WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, January 19, 2008

ศาลฏีกายกคำร้องทุกกรณี‘ไชยวัฒน์'ฟ้อง‘กกต.-พปช.-สมัคร'

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำสั่งยกคำร้องของนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากประเด็นที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)จัดเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อ 15-16 ธ.ค.50 เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายมาตรา 95 ในพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2550
ส่วนประเด็นที่นายไชยวัฒน์ ได้กล่าวหาว่าพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีพรรคไทยรักไทย และนายสมัคร สุนทรเวช หัวหนาพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น รวมทั้งกรณีการแจกซีดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้กับประชาชนในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งเป็นการผิดกฎหมายหรือไม่นั้น ศาลเห็นว่า ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชาชนไม่อยู่ในอำนาจการวินิจฉัยของศาล
"กรณีดังกล่าวเป็นอำนาจของ กกต.โดยเฉพาะ ไม่ได้ให้สิทธิผู้ร้องมายื่นคัดค้านการเลือกตั้งต่อศาลโดยตรง ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องส่วนนี้"คำวินิจฉัยของศาลฯ ระบุ--จบ--


จาก hi-thaksin

กกต.ประกาศรับรองสส.เพิ่มเติม29 คน-รวม‘ยงยุทธ'

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. แถลงภายหลังการประชุมวันนี้ว่า กกต.มีมติรับรองรายชื่อ สส. เพิ่มเติม 29 คน โดยแบ่งเป็น สส.จากการเลือกตั้งใหม่ 5 คน ส่วนอีก 24 คนเป็นจำนวน สส. ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาแต่ กกต.มีมติเอกฉันท์ ให้รับรองไปก่อน ทำให้จำนวน สส. ที่กกต.ประกาศรับรองขณะนี้มีทั้งสิ้น 460 คน ซึ่งเกินร้อยละ 95 และสามารถเปิดสภาผู้แทนราษฏรได้ในวันที่ 21 มกราคมนี้ ในการนี้นายยงยุทธ ติยะไพรัช ส.ส.ระบบสัดส่วนจากพรรคพลังประชาชนก็ได้รับการรับรองจาก กกต. ด้วย สำหรับ สส.อีก 20 รายที่จะต้องผ่านการเลือกตั้งใหม่ถึงจะครบจำนวน สส.ทั้งสิ้น 480 รายนั้น นายสุทธิพลกล่าวว่าจะประกาศผลรับรองให้เร็วที่สุด
นายสุทธิพลยังกล่าวอีกว่า สำหรับกรณีนายยงยุทธนั้น หากผลการสอบสวนระบุข้อเท็จจริงออกมาว่า เข้าข่ายทุจริตการเลือกตั้ง ก็สามารถดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไปได้


จาก hi-thaksin

Friday, January 18, 2008

พปช.ได้หายใจทั่วท้อง ศาลยกคำร้องทุกประเด็น [18 ม.ค. 51 - 18:30]

วันนี้ (18 ม.ค.) ศาลฎีกาได้อ่านคำตัดสิน กรณีที่ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นฟ้อง กกต. ทั้งคณะ พรรคพลังประชาชน นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน และผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 3 พรรคพลังประชาชน เพื่อขอให้ศาลวินิจฉัย 4 ข้อ

1. พรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีของพรรคไทยรักไทย ไม่มีสิทธิ์ส่งผู้สมัคร ส.ส.ในนามพรรคพลังประชาชนทั้งระบบสัดส่วนและระบบเขต โดยให้ศาลมีคำสั่งว่าการส่งผู้สมัครในนามพรรคพลังประชาชนดังกล่าว เป็นโมฆะหรือไม่เป็นผลทางกฎหมาย และ 2. นายสมัครที่เป็นตัวแทนของอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ไม่มีสิทธิ์ลงนามส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง และการลงนามส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ นั้น ศาลเห็นว่า กรณีดังกล่าวไม่อยู่ในอำนาจการวินิจฉัยของศาล จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง


ส่วน ข้อ 3. ผู้ร้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่าการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 15-16 ธ.ค.ที่ผ่านมาไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้เพิกถอนการเลือกตั้งล่วงหน้า ตลอดจนการเอาบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าไปรวมนับคะแนนเสียงโดยให้เพิกถอนการนับคะแนนเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมาทั้งหมด แล้วจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ นั้น ศาลระบุว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีอำนาจร้องขอให้ศาลเพิกถอนการเลือกตั้ง รวมถึงขอให้มีการเลือกตั้งใหม่ นายไชวัฒน์ ไม่มีอำนาจยื่นคำร้องในส่วนนี้ ศาลจึงให้ยกคำร้อง และศาลระบุว่า กกต.มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญฯ เนื่องจากมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พ.ย.2550 ที่ผ่านมา จึงมีผลบังคับใช้


เช่นเดียวกับ ข้อ 4.ที่ผู้ร้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่าการแจกซีดีให้กับประชาชนเป็นการผิดกฎหมาย ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม และห้ามไม่ให้ กกต.ประกาศรับรองผลทั่วประเทศ หรือเพิกถอนการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งของผู้สมัครพรรคพลังประชาชน นั้น ศาลได้ให้ยกคำร้อง เนื่องจากไม่อยู่ในขอบเขตการพิจารณาของศาล


ไชยวัฒน์ ยอมรับศาลตัดสินยกคำร้องกรณีนอมินี

ประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำสั่งยกคำร้องที่กล่าวหานายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นนอมินีพรรคไทยรักไทย ไม่มีสิทธิลงนามอนุมัติให้ผู้สมัครพรรคพลังประชาชนลงสมัครรับเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 พรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีพรรคไทยรักไทย ขอให้การเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นโมฆะ และกรณีที่ผู้สมัครพรรคพลังประชาชนแจกวีซีดี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ยอมรับการตัดสินของศาลที่ต้องการให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ เกิดความสมานฉันท์ ปรองดอง ทั้งนี้ ไม่รู้สึกว่าเสียหน้า แต่จะเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศชาติต่อไป

อย่างไรก็ตาม จะปรึกษาทีมทนายความอีกครั้งว่าจะไปยื่นคำร้องกรณีนายสมัคร และพรรคพลังประชาชน เป็นนอมินีอีกหรือไม่ แต่ยืนยันว่าการดำเนินการเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะตนได้ยื่นใบลาออกแล้ว และหนังสือลาออกเขียนชัดเจนว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค ให้ตนเป็นผู้ตัดสินใจ หากถอนคำร้องจะได้เป็นสมาชิกต่อ แต่หากเดินหน้าก็ขอลาออกจากพรรค โดยให้มีผลหลังศาลพิจารณาคดี.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-18 18:50:22

นพ.สุรพงษ์ เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล หลังศาลฎีกายกคำร้อง ไชยวัฒน์

นพ.สุรพงษ์ สบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำวินิจฉัยยกคำร้องของ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคไทยรักไทย ว่า ตนมั่นใจในความยุติธรรมของศาลที่มีต่อพรรคการเมืองที่ถูกจับตามอง ในขั้นตอนต่อไปพรรคจะเดินหน้าตามกระบวนการในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะคิดว่าคงไม่มีผลกระทบอะไร

ส่วนกรณีที่ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 1 พรรคพลังประชาชน ได้รับการรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งเป็นผู้ถูกคาดหมายว่าจะได้รับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า กรณีนี้ต้องรอความชัดเจนในวันที่ 21 มกราคม 2551 ซึ่งพรรคจะมีการปฐมนิเทศ ส.ส.ใหม่ และจะมีการลงมติเลือกประธานสภาฯ ซึ่งชื่อที่ปรากฏในสื่อมวลชน ไม่ว่าจะเป็นชื่อ นายยงยุทธ ติยะไพรัช หรือ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ถือเป็นผู้ที่เข้าข่ายว่าจะเป็นตัวเก็งที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานสภาฯ.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-01-18 18:41:22

สุวิทย์ แย้มร่วมรัฐบาลได้เป็นรองนายกฯ

จ.อุดรธานี 18 ม.ค.- “สุวิทย์” เผยเตรียมนั่งรองนายกรัฐมนตรี แต่รอความชัดเจนว่าจะควบ รมต.กระทรวงใดหรือไม่ ขณะเดียวกัน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของการโหวตตำแหน่งนายกฯ ในที่ประชุมสภาฯ เชื่อพรรคพลังประชาชนจะเสนอบุคคลที่มีความเหมาะสม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ได้เดินทางมาที่ อำเภอทุ่งฝน ซึ่งอยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดอุดรธานี เพื่อช่วย นายไชยยศ จิรเมธากร ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคหาเสียง โดยได้ยืนยันต่อประชาชนที่มาฟังการปราศรัยว่า พรรคเพื่อแผ่นดินได้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนแล้ว ซึ่งตนจะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และถ้าประชาชนเลือกนายไชยยศ เข้าไปเป็นส.ส. ก็จะมีสิทธิที่จะได้เป็นรัฐมนตรี

จากนั้น นายสุวิทย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนว่า การที่ตนบอกกับประชาชนที่มาฟังการปราศรัยว่าจะรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เพราะว่าธรรมเนียมในการปฏิบัติ หัวหน้าพรรคแต่ละพรรคที่เข้าร่วมรัฐบาลจะได้รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว และตนเคยรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีมาแล้ว 5 ครั้ง ส่วนจะนั่งควบตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงใดหรือไม่นั้น คงจะมีการพูดคุยกับแกนนำพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (19 ม.ค.) ซึ่งโควตารัฐมนตรีที่แต่ละพรรคจะได้รับต้องดูจากจำนวน ส.ส.แต่ละพรรค ถือเป็นไปตามกฎกติกา แต่ตนบอกชัดไม่ได้ว่าจะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีกี่ตำแหน่ง เพราะยังไม่ได้คุยกัน รอคุยกันและแถลงอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้

ส่วนที่มีข่าวระบุว่าพรรคเพื่อแผ่นดินจะได้ดูแลกระทรวงพลังงานและกระทรวงอุตสาหกรรมนั้น นายสุวิทย์ กล่าวว่า ยังตอบชัดเจนไม่ได้ อย่างไรก็ตาม นโยบายของพรรคเกี่ยวข้องกับทุกกระทรวงและเชื่อว่าบุคลากรของพรรคจะทำงานได้ในทุกกระทรวงเช่นกัน พร้อมที่จะทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติและประชาชนได้ ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใดพรรคก็ยินดี เพราะพรรคเพื่อแผ่นดินมีความพร้อมในทุกเรื่อง ยืนยันว่าพรรคไม่มีความขัดแย้งภายในจากการร่วมรัฐบาลครั้งนี้ เพราะแกนนำโดยเฉพาะนายวัฒนา อัศวเหม ที่ปรึกษาพรรค ได้ปรึกษาเรื่องนี้มาโดยตลอด ส่วนใครจะรับตำแหน่งใดภายในพรรค คงจะมาคุยกันอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เราทราบแน่ชัดแล้วว่าเราจะได้รับโควตาที่ชัดเจนเท่าใด

ต่อข้อถามว่า ในวันที่มีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี มี ส.ส.หลายคนไม่ตอบรับสนับสนุนให้นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรี นายสุวิทย์ กล่าวว่า พรรคเพื่อแผ่นดินไม่ได้คุยกันในประเด็นนี้ ตนก็ทราบจากการนำเสนอข่าวจากสื่อมวลชนเท่านั้น แต่ในส่วนของ ส.ส.พรรค เท่าที่ยังพูดคุยกันอยู่ ก็ยังมองว่าพรรคเพื่อแผ่นดินจะเสนอชื่อบุคคลใด และหากมีการเสนอชื่อบุคคลใดมาเป็นนายกรัฐมนตรี 6 พรรคร่วมรัฐบาลจะหารือกัน เมื่อหารือแล้วมีความเห็นออกมาอย่างไรก็ว่าไปตามข้อสรุป แต่คิดว่าประเด็นนี้ไม่น่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น

“ตอนนี้อย่าเพิ่งไปพูดถึงชื่อว่า นายสมัครจะเป็นนายกรัฐมนตรี หรือนายยงยุทธ ติยะไพรัช จะเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร เพราะตอนนี้อาจจะมองว่ายังไม่มีความชัดเจน หากไปพูดชื่อในขณะนี้ ผมเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม ส่วนพรรคเพื่อแผ่นดินจะยอมรับนายสมัครขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ ก็คงขึ้นอยู่กับพรรคพลังประชาชน จะเสนอชื่อใครมา และคงต้องมีการพิจารณาร่วมกันกับพรรคพลังประชาชน เพราะเมื่อถึงเวลาในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อตกลงอะไรกันแล้ว และจะร่วมกันทำงานก็คงต้องให้การสนับสนุนพรรคแกนนำที่จัดตั้งรัฐบาล แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล โดยคิดว่าพรรคพลังประชาชนคงจะเสนอชื่อคนที่มีความเหมาะสม ถ้าพรรคพลังประชาชนเห็นว่าใครเหมาะสมคงไม่มีปัญหาอะไร” นายสุวิทย์ กล่าว .- สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-18 18:25:27

ศาลฎีกายกคำร้องไชยวัฒน์ ระบุไม่อยู่ในอำนาจศาล

ศาลฎีกา 18 ม.ค.-ศาลฎีกายกทุกคำร้องของไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัครเขต 3 บุรีรัมย์ พรรคประชาธิปัตย์ ชี้ไม่อยู่ในขอบอำนาจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลฎีการะบุว่า กรณีกล่าวหาพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีพรรคไทยรักไทย นั้น ไม่อยู่ในอำนาจศาลวินิจฉัย กรณีแจก VCD ซื้อเสียงเป็นหน้าที่ กกต. พิจารณาฟ้อง ส่วนการให้เลือกตั้งล่วงหน้าโมฆะนั้น ถือเป็นอำนาจโดยชอบของ กกต. ที่จะจัดให้มีการเลือกตั้ง.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-18 17:53:31

‘นพดล’ประจานคตส. สาดโคลนชินคอร์ปโอนเงิน‘พจมาน’

ที่ปรึกษากม.อดีตนายกฯ โวยเมื่อ คตส.เล่นสกปรก ปล่อยข่าวมั่วไม่มีมูล กรณี บ.ชินคอร์ปฯโอนเงินให้ ‘คุณหญิงพจมาน’ ชี้เป็นการชำระเงินคืนในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่เท่านั้น

วันนี้(18 ม.ค.)เมื่อเวลา14.00 น. ที่ทำการพรรคพลังประชาชน นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีข้อเท็จจริงเรื่องการปล่อยข่าวของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) กรณีบริษัทชินคอร์ปฯโอนเงินให้คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาอดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ตามที่มีการรายงานแหล่งข่าวจาก คตส.ว่าพบข้อมูลว่าเมื่อปีพ.ศ.2540 บริษัทชินคอร์ปฯได้จ่ายเงินให้แก่คุณหญิงพจมาน 3 ครั้งรวมเป็นมูลค่าหลายพันล้านบาทนั้น ตนในฐานะที่ปรึกษากฎหมายของครอบครัวชินวัตร ขอชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชนเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง 2 ประเด็น คือ

1.การปล่อยข่าวที่อ้างว่ามาจาก คตส. เป็นการจงใจให้ข้อมูลเพียงด้านเดียวเพื่อสร้างความเสื่อมเสียแก่ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของคุณหญิงพจมาน ทั้งที่ความจริงก็คือการจ่ายเงินดังกล่าวของบริษัทชินคอร์ปฯ เป็นการชำระเงินคืนที่คุณหญิงพจมานในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ให้การช่วยเหลือแก่กิจการของบริษัทชินคอร์ปฯและบริษัทในเครือซึ่งประสบปัญหาเรื่องสภาพคล่องอันเป็นผลมาจาการการลดค่าเงินบาทในช่วงกลางปี 2540

ซึ่งหาก คตส.มีความบริสุทธิ์ใจต้องการดำเนินการสอบสวนข้อมูลทางการเงินของบริษัทฯจริง นอกจาก คตส.จะสามารถตรวจสอบเอกสารจากบัญชีต่างๆ ของบริษัทฯแล้ว คตส.ยังสามารถตรวจสอบจากงบการเงินของบริษัทฯ ส่งมอบต่อกระทรวงพานิชย์ทุกปีตามกฎหมายหรือข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯ หาก คตส.ไม่สามารถอ่านหรือทำความเข้าใจงบการเงินของบริษัทฯได้ เชื่อว่าบริษัทชินคอร์ปฯน่าจะสามารถให้คำอธิบายหรือให้ความช่วยเหลือได้

2.บริษัทชินคอร์ปอเรชั่นฯ เป็นบริษัทมหาชนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กลต.และตลาดหลักทรัพย์ฯมาโดยตลอด นอกจากนี้ผู้สอบบัญชีของบริษัทในเวลานั้นก็คือ KPMG ซึ่งเป็นผู้สอบบัญชีที่มีชื่อเสียงระดับโลกย่อมไม่ปล่อยให้มีการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายใดๆให้เกิดขึ้นกับบริษัทอย่างนี้แน่นอน

นอกจากนี้ในช่วงปี 2540 กรรมการของบริษัทฯ ก็เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการธุรกิจและสังคม เช่น คุณศิรินทร์ นิมมานเหมินทร์ ดร.โอฬาร ไชยประวัติ คุณพารณ อิสระเสนาฯ ซึ่งกรรมการเหล่านี้ย่อมไม่ปล่อยให้มีการการะทำผิดกฎหมายหรือไซฟ่อนเงินใดๆเกิดขึ้นในบริษัท

การปล่อยข่าวในลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายครั้งหลายหน โดยไม่มีการชี้แจงหรือยืนยันข้อเท็จจริง จนอาจมองได้ว่าเป็นการปล่อยข่าวโดยมีเป้าหมายทางการเมือง เพื่อทำลายชื่อเสียงของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและครอบครัว ดังนั้นจึงขอให้พี่น้องประชาชนได้โปรดตระหนักถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการปล่อยข่าว และขอได้โปรดเชื่อมั่นว่าทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ไม่ได้ทำผิดกฎหมายและไม่ได้ทำการใดๆที่เป็นเรื่องไม่ถูกต้องไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอย้ำอีกครั้งว่า พ.ต.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัวพร้อมพิสูจน์ความเป็นจริงทั้งหมดในศาลยุติธรรมต่อไป


พีทีวี นิวส์
18 มกราคม 2551 เวลา 15:41 น.

'ชูวิทย์'อัด‘เติ้ง’พลิกลิ้นร่วมรัฐบาล พปช.

เสี่ยอ่างบุกหน้าพรรคชาติไทย จวกหน.‘บรรหาร’ไร้สัจจะสัจจะ ยึดถือประโยชน์ส่วนตัว เข้าร่วมรัฐบาลกับพปช. แย้มเตรียมป่วนงานแถลง 6พรรคร่วมรัฐบาล

วันนี้(18 ม.ค.)ที่พรรคชาติไทย เมื่อช่วงบ่าย นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวบริเวณหน้าพรรค โดยนำรูปนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย วางไว้ใกล้ๆ และนำโปสเตอร์ข้อความโจมตีต่างๆ หลายอัน อาทิ "ไร้สัจจะ ยึดถือประโยชน์ส่วนตัว ยกข้ออ้างบังหน้า ไม่มีจุดยืน ยอมโดนด่าเพื่อร่วมรัฐบาล" โดยจะนำข้อความไปขึ้นคัดเอาท์ขนาดใหญ่ 3 รูปแบบติดไว้ที่บริเวณทางขึ้นทางด่วนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มักกะสัน และบางนา

โดยนายชูวิทย์ ได้หันไปกล่าวกับรูปของนายบรรหารว่า ตนรู้สึกอึดอัดใจ ไม่อยากจะมา แต่ที่ต้องมาเพราะสังคมเรียกร้อง ท่านสอนอยู่เสมอว่าเป็นนักการเมืองต้องพูดอะไรให้ออกได้สองทางอยู่เสมอ ถ้าออกทางเดียวจะไม่มีทางไป ซึ่งตรงข้ามกับสโลแกนของพรรคที่ตั้งไว้ แต่ท่านทำตรงข้ามมาตลอด และการแถลงข่าวเข้าร่วมรัฐบาลกับพลังประชาชนปากสั่น ลิ้นคับ น้ำตาคลอ ถ้าชาติไทยไม่เข้าร่วมบ้านเมืองก็จะไปไม่ได้ วันนี้ท่านวัยใกล้ 80 ปีแล้วยังต้องการอะไรอีก นายกฯก็เคยเป็นมาแล้ว คนที่ตั้งฉายาให้เป็นหลงจู๊เขามองเห็นว่าแตกต่างกับคำว่าเถ้าแก่อย่างไร เพราะคุณสมบัติของหลงจู๊คือเอาประโยชน์ต่อหน้าเฉพาะตน ไม่มีวิสัยทัศน์ คับแคบ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว

"เคยอ่านประวัติท่านบอกว่าเคยเป็นช่างตัดเสื้อ เมียขายขนม เป็นนายกฯ รัฐมนตรีก็เป็นมาแล้ว วันนี้ท่านยังต้องการอะไรในชีวิตอีก วัยอย่างท่านถือว่าเป็นอาวุโสที่จะต้องยกย่องบูชา เพราะฉะนั้นให้ระวังที่ไปร่วมกับพรรคพลังประชาชน ท่านจะจบชีวิตทางการเมือง ผมรู้สึกเสียดาย ผมจึงไม่แปลกใจว่าคนที่ไม่มีสัจจะ หรือจุดยืนอย่างท่าน วันนี้ท่านจึงไม่สามารถวางทายาททางการเมืองให้กับพรรคชาติไทยได้ เพราะไม่พัฒนาคน และคนในพรรคก็ไม่สามารถไปอยู่ในบริษัทใหญ่ ๆและพรรคอื่นได้ เพราะเลียนแบบหลงจู๊ ดังนั้นตลอด 30 กว่าปีทางการเมืองจึงไม่มีใครเจริญรอยตามท่านได้ วันนี้ที่บ้านเมืองสับสนวุ่นวาย" นายชูวิทย์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายชูวิทย์ยังได้ระบุว่า ในการแถลงข่าวร่วมรัฐบาลทั้ง 6 พรรคที่โรงแรมสุโขทัย เวลา 14.00 น.จะเดินทางไปป่วน โดยอาจนำอาหารที่ทำจากปลาไหลในงานด้วย

พีทีวี นิวส์
18 มกราคม 2551 เวลา 17:21 น.

กกต.จำกัดบริเวณทำข่าวของสื่อมวลชน

กกต. 18 ม.ค.- กกต.จำกัดบริเวณการทำข่าวของสื่อมวลชน อ้างความไม่เรียบร้อย – กกต.ไม่กล้าออกมาเข้าห้องน้ำ กลัวถูกสัมภาษณ์ - พยานรู้สึกไม่ปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บ่ายวันนี้ (18 ม.ค.) ที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชั้น 19 อาคารศรีจุลทรัพย์ ได้มีช่างติดฟิล์มกระจก ได้นำแผ่นฟิล์มสีน้ำตาล ขนาดประมาณ 50 เซนติมตร มาลองติดบริเวณประตูกระจก และวัดขนาดของช่วงประตูดังกล่าว เพื่อจะนำฟิล์มมาติด แต่เมื่อผู้สื่อข่าวและช่างภาพได้สอบถามและถ่ายภาพ นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต.ก็ได้ยกเลิกการติดฟิล์มดังกล่าว

ทั้งนี้ มีรายงานว่าเป็นคำสั่งของ นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง สั่งให้ฝ่ายพัสดุ กกต. ดำเนินการตั้งแต่ 3 วันที่ผ่านมา โดยการติดฟิล์มนี้ เป็นการติดตลอดบริเวณประตูที่กั้นระหว่างห้อง กกต.และทางเข้า ซึ่งผู้สื่อข่าวจะปักหลักทำข่าวอยู่บริเวณนี้เป็นประจำ

ขณะที่ นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต. กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องที่ กกต.สั่งให้ติดฟิล์ม และไม่ได้เป็นมติของ กกต. ส่วนตัวขอยืนยันว่า ไม่มีนโยบายให้ติดฟิล์มแน่นอน เพราะอาจทำให้ถูกครหาว่าไม่โปร่งใสได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้พฤติกรรมการติดฟิล์ม เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ในสมัยที่ พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ เป็นประธาน กกต. โดยเป็นช่วงที่ กกต.ชุดดังกล่าวถูกโจมตี และกดดันอย่างหนักให้ลาออก ดังนั้น จึงตัดปัญหาที่ช่างภาพพยายามเก็บภาพอยู่ตลอดเวลา ด้วยการนำฟิล์มและม่านมาติดกระจก ที่สามารถมองเห็นภายในห้องทำงาน กกต.ได้

จากนั้น เวลา 14.00 น. นายสุทธิพลได้มาขอทำความตกลงกับสื่อมวลชนว่า ไม่ให้ไปดักทำข่าวบริเวณหน้าห้องน้ำ โดยให้เหตุผลว่าไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย และทำให้ กกต.ไม่กล้าออกมาเข้าห้องน้ำ เพราะไม่ต้องการให้สัมภาษณ์ รวมทั้งพยานรู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่อเข้าชี้แจงต่อ กกต. และเสนอให้สื่อมวลชนนั่งรอ เฉพาะบริเวณห้องทำงานสื่อมวลชน หากต้องการสัมภาษณ์ผู้ใด ให้ประสานไป และ กกต.จะเป็นผู้ลงมาพบ หรือหากไม่ลงมา อาจมอบหมายให้คนอื่นลงมาแทน

ผู้สื่อข่าวพยายามชี้แจงว่า การที่ไปดักรอเพราะต้องการทำข่าว และหากรอการประสานงานเพื่อให้ กกต.ลงมาแถลง หรือมาให้สัมภาษณ์ โดยมากมักจะไม่ทันการณ์ หรือ กกต.จะเลี่ยงไม่ลงมาตอบด้วยตัวเอง ซึ่งบางคำถามถือเป็นดุลพินิจหรือความเห็นของ กกต. เท่านั้น ผู้อื่นไม่สามารถที่จะตอบแทนได้

การหารือระหว่างเลขาธิการ กกต.กับสื่อมวลชนเริ่มเป็นไปอย่างเผ็ดร้อน จนเลขาธิการ กกต.แสดงอาการโมโหอย่างเห็นได้ชัดในหลาย ๆ ครั้ง แต่ท้ายที่สุดมีข้อตกลงเบื้องต้นว่า จะให้ กกต.กั้นบริเวณตั้งแต่ประตูจนถึงทางเข้าห้องน้ำ เพื่อเปิดทางให้ กกต.เข้าห้องน้ำได้โดยสะดวก ซึ่ง กกต.จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่รอทำข่าวหรือไม่ เป็นสิทธิของ กกต.ผู้นั้นจะพิจารณา.- สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-18 17:10:41