WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, January 19, 2008

ประจาน 'เติ้ง'

'ชูวิทย์' มาอีกแล้ว! บุกที่ทำการพรรคชาติไทย ตั้งรูป 'ป๋าเติ้ง' จวกประจานไร้สัจจะ-ไม่มีจุดยืน แถลงร่วม พปช.ตั้งรัฐบาล อัดทำเป็น 'ปากสั่น-ลิ้นคับ-น้ำตาคลอ' เตือนให้ระวังจะจบชีวิตทางการเมือง ขู่ป่วนแถลงร่วม 6 พรรคพรุ่งนี้อีก

ที่พรรคชาติไทย นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวบริเวณหน้าที่ ทำการพรรค โดยนำรูปนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยขนาดวางไว้บนเก้าอี้ พร้อมนำโปสเตอร์ ์์ข้อความโจมตีต่างๆหลายอัน อาทิ 'ไร้สัจจะ ยึดถือประโยชน์ส่วนตัว ยกข้ออ้างบังหน้า ไม่มีจุดยืน ยอมโดนด่า เพื่อร่วมรัฐบาล' ทั้งนี้นายชูวิทย์ กล่าวว่าจะนำข้อความไปขึ้นคัดเอาท์ขนาดใหญ่ติดไว้ที่บริเวณทางขึ้นทางด่วน อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มักกะสัน และบางนา

นายชูวิทย์ กล่าวโดยหันหน้าไปทางรูปของนายบรรหารว่า ตนรู้สึกอึดอัดใจไม่อยากจะมา แต่ที่ต้องมาเพราะสังคมเรียกร้อง ท่านสอนอยู่เสมอว่าเป็นนักการเมืองต้องพูดอะไรให้ออกได้ 2 ทางอยู่เสมอ ถ้าออกทางเดียวจะไม่มีทางไป ซึ่งตรงข้ามกับสโลแกนของพรรคที่ตั้งไว้ แต่ท่านทำตรงข้ามมาตลอด และการแถลงข่าวเข้าร่วมรัฐบาลกับพลังประชาชนปากสั่น ลิ้นคับ น้ำตาคลอ ถ้าชาติไทยไม่เข้าร่วมบ้านเมือง ก็จะไปไม่ได้ วันนี้ท่านวัยใกล้ 80 ปีแล้วยังต้องการอะไรอีก นายกรัฐมนตรีก็เคยเป็นมาแล้ว คนที่ตั้งฉายาให้เป็นหลงจู ู๊เขามองเห็นว่าแตกต่างกับคำว่าเถ้าแก่อย่างไร เพราะคุณสมบัติของหลงจู๊คือเอาประโยชน์ต่อหน้าเฉพาะตน ไม่มีวิสัยทัศน์ คับแคบ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว

'เป็นนายกรัฐมนตรีก็เป็นมาแล้ว วันนี้ท่านยังต้องการอะไรในชีวิตอีก วัยอย่างท่านถือว่าเป็นอาวุโส ที่จะต้องยกย่อง บูชาเพราะฉะนั้น ให้ระวัง ที่ไปร่วมกับพรรคพลังประชาชน ท่านจะจบชีวิตทางการเมือง ผมรู้สึกเสียดาย ผมจึงไม่แปลกใจว่าคนที่ ไม่มีสัจจะ หรือจุดยืนอย่างท่าน วันนี้ท่านจึงไม่สามารถ วางทายาททางการเมือง ให้กับพรรคชาติไทยได้เพราะไม่พัฒนาคน และคนในพรรคก็ไม่สามารถไปอยู่พรรคอื่นได้เพราะเรียนแบบหลงจู๊ ดังนั้นตลอด 30 กว่าปีทางการเมือง จึงไม่มีใครเจริญรอยตามท่านได้ วันนี้ที่บ้านเมืองสับสนวุ่นวาย'นายชูวิทย์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชูวิทย์ กล่าวอีกว่า ในการแถลงข่าวร่วมจัดตั้งรัฐบาลระหว่าง 6 พรรค ที่โรงแรมสุโขทัย เวลา 14.00น.ในวันพรุ่งนี้ (19 ม.ค.) ตนจะเดินทางไปป่วน โดยอาจนำอาหารที่ทำจากปลาไหล ไปประท้วงในงานแถลงข่าวด้วย.


ศาลฏีกายกคำร้องทุกกรณี‘ไชยวัฒน์'ฟ้อง‘กกต.-พปช.-สมัคร'

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำสั่งยกคำร้องของนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากประเด็นที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)จัดเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อ 15-16 ธ.ค.50 เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายมาตรา 95 ในพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2550
ส่วนประเด็นที่นายไชยวัฒน์ ได้กล่าวหาว่าพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีพรรคไทยรักไทย และนายสมัคร สุนทรเวช หัวหนาพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น รวมทั้งกรณีการแจกซีดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้กับประชาชนในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งเป็นการผิดกฎหมายหรือไม่นั้น ศาลเห็นว่า ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชาชนไม่อยู่ในอำนาจการวินิจฉัยของศาล
"กรณีดังกล่าวเป็นอำนาจของ กกต.โดยเฉพาะ ไม่ได้ให้สิทธิผู้ร้องมายื่นคัดค้านการเลือกตั้งต่อศาลโดยตรง ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องส่วนนี้"คำวินิจฉัยของศาลฯ ระบุ--จบ--


จาก hi-thaksin

กกต.ประกาศรับรองสส.เพิ่มเติม29 คน-รวม‘ยงยุทธ'

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. แถลงภายหลังการประชุมวันนี้ว่า กกต.มีมติรับรองรายชื่อ สส. เพิ่มเติม 29 คน โดยแบ่งเป็น สส.จากการเลือกตั้งใหม่ 5 คน ส่วนอีก 24 คนเป็นจำนวน สส. ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาแต่ กกต.มีมติเอกฉันท์ ให้รับรองไปก่อน ทำให้จำนวน สส. ที่กกต.ประกาศรับรองขณะนี้มีทั้งสิ้น 460 คน ซึ่งเกินร้อยละ 95 และสามารถเปิดสภาผู้แทนราษฏรได้ในวันที่ 21 มกราคมนี้ ในการนี้นายยงยุทธ ติยะไพรัช ส.ส.ระบบสัดส่วนจากพรรคพลังประชาชนก็ได้รับการรับรองจาก กกต. ด้วย สำหรับ สส.อีก 20 รายที่จะต้องผ่านการเลือกตั้งใหม่ถึงจะครบจำนวน สส.ทั้งสิ้น 480 รายนั้น นายสุทธิพลกล่าวว่าจะประกาศผลรับรองให้เร็วที่สุด
นายสุทธิพลยังกล่าวอีกว่า สำหรับกรณีนายยงยุทธนั้น หากผลการสอบสวนระบุข้อเท็จจริงออกมาว่า เข้าข่ายทุจริตการเลือกตั้ง ก็สามารถดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไปได้


จาก hi-thaksin

Friday, January 18, 2008

พปช.ได้หายใจทั่วท้อง ศาลยกคำร้องทุกประเด็น [18 ม.ค. 51 - 18:30]

วันนี้ (18 ม.ค.) ศาลฎีกาได้อ่านคำตัดสิน กรณีที่ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นฟ้อง กกต. ทั้งคณะ พรรคพลังประชาชน นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน และผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 3 พรรคพลังประชาชน เพื่อขอให้ศาลวินิจฉัย 4 ข้อ

1. พรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีของพรรคไทยรักไทย ไม่มีสิทธิ์ส่งผู้สมัคร ส.ส.ในนามพรรคพลังประชาชนทั้งระบบสัดส่วนและระบบเขต โดยให้ศาลมีคำสั่งว่าการส่งผู้สมัครในนามพรรคพลังประชาชนดังกล่าว เป็นโมฆะหรือไม่เป็นผลทางกฎหมาย และ 2. นายสมัครที่เป็นตัวแทนของอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ไม่มีสิทธิ์ลงนามส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง และการลงนามส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ นั้น ศาลเห็นว่า กรณีดังกล่าวไม่อยู่ในอำนาจการวินิจฉัยของศาล จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง


ส่วน ข้อ 3. ผู้ร้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่าการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 15-16 ธ.ค.ที่ผ่านมาไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้เพิกถอนการเลือกตั้งล่วงหน้า ตลอดจนการเอาบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าไปรวมนับคะแนนเสียงโดยให้เพิกถอนการนับคะแนนเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมาทั้งหมด แล้วจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ นั้น ศาลระบุว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีอำนาจร้องขอให้ศาลเพิกถอนการเลือกตั้ง รวมถึงขอให้มีการเลือกตั้งใหม่ นายไชวัฒน์ ไม่มีอำนาจยื่นคำร้องในส่วนนี้ ศาลจึงให้ยกคำร้อง และศาลระบุว่า กกต.มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญฯ เนื่องจากมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พ.ย.2550 ที่ผ่านมา จึงมีผลบังคับใช้


เช่นเดียวกับ ข้อ 4.ที่ผู้ร้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่าการแจกซีดีให้กับประชาชนเป็นการผิดกฎหมาย ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม และห้ามไม่ให้ กกต.ประกาศรับรองผลทั่วประเทศ หรือเพิกถอนการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งของผู้สมัครพรรคพลังประชาชน นั้น ศาลได้ให้ยกคำร้อง เนื่องจากไม่อยู่ในขอบเขตการพิจารณาของศาล


ไชยวัฒน์ ยอมรับศาลตัดสินยกคำร้องกรณีนอมินี

ประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำสั่งยกคำร้องที่กล่าวหานายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นนอมินีพรรคไทยรักไทย ไม่มีสิทธิลงนามอนุมัติให้ผู้สมัครพรรคพลังประชาชนลงสมัครรับเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 พรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีพรรคไทยรักไทย ขอให้การเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นโมฆะ และกรณีที่ผู้สมัครพรรคพลังประชาชนแจกวีซีดี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ยอมรับการตัดสินของศาลที่ต้องการให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ เกิดความสมานฉันท์ ปรองดอง ทั้งนี้ ไม่รู้สึกว่าเสียหน้า แต่จะเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศชาติต่อไป

อย่างไรก็ตาม จะปรึกษาทีมทนายความอีกครั้งว่าจะไปยื่นคำร้องกรณีนายสมัคร และพรรคพลังประชาชน เป็นนอมินีอีกหรือไม่ แต่ยืนยันว่าการดำเนินการเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะตนได้ยื่นใบลาออกแล้ว และหนังสือลาออกเขียนชัดเจนว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค ให้ตนเป็นผู้ตัดสินใจ หากถอนคำร้องจะได้เป็นสมาชิกต่อ แต่หากเดินหน้าก็ขอลาออกจากพรรค โดยให้มีผลหลังศาลพิจารณาคดี.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-18 18:50:22

นพ.สุรพงษ์ เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล หลังศาลฎีกายกคำร้อง ไชยวัฒน์

นพ.สุรพงษ์ สบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำวินิจฉัยยกคำร้องของ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคไทยรักไทย ว่า ตนมั่นใจในความยุติธรรมของศาลที่มีต่อพรรคการเมืองที่ถูกจับตามอง ในขั้นตอนต่อไปพรรคจะเดินหน้าตามกระบวนการในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะคิดว่าคงไม่มีผลกระทบอะไร

ส่วนกรณีที่ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 1 พรรคพลังประชาชน ได้รับการรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งเป็นผู้ถูกคาดหมายว่าจะได้รับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า กรณีนี้ต้องรอความชัดเจนในวันที่ 21 มกราคม 2551 ซึ่งพรรคจะมีการปฐมนิเทศ ส.ส.ใหม่ และจะมีการลงมติเลือกประธานสภาฯ ซึ่งชื่อที่ปรากฏในสื่อมวลชน ไม่ว่าจะเป็นชื่อ นายยงยุทธ ติยะไพรัช หรือ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ถือเป็นผู้ที่เข้าข่ายว่าจะเป็นตัวเก็งที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานสภาฯ.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-01-18 18:41:22

สุวิทย์ แย้มร่วมรัฐบาลได้เป็นรองนายกฯ

จ.อุดรธานี 18 ม.ค.- “สุวิทย์” เผยเตรียมนั่งรองนายกรัฐมนตรี แต่รอความชัดเจนว่าจะควบ รมต.กระทรวงใดหรือไม่ ขณะเดียวกัน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของการโหวตตำแหน่งนายกฯ ในที่ประชุมสภาฯ เชื่อพรรคพลังประชาชนจะเสนอบุคคลที่มีความเหมาะสม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ได้เดินทางมาที่ อำเภอทุ่งฝน ซึ่งอยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดอุดรธานี เพื่อช่วย นายไชยยศ จิรเมธากร ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคหาเสียง โดยได้ยืนยันต่อประชาชนที่มาฟังการปราศรัยว่า พรรคเพื่อแผ่นดินได้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนแล้ว ซึ่งตนจะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และถ้าประชาชนเลือกนายไชยยศ เข้าไปเป็นส.ส. ก็จะมีสิทธิที่จะได้เป็นรัฐมนตรี

จากนั้น นายสุวิทย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนว่า การที่ตนบอกกับประชาชนที่มาฟังการปราศรัยว่าจะรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เพราะว่าธรรมเนียมในการปฏิบัติ หัวหน้าพรรคแต่ละพรรคที่เข้าร่วมรัฐบาลจะได้รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว และตนเคยรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีมาแล้ว 5 ครั้ง ส่วนจะนั่งควบตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงใดหรือไม่นั้น คงจะมีการพูดคุยกับแกนนำพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (19 ม.ค.) ซึ่งโควตารัฐมนตรีที่แต่ละพรรคจะได้รับต้องดูจากจำนวน ส.ส.แต่ละพรรค ถือเป็นไปตามกฎกติกา แต่ตนบอกชัดไม่ได้ว่าจะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีกี่ตำแหน่ง เพราะยังไม่ได้คุยกัน รอคุยกันและแถลงอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้

ส่วนที่มีข่าวระบุว่าพรรคเพื่อแผ่นดินจะได้ดูแลกระทรวงพลังงานและกระทรวงอุตสาหกรรมนั้น นายสุวิทย์ กล่าวว่า ยังตอบชัดเจนไม่ได้ อย่างไรก็ตาม นโยบายของพรรคเกี่ยวข้องกับทุกกระทรวงและเชื่อว่าบุคลากรของพรรคจะทำงานได้ในทุกกระทรวงเช่นกัน พร้อมที่จะทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติและประชาชนได้ ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใดพรรคก็ยินดี เพราะพรรคเพื่อแผ่นดินมีความพร้อมในทุกเรื่อง ยืนยันว่าพรรคไม่มีความขัดแย้งภายในจากการร่วมรัฐบาลครั้งนี้ เพราะแกนนำโดยเฉพาะนายวัฒนา อัศวเหม ที่ปรึกษาพรรค ได้ปรึกษาเรื่องนี้มาโดยตลอด ส่วนใครจะรับตำแหน่งใดภายในพรรค คงจะมาคุยกันอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เราทราบแน่ชัดแล้วว่าเราจะได้รับโควตาที่ชัดเจนเท่าใด

ต่อข้อถามว่า ในวันที่มีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี มี ส.ส.หลายคนไม่ตอบรับสนับสนุนให้นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรี นายสุวิทย์ กล่าวว่า พรรคเพื่อแผ่นดินไม่ได้คุยกันในประเด็นนี้ ตนก็ทราบจากการนำเสนอข่าวจากสื่อมวลชนเท่านั้น แต่ในส่วนของ ส.ส.พรรค เท่าที่ยังพูดคุยกันอยู่ ก็ยังมองว่าพรรคเพื่อแผ่นดินจะเสนอชื่อบุคคลใด และหากมีการเสนอชื่อบุคคลใดมาเป็นนายกรัฐมนตรี 6 พรรคร่วมรัฐบาลจะหารือกัน เมื่อหารือแล้วมีความเห็นออกมาอย่างไรก็ว่าไปตามข้อสรุป แต่คิดว่าประเด็นนี้ไม่น่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น

“ตอนนี้อย่าเพิ่งไปพูดถึงชื่อว่า นายสมัครจะเป็นนายกรัฐมนตรี หรือนายยงยุทธ ติยะไพรัช จะเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร เพราะตอนนี้อาจจะมองว่ายังไม่มีความชัดเจน หากไปพูดชื่อในขณะนี้ ผมเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม ส่วนพรรคเพื่อแผ่นดินจะยอมรับนายสมัครขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ ก็คงขึ้นอยู่กับพรรคพลังประชาชน จะเสนอชื่อใครมา และคงต้องมีการพิจารณาร่วมกันกับพรรคพลังประชาชน เพราะเมื่อถึงเวลาในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อตกลงอะไรกันแล้ว และจะร่วมกันทำงานก็คงต้องให้การสนับสนุนพรรคแกนนำที่จัดตั้งรัฐบาล แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล โดยคิดว่าพรรคพลังประชาชนคงจะเสนอชื่อคนที่มีความเหมาะสม ถ้าพรรคพลังประชาชนเห็นว่าใครเหมาะสมคงไม่มีปัญหาอะไร” นายสุวิทย์ กล่าว .- สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-18 18:25:27

ศาลฎีกายกคำร้องไชยวัฒน์ ระบุไม่อยู่ในอำนาจศาล

ศาลฎีกา 18 ม.ค.-ศาลฎีกายกทุกคำร้องของไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัครเขต 3 บุรีรัมย์ พรรคประชาธิปัตย์ ชี้ไม่อยู่ในขอบอำนาจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลฎีการะบุว่า กรณีกล่าวหาพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีพรรคไทยรักไทย นั้น ไม่อยู่ในอำนาจศาลวินิจฉัย กรณีแจก VCD ซื้อเสียงเป็นหน้าที่ กกต. พิจารณาฟ้อง ส่วนการให้เลือกตั้งล่วงหน้าโมฆะนั้น ถือเป็นอำนาจโดยชอบของ กกต. ที่จะจัดให้มีการเลือกตั้ง.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-18 17:53:31

‘นพดล’ประจานคตส. สาดโคลนชินคอร์ปโอนเงิน‘พจมาน’

ที่ปรึกษากม.อดีตนายกฯ โวยเมื่อ คตส.เล่นสกปรก ปล่อยข่าวมั่วไม่มีมูล กรณี บ.ชินคอร์ปฯโอนเงินให้ ‘คุณหญิงพจมาน’ ชี้เป็นการชำระเงินคืนในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่เท่านั้น

วันนี้(18 ม.ค.)เมื่อเวลา14.00 น. ที่ทำการพรรคพลังประชาชน นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีข้อเท็จจริงเรื่องการปล่อยข่าวของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) กรณีบริษัทชินคอร์ปฯโอนเงินให้คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาอดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ตามที่มีการรายงานแหล่งข่าวจาก คตส.ว่าพบข้อมูลว่าเมื่อปีพ.ศ.2540 บริษัทชินคอร์ปฯได้จ่ายเงินให้แก่คุณหญิงพจมาน 3 ครั้งรวมเป็นมูลค่าหลายพันล้านบาทนั้น ตนในฐานะที่ปรึกษากฎหมายของครอบครัวชินวัตร ขอชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชนเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง 2 ประเด็น คือ

1.การปล่อยข่าวที่อ้างว่ามาจาก คตส. เป็นการจงใจให้ข้อมูลเพียงด้านเดียวเพื่อสร้างความเสื่อมเสียแก่ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของคุณหญิงพจมาน ทั้งที่ความจริงก็คือการจ่ายเงินดังกล่าวของบริษัทชินคอร์ปฯ เป็นการชำระเงินคืนที่คุณหญิงพจมานในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ให้การช่วยเหลือแก่กิจการของบริษัทชินคอร์ปฯและบริษัทในเครือซึ่งประสบปัญหาเรื่องสภาพคล่องอันเป็นผลมาจาการการลดค่าเงินบาทในช่วงกลางปี 2540

ซึ่งหาก คตส.มีความบริสุทธิ์ใจต้องการดำเนินการสอบสวนข้อมูลทางการเงินของบริษัทฯจริง นอกจาก คตส.จะสามารถตรวจสอบเอกสารจากบัญชีต่างๆ ของบริษัทฯแล้ว คตส.ยังสามารถตรวจสอบจากงบการเงินของบริษัทฯ ส่งมอบต่อกระทรวงพานิชย์ทุกปีตามกฎหมายหรือข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯ หาก คตส.ไม่สามารถอ่านหรือทำความเข้าใจงบการเงินของบริษัทฯได้ เชื่อว่าบริษัทชินคอร์ปฯน่าจะสามารถให้คำอธิบายหรือให้ความช่วยเหลือได้

2.บริษัทชินคอร์ปอเรชั่นฯ เป็นบริษัทมหาชนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กลต.และตลาดหลักทรัพย์ฯมาโดยตลอด นอกจากนี้ผู้สอบบัญชีของบริษัทในเวลานั้นก็คือ KPMG ซึ่งเป็นผู้สอบบัญชีที่มีชื่อเสียงระดับโลกย่อมไม่ปล่อยให้มีการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายใดๆให้เกิดขึ้นกับบริษัทอย่างนี้แน่นอน

นอกจากนี้ในช่วงปี 2540 กรรมการของบริษัทฯ ก็เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการธุรกิจและสังคม เช่น คุณศิรินทร์ นิมมานเหมินทร์ ดร.โอฬาร ไชยประวัติ คุณพารณ อิสระเสนาฯ ซึ่งกรรมการเหล่านี้ย่อมไม่ปล่อยให้มีการการะทำผิดกฎหมายหรือไซฟ่อนเงินใดๆเกิดขึ้นในบริษัท

การปล่อยข่าวในลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายครั้งหลายหน โดยไม่มีการชี้แจงหรือยืนยันข้อเท็จจริง จนอาจมองได้ว่าเป็นการปล่อยข่าวโดยมีเป้าหมายทางการเมือง เพื่อทำลายชื่อเสียงของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและครอบครัว ดังนั้นจึงขอให้พี่น้องประชาชนได้โปรดตระหนักถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการปล่อยข่าว และขอได้โปรดเชื่อมั่นว่าทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ไม่ได้ทำผิดกฎหมายและไม่ได้ทำการใดๆที่เป็นเรื่องไม่ถูกต้องไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอย้ำอีกครั้งว่า พ.ต.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัวพร้อมพิสูจน์ความเป็นจริงทั้งหมดในศาลยุติธรรมต่อไป


พีทีวี นิวส์
18 มกราคม 2551 เวลา 15:41 น.

'ชูวิทย์'อัด‘เติ้ง’พลิกลิ้นร่วมรัฐบาล พปช.

เสี่ยอ่างบุกหน้าพรรคชาติไทย จวกหน.‘บรรหาร’ไร้สัจจะสัจจะ ยึดถือประโยชน์ส่วนตัว เข้าร่วมรัฐบาลกับพปช. แย้มเตรียมป่วนงานแถลง 6พรรคร่วมรัฐบาล

วันนี้(18 ม.ค.)ที่พรรคชาติไทย เมื่อช่วงบ่าย นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวบริเวณหน้าพรรค โดยนำรูปนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย วางไว้ใกล้ๆ และนำโปสเตอร์ข้อความโจมตีต่างๆ หลายอัน อาทิ "ไร้สัจจะ ยึดถือประโยชน์ส่วนตัว ยกข้ออ้างบังหน้า ไม่มีจุดยืน ยอมโดนด่าเพื่อร่วมรัฐบาล" โดยจะนำข้อความไปขึ้นคัดเอาท์ขนาดใหญ่ 3 รูปแบบติดไว้ที่บริเวณทางขึ้นทางด่วนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มักกะสัน และบางนา

โดยนายชูวิทย์ ได้หันไปกล่าวกับรูปของนายบรรหารว่า ตนรู้สึกอึดอัดใจ ไม่อยากจะมา แต่ที่ต้องมาเพราะสังคมเรียกร้อง ท่านสอนอยู่เสมอว่าเป็นนักการเมืองต้องพูดอะไรให้ออกได้สองทางอยู่เสมอ ถ้าออกทางเดียวจะไม่มีทางไป ซึ่งตรงข้ามกับสโลแกนของพรรคที่ตั้งไว้ แต่ท่านทำตรงข้ามมาตลอด และการแถลงข่าวเข้าร่วมรัฐบาลกับพลังประชาชนปากสั่น ลิ้นคับ น้ำตาคลอ ถ้าชาติไทยไม่เข้าร่วมบ้านเมืองก็จะไปไม่ได้ วันนี้ท่านวัยใกล้ 80 ปีแล้วยังต้องการอะไรอีก นายกฯก็เคยเป็นมาแล้ว คนที่ตั้งฉายาให้เป็นหลงจู๊เขามองเห็นว่าแตกต่างกับคำว่าเถ้าแก่อย่างไร เพราะคุณสมบัติของหลงจู๊คือเอาประโยชน์ต่อหน้าเฉพาะตน ไม่มีวิสัยทัศน์ คับแคบ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว

"เคยอ่านประวัติท่านบอกว่าเคยเป็นช่างตัดเสื้อ เมียขายขนม เป็นนายกฯ รัฐมนตรีก็เป็นมาแล้ว วันนี้ท่านยังต้องการอะไรในชีวิตอีก วัยอย่างท่านถือว่าเป็นอาวุโสที่จะต้องยกย่องบูชา เพราะฉะนั้นให้ระวังที่ไปร่วมกับพรรคพลังประชาชน ท่านจะจบชีวิตทางการเมือง ผมรู้สึกเสียดาย ผมจึงไม่แปลกใจว่าคนที่ไม่มีสัจจะ หรือจุดยืนอย่างท่าน วันนี้ท่านจึงไม่สามารถวางทายาททางการเมืองให้กับพรรคชาติไทยได้ เพราะไม่พัฒนาคน และคนในพรรคก็ไม่สามารถไปอยู่ในบริษัทใหญ่ ๆและพรรคอื่นได้ เพราะเลียนแบบหลงจู๊ ดังนั้นตลอด 30 กว่าปีทางการเมืองจึงไม่มีใครเจริญรอยตามท่านได้ วันนี้ที่บ้านเมืองสับสนวุ่นวาย" นายชูวิทย์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายชูวิทย์ยังได้ระบุว่า ในการแถลงข่าวร่วมรัฐบาลทั้ง 6 พรรคที่โรงแรมสุโขทัย เวลา 14.00 น.จะเดินทางไปป่วน โดยอาจนำอาหารที่ทำจากปลาไหลในงานด้วย

พีทีวี นิวส์
18 มกราคม 2551 เวลา 17:21 น.