WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, January 19, 2008

เทพเทือกตะเพิด'ไชยวัฒน์'พ้นพรรค [19 ม.ค. 51 - 05:06]

ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์วันเดียวกัน เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้แจ้งให้ตนถอนฟ้องเฉพาะข้อหาให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ต่อมาได้แจ้งให้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค เนื่องจากไม่ยอมถอนฟ้อง ดังนั้น วันที่ 18 ม.ค. จึงได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเป็นที่เรียบร้อย อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ได้พยายามประคองภารกิจนี้ให้มาถึงวันนี้ให้ได้ ดังนั้น เมื่อภารกิจเสร็จแล้วก็ต้องสนองตอบต่อนายสุเทพ เลขาธิการพรรค ที่ขอให้ถอนฟ้องหรือลาออก จึงตัดสินใจที่จะลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากนี้จะขอไปทำงานเกี่ยวกับด้านสุขภาพ ส่วนจะหวนกลับมาทางด้านการเมืองอีกหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ เป็นเรื่องของอนาคต


ด้านนายสุเทพกล่าวว่า ได้ยื่นข้อเสนอให้นาย ไชยวัฒน์ถอนฟ้องเฉพาะข้อหาให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือถ้าไม่ถอนฟ้อง ทางพรรคก็มีมติให้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค โดยนายไชยวัฒน์ยืนยันที่จะไม่ถอนฟ้อง และเลือกที่จะลาออก มีผลในวันที่ 18 ม.ค.นี้ ทั้งนี้ กรณีที่นายไชยวัฒน์ฟ้องศาลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะนั้นไม่ใช่จุดยืนของพรรค ถ้าจะฟ้องก็ควรฟ้องก่อนการเลือกตั้ง เมื่อถามว่า การที่นายไชยวัฒน์ระบุว่า ขอให้การลาออกดังกล่าวมีผลภายหลังจากศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาคดีฟ้อง คิดว่าจะเป็นการทำเพื่อให้พรรคยื้อให้อยู่กับพรรคต่อไปหรือไม่ นายสุเทพตอบว่าใครจะยื้อก็ยื้อไป ยังไงก็ไม่สน คนไม่มีวินัยอยู่ร่วมกับเพื่อนกับพรรคไม่ได้


นายกฯบอก 'หมัก' จะควบ กห.ให้ถามทหาร [19 ม.ค. 51 - 05:06]

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ว่า ยังไม่เห็นว่ามีใครที่จะมาเป็นคณะรัฐมนตรีบ้าง ในขณะนี้เป็นเพียงข่าวลือ ขอให้ถึงเวลานั้นก่อน และขอให้ท่านเหล่านั้นได้มีเวลาทำงานพิสูจน์ตัวเอง คิดว่าน่าจะเป็นทางออกที่ดี เมื่อถามว่า รัฐบาลใหม่จะทำให้เกิดความสมานฉันท์แก่ประเทศชาติได้หรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ ตอบว่า อยู่ที่ท่านทั้งหลายที่จะมาทำหน้าที่กันต่อไป ตนมีความหวัง ไม่เคยหมดความหวัง บ้านเมืองเราน่าจะมีโอกาสเจริญก้าวหน้าต่อไป


เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน จะนั่งควบตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม รับได้หรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ ตอบว่า ก็ต้องถามทหาร เมื่อถามต่อว่า แต่ทางทหารก็เรียกร้องขอให้เอาทหารมาเป็น รมว.กลาโหม พล.อ.สุรยุทธ์ ตอบว่า ตนพ้นมาแล้ว ถ้าจะถามต้องถามทหาร เพราะขณะนี้ตนก็เป็นพลเรือนแล้ว เมื่อถามว่า ส่วนตัวเชื่อหรือไม่ที่นายสมัครระบุว่ามีมือสกปรกคอยขัดขวางการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชาชนในครั้งนี้ พล.อ.สุรยุทธ์ ตอบว่า ไม่ทราบ เพราะไม่ได้เป็นคุณสมัคร ดังนั้น จึงไม่ทราบว่าอะไรเป็นมือสะอาด หรือมือสกปรก

“บุญสร้าง” หนุนพจมานคุย “ป๋า”

ที่กองบัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.ทหารสูงสุด กล่าวว่า ไม่รู้สึกเป็นห่วงรัฐบาลชุดใหม่ที่ส่วนใหญ่เป็นอดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย เพราะได้รับบทเรียนกันไปมากแล้ว ทุกฝ่ายต้องแก้ไขกันอย่างจริงจัง บ้านเมืองจะได้ไปรอด ทัดเทียมกับนานาประเทศ ถ้าเราทำงานแบบไม่ซื่อตรง ความเจริญ หรือความเสื่อมมันจะรวดเร็วมาก ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาอดีตนายกรัฐมนตรี โทรศัพท์พูดคุยกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ถือเป็นหนทางนำไปสู่ความสมานฉันท์ พล.อ.บุญสร้าง ตอบว่า เรื่องนี้ไม่ขอพูด เพราะไม่ทราบอะไรทั้งสิ้น แต่แนวทางทั่วไป ถือเป็นสิ่งดีที่มีการพูดคุยกัน เพื่อนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า เมื่อถามว่า ตำแหน่ง รมว.กลาโหมจำเป็นหรือไม่ว่าจะต้องมาจากทหาร พล.อ.บุญสร้างตอบว่า อยู่ที่รัฐบาลจะต้องมีความเข้าใจว่าควรทำอย่างไรจึงจะเหมาะสม ตำแหน่ง รมว.กลาโหม น่าจะเป็นจุดที่ละเอียดอ่อนพอสมควร ดังนั้น รัฐบาลต้องคิดให้รอบคอบ


อัยการสูงสุดชี้สำนวนคดีหวยมีปัญหา [19 ม.ค. 51 - 05:08]

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด กล่าวถึงการพิจารณาสำนวนคดีหวยบนดินของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ว่า ตนพิจารณาความเห็นที่คณะทำงานเสนอให้มีการแต่งตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างอัยการ กับ คตส. โดยตนเห็นชอบด้วย เนื่องจากเห็นว่าสำนวนการสอบสวนยังขาดความสมบูรณ์ 4-5 ประเด็น และเสนอรายชื่ออัยการ 5 คน แจ้งให้ คตส. ทราบเมื่อวันที่ 17 ม.ค. เพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะทำงานร่วมกัน แต่ในชั้นนี้ตนยังไม่มีความเห็นสรุปในสำนวนแจ้ง คตส. ว่าให้สั่งฟ้อง หรือไม่สั่งฟ้อง ทั้งนี้ การเสนอแต่งตั้งคณะทำงานร่วมกันนั้น คตส.อาจไม่เห็นด้วยก็ได้ ซึ่งกฎหมายให้สิทธิ คตส.ยื่นฟ้องคดีเองได้หากยังยืนยันที่จะฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 47 คน

ชูเงื่อนไขสุดกู่ไปเลย [19 ม.ค. 51 - 03:02]

ลำพังเก้าอี้นายกรัฐมนตรียังลูกผีลูกคน

ล่าสุดมีรายงานข่าวที่ฟังแล้วเสียวสันหลังวาบกันไปใหญ่ “ลุงหมัก” นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน จะสานต่อประวัติศาสตร์เป็นพลเรือนคนที่ 3 ที่นั่งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ควบเก้าอี้ รมว.กลาโหม ต่อจาก ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช และนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี

โดยเงื่อนไข มองความเป็นไปได้แทบจะไม่มี

ถ้าไม่บังเอิญว่า เช็กที่มาที่ไปของแหล่งข่าว แทบจะเป็น “ลุงหมัก” พูดเองเลยด้วยซ้ำ

นี่แหละที่หูผึ่ง

แถมรายการนี้ยังมีเหตุผลแนบท้าย ในฐานะอดีตผู้แทนราษฎรผูกขาดเขต 1 ดุสิต กรุงเทพมหานคร ผูกปีเข้าวินในพื้นที่สีเขียว เป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนสายสัมพันธ์ชื่อของ “สมัคร” กับทหาร

ไม่ใช่ใคร คนกันเอง

และตามรายงาน ได้มีการเคลียร์ทางไปยัง “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ก็ได้รับคำตอบว่า ยอมรับได้

อะไรมันจะง่ายขนาดนั้น

เอาเป็นว่า ณ นาทีนี้ยังเป็นแค่ความต้องการฝ่ายเดียวที่พรรคพลังประชาชนโยนหินถามทางออกมา

แต่โดยเกมเพาเวอร์เพลย์ การประลองยุทธ์ศึกชิงอำนาจยังร้อนแรง

มันต้องมีนัยแฝงอยู่

ในกรณีที่เป็นการวางเกมจากฮ่องกง ก็เป็นไปได้ที่ชื่อของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ทบ. ที่มีข่าวว่าอยู่ในโผคุณขอมา

ทูตสมานฉันท์จากทหาร

แต่ติดตรงเรื่องค้างคาใจ เมื่อครั้งที่ พล.อ.ประวิตรได้รับการเสนอชื่อให้เป็นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในช่วงท้ายๆรัฐบาลไทยรักไทย และมีการคาดหมายว่าจะได้รับการผลักดันให้เป็นประธาน ป.ป.ช. แต่มีการลาออกในนาทีสุดท้าย ทำให้ติดล็อกเงื่อนไขทางกฎหมาย ไม่สามารถดำเนินการเลือก ป.ป.ช.ได้

“นายใหญ่” กับ “นายหญิง” ยังเคืองมาถึงวันนี้

โดยเงื่อนไขของการวัดใจ ชื่อของ พล.อ.ประวิตรย่อมหนีไม่พ้นเรื่องของการหวาดระแวง ไม่ไว้วางใจในความปลอดภัย

เลยต้องส่งชื่อ “สมัคร” มายันไว้

หรืออีกนัยหนึ่ง ถ้าเป็นเกมของ “ฮาร์ดคอร์” การปล่อยมุกนายสมัครนั่งควบเก้าอี้ รมว.กลาโหม ก็เพื่อเบิ้ลกลับมือที่มองไม่เห็น

บลัฟกระแสต้านชื่อ “สมัคร” เป็นนายกรัฐมนตรี

ยื่นเงื่อนไขให้สุดกู่ไปเลย

เป็นยุทธศาสตร์เบี่ยงแรงเสียดทาน ล่อให้ไปพะวงกับชื่อ “สมัคร” บนเก้าอี้ รมว.กลาโหม กลบกระแสต้านในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ในสถานการณ์แรงเสียดทานยังมีอยู่ประปราย

แม้จะมีเสียงยืนยันจากขุนศึกสายตรงลอนดอน การันตีไม่มีนายกฯสำรองเผื่อไว้ ถ้าพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

นายกรัฐมนตรีต้องชื่อ “สมัคร” เท่านั้น

และฟันธงได้เมื่ออดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ส่งเสียงเชียร์ข้ามฟ้ามาจากอังกฤษ นายสมัครมีคุณสมบัติเป็นนายกรัฐมนตรี

“เป็นกติกาสากลว่า หัวหน้าพรรคที่ได้รับเสียงข้างมากจากการเลือกตั้ง ก็ควรจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี คุณสมัครเคยเป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวง เป็นรองนายกฯ และยังเคยเป็นผู้ว่าฯ กทม. มีประสบการณ์ในการทำงานมากมาย”

เคาะโต๊ะกันแล้ว

แต่อย่างที่เห็น “บิ๊กเติ้ง” นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กอดคอนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน แถลงข่าวตอบรับเทียบเชิญเข้าร่วมรัฐบาล

แต่ยังกั๊กหนุนชื่อ “สมัคร” เป็นนายกฯ

เหมือนยังแหยงๆมือที่มองไม่เห็น.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

คอลัมน์ ข่าวการเมือง(วิเคราะห์)


หมอเลี๊ยบขอบคุณศาล เดินหน้าตั้งรบ.เต็มสตีม

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าววันนี้ (18 ม.ค.) หลังรับทราบคำตัดสิน ของศาลฎีกาว่า พรรคต้องกราบขอบคุณศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง ที่ให้ความยุติธรรมแก่พรรค ที่ผ่านมาเราเชื่อว่า จะได้รับความเป็นธรรม หลังเกิดกรณีร้องเรียนในข้อกล่าวหาดังกล่าว ต่อจากนี้ไปจะเดินหน้าเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล วันพรุ่งนี้ (19 ม.ค.) เวลา 14.00 น. จะมีการประกาศร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลของทั้ง 6 พรรค ที่โรงแรมสุโขทัย

'เชื่อว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทย และสังคมโลกได้ด้วยว่า ประเทศไทยกำลังหวนคืนสู่ เส้นทาง ประชาธิปไตย ประชาชนจะมีโอกาสมีชีวิตที่ดีขึ้น' เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าว และว่า การแถลงวันพรุ่งนี้ เป็นการแถลงร่วมกันของหัวหน้าพรรค และตัวแทนพรรคก่อน เป็นการประกาศให้เห็นภาพชัดเจน กระบวนการ หลังจากนั้น จะมีการเชิญตัวแทนของพรรคการเมืองมาร่วมทำนโยบาย เตรียมนำเสนอต่อรัฐสภาต่อไป จากนั้นจะพูดคุยถึงเรื่องตัวบุคคล ที่จะเข้ามาร่วมเป็นทีมงานในการบริหารประเทศ เชื่อว่าใช้เวลา 3-4 วัน หลังจากร่วมกันประกาศในวันพรุ่งนี้


'อนุพงษ์' ปลุกทหารพร้อมรับมือทุกสถานการณ์

วันที่ 18 มกราคม ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวให้โอวาทต่อกำลังพล ระหว่างเป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลของหน่วย ทหาร ในเขตจังหวัดทหารบกกรุงเทพมหานคร ตอนหนึ่งว่า วันกองทัพไทยถือเป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทย เนื่องจากบรรพบุรุษได้กระทำวีรกรรมอันกล้าหาญ ได้เสียสละทั้งเลือดเนื้อและชีวิต เพื่อรักษาแผ่นดินอันที่รัก และหวงแหนไว้ให้เป็นมรดกตกทอดมาถึงพวกเราจวบจนทุกวันนี้ ขอให้ยึดมั่นในคำสัตย์ปฏิญาณ ต่อธงชัยเฉลิมพลอย่างมั่นคง และจงภาคภูมิใจที่ได้เข้ามาเป็นทหารที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษ ในการพิทักษ์รักษาชาติ และราชบัลลังก์ไว้สืบไป

'นอกจากการปฏิบัติภารกิจตามบทบาทหน้าที่ รับผิดชอบแล้วทหารยังต้องให้การสนับสนุนหน่วยงานอื่นๆ ในการดำเนินการเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาของชาติ สร้างเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนสนับสนุน การปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แม้ว่ายังไม่ปรากฏภัยคุกคามจากภายนอก แต่สถานการณ์ในประเทศยังมีการเปลี่ยนแปลงทุกขณะ ฉะนั้นทหารทุกคนต้องมีความพร้อม และเผชิญสถานการณ์ ทุกรูปแบบ' พล.อ.อนุพงษ์กล่าว

ประจาน 'เติ้ง'

'ชูวิทย์' มาอีกแล้ว! บุกที่ทำการพรรคชาติไทย ตั้งรูป 'ป๋าเติ้ง' จวกประจานไร้สัจจะ-ไม่มีจุดยืน แถลงร่วม พปช.ตั้งรัฐบาล อัดทำเป็น 'ปากสั่น-ลิ้นคับ-น้ำตาคลอ' เตือนให้ระวังจะจบชีวิตทางการเมือง ขู่ป่วนแถลงร่วม 6 พรรคพรุ่งนี้อีก

ที่พรรคชาติไทย นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวบริเวณหน้าที่ ทำการพรรค โดยนำรูปนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยขนาดวางไว้บนเก้าอี้ พร้อมนำโปสเตอร์ ์์ข้อความโจมตีต่างๆหลายอัน อาทิ 'ไร้สัจจะ ยึดถือประโยชน์ส่วนตัว ยกข้ออ้างบังหน้า ไม่มีจุดยืน ยอมโดนด่า เพื่อร่วมรัฐบาล' ทั้งนี้นายชูวิทย์ กล่าวว่าจะนำข้อความไปขึ้นคัดเอาท์ขนาดใหญ่ติดไว้ที่บริเวณทางขึ้นทางด่วน อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มักกะสัน และบางนา

นายชูวิทย์ กล่าวโดยหันหน้าไปทางรูปของนายบรรหารว่า ตนรู้สึกอึดอัดใจไม่อยากจะมา แต่ที่ต้องมาเพราะสังคมเรียกร้อง ท่านสอนอยู่เสมอว่าเป็นนักการเมืองต้องพูดอะไรให้ออกได้ 2 ทางอยู่เสมอ ถ้าออกทางเดียวจะไม่มีทางไป ซึ่งตรงข้ามกับสโลแกนของพรรคที่ตั้งไว้ แต่ท่านทำตรงข้ามมาตลอด และการแถลงข่าวเข้าร่วมรัฐบาลกับพลังประชาชนปากสั่น ลิ้นคับ น้ำตาคลอ ถ้าชาติไทยไม่เข้าร่วมบ้านเมือง ก็จะไปไม่ได้ วันนี้ท่านวัยใกล้ 80 ปีแล้วยังต้องการอะไรอีก นายกรัฐมนตรีก็เคยเป็นมาแล้ว คนที่ตั้งฉายาให้เป็นหลงจู ู๊เขามองเห็นว่าแตกต่างกับคำว่าเถ้าแก่อย่างไร เพราะคุณสมบัติของหลงจู๊คือเอาประโยชน์ต่อหน้าเฉพาะตน ไม่มีวิสัยทัศน์ คับแคบ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว

'เป็นนายกรัฐมนตรีก็เป็นมาแล้ว วันนี้ท่านยังต้องการอะไรในชีวิตอีก วัยอย่างท่านถือว่าเป็นอาวุโส ที่จะต้องยกย่อง บูชาเพราะฉะนั้น ให้ระวัง ที่ไปร่วมกับพรรคพลังประชาชน ท่านจะจบชีวิตทางการเมือง ผมรู้สึกเสียดาย ผมจึงไม่แปลกใจว่าคนที่ ไม่มีสัจจะ หรือจุดยืนอย่างท่าน วันนี้ท่านจึงไม่สามารถ วางทายาททางการเมือง ให้กับพรรคชาติไทยได้เพราะไม่พัฒนาคน และคนในพรรคก็ไม่สามารถไปอยู่พรรคอื่นได้เพราะเรียนแบบหลงจู๊ ดังนั้นตลอด 30 กว่าปีทางการเมือง จึงไม่มีใครเจริญรอยตามท่านได้ วันนี้ที่บ้านเมืองสับสนวุ่นวาย'นายชูวิทย์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชูวิทย์ กล่าวอีกว่า ในการแถลงข่าวร่วมจัดตั้งรัฐบาลระหว่าง 6 พรรค ที่โรงแรมสุโขทัย เวลา 14.00น.ในวันพรุ่งนี้ (19 ม.ค.) ตนจะเดินทางไปป่วน โดยอาจนำอาหารที่ทำจากปลาไหล ไปประท้วงในงานแถลงข่าวด้วย.


ศาลฏีกายกคำร้องทุกกรณี‘ไชยวัฒน์'ฟ้อง‘กกต.-พปช.-สมัคร'

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำสั่งยกคำร้องของนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากประเด็นที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)จัดเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อ 15-16 ธ.ค.50 เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายมาตรา 95 ในพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2550
ส่วนประเด็นที่นายไชยวัฒน์ ได้กล่าวหาว่าพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีพรรคไทยรักไทย และนายสมัคร สุนทรเวช หัวหนาพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น รวมทั้งกรณีการแจกซีดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้กับประชาชนในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งเป็นการผิดกฎหมายหรือไม่นั้น ศาลเห็นว่า ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชาชนไม่อยู่ในอำนาจการวินิจฉัยของศาล
"กรณีดังกล่าวเป็นอำนาจของ กกต.โดยเฉพาะ ไม่ได้ให้สิทธิผู้ร้องมายื่นคัดค้านการเลือกตั้งต่อศาลโดยตรง ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องส่วนนี้"คำวินิจฉัยของศาลฯ ระบุ--จบ--


จาก hi-thaksin

กกต.ประกาศรับรองสส.เพิ่มเติม29 คน-รวม‘ยงยุทธ'

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. แถลงภายหลังการประชุมวันนี้ว่า กกต.มีมติรับรองรายชื่อ สส. เพิ่มเติม 29 คน โดยแบ่งเป็น สส.จากการเลือกตั้งใหม่ 5 คน ส่วนอีก 24 คนเป็นจำนวน สส. ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาแต่ กกต.มีมติเอกฉันท์ ให้รับรองไปก่อน ทำให้จำนวน สส. ที่กกต.ประกาศรับรองขณะนี้มีทั้งสิ้น 460 คน ซึ่งเกินร้อยละ 95 และสามารถเปิดสภาผู้แทนราษฏรได้ในวันที่ 21 มกราคมนี้ ในการนี้นายยงยุทธ ติยะไพรัช ส.ส.ระบบสัดส่วนจากพรรคพลังประชาชนก็ได้รับการรับรองจาก กกต. ด้วย สำหรับ สส.อีก 20 รายที่จะต้องผ่านการเลือกตั้งใหม่ถึงจะครบจำนวน สส.ทั้งสิ้น 480 รายนั้น นายสุทธิพลกล่าวว่าจะประกาศผลรับรองให้เร็วที่สุด
นายสุทธิพลยังกล่าวอีกว่า สำหรับกรณีนายยงยุทธนั้น หากผลการสอบสวนระบุข้อเท็จจริงออกมาว่า เข้าข่ายทุจริตการเลือกตั้ง ก็สามารถดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไปได้


จาก hi-thaksin

Friday, January 18, 2008

พปช.ได้หายใจทั่วท้อง ศาลยกคำร้องทุกประเด็น [18 ม.ค. 51 - 18:30]

วันนี้ (18 ม.ค.) ศาลฎีกาได้อ่านคำตัดสิน กรณีที่ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นฟ้อง กกต. ทั้งคณะ พรรคพลังประชาชน นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน และผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 3 พรรคพลังประชาชน เพื่อขอให้ศาลวินิจฉัย 4 ข้อ

1. พรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีของพรรคไทยรักไทย ไม่มีสิทธิ์ส่งผู้สมัคร ส.ส.ในนามพรรคพลังประชาชนทั้งระบบสัดส่วนและระบบเขต โดยให้ศาลมีคำสั่งว่าการส่งผู้สมัครในนามพรรคพลังประชาชนดังกล่าว เป็นโมฆะหรือไม่เป็นผลทางกฎหมาย และ 2. นายสมัครที่เป็นตัวแทนของอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ไม่มีสิทธิ์ลงนามส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง และการลงนามส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ นั้น ศาลเห็นว่า กรณีดังกล่าวไม่อยู่ในอำนาจการวินิจฉัยของศาล จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง


ส่วน ข้อ 3. ผู้ร้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่าการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 15-16 ธ.ค.ที่ผ่านมาไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้เพิกถอนการเลือกตั้งล่วงหน้า ตลอดจนการเอาบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าไปรวมนับคะแนนเสียงโดยให้เพิกถอนการนับคะแนนเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมาทั้งหมด แล้วจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ นั้น ศาลระบุว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีอำนาจร้องขอให้ศาลเพิกถอนการเลือกตั้ง รวมถึงขอให้มีการเลือกตั้งใหม่ นายไชวัฒน์ ไม่มีอำนาจยื่นคำร้องในส่วนนี้ ศาลจึงให้ยกคำร้อง และศาลระบุว่า กกต.มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญฯ เนื่องจากมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พ.ย.2550 ที่ผ่านมา จึงมีผลบังคับใช้


เช่นเดียวกับ ข้อ 4.ที่ผู้ร้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่าการแจกซีดีให้กับประชาชนเป็นการผิดกฎหมาย ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม และห้ามไม่ให้ กกต.ประกาศรับรองผลทั่วประเทศ หรือเพิกถอนการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งของผู้สมัครพรรคพลังประชาชน นั้น ศาลได้ให้ยกคำร้อง เนื่องจากไม่อยู่ในขอบเขตการพิจารณาของศาล