WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, January 20, 2008

หมายกำหนดการ เสด็จฯ ทรงเปิดประชุมรัฐสภา [20 ม.ค. 51 - 07:44]

สำนักพระราชวัง รับพระบรมราชโองการเหนือเกล้าฯ สั่งว่า โดยที่ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พุทธศักราช 2550 แล้ว และตามความในมาตรา 127 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีมาเรียกประชุมรัฐสภาในวันจันทร์ที่ 21 มกราคม พุทธศักราช 2551 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้กำหนดเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดประชุมรัฐสภา ดังต่อไปนี้


วันจันทร์ที่ 21 มกราคม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ โดยรถยนต์พระที่นั่งไปยังพระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต


เวลา 16.30 น. เสด็จออก ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ทรงยืนหน้าพระแท่นนพปฏลมหาเศวตฉัตร มหาดเล็กรัวกรับ ชาวม่านไขพระวิสูตร ชาวพนักงานประโคมกระทั่งแตร มโหระทึก ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เมื่อสุดเสียงประโคมแล้ว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ในพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสเปิดประชุมรัฐสภา จบแล้วมหาดเล็กรัวกรับ ชาวม่านปิดพระวิสูตร ชาวพนักงานประโคมกระทั่ง แตร มโหระทึก ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินลงจากพระที่นั่งอนันตสมาคม ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ การแต่งกาย แต่งเครื่องแบบเต็มยศ ไว้ทุกข์


อำนาจเทียมแย่งเค้ก อำนาจแท้วิบากกรรม [20 ม.ค. 51 - 00:16]

โฉมหน้ารัฐบาลชุดใหม่หลังการเลือกตั้ง เปลี่ยนผ่านจากห้วงปฏิวัติรัฐประหารกลับสู่การเมืองในระบอบประชาธิปไตย

มาถึงวันนี้ เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า

เป็นรัฐบาลผสม 6 พรรค 315 เสียง

มีพรรคพลังประชาชน ที่มีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นหัวหน้าพรรคฯ เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

โดยพรรคร่วมรัฐบาล 5 พรรค ประกอบด้วย

พรรคชาติไทย ของนายบรรหาร ศิลปอาชา พรรคเพื่อแผ่นดิน ของนายสุวิทย์ คุณกิตติ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ของ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร พรรคมัชฌิมาธิปไตย ของนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ และพรรคประชาชราช ของนายเสนาะ เทียนทอง

มีการแบ่งสันปันส่วน แบ่งโควตากระทรวงกันไปแล้ว พรรคไหนจะได้เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการ คุมกระทรวงใด พรรคไหนจะได้เก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กี่ตำแหน่ง

เจรจาเรียบร้อยลงตัว แฮปปี้ทุกพรรค

โดยรัฐบาลชุดนี้จะมีนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรี อย่างแน่นอน

เพราะที่ผ่านมาในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ทางพรรคพลังประชาชนได้ประกาศไปทั่วประเทศ

ถ้าชนะการเลือกตั้ง ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

หัวหน้าพรรค คือ นายสมัคร จะเป็นนายกรัฐมนตรี เข้ามาผลักดันนโยบายที่หาเสียงเอาไว้ให้เป็นจริง

ตรงนี้ ถือเป็นสัญญาประชาคมที่ให้ไว้กับประชาชน

เหนืออื่นใด พรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมาก หรือมีเสียงเป็นอันดับหนึ่ง ได้เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หัวหน้าพรรคนั้นก็ต้องเป็นนายกรัฐมนตรี

ถือเป็นหลักการของการเมืองระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา

ยากที่จะบิดพลิ้วจากหลักการนี้

แต่อย่างไรก็ตาม กระบวนการทุกอย่างในการ เดินไปสู่ขั้นตอนของการจัดตั้ง รัฐบาลจะต้องเดินไปตามกรอบปฏิทินเวลาของรัฐธรรมนูญ

วันที่ 21 มกราคม จะมีรัฐพิธีเปิดสมัยประชุมรัฐสภาสมัยสามัญ เพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรกหลังการเลือกตั้ง

วันที่ 22 มกราคม สภาผู้แทนราษฎรจะเรียกประชุมเป็น นัดแรกเพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร 1 คน และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร 2 คน

วันที่ 25 มกราคม ประธานสภาฯนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ ส.ส.ลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ มติของสภาผู้แทนราษฎรที่เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรี

ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส.ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาฯ และการลงมติให้กระทำโดยเปิดเผย

เมื่อเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็ต้องรอกระบวนการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง จากนั้นจึงมีการตั้งคณะรัฐมนตรี

โดยคณะรัฐมนตรีต้องเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณตน ก่อนเข้ารับหน้าที่ และรัฐบาลต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ก่อนเดินหน้าบริหารราชการแผ่นดิน

เบ็ดเสร็จไม่เกิน 1 เดือนจากนี้ ทุกขั้นตอนก็จะเรียบร้อย

ได้รัฐบาลที่สมบูรณ์ภายใต้การนำของพรรคพลังประชาชน เข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศ หลังจากตั้งตารอคอยกันมานาน

และแน่นอน เมื่อรัฐบาลชุดใหม่เข้ามารับหน้าที่ในการบริหารประเทศในช่วงต่อจากนี้ไป ก็จะต้องเจอปัญหาและอุปสรรคต่างๆที่ทับถมกันอยู่สารพัดเรื่อง

ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาเศรษฐกิจ น้ำมันแพง ค่าครองชีพถีบตัวสูงขึ้น กระทบปากท้องชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน

ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาสังคม ความแตกร้าวทางความคิดที่ทำให้ เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ปัญหาด้านความมั่นคง โดยเฉพาะเรื่องความรุนแรงใน 3จังหวัดชายแดนภาคใต้

งานหนัก งานหิน ทั้งนั้น ที่รอให้รัฐบาลแก้ไข

อย่างไรก็ตาม “ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ” ขอบอกว่า ปัญหาอุปสรรคหลักๆของรัฐบาลผสม 6 พรรคนั้น

อยู่ที่ตัวรัฐบาลเองทั้งสิ้น

โดยเฉพาะพรรคแกนนำรัฐบาล คือ พรรคพลังประชาชน

ที่ต้องตกอยู่ในสภาวะที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะในเรื่องของการเป็น “นอมินี” ว่า

พรรคนี้ ใครคือผู้ที่มีอำนาจอย่างแท้จริง

ใครกันแน่ ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการตัดสินใจปัญหาสำคัญๆ

เพราะจากร่องรอยที่ผ่านมาตั้งแต่ช่วงก่อนการเลือกตั้ง มาจนถึงช่วงที่การเลือกตั้งใหญ่ผ่านพ้นไปแล้ว

มีแกนนำและผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคพลังประชาชน มากมายหลายคน ทยอยเดินทางไปพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ฮ่องกง ไม่ขาดสาย

โดยเฉพาะในช่วงปีใหม่ ยกกันไปหลายคณะ

ถ้าเป็นการไปมาหาสู่พบปะเยี่ยมเยียนกันในฐานะนายเก่าที่เคารพนับถือ ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาของคนที่มีสายสัมพันธ์กันมา

แต่ขณะเดียวกัน บางฝ่ายก็อาจมองไปในมุมที่ว่า เป็นการเดินทางไปปรึกษาหารือร่วมกันวางแผนทางการเมือง ก็มีสิทธิที่จะคิดกันได้

เพราะภาพความเคลื่อนไหว มันฟ้อง แต่ยังไม่มีหลักฐานชี้ชัด

และจากความเคลื่อนไหวเหล่านี้นี่แหละ ที่จะกลายเป็นปัญหาอุปสรรคสำคัญในการทำงานของรัฐบาลชุดใหม่

เพราะถึงแม้นายสมัคร ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชาชน จะผงาดก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี

แต่ปัญหานอมินีจะส่งผลให้ผู้มีอำนาจที่แท้จริงของพรรคพลังประชาชน ไม่สามารถเข้ามาบงการหรือตัดสินใจชี้ขาด ปัญหาต่างๆภายในพรรคและในรัฐบาลอย่างเปิดเผยได้

ตรงนี้จะส่งผลทำให้ปัญหาใหญ่ๆทางด้านบริหารของรัฐบาล และปัญหาใหญ่ๆทางด้านนิติบัญญัติในสภาฯ ไม่สามารถตัดสินใจชี้ขาดได้ทันที

เพราะต้องรอผู้มีอำนาจในพรรคที่แท้จริง หรือ “นายใหญ่” ตัดสินใจชี้ขาดก่อน

ดังนั้น การแก้ปัญหาที่สำคัญๆของรัฐบาลในบางเรื่องบางกรณีอาจล่าช้าไม่ทันกาล

ส่งผลให้การทำงานของรัฐบาลทั้งในด้านบริหารและด้านนิติบัญญัติ เกิดอาการสะดุดได้ง่ายๆ

รวมไปถึงการบริหารจัดการของนายสมัครเอง แม้มีตำแหน่งเป็นทั้งหัวหน้าพรรคและเป็นหัวหน้ารัฐบาล

แต่เมื่ออำนาจการตัดสินใจอยู่ที่เจ้าของพรรคตัวจริง คนรอบข้างทั้งในพรรคพลังประชาชน และพรรคร่วมรัฐบาล ย่อมให้ความเกรงใจน้อยลง

การเรียกร้อง ต่อรองผลประโยชน์ในเรื่องต่างๆ จะมากขึ้น

ดูง่ายๆในเรื่องการจัดสรรตำแหน่งเก้าอี้รัฐมนตรีภายในพรรคพลังประชาชน ยังไม่ทันไรก็เริ่มมีการแบ่งกลุ่มแบ่งภาคเรียกร้องต่อรองตำแหน่ง ขอแบ่งเค้กกันแล้ว

ยังไม่รวมยุทธการปล่อยข่าว ถล่มกันนัวเนียไปหมด

แน่นอน ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะอำนาจเบ็ดเสร็จไม่ได้อยู่ในมือ “สมัคร” แต่อยู่ที่ “นายใหญ่” ที่อยู่ต่างแดน

การเคลียร์ปัญหาแต่ละเรื่อง ต้องต่อสาย ต้องปิดลับ และต้องใช้เวลา

ทั้งนี้ การที่ “นายใหญ่” ไม่สามารถตัดสินใจชี้ขาดปัญหาในพรรคและในรัฐบาลได้อย่างเปิดเผย ก็เพราะ ติดชนักบ้านเลขที่ 111

ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปีในคดียุบพรรคไทยรักไทย ไม่มีสิทธิเข้ามา ยุ่งเกี่ยวกับกิจการของพรรคการเมือง

ถ้ามีหลักฐานปรากฏว่า “นายใหญ่” ใช้นอมินีบงการร่างทรงที่อยู่ในพรรคพลังประชาชนหรือรัฐบาล ก็อาจมีความผิดถึงขั้นยุบพรรคและตัดสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค 5 ปี

นี่คือ วิบากกรรมของผู้ที่มีอำนาจแท้จริงในพรรคแกนนำรัฐบาล

ฉะนั้น หากจะปลดล็อกปัญหาเรื่องนอมินี ก็มีอยู่ทางเดียว คือ ต้องเสนอออกกฎหมายนิรโทษกรรม 111 อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ซึ่งรวมถึงบรรดาแกนนำที่อยู่หลังฉากของพรรคร่วมรัฐบาลอีกอย่างน้อย 3 พรรค

แน่นอนว่า ด้วยเสียงของรัฐบาล 315 เสียง การยกมือผ่านกฎหมายนิรโทษกรรมในสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ใช่เรื่องยากเย็น

แต่อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลผสมชุดนี้จะผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมคนในบ้านเลขที่ 111

ก็ใช่ว่าจะทำได้ตามใจชอบ

เพราะต้องไม่ลืมว่า การตัดสินใจในเรื่องสำคัญของบ้านเมือง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเสียงในสภาฯเพียงอย่างเดียว

แต่ต้องฟังเสียงของประชาชนด้วย

โดยเฉพาะประชาธิปไตยยุคนี้ อำนาจของประชาชนไม่ได้สิ้นสุดอยู่แค่วินาทีหย่อนบัตรเลือกตั้ง

แต่ยังมีการติดตามตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

มีการเมืองภาคประชาชนคอยสอดส่อง จับตาอยู่ ตลอดเวลา

ผนวกกับประชาชนที่ลงคะแนนเสียงเลือก ส.ส.ระบบสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ 12 ล้านเสียง สูสีกับคะแนนระบบสัดส่วนของพรรคพลังประชาชน

ก็ต้องจับจ้องตาเขม็งเช่นกัน

ฉะนั้น ถ้ารัฐบาลพยายามขับเคลื่อนผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรม โดยไม่ฟังเสียงประชาชน

ก็เป็นเรื่องที่อันตราย เพราะอาจนำไปสู่เหตุการณ์ ปะทะกันของมวลชน 2 ฝ่าย

กลายเป็นวิกฤติรุนแรงยิ่งกว่าวิกฤติที่เกิดขึ้นในช่วง 2, 3 ปีที่ผ่านมา.

“ทีมการเมือง”

ข่าวการเมือง(วิเคราะห์)

สมัครนำ6พรรค ตั้งรัฐบาล สุรพงษ์รมว.คลัง [20 ม.ค. 51 - 03:43]


หลังจากที่ กกต.ประกาศรับรอง ส.ส. 460 คน เพื่อให้สามารถเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ตามเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญ ทำให้สภาวะการเมืองมีความชัดเจนมากขึ้นนั้น ล่าสุดนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน พร้อมด้วยแกนนำพรรคชาติไทย พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคมัชฌิมาธิปไตย และพรรคประชาราช ก็ร่วมกันประกาศจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการทันที

6 พรรคแถลงข่าวร่วมตั้งรัฐบาล

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 ม.ค. ที่ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมสุโขทัย แกนนำ 6 พรรคการเมือง ประกอบด้วย พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคมัชฌิมาธิปไตย และพรรคประชาราช จัดงานแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลผสม โดยทีมงานประชาสัมพันธ์พรรคพลังประชาชนทำฉากประกอบการแถลงข่าว โดยใช้สโลแกนว่า “รวมพลังเพื่ออนาคตที่สดใส ขับเคลื่อนประเทศไทยพ้นวิกฤต” มีรูปธงชาติไทย และโลโก้ 6 พรรคอยู่ด้วย สำหรับบรรยากาศการร่วมแถลงข่าวครั้งนี้ มีแกนนำจากทุกพรรคเดินทางมาอย่างพร้อมเพรียง พรรคพลังประชาชน นำโดยนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรค นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรค ขาดเพียงนายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรค และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 6

อ่านรายละอียด ไทยรัฐ


นักข่าวเอพี ไร้วัฒนธรรม แสดงความกักขระขณะสัมภาษณ์

19 มกราคม 2550

บันทึกคาจอภาพการแถลงข่าว 6 พรรค ในการร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล สื่อหลงตัวเอง ขาดสติ ทำตัวกร่างคับห้องข่าว ใช้วาจาอย่างสามหาวเช่นคนไร้วัฒนธรรม แสดงอาการขาดจรรยาบรรณอย่างชัดเจน ทั้งๆ ที่นักข่าวต้องไม่ก้าวร้าวต่อผู้ให้ข่าว ขาดความเป็นมืออาชีพ เพ้อเจ้อ จนคนในห้องต้องปรบมือให้นั่งลง

โดยในวันนี้ (19 ม.ค.) ขณะที่คุณสมัครได้เปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวที่มาทำข่าวการร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลของพรรคทั้ง 6 ที่ได้รับเลือกตั้ง เว้นแต่พรรคประชาธิปัตย์ นายสุทิน วรรณบวร ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวเอพี ได้แสดงอาการสติแตก โดยไม่ทราบสาเหตุ ทำกร่าง ถามคำถามคุณสมัครด้วยความโกรธ ดังที่ท่านสามารถรับชมได้จากคลิปวีดีโอด้านล่างนี้





ประชาชนที่ได้รับชมคลิปดังกล่าวต่างก็วิพากษ์วิจารณ์ถึงความลุแก่อำนาจที่สื่อสารมวลชนไทย ได้แสดงออกอย่างชัดเจน โดยเราจะนำตัวอย่างความคิดเห็นของประชาชนมาแสดงดังนี้

"เห็นบอกว่า เป็นสื่อในสังกัด AP ถ้าใช่ AP เรียกไปสั่งสอนด้วย หน้าตาอายุ ไม่ใช่นักข่าวเด็กๆ ทำตัวกุ๊ยๆ อย่างนี้ น้องๆ เด็กๆ คนอื่นพาลเสียอนาคต ต่อไปสื่อนอกเวลาจะรับเด็กเข้าทำงาน จะตีราคาเรายังไง ?

สื่อ ไม่ใช่พระเจ้า ไม่ใช่อภิสิทธิ์ชน และอย่าอ้างว่า ถามแทนประชาชน"
จากคุณ : มังกรดำ
"คิดว่าที่ทำไปน่ะ สะใจและกระหยิ่มใจ ที่สามารถแสดงแสนยานุภาพของสื่อ ให้เห็นความทุเรศแบบนี้ไปทั่วโลก

ผมดูผู้สื่อข่างต่างประเทศ เวลาเขาถามคำถาม เขาไม่เคยใส่อารมณ์ในการถาม เพราะคำถามของเขา ไม่ใช่คำถามเพื่อ.......หาเรื่องคนตอบ เขามีมารยาทในการเป็นสื่อที่เยี่ยมมากครับ
จากคุณ : รากเหง้า
"สื่อมวลชน ต้องทำตัวเป็นสื่อมวลชน ไม่ใช่ทำตัวกร่างเป็นสื่อมวลโจรสนับสนุนและเลียเผด็จการ คำถามทุกคำถามต้องเป็นคำถามที่สร้างสรร และ เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ไม่ใช่ใช้อคติส่วนตัวมาระบาย หาเรื่อง คาดคั้นให้คนอื่นตอบ เมื่อผู้ถูกถามไม่ตอบโดยให้เหตุผลว่ายังตอบไม่ได้ ยังไม่ถึงเวลา นักข่าวต้องหยุด เพื่อให้นักข่าวคนอื่นถามบ้าง ไม่ต้องอ้างประชาชนเหมือน พวก คมช.ที่ล้มล้างประชาธิปไตยแล้วอ้างว่าเป็นความต้องการของประชาชน มารยาทในวิชาชีพสื่อมวลชนต้องอบรมกันให้มากๆ เพราะว่าปัจจุบันไม่ใช่การโฆษณาชวนเชื่อ แบบ one way communication แล้ว ปัจจุบันเป็นการสื่อสารแบบโต้ตอบได้ ไม่ใช่ให้สื่อมวลโจรมาครอบงำความคิดประชาชน"
จากคุณ : jd_tpol


คุณขนมต้มเขียนจดหมายเปิดผนึกภาษาอังกฤษถึงเอพี

คุณขนมต้มจาก
เว็บบอร์ดพันทิป ห้องราชดำเนิน เขียนจดหมายถึงสำนักข่าวเอพี ในกรณีที่นักข่าวที่จ้าง แสดงกิริยาที่ขาดความเคารพต่อแหล่งข่าว โดยมีรายละเอียดทั้งหมดดังนี้

Question to AP: Have your reporter behaved ethically?***
As I was watching live news conference on the declaration of Thai parties to form government this afternoon, a question raised after I saw a Thai reporter from AP yelled out to Mr. Samak, the PPP leader.

In the press conference, Mr. Samak openly welcomed questions from the press by mentioning “…okay, it’s question time, we’ll answer some accordingly if the questions repeated, we’d have to excuse that we gotta leave..okay, go ahead with your questions”

Then, a female reporter asked,

“…(she claimed where she’s from)…I’d like to ask about appointing new Prime Minister, is it possible (..I can’t hear clearly, but seems like she asked whether Mr. Banharn Silpaasha, Chart Thai Party leader, could be the PM, instead of Mr. Samak)…”

Mr. Samak softly replied “…Ah..the question like this may not be a good conversation”…(people laughed).

He then added, “Well, I used to be asked this kind of question previously and I shot back the reporter. Many said I’m about to be the leader so I have to keep (talking) down. The question like this, once the audiences heard, they said it’s not supposed to be asked, it’s inappropriate to ask. Okay, next question please.”

Suddenly, a male reporter, later known as AP reporter, shouted in (loudly)

“…You’re forming the government, forming the Prime Minister. What are questions to be asked? You just tell us, who is going to be the new PM, that’s it. Are you shame to announce that you’re going be PM?. Or there’s no “head”? (Thai culture is very sensitive when speaking about head).

(Mr. Samak tried to explain “no, no, it’s not...”)

Mr. Samak then replied “Do you know, according to the Constitution, the PM will be chosen by the members in the House, not in this room?”

The reporter insisted with loud noise “..yeah, I’m waiting to hear who is going to be PM..”

Mr. Samak “I’ve just told you that it’s going to be chosen in the House, enough? Okay, sit down please”.

(People applaused).

As I checked the ethic of journalist from this website “Society of Professional Journalists”

http://www.spj.org/ethicscode.asp

I found,

Minimize Harm

Ethical journalists treat sources, subjects and colleagues as human beings deserving of respect.

"— Show good taste. Avoid pandering to lurid curiosity."

But as I saw from the press conference today, I truly disappointed to see such unethically behavior by one of your men. He just acted as if he just got a big fight with the car driver outside. What a mad man.

However, I understand, he is a “Thai Journalist” employed by you, AP. Although I’m a Thai, the observer, the audience, but I have been disappointed by some of the local press here as they do not speak for those speechless.

But they speak for the military!!!

P.S. If I were you, AP, that man should be tested for his mindset.

จาก Thai E-News

'สมัคร' ลั่นอีก 15 วันเห็นรมต. รัฐบาลจากความชอบธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในระหว่างการแถลงข่าว ร่วมจัดตั้งรัฐบาลของทั้ง 6 พรรคการเมือง ในวันนี้ (19 ม.ค.) ที่โรงแรมสุโขทัย แกนนำของพรรคการเมืองที่ประกอบด้วย นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช พลเอกเชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมไทยใจชาติพัฒนา นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เลขาธิการพรรคมัชฌิมาประชาธิปไตย พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ ที่ปรึกษาพรรคชาติไทย โดยทุกพรรคต่างรู้สึกยินดีที่ได้ร่วมกันทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตของชาติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เพื่อให้ประเทศชาติสามารถเดินหน้าต่อไปได้

นายสมัคร กล่าวว่า กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ดูเหมือนจะใช้ระยะเวลายาวนาน แต่ถ้าเกิด แต่ถ้าหากเราถือกฎกติกาที่ทุกคนกำหนดขึ้นให้ทันสมัยเหมือนกับกระบวนการชาวโลก คือมีคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เชื่อว่าหลายฝ่ายพอใจที่จะมีท่านเหล่านี้อยู่มากกว่าไม่มี เหมือนแต่ก่อนงานแบบนี้ 3 วันก็ตั้งรัฐบาลกันก่อน แล้วค่อยไปฟ้องร้องศาลเอา แต่การที่ดำเนินการแบบนี้ก็เหมือนกระบวนการที่โลกเขาทำกัน ฉะนั้นคณะกรรมการก็ได้ทำหน้าทำตาให้ประเทศไทยไปแล้ว คือ การเลือกตั้งเสร็จเรียบร้อย และมาตรวจสอบกัน ก็ต้องเรียกว่าทุกคนก็ต้องทำใจ ขณะที่พอมีใครโดนใบแดงเข้าไปก็รู้สึกชอกช้ำ ใครไม่โดนก็สบายใจไป

หน.พรรคพลังประชาชน กล่าวต่อว่า ทั้งหมดก็จะได้เห็นเลยว่า บางทีบางจุดหัวหน้าพรรคมาแสดงอะไร ไม่ได้เลย เพราะเกรงใจกรรมการ แต่พรรคชาติไทยผู้ที่โดนใบแดงท่านก็ประท้วงเองเลย แต่ก็รอจนจบเรียบร้อย และขอขอบคุณคณะกรรมการเลือกตั้งที่ให้พิธีการได้เสร็จสิ้นตามรัฐธรรมนูญ คือ ประกาศรับรอง ส.ส.เรียบร้อยถึง 95% วันจันทร์นี้ (21 ม.ค.) จะทำพิธีเปิดสภาผู้แทนราษฎร และหลังจากนั้นก็จะเลือกประธานสภาฯ และรัฐมนตรี การเจรจาทั้งหมดก็ขอขอบคุณทั้ง 2 พรรคที่แถลงสุดท้ายนั้น เพื่อให้การเมืองไม่ไปตรงจุดอับ ได้มีที่หายใจกันเดินหน้า และให้การเมืองเข้าสู่ปกติ เป็นอันว่าการเมืองได้เริ่มต้นเพราะทั้งสองพรรคได้ตัดสินใจ และมีความหมายอย่างยิ่งที่จะทำให้คณะบริหารที่จะตั้งขึ้นมา 315 เสียงโดยประมาณ แข็งแรงพอที่จะมีอายุยืนอยู่แก้ไขสถานการณ์ของบ้านเมืองได้

นายสมัคร กล่าวอีกว่า การจัดสรรที่นั่งต่างๆ ยังไม่ได้ ยังไม่ได้มีการต่อรอง แต่วิธีการก็คือว่า วันนี้ร่วมใจกันก่อน แล้วค่อยเปิดสภาฯ แล้วเลือกประธานสภาฯ เลือกนายกรัฐมนตรี เสร็จแล้วก็จะมีคณะกรรมการของพรรคพลังประชาชน ก็จะเจรจากับทุกพรรคที่ทุกคนได้พอใจกับงานที่ได้ทำ เข้าที่สภาฯ เสร็จเรียบร้อยก็จะนำกราบบังคมทูลฯ ทั้งหมดนี้ต่างฝ่ายต่างร่วมกันทำงาน งานหนักที่สุด คือ ทุกคนจะใช้ประสบการณ์ที่มีต้องไปคัดเลือกที่จะไปช่วยแก้ไขปัญหาได้ และเรียนไปแล้วว่าบ้านเมืองเสียเวลาไปมาก ถ้าเวลานี้พร้อมใจกันแก้ไข สุดท้ายก็จะปรึกษากันว่า จะตกแต่งแก้ไขอย่างไร และค่อยมาเลือกตั้งกันอีกที ขณะนี้ ถือว่าเป็นเรื่องการมีวิกฤต การมีสถานการณ์สงบก็มาช่วยแก้ไขสถานการณ์ จะใช้เวลายายนานที่สุดเท่าที่จะแก้ไขกันได้ ไม่มีการเจรจาอะไรที่ลึกลับมากมาย วางใจว่าทั้งหมดที่มารวมกันอยู่ได้ จะช่วยให้สถานการณ์การเมืองแก้ไขปัญหา เมื่อตั้งรัฐบาลเสร็จทุกอย่างก็จะได้ดำเนินหน้ากันต่อไป

หัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวด้วยว่า ต้องการให้ทุกพรรคการเมือง ร่วมกันทำงานไปในระยะยาว ยืนยันว่า ขณะนี้ ยังไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาล เพราะต้องการรอให้มีการเปิดประชุมสภา ผู้แทนราษฎรก่อน จึงสามารถคัดเลือกบุคคลที่มีความเหมาะสม ทำงานเพื่อประเทศชาติได้ โดยหลังจาก ที่ผ่านขั้นตอน ต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว คงใช้เวลา 15 วัน จะเห็นหน้าตาของคณะรัฐมนตรี ขณะที่ในส่วนของการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตร ีของพรรคร่วมรัฐบาลนั้น แม้ยังไม่ได้มีการพูดจากันอย่างชัดเจน แต่จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาร่วมกัน

ตีข่าวทั่วโลก!พปช.ตั้งรัฐบาลผสมสำเร็จ

สำนักข่าวต่างประเทศชั้นนำทั่วโลก อาทิ เอพี เอเอฟพี รอยเตอร์ ซินหัว บีบีซี ซีเอ็นเอ็นต่างรายงานถึงความคืบหน้าครั้งสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านการเมืองในประเทศไทยโดยพรรคพลังประชาชน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้ร่วมแถลงข่าวกับพรรคการเมืองอื่น ๆ อีก 5 พรรคเพื่อเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลผสมเมื่อวันเสาร์ที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมาภายหลังจากที่มีการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 23 ธันวาคมปีที่แล้ว

ทั้งนี้ รอยเตอร์แจ้งว่า การจัดตั้งรัฐบาลผสมทั้งหมด 6 พรรคมีขึ้นภายหลังจากที่ศาลฏีกาได้ยกคำร้องทุกกรณีประเด็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดการเลือกตั้งล่วงหน้า พรรคพลังประชาชน และนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นนอมินีของพ.ต.ท.ทักษิณ รวมทั้งการแจกวิซีดีพ.ต.ท.ทักษิณให้แก่ประชาชนในระหว่างการหาเสียง อันเป็นการปูทางให้นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนเตรียมกลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ของไทยด้วยวัย 72 ปี

รอยเตอร์ระบุด้วยว่า ความสำเร็จในการจัดตั้งรัฐบาลดังกล่าวทำให้มีการคาดว่าจะเป็นตัวเร่งให้พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางกลับประเทศไทยได้เร็วขึ้นหลังจากที่เขาต้องลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ โดยส่วนใหญ่อยู่ที่กรุงลอนดอน เมืองหลวงของประเทศอังกฤษ ซึ่งถือเป็นระยะเวลาทั้งหมด 16 เดือนภายหลังจากที่กองทัพได้ทำการยึดอำนาจรัฐบาลของเขาเมื่อวันที่ 19 กันยายนปีที่แล้ว

ปัจจุบัน พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งยังคงได้รับความนิยมอย่างมากให้หมู่ของประชาชนชาวไทยในชนบทเผชิญข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่น อันเกี่ยวพันกับการจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาฯของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา และการปกปิดหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นของครอบครัว

ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นอดีตมหาเศรษฐีในธุรกิจด้านสื่อสารโทรคมนาคมกล่าวในกรุงลอนดอนว่า เขาเตรียมเดินทางกลับประเทศไทยในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้านี้

รอยเตอร์ระบุด้วยว่า รัฐบาลผสมที่นำโดยพรรคพลังประชาชน ซึ่งสามารถครองเสียงส่วนใหญ่ในสภาผู้แทนราษฏรถึง 2 ใน 3 จากจำนวนสส.ทั้งหมด 480 ที่นั่งคาดว่าจะมีการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฏรในสัปดาห์หน้าหลังจากที่มีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฏรเป็นครั้งแรก

ขณะที่สมาชิกของพรรคพลังประชาชนหลายคนคาดว่า สภาผู้แทนราษฏรจะมีการประชุมกันในช่วงปลายเดือนนี้เพื่อเลือกนายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรี

‘รัฐบาลผสมชุดนี้จะช่วยผ่าทางตันทางการเมือง เมื่อรวมจำนวนที่นั่งสส.315 ที่นั่งแล้วจะช่วยให้รัฐบาลมีความแข็งแกร่ง' นายสมัครกล่าวในระหว่างการแถลงข่าวการจัดตั้งรัฐบาลผสม และเสริมว่า ประเทศเผชิญวิกฤตเพียงพอแล้ว และจะได้มีเวลาแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้นานขึ้น

รอยเตอร์รายงานด้วยว่า นายสมัคร ซึ่งเคยเป็นอดีตผู้ว่ากรุงเทพมหานคร และบรรดาสมาชิกพรรคพลังประชาชนถูกมองว่าเป็นตัวแทนของพ.ต.ท.ทักษิณ และอดีต 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกตุลาการรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรค และตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปีภายหลังจากที่เกิดเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อปีที่แล้ว

พรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นการรวมตัวโดยบรรดาผู้ที่ยังคงสนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ และชูนโยบายประชานิยมได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งเมื่อปลายเดือนที่แล้วจนกลายเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่สุด และกวาดที่นั่งในสภาผู้แทนราษฏรเกือบครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 480 ที่นั่ง

อย่างไรก็ดี ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาทำให้เกิดความแตกแยกกันอย่างเห็นได้ชัดระหว่างประชาชนในเมือง และชนบท เนื่องจากพรรคพลังประชาชนได้รับคะแนนเลือกตั้งอย่างท่วมท้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือที่มีประชากรยากจนอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของไทยกวาดที่นั่งสส.ในกรุงเทพฯ และภาคใต้มากที่สุด

ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ประสบความล้มเหลวในการเลือกตั้งแม้ว่าพรรคไทยรักไทยของพ.ต.ท.ทักษิณถูกตุลาการรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคไปแล้วภายหลังเหตุการณ์รัฐประหาร

ขณะเดียวกันสำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นประธานสโมรสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้สัมภาษณ์ระ หว่างชมการแข่งขันฟุตบอลศึกเอฟเอคัพ ระหว่าง "เรือใบสีฟ้า" กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ดเมื่อไม่นานมานี้ว่า นายสมัครมีคุณสมบัติสามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้ เพราะเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน

พ.ต.ท.ทักษิณยังกล่าวอีกว่า จะเดินทางกลับประเทศไทยในช่วง 2-3 เดือนนี้ เพราะคิดถึงบ้านและอยากกลับมากราบพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และ เคารพพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ส่วนการเดินทางกลับเมืองไทยของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ไม่เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับการเมือง แต่เป็นเรื่องที่คุณหญิงพจมานคิดถึงลูกๆ เมื่อคุณหญิงพจมานกลับมาอยู่บ้าน แค่ลูกๆจะออกจากบ้านคุณหญิงก็จะถามแล้วว่า จะออกไปไหน เพราะเป็นห่วงลูกๆ



00000000000000000


Thaksin-backed party forms new Thai coalition government


BANGKOK (Reuters) - Thailand's People Power Party (PPP), backed by ousted Prime Minister Thaksin Shinawatra, won support of five small allies on Saturday to lead a coalition government emerging after a December 23 general election.


The PPP-led coalition, announced one day after the Supreme Court cleared the party of charges of poll irregularities, paved the way for its pugnacious leader, Sumak Sundaravej, to become prime minister at the age of 72.

Its success is expected to speed up Thaksin's return from exile, mostly in London, 16 months after he lost power in a peaceful military coup.

Thaksin, highly popular among rural Thais, faces corruption charges related to a past property transaction made by his wife and false corporate disclosure by a listed firm owned by his family.

The former telecom billionaire said in London this week he would probably return to Thailand in a few months.

The PPP-led coalition, commanding about two-thirds of the 480 lower-house seats in parliament, is expected to get its nominee elected as parliament president on Tuesday, one day after the lower House of Representatives convenes its first session.

PPP officials say parliament is expected to hold a special session next Friday to choose Samak as prime minister.

"This coalition helps break a political deadlock. Our combined 315 seats should create a fairly strong government," Samak told a press conference to announce the coalition.

"The country has gone through enough of a crisis and has wasted a lot of time. It's time we set forth to tackle problems," he said, referring to the period that Thailand was run by a military-appointed government since the September 2006 coup.

Samak, a former Bangkok governor, and his PPP members are widely regarded as fronts for Thaksin and his dissolved Thai Rak Thai Party whose 111 executives -- Thaksin included -- have been banned from politics for five years in the aftermath of the coup.

PPP, formed by Thaksin's supporters and campaigning on his populist policies, emerged the biggest party after the election last month capturing nearly half of its 480 lower house seats.

The election results widened a wealth and geographical divide between urban and rural Thais.

The election results confirmed PPP's overwhelming strength in poor northeast and northern Thailand, while the opposition Democrat Party, Thailand's oldest political party, won the most seats in capital Bangkok and its stronghold in the south.

But the Democrats failed to make much headway in the national election, despite Thaksin's Thai Rak Thai party being disbanded after the coup.

The Supreme Court on Friday absolved PPP of vote fraud in the election last month. It also rejected a suit seeking to annul the poll on the grounds of irregularities in early voting.

Analysts said the court ruling was the final nail in the coffin for the political aspirations of the generals who removed Thaksin in the September 2006 coup.

Samak said on Saturday his government would probably run the country for a still undetermined period before calling another general election under an amended constitution.

He did not elaborate but his remarks were broadly in line with what Thaksin proposed in Hong Kong in December.

The former Thai leader told Reuters in an interview then that Thailand should install a national unity government to rule for two years after the December election.

"If you take it seriously, and if you push ahead with the plan, I think two years should be about the time to bring back our unity, bring back our full democracy and let the people decide again," he said.

จาก hi-thaksin

พปช.ผนึก5พรรคการเมืองร่วมแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลผสม

นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นประธานการแถลงข่าวร่วมจัดตั้งรัฐบาลผสม 6 พรรคการเมือง ได้แก่ พลังประชาชน,ชาติไทย, เพื่อแผ่นดิน, มัชฌิมาธิปไตย, รวมใจไทยชาติพัฒนา และ ประชาราช จำนวนเสียงสนับสนุนราว 315 เสียง โดยพรรคที่จะเข้าร่วมรัฐบาลได้ส่งตัวแทนระดับหัวหน้าพรรค และ แกนนำพรรค ชี้แจงเหตุผลในการจับมือกับพรรคพลังประชาชน
นายสมัคร กล่าวว่า การตัดสินใจของพรรคการเมืองทั้งสองเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้รัฐบาล 315 เสียง แข็งแรงพอที่จะมีอายุยืนยาว


จาก hi-thaksin

Saturday, January 19, 2008

เรื่องจริง ที่หนังสือพิมพ์ไม่ (ได้) ลง

นี่เป็นเรื่องจริงของพลทหาร และชีวิตเพื่อชาติ
ครั้งหนึ่งผมก็เหมือนคุณๆ นี่แหละ เข้าร้านเน็ตเล่นวินนิ่ง ดื่ม
เบียร์ นอน แต่ผมสมัครไปเป็นทหารและมีคำสั่งลงใต้ ความคิด
ผมเลยเปลี่ยนไปตลอดกาล อยากให้ทุกท่านที่อ่านรับรู้ถึงส่วน
หนึ่งที่ผมไปมาแล้ว
เริ่มแรกจะถูกส่งไปที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี ก่อน
ครับ ไม่ว่ามาจากไหน เหนือ กลาง อีสาน ใต้ ผมเป็น 1 ใน
จำนวนนั้นที่ถูกส่งไปเมื่อถึงค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี
เขาจะพาคนที่ลงจากรถบัสทั้งหมดไปรวมที่ศาลาแดง แล้ว
เขาจะแบ่งเป็นอีก 3 กลุ่มทันที กลุ่มที่ 1 อยู่ จ.ปัตตานี ที่
ค่ายอิงคยุทธบริหาร กลุ่ม 2 อยู่ จ.ยะลา ที่ค่ายสิรินธร กลุ่ม
3 อยู่ จ.นราธิวาส ที่ค่ายพันพัฒนาที่ 4 (ค่ายปล้นปืนที่เป็น
ข่าว) ซึ่งผมก็ถูกส่งไปอยู่ค่ายพันพัฒนาที่ 4 ต.มะรือโบออก
อ.เจาะไอร้อง นี่เอง
วันแรกผมทั้งกล้าทั้งกังวลปนกันไปหมด อย่างที่ผมบอก ชาย
วัยรุ่นคนหนึ่งจากเคยเล่นวินนิ่ง ค่ำมาก็เมา ด่าแม่เพื่อนขำๆ วันนี้
มาอยู่ในที่ที่พร้อมจะอยู่หรือตาย
ในส่วนของค่ายพันพัฒนาที่ 4 ที่นี่เขาจะทำให้พลเรือน
ซึ่งสมัครเข้าเป็นทหารยิงปืนให้ได้ภายใน 13 วัน โดยฝึก
HK33 และ M16 A-1
วันที่ปล้นปืน คนในหมู่บ้านก็มาร่วมปล้น ท่านรู้หรือไม่ วัน
ปล้นปืนพวกนั้นได้ไปกว่า 300 กระบอก M16 A-1 โจรที่มันมา
ปล้นมีประมาณ 300 คน ทั้งเด็กวัยรุ่นยันคนแก่
1 ม.ค.47 ทหารใหม่แยกย้ายกลับบ้าน ทว่า 3 วันต่อมาก็เกิด
เหตุการณ์ปล้นปืน สงสัยไหมครับ?
เพราะชาวบ้านที่มาฝึกทหารใหม่ทั้งหมดเป็นแขก มาฝึกใช้ปืน
ให้เป็น เสร็จแล้วก็กลับบ้าน
จากนั้น ก็หวนมาปล้นค่ายพันพัฒนาที่ 4 กลับมาปล้นชาติ
ตัวเอง
มันจับทหารบนกองร้อย เอาลวดราวตากผ้าที่หลังกองร้อยมัด
มือเท้าไว้แล้วรวมกันหน้าคลัง รุ่นพี่เล่าว่ามีทหารคนนึงเป็นไทย
พุทธถูกมัดข้างๆ แล้วพระที่แขวนไว้ออกมานอกเสื้อ 1 ในโจรที่
คลุมหน้าเดินเข้ามาเอาพระนั่นจุกเข้าไปในเสื้อใหม่พร้อมกับพูด
ว่า “ถ้าหัวหน้ากูถามบอกว่าเป็นอิสลาม”
เพราะโจรที่เดินบอก ก็คือเพื่อนตอนเกณฑ์ทหารนั่นเอง
“มึงก้มหน้าไว้พอ อย่าเอาพระออกมา เดี๋ยวกูจะช่วยมึง
ไม่ได้” เขาพูดไทยไม่ชัดเท่าไหร่
แล้วเขาก็เดินไปคุยกับหัวหน้ามันเป็นภาษายาวีแนวๆ ว่า อย่า
สนใจพวกนี้ เสียเวลาเปล่าๆ อย่างน้อยๆ มันทำเพื่อช่วยรุ่นพี่ผม
หากหัวหน้ามันเห็นก็จะโดนสปาร์ตาปาดเข้าที่คอ (โดนมัดอยู่)
จะสู้ได้ไง (วะ) พวกนั้นมันอยู่บนกองร้อยหมดแล้ว กองร้อยนึง
มันอยู่กันประมาณ 40 คน จ่า 7 คน ที่มีอาวุธพร้อมสู้ ลงไปก็
ถูกยิงพรุน
ท่านรู้ไหมว่า...ตอนนั้น อ.เจาะไอร้อง สัญญาณโทรศัพท์มือถือ
ไม่มี มันเอาอาวุธปืนสงครามยิงสายไฟดับทั้งค่าย
วีรบุรุษวันนั้น เป็นพลทหารที่เฝ้าหน้ากองรักษาการณ์ โดน
ยิงจนขาลากแต่ยังถ่อสังขารไปที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะ ทั้งวิ่ง
ทั้งคลาน ทั้งแอบฝูงโจรโทรไปที่แม่ทัพภาค 4 ตอนที่
โทรศัพท์ไปถึงที่บ้านแม่ทัพภาค 4 คุณนายภรรยาท่านรับแล้ว
ท่านก็รีบวิ่งไปปลุกท่านแม่ทัพที่ชั้น 2 ของบ้าน
ท่านรีบสั่งการกลางดึกจัดชุดไปช่วย แต่ชุดที่มาจากค่าย
จ.ปัตตานี กว่าจะมาถึงก็ตี 5 ครับมันปล้นตอนตี 2 มันเชือดคอ
เอาปืนไปหมดแล้ว หน่วยเขาก็มาเร็วที่สุดแล้ว ชุดที่มาช่วยมี
ทหาร 1 รถบัส รถฮัมวี่ 1 คัน
จริงๆ หน่วยอาจมาถึงใน 1 ชม. ครับ แต่เข้าไปไม่ได้เพราะมี
การขวางถนน โรยตะปูเรือใบ และเผายาง มันก็เฝ้ารออยู่แล้ว
ครับ ประมาณ 100 กว่าคนวงนอกเป็นชุดตัดกำลัง ถ้าไม่สว่าง
เข้าไปก็ตาย
สุดท้ายนี้ ผมอยากบอกว่าหากญาติหรือคนที่คุณรัก ถูกส่ง
ไปอยู่หน่วยเฉพาะกิจหรือหน่วยฐานปฏิบัติการ 3 จังหวัด
ชายแดนภาคใต้ ตอนที่เขาอยู่บ้าน คุณเคยบอกว่ารักเขาคนนั้น
ไหม...บอกและรักเขาให้เต็มหัวใจทุกวินาที ดีกว่าที่ว่า...มีโทร
ศัพท์มาที่บ้านพร้อมกับเสียงชายแปลกหน้า ถามว่า “บ้าน
ของพลทหาร...ใช่ไหมครับ กระผม...เป็นผู้บังคับบัญชา เรา
ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งที่...”
ตอนที่เขาอยู่บ้านก็จงรักและแสดงออกมาให้เต็มหัวใจ
เพราะถ้ามีสายนี้โทรมา ต่อให้คุณร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือด
เขาก็จะกลับบ้านพร้อมธงชาติคลุมกาย
อ่านแล้วก็พิจารณากันเองละกัน

● เพลิงพิโรธ ●



ผลัดกันเขียน เวียนกันคิด - ผลัดกันเขียน เวียนกันคิด



เถยจิต(ยากันสี...ทำให้สีดำ สีเทา กลายเป็นสีขาว...)

เป็นครั้งแรกที่...ได้ยินคำว่า “เถยจิต”
หลุดออกมาจากปาก...ของผู้มีอำนาจในคณะ
กรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความ
เสียหายแก่รัฐ
โอกาสไหน ที่คำว่า “เถยจิต” จะประกาศกัน
ออกมา
ก็เมื่อความผิดนั้นปรากฏชัดออกมาแล้ว
อย่างชัดเจน ไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงแปรรูป
เป็นอย่างอื่นไปได้...แต่ฝ่ายผู้ตรวจสอบได้
พบว่า...การกระทำผิดนั้นๆ เป็นไปโดยความหวังดี
มีความเสียหายเกิดขึ้นจริง แต่ผู้กระทำมิได้รับ
ผลประโยชน์...ตอบแทน
หรือ...รัฐได้รับความเสียหาย...แต่รู้ทำให้เกิด
ความเสียหาย...ไม่ได้รับผลประโยชน์ตอบแทน
จึงไม่น่าที่จะเอาโทษผิดกับเขาผู้นั้น อยากจะยกโทษให้
อยากจะช่วยให้พ้นโทษ
ตรงนี้แหละ ที่คำว่า... “เถยจิต” จะปรากฏ
ออกมา
ดังนั้น...เถยจิตจึงเป็นประโยชน์กับจำเลย. . .
โดยตรง...กล่าวคือ...มีความเสียหายเกิดขึ้น แต่ผู้ก่อ
ให้เกิดความเสียหายไม่มีเถยจิตเป็นโจร...จึงให้ถอน
ฟ้องไม่ต้องโทษพ้นจากคดีความ
คำว่าเถยจิตปรากฏออกมาในครั้งนี้ ในคดี
ที่เกี่ยวข้องกับการ...จัดซื้อจัดหารถดับเพลิงให้กับ
กรุงเทพมหานคร ที่ต่อเนื่องกันมาใน 2 คณะผู้
บริหารกรุงเทพมหานคร...
ยุคของ สมัคร สุนทรเวช...และ อภิรักษ์
โกษะโยธิน
เรื่องการซื้อนั้นยุติลงแล้วโดยสิ้นเชิง...ไม่มี
การเปิดแอลซี...ไปยังบริษัทผู้ขาย...เมื่อไม่มีการ
ซื้อขายก็ไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น...ไม่ว่าในส่วน
ของผู้จัดทำงบประมาณ คือ กระทรวงมหาดไทย
หรือผู้ใช้อย่างกรุงเทพมหานคร
แต่เพราะ...มีการย้อนไปเปิดแอลซีใหม่...ทำให้
เกิดการซื้อขายเกิดขึ้น...ข้อกล่าวหาว่าขบวนการจัด
ซื้อจัดหาไม่ถูกต้อง...จึงปรากฏออกมาใหม่...และผู้
ทำให้...การซื้อขายสำเร็จ...กลายเป็น...
อภิรักษ์ โกษะโยธิน...ซึ่งเชื่อกันว่า...เนื้อไม่
ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกแขวนคอ
และจนถึงวันนี้...รถดับเพลิงที่จ่ายเงินซื้อมาแล้วนั้น
ก็จอดทิ้งรอการผุพังและสร้างค่าใช้จ่ายอยู่ตาม
โกดังท่าเรือ
เพราะ อภิรักษ์ โกษะโยธิน ไม่กล้านำออกมาใช้
คดีจึงกลายเป็นบูมเมอแรงที่แกว่งเข้ามา
หาผู้ขว้าง...คำว่าเถยจิตจึงปรากฏขึ้นมา...เพื่อ
เป็น “วีซ่า” ให้ผู้ถูกกล่าวหา...เดินเข้ามาสู่แผ่นดิน
แห่งความบริสุทธิ์ผุดผ่อง...เถยจิตจึงจะเป็น
ยากันสี...ทำให้สีดำ สีเทา กลายเป็นสีขาว...
อำนาจเป็นของท่าน ใช้กันตามสบายเถิดครับ

● พญาไม้ ●


พญาไม้ทูเดย์ - พญาไม้ทูเดย์


อภิสิทธิ์ ยืนยันยังไม่มีสมาชิกพรรคให้พิจารณาตัวเองลาออก

อุดรธานี 19 ม.ค. - “อภิสิทธิ์” ระบุอาจมีการปรับปรุงการทำงานของพรรค หลังพบความพ่ายแพ้การเลือกตั้ง 23 ธ.ค. ขณะที่เลือกตั้งใหม่เขต 3 มีใบปลิวโจมตีคุณสมบัติผู้สมัคร ซึ่งทั้งสองพรรคร่วมรัฐบาลหวังเบียด ส.ส.พรรคพลังประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเลือกตั้งใหม่ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี 3 เขต คือ เขต 1, 2 และ 3 บรรยากาศก่อนการเลือกตั้ง 1 วัน ผู้สมัครในแต่ละพรรคตระเวนหาเสียงกันอย่างคึกคัก แต่พื้นที่ที่มีการแข่งขันค่อนข้างรุนแรงและมีการกล่าวหาโจมตีแจกใบปลิว ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เขต 3 ใน 5 อำเภอ คือ ทุ่งฝน บ้านดุง เพ็ญ สร้างคอม และพิบูลย์รักษ์ โดยนายไชยยศ จิรเมธากร ผู้สมัครพรรคเพื่อแผ่นดินในเขตนี้ ได้คะแนน 37,235 คะแนน ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ขณะที่ผู้สมัครจากพรรคชาติไทย นายหรั่ง ธุรพล ได้คะแนน 40,564 คะแนน โดยทั้งสองคนตั้งความหวังไว้ค่อนข้างมากที่จะเบียดเข้ามาเป็น ส.ส.ในพี้นที่เขต 3 หลังจากที่นายประสพ บุษราคัม ผู้สมัครจากพรรคพลังประชาชน ได้รับใบแดง จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ส่วนนายจักรพรรดิ์ ไชยสาสน์ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชาชนที่โดนใบเหลือง ถึงแม้จะมีคะแนนในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา 44,422 คะแนน ก็ยังประมาทคู่แข่งจาก 2 พรรค คือ พรรคชาติไทยและเพื่อแผ่นดินไม่ได้ หลังจากพรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดินประกาศเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งอาจเทคะแนนให้กับพรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดิน

นายไชยยศ กล่าวว่า ขณะนี้ในพื้นที่มีการแข่งขันกันค่อนข้างรุนแรง มีการโจมตีกันทุกรูปแบบ โดยถูกใบปลิวโจมตีว่าเป็นผู้ติดคดี มีหมายศาลในพื้นที่ ซึ่งทำให้ตนต้องไปแจ้งความกับผู้ใส่ร้ายในทุกสถานีตำรวจทั้ง 5 อำเภอ

ขณะที่นายหรั่ง กล่าวว่า การโจมตีในพื้นที่มีทั้งการปล่อยข่าวใส่ร้ายผู้สมัครฝั่งตรงข้าม โดยเฉพาะเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียง มีการสร้างพยานและหลักฐานเท็จขึ้นมา อย่างไรก็ตาม พรรคชาติไทยเชื่อมั่นว่าจะได้รับเลือกตั้งในเขตนี้ เพราะตนมีคะแนนมาเป็นอันดับ 3 ซึ่งในพื้นเขต 3 มี ส.ส.ได้ 3 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการหาเสียงในเขต 1 และเขต 2 การแข่งขันไม่ค่อยรุนแรง แต่มีสีสัน เพราะผู้สมัครจากพรรคพลังประชาชน 6 คนยังขังตัวเองอยู่ในกรงบนรถบรรทุก 6 ล้อ ตระเวนหาเสียงไปทั่วเมือง โดยเฉพาะวันนี้ (19 ม.ค.) ซึ่งเป็นวันก่อนการเลือกตั้ง 1 วัน นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครของพรรคตระเวนหาเสียงโดยรอบเขต 1

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถึงแม้ผู้สมัครของพรรคจะมีโอกาสค่อนข้างน้อยในการเลือกตั้งใหม่ครั้งนี้ แต่การที่ตนลงพื้นที่ช่วยหาเสียง ถือเป็นหน้าที่ของหัวหน้าพรรค และในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 แม้ว่าพรรคจะไม่ได้ ส.ส.เขตในพื้นที่ภาคอีสาน แต่คะแนนระบบสัดส่วนถือว่าได้มากกว่าที่ตั้งเป้าไว้ และในบางพื้นที่ได้คะแนนเพิ่มขึ้น จึงมั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์จะสามารถทำงานให้กับชาวอีสานได้ในอนาคต

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า พรรคยังไม่ประเมินถึงการทำงานของพรรคในช่วงนี้ โดยเฉพาะเรื่องการเลือกตั้งที่พรรคได้ ส.ส.ต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ โดยหลังจากเลือกตั้งซ่อมเสร็จสิ้น เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้แล้ว จะมีการประเมินส่วนต่าง ๆ ในที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค ซึ่งจะพิจารณาในส่วนของผู้รับผิดชอบในส่วนต่าง ๆ และอาจปรับปรุงการทำงานของพรรคในอนาคต ซึ่งนายอภิสิทธิ์ ยังปฏิเสธว่าไม่มีสมาชิกพรรคคนใดเรียกร้องให้ตนแสดงความรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าพรรคที่ไม่สามารถนำ ส.ส.เข้าสู่สภาฯ ได้ตามเป้าหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า กกต.จังหวัดอุดรธานีได้จัดให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง รับหีบบัตรเลือกตั้งและอุปกรณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่เวลา 09.30 น. โดยในส่วนของเขต 1 ได้แจกจ่ายอุปกรณ์ ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองอุดรธานี ขณะที่เขต 2 และ 3 ทำการแจกหีบบัตรและอุปกรณ์ ณ ที่ว่าการอำเภอของแต่ละแห่ง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจากมีกรรมการทยอยเดินทางมาอย่างพร้อมเพรียง นอกจากนี้ ยังจัดให้อบรมและให้ความรู้กับกรรมการประจำหน่วย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งใหม่ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ (20 ม.ค.) สำหรับการเลือกตั้งใหม่ครั้งนี้มีขึ้นทั้งหมด 15 อำเภอ ใน 3 เขตเลือกตั้ง 1,652 หน่วย ประชาชนมีสิทธิเลือกตั้ง 759,300 คน.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-19 13:16:48