WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, January 19, 2008

ว่าแต่เขา [19 ม.ค. 51 - 19:23]

เสียดายที่ว่า ข้อมูลบางอย่างยังไม่สมบูรณ์ ไม่เช่นนั้นผมคงจะต่อจิ๊กซอว์อะไรบางอย่างได้ ้ชัดเจนกว่านี้ และเรื่องราวที่ผมแสดงความวิตกกังวลต่อไปนี้ จะนำไปสู่วงจรอุบาทว์ เป็นกับดักแห่งความหายนะที่ผมเคยเกริ่นเอาไว้หรือไม่ เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์

บ้านเรากำลังจะมีปรากฏการณ์แปลกๆเกิดขึ้นอีกมากมาย โดยที่กฎเกณฑ์กติกาอาจถูกบิดเบือน ไปหมด น่าเสียดายว่า นักกฎหมายระดับเซียน เป็นมือกฎหมายอันดับหนึ่งของประเทศ แต่ใช้ความสามารถที่มีอยู่ไปในทางที่ไม่ชอบ ใช้กฎหมายอย่างทุจริต ที่ภาษาชาวบ้านเขา เรียกว่า ศรีธนญชัย รับใช้เผด็จการ

ขัดรัฐธรรมนูญและจริยธรรม

สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต สิ่งที่ยกเป็นข้ออ้างในการล้มล้างอำนาจประชาธิปไตย และเข้ามายึด อำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

วันนี้ก็ไม่แตกต่าง

การเข้าแทรกแซงสื่อ แทรกแซงองค์กรอิสระ คอรัปชันเชิงนโยบาย ผลประโยชน์ทับซ้อน เล่นพรรคเล่นพวก ทำอย่างไม่เคอะเขิน ดูออกหน้าออกตากว่ารัฐบาลที่ผ่านมาด้วยซ้ำ

กรณีตั้งคณะกรรมการชั่วคราวและ ผอ.บริหารชั่วคราว เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในทีวีสาธารณะ ทีพีบีเอส กับประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อน อย่าไปแก้ตัวสร้างภาพกันเสียให้ยาก กำพืดนั้นปิดบัง กันไม่ได้

ผลประโยชน์ของตายหลายพันล้าน

ยึดอำนาจสื่อเป็นเครื่องมือต่อรอง

หรือกรณีอนุกรรมการ คตส. มีมติเป็นเอกฉันท์ โครงการรถและเรือดับเพลิงของ กทม. ผู้ว่าฯอภิรักษ์ โกษะโยธิน ไม่ผิด อ้างเปิดแอลซีเพราะความจำเป็น

สะเทือนความรู้สึกเด็กอมมือ

โครงการนี้มาสำเร็จก็ตรงเปิดแอลซีนี่แหละ

ผมคงไม่ต้องอธิบายรายละเอียดว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้เป็นใครอยู่ที่ไหน จุดยืนเป็น อย่างไร แต่บอกใบ้ได้ว่า เป็นคนกลุ่มเดียวกัน และคงจะได้คำตอบที่ชัดแล้วชัดอีกว่ายึดอำนาจ เพื่อใคร

ถึงตอนนี้ยังเดาไม่ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ถ้าจะต้องมีการยุบพรรค การเมือง ซึ่งอาจจะไม่ใช่แค่พรรคเดียว มาอึ้งกิมกี่ก็ตอนที่ประธาน สนช. มีชัย ฤชุพันธุ์ ให้ความเห็นถึงแม้จะเปิดสภาไม่ได้ภายใน 30 วันตามรัฐธรรมนูญก็ไม่มีความผิด เพราะไม่ได้ ้ระบุโทษเอาไว้ ว้าเหว่

ถ้ารัฐบาล ถ้า สนช. และถ้า คมช. จะต้องปฏิบัติหน้าที่ ต่อท่อไปอีก 3-6 เดือน หรือดีไม่ดีอาจ จะเป็นปี และถ้าการจัดตั้งรัฐบาลจะต้องมีการพลิกล็อก

ผมไม่แน่ใจว่าจะมีคนออกมาเดินบนท้องถนน ประท้วงกันเต็มท้องสนามหลวงหรือไม่ เพราะ ข่าวร้ายที่ผมได้ยินมาล่าสุด ฝ่ายนั้น ค่อนข้างจะมั่นอกมั่นใจว่าจะเป็นไปตามแผน

ถึงขั้นเลี้ยงฉลองกันไปแล้ว.

“หมัดเหล็ก”

คอลัมน์ คาบลูกคาบดอก


รัฐจนแต้มยื้อเงินบาทแข็งค่า [19 ม.ค. 51 - 06:30]

ผู้สื่อข่าวรายงานวานนี้ (17 ม.ค.) ว่า ค่าเงินบาทในช่วงบ่ายได้แข็งค่าขึ้นมาอีกรอบมาแตะที่ระดับ 33.04 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งแข็งที่สุดในรอบปีอีกครั้ง โดยที่นักวิเคราะห์ค่าเงินยังคงประเมินว่าในสัปดาห์หน้าค่าเงินบาทมีโอกาสที่จะแข็งค่าขึ้นไปทะลุ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งอาจจะส่งผลให้ผู้ส่งออกพากันเทขายเงินดอลลาร์ ตามมาอีกระลอก

นางสาวอุสรา วิไลพิชญ์ นักเศรษฐศาสตร์ อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ค่าเงินทั้งภูมิภาคเอเชียรวมทั้งค่าเงินบาทมีแนวโน้มปรับแข็งค่าขึ้นอีกจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่อ่อนค่าลงจากปัญหาสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ด้อยคุณภาพ หรือซับไพร์ม และเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาที่อาจเข้าสู่ภาวะถดถอยทำให้เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าไปแตะระดับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ “ครึ่งหลังปีนี้หากปัญหาซับไพร์มในสหรัฐฯจบลง จะทำให้ดอลลาร์แข็งค่าอย่างรุนแรง และการคาดการณ์ที่ว่าการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยในปีนี้จะลดลง จากการส่งออกที่เติบโต ช้าลง เพราะภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯที่อาจเข้าสู่ภาวะถดถอย ขณะที่การนำเข้ามีโอกาสขยายตัวมากขึ้นทำให้ค่าเงินบาทในครึ่งปีหลัง มีโอกาสกลับไปอ่อนค่าที่ 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ”

สำหรับทิศทางเศรษฐกิจไทยในปีนี้ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) จะขยายตัว 4.0% จาก 4.7% เนื่องจากปัจจัยทางการเมืองยังมีความไม่แน่นอนสูงและภาวะเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐฯมีโอกาสเข้าสู่ภาวะถดถอย และเผชิญกับปัญหาซับไพร์ม

ทั้งนี้ หากภาครัฐต้องการให้จีดีพีเติบโตตามเป้าไม่ต่ำกว่า 5% ก็จำเป็นต้องใช้นโยบายการคลังและการเงินควบคู่กันไป แต่ขณะนี้การใช้นโยบายการคลังอาจจะยังไม่คล่องตัวนัก เนื่องจากเป็นช่วงสุญญากาศทางการเมือง ขณะที่หากจะใช้นโยบายการเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมองว่ามีโอกาสที่ ธปท.จะลดดอกเบี้ยนโยบายได้อีก 0.50% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้ เนื่องจากปัญหาเงินเฟ้อไม่ได้เป็นประเด็นหลักที่ควรกังวล

นางสาวอุสรากล่าวว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกช่วงครึ่งปีหลัง มีโอกาสลดลงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีโอกาสลดดอกเบี้ย จาก 4.25% มาที่ 3.00% เพราะฉะนั้นทางการควรให้ความสำคัญกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ

นายสมชัย สัจจพงษ์ ที่ปรึกษาสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ผลกระทบจากปัญหาซับไพร์มในสหรัฐฯต่อไทยคงจะมีไม่มากนัก เพราะขณะนี้รัฐบาลสหรัฐฯได้ ประกาศชัดเจนที่จะมีมาตรการออกมารองรับปัญหาดังกล่าวทั้งการใช้นโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้นโยบายการเงิน ซึ่งชัดเจนว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.50% ในปีนี้ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งจะทำให้ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งในสหรัฐฯและประเทศอื่นๆลดลง

“ผมเชื่อว่ามาตรการที่สหรัฐฯจะนำมาใช้ นั้นจะช่วยให้เศรษฐกิจสหรัฐฯสามารถฟื้นตัวขึ้นได้ระดับหนึ่งในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 ในปีนี้ สำหรับผลกระทบที่มีต่อไทยนั้นเชื่อว่าไม่น่าจะรุนแรงแต่จะรุนแรงก็ต่อเมื่อมาตรการที่สหรัฐฯ นำออกมาใช้แล้วไม่ได้ผล”

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังได้เตรียม พร้อมที่จะสร้างฉนวนเพื่อรับกับปัญหาไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยฉนวนสำคัญในระยะสั้นคือ การกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศ ซึ่งขณะนี้ถือว่ายังมีช่องว่างในการดำเนินการได้โดยที่ไม่เป็นแรงกดดันในการกระตุ้นอัตราเงินเฟ้อ ทั้งนี้ สศค.ได้เตรียมมาตรการต่างๆไว้รองรับ โดยจะเสนอต่อรัฐบาลใหม่เพื่อพิจารณาอนุมัติในลำดับต่อไป ทั้งนี้ปัญหาซับไพร์มและปัญหาราคาน้ำมันเป็นหนึ่งในปัญหาที่รัฐบาลใหม่จะต้องเข้ามาแก้ไขและติดตามอย่างใกล้ชิด

ส่วนภาคการส่งออกในปีนี้นั้นต้องยอมรับว่ามูลค่าการส่งออกในปีนี้จะไม่ดีเท่าปีก่อน เพราะเจอกับปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่เชื่อว่าจะไม่ทำให้ภาคการส่งออกถึงขั้นติดลบเพราะขีดความสามารถในการแข่งขันยังไปได้แม้ว่าค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นก็ตาม ทั้งนี้ บริษัทส่งออก ขนาดใหญ่ก็ยังคงได้ประโยชน์จากการส่งออก ซึ่งบริษัทส่งออกขนาดใหญ่ก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ.


สุวิทย์นั่งรองนายกฯ 'หนูนา'อึดอัดร่วมรบ. [19 ม.ค. 51 - 03:44]

นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่หาเสียงเขต 3 จ.อุดรธานี ช่วยผู้สมัครในการเลือกตั้งซ่อม วานนี้ (18 ม.ค.) โดยยอมรับว่าจะเข้าไปดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลพรรคพลังประชาชน ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 6 ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ส่วนจะควบตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงใดหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน รวมไปถึงโควตารัฐมนตรีในกระทรวงพลังงาน และอุตสาหกรรม คงจะตจ้องมีการหารือก่อนการแถลงจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการในวันนี้ (19 ม.ค.)

นอกจากนี้ นายสุวิทย์ ยังยอมรับว่าหากพรรคพลังประชาชน จะเสนอชื่อนายยงยุทธ ติยะไพรัช กรรมการบริหารพรรค เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เป็นสิทธิ์ของพรรคที่ได้เสียงข้างมาก แต่เชื่อว่าคงจะมีการปรึกษาหารือใน 6 พรรคร่วมรัฐบาลก่อน


วันเดียวกัน น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อการวิพากษ์วิจารณ์นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยด้วยถ้อยคำรุนแรงของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ อดีตสมาชิกพรรคชาติไทย เพราะไม่เคยใส่ใจกับคำพูดของนายชูวิทย์ อยู่แล้ว การที่ระบุว่านายบรรหาร เคยเป็นเพียงช่างตัดเสื้อนั้น ก็เห็นว่าไม่ใช่เรื่องน่าเสียหายเพราะเป็นอาชีพที่สุจริต ส่วนตัวไม่เคยดูถูกอาชีพของใคร ถึงแม้จะเป็นอาชีพที่สังคมรังเกียจก็ตาม ขอให้นายชูวิทย์ ระวังเรื่องการพูด หรือกระทำเรื่องใดที่เข้าเข้าข่ายผิดกฎหมายในข้อหาหมิ่นประมาท


รองหัวหน้าพรรคชาติไทยชี้แจงว่า การตัดสินใจเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนเป็นไปตามสภาวะแวดล้อม เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ แม้การตัดสินใจอาจไม่ถูกใจคนทั้งประเทศก็ตาม แต่พรรคต้องการยุติความแตกแยกสร้างความสมานฉันท์ให้ประเทศ


นอกจากนี้ น.ส.กัญจนา ยังระบุว่าจะไม่ขอรับตำแหน่งใดในรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องว่าเป็นรัฐบาลของพรรคการเมืองใด ส่วนการเลือกบุคคลขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะต้องเป็น นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนหรือไม่นั้น ตนจะเคารพกติกาทางการเมืองและมติของพรรคในทางปฏิบัติอยู่แล้ว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตสมาชิกพรรคชาติไทย ได้เดินทางไปยังที่ทำการพรรคชาติไทย พร้อมตั้งโต๊ะแถลงข่าว โดยพูดกับภาพนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการแถลงข่าวร่วมจัดตั้งรัฐบาลของพรรคชาติไทย โดยระบุว่าสโลแกนของพรรคที่ว่า สัจจะนิยมสร้างสังคมที่สมดุล ไม่เหมาะสมกับพรรค พร้อมเปรียบนายบรรหารเป็นเหมือนหลงจู้ ที่ไม่มีวิสัยทัศน์ ไม่สามารถพาชาติพัฒนาไปได้


โดยนายชูวิทย์ ยืนยันจะเป็นฝ่ายค้านนอกสภา เดินหน้าชี้แจงข้อมูลของพรรคชาติไทย ให้นำไปปรับปรุงตัว นอกจากนี้นายชูวิทย์จะขึ้นป้ายคัทเอาต์ขนาดใหญ่ ในพื้นที่ กทม. ที่แสดงถ้อยคำตำหนินายบรรหารในหลายจุด อาทิ บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บริเวณถนนบางนา


เทพเทือกตะเพิด'ไชยวัฒน์'พ้นพรรค [19 ม.ค. 51 - 05:06]

ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์วันเดียวกัน เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้แจ้งให้ตนถอนฟ้องเฉพาะข้อหาให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ต่อมาได้แจ้งให้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค เนื่องจากไม่ยอมถอนฟ้อง ดังนั้น วันที่ 18 ม.ค. จึงได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเป็นที่เรียบร้อย อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ได้พยายามประคองภารกิจนี้ให้มาถึงวันนี้ให้ได้ ดังนั้น เมื่อภารกิจเสร็จแล้วก็ต้องสนองตอบต่อนายสุเทพ เลขาธิการพรรค ที่ขอให้ถอนฟ้องหรือลาออก จึงตัดสินใจที่จะลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากนี้จะขอไปทำงานเกี่ยวกับด้านสุขภาพ ส่วนจะหวนกลับมาทางด้านการเมืองอีกหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ เป็นเรื่องของอนาคต


ด้านนายสุเทพกล่าวว่า ได้ยื่นข้อเสนอให้นาย ไชยวัฒน์ถอนฟ้องเฉพาะข้อหาให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือถ้าไม่ถอนฟ้อง ทางพรรคก็มีมติให้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค โดยนายไชยวัฒน์ยืนยันที่จะไม่ถอนฟ้อง และเลือกที่จะลาออก มีผลในวันที่ 18 ม.ค.นี้ ทั้งนี้ กรณีที่นายไชยวัฒน์ฟ้องศาลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะนั้นไม่ใช่จุดยืนของพรรค ถ้าจะฟ้องก็ควรฟ้องก่อนการเลือกตั้ง เมื่อถามว่า การที่นายไชยวัฒน์ระบุว่า ขอให้การลาออกดังกล่าวมีผลภายหลังจากศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาคดีฟ้อง คิดว่าจะเป็นการทำเพื่อให้พรรคยื้อให้อยู่กับพรรคต่อไปหรือไม่ นายสุเทพตอบว่าใครจะยื้อก็ยื้อไป ยังไงก็ไม่สน คนไม่มีวินัยอยู่ร่วมกับเพื่อนกับพรรคไม่ได้


นายกฯบอก 'หมัก' จะควบ กห.ให้ถามทหาร [19 ม.ค. 51 - 05:06]

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ว่า ยังไม่เห็นว่ามีใครที่จะมาเป็นคณะรัฐมนตรีบ้าง ในขณะนี้เป็นเพียงข่าวลือ ขอให้ถึงเวลานั้นก่อน และขอให้ท่านเหล่านั้นได้มีเวลาทำงานพิสูจน์ตัวเอง คิดว่าน่าจะเป็นทางออกที่ดี เมื่อถามว่า รัฐบาลใหม่จะทำให้เกิดความสมานฉันท์แก่ประเทศชาติได้หรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ ตอบว่า อยู่ที่ท่านทั้งหลายที่จะมาทำหน้าที่กันต่อไป ตนมีความหวัง ไม่เคยหมดความหวัง บ้านเมืองเราน่าจะมีโอกาสเจริญก้าวหน้าต่อไป


เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน จะนั่งควบตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม รับได้หรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ ตอบว่า ก็ต้องถามทหาร เมื่อถามต่อว่า แต่ทางทหารก็เรียกร้องขอให้เอาทหารมาเป็น รมว.กลาโหม พล.อ.สุรยุทธ์ ตอบว่า ตนพ้นมาแล้ว ถ้าจะถามต้องถามทหาร เพราะขณะนี้ตนก็เป็นพลเรือนแล้ว เมื่อถามว่า ส่วนตัวเชื่อหรือไม่ที่นายสมัครระบุว่ามีมือสกปรกคอยขัดขวางการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชาชนในครั้งนี้ พล.อ.สุรยุทธ์ ตอบว่า ไม่ทราบ เพราะไม่ได้เป็นคุณสมัคร ดังนั้น จึงไม่ทราบว่าอะไรเป็นมือสะอาด หรือมือสกปรก

“บุญสร้าง” หนุนพจมานคุย “ป๋า”

ที่กองบัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.ทหารสูงสุด กล่าวว่า ไม่รู้สึกเป็นห่วงรัฐบาลชุดใหม่ที่ส่วนใหญ่เป็นอดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย เพราะได้รับบทเรียนกันไปมากแล้ว ทุกฝ่ายต้องแก้ไขกันอย่างจริงจัง บ้านเมืองจะได้ไปรอด ทัดเทียมกับนานาประเทศ ถ้าเราทำงานแบบไม่ซื่อตรง ความเจริญ หรือความเสื่อมมันจะรวดเร็วมาก ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาอดีตนายกรัฐมนตรี โทรศัพท์พูดคุยกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ถือเป็นหนทางนำไปสู่ความสมานฉันท์ พล.อ.บุญสร้าง ตอบว่า เรื่องนี้ไม่ขอพูด เพราะไม่ทราบอะไรทั้งสิ้น แต่แนวทางทั่วไป ถือเป็นสิ่งดีที่มีการพูดคุยกัน เพื่อนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า เมื่อถามว่า ตำแหน่ง รมว.กลาโหมจำเป็นหรือไม่ว่าจะต้องมาจากทหาร พล.อ.บุญสร้างตอบว่า อยู่ที่รัฐบาลจะต้องมีความเข้าใจว่าควรทำอย่างไรจึงจะเหมาะสม ตำแหน่ง รมว.กลาโหม น่าจะเป็นจุดที่ละเอียดอ่อนพอสมควร ดังนั้น รัฐบาลต้องคิดให้รอบคอบ


อัยการสูงสุดชี้สำนวนคดีหวยมีปัญหา [19 ม.ค. 51 - 05:08]

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด กล่าวถึงการพิจารณาสำนวนคดีหวยบนดินของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ว่า ตนพิจารณาความเห็นที่คณะทำงานเสนอให้มีการแต่งตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างอัยการ กับ คตส. โดยตนเห็นชอบด้วย เนื่องจากเห็นว่าสำนวนการสอบสวนยังขาดความสมบูรณ์ 4-5 ประเด็น และเสนอรายชื่ออัยการ 5 คน แจ้งให้ คตส. ทราบเมื่อวันที่ 17 ม.ค. เพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะทำงานร่วมกัน แต่ในชั้นนี้ตนยังไม่มีความเห็นสรุปในสำนวนแจ้ง คตส. ว่าให้สั่งฟ้อง หรือไม่สั่งฟ้อง ทั้งนี้ การเสนอแต่งตั้งคณะทำงานร่วมกันนั้น คตส.อาจไม่เห็นด้วยก็ได้ ซึ่งกฎหมายให้สิทธิ คตส.ยื่นฟ้องคดีเองได้หากยังยืนยันที่จะฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 47 คน

ชูเงื่อนไขสุดกู่ไปเลย [19 ม.ค. 51 - 03:02]

ลำพังเก้าอี้นายกรัฐมนตรียังลูกผีลูกคน

ล่าสุดมีรายงานข่าวที่ฟังแล้วเสียวสันหลังวาบกันไปใหญ่ “ลุงหมัก” นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน จะสานต่อประวัติศาสตร์เป็นพลเรือนคนที่ 3 ที่นั่งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ควบเก้าอี้ รมว.กลาโหม ต่อจาก ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช และนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี

โดยเงื่อนไข มองความเป็นไปได้แทบจะไม่มี

ถ้าไม่บังเอิญว่า เช็กที่มาที่ไปของแหล่งข่าว แทบจะเป็น “ลุงหมัก” พูดเองเลยด้วยซ้ำ

นี่แหละที่หูผึ่ง

แถมรายการนี้ยังมีเหตุผลแนบท้าย ในฐานะอดีตผู้แทนราษฎรผูกขาดเขต 1 ดุสิต กรุงเทพมหานคร ผูกปีเข้าวินในพื้นที่สีเขียว เป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนสายสัมพันธ์ชื่อของ “สมัคร” กับทหาร

ไม่ใช่ใคร คนกันเอง

และตามรายงาน ได้มีการเคลียร์ทางไปยัง “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ก็ได้รับคำตอบว่า ยอมรับได้

อะไรมันจะง่ายขนาดนั้น

เอาเป็นว่า ณ นาทีนี้ยังเป็นแค่ความต้องการฝ่ายเดียวที่พรรคพลังประชาชนโยนหินถามทางออกมา

แต่โดยเกมเพาเวอร์เพลย์ การประลองยุทธ์ศึกชิงอำนาจยังร้อนแรง

มันต้องมีนัยแฝงอยู่

ในกรณีที่เป็นการวางเกมจากฮ่องกง ก็เป็นไปได้ที่ชื่อของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ทบ. ที่มีข่าวว่าอยู่ในโผคุณขอมา

ทูตสมานฉันท์จากทหาร

แต่ติดตรงเรื่องค้างคาใจ เมื่อครั้งที่ พล.อ.ประวิตรได้รับการเสนอชื่อให้เป็นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในช่วงท้ายๆรัฐบาลไทยรักไทย และมีการคาดหมายว่าจะได้รับการผลักดันให้เป็นประธาน ป.ป.ช. แต่มีการลาออกในนาทีสุดท้าย ทำให้ติดล็อกเงื่อนไขทางกฎหมาย ไม่สามารถดำเนินการเลือก ป.ป.ช.ได้

“นายใหญ่” กับ “นายหญิง” ยังเคืองมาถึงวันนี้

โดยเงื่อนไขของการวัดใจ ชื่อของ พล.อ.ประวิตรย่อมหนีไม่พ้นเรื่องของการหวาดระแวง ไม่ไว้วางใจในความปลอดภัย

เลยต้องส่งชื่อ “สมัคร” มายันไว้

หรืออีกนัยหนึ่ง ถ้าเป็นเกมของ “ฮาร์ดคอร์” การปล่อยมุกนายสมัครนั่งควบเก้าอี้ รมว.กลาโหม ก็เพื่อเบิ้ลกลับมือที่มองไม่เห็น

บลัฟกระแสต้านชื่อ “สมัคร” เป็นนายกรัฐมนตรี

ยื่นเงื่อนไขให้สุดกู่ไปเลย

เป็นยุทธศาสตร์เบี่ยงแรงเสียดทาน ล่อให้ไปพะวงกับชื่อ “สมัคร” บนเก้าอี้ รมว.กลาโหม กลบกระแสต้านในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ในสถานการณ์แรงเสียดทานยังมีอยู่ประปราย

แม้จะมีเสียงยืนยันจากขุนศึกสายตรงลอนดอน การันตีไม่มีนายกฯสำรองเผื่อไว้ ถ้าพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

นายกรัฐมนตรีต้องชื่อ “สมัคร” เท่านั้น

และฟันธงได้เมื่ออดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ส่งเสียงเชียร์ข้ามฟ้ามาจากอังกฤษ นายสมัครมีคุณสมบัติเป็นนายกรัฐมนตรี

“เป็นกติกาสากลว่า หัวหน้าพรรคที่ได้รับเสียงข้างมากจากการเลือกตั้ง ก็ควรจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี คุณสมัครเคยเป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวง เป็นรองนายกฯ และยังเคยเป็นผู้ว่าฯ กทม. มีประสบการณ์ในการทำงานมากมาย”

เคาะโต๊ะกันแล้ว

แต่อย่างที่เห็น “บิ๊กเติ้ง” นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กอดคอนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน แถลงข่าวตอบรับเทียบเชิญเข้าร่วมรัฐบาล

แต่ยังกั๊กหนุนชื่อ “สมัคร” เป็นนายกฯ

เหมือนยังแหยงๆมือที่มองไม่เห็น.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

คอลัมน์ ข่าวการเมือง(วิเคราะห์)


หมอเลี๊ยบขอบคุณศาล เดินหน้าตั้งรบ.เต็มสตีม

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าววันนี้ (18 ม.ค.) หลังรับทราบคำตัดสิน ของศาลฎีกาว่า พรรคต้องกราบขอบคุณศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง ที่ให้ความยุติธรรมแก่พรรค ที่ผ่านมาเราเชื่อว่า จะได้รับความเป็นธรรม หลังเกิดกรณีร้องเรียนในข้อกล่าวหาดังกล่าว ต่อจากนี้ไปจะเดินหน้าเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล วันพรุ่งนี้ (19 ม.ค.) เวลา 14.00 น. จะมีการประกาศร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลของทั้ง 6 พรรค ที่โรงแรมสุโขทัย

'เชื่อว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทย และสังคมโลกได้ด้วยว่า ประเทศไทยกำลังหวนคืนสู่ เส้นทาง ประชาธิปไตย ประชาชนจะมีโอกาสมีชีวิตที่ดีขึ้น' เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าว และว่า การแถลงวันพรุ่งนี้ เป็นการแถลงร่วมกันของหัวหน้าพรรค และตัวแทนพรรคก่อน เป็นการประกาศให้เห็นภาพชัดเจน กระบวนการ หลังจากนั้น จะมีการเชิญตัวแทนของพรรคการเมืองมาร่วมทำนโยบาย เตรียมนำเสนอต่อรัฐสภาต่อไป จากนั้นจะพูดคุยถึงเรื่องตัวบุคคล ที่จะเข้ามาร่วมเป็นทีมงานในการบริหารประเทศ เชื่อว่าใช้เวลา 3-4 วัน หลังจากร่วมกันประกาศในวันพรุ่งนี้


'อนุพงษ์' ปลุกทหารพร้อมรับมือทุกสถานการณ์

วันที่ 18 มกราคม ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวให้โอวาทต่อกำลังพล ระหว่างเป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลของหน่วย ทหาร ในเขตจังหวัดทหารบกกรุงเทพมหานคร ตอนหนึ่งว่า วันกองทัพไทยถือเป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทย เนื่องจากบรรพบุรุษได้กระทำวีรกรรมอันกล้าหาญ ได้เสียสละทั้งเลือดเนื้อและชีวิต เพื่อรักษาแผ่นดินอันที่รัก และหวงแหนไว้ให้เป็นมรดกตกทอดมาถึงพวกเราจวบจนทุกวันนี้ ขอให้ยึดมั่นในคำสัตย์ปฏิญาณ ต่อธงชัยเฉลิมพลอย่างมั่นคง และจงภาคภูมิใจที่ได้เข้ามาเป็นทหารที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษ ในการพิทักษ์รักษาชาติ และราชบัลลังก์ไว้สืบไป

'นอกจากการปฏิบัติภารกิจตามบทบาทหน้าที่ รับผิดชอบแล้วทหารยังต้องให้การสนับสนุนหน่วยงานอื่นๆ ในการดำเนินการเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาของชาติ สร้างเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนสนับสนุน การปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แม้ว่ายังไม่ปรากฏภัยคุกคามจากภายนอก แต่สถานการณ์ในประเทศยังมีการเปลี่ยนแปลงทุกขณะ ฉะนั้นทหารทุกคนต้องมีความพร้อม และเผชิญสถานการณ์ ทุกรูปแบบ' พล.อ.อนุพงษ์กล่าว

ประจาน 'เติ้ง'

'ชูวิทย์' มาอีกแล้ว! บุกที่ทำการพรรคชาติไทย ตั้งรูป 'ป๋าเติ้ง' จวกประจานไร้สัจจะ-ไม่มีจุดยืน แถลงร่วม พปช.ตั้งรัฐบาล อัดทำเป็น 'ปากสั่น-ลิ้นคับ-น้ำตาคลอ' เตือนให้ระวังจะจบชีวิตทางการเมือง ขู่ป่วนแถลงร่วม 6 พรรคพรุ่งนี้อีก

ที่พรรคชาติไทย นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวบริเวณหน้าที่ ทำการพรรค โดยนำรูปนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยขนาดวางไว้บนเก้าอี้ พร้อมนำโปสเตอร์ ์์ข้อความโจมตีต่างๆหลายอัน อาทิ 'ไร้สัจจะ ยึดถือประโยชน์ส่วนตัว ยกข้ออ้างบังหน้า ไม่มีจุดยืน ยอมโดนด่า เพื่อร่วมรัฐบาล' ทั้งนี้นายชูวิทย์ กล่าวว่าจะนำข้อความไปขึ้นคัดเอาท์ขนาดใหญ่ติดไว้ที่บริเวณทางขึ้นทางด่วน อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มักกะสัน และบางนา

นายชูวิทย์ กล่าวโดยหันหน้าไปทางรูปของนายบรรหารว่า ตนรู้สึกอึดอัดใจไม่อยากจะมา แต่ที่ต้องมาเพราะสังคมเรียกร้อง ท่านสอนอยู่เสมอว่าเป็นนักการเมืองต้องพูดอะไรให้ออกได้ 2 ทางอยู่เสมอ ถ้าออกทางเดียวจะไม่มีทางไป ซึ่งตรงข้ามกับสโลแกนของพรรคที่ตั้งไว้ แต่ท่านทำตรงข้ามมาตลอด และการแถลงข่าวเข้าร่วมรัฐบาลกับพลังประชาชนปากสั่น ลิ้นคับ น้ำตาคลอ ถ้าชาติไทยไม่เข้าร่วมบ้านเมือง ก็จะไปไม่ได้ วันนี้ท่านวัยใกล้ 80 ปีแล้วยังต้องการอะไรอีก นายกรัฐมนตรีก็เคยเป็นมาแล้ว คนที่ตั้งฉายาให้เป็นหลงจู ู๊เขามองเห็นว่าแตกต่างกับคำว่าเถ้าแก่อย่างไร เพราะคุณสมบัติของหลงจู๊คือเอาประโยชน์ต่อหน้าเฉพาะตน ไม่มีวิสัยทัศน์ คับแคบ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว

'เป็นนายกรัฐมนตรีก็เป็นมาแล้ว วันนี้ท่านยังต้องการอะไรในชีวิตอีก วัยอย่างท่านถือว่าเป็นอาวุโส ที่จะต้องยกย่อง บูชาเพราะฉะนั้น ให้ระวัง ที่ไปร่วมกับพรรคพลังประชาชน ท่านจะจบชีวิตทางการเมือง ผมรู้สึกเสียดาย ผมจึงไม่แปลกใจว่าคนที่ ไม่มีสัจจะ หรือจุดยืนอย่างท่าน วันนี้ท่านจึงไม่สามารถ วางทายาททางการเมือง ให้กับพรรคชาติไทยได้เพราะไม่พัฒนาคน และคนในพรรคก็ไม่สามารถไปอยู่พรรคอื่นได้เพราะเรียนแบบหลงจู๊ ดังนั้นตลอด 30 กว่าปีทางการเมือง จึงไม่มีใครเจริญรอยตามท่านได้ วันนี้ที่บ้านเมืองสับสนวุ่นวาย'นายชูวิทย์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชูวิทย์ กล่าวอีกว่า ในการแถลงข่าวร่วมจัดตั้งรัฐบาลระหว่าง 6 พรรค ที่โรงแรมสุโขทัย เวลา 14.00น.ในวันพรุ่งนี้ (19 ม.ค.) ตนจะเดินทางไปป่วน โดยอาจนำอาหารที่ทำจากปลาไหล ไปประท้วงในงานแถลงข่าวด้วย.