.

กทม. 17 ม.ค. - เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ประกาศเลื่อนแถลงจัดตั้งรัฐบาล 6 พรรคการเมือง เป็นวันที่ 19 มกราคม ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงพรรคชาติไทย ที่จะประกาศร่วมจัดตั้งรัฐบาล ในค่ำวันนี้

นพ.สุรพงษ์ กล่าวด้วยว่า พรรคจะเสนอชื่อ นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีต่าง ๆ จะทราบในช่วงกลางถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ยืนยันว่าไม่มีการต่อรองจากผู้มีอำนาจในปัจจุบัน แต่ตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมจะต้องเป็นคนที่ทหารยอมรับ นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าพรรคพลังประชาชนจะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากการตัดสินของศาลฎีกา ในคดีล้มเลือกตั้ง วันพรุ่งนี้

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทย ที่เดินทางไปทำข่าวนักฟุตบอลไทยฝึกซ้อมที่สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยืนยันว่า คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ไม่ได้กลับเมืองไทยเพื่อมาเจรจาจัดตั้งรัฐบาล นอกจากนี้ยังเห็นว่า นายสมัคร สุนทรเวช มีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี

พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ขอให้รัฐบาลชุดต่อไปให้ความสำคัญกับเรื่องความมั่นคงทุกด้าน ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และการทหาร ยึดถือประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง ลดผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-17 19:20:29

ยกมิ่งขวัญเทียบชั้นสมคิด ภาพชัดนั่งรองนายกฯ [17 ม.ค. 51 - 17:46]

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าววันนี้ (17 ม.ค.) ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลว่า การแถลงข่าวร่วมกันกับ 6 พรรคการเมือง เพื่อร่วมรัฐบาล จะมีขึ้นวันเสาร์ที่ 19 มกราคมนี้ ช่วงบ่าย และยังไม่สามารถกำหนดสถานที่ชัดเจนได้ หลังจากนั้นจะมีการจัดสรรคนมาดำรงตำแหน่ง พร้อมปฏิเสธการต่อรองตำแหน่งของส.ส.ภาคอีสาน

ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนที่จะสรุปตัวบุคคล เพราะอยู่ระหว่างรวบรวมพรรคร่วมรัฐบาล โดยจะมีการพูดคุยกันหลังเปิดสภาผู้แทนราษฎร ในส่วนกระทรวงเศรษฐกิจจะขอดูกระทรวงหลักๆ ในขณะตัวบุคคลที่ออกมาล้วนเป็นการคาดการณ์ ยังไม่มีการสรุปใดๆ ทั้งสิ้นเลขาธิการพรรค พปช.กล่าว และว่า การแต่งตั้งรัฐมนตรีไม่มีใบสั่ง เกี้ยเซี้ย หรือการต่อรองกับผู้มีอำนาจในปัจจุบัน พรรคพลังประชาชนจะหาบุคคลมาดำรงตำแหน่งที่เหมาะสม ประชาชนยอมรับได้ คาดว่าจะได้ตัวนายกรัฐมนตรี ภายในสิ้นเดือนมกราคม มีรัฐบาลใหม่ราวกลางเดือน หรือปลายเดือนกุมภาพันธ์


ด้านนายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงการวางตัวบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า ยังไม่นิ่ง ยังไม่ได้สรุป ตอนนี้หลายท่านยังไม่ได้ตัดสินใจ ขอรอดูตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก่อน


"นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ อย่างน้อยก็ต้องเป็นรองนายกรัฐมนตรีแน่ๆ อีกตำแหน่งหนึ่ง ดูด้านเศรษฐกิจภาพรวม เราเตรียมทั้งออกซิเจน และเลือด นายนพดล กล่าว และว่า ยังไม่เป็นมติพรรค แต่เห็นภาพ นายมิ่งขวัญอาจจะชัดเจน เพราะเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ คล้ายดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นไปได้อาจควบอีกกระทรวงหนึ่ง


ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน พร้อมด้วย นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย เตรียมหารือกันในเย็นวันนี้เพื่อหารือให้ได้ข้อสรุปร่วมกันกรณีจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลก่อนการแถลงข่าวร่วมกันในเวลาประมาณ 20.00 น.


รสนา ปลุกสังคมปกป้องทีวีสาธารณะปลดล็อกกลุ่มทุน-รัฐ

กรุงเทพฯ 17 ม.ค.- น.ส.รสนา โตสิตระกูล กรรมการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวถึงทิศทางของโทรทัศน์สาธารณะว่า เท่าที่ดูหลักการพื้นฐานของโทรทัศน์สาธารณะเชื่อว่า จะทำให้ประชาชนได้ประโยชน์มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อได้ฟังนายเทพชัย หย่อง รักษาการผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ที่ยืนยันว่าโทรทัศน์ช่องนี้จะเปิดพื้นที่ให้คนหลากหลายกลุ่ม โดยไม่คำนึงถึงรายได้โฆษณา ถ้าทำได้จริงเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะสังคมจะได้รับรู้ข้อมูล ข้อเท็จจริง ไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลของรัฐและกลุ่มทุน เพราะที่ผ่านมาการนำเสนอของโทรทัศน์ตกอยู่ภายใต้การกำหนดของโฆษณาและภาครัฐมากเกินไปจนทำให้ประชาชนไม่ได้รับรู้ข้อมูลจริงๆ ทั้งนี้ การกำหนดให้คณะกรรมการชั่วคราวที่จะเข้ามาทำหน้าที่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเพียง 6 เดือนต้องลาออกจากทุกตำแหน่ง ถือว่าเป็นการกำหนดมากเกินไป ในที่สุดจะหาคนมาทำงานไม่ได้ เพราะมันต้องลงทุนสูงมาก และบทบาทหน้าที่จริงๆ ในการกำหนดสถานีโทรทัศน์แห่งนี้คือกรรมการตัวจริง 9 คน


“โทรทัศน์สาธารณะในประเทศไทย เหมือนการเดินทางบนเส้นทางที่ยาวไกล เราควรจะมีตั้งแต่หลังพฤษภาทมิฬ 2535 แต่สุดท้ายไอทีวีถูกกลุ่มทุนยึดไป และไอทีวีก็ล่มสลายในที่สุด ดังนั้น ในเมื่อมีโอกาสทุกฝ่ายในสังคมก็ต้องช่วยกัน สร้างแนวทางที่ดี สร้างสื่อโทรทัศน์ที่เปิดพื้นที่ให้คนทุกๆ กลุ่มในสังคมมีโอกาสเท่าเทียมกันไม่ใช่เป็นสื่อของกลุ่มทุน หรือรัฐบาลเท่านั้น แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับทัศนคติของบอร์ดที่จะเข้ามาดูแลว่ามีทัศนคติของการปฏิรูปสื่ออย่างแท้จริงหรือไม่” น.ส.รสนา กล่าว.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-17 18:44:43

‘เลี๊ยบ’แย้มได้นายกฯสิ้นเดือนนี้

‘หมอเลี๊ยบ’เผยสิ้นเดือน ม.ค.นี้รู้แน่ใครเป็นนายกฯคนใหม่ ส่วนรมว.มหาดไทย-กลาโหมต้องเป็นคนมีความรู้เรื่องความมั่นคงมานั่ง เพื่อแก้ปัญหาไฟใต้ที่ยังลุกโชนอยู่

วันนี้(17 ม.ค.) นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน เปิดเผยความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลว่า หลังจากที่พรรคชาติไทย และพรรคเพื่อแผ่นดิน ประกาศร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ คืนนี้ (17 ม.ค.) พรรคพลังประชาชน ในฐานะแกนนำ จะเชิญหัวหน้าพรรคหรือผู้แทนมาแถลงร่วมกันอีกครั้ง ในบ่ายวันเสาร์ที่ 19 มกราคม แต่ยังไม่สามารถกำหนดเวลาและสถานที่ที่ชัดเจนได้ ต้องรอการประสานงานอีกครั้ง

ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ ก็จะรอให้เปิดสมัยประชุมรัฐสภา และเรียกประชุมสภาฯ เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร แล้วจึงเลือกนายกรัฐมนตรีต่อไป เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการต่าง ๆ จึงจะมีการวางแนวทางการทำงานร่วมกัน และคัดสรรบุคคลมาร่วมงาน ดังนั้น จึงขอปฏิเสธข่าวการแบ่งเก้าอี้ จัดสรรโควตาให้พรรคร่วมรัฐบาลตามที่เป็นข่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กระแสข่าว ส.ส.อีสาน พรรคพลังประชาชน รวมกลุ่มขอตำแหน่ง นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า ได้สอบถามประธานกรรมการประสานงานภาคอีสานแล้ว ยืนยันไม่มีใครมีความคิดแบบนี้

“ผมสังเกตว่า มีความพยายามปล่อยข่าวมากมาย และทุกครั้งที่จะมีการตั้งรัฐมนตรี และว่าการคัดสรรบุคคลมาดำรงตำแหน่ง จะเปิดโอกาสให้สมาชิก ส.ส.และแกนนำ เสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสม ก่อนกลั่นกรองร่วมกัน เพราะผู้ที่เข้ามาทำงานจะต้องแก้ไขปัญหาที่มีมากมายในขณะนี้ โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจที่ไม่ใช่เรื่องระดับชาติ แต่เป็นระดับโลกแล้ว”นพ.สุรพงษ์ กล่าว

นพ.สุรพงษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ก่อนการเลือกตั้งมีชื่อนายทนง พิทยะ ตนยอมรับว่า เคยมีการพูดถึง แต่ไม่ได้มีรายชื่อเดียว และยังหาข้อสรุปไม่ได้ ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย คุณสมบัติสำคัญคือ จะต้องมีความรู้ความสามารถด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะต้องเป็นคนที่ทหารยอมรับ

อย่างไรก็ตามคาดว่าจะได้ตัวนายกรัฐมนตรีภายในสิ้นเดือนมกราคมนี้ ส่วนคณะรัฐมนตรีทั้งคณะคงจะทราบได้ช่วงกลาง-ปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยขอยืนยันว่าไม่มีการต่อรองเรื่องการแต่งตั้งรัฐมนตรีจากผู้มีอำนาจในปัจจุบัน

และที่ผ่านมา ชื่นชมที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พูดชัดเจนว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ประกาศให้ทหารกลับกรม กอง ให้การเมืองแก้ปัญหากันเอง และเมื่อตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้นแล้ว คงได้มีการพูดคุยกับผู้บัญชาการทหารบกแน่นอน

ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เหมาะที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี นั้น ถือเป็นเอกสิทธิ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และขอขอบคุณอีกหลายคนที่ออกมาสนับสนุนนายสมัคร ขอยืนยันว่า พรรคพลังประชาชนยังยึดหลักการเดิม คือ เสนอชื่อหัวหน้าพรรคเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนตัวยอมรับว่ามีกระแสข่าวจะไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีในหลายกระทรวง แต่คงจะต้องพิจารณาตามความเหมาะสม สำหรับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร มีหลายรายชื่อที่พิจารณาอยู่ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

ส่วนที่ศาลฎีกาจะพิจารณาคดีเลือกตั้งหลายคดีวันพรุ่งนี้ จะมีผลต่อการตั้งรัฐบาลหรือไม่ นพ.สุรพงษ์ เชื่อว่าข้อมูลที่พรรคพลังประชาชนชี้แจงไปจะได้รับความเป็นธรรม และไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ มั่นใจว่าสิ่งที่ปฏิบัติไปได้ทำตามระเบียบและกฎหมาย


พีทีวี นิวส์
17 มกราคม 2551 เวลา 16:59 น.