WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, January 19, 2008

นำเงินหวยมาส่งเสริมเด็กเรียน VS รีดเงินบาปจากเหล้า บุหรี ให้เนชั่นทำทีวี : ใครเลว ????

โดย คุณ kajokkub
ที่มา เวบบอร์ด
ประชาไท
19 มกราคม 2551

นำเงินหวยมาส่งเสริมให้เด็กไทยได้เรียนสูง ๆ ติดอาวุธทางปัญญา

แต่ถูกกฏหมู่ กล่าวหาว่าเลว ชั่ว ต้องผิดกฏหมายเผด็จการ สั่งให้หยุดทำซ่ะ

จงเอาลงไปทำใต้ดิน เพื่อต่อชีวิต เจ้าพ่อเจ้าแม่ หวยใต้ดินเดือนละ 50,000ล้านบาท คือความชอบธรรม และถูกกฏหมาย

เผด็จการทำให้เด็กไทย ต้องหยุดเรียน อนาคตที่วาดไว้ ก็จบสิ้น เพียงเพราะพวกนรก!!พวกนี้

.........................

แล้ว ตอนนี้รัฐบาลคุณธรรม

รีดภาษีบาปเหล้า บุหรี่ มาทำทีวีสาธารณะ

เพื่อจ้างคนเนชั่น คือสิ่งที่ดีงาม ใช่ไหม

*********************************

คุณอิสานพัน %
....กรรม ..ไม่น่าจะใช้ชื่อคนไทยเลย...หวยบนดินหากำไรจากคนจน..หายังไงไม่ทราบ ..มีใครไปเชิญชวนให้คนมาซื้อหวยบนดินมั่ง..

การนำหวยใต้ดินขึ้นมาบนดิน เพราะทุกคนก็รู้ว่า นิสัยมนุษย์ชอบการแข่งขัน ชอบเล่นการพนัน..เมื่อมันห้ามกันไม่ได้ ก็เอามาให้เล่นซะให้มันถูกต้องไปเลย แล้วเอากำไรที่ได้นั้นไปสร้างประโยชน์อย่างอื่นให้กับสังคม ดีกว่าที่จะปล่อยให้มันอยู่ใต้ดิน แล้วส่วนที่เป็นกำไร ก็ไปกระจุกอยู่กับ ศักดินา ผู้มีอิทธิพล เจ้าพ่อเจ้าแม่

ในกรณีของ itv..ที่รัฐบาลจะเอาเงินภาษีเหล้าบุหรี่ มาให้เอกชน เผาผลาญเล่นปีละ 2 พันล้าน ถามว่าได้ประโยชน์อะไรหรือ...

บอกได้เลยว่าไม่ได้อะไร อาคารก็ฟรี อุxกรณ์ต่าง ๆ ก็ฟรี แถมได้เงินเดือน มีความมั่นคง

ประชาชนจะได้อะไร.... ก็แค่ได้ดูรายการปัญญาอ่อนของคนปัญญาอ่อน การประชาสัมพันธ์หน่วยงานของทางราชการของประเทศไทยเท่านั้น ในขณะที่ ช่อง 11 ของกรมประชาสัมพันธ์ ก็เป็นกระบอกเสียงของรัฐอยู่แล้ว....

ถ้าวุฒิภาวะของ ครม. คนบริหารประเทศมีแค่นี้ ...ฝากเอาเชือกไปผูกคอตายซะ...คิดโง่ ๆ


จาก Thai E-News

ไว้อาลัย นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ : ผู้ปิดทองหลังพระโครงการ '30 บาทรักษาทุกโรค'

โดย คุณชูวัส ฤกษ์ศิริสุข
ที่มา เวบไซต์
ประชาไท
19 มกราคม 2551

คุณรู้จัก ‘หมอหงวน’ ไหมครับ

ไม่แปลกหรอกหากคนทั่วไปจะไม่รู้จักนายแพทย์ผู้นี้ แต่อย่างน้อยคุณต้องรู้ถึงคุณูปการของโครงการ ‘30 บาทรักษาทุกโรค’ หรือชื่อเป็นทางการว่า ‘หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า’ ที่แทรกซึมอยู่ในทุกปริมณฑลของชีวิต หากการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสิ่งที่ชีวิตนั้นหนีไม่พ้น

และถ้าคุณรู้จัก ผลงานนั้น นั่นแหละคือ ‘นาม’ อันไพเราะและก้องกังวานของ ‘หมอหงวน’ นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์

คงไม่ผิดไปนัก ถ้าจะบอกว่า ‘หมอหงวน’ ใช้เกือบทั้งชีวิตของท่าน ต่อสู้เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน ตั้งแต่ว่ายวนอยู่ในวงการกิจกรรมนักศึกษา เพียงแต่บังเอิญว่าท่านจบมาเป็นหมอ จึงต่อสู้ในสนามของหมอ และการต่อสู้ของท่านก็ส่งผลสะเทือนปฏิรูประบบสุขภาพไทยอย่างที่เราเห็นอยู่นี้

แต่ใครว่า ‘30 บาทรักษาทุกโรค’ นั้นเป็นแค่เรื่องสุขภาพ ใครว่าเป็นแค่เรื่องการลดรายจ่ายของประชาชน

สำหรับผมแล้ว นี่คือเรื่องการเมือง เป็นการเมืองที่กินได้ การเมืองเพื่อการยกระดับชีวิตให้มีศักดิ์และสิทธิในฐานะเจ้าของประเทศ

อย่าลืมว่า ก่อนปี 2545 คนจนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ จะเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้นั้นเลือดตาแทบกระเด็น หากไม่ขายที่ขายนา หรือยอมทนเห็นลูกสาวขายตัวเอาเงินมารักษา ก็ต้องต่อสู้เพื่อให้เป็นคนไข้ ‘อนาถา’ ซึ่งแค่นั้นก็ยากเย็นเหลือเกินแล้ว และนั่นคือสิ่งที่รัฐไทยปฏิบัติกับเจ้าของประเทศ เจ้าของอำนาจอธิปไตย

‘หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า’ ที่หมอหงวนปิดทองหลังพระผลักดันอยู่ข้างหลังก่อนที่พรรคไทยรักไทยจะนำมาใช้ในภาษาทางการตลาดว่า ‘30 บาทรักษาทุกโรค’ ทำให้ความหมายของเจ้าของประเทศเป็นผลในทางปฏิบัติ รัฐต้องรักษาอย่างดีที่สุด ไม่ว่าเขาจะยากดีมีจน เพราะ
มันเปลี่ยนจาก ‘ความเมตตา’ ของโรงพยาบาลมาเป็น ‘สิทธิ’ ของคนป่วย ที่รัฐต้องรับใช้หรือบริการ

กระนั้นเมื่อการประกันสุขภาพถ้วนหน้าลงหลักปักฐานเป็นที่เรียบร้อยในสังคมไทย หากเราได้มีโอกาสติดตาม เราก็จะเห็นว่า ปัญหาอุปสรรคเพื่อทำให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพก็ยังมีอยู่เต็มไปหมด และในทางเดินนั้นก็มีรอยเท้าของหมอหงวนอยู่ในทุกๆ ที่

ผมได้สัมผัสความพยายามในการลดความหนาแน่นของโรงพยาบาล ด้วยสารพัดโครงการ ผมเห็นความพยายามส่งเสริมนวัตกรรมของโรงพยาบาล เพื่อลดความหนาแน่นของผู้ป่วยในการเข้ารักษาในโรงพยาบาล เห็นความพยายามสร้างพยาบาลของชุมชน เพื่อให้ชุมชนนั่นเองรับผิดชอบดูดซับผู้ป่วยขั้นต้น ซึ่งมีจำนวนมาก และอาจจะไม่จำเป็นต้องมาโรงพยาบาล ทั้งนี้ก็เพื่อกลั่นกรอง และส่งต่อผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลศูนย์ฯ ให้หมอผู้เชี่ยวชาญได้มีเวลา มีพลัง ในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการหนักจริง ๆ ผมเห็นความพยายามเพิ่มเงินรายหัวของผู้ป่วย และการต่อสู้ต่อรองเพื่อให้โรคที่มีค่ารักษาราคาแพง อยู่ในการรับประกันถ้วนหน้าของรัฐ ฯลฯ

ในชีวิตสั้น ๆ ของมนุษย์คนหนึ่งที่ต้องอยู่ในโลกแห่งสงครามและการเมืองที่ต้องต่อสู้ หากจะมีเรื่องน่าภูมิใจอยู่บ้าง ก็คือเรื่องที่เราพอจะคุยได้ว่า เราได้อยู่ร่วมสมัยกับคนจำนวนหนึ่ง ที่มีชีวิตอยู่ยั้งด้วยผลงานเพื่อคนอื่น ๆ และมีชื่ออยู่นานด้วยการกระทำแม้กระทั่งในลมหายใจสุดท้าย

และหนึ่งในคนจำนวนนั้น คือ ‘นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์’

ด้วยความภาคภูมิใจและอาลัยอย่างสุดซึ้ง

************************************

อ่าน อาลัย ‘นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์’ : เส้นทางสู่หลักประกันสุขภาพ ก้อนหินที่ขวางหน้า คือบันไดสู่ทางออก ได้เพิ่มเติม ที่
ลิงก์ประชาไท

จาก Thai E-News

ศาลฎีกายกคำร้อง ทุกข้อหา ไม่ยุบพลังประชาชน [19 ม.ค. 51 - 04:29]

หลังจากที่หลายฝ่ายจับตาดูว่าศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง จะตัดสินอย่างไรกรณีที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ร้องให้การเพิกถอนการเลือกตั้งล่วงหน้า รวมทั้งระบุว่าพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีของพรรคไทยรักไทยนั้น ล่าสุดศาลฎีกาได้วินิจฉัยยกคำร้องทุกประเด็น

ศาลฎีกายกคำร้อง พปช.เป็นนอมินี

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. เวลา 16.00 น. ที่ศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ศาลได้ออกบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยกรณีนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นฟ้อง กกต. พรรคพลังประชาชน นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน และผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 3 พรรคพลังประชาชน ให้ศาลฎีกาวินิจฉัยใน 4 ประเด็น ทั้งนี้ ศาลได้ว่าคำพิพากษาว่านายไชยวัฒน์ ได้ขอให้ศาลมีคำสั่งว่าการส่งผู้สมัครในนามพรรคพลังประชาชนเป็นโมฆะ เพราะพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีของพรรคไทยรักไทย ที่ผู้ฟ้องเห็นว่านายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นตัวแทนของอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) ดังนั้น การลงนามส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งของนายสมัครจึงเป็นโมฆะ ไม่มีสิทธิส่ง ส.ส.ในนามพรรคพลังประชาชน ทั้งระบบสัดส่วนและระบบเขตนั้น ศาลเห็นว่าเรื่องนอมินีไม่อยู่ในเขตอำนาจของศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง เนื่องจากเป็นคดีพรรคการเมือง ไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง แต่อยู่ในเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ จึงให้ยกคำร้อง

อ่านรายละเอียด ไทยรัฐ


ปัจจัยจัดตั้งรัฐบาลหนุน ดัชนีตลาดหุ้นสัปดาห์หน้า [19 ม.ค. 51 - 09:28]

วันนี้ (19 ม.ค.) มีรายงานจาก บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ว่า แนวโน้มเงินบาทในประเทศสัปดาห์หน้า หรือระหว่าง 21-25 ม.ค.2551 อาจมีกรอบการเคลื่อนไหวที่ 32.80-33.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ปัจจัยที่ควรจับตาได้แก่ แรงขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ของผู้ส่งออก การเคลื่อนไหวของเงินทุนต่างชาติ สัญญาณการเข้าแทรกแซงตลาดของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และความคืบหน้าทางการเมือง ตลอดจนทิศทางของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ขึ้นอยู่กับตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่สำคัญคือ ยอดขายบ้านมือสองเดือน ธ.ค.

รายงานระบุต่อว่า แนวโน้มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในสัปดาห์หน้า การเคลื่อนไหวของดัชนีจะยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยในประเทศเป็นสำคัญ อาทิ การหารือเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ความคืบหน้าของเรื่องดังกล่าวน่าจะช่วยหนุนการปรับตัวของดัชนีในสัปดาห์หน้าได้ ขณะที่นักลงทุนจะจับตามองความชัดเจนเรื่องการเก็บค่าเช่าท่อส่งก๊าซของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันอังคารหน้า สำหรับปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ การประกาศมาตรการทางการคลังชั่วคราวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา และรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในประเทศสหรัฐอเมริกา จะกระทบต่อทิศทางตลาดหุ้นในต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยคาดว่าดัชนีจะมีแนวรับที่ 778 และ 760 จุด และแนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 796 และ 820 จุด ตามลำดับ


บทความ: ตุลาการวิวัฒน์ กลายเป็น ตุลาการศาลเตี้ย

โดย ฤทธิ์ วิษณุ
ที่มา
เว็บบอร์ดคนวันเสาร์
19 มกราคม 2550

ยังจำกันได้หรือไม่ กับบางส่วนของพระราชดำรัส เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2549 ที่พระราชทานให้แก่ศาลปกครองสูงสุดและศาลฎีกา “ต้องขอร้องให้ศาลคิด เดี๋ยวนี้ประชาชนประชาธิปไตยเขาหวังในศาล โดยเฉพาะศาลฎีกา ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต มีเหตุมีผล ท่านมีความรู้ ท่านได้เรียนรู้กฎหมายมาก และพิจารณากฎหมายที่จะต้องศึกษาดีๆ ประเทศชาติจะรอดพ้นได้ ถ้าไม่ทำตามหลักกฎหมาย หลักการปกครอง ประเทศชาติไปไม่รอด....ที่จะทำให้บ้านเมืองล่มจม บ้านเมืองไม่สามารถที่จะรอดพ้นจากสถานการณ์ที่ไม่ถูกต้อง”

วันนี้ กว่าหนึ่งปีครึ่งผ่านไป ปรากฏการณ์ที่มีคนพยายามให้คำอธิบายว่าเป็น ตุลาการณ์วิวัฒน์ เพื่อ “ขยายพื้นที่แห่งความยุติธรรมให้กว้างขวางขึ้น” ได้ปรากฏชัดเจนมากขึ้นจากการที่ตัวแทนของคนจากสถาบันตุลาการ ได้กระจายกันเข้าสู่วังวนของการเกลือกกลั้วกับอำนาจทางการเมืองในหลายองค์กร คนเหล่านั้นได้พิสูจน์ให้เห็นจากการกระทำชัดเจนมากขึ้นอย่างต่อเนื่องว่า นอกจากไม่ได้นำความรู้และปัญญามาทำให้ประเทศชาติสามารถผดุงความยุติธรรมพ้นจากความล่มจม หรือรอดพ้นจากสถานการณ์ที่ไม่ถูกต้อง เพื่อกลับคืนสู่ความสมานฉันท์ หากยังแสดงโมหาคติที่ทำให้ความหวังซึ่งประชาชนเคยมีให้กับสถาบันตุลาการถูกบั่นทอนลงไปอย่างรุนแรง

โมหาคติดังกล่าว ส่วนหนึ่ง เกิดจากการยึดถือรากฐานจารีตที่คร่ำครึของปรัชญากฎหมายของตะวันตกที่ล้าหลังกว่า 200 ปีที่ไม่มีใครใช้อีกต่อไปแล้ว ซึ่งถือว่า กฎหมายคือความยุติธรรม เพราะเป็นการใช้อำนาจนของผู้มีอำนาจรัฐ ไม่ได้ใส่ใจว่า ผู้มีอำนาจรัฐนั้นจะได้อำนาจมาด้วยวิธีการใดๆ และหน้าที่ของพลเมืองมีอย่างเดียวคือ ยอมรับและปฏิบัติตามโดยไม่มีข้อแม้ ซึ่งขัดแย้งกับปรัชญาประชาธิปไตยที่ให้ความสำคัญกับสิทธิของพลเมือง และถือว่าความยุติธรรมกินความกว้างกว่ากฎหมาย

อีกส่วนหนึ่ง เกิดจากวิธีคิดส่วนตนอันคับแคบที่ผนึกตัวเองเข้าเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง และลุแก่อำนาจเสียเอง เพื่อสนองตอบผู้มีอำนาจรัฐที่ต้องการบั่นทอนสาระของประชาธิปไตย

การกระทำในลักษณะ “ศาลเตี้ย” ที่ตัวแทนของตุลาการได้แสดงออกมาในรอบ 1 ปีมานี้ เริ่มต้นเห็นชัดเจนนับแต่การตัดสินของคณะตุลาการ(ศาล?)รัฐธรรมนูญที่ยุบพรรคไทยรักไทย พร้อมกับลงโทษย้อนหลังนักการเมือง 111 คนด้วยข้ออ้างที่ไร้เหตุผล ซึ่งถือเป็นการละเมิดหลักกฎหมายอย่างถึงที่สุด

ไม่เพียงเท่านั้น ตัวแทนของสถาบันตุลาการที่เข้าไปนั่งอยู่ในองค์กรอิสระเช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็ยังแสดงพฤติกรรมต่อเนื่องให้เห็นชัดเจนว่า มีอคติและเลือกปฏิบัติต่อนักการเมืองและพรรคการเมืองบางกลุ่ม เพื่อให้พรรคการเมืองบางพรรคได้เป็นรัฐบาล ในขณะที่บางพรรคจะถูกสกัดกั้นทุกวิถีทาง เสมือนสมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มผู้มีอำนาจบางคน

พวกเข้า ทำหูหนวกตาบอด หรือหาเหตุผลปัดสวะ มองไม่เห็นว่า วีซีดี.ของนายพลจากกองทัพที่สั่ง
กำลังพลใต้บังคับบัญชาไปลงคะแนนเลือกพรรคประชาธิปัตย์ หรือเอกสารลับ คมช.เป็นความผิด ในขณะที่ตั้งหน้าเอาเป็นเอาตายกับการกระทำผิดเล็กๆ น้อยๆ ของนักการเมืองจากพรรคพลังประชาชน

จนท้ายที่สุด เมื่อพรรคดังกล่าว ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นการแสดงเจตนารมณ์ตามหลักประชาธิปไตยของปวงชน พวกเขาก็แสดงท่าทีร่วมสมคบคิดกับกลุ่มผู้ที่ไม่ต้องการให้พรรคดังกล่าวเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ถึงขั้นหาสาเหตุยุบพรรคกันไปเลย

ตัวแทนของฝ่ายตุลาการเหล่านี้ ไม่เพียงแต่ละเมิดหลักการเรื่อง จิตวิญญาณของกฎหมาย (spirit of law) เพื่อทำหน้าที่ตัดสินชี้ขาดความถูกต้องเพื่อนำสังคมกลับมาสู่นิติรัฐ(rule of law) จะไม่เข้าไปเล่นการเมือง หรือเป็นส่วนหนึ่งของการแย่งชิงอำนาจเท่านั้น หากกำลังลากจูงสังคมไทยไปสู่กติกาอันป่าเถื่อนโดยกฎหมายเพื่อรองรับผู้มีอำนาจ(letter of the law)ที่เลวร้าย

เมื่อตุลาการวิวัฒน์ กำลังกลายเป็นตุลาการศาลเตี้ยขึ้นไปทุกขณะ แสงสว่างที่เคยคาดว่าจะส่องชี้ทางรอดให้สังคม จึงกลายเป็นเครื่องมือของผู้คนหยิบมือเดียวที่เหยียดหยามเจตนารมณ์ประชาธิปไตยของปวงชนอย่างรุนแรง

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น สอดคล้องกับที่มองเตสกิเออ เจ้าของหลักปรัชญากฎหมายโด่งดังของฝรั่งเศส ที่เคยกล่าวเตือนเอาไว้เมื่อกว่า 200 ปีมาแล้วว่า “เมื่อใดก็ตามที่หลักการของรัฐผิดเพี้ยน กฎหมายก็กลายเป็นสิ่งเลวร้าย และเป็นปฏิปักษ์กับรัฐนั้นเสียเอง...นำไปสู่การสูญเสียเสรีภาพและความไร้ประสิทธิภาพ เพราะพฤติกรรมแหกคอก”

ตัวแทนสถาบันตุลาการเหล่านี้ ไม่เพียงแต่กำลังทำลายแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของประชาธิปไตยซึ่งประชาชนไทยรอคอย โดยหวังจะนำไปสู่ความสมานฉันท์ทางการเมืองรอบใหม่เท่านั้น และทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของสถาบันตุลาการ พวกเขายังกระทำการละเมิดพระราชดำรัสที่พระราชทานมาเมื่อวันที่ 25 พ.ค.2549 อย่างไม่มีชิ้นดี

เราจะเฉยเมยกัน ยอมให้ตัวแทนที่หลงผิดจากสถาบันตุลาการเหล่านี้ ดื้อรั้นและละเมิดพระราชดำรัส ตั้งตัวเป็นตุลาการศาลเตี้ยไปไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อนำบ้านเมืองไปสู่ความล่มจมอย่างนั้นหรือ?


จาก Thai E-News

คุณไชยวัฒน์ คุณเจิมศักดิ์ และคณะ กรุณาเคารพเสียงของประชาชนบ้าง

โดย คุณก้อนหินสีชมพู
ที่มา เวบบอร์ด
พันทิปราชดำเนิน
19 มกราคม 2551

ทำไมพวกคุณถึงดื้อด้านกันนัก..

ความจริงแค่ผลการเลือกตั้งออกมาคุณก็ควรสำนึกอาย และ ยอมรับ เคารพสียงของประชาชน ว่าเขาชอบทางเดินของเขาอย่างนี้.. ตัวเลขก็ออกมาแล้วว่าไม่ใช่แก๊งหรือกลุ่มเพียงไม่กี่คน

นี่ศาลตัดสินไปแล้ว ประชาชนก็เลือกเขามาท่วมท้น..ทิ้งห่างพวกคุณ

มากมายขนาดพวกคุณป้ายคี่เขาทุกวัน ออกทางสื่อทุกประเภท

ผลยังได้มากขนาดนี้คุณยังเล่นไม่เลิก เตรียมฟ้องต่ออีก..

บอกว่า ศาลไม่ได้บอกว่าถูกหรือผิด บอกแค่ฟ้องผิดศาล

คุณคงไม่ใช่ผิดแค่ศาล คงมีอย่างอื่นผิดอีก ที่เราไม่รู้

แต่ที่รู้แน่ ๆ ก็คือ พวกคุณผิด ที่ไม่เคารพเสียงประชาชน...

********************

คุณมุมแดง(มุมแดง)
คนที่ จขกท.พูดถึงนะ ดื้อด้านเสียไม่มี ไม่ยอมรับความเห็นของคนอื่นหรอก ต้องความคิดเห็นของเขา พวกเขาเท่านั้นที่ถูกต้อง คนอื่นไม่ถูกต้อง
คุณเจิมสาก ฯ แกเป็น สสร. ที่รับฟังความคิดเห็น แต่เวลาไปเอาพวกไปช่วยเชียร์สิ่งที่ตนต้องการ ถามนำ หากคนไม่เห็นพ้องด้วยแก่ไล่บี้จนชาวบ้านต้องถอย อย่าไปสนใจกับพวกปากประชาธิปไตยหัวใจเผด็จการให้มาก พวกเดียวกับธิ ลิ้ม ทั้งนั้น

คุณ come together
อย่าไป"สีซอ"ให้พวกมันฟังเลยครับ... พวกนี้มันไม่รู้เรื่อง ผิดปกติทางจิตใจ เห็นด้วย 1000% ครอบครัวเค้าน่าจะอายนะ ถ้ามีสำนึกความเป็นมนุษย์ที่เจริญแล้วค่ะ !!!

*************************

จาก Thai E-News

***ปฏิกิริยาจากสื่อนานาชาติต่อการยกฟ้อง..คดียุบพรรคพลังประชาชน****

โดย คุณขนมต้ม
ที่มา เวบบอร์ด พันทิปราชดำเนิน
19 มกราคม 2551

กระทู้นี้ ขอนำเสนอข่าวที่สื่อต่างชาตินำเสนอกรณีศาลฎีกายกฟ้องคดีที่คุณไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ฟ้องพรรคพลังประชาชนนะครับ

เริ่มจาก The Wall Street Journal เขาก็พูดถึงเรื่องนี้ และบอกว่า การตัดสินของศาลในครั้งนี้ อาจจะส่งผลดีต่อภาคธุรกิจที่กำลังซบเซาอย่างมากในไทย เพราะจะได้มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเสียที

นอกจากนั้นเขายังได้ลงคำให้สัมภาษณ์ของคุณใจ อึ้งภากรณ์ว่า "พรรคพลังประชาชนมีสิทธิ์ที่จะจัดตั้งรัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตย แม้ว่าใครอาจจะไม่ชอบก็ตาม"

เขายังได้บอกว่า คุณทักษิณนั้นยังคงความนิยมอย่างเหนียวแน่นจากประชาชน

หันไปดูทางสำนักข่าวซินหัว ของจีน ก็เสนอข่าวว่า

หมอเลี๊ยบแจ้งว่า วันพุธหน้าจะมีการเลือกประธานสภา และวันศุกร์หน้าก็จะเลือกนายก ฯ

ทางด้าน Voice of America ได้รายงานข่าว โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจ

บอกว่า "...การยื่นฟ้อง (ให้ยุบพรรค พปช.) ครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า กลุ่มต่อต้านคุณทักษิณเพื่อไม่ให้เขาได้กลับมาสู่การเมือง..ได้แพ้อีกคำรบหนึ่ง..

"เขาบอกว่า"..ถึงแม้พวกศัตรูของคุณทักษิณจะพยายามเหยียบคุณทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นการก่อรัฐประหาร, ยุบพรรคไทยรักไทย, กล่าวหาทักษิณและภริยาว่าคอรัปชั่น, และพยายามกันให้ทักษิณเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมือง แต่ด้วยแรงสนับสนุนจากประชาชนที่แข็งแกร่ง ที่มอบให้เมื่อการเลือกตั้งเดือนธันวาคม และการที่ศาลฎีกายกคำร้องในครั้งนี้ เป็นนิมิตหมายว่าทักษิณจะกลับคืนอีกครั้ง.."

สุดท้าย ก็คือ Financial Times ของอังกฤษ ได้วิเคราะห์ว่า

การที่ศาลได้ยกคำร้องนี้ จะเป็นการส่งสัญญานที่ดีหลาย ๆ เรื่อง เพราะมีความเคลื่อนไหวในแง่บวก ไม่ว่าจะเป็น การตกลงกันระหว่างทหารกับกลุ่มของพลังประชาชน, การกลับมาของคุณหญิงพจมาน, การที่เพื่อนร่วมรุ่นคุณทักษิณกลับมารับตำแหน่งตามเดิม (กรณี คุณจุมพล มั่นหมาย)ก็เป็นสัญญานที่ดีทั้งนั้น

ในส่วนตัวผม ผมมองทั้งกรณี พล.ต.อ.จุมพล ได้กลับสังเวียนปทุมวัน ซึ่งก็น่ายินดี เพราะคุณจุมพลนั้น ถือว่าเป็นมือข่าวชั้นยอดคนหนึ่งของไทย วันนี้ก็เห็นว่า ท่านอดีตแม่ทัพภาค 3 พล.อ.อุดมชัย องคสิงห์ ซึ่งตอนนี้ท่านอยู่พรรคพลังประชาชน ก็ได้ไปยื่นหนังสือกับทหารว่า ให้เบา ๆ หน่อย

ความจริงพวกท่านก็รุ่นพี่รุ่นน้องกัน อะไรที่ทำเพื่อบ้านเมืองได้ ก็น่าจะถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ฝ่ายคุณทักษิณเขาก็ยื่นมือมาให้จับแล้ว พวกคุณที่ทำอะไรผิด ๆ ไว้ก็น่าจะสำนึกได้บ้างว่าทำอะไรลงไป

ส่วนคน ๆ นั้นน่ะ..ผมเคยบอกแล้วว่า "อย่าหูเบา" เรื่องระเบิดหน้าบ้านน่ะ..ไม่ลองไปถาม หรือ ไปสืบดูว่า ใครเป็นคนทำ


จาก Thai E-News

ว่าแต่เขา [19 ม.ค. 51 - 19:23]

เสียดายที่ว่า ข้อมูลบางอย่างยังไม่สมบูรณ์ ไม่เช่นนั้นผมคงจะต่อจิ๊กซอว์อะไรบางอย่างได้ ้ชัดเจนกว่านี้ และเรื่องราวที่ผมแสดงความวิตกกังวลต่อไปนี้ จะนำไปสู่วงจรอุบาทว์ เป็นกับดักแห่งความหายนะที่ผมเคยเกริ่นเอาไว้หรือไม่ เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์

บ้านเรากำลังจะมีปรากฏการณ์แปลกๆเกิดขึ้นอีกมากมาย โดยที่กฎเกณฑ์กติกาอาจถูกบิดเบือน ไปหมด น่าเสียดายว่า นักกฎหมายระดับเซียน เป็นมือกฎหมายอันดับหนึ่งของประเทศ แต่ใช้ความสามารถที่มีอยู่ไปในทางที่ไม่ชอบ ใช้กฎหมายอย่างทุจริต ที่ภาษาชาวบ้านเขา เรียกว่า ศรีธนญชัย รับใช้เผด็จการ

ขัดรัฐธรรมนูญและจริยธรรม

สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต สิ่งที่ยกเป็นข้ออ้างในการล้มล้างอำนาจประชาธิปไตย และเข้ามายึด อำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

วันนี้ก็ไม่แตกต่าง

การเข้าแทรกแซงสื่อ แทรกแซงองค์กรอิสระ คอรัปชันเชิงนโยบาย ผลประโยชน์ทับซ้อน เล่นพรรคเล่นพวก ทำอย่างไม่เคอะเขิน ดูออกหน้าออกตากว่ารัฐบาลที่ผ่านมาด้วยซ้ำ

กรณีตั้งคณะกรรมการชั่วคราวและ ผอ.บริหารชั่วคราว เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในทีวีสาธารณะ ทีพีบีเอส กับประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อน อย่าไปแก้ตัวสร้างภาพกันเสียให้ยาก กำพืดนั้นปิดบัง กันไม่ได้

ผลประโยชน์ของตายหลายพันล้าน

ยึดอำนาจสื่อเป็นเครื่องมือต่อรอง

หรือกรณีอนุกรรมการ คตส. มีมติเป็นเอกฉันท์ โครงการรถและเรือดับเพลิงของ กทม. ผู้ว่าฯอภิรักษ์ โกษะโยธิน ไม่ผิด อ้างเปิดแอลซีเพราะความจำเป็น

สะเทือนความรู้สึกเด็กอมมือ

โครงการนี้มาสำเร็จก็ตรงเปิดแอลซีนี่แหละ

ผมคงไม่ต้องอธิบายรายละเอียดว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้เป็นใครอยู่ที่ไหน จุดยืนเป็น อย่างไร แต่บอกใบ้ได้ว่า เป็นคนกลุ่มเดียวกัน และคงจะได้คำตอบที่ชัดแล้วชัดอีกว่ายึดอำนาจ เพื่อใคร

ถึงตอนนี้ยังเดาไม่ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ถ้าจะต้องมีการยุบพรรค การเมือง ซึ่งอาจจะไม่ใช่แค่พรรคเดียว มาอึ้งกิมกี่ก็ตอนที่ประธาน สนช. มีชัย ฤชุพันธุ์ ให้ความเห็นถึงแม้จะเปิดสภาไม่ได้ภายใน 30 วันตามรัฐธรรมนูญก็ไม่มีความผิด เพราะไม่ได้ ้ระบุโทษเอาไว้ ว้าเหว่

ถ้ารัฐบาล ถ้า สนช. และถ้า คมช. จะต้องปฏิบัติหน้าที่ ต่อท่อไปอีก 3-6 เดือน หรือดีไม่ดีอาจ จะเป็นปี และถ้าการจัดตั้งรัฐบาลจะต้องมีการพลิกล็อก

ผมไม่แน่ใจว่าจะมีคนออกมาเดินบนท้องถนน ประท้วงกันเต็มท้องสนามหลวงหรือไม่ เพราะ ข่าวร้ายที่ผมได้ยินมาล่าสุด ฝ่ายนั้น ค่อนข้างจะมั่นอกมั่นใจว่าจะเป็นไปตามแผน

ถึงขั้นเลี้ยงฉลองกันไปแล้ว.

“หมัดเหล็ก”

คอลัมน์ คาบลูกคาบดอก


รัฐจนแต้มยื้อเงินบาทแข็งค่า [19 ม.ค. 51 - 06:30]

ผู้สื่อข่าวรายงานวานนี้ (17 ม.ค.) ว่า ค่าเงินบาทในช่วงบ่ายได้แข็งค่าขึ้นมาอีกรอบมาแตะที่ระดับ 33.04 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งแข็งที่สุดในรอบปีอีกครั้ง โดยที่นักวิเคราะห์ค่าเงินยังคงประเมินว่าในสัปดาห์หน้าค่าเงินบาทมีโอกาสที่จะแข็งค่าขึ้นไปทะลุ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งอาจจะส่งผลให้ผู้ส่งออกพากันเทขายเงินดอลลาร์ ตามมาอีกระลอก

นางสาวอุสรา วิไลพิชญ์ นักเศรษฐศาสตร์ อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ค่าเงินทั้งภูมิภาคเอเชียรวมทั้งค่าเงินบาทมีแนวโน้มปรับแข็งค่าขึ้นอีกจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่อ่อนค่าลงจากปัญหาสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ด้อยคุณภาพ หรือซับไพร์ม และเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาที่อาจเข้าสู่ภาวะถดถอยทำให้เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าไปแตะระดับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ “ครึ่งหลังปีนี้หากปัญหาซับไพร์มในสหรัฐฯจบลง จะทำให้ดอลลาร์แข็งค่าอย่างรุนแรง และการคาดการณ์ที่ว่าการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยในปีนี้จะลดลง จากการส่งออกที่เติบโต ช้าลง เพราะภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯที่อาจเข้าสู่ภาวะถดถอย ขณะที่การนำเข้ามีโอกาสขยายตัวมากขึ้นทำให้ค่าเงินบาทในครึ่งปีหลัง มีโอกาสกลับไปอ่อนค่าที่ 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ”

สำหรับทิศทางเศรษฐกิจไทยในปีนี้ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) จะขยายตัว 4.0% จาก 4.7% เนื่องจากปัจจัยทางการเมืองยังมีความไม่แน่นอนสูงและภาวะเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐฯมีโอกาสเข้าสู่ภาวะถดถอย และเผชิญกับปัญหาซับไพร์ม

ทั้งนี้ หากภาครัฐต้องการให้จีดีพีเติบโตตามเป้าไม่ต่ำกว่า 5% ก็จำเป็นต้องใช้นโยบายการคลังและการเงินควบคู่กันไป แต่ขณะนี้การใช้นโยบายการคลังอาจจะยังไม่คล่องตัวนัก เนื่องจากเป็นช่วงสุญญากาศทางการเมือง ขณะที่หากจะใช้นโยบายการเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมองว่ามีโอกาสที่ ธปท.จะลดดอกเบี้ยนโยบายได้อีก 0.50% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้ เนื่องจากปัญหาเงินเฟ้อไม่ได้เป็นประเด็นหลักที่ควรกังวล

นางสาวอุสรากล่าวว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกช่วงครึ่งปีหลัง มีโอกาสลดลงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีโอกาสลดดอกเบี้ย จาก 4.25% มาที่ 3.00% เพราะฉะนั้นทางการควรให้ความสำคัญกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ

นายสมชัย สัจจพงษ์ ที่ปรึกษาสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ผลกระทบจากปัญหาซับไพร์มในสหรัฐฯต่อไทยคงจะมีไม่มากนัก เพราะขณะนี้รัฐบาลสหรัฐฯได้ ประกาศชัดเจนที่จะมีมาตรการออกมารองรับปัญหาดังกล่าวทั้งการใช้นโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้นโยบายการเงิน ซึ่งชัดเจนว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.50% ในปีนี้ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งจะทำให้ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งในสหรัฐฯและประเทศอื่นๆลดลง

“ผมเชื่อว่ามาตรการที่สหรัฐฯจะนำมาใช้ นั้นจะช่วยให้เศรษฐกิจสหรัฐฯสามารถฟื้นตัวขึ้นได้ระดับหนึ่งในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 ในปีนี้ สำหรับผลกระทบที่มีต่อไทยนั้นเชื่อว่าไม่น่าจะรุนแรงแต่จะรุนแรงก็ต่อเมื่อมาตรการที่สหรัฐฯ นำออกมาใช้แล้วไม่ได้ผล”

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังได้เตรียม พร้อมที่จะสร้างฉนวนเพื่อรับกับปัญหาไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยฉนวนสำคัญในระยะสั้นคือ การกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศ ซึ่งขณะนี้ถือว่ายังมีช่องว่างในการดำเนินการได้โดยที่ไม่เป็นแรงกดดันในการกระตุ้นอัตราเงินเฟ้อ ทั้งนี้ สศค.ได้เตรียมมาตรการต่างๆไว้รองรับ โดยจะเสนอต่อรัฐบาลใหม่เพื่อพิจารณาอนุมัติในลำดับต่อไป ทั้งนี้ปัญหาซับไพร์มและปัญหาราคาน้ำมันเป็นหนึ่งในปัญหาที่รัฐบาลใหม่จะต้องเข้ามาแก้ไขและติดตามอย่างใกล้ชิด

ส่วนภาคการส่งออกในปีนี้นั้นต้องยอมรับว่ามูลค่าการส่งออกในปีนี้จะไม่ดีเท่าปีก่อน เพราะเจอกับปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่เชื่อว่าจะไม่ทำให้ภาคการส่งออกถึงขั้นติดลบเพราะขีดความสามารถในการแข่งขันยังไปได้แม้ว่าค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นก็ตาม ทั้งนี้ บริษัทส่งออก ขนาดใหญ่ก็ยังคงได้ประโยชน์จากการส่งออก ซึ่งบริษัทส่งออกขนาดใหญ่ก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ.


สุวิทย์นั่งรองนายกฯ 'หนูนา'อึดอัดร่วมรบ. [19 ม.ค. 51 - 03:44]

นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่หาเสียงเขต 3 จ.อุดรธานี ช่วยผู้สมัครในการเลือกตั้งซ่อม วานนี้ (18 ม.ค.) โดยยอมรับว่าจะเข้าไปดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลพรรคพลังประชาชน ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 6 ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ส่วนจะควบตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงใดหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน รวมไปถึงโควตารัฐมนตรีในกระทรวงพลังงาน และอุตสาหกรรม คงจะตจ้องมีการหารือก่อนการแถลงจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการในวันนี้ (19 ม.ค.)

นอกจากนี้ นายสุวิทย์ ยังยอมรับว่าหากพรรคพลังประชาชน จะเสนอชื่อนายยงยุทธ ติยะไพรัช กรรมการบริหารพรรค เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เป็นสิทธิ์ของพรรคที่ได้เสียงข้างมาก แต่เชื่อว่าคงจะมีการปรึกษาหารือใน 6 พรรคร่วมรัฐบาลก่อน


วันเดียวกัน น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อการวิพากษ์วิจารณ์นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยด้วยถ้อยคำรุนแรงของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ อดีตสมาชิกพรรคชาติไทย เพราะไม่เคยใส่ใจกับคำพูดของนายชูวิทย์ อยู่แล้ว การที่ระบุว่านายบรรหาร เคยเป็นเพียงช่างตัดเสื้อนั้น ก็เห็นว่าไม่ใช่เรื่องน่าเสียหายเพราะเป็นอาชีพที่สุจริต ส่วนตัวไม่เคยดูถูกอาชีพของใคร ถึงแม้จะเป็นอาชีพที่สังคมรังเกียจก็ตาม ขอให้นายชูวิทย์ ระวังเรื่องการพูด หรือกระทำเรื่องใดที่เข้าเข้าข่ายผิดกฎหมายในข้อหาหมิ่นประมาท


รองหัวหน้าพรรคชาติไทยชี้แจงว่า การตัดสินใจเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนเป็นไปตามสภาวะแวดล้อม เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ แม้การตัดสินใจอาจไม่ถูกใจคนทั้งประเทศก็ตาม แต่พรรคต้องการยุติความแตกแยกสร้างความสมานฉันท์ให้ประเทศ


นอกจากนี้ น.ส.กัญจนา ยังระบุว่าจะไม่ขอรับตำแหน่งใดในรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องว่าเป็นรัฐบาลของพรรคการเมืองใด ส่วนการเลือกบุคคลขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะต้องเป็น นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนหรือไม่นั้น ตนจะเคารพกติกาทางการเมืองและมติของพรรคในทางปฏิบัติอยู่แล้ว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตสมาชิกพรรคชาติไทย ได้เดินทางไปยังที่ทำการพรรคชาติไทย พร้อมตั้งโต๊ะแถลงข่าว โดยพูดกับภาพนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการแถลงข่าวร่วมจัดตั้งรัฐบาลของพรรคชาติไทย โดยระบุว่าสโลแกนของพรรคที่ว่า สัจจะนิยมสร้างสังคมที่สมดุล ไม่เหมาะสมกับพรรค พร้อมเปรียบนายบรรหารเป็นเหมือนหลงจู้ ที่ไม่มีวิสัยทัศน์ ไม่สามารถพาชาติพัฒนาไปได้


โดยนายชูวิทย์ ยืนยันจะเป็นฝ่ายค้านนอกสภา เดินหน้าชี้แจงข้อมูลของพรรคชาติไทย ให้นำไปปรับปรุงตัว นอกจากนี้นายชูวิทย์จะขึ้นป้ายคัทเอาต์ขนาดใหญ่ ในพื้นที่ กทม. ที่แสดงถ้อยคำตำหนินายบรรหารในหลายจุด อาทิ บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บริเวณถนนบางนา