WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, January 19, 2008

อภิสิทธิ์ จี้ 6 พรรคสร้างความชัดเจนตัวบุคคลที่จะเข้ามาแก้ปัญหาให้ประชาชน

ดอนเมือง 19 ม.ค. – “อภิสิทธิ์” จี้ 6 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลสร้างความชัดเจนเรื่องตัวบุคคลและนโยบายที่จะแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนและประเทศชาติ เตือนหลีกเลี่ยงการต่อรองผลประโยชน์และสร้างกระแสความขัดแย้งทางการเมือง ยันพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านพรรคเดียว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ฝากถึง 6 พรรคที่จะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลว่า ขอให้เร่งสร้างความเชื่อมั่นและความชัดเจนให้กลับมาโดยเร็ว เพราะขณะนี้ปัญหาต่าง ๆ ยังรออยู่อีกมาก จึงต้องการให้ดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลในลักษณะที่มีความชัดเจนในเรื่องของบุคลากรและนโยบายที่จะเข้ามาทำงานแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ หลีกเลี่ยงที่จะทำให้เกิดภาพลบ การต่อรองผลประโยชน์ และการสร้างกระแสความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งจะเป็นทางออกให้กับประเทศได้เป็นอย่างดี

ส่วนโผการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีที่จะออกมาในขณะนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ แต่เชื่อว่าขณะนี้คงยังไม่มีความชัดเจน เพราะในวันนี้ (19 ม.ค.) ทั้ง 6 พรรคคงจะแถลงขั้นตอนในเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลก่อน ขณะเดียวกันพรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านพรรคเดียว

“เชื่อว่าทำงานไม่ยาก เนื่องจากมีเสียง 160 เสียง ค่อนข้างเข้มแข็ง ที่สำคัญอยู่ที่คุณภาพและความเป็นเอกภาพในการทำหน้าที่” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ ยังปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นถึงกรณีที่มีข่าวว่ากองทัพเข้ามาแทรกแซงการสรรหารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยกล่าวเพียงว่า คนที่เป็นผู้นำรัฐบาลจะต้องสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า 5 พรรคที่จะเข้ามาทำงานร่วมกับพรรคพลังประชาชนมองเรื่องของความสมานฉันท์ ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์จะทำงานร่วมกันใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหาที่จะทำงานร่วมกันในสภาฯ ความสมานฉันท์เกิดขึ้นได้จากการที่ทุกคนเคารพและยึดมั่นในกฎหมาย รู้จักหน้าที่ ทำงานอย่างตรงไปตรงมา ถ้าทุกคนรู้จักหน้าที่ ทุกอย่างอยู่ภายในกรอบ เชื่อว่าประเทศจะเดินหน้าต่อไปได้ แต่ขณะนี้รอให้พรรคลังประชาชนจัดตั้งรัฐบาลให้เรียบร้อยก่อน เพราะระบบการเมืองของไทยไม่ใช่ระบบประธานาธิบดี ดังนั้นจะต้องมีขั้นตอนการเลือกนายกรัฐมนตรีในสภาฯ และพรรคประชาธิปัตย์ก็จะทำหน้าที่

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการแถลงเป็นฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอดูความชัดเจนจากกระบวนการต่าง ๆ ก่อน ทั้งการเลือกประธานสภาฯ และเลือกนายกรัฐมนตรี ไม่มีปัญหาจะประกาศเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ไม่สำคัญ เพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามธรรมชาติอยู่แล้ว สำคัญที่ต้องทำหน้าที่ให้อยู่ในกรอบ อย่าทำให้ปัญหาเก่า ๆ กลับมาอีก โดยเฉพาะการใช้เสียงข้างมากในทางที่ผิด

ต่อข้อถามว่าได้นัดคุยกับนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยแล้วหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นายบรรหารบอกว่าจะเป็นผู้นัด ในช่วงแรกตนจะไปสอบถามความชัดเจน แต่นายบรรหารได้แถลงความชัดเจนแล้วที่จะเข้าร่วมรัฐบาล ดังนั้นก็ไม่เป็นปัญหา และพร้อมจะหารือหากนายบรรหารได้ติดต่อมา.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-19 10:47:46

อภิสิทธิ์ ติงตั้ง ยงยุทธ เป็นประธานสภาฯ ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

กรุงเทพฯ 19 ม.ค. - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. ครบ 460 คน โดยหนึ่งในนั้น คือ นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ซึ่งมีสำนวนการตรวจสอบของ กกต.ในเรื่องการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ที่ จ.เชียงราย จะทำให้เกิดปัญหาในภายหลังหรือไม่ ว่า เป็นอำนาจของ กกต.ที่จะวินิจฉัย ส่วนตัวเห็นว่า หากประกาศรับรองผลคนที่ไม่มีปัญหาไปก่อน การทำอะไรก็จะง่ายขึ้น แต่หากรับรองไปแล้ว เรื่องที่ยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบในชั้นสอบสวนที่ยังไม่เสร็จ ก็ต้องสอบสวนต่อไป เพียงแต่หลังจากนี้กระบวนการต่าง ๆ จะไปอยู่ที่ศาล


ส่วนกรณีที่นายยงยุทธ มีรายชื่ออยู่ในผู้ที่จะมาทำหน้าที่ประธานสภาฯ จะเป็นปัญหาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคการเมืองต่าง ๆ ต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าจะเสนอบุคคลใดเข้ามาทำหน้าที่ประธานสภาฯ โดยขอให้คำนึงถึงประเด็นที่ต้องตัดสินใจเรียกความเชื่อมั่นกลับมา และอะไรที่เป็นปัญหาในภายหลัง ควรที่จะหลีกเลี่ยง. - สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-19 10:43:11

ความเป็นธรรมอยู่ไหน [19 ม.ค. 51 - 17:15]

สรุปว่าศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่คุ้มครองชั่วคราว แต่รับคำร้องของพนักงานทีไอทีวีไว้พิจารณาต่อไป

โดยพนักงานทีไอทีวีให้ร้องว่า กรมประชาสัมพันธ์ไม่มีอำนาจปิดสื่อ ขัดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุด

ทำให้ “ทีวีสาธารณะ” ยังเปิดต่อไปได้ จนกว่าจะมีคำสั่งศาลปกครองในภายหลัง

อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เป็นรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติยึดอำนาจ ไม่สมควรจะมาก่อปัญหาเรื่องนี้โดยสิ้นเชิง

ทีไอทีวีหรือไอทีวีเดิม เป็นสถานีโทรทัศน์ยูเอชเอฟที่เกิดขึ้นจากการประมูลสัมปทานไปจากรัฐ

จุดประสงค์ขณะนั้นก็เพื่อให้เกิดสถานีโทรทัศน์ที่เป็น “ทีวีเสรี” จริงๆ โดยเน้นเนื้อหาสาระมากกว่าความบันเทิง

แต่กลุ่มผู้ประมูลครั้งแรกกลับยื่นเงื่อนไขการประมูลชนิดเว่อร์เกินจริง ด้วยตัวเลขเฉลี่ยค่าสัมปทานถึงปีละหนึ่งพันล้านบาทเป็นเวลา 25 ปี

สุดท้ายก็ไปไม่รอด จนตกไปอยู่ในมือของกลุ่มทุนชินคอร์ป มีการแก้ไขสัญญาทีโออาร์ไปสู่การลดหย่อนค่าสัมปทานรายปี และการปรับผังใหม่ไปสู่ภาคบันเทิงมากขึ้น

ปัญหาคือสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี หรือ สปน. เจ้าของสัมปทาน กลับไม่ทำข้อขัดแย้งดังกล่าวให้ถูกต้องเป็นธรรม

มีการนำข้อพิพาทขึ้นสู่การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งไอทีวียึดถือภาระสิ้นสุดของอนุญาโตตุลาการ แต่ สปน.กลับนำข้อพิพาท ขึ้นสู่ศาลเรียกค่าปรับฐานผิดสัญญาถึงวันละ 100 ล้านบาท เป็นเงินร่วมหนึ่งแสนล้านบาท

และแทนที่จะนำเข้าสู่ระบบ คือเปิดให้แข่งขันประมูลใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม

รัฐบาลขัดตาทัพกลับเลือกทางเดินแตกหัก ปฏิบัติการ “ยึดไอทีวี” ด้วยการออก พ.ร.บ.ทีวีสาธารณะแปลงสภาพทีไอทีวี โดยห้ามมีโฆษณาอย่างเด็ดขาด

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ผู้ที่เข้ามาฉกฉวยยึดทีวีเสรีก็คือกลุ่มเอ็นจีโอ ที่ใกล้ชิดกับรัฐมนตรีบางคนนั่นเอง

ทุกอย่างถูกวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนจนถึงนาทีนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลที่พนักงานทีไอทีวีและผู้จัดรายการรู้ลึกถึงความเคลื่อนไหวตลอด

เป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขาต้องสู้ไม่ถอย เพราะรัฐบาลที่พยายาม เน้นเรื่องจริยธรรมแต่กลับขาดธรรมาภิบาลเสียเอง!!

"แจ๋วริมจอ"

คอลัมน์ ทีวีบันเทิง


นำเงินหวยมาส่งเสริมเด็กเรียน VS รีดเงินบาปจากเหล้า บุหรี ให้เนชั่นทำทีวี : ใครเลว ????

โดย คุณ kajokkub
ที่มา เวบบอร์ด
ประชาไท
19 มกราคม 2551

นำเงินหวยมาส่งเสริมให้เด็กไทยได้เรียนสูง ๆ ติดอาวุธทางปัญญา

แต่ถูกกฏหมู่ กล่าวหาว่าเลว ชั่ว ต้องผิดกฏหมายเผด็จการ สั่งให้หยุดทำซ่ะ

จงเอาลงไปทำใต้ดิน เพื่อต่อชีวิต เจ้าพ่อเจ้าแม่ หวยใต้ดินเดือนละ 50,000ล้านบาท คือความชอบธรรม และถูกกฏหมาย

เผด็จการทำให้เด็กไทย ต้องหยุดเรียน อนาคตที่วาดไว้ ก็จบสิ้น เพียงเพราะพวกนรก!!พวกนี้

.........................

แล้ว ตอนนี้รัฐบาลคุณธรรม

รีดภาษีบาปเหล้า บุหรี่ มาทำทีวีสาธารณะ

เพื่อจ้างคนเนชั่น คือสิ่งที่ดีงาม ใช่ไหม

*********************************

คุณอิสานพัน %
....กรรม ..ไม่น่าจะใช้ชื่อคนไทยเลย...หวยบนดินหากำไรจากคนจน..หายังไงไม่ทราบ ..มีใครไปเชิญชวนให้คนมาซื้อหวยบนดินมั่ง..

การนำหวยใต้ดินขึ้นมาบนดิน เพราะทุกคนก็รู้ว่า นิสัยมนุษย์ชอบการแข่งขัน ชอบเล่นการพนัน..เมื่อมันห้ามกันไม่ได้ ก็เอามาให้เล่นซะให้มันถูกต้องไปเลย แล้วเอากำไรที่ได้นั้นไปสร้างประโยชน์อย่างอื่นให้กับสังคม ดีกว่าที่จะปล่อยให้มันอยู่ใต้ดิน แล้วส่วนที่เป็นกำไร ก็ไปกระจุกอยู่กับ ศักดินา ผู้มีอิทธิพล เจ้าพ่อเจ้าแม่

ในกรณีของ itv..ที่รัฐบาลจะเอาเงินภาษีเหล้าบุหรี่ มาให้เอกชน เผาผลาญเล่นปีละ 2 พันล้าน ถามว่าได้ประโยชน์อะไรหรือ...

บอกได้เลยว่าไม่ได้อะไร อาคารก็ฟรี อุxกรณ์ต่าง ๆ ก็ฟรี แถมได้เงินเดือน มีความมั่นคง

ประชาชนจะได้อะไร.... ก็แค่ได้ดูรายการปัญญาอ่อนของคนปัญญาอ่อน การประชาสัมพันธ์หน่วยงานของทางราชการของประเทศไทยเท่านั้น ในขณะที่ ช่อง 11 ของกรมประชาสัมพันธ์ ก็เป็นกระบอกเสียงของรัฐอยู่แล้ว....

ถ้าวุฒิภาวะของ ครม. คนบริหารประเทศมีแค่นี้ ...ฝากเอาเชือกไปผูกคอตายซะ...คิดโง่ ๆ


จาก Thai E-News

ไว้อาลัย นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ : ผู้ปิดทองหลังพระโครงการ '30 บาทรักษาทุกโรค'

โดย คุณชูวัส ฤกษ์ศิริสุข
ที่มา เวบไซต์
ประชาไท
19 มกราคม 2551

คุณรู้จัก ‘หมอหงวน’ ไหมครับ

ไม่แปลกหรอกหากคนทั่วไปจะไม่รู้จักนายแพทย์ผู้นี้ แต่อย่างน้อยคุณต้องรู้ถึงคุณูปการของโครงการ ‘30 บาทรักษาทุกโรค’ หรือชื่อเป็นทางการว่า ‘หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า’ ที่แทรกซึมอยู่ในทุกปริมณฑลของชีวิต หากการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสิ่งที่ชีวิตนั้นหนีไม่พ้น

และถ้าคุณรู้จัก ผลงานนั้น นั่นแหละคือ ‘นาม’ อันไพเราะและก้องกังวานของ ‘หมอหงวน’ นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์

คงไม่ผิดไปนัก ถ้าจะบอกว่า ‘หมอหงวน’ ใช้เกือบทั้งชีวิตของท่าน ต่อสู้เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน ตั้งแต่ว่ายวนอยู่ในวงการกิจกรรมนักศึกษา เพียงแต่บังเอิญว่าท่านจบมาเป็นหมอ จึงต่อสู้ในสนามของหมอ และการต่อสู้ของท่านก็ส่งผลสะเทือนปฏิรูประบบสุขภาพไทยอย่างที่เราเห็นอยู่นี้

แต่ใครว่า ‘30 บาทรักษาทุกโรค’ นั้นเป็นแค่เรื่องสุขภาพ ใครว่าเป็นแค่เรื่องการลดรายจ่ายของประชาชน

สำหรับผมแล้ว นี่คือเรื่องการเมือง เป็นการเมืองที่กินได้ การเมืองเพื่อการยกระดับชีวิตให้มีศักดิ์และสิทธิในฐานะเจ้าของประเทศ

อย่าลืมว่า ก่อนปี 2545 คนจนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ จะเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้นั้นเลือดตาแทบกระเด็น หากไม่ขายที่ขายนา หรือยอมทนเห็นลูกสาวขายตัวเอาเงินมารักษา ก็ต้องต่อสู้เพื่อให้เป็นคนไข้ ‘อนาถา’ ซึ่งแค่นั้นก็ยากเย็นเหลือเกินแล้ว และนั่นคือสิ่งที่รัฐไทยปฏิบัติกับเจ้าของประเทศ เจ้าของอำนาจอธิปไตย

‘หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า’ ที่หมอหงวนปิดทองหลังพระผลักดันอยู่ข้างหลังก่อนที่พรรคไทยรักไทยจะนำมาใช้ในภาษาทางการตลาดว่า ‘30 บาทรักษาทุกโรค’ ทำให้ความหมายของเจ้าของประเทศเป็นผลในทางปฏิบัติ รัฐต้องรักษาอย่างดีที่สุด ไม่ว่าเขาจะยากดีมีจน เพราะ
มันเปลี่ยนจาก ‘ความเมตตา’ ของโรงพยาบาลมาเป็น ‘สิทธิ’ ของคนป่วย ที่รัฐต้องรับใช้หรือบริการ

กระนั้นเมื่อการประกันสุขภาพถ้วนหน้าลงหลักปักฐานเป็นที่เรียบร้อยในสังคมไทย หากเราได้มีโอกาสติดตาม เราก็จะเห็นว่า ปัญหาอุปสรรคเพื่อทำให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพก็ยังมีอยู่เต็มไปหมด และในทางเดินนั้นก็มีรอยเท้าของหมอหงวนอยู่ในทุกๆ ที่

ผมได้สัมผัสความพยายามในการลดความหนาแน่นของโรงพยาบาล ด้วยสารพัดโครงการ ผมเห็นความพยายามส่งเสริมนวัตกรรมของโรงพยาบาล เพื่อลดความหนาแน่นของผู้ป่วยในการเข้ารักษาในโรงพยาบาล เห็นความพยายามสร้างพยาบาลของชุมชน เพื่อให้ชุมชนนั่นเองรับผิดชอบดูดซับผู้ป่วยขั้นต้น ซึ่งมีจำนวนมาก และอาจจะไม่จำเป็นต้องมาโรงพยาบาล ทั้งนี้ก็เพื่อกลั่นกรอง และส่งต่อผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลศูนย์ฯ ให้หมอผู้เชี่ยวชาญได้มีเวลา มีพลัง ในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการหนักจริง ๆ ผมเห็นความพยายามเพิ่มเงินรายหัวของผู้ป่วย และการต่อสู้ต่อรองเพื่อให้โรคที่มีค่ารักษาราคาแพง อยู่ในการรับประกันถ้วนหน้าของรัฐ ฯลฯ

ในชีวิตสั้น ๆ ของมนุษย์คนหนึ่งที่ต้องอยู่ในโลกแห่งสงครามและการเมืองที่ต้องต่อสู้ หากจะมีเรื่องน่าภูมิใจอยู่บ้าง ก็คือเรื่องที่เราพอจะคุยได้ว่า เราได้อยู่ร่วมสมัยกับคนจำนวนหนึ่ง ที่มีชีวิตอยู่ยั้งด้วยผลงานเพื่อคนอื่น ๆ และมีชื่ออยู่นานด้วยการกระทำแม้กระทั่งในลมหายใจสุดท้าย

และหนึ่งในคนจำนวนนั้น คือ ‘นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์’

ด้วยความภาคภูมิใจและอาลัยอย่างสุดซึ้ง

************************************

อ่าน อาลัย ‘นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์’ : เส้นทางสู่หลักประกันสุขภาพ ก้อนหินที่ขวางหน้า คือบันไดสู่ทางออก ได้เพิ่มเติม ที่
ลิงก์ประชาไท

จาก Thai E-News

ศาลฎีกายกคำร้อง ทุกข้อหา ไม่ยุบพลังประชาชน [19 ม.ค. 51 - 04:29]

หลังจากที่หลายฝ่ายจับตาดูว่าศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง จะตัดสินอย่างไรกรณีที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ร้องให้การเพิกถอนการเลือกตั้งล่วงหน้า รวมทั้งระบุว่าพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีของพรรคไทยรักไทยนั้น ล่าสุดศาลฎีกาได้วินิจฉัยยกคำร้องทุกประเด็น

ศาลฎีกายกคำร้อง พปช.เป็นนอมินี

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. เวลา 16.00 น. ที่ศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ศาลได้ออกบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยกรณีนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นฟ้อง กกต. พรรคพลังประชาชน นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน และผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 3 พรรคพลังประชาชน ให้ศาลฎีกาวินิจฉัยใน 4 ประเด็น ทั้งนี้ ศาลได้ว่าคำพิพากษาว่านายไชยวัฒน์ ได้ขอให้ศาลมีคำสั่งว่าการส่งผู้สมัครในนามพรรคพลังประชาชนเป็นโมฆะ เพราะพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีของพรรคไทยรักไทย ที่ผู้ฟ้องเห็นว่านายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นตัวแทนของอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) ดังนั้น การลงนามส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งของนายสมัครจึงเป็นโมฆะ ไม่มีสิทธิส่ง ส.ส.ในนามพรรคพลังประชาชน ทั้งระบบสัดส่วนและระบบเขตนั้น ศาลเห็นว่าเรื่องนอมินีไม่อยู่ในเขตอำนาจของศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง เนื่องจากเป็นคดีพรรคการเมือง ไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง แต่อยู่ในเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ จึงให้ยกคำร้อง

อ่านรายละเอียด ไทยรัฐ


ปัจจัยจัดตั้งรัฐบาลหนุน ดัชนีตลาดหุ้นสัปดาห์หน้า [19 ม.ค. 51 - 09:28]

วันนี้ (19 ม.ค.) มีรายงานจาก บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ว่า แนวโน้มเงินบาทในประเทศสัปดาห์หน้า หรือระหว่าง 21-25 ม.ค.2551 อาจมีกรอบการเคลื่อนไหวที่ 32.80-33.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ปัจจัยที่ควรจับตาได้แก่ แรงขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ของผู้ส่งออก การเคลื่อนไหวของเงินทุนต่างชาติ สัญญาณการเข้าแทรกแซงตลาดของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และความคืบหน้าทางการเมือง ตลอดจนทิศทางของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ขึ้นอยู่กับตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่สำคัญคือ ยอดขายบ้านมือสองเดือน ธ.ค.

รายงานระบุต่อว่า แนวโน้มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในสัปดาห์หน้า การเคลื่อนไหวของดัชนีจะยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยในประเทศเป็นสำคัญ อาทิ การหารือเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ความคืบหน้าของเรื่องดังกล่าวน่าจะช่วยหนุนการปรับตัวของดัชนีในสัปดาห์หน้าได้ ขณะที่นักลงทุนจะจับตามองความชัดเจนเรื่องการเก็บค่าเช่าท่อส่งก๊าซของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันอังคารหน้า สำหรับปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ การประกาศมาตรการทางการคลังชั่วคราวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา และรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในประเทศสหรัฐอเมริกา จะกระทบต่อทิศทางตลาดหุ้นในต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยคาดว่าดัชนีจะมีแนวรับที่ 778 และ 760 จุด และแนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 796 และ 820 จุด ตามลำดับ


บทความ: ตุลาการวิวัฒน์ กลายเป็น ตุลาการศาลเตี้ย

โดย ฤทธิ์ วิษณุ
ที่มา
เว็บบอร์ดคนวันเสาร์
19 มกราคม 2550

ยังจำกันได้หรือไม่ กับบางส่วนของพระราชดำรัส เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2549 ที่พระราชทานให้แก่ศาลปกครองสูงสุดและศาลฎีกา “ต้องขอร้องให้ศาลคิด เดี๋ยวนี้ประชาชนประชาธิปไตยเขาหวังในศาล โดยเฉพาะศาลฎีกา ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต มีเหตุมีผล ท่านมีความรู้ ท่านได้เรียนรู้กฎหมายมาก และพิจารณากฎหมายที่จะต้องศึกษาดีๆ ประเทศชาติจะรอดพ้นได้ ถ้าไม่ทำตามหลักกฎหมาย หลักการปกครอง ประเทศชาติไปไม่รอด....ที่จะทำให้บ้านเมืองล่มจม บ้านเมืองไม่สามารถที่จะรอดพ้นจากสถานการณ์ที่ไม่ถูกต้อง”

วันนี้ กว่าหนึ่งปีครึ่งผ่านไป ปรากฏการณ์ที่มีคนพยายามให้คำอธิบายว่าเป็น ตุลาการณ์วิวัฒน์ เพื่อ “ขยายพื้นที่แห่งความยุติธรรมให้กว้างขวางขึ้น” ได้ปรากฏชัดเจนมากขึ้นจากการที่ตัวแทนของคนจากสถาบันตุลาการ ได้กระจายกันเข้าสู่วังวนของการเกลือกกลั้วกับอำนาจทางการเมืองในหลายองค์กร คนเหล่านั้นได้พิสูจน์ให้เห็นจากการกระทำชัดเจนมากขึ้นอย่างต่อเนื่องว่า นอกจากไม่ได้นำความรู้และปัญญามาทำให้ประเทศชาติสามารถผดุงความยุติธรรมพ้นจากความล่มจม หรือรอดพ้นจากสถานการณ์ที่ไม่ถูกต้อง เพื่อกลับคืนสู่ความสมานฉันท์ หากยังแสดงโมหาคติที่ทำให้ความหวังซึ่งประชาชนเคยมีให้กับสถาบันตุลาการถูกบั่นทอนลงไปอย่างรุนแรง

โมหาคติดังกล่าว ส่วนหนึ่ง เกิดจากการยึดถือรากฐานจารีตที่คร่ำครึของปรัชญากฎหมายของตะวันตกที่ล้าหลังกว่า 200 ปีที่ไม่มีใครใช้อีกต่อไปแล้ว ซึ่งถือว่า กฎหมายคือความยุติธรรม เพราะเป็นการใช้อำนาจนของผู้มีอำนาจรัฐ ไม่ได้ใส่ใจว่า ผู้มีอำนาจรัฐนั้นจะได้อำนาจมาด้วยวิธีการใดๆ และหน้าที่ของพลเมืองมีอย่างเดียวคือ ยอมรับและปฏิบัติตามโดยไม่มีข้อแม้ ซึ่งขัดแย้งกับปรัชญาประชาธิปไตยที่ให้ความสำคัญกับสิทธิของพลเมือง และถือว่าความยุติธรรมกินความกว้างกว่ากฎหมาย

อีกส่วนหนึ่ง เกิดจากวิธีคิดส่วนตนอันคับแคบที่ผนึกตัวเองเข้าเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง และลุแก่อำนาจเสียเอง เพื่อสนองตอบผู้มีอำนาจรัฐที่ต้องการบั่นทอนสาระของประชาธิปไตย

การกระทำในลักษณะ “ศาลเตี้ย” ที่ตัวแทนของตุลาการได้แสดงออกมาในรอบ 1 ปีมานี้ เริ่มต้นเห็นชัดเจนนับแต่การตัดสินของคณะตุลาการ(ศาล?)รัฐธรรมนูญที่ยุบพรรคไทยรักไทย พร้อมกับลงโทษย้อนหลังนักการเมือง 111 คนด้วยข้ออ้างที่ไร้เหตุผล ซึ่งถือเป็นการละเมิดหลักกฎหมายอย่างถึงที่สุด

ไม่เพียงเท่านั้น ตัวแทนของสถาบันตุลาการที่เข้าไปนั่งอยู่ในองค์กรอิสระเช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็ยังแสดงพฤติกรรมต่อเนื่องให้เห็นชัดเจนว่า มีอคติและเลือกปฏิบัติต่อนักการเมืองและพรรคการเมืองบางกลุ่ม เพื่อให้พรรคการเมืองบางพรรคได้เป็นรัฐบาล ในขณะที่บางพรรคจะถูกสกัดกั้นทุกวิถีทาง เสมือนสมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มผู้มีอำนาจบางคน

พวกเข้า ทำหูหนวกตาบอด หรือหาเหตุผลปัดสวะ มองไม่เห็นว่า วีซีดี.ของนายพลจากกองทัพที่สั่ง
กำลังพลใต้บังคับบัญชาไปลงคะแนนเลือกพรรคประชาธิปัตย์ หรือเอกสารลับ คมช.เป็นความผิด ในขณะที่ตั้งหน้าเอาเป็นเอาตายกับการกระทำผิดเล็กๆ น้อยๆ ของนักการเมืองจากพรรคพลังประชาชน

จนท้ายที่สุด เมื่อพรรคดังกล่าว ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นการแสดงเจตนารมณ์ตามหลักประชาธิปไตยของปวงชน พวกเขาก็แสดงท่าทีร่วมสมคบคิดกับกลุ่มผู้ที่ไม่ต้องการให้พรรคดังกล่าวเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ถึงขั้นหาสาเหตุยุบพรรคกันไปเลย

ตัวแทนของฝ่ายตุลาการเหล่านี้ ไม่เพียงแต่ละเมิดหลักการเรื่อง จิตวิญญาณของกฎหมาย (spirit of law) เพื่อทำหน้าที่ตัดสินชี้ขาดความถูกต้องเพื่อนำสังคมกลับมาสู่นิติรัฐ(rule of law) จะไม่เข้าไปเล่นการเมือง หรือเป็นส่วนหนึ่งของการแย่งชิงอำนาจเท่านั้น หากกำลังลากจูงสังคมไทยไปสู่กติกาอันป่าเถื่อนโดยกฎหมายเพื่อรองรับผู้มีอำนาจ(letter of the law)ที่เลวร้าย

เมื่อตุลาการวิวัฒน์ กำลังกลายเป็นตุลาการศาลเตี้ยขึ้นไปทุกขณะ แสงสว่างที่เคยคาดว่าจะส่องชี้ทางรอดให้สังคม จึงกลายเป็นเครื่องมือของผู้คนหยิบมือเดียวที่เหยียดหยามเจตนารมณ์ประชาธิปไตยของปวงชนอย่างรุนแรง

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น สอดคล้องกับที่มองเตสกิเออ เจ้าของหลักปรัชญากฎหมายโด่งดังของฝรั่งเศส ที่เคยกล่าวเตือนเอาไว้เมื่อกว่า 200 ปีมาแล้วว่า “เมื่อใดก็ตามที่หลักการของรัฐผิดเพี้ยน กฎหมายก็กลายเป็นสิ่งเลวร้าย และเป็นปฏิปักษ์กับรัฐนั้นเสียเอง...นำไปสู่การสูญเสียเสรีภาพและความไร้ประสิทธิภาพ เพราะพฤติกรรมแหกคอก”

ตัวแทนสถาบันตุลาการเหล่านี้ ไม่เพียงแต่กำลังทำลายแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของประชาธิปไตยซึ่งประชาชนไทยรอคอย โดยหวังจะนำไปสู่ความสมานฉันท์ทางการเมืองรอบใหม่เท่านั้น และทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของสถาบันตุลาการ พวกเขายังกระทำการละเมิดพระราชดำรัสที่พระราชทานมาเมื่อวันที่ 25 พ.ค.2549 อย่างไม่มีชิ้นดี

เราจะเฉยเมยกัน ยอมให้ตัวแทนที่หลงผิดจากสถาบันตุลาการเหล่านี้ ดื้อรั้นและละเมิดพระราชดำรัส ตั้งตัวเป็นตุลาการศาลเตี้ยไปไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อนำบ้านเมืองไปสู่ความล่มจมอย่างนั้นหรือ?


จาก Thai E-News

คุณไชยวัฒน์ คุณเจิมศักดิ์ และคณะ กรุณาเคารพเสียงของประชาชนบ้าง

โดย คุณก้อนหินสีชมพู
ที่มา เวบบอร์ด
พันทิปราชดำเนิน
19 มกราคม 2551

ทำไมพวกคุณถึงดื้อด้านกันนัก..

ความจริงแค่ผลการเลือกตั้งออกมาคุณก็ควรสำนึกอาย และ ยอมรับ เคารพสียงของประชาชน ว่าเขาชอบทางเดินของเขาอย่างนี้.. ตัวเลขก็ออกมาแล้วว่าไม่ใช่แก๊งหรือกลุ่มเพียงไม่กี่คน

นี่ศาลตัดสินไปแล้ว ประชาชนก็เลือกเขามาท่วมท้น..ทิ้งห่างพวกคุณ

มากมายขนาดพวกคุณป้ายคี่เขาทุกวัน ออกทางสื่อทุกประเภท

ผลยังได้มากขนาดนี้คุณยังเล่นไม่เลิก เตรียมฟ้องต่ออีก..

บอกว่า ศาลไม่ได้บอกว่าถูกหรือผิด บอกแค่ฟ้องผิดศาล

คุณคงไม่ใช่ผิดแค่ศาล คงมีอย่างอื่นผิดอีก ที่เราไม่รู้

แต่ที่รู้แน่ ๆ ก็คือ พวกคุณผิด ที่ไม่เคารพเสียงประชาชน...

********************

คุณมุมแดง(มุมแดง)
คนที่ จขกท.พูดถึงนะ ดื้อด้านเสียไม่มี ไม่ยอมรับความเห็นของคนอื่นหรอก ต้องความคิดเห็นของเขา พวกเขาเท่านั้นที่ถูกต้อง คนอื่นไม่ถูกต้อง
คุณเจิมสาก ฯ แกเป็น สสร. ที่รับฟังความคิดเห็น แต่เวลาไปเอาพวกไปช่วยเชียร์สิ่งที่ตนต้องการ ถามนำ หากคนไม่เห็นพ้องด้วยแก่ไล่บี้จนชาวบ้านต้องถอย อย่าไปสนใจกับพวกปากประชาธิปไตยหัวใจเผด็จการให้มาก พวกเดียวกับธิ ลิ้ม ทั้งนั้น

คุณ come together
อย่าไป"สีซอ"ให้พวกมันฟังเลยครับ... พวกนี้มันไม่รู้เรื่อง ผิดปกติทางจิตใจ เห็นด้วย 1000% ครอบครัวเค้าน่าจะอายนะ ถ้ามีสำนึกความเป็นมนุษย์ที่เจริญแล้วค่ะ !!!

*************************

จาก Thai E-News

***ปฏิกิริยาจากสื่อนานาชาติต่อการยกฟ้อง..คดียุบพรรคพลังประชาชน****

โดย คุณขนมต้ม
ที่มา เวบบอร์ด พันทิปราชดำเนิน
19 มกราคม 2551

กระทู้นี้ ขอนำเสนอข่าวที่สื่อต่างชาตินำเสนอกรณีศาลฎีกายกฟ้องคดีที่คุณไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ฟ้องพรรคพลังประชาชนนะครับ

เริ่มจาก The Wall Street Journal เขาก็พูดถึงเรื่องนี้ และบอกว่า การตัดสินของศาลในครั้งนี้ อาจจะส่งผลดีต่อภาคธุรกิจที่กำลังซบเซาอย่างมากในไทย เพราะจะได้มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเสียที

นอกจากนั้นเขายังได้ลงคำให้สัมภาษณ์ของคุณใจ อึ้งภากรณ์ว่า "พรรคพลังประชาชนมีสิทธิ์ที่จะจัดตั้งรัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตย แม้ว่าใครอาจจะไม่ชอบก็ตาม"

เขายังได้บอกว่า คุณทักษิณนั้นยังคงความนิยมอย่างเหนียวแน่นจากประชาชน

หันไปดูทางสำนักข่าวซินหัว ของจีน ก็เสนอข่าวว่า

หมอเลี๊ยบแจ้งว่า วันพุธหน้าจะมีการเลือกประธานสภา และวันศุกร์หน้าก็จะเลือกนายก ฯ

ทางด้าน Voice of America ได้รายงานข่าว โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจ

บอกว่า "...การยื่นฟ้อง (ให้ยุบพรรค พปช.) ครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า กลุ่มต่อต้านคุณทักษิณเพื่อไม่ให้เขาได้กลับมาสู่การเมือง..ได้แพ้อีกคำรบหนึ่ง..

"เขาบอกว่า"..ถึงแม้พวกศัตรูของคุณทักษิณจะพยายามเหยียบคุณทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นการก่อรัฐประหาร, ยุบพรรคไทยรักไทย, กล่าวหาทักษิณและภริยาว่าคอรัปชั่น, และพยายามกันให้ทักษิณเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมือง แต่ด้วยแรงสนับสนุนจากประชาชนที่แข็งแกร่ง ที่มอบให้เมื่อการเลือกตั้งเดือนธันวาคม และการที่ศาลฎีกายกคำร้องในครั้งนี้ เป็นนิมิตหมายว่าทักษิณจะกลับคืนอีกครั้ง.."

สุดท้าย ก็คือ Financial Times ของอังกฤษ ได้วิเคราะห์ว่า

การที่ศาลได้ยกคำร้องนี้ จะเป็นการส่งสัญญานที่ดีหลาย ๆ เรื่อง เพราะมีความเคลื่อนไหวในแง่บวก ไม่ว่าจะเป็น การตกลงกันระหว่างทหารกับกลุ่มของพลังประชาชน, การกลับมาของคุณหญิงพจมาน, การที่เพื่อนร่วมรุ่นคุณทักษิณกลับมารับตำแหน่งตามเดิม (กรณี คุณจุมพล มั่นหมาย)ก็เป็นสัญญานที่ดีทั้งนั้น

ในส่วนตัวผม ผมมองทั้งกรณี พล.ต.อ.จุมพล ได้กลับสังเวียนปทุมวัน ซึ่งก็น่ายินดี เพราะคุณจุมพลนั้น ถือว่าเป็นมือข่าวชั้นยอดคนหนึ่งของไทย วันนี้ก็เห็นว่า ท่านอดีตแม่ทัพภาค 3 พล.อ.อุดมชัย องคสิงห์ ซึ่งตอนนี้ท่านอยู่พรรคพลังประชาชน ก็ได้ไปยื่นหนังสือกับทหารว่า ให้เบา ๆ หน่อย

ความจริงพวกท่านก็รุ่นพี่รุ่นน้องกัน อะไรที่ทำเพื่อบ้านเมืองได้ ก็น่าจะถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ฝ่ายคุณทักษิณเขาก็ยื่นมือมาให้จับแล้ว พวกคุณที่ทำอะไรผิด ๆ ไว้ก็น่าจะสำนึกได้บ้างว่าทำอะไรลงไป

ส่วนคน ๆ นั้นน่ะ..ผมเคยบอกแล้วว่า "อย่าหูเบา" เรื่องระเบิดหน้าบ้านน่ะ..ไม่ลองไปถาม หรือ ไปสืบดูว่า ใครเป็นคนทำ


จาก Thai E-News