WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, January 18, 2008

'เหนาะ'ยื่นคำขาดขอแค่ 1 รมว.

นางอุไรวรรณ เทียนทอง ภริยานายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช

ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวพรรคพลังประชาชนเสนอตำแหน่งรมว. ให้พรรคประชาราช 1 ตำแหน่งว่า พรรคพลังประชาชนได้สอบถามว่าพรรคประชาราชต้องการตำแหน่งในกระทรวงใด นายเสนาะ ตอบกลับไปแล้วว่าต้องการกระทรวงใดและจะไม่มีการต่อรองใดอีก แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าพรรคประชาราชขอตำแหน่งใดไป เพราะยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม 'แต่พรรคประชาราชยืนยันว่าจะไม่มีการแต่งตั้งคนนามสกุลเทียนทอง เข้ามาเป็นเลขานุการรัฐมนตรี หรือที่ปรึกษารัฐมนตรี เพราะจะดูไม่ดี'

ส่วนที่พรรคเพื่อแผ่นดินประกาศจะเข้าร่วมรัฐบาล จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่ นางอุไรวรรณ กล่าวว่า

สถานการณ์ที่อึมครึมจะชัดเจนขึ้น เพราะพรรคพลังประชาชนรู้ว่า หากพรรคเพื่อแผ่นดินไม่เข้าร่วมรัฐบาลอาจเกิดกรณีงูเห่า 2 ได้ ทุกพรรคต้องหยุดการต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรี หากยังทำอยู่จะส่งผลกระทบต่อพรรคร่วมรัฐบาล

แถลงเปิดคดีแกนนำ นปก. ดักฟังโทรศัพท์ 10 มี.ค.นี้

ศาลอาญา ถ.รัชดาฯ 18 ม.ค.- พนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีอาญา 10 นำตัวนายจักรภพ เพ็ญแข, นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่ม นปก. ยื่นฟ้องต่อศาลอาญารัชดา ในความผิดฐานร่วมกันดักรับไว้ใช้ประโยชน์ หรือเปิดเผยข้อความข่าวสาร หรือข้อมูลอื่นใดที่มีการสื่อสารโทรคมนาคมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และร่วมกันดักรับฟังใช้ประโยชน์หรือเปิดเผยข้อความที่มีการติดต่อกันทางโทรศัพท์ หรือเครื่องมือสื่อสารอื่นใดโดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย หลังอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง กรณีเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนปีที่ผ่านมา ซึ่งจำเลยทั้ง 3 ร่วมกันแอบบันทึกถ้อยคำสนทนาทางโทรศัพท์ ระหว่าง พล.ต.ต.พีรพันธุ์ เปรมภูติ พูดกับนายวิรัช ชินวินิจกุล และนายไพโรจน์ นวานุช นำไปเปิดเผยแก่ประชาชนบนเวทีปราศรัยที่ท้องสนามหลวง เพื่อประโยชน์ต่อจำเลย ซึ่งในชั้นสอบสวนจำเลยทั้ง 3 ให้การปฏิเสธ


ทั้งนี้ ทนายจำเลยยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 100,000 บาท ประกันตัวออกไป และศาลนัดแถลงเปิดคดี 10 มีนาคมนี้.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-18 16:12:28

ศาลฎีกายกคำร้องของเลขาฯ ควม. ในประเด็นว่า กกต.ไม่มีอำนาจกำหนดวันเลือกตั้งล่วงหน้า

ศาลฎีกา 18 ม.ค.- ศาลฎีกาเตรียมจะอ่านคำวินิจฉัยคำร้องของนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ในประเด็น นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนอมินี ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีของพรรคไทยรักไทย

หลังศาลฎีกาได้ยกคำร้องของเลขาธิการพรรคความหวังใหม่ในประเด็นว่า กกต.ไม่มีอำนาจกำหนดวันเลือกตั้งล่วงหน้า

อัพเดตเมื่อ 2008-01-18 16:04:15

กัญจนา ยืนยันไม่รับตำแหน่ง รมต.

ชาติไทย 18 ม.ค.- “กัญจนา ศิลปอาชา” ขู่เอาเรื่อง “ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์” ฐานหมิ่นประมาท พาดพิง “บรรหาร ศิลปอาชา” ย้ำต้องร่วมรัฐบาล พปช.เหตุไม่มีทางเลือก รับต้องยึดกติกาเลือก “สมัคร สุนทรเวช” เป็นนายกรัฐมนตรี ยืนยันไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรี

น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย แถลงข่าวพาดพิงนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ว่า ส่วนตัวไม่มีความเห็นกับพฤติกรรมของคนคนนี้อยู่แล้ว ต้องการทำอะไรก็ทำไป แต่ขอให้พึงสังวรว่า ยังมีกฎหมายหมิ่นประมาทอยู่ ดังนั้น จะพูดจาอะไรให้ระวังไว้ให้ดี

“สำหรับคนคนนี้ การแสดงความคิดเห็นไม่เคยเข้าหูดิฉัน แต่ความเห็นที่มีคุณค่า พร้อมที่จะยอมรับ ขณะนี้กำลังให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณา อาจมีการดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดในข้อหาหมิ่นประมาทได้ ส่วนที่นายชูวิทย์ ได้ขุดอดีตของบิดา-มารดาขึ้นมาเปรียบเปรยนั้น อยากบอกว่าอาชีพตัดเสื้อผ้าเป็นอาชีพสุจริต มันเสียหายตรงไหน ดิฉันยังไม่เคยไปประณามคนบางคน ที่ทำอาชีพที่สังคมรังเกียจเลย และถ้าไม่มีช่างตัดเสื้อ ถามว่าคุณจะมีเสื้อใส่หรือไม่” น.ส.กัญจนา กล่าว

ต่อกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์พรรคชาติไทยในการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนนั้น น.ส.กัญจนา กล่าวว่า ถ้าจะให้พูดตรง ๆ ก็รู้สึกอึดอัดใจพอสมควร แต่ด้วยเหตุผลรอบด้าน และด้วยภาวะแวดล้อม ถ้าเราไม่เข้าร่วมรัฐบาล พรรคพลังประชาชนก็จัดตั้งรัฐบาลด้วยเสียงปริ่ม ๆ และคนที่เป็นรัฐมนตรีก็จะเกิดความชะงักงันทางการเมือง ทำให้บางทีก็เลือกทางเดินอย่างที่ใจนึกไม่ได้ โดยเฉพาะที่ไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง คือ การแบ่งแยกทางความคิดอย่างชัดเจน ระหว่างคนเมืองกับคนในชนบท เป็นเรื่องที่ไม่ดีเลย

“เราต้องคำนึงถึง ซึ่งคุณพ่อ (นายบรรหาร ศิลปอาชา) ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านกระบวนการทางความคิดมามาก ท่านคงคิดพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว ด้วยเหตุผลรอบด้าน เราไม่มีทางเลือก ถึงจะไม่ได้อยากร่วมรัฐบาล และได้มีการพูดกับพรรคประชาธิปัตย์มาตลอด แต่ด้วยคะแนนเสียงที่ออกมาอย่างนี้ ถึงอย่างไรพรรคประชาธิปัตย์ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ แล้วจะมีประโยชน์อะไร ที่จะทำให้ประเทศเดินต่อไปไม่ได้” น.ส.กัญจนา กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้สึกลำบากใจในการเลือก นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ น.ส.กัญจนา กล่าวว่า เมื่อกติกาเป็นเช่นนั้น เราต้องเคารพ เมื่อเราอยู่ภายในระบอบประชาธิปไตย ถึงแม้รัฐธรรมนูญจะเปิดอิสระให้เลือกนายกรัฐมนตรี แต่เมื่ออยู่ภายใต้พรรคการเมือง เราต้องเคารพมติพรรค ความรู้สึกส่วนตัวต้องเก็บเอาไว้ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามครรลอง

“การที่คุณพ่อระบุว่า พร้อมเข้าร่วมรัฐบาล แต่เรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรี ให้อยู่ที่มติของที่ประชุม ถือว่าเป็นการพูดไปตามขั้นตอน แต่สุดท้ายต้องเป็นไปตามกติกา ที่ผ่านมาสะท้อนความรู้สึกกับคุณพ่ออยู่ตลอด ดิฉันไม่ชอบที่จะถูกเรียกว่าพรรคปลาไหล แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่ทำใจ จะเรียกก็เรียกไป ไม่ขอเถียง” น.ส.กัญจนา กล่าว

ส่วนที่มีการจับตาตำแหน่งรัฐมนตรี ว่าจะมีบุคคลใกล้ชิด และบุตรของนายบรรหาร รับตำแหน่งแน่นอน น.ส.กัญจนา กล่าวว่า เรื่องของคนอื่นไม่ขอพูด แต่สำหรับตนจะไม่มีตำแหน่งใด ๆ ทั้งสิ้นในรัฐบาลชุดนี้ และรับรองว่าจะไม่มีชื่อ “กัญจนา” เป็นรัฐมนตรีอย่างแน่นอน และว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับที่พรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่โดยวิสัยส่วนตัวไม่ชอบมีตำแหน่ง ครั้งที่แล้วรับตำแหน่งด้วยเหตุบางประการ

“ขอยืนยันว่าไม่ใช่กลัวโดนวิพากษ์วิจารณ์ หากมั่นใจก็จะไม่กลัว แต่เมื่อเลือกที่จะไม่เป็นได้ ก็ขอไม่เป็นดีกว่า และได้แจ้งให้คุณพ่อได้ทราบแล้ว ท่านก็เคารพความเห็น ยอมรับว่าการที่ปฏิเสธตำแหน่งครั้งนี้ เป็นการเปิดทางให้ผู้ใหญ่คนอื่นของพรรคไปโดยอัตโนมัติ สำหรับรัฐมนตรีในส่วนของพรรคที่แต่งตั้งเข้าไป เราก็ต้องมั่นใจ แต่จะคอยติดตามและตรวจสอบการทำงาน รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะในส่วนที่ยังมีช่องว่างอยู่” น.ส.กัญจนา กล่าว.- สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-18 15:56:28

ที่ปรึกษา กม.ชินวัตร ออกแถลงการณ์แจงข่าวชินคอร์ปโอนเงินให้ คุณหญิงพจมาน

กรุงเทพฯ 18 ม.ค.- ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชาชน ว่า วันนี้ (18 ม.ค.) เลขานุการประจำตัว นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายครอบครัวชินวัตร ได้แจกแถลงการณ์ของคณะที่ปรึกษากฎหมายของครอบครัวชินวัตร ชี้แจงกรณีมีรายงานข่าวของ คตส. พบว่า มีข้อมูล เมื่อปี 2540 บริษัท ชินคอร์ป ได้จ่ายเงินแก่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร 3 ครั้ง รวมมูลค่าหลายพันล้านบาท ว่า การจ่ายเงินดังกล่าวเป็นการชำระเงินคืน ที่คุณหญิงพจมาน ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ได้ให้การช่วยเหลือแก่กิจการของบริษัท ชินคอร์ป และบริษัทในเครือ ที่ประสบปัญหาสภาพคล่องอันเป็นผลมาจากการลดค่าเงินบาท ในช่วงปี 2540

ทั้งนี้ บริษัท ชินคอร์ป เป็นบริษัทมหาชนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีบริษัท เคพีเอ็มจี ที่มีชื่อเสียง เป็นผู้สอบบัญชี ย่อมไม่ปล่อยให้มีการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเกิดขึ้นกับบริษัทอย่างแน่นอน และขอให้เชื่อมั่นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ-คุณหญิงพจมาน และครอบครัว ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย และไม่ได้กระทำผิดใด ๆ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดย พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว พร้อมที่จะพิสูจน์ความจริงทั้งหมดในศาลยุติธรรมต่อไป.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-18 15:43:32

ไม่เสียดาย TITV

ไม่ว่าศาลปกครองจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีคืนชีพกลับมาแพร่ภาพได้ต่อไปจนกว่าทีพีบีเอสจะพร้อมออกอากาศหรือไม่ แต่บอกตรงๆ
ไม่รู้สึกเสียดายทีไอทีวีเลยแม้แต่น้อย
จะเสียดายทำไมเมื่อทีไอทีวีไม่ได้มีสถานะเป็นสื่อเสรี นับตั้งแต่รัฐบาลฮุบเอาไอทีวีมาให้กรมประชาสัมพันธ์ควบคุมดูแล
ถ้าจะต้องหลั่งน้ำตาเสียดายกันจริงๆ ต้องเสียดายความเป็น “สื่อเสรี” มากกว่า
เสียดายทั้งๆที่ “สื่อเสรี” ไม่เคยมีจริงในประเทศไทย
เพราะทุกสื่อตกอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้มีอำนาจในแต่ละยุคแต่ละสมัยที่มีความเข้มข้นในการเข้าไปแทรกแซงมากน้อยแตกต่างกันแล้วแต่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของผู้มีอำนาจในยุคนั้นๆ
ไอทีวีเป็นทีวี.เสรีช่องแรกของไทย เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์นองเลือดพฤษภาทมิฬปี 2535
หลักการของไอทีวีหรือสื่อเสรีคือต้องการให้มีสื่อสักช่องที่มีความเป็นอิสระปราศจากการควบคุมโดยผู้มีอำนาจ


เป็นสื่อที่กล้าเสนอข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา ที่สำคัญคือหวังว่าเมื่อมีการปฏิวัติ สื่อเสรีนี้จะเป็นปากเสียงให้ประชาชน นำเสนอข่าวสารต่างๆตรงไปตรงมา ไม่ทำให้ประชาชนถูกปิดหูปิดตา หรือถูกยัดเยียดข่าวสารให้เฉพาะในสิ่งที่ผู้มีอำนาจต้องการให้รับรู้เท่านั้น แต่ความเป็นสื่อเสรีของไอทีวีก็ถูกบั่นทอนไปตั้งแต่บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เข้าไปเทคโอเวอร์กิจการ และมาสูญเสียความเป็นสื่อเสรีมากขึ้นเมื่อมีการยึดอำนาจครั้งหลังสุด 19 ก.ย. 2549 จำได้ว่าในช่วงที่มีการถกเถียงกันเรื่องหลักการที่จะให้มีสื่อเสรีเกิดขึ้นในประเทศไทยนั้น ผู้เสนอมองว่าทุกครั้งที่มีการปฏิวัติทหารมักจะเอากำลังไปยึดสื่อต่างๆก่อน โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ การให้สื่อเป็นของเอกชนเชื่อว่าจะเพิ่มความเสี่ยงการทำปฏิวัติมากขึ้น เพราะถ้าทำไม่สำเร็จจะถูกเจ้าของสื่อเสรีฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายที่เข้าไปยึดสถานี ทำให้ไม่สามารถออกอากาศรายการได้ตามผังปรกติ แต่ความคิดนั้นก็เป็นแค่ความฝัน เพราะการปฏิวัติเมื่อ 19 ก.ย. 2549 ไอทีวีเป็นสถานีแรกๆที่ทหารเข้าไปยึดและควบคุมการออกอากาศ ขณะที่ช่อง 9 อสมท. ซึ่งเป็นสถานีของรัฐกลับเป็นช่องสุดท้ายที่ถูกควบคุมการออกอากาศ

กลายเป็นว่าทีวี.เสรีตกเป็นเป้าหมายแรกๆที่ทหารจะต้องเข้ายึด ความจริงจึงแตกต่างจากความคิดในอุดมคติที่จะให้มีสื่อเสรีในบ้านเราอย่างสิ้นเชิง ทีวี.เสรีนับเป็นหลักการที่ถูกต้องควรสนับสนุนให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองนี้ และควรสนับสนุนให้มีมากๆด้วยซ้ำ เพราะเมื่อช่องหนึ่งล้มหายตายจากไป ก็จะยังมีอีกหลายช่องทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป ด้วยเหตุนี้จึงไม่เคยนึกเสียดายทีไอทีวีเลยแม้แต่น้อย หากรัฐบาลใหม่ต้องการปฏิรูปสื่อก็ควรผลักดันให้มีสื่อเสรีเกิดขึ้นมาอีก และต้องให้มีจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขให้มุ่งนำเสนอเนื้อหาที่เป็นข่าวสารและสาระต่อประชาชน มีรายการบันเทิงปนบ้างพอเป็นน้ำจิ้ม ซึ่งทีวี.ดาวเทียมน่าจะเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด ที่สำคัญจะได้ใช้โอกาสนี้จัดระเบียบทีวี.ดาวเทียมที่ออกอากาศกันอย่างผิดกฎหมายอยู่มากมายหลายช่อง ให้เข้ามาอยู่ในกฎเกณฑ์เดียวกันเสียที

จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้ ปีที่ 9 ฉบับที่ 2205

ประจำวัน ศุกร์ ที่ 18 มกราคม 2008

คอลัมน์ คิดนอกกรอบ โดย หนังสือพิมพ์โลกวันนี้วันสุข

นายกฯ ขอไม่ให้ความเห็นถึงการจัดตั้งรัฐบาล ที่มีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำ

ทำเนียบรัฐบาล 18 ม.ค. - นายกรัฐมนตรี ไม่ขอให้ความเห็นถึงการจัดตั้งรัฐบาล ที่มีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำ รวมถึงข่าวการจะควบตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ของนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการรักษาความสงบเรียบร้อยหากเกิดความวุ่นวายหลังศาลฎีกามีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับคดีที่มีการกล่าวหาพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ในเย็นวันนี้ ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นถ้าหากเป็นการพิจารณาอย่างรอบคอบจากกระบวนการยุติธรรม เชื่อว่าทุกฝ่ายควรยอมรับ ทำตามกติกาของบ้านเมือง

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้รับรายงานจากระทรวงไอซีที เรื่องที่สถานีโทรทัศน์อัลมานา ซึ่งเป็นเครือข่ายของกลุ่มก่อการร้ายใช้ช่องสัญญาณเผยแพร่ข้อมูลผ่านดาวเทียมไทยคมแล้ว คงไม่ต้องสั่งการอะไรเพิ่มเติม เพราะไอซีทีดำเนินการไปแล้ว และบริษัทก็เข้าใจ และต้องระมัดระวังบริษัทต่างชาติเข้ามาขอทดลองใช้ช่องดาวเทียมมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามจะมีการทบทวนการให้สัมปทานบริษัทเอกชนหรือไม่ เรื่องนี้กระทรวงไอซีทีต้องไปดูแล เพราะการให้สัมปทานจะมีสัญญาณที่บ่งบอกแล้วว่าอะไรที่ทำได้หรือไม่ได้ หากเห็นว่าไม่เหมาะสมก็ไปปรับแก้ไขสัญญา - สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-18 12:19:22

'อภิสิทธิ์' จี้ พปช.แสดงความชัดเจน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชาชนว่า

อยากให้มีความชัดเจนว่าจะทำอะไรเพื่อบ้านเมือง และที่ยังไม่ได้แถลงก็ต้องแสดงให้ชัดเจนว่าติดขัดอะไรนอกจากนี้ ขอเรียกร้องกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่ เผด็จการที่เตรียมจะเคลื่อนไหวหากนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ไม่ได้เป็นนายกฯว่า ให้เกรงใจประชาชนบ้าง เพราะวันนี้ทุกคนรอการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ การสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นมาอีก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผ่านการเลือกตั้งมาเกือบเดือนแล้ว แต่ประชาชนยังกังวลใจ เพราะยังไม่ได้ยินคนที่อาสาตัวบอกว่าจะเป็นผู้นำรัฐบาล หรือจะนำพาบ้านเมืองไปทิศทางไหน แต่ละวันได้ยินแต่เรื่องที่ประชาชนไม่อยากได้ยิน และขณะนี้มีปัญหาเศรษฐกิจรออยู่ ตลาดหุ้นก็ตก ซึ่งการวางตัว การส่งสัญญาณ ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นได้

ผู้สื่อข่าวถามถึงข่าวการวางตัวนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขยของอดีตนายกฯ เป็น รมว.ยุติธรรม เหมาะสมหรือไม่

นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ไม่ขอวิจารณ์ เพราะยังไม่มีการตั้ง และคิดว่าคงมีอะไรเปลี่ยนแปลงอีก ต่อข้อถามว่า ยังยืนยันที่จะหารือกับนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยอยู่อีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ยังตั้งใจจะหาโอกาสพูดคุยกับนายบรรหารในฐานะที่เคยเป็นพรรคพันธมิตรกัน ส่วนกรณีที่แกนนำพรรคพลังประชาชนมั่นใจว่าคดีของนายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ไม่ทำให้ยุบพรรคนั้น การเกิดรัฐประหารจนสู่วิกฤติ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกฎหมายไม่เป็นกฎหมาย จึงขอฝาก กกต.ว่าถ้าโอนอ่อนตรงนี้ไปเมื่อไหร่ นั่นหมายความว่าวิกฤติจะกลับมาอีก การดำเนินการอะไรขอให้เห็นใจบ้านเมืองและประชาชน จึงขอให้เป็นหลักให้บ้านเมือง โดยคิดว่าสิ่งใดที่จำเป็นต้องยืนยันความถูกต้องก็ต้องทำ แล้วในที่สุดจะตอบคำถามของทุกอย่างได้


ทีวี ‘สาธารณะ’

จอน อึ๊งภากรณ์ เคยให้สัมภาษณ์กับ ประชาไท ถึงอนาคตของทีวีสาธารณะ และตั้งคำถามตัวใหญ่ๆ ว่า ทีวีที่ตั้งต้นเพื่อสาธารณะนี้จะเป็นสาธารณะในทางไหน ระหว่าง คุณธรรม กับ ประชาธิปไตยสำหรับผมและ กองบรรณาธิการประชาไทนั้น นี่คือคำถามที่แหลมคมที่มีต่อความเป็นอยู่และเป็นไปของทีวีสาธารณะภายใต้ชื่อของ TPBS

ยิ่งเมื่อความหมายของ คุณธรรม กับ ประชาธิปไตยนั้นถูกใช้เป็นเครื่องมือของการต่อสู้ของสองกลุ่มอำนาจด้วยแล้ว ยิ่งทำให้สนามการแย่งชิงทีวีสาธารณะน่าสนใจและน่าทำความเข้าใจมากยิ่งขึ้น


ถ้ายังไม่เลือนลางไปนัก การรณรงค์ด้าน คุณธรรมเป็นวาทกรรมหลักของกลุ่มต่อต้านทักษิณ ตลอดจนคณะรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 เราเห็นโครงการ คุณธรรมนำไทย เครื่องมือของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เพื่อใช้รุกทางความคิดและเป็นเสมือนซอฟท์แวร์ที่ใช้ในการจัดการมวลชน คุณธรรมยังเป็นเหตุผลประการแรกๆ ของโครงการและนโยบายของรัฐหลายโครงการตลอดปีเศษที่ผ่านมา ไม่เท่านั้น ยังเป็นแก่นแกนหลักของ เศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นเสมือนโปรแกรมสำเร็จรูปที่จะมากจะน้อยก็ถูกนำมาใช้ในการพัฒนาหรือใช้ในการบริหารอำนาจ


ขณะที่ ประชาธิปไตยนั้น ก็เป็นเครื่องมือชั้นดีของการรุกจากกลุ่มทุนนิยมและทุนโลกาภิวัตน์ อย่าลืมว่า ทักษิณและพรรคไทยรักไทยก็กอดคำนี้ไว้ใช้ต่อสู้แม้ในยามที่ต้องถ่อยร่น พ่ายแพ้ และกลายเป็นจุดแข็งแทบจะเพียงประการเดียวที่ทำให้เกิดแนวร่วมต้านรัฐประหาร และได้รับแรงหนุนจากนานาชาติที่ยึดประชาธิปไตยเป็นสรณะ


ขณะที่ประชาธิปไตยเป็นจุดอ่อนของคณะรัฐประหารและพันธมิตรของคณะรัฐประหาร คุณธรรมก็เป็นจุดอ่อนของเครือข่ายทักษิณ


แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า คุณธรรมจะเป็นจุดอ่อนของกลุ่มต้านรัฐประหารไปด้วย เพราะกลุ่มที่ต้านรัฐประหารจำนวนมาก แม้จะตั้งคำถามกับคุณธรรมโดยเฉพาะคุณธรรมแบบที่เป็นอยู่ในสังคมไทยที่เอาแต่เชิดชูคนดีปล่อยให้กดขี่เต็มบ้านเต็มเมืองแล้วจงใจละเลยความเป็นมนุษย์ (เพราะไม่ว่าคนดีหรือไม่ดีต่างก็เป็นมนุษย์ทั้งนั้น) กระนั้นก็ตั้งคำถามกับประชาธิปไตยอย่างที่เป็นอยู่ในสมัยทักษิณเช่นเดียวกัน


ผมไม่มีปัญญาจะอธิบายอะไรข้างต้นให้เป็นวิชาการได้มากกว่านี้ แต่หากการอธิบายข้างต้นพอใช้ได้ เราก็จะเห็นว่า สนามของการชิงพื้นที่ในทีวีสาธารณะ TPBS นั้นถูกรั้งดึงจากแรงสุดขั้วสองด้าน และนั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมจึงเกิดภาพการรีบเร่งตั้งกรรมการนโยบายชั่วคราวเพื่อกำหนดทิศทางใน TPBS และจากตัวบุคคลที่นั่งเป็นกรรมการนโยบายชั่วคราว หรือจากการเผยแพร่รายการหลังการปิดตัวหรือจอมืดของทีไอทีวี ก็คงไม่ต้องบอกว่า ฝ่ายใดเป็นฝ่ายชนะในสนามแห่งนี้


ไม่ต้องเอาไรมาก เวทีแถลงแรกๆ ผ่านช่องทางออกอากาศ TPBS ของกรรมการชั่วคราว เราก็จะเห็นคำถามแล้วว่า ทีวีสาธารณะที่ไหนที่ปล่อยให้กรรมการมากำหนดว่า อะไรที่ประชาชนดวรดูหรือไม่ควรดู คอยกำหนดว่าอะไรที่ดีกับประชาชน ไปๆ มานี่ก็แค่ระบอบผู้ใหญ่ปกครองเด็ก หรือเห็นประชาชนเป็นไพร่ มีแต่คนมีความรู้ และเรียกกันเองว่า คนดีที่จะคอยกำหนดการรับรู้ของประชาชนได้ ขณะที่ทีวีเสรีแบบเดิมๆ ก็ปล่อยให้โฆษณาและกลไกตลาดเป็นผู้กำหนดว่าประชาชนควรดูอะไรไม่ควรดูอะไร ซึ่งก็มอมเมาอีกแบบหนึ่ง


คำถามก็คือ ประชาชนที่เห็นความเลวร้าย หรือผิดพลาดของรัฐบาลสมัยทักษิณในน้ำหนักต่างๆ กันไป แต่รักประชาธิปไตยรักระบบ ระบอบ และเข้าใจความสำคัญของหลักการและหลักเกณฑ์ หลักนิติธรรม รักความเป็นมนุษย์ของทั้ง คมช. และของทักษิณ ขณะเดียวกันก็ไม่เอาโฆษณาชวนเชื่อ ไม่เอาการบังคับให้รักคนดี ไม่เชิดชูคุณธรรมเพื่อการกดขี่ อยากเห็นการพัฒนาที่เท่าทันและยั่งยืน ไม่มักง่าย เอาแต่สังคมสงเคราะห์ โปรยทาน โดยไม่ยอมสร้างโครงสร้างที่ดีที่เคารพและตระหนักถึงสิทธิและเสรีภาพ คนเหล่านี้มีจำนวนมาก คนเหล่านี้จะอยู่ที่ไหน หรือจะมีพื้นที่ในทีวีสาธารณะหรือไม่


พื้นที่เล็กๆ ที่ไม่ใช่ทั้งสองอย่างนั้น และไม่ใช่ตรงกลางแบบประนีประนอมน่ะมีไหม


สาธารณะ ที่ให้ความหมายถึง คนทุกคนอย่าง เท่าๆ กันน่ะมีไหม ใน บ้านเมือง(ที่ไม่ใช่)ของเรา


เพราะสำหรับเรา คุณธรรม คือความเท่าเทียม และ ประชาธิปไตยก็ต้องเป็นของคนด้อยโอกาสด้วย


โดย : ประชาไท

รายงาน : ผลกระทบจากกำไรผูกขาด หลังคำพิพากษา คืนท่อก๊าซ ปตท.


ณ 31 ธันวาคม 2549 ระบบท่อก๊าซธรรมชาติ ของ บมจ.ปตท. มีดังนี้ ระบบท่อส่งก๊าซบนบกความยาว 1,384 กม. ระบบท่อส่งก๊าซในทะเลความยาว 1,369 กม. ระบบท่อจัดจำหน่ายความยาว 770 กม. รวมความยาวท่อส่ง 2,753 กม. รวมความยาวท่อส่ง+ท่อจำหน่าย 3,523 กม.

เสวนา "การปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลปกครองกรณี ปตท. : แนวทางและผลกระทบ" โดยคณะทำงานสัมมนาและเผยแพร่ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ณ ห้องประชุม คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ดำเนินรายการโดย ศ.ดร.ปราณี ทินกร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา

อ่านรายละเอียด ประชาไท