WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, January 21, 2008

พรีเมียร์ลีก แมนฯซิตี้ VS เวสต์แฮม เจอกันครั้งที่3ในรอบ16วัน


พรีเมียร์ลีก

แมนฯซิตี้ VS เวสต์แฮม

สนาม : ซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ สเตเดี้ยม

เวลาคิกออฟ : 23.00 น.

ผู้ตัดสิน : ฟิล ดาวด์

ผลเจอกันนัดแรกฤดูกาลนี้ :

เวสต์แฮม แพ้ 0-2

ผลเจอกันฤดูกาลที่แล้ว :

เวสต์แฮมแพ้ 0-1, แมนฯซิตี้ชนะ 2-0

แมนฯซิตี้ - ผลงานที่ผ่านมา

30-12-2007 เสมอ ลิเวอร์พูล 0-0 (เหย้า)

02-01-2008 ชนะ นิวคาสเซิล 2-0 (เยือน)

05-01-2008 เสมอ เวสต์แฮม 0-0 (เยือน)

12-01-2008 แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 (เยือน)

16-01-2008 ชนะ เวสต์แฮม 1-0 (เหย้า)

ความพร้อม :

สเวน โกรัน เอริคส์สันจะปรับทัพเมื่อเนรี่ คาสติลโญ่ไหล่หลุดมาจากเกมชนะเวสต์แฮม 1-0 ในเอฟเอ คัพรีเพลย์เมื่อกลางสัปดาห์ โลแรนโด้ เบียงคี่จะได้เสียบแทนและโยกดาริอุส วาสเซลล์ไปวิ่งปีกขวา สำหรับตัวเจ็บยังเป็นไมเคิล จอห์นสันกับเอมิล เอ็มเพ็งซ่าที่ชวดลงแน่นอน

ผู้เล่น 11 คนแรกตามคาด (4-4-1-1) :

โจ ฮาร์ท,เวดราน คอร์ลูก้า,ไมคาห์ ริชาร์ดส์,ริชาร์ด ดันน์,ไมเคิล บอลล์,ดาริอุส วาสเซลล์,สตีเฟ่น ไอร์แลนด์,ดีทมาร์ ฮามันน์,มาร์ติน เปตรอฟ,เอลาโน่,โลแรนโด้ เบียงคี่

เวสต์แฮม - ผลงานที่ผ่านมา

29-12-2007 ชนะ แมนฯยูฯ 2-1 (เหย้า)

01-01-2008 แพ้ อาร์เซนอล 0-2 (เยือน)

05-01-2008 เสมอ แมนฯซิตี้ 0-0 (เหย้า)

12-01-2008 ชนะ ฟูแล่ม 2-1 (เหย้า)

16-01-2008 แพ้ แมนฯซิตี้ 0-1 (เยือน)

ความพร้อม :

อลัน เคอร์บิชลี่ย์จะเปลี่ยนทีมให้เฮย์เด้น มัลลินส์กับคาร์ลตัน โคลลงมาแทนลี โบว์เยอร์กับหลุยส์ บัว มอร์เต้ที่ได้เล่นเมื่อกลางสัปดาห์ ที่เหลือจะเป็นชุดเดิมทั้งหมด ดีน แอชตันกับเฟรดริก ยุงเบิร์กพร้อมลง แดนนี่ แก็บบิดอนหายเจ็บกลับมาเป็นออพชันในแนวรับด้วยอีกคน

ผู้เล่น 11 คนแรกตามคาด (4-4-2) :

โรเบิร์ต กรีน,ลูคัส นีลล์,แอนทอน เฟอร์ดินานด์, แมทธิว อัพสัน,จอร์จ แม็คคาร์ทนี่ย์,เฟรดริก ยุงเบิร์ก, เฮย์เด้น มัลลินส์,มาร์ก โนเบิล,แมทธิว เอเธอร์ริงตัน,ดีน แอชตัน,คาร์ลตัน โคล

รูปเกม/โอกาส :

แมนฯซิตี้ไม่เสียประตูในการเจอเวสต์แฮม 3 นัดหลังในพรีเมียร์ลีก นี่คือการเจอกันเกมที่ 4 ในฤดูกาลนี้ ของทั้งสองทีมแล้ว ซิตี้สถิติข่มชนะ 2 เสมอ 1 ใน 3 เกมที่ผ่านมา และเพิ่งจะชนะ 1-0 เมื่อกลางสัปดาห์ที่เอลาโน่ โหม่งประตูชัย...ทั้งสองทีมเล่นกันสูสีมาตลอด 3 นัดที่เจอกัน แต่เรือใบนั้นจังหวะเข้าทำหวังผลได้มากกว่า เกมในบ้านแข็งแกร่งและมีโอกาสที่จะใช้มุกเดิมย้ำแค้นขุนค้อนไปได้อีกครั้ง

ขอขอบคุณ www.thailandsportsonline.com

จาก Hi-Thaksin

นายกฯเข็ดการเมือง วอนทุกฝ่ายเลิกโจมตีพล.อ.เปรม

นายกฯเข็ดการเมือง เผยหลังลงจากตำแหน่งจะใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่นี่ ไม่คิดกลับเล่นการเมืองอีก ยอมรับสมานฉันท์ทำยากเพราะแต่ละฝ่ายไม่ยอมลดทิฐิ วอนทุกฝ่ายเลิกโจมตีพล.อ.เปรม หวั่นกระทบสถาบัน ยอมรับ'ทักษิณ'ยังมีอิทธิพลในเมืองไทย เพราะเป็นนายกฯถึง 6 ปี

วันนี้ ที่บ้านพักบนเขายายเที่ยง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยท่านผู้หญิงจิตรวดี จุลานนท์ ภริยา ได้เปิดบ้านพักให้สื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชม อย่างเป็นทางการ หลังจากที่เคยรับปากเอาไว้ โดยทันทีที่เดินทางมาถึงนายกรัฐมนตรีได้พาผู้สื่อข่าวเดินชมตามจุด ต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณหน้าผาด้านหลังบ้าน ซึ่งเป็นมุมโปรด เพราะสามารถมองเห็นจุดชมวิวของลำตะคอง และอ.เขาช่อง ได้ทั้งหมด

ทั้งนี้ พล.อ.สุรยุทธ์ เปิดเผยว่า มักจะใช้จุดตรงนี้เป็นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ มานั่งแล้วสบายใจ มองไปข้างล่างเหมือนเมืองตุ๊กตา และคิดว่าเมื่อหมดภาระการเป็นนายกรัฐมนตรีจะมาใช้ชีวิตส่วนใหญ่บนเขายายเที่ยง ส่วนที่มีการวิเคราะห์ว่าตนได้จะกลับไปทำหน้าที่เป็นองคมนตรีอีกครั้งนั้น ก็ยังไม่อยากพูดถึงเพราะ เป็นเรื่องที่คาดเดา ไม่ได้ อย่างไรก็ตามความหวังของตนในขณะนี้ก็คือการหมดภาระหน้าที่ ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยเร็ววัน

จากนั้นนายกรัฐมนตรี ก็ได้พาสื่อมวลชนเดินดูบริเวณโดยรอบพื้นที่ทั้งหมดของบ้านพักอย่างสบายใจ และมีท่าทีที่ผ่อนคลาย โดยได้ชี้ให้ผู้สื่อข่าวดูบ้านพักของนายไพโรจน์ รัตตกุล เจ้าพ่อน้ำดำ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงภายในรั้วเดียวกันด้วย โดยเปิดเผยอย่างอารมณ์ดีว่าบ้านหลังดังกล่าวนายไพโรจน์มาขอสร้าง เพื่อเป็นที่พักผ่อน ครั้งแรกจะขอซื้อที่ แต่ตนขายให้ไม่ได้ เพราะไม่มีโฉนด และบ้านหลังนี้ก็เป็นที่มาของข่าว มีโบกี้รถไฟของตน ซึ่งความจริงไม่มี แต่ถ้าถ่ายไกลๆ มายังหลังคาบ้านก็มีความคล้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมวงรับประทานอาหารกลางวันกับกลุ่มผู้สื่อข่าว ซึ่งได้จัดซุ้มอาหารพื้นเมืองไว้ต้อนรับ อาทิ ส้มตำ ไก่ย่าง ผัดหมี่โคราช เป็นต้น ทางด้านท่านผู้หญิงจิตรวดีก็ได้เปิด ให้สื่อมวลชนเข้าไปดูถึงภายในบ้านพักที่ใช้เป็นห้องนอน โดยเป็นเพียงห้องโล่งๆ มีเปลสนามไว้นอนเท่านั้น

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงถึงกรณีที่มีหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลเกียร์ว่างว่า การที่เป็นรัฐบาล ก็ไม่ได้แปลว่าจะทำอะไรได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเสนอกฎหมายเข้า สนช.ก็ทำได้ลำบาก หรือเรื่องที่ให้จัดการกับอำนาจเก่าก็เป็นเรื่องที่ยากเพราะมีแต่ข้าราชการ ที่ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลเขาต้องทำงาน ดังนั้นแต่ละเรื่องไม่ได้ทำได้ง่ายๆ แม้กระทั่งการสร้างความสมานฉันท์ที่ได้ประกาศไว้เพราะคนที่มองว่า เป็นพวกเดียวกัน เช่นกลุ่มพันธมิตร ก็ไม่ได้มองว่าเราเป็นพวกเดียวกันทำให้ทำงานลำบาก ทั้งนี้การสร้างความสมานฉันท์นั้น ถ้าใช้วิธีพูดคุยกันได้ก็จะเป็นประโยชน์ และมันไม่มีทางอื่น ซึ่งในช่วงต้นที่เข้ามาทำหน้าที่ก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งแล้วพยายามที่จะเป็นตัวกลางประสานกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่โทรศัพท์มาหา จากนั้นก็นำคำพูดของพ.ต.ท.ทักษิณ ไปบอกกับพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน แต่ต่างฝ่ายก็ต่างมีทิฐิต่อกันทำให้ยังมีปัญหา

เมื่อถามว่าแต่ในบ้านเมืองเราแบ่งกันเป็นคนละขั้วชัดเจน นายกรัฐมนตรี ตอบว่า พอถึงระยะหนึ่งมันก็จบเพราะทุกอย่างเป็นไปตามวงรอบมีเกิดก็ต้องมีดับ ส่วนจะไปถึงจุดนั้นเมื่อไหร่ตนคงตอบไม่ได้ เหมือนกับเพลงของทหารเรือที่บอกว่าเรื่องอนาคตเราไม่รู้ แต่ถึงไม่รู้เราก็ต้องเดินหน้าต่อไป ซึ่งการแก้ไขปัญหาทั้งหมดก็ต้องมาสู่จุดของการพูดคุยหารือ และลดทิฐิก็จะมีทางออก

'หลังจากนี้ผมคงจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกแล้ว เพราะชีวิตผมไม่เคยชอบและคิดที่จะเข้ามาเล่นการเมือง เพราะครอบครัวของผมเจ็บปวดมามากพอแล้ว คุณตาของผมก็ถูกยิงเสียชีวิตที่นี่ ส่วนพ่อก็ไปเสียชีวิตที่ประเทศจีน ผมรู้สึกดีถึงความสูญเสีย ก็ไม่อยากให้ครอบครัวและลูกต้องรู้สึกสูญเสียเหมือนอย่างผม ซึ่งเมื่อผมลงจากตำแหน่งไป และมีรัฐบาลใหม่เข้ามา แม้นโยบายที่ดีๆ จะเปลี่ยนไป ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลใหม่ ผมคงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว หรือขอรับเป็นที่ปรึกษาก็ไม่ขอรับ เพราะผมเข็ดกับการเมืองมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเข็ดตอนนี้' พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าว

พล.อ.สุรยุทธ์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวความขัดแย้งกับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ว่า ไม่ได้มีปัญหาหรือมีความขัดแย้งอะไร แต่คงไม่ถึงขั้นเป็นคอหอยกับลูกกระเดือก ยังทำงานด้วยกัน และรู้ว่าใครมีขีดความสามารถแค่ไหน

ผู้สื่อข่าวถามถึงความขัดแย้งระหว่างนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน กับพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ตนรู้จักนายสมัครเป็นการส่วนตัว สมัยเป็นรัฐมนตรีและรองนายกฯ แต่ก็ไม่ทราบว่านายสมัครมีปัญหาอะไรกับพล.อ.เปรม เพราะอดีตที่ผ่านมาก็ไม่มีปัญหาอะไร และก็รู้ๆกันว่าพล.อ.เปรมเป็นคนที่จะไม่ค่อยจะพูดจาอะไรมากมาย แต่ที่มีการนำพล.อ.เปรมมาเชื่อมโยงกับเรื่องต่างๆ

เป็นเรื่องที่ควรระมัดระวัง ถ้าไม่ทำได้ หรือเบาๆ ลงหน่อยก็เป็นเรื่องทีดี เพราะในฐานะที่เป็นประธานองคมนตรี ไม่ควรจะถูกนำมาเชื่อมโยงกับเรื่องใดๆเพราะเมื่อเป็นข่าวก็มักจะถูกนำไปเชื่อมโยงกับสถาบัน สำนักข่าวต่างประเทศก็จับตามองอยู่ ทำให้เกิดผลเสีย ดังนั้นถ้าผู้ที่เกี่ยวข้องลดการทำให้เกิดความขัดแย้งเหมือนอย่างที่เราใส่เสื้อเรารักในหลวง แต่ถ้าไม่ปฏิบัติตาม ในหลวงก็เหนื่อย เพราะพระพลานามัยของท่านก็ยังไม่แข็งแรง พระเพลาก็ไม่แข็งแรง ดังนั้นเราคนไทยต้องมาดูว่าจะช่วยกันได้อย่างไร

เมื่อถามว่าคิดว่าคิดว่านายสมัครจะเพลาการโจมตีพล.อ.เปรมลงได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ตอบแทนคนอื่นไม่ได้ เมื่อถามว่าก่อนที่จะลงจากตำแหน่งจะเป็นตัวเชื่อมให้ทุกฝ่ายมาพูดจา หารือ เพื่อให้ยุติความขัดแย้งหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่าจะเป็นไปได้ในระยะเวลาสั้นๆ นี้ได้หรือไม่ เพราะอดีตที่ผ่านมาเราต้องใช้เวลานาน

เมื่อถามว่าจะคุยกับพรรคพลังประชาชนหรือแกนนำรัฐบาลใหม่เพื่อขอไม่ให้พูดจาพาดพิงถึง พล.อ.เปรม หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในขณะนี้คงจะยังไม่มีโอกาส เพราะเรื่องเฉพาะหน้าคือการเปลี่ยนผ่าน รัฐบาล ต้องทำส่วนนี้ก่อน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้เวลาจะช่วยให้เรื่องราวต่างๆ ผ่านไปได้แต่ต้องไม่ทำเรื่องใหม่เพิ่มเข้าไปอีก บาดแผลที่มีอยู่ก็จะค่อยๆรักษาตัวเอง

เมื่อถามว่ามองว่านายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ที่นายสมัครตอบคำถามสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมาถือว่าดีที่สุดแล้ว เพราะการเลือกนายกฯ ก็ต้องเลือกในสภาฯ ไม่ใช่เลือกข้างหน้า คือพรรคร่วมรัฐบาลต้องหารือกันแล้วไปโหวตในสภาฯ ส่วนนายสมัครมีคุณสมบัติที่จะเป็นนายกฯ ได้หรือไม่นั้นตนไม่ขอพูดในเรื่องของตัวบุคคล

อยู่ที่พรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องจะโหวตให้ อย่างไรก็ตามถ้าถามในฐานะที่ตนเป็นคนไทยคนหนึ่ง ก็อยากได้นายกฯ ที่มีความซื่อสัตย์ ซื่อตรง ทำงานเพื่อส่วนรวมและมีความจงรักภักดีต่อสถาบัน ทั้งนี้เมื่อได้ ้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ตนจะหาโอกาสพูดคุยเพื่อฝากงานต่อกับนายกรัฐมนตรีคนใหม่อย่างเปิดเผยต่อไป

พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับผลการเลือกตั้งที่ออกมาก็ถือว่าตรงใจตน เพราะคนที่ตนเลือกก็ได้เข้ามา ส่วนที่พรรคพลังประชาชนได้เป็นรัฐบาลอีกนั้น เราก็ต้องยอมรับผลการตัดสินของประชาชน เสียงส่วนน้อยก็ต้องยอมรับเสียงส่วนใหญ่

เมื่อถามว่าคิดว่าหลังจากเลือกตั้งแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ควรเดินทางกลับประเทศเลยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับ พ.ต.ท.ทักษิณว่าจะตัดสินใจอย่างไร เป็นสิทธิของท่าน แต่ถ้าเป็นไปได้ ตนก็อยากให้กลับมา ต่อสู้ในทางคดี ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดี ส่วนคุณหญิงพจมาน ชินวัตร เดินทางกลับมาก่อนนั้น ตนไม่รู้ว่ามีเจตนาอะไร และไม่คิดว่าเป็นการกรุยทางเพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณกลับมา ทั้งนี้หลังจากที่คุณหญิงพจมานกลับมาแล้ว

ตนก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกันเลย เมื่อถามว่าจนถึงวันนี้คิดว่าพ.ต.ท.ทักษิณยังมีอิทธิพลในเมืองไทย มากน้อยแค่ไหน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นนายกฯ มาถึง 6 ปีก็ต้องมีพวกมีเพื่อน รวมทั้งมีเงินด้วย สังคมก็มองเหมือนกันว่าคนที่อยู่ในฐานะแบบนี้ก็น่าจะมีบารมีและอิทธิพลบ้าง เพราะไปถามชาวบ้านในต่างจังหวัด ส่วนใหญ่ก็ยังมีความชื่นชอบในตัว พ.ต.ท.ทักษิณ

'ส่วนอนาคตความเชื่อมั่นและบารมีในตัวคุณทักษิณจะเป็นอย่างไรคงตอบไม่ได้ แต่วันนี้ก็วิเคราะห์ได้ว่ายังมีบารมีอยู่ ตัวคุณทักษิณเองอยากกลับมาในเมืองไทย โดยให้เหตุผลว่าเป็นห่วงครอบครัว ซึ่งผมก็ได้นำสิ่งเหล่านี้ไปพูดคุยกับ พล.อ.สนธิว่ามีทางดำเนินการอย่างไร แต่จนถึงวันนี้ก็ไม่มีอะไรคืบหน้าไปมากกว่าเดิม' พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าว

'สุรเกียรติ'ร่อน จม.ถึง 'สุวิทย์' ให้ยึดมั่น 5 เงื่อนไข

ที่พรรคเพื่อแผ่นดิน นาย วชิระมณฑ์ คุณะเกษมธนาวัฒน์ โฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน แถลงว่า นาย สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตประธานสภานโยบายและยุทธศาสตร์พรรคเพื่อแผ่นดินได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึงนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ว่า

หลังจากที่พรรคเพื่อแผ่นดินได้ประกาศเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน ตนแม้จะไม่มีตำแหน่งใดๆ ในพรรคเพื่อแผ่นดินและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในการเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้ แต่ในฐานะผู้ประสานงานหลัก ในการนำประกาศเจตนารมณ์เพื่อแผ่นดินเมื่อวันที่ 11 ก.ย.50 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์

ตนจึงขอฝากหลักการสำคัญไปยังนายสุวิทย์ เพื่อต่อผลักดันเจตนารมณ์เพื่อแผ่นดินให้บรรลุผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้จดหมายดังกล่าวได้ฝากให้พรรคเพื่อแผ่นดินปฏิบัติตาม 3 ข้อ

1.ขอให้สำนึกยึดมั่นสานต่อผลักดันเจตนารมณ์ที่จะลดความแตกแยกและการเผชิญหน้าในสังคม มุ่งมั่นต่อการสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในชาติ ลดอคติ ไม่ยึดเอาผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้ง

2. คำขวัญของพรรคเพี่อแผ่นดินที่ประกาศไว้อย่างชัดเจนว่า 'จะสร้างชาติ ธำรงศาสน์ เทิดราชบัลลังก์' เป็นคำขวัญที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่ชัดเจน จึงขอให้ฝ่ายบริหารและพรรคได้สำนึกและระลึกไว้อยู่เสมอ เพื่อมิให้ประชาชนผิดหวัง

3.ตามที่พรรคเพื่อแผ่นได้ยี่นเงื่อนไข 5 ข้อในการเข้าร่วมรัฐบาลต่อพรรคพลังประชาชน ทั้งเรื่องความจงรักภักดีเทิดทูนสถาบัน ไม่ก้าวล่วงองคมนตรีสร้างความปรองดอง ให้พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในประเทศและไม่ยุบคตส.

ตนขอให้พรรคยึดถือและนำเงื่อนไขดังกล่าวไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนเพราะเงื่อนไขทั้ง 5 ข้อนี้ ี้เป็นหลักที่สำคัญของบ้านเมือง ไม่ใช่เรื่องการเมือง และตนเชื่อมั่นว่า ทั้ง 3 ข้อที่ฝากมาในครั้งนี้ หากทำอย่างจริงจัง บ้านเมืองจะสงบสุขและเจริญก้าวหน้าได้อย่างแท้จริง

เมื่อถามว่าความสัมพันธ์ระหว่างนายสุรเกียรติกับพรรคเพื่อแผ่นดินจากนี้ไปจะเหมือนเดิมหรือไม่ โฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า ยังเหมือนเดิมเพียงแต่นายสุรเกียรติอยากแสดงจุดยืนให้ทุกคนได้รับทราบ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 20ม.ค.นายสุรเกียรติก็ยังพูดคุยกับนายสุวิทย์อยู่

ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าในการแบ่งโควต้าตำแหน่งรัฐมนตรี โฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเพราะต้องรอการประชุมของคณะกรรมการประสานงานของแต่ละพรรคมาคุยกัน จึงหมายความว่ายังไม่ได้มีการแบ่งงานอะไรให้พรรคใดไปทำ คาดว่าหลังจากวันที่ 21 ม.ค.นี้คงมีความชัดเจนมากขึ้น รวมถึงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพรรคเห็นว่าตำแหน่งนี้มีความสำคัญ เพราะในพรรคก็มีบุคคลที่มีความ รู้ความสามารถที่จะทำหน้าที่นี้ได้ หากไม่มีใครรับตนก็สนับสนุนให้ม.ร.ว.กิติวัฒนา ไชยันต์ ส.ส.อาวุโสหนึ่งเดียว ของพรรคนั่งตำแหน่งนี้เพราะถือว่ามีความเหมาะสมคนหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่นายจิรายุ วสุรัตน์ รองหัวหน้าพรรคจะได้นั่งเก้าอี้ รมช.คลัง นายวชิระมณฑ์ กล่าวว่า คาดว่าโอกาสที่นายจิรายุจะได้นั่งในกระทรวงเศรษฐกิจกระทรวงใดกระทรวงมีแน่ แต่ยังไม่รู้ว่าพรรค เพื่อแผ่นดินจะได้รับการจัดสรรกระทรวงใดบ้าง รวมถึงนาย วัชระ พรรณเชษฐ์ เลขาธิการพรรค ที่อาจจะได้นั่งเก้าอี้ใดเก้าอี้หนึ่ง เพราะเป็นถึงเลขาธิการพรรคก็น่าจะมีตำแหน่งบ้าง


Sunday, January 20, 2008

ปชป.เสนอรัฐบาลใหม่สานต่อนโยบายแก้ปัญหาภาคใต้ของรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์

นายพีรยศ มูราฮาริม ส.ส.ระบบสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนักวิชาการที่ติดตามสถานการณ์ภาคใต้ กล่าวถึงรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศว่า อยากเรียกร้องรัฐบาลใหม่ ในเรื่องของการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และเร่งยุติเหตุการณ์ฆ่ารายวัน อยากฝากว่าเมื่อตั้ง ครม.แล้ว รัฐมนตรีที่ดูแลด้านความมั่นคง ขอให้สานต่อนโยบายรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ ไม่ใช่นับ 1 ใหม่หมด โดยเฉพาะการมีศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)


ส่วนที่มีข่าวนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน อาจจะมานั่งควบตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้น นายพีรยศ กล่าวว่า หากรัฐมนตรีกลาโหมไม่ใช่ทหารไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าควบ 2 ตำแหน่ง อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่ เพราะคนที่ดูแลงานด้านความมั่นคง ถือเป็นงานหนัก ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ควรให้คนอื่นเป็นดีกว่า และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ควรลงพื้นที่ภาคใต้ทุกเดือน เพื่อดูแลปัญหาด้วยตัวเอง.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-20 16:00:26

นายกรัฐมนตรีเผย พล.อ.สนธิ ยอมรับผลการเลือกตั้ง

นครราชสีมา 20 ม.ค. -พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความเคลื่อนไหวของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เกี่ยวกับผลการเลือกตั้งว่า เท่าที่ได้พูดคุยกัน เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง ทั้งในเรื่องการเลือกตั้งและการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ต้องยอมรับ ส่วนผลการเลือกตั้งส.ส.ที่ผ่านมาก็ถือว่าตรงใจ เพราะคนที่อยากให้เข้ามาก็ได้เข้ามาทำงาน


เมื่อถามว่า กลัวการกลับมาของกลุ่มอำนาจเก่าหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีการพูดคุยกัน ทุกคนก็ต้องทำงานไปตามขั้นตอน เชื่อว่าเวลาจะไปช่วยคลี่คลายปัญหาของตัวมันเอง อย่าไปห่วงเรื่องของบุญคุณต้องทดแทน ความแค้นต้องชำระ ไม่เช่นนั้นปัญหาความขัดแย้งจะไม่จบ.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-20 15:45:15

พล.อ.สุรยุทธ์ เตือนระวังคำพูด อย่าพาดพิงถึงประธานองคมนตรี

นครราชสีมา 20 ม.ค.- พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การเมือง และพาดพิงถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษว่า การที่เอา พล.อ.เปรม มาเชื่อมโยงกับเรื่องต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ควรระมัดระวัง ดังนั้น หากสามารถลดในส่วนนี้ได้ก็อยากให้ช่วยกันปฏิบัติ สำหรับตนได้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้ถวายสัตย์สาบานตนต่อหน้าพระพักตร์ ทั้งในเรื่องของความจงรักภักดี การทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศ


ต่อข้อถามว่า นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ควรจะยุติการกล่าวพาดพิงถึง พล.อ.เปรม หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ทราบ ตอบแทนคนอื่นไม่ได้ ไม่รู้ว่าคิดกันอย่างไร เมื่อถามว่า จะไปขอให้พรรคพลังประชาชนยุติการออกมาพูดเรื่องนี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้คงยังไม่มีโอกาส เพราะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ก็อยากให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จะเป็นเรื่องที่ดี ทั้งนี้ ส่วนตัวมองว่าเรื่องเวลาเป็นส่วนสำคัญในการแก้ไขสถานการณ์ ซึ่งเวลาจะเป็นตัวช่วยรักษาตัวของมันเอง ถ้าเราไม่ไปขยายผลอีก.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-20 15:28:03

ร.ต.ท.เชาวริน เผยหลังเปิดสภาจะตั้ง กมธ.วิสามัญสอบขบวนการสกัดพรรค พปช.

พรรคพลังประชาชน 20 ม.ค. - พปช.เผย 5 พรรคร่วมไม่ส่งบุคคลเป็นรองประธานสภาฯ ต้องการแต่ตำแหน่งบริหาร เผย “ยงยุทธ” จำใจรับตำแหน่งประธานสภาฯ เกรงเป็นสายล่อฟ้า พร้อมเตรียมตั้ง กมธ.วิสามัญ สอบการสกัดกั้น พปช.

ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน กล่าวถึงการเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธาน ว่า พรรคพลังประชาชนได้รับการยืนยันจากพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 5 พรรคว่า ไม่มีความประสงค์ส่งรายชื่อรองประธานสภาฯ จะขอรับตำแหน่งทางบริหารเท่านั้น ดังนั้น ในการประชุมสภานัดแรกที่คาดว่าจะมีการประชุมในวันที่ 22 มกราคม พรรคจะเสนอรายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งประธานและรองประธานสภาทั้ง 3 คน โดยในส่วนของตำแหน่งประธานสภาขณะนี้ยังไม่ขอกล่าวถึง แต่คาดว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงไปจากที่มีการคาดหมายไว้

“คุณยงยุทธ คงอยู่ในฐานะที่ถูกบังคับให้เป็นประธาน เพราะท่านบอกเองว่าหากไปดำรงตำแหน่งในกระทรวงไหน คงถูกสื่อมวลชนจับตาว่าเป็นสายล่อฟ้า” ร.ต.ท.เชาวริน กล่าวและว่า ตำแหน่งรองประธานสภา จะต้องเป็นผู้ที่สมัครใจ ตนคงตอบแทนไม่ได้

เมื่อถามต่อว่าหากมีผู้เสนอชื่อ ร.ต.ท.เชาวริน จะสมัครใจหรือไม่ ร.ต.ท.เชาวริน กล่าวว่า ตนคงไม่บังอาจขนาดนั้น เพราะตำแหน่งรองประธานถือเป็นตำแหน่งที่ใหญ่มาก อย่างไรก็ดี ตนเคยได้รับเลือกตั้งถึง 8 ครั้ง หากพรรคเห็นว่าเหมาะสม คงไม่ปฏิเสธ

ร.ต.ท.เชาวริน กล่าวอีกว่า นับแต่ก่อตั้งพรรคพลังประชาชน พรรคถูกกระทำมาตลอด ตั้งแต่การดำเนินการตามบันได 4 ขั้น กับพรรคไทยรักไทยเดิม และสั่งการให้สกัดกั้นพรรคพลังประชาชน พรรคจึงมีความเห็นว่าเมื่อเปิดสภาแล้ว จะเสนอให้ตั้ง กมธ.วิสามัญสืบสวนเรื่องนี้โดยเฉพาะ และดำเนินการกับข้าราชการประจำที่ไม่เป็นกลาง ดังนั้น พรรคจึงจะตั้งคณะกรรมาธิการสอบสวนเรื่องดังกล่าว ยืนยันว่าสิ่งที่ทำไม่ใช่การแก้แค้น. -สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-20 15:23:51

บทกลอนประชาธิปไตย : ฟ้าเปลี่ยนสี

ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
20 มกราคม 2551


บทกลอน : คุณ jaewjah
ภาพประกอบ : คุณเงา มัจจุราช


ฟ้าเปลี่ยนสี



บทกลอน : คุณ KOHKA55, คุณป้าหนูดา, คุณ Vahn Citis, คุณ jaewjah


สงสารขวัญ มาคว้าง ระหว่างฝัน
อุตส่าห์ดั้น ด้นฟ้า มาถึงนี่
แล้วขวัญจะ ทำอย่างไร ต่อไปนี้
เมื่อรู้ดี แล้วว่า ฟ้าไม่งาม


เก็บสะอื้น กลืนกล้ำ จำไว้ฟ้า
ในเมื่อข้า คือคนไทย ในสยาม
ถูกกลั่นแกล้ง จากคนไทย ที่ใจทราม
ก็ถึงยาม ทวงทัก ศักดิ์ศรีคืน

เถิดอย่าถาม ความรัก จากฟากฟ้า
วันเวลา เคยชื่นชม กลับขมขื่น
หวังวันหนึ่ง ซึ่งหัวใจ จะได้คืน
และหยิบยื่น ความจริงแท้ แก่ทุกคน

เคยจงรัก ภักดี พลีชีพได้
เคยกราบไหว้ คล้ายพ่อ ไม่ฉ้อฉล
มาวันนี้ ที่ได้พบ ประสบกล
น้ำตาล้น ท่วมหน้า ไร้วาจา

จงอยู่ได้ ด้วยตน ชนทั้งหลาย
จงไว้ลาย สิทธิ์และศักดิ์ รักก้าวหน้า
จงยึดมั่น ในระบอบ กอบกู้มา
จงรักษา อธิปไตย ให้ปวงชน

****************************

บทกลอน : คุณไทยเดิ้ง

คิดใช้มือ ปิดแผ่นฟ้า ช่างน่าขำ
มือระยำ ทำให้ ฟ้าหมองหม่น
แต่เมื่อเสียง สั่งของ ประชาชน
ดังกังวาน ต้องหนีร่น มิอาจบัง

แสงแดดทอ ฟ้าแจ่ม หลังมือชั่ว
มันเกรงกลัว ประชาชน จะลุกคลั่ง
ชักมือกลับ เมื่อฟ้าเปิด แสงส่องยัง
ประชาชน ก็มีหวัง ขึ้นอีกครา

ฟ้าเปลี่ยนสี แสงทอง ผ่องอำไพ
ประชาชน ต้องเป็นใหญ่ ในทั่วหล้า
ฟ้ายามนี้ จึงสวยงาม สว่างตา
เหล่าพสกฯ ใต้แผ่นฟ้า ก็ร่มเย็น

**********************


จาก Thai E-News

พระราชกฤษฎีกา เรียกประชุมรัฐสภา [20 ม.ค. 51 - 14:41]

พระราชกฤษฎีกา
เรียกประชุมรัฐสภา

พ.ศ.2551

------------------

(พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ปร.

ให้ไว้ ณ วันที่ 20 มกราคม พ.ศ.2551

เป็นปีที่ 63 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ.2550 แล้ว และตามความในมาตรา 127 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กำหนดให้มีการเรียกประชุมรัฐสภา เพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรกภายในสามสิบวัน นับแต่วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 127 มาตรา 128 และมาตรา 187 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาในวันที่ 21 มกราคม พ.ศ.2551

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์

นายกรัฐมนตรี


พรรคประชาธิปัตย์ : กลับไปทบทวนอุปนิสัย และพฤติกรรม ที่ผ่านมาได้แล้ว

โดย คุณ mediation
ที่มา เวบบอร์ด
พันทิปราชดำเนิน
20 มกราคม 2551

ทุกพรรคการเมือง.. สำคัญต่อระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นพรรคเล็ก พรรคใหญ่....

พรรคที่แพ้การเลือกตั้ง หากการเลือกตั้งขาดการต่อสู้ใน "ผลงาน " และ "การทำความดี"(เก่ง และ ดี)ประชาชนก็จะไม่ได้ประโยชน์อันใดเลย

ในการเลือกผู้แทนที่จะมาเป็นตัวแทนบริหารประเทศ และด้วยเรายังมีความเคารพในวัยวุฒิ และ คุณวุฒิของบุคลากรใน ปชป.บางท่าน.... จึงขอชี้บอก "ขุมทรัพย์" ...ให้กับ ปชป....

ก่อนสิ่งอื่นใดที่ ปชป. ต้องปรับ ก็คือ การ ปรับปรุงแก้ไข และ พัฒนา "อุปนิสัย"......

ที่ผ่านมานั้น "อุปนิสัย" ที่เป็นอุปสรรคต่อพรรคเป็นอย่างยิ่ง ก็คือ "ความอิจฉา"...และ "อคติ4"........

ปชป. อาจจะปฏิเสธว่า ไม่จริ๊ง ไม่จริง....ปชป. ไม่เคยอิจฉาใคร และไม่เคยมี "อคติ" ใด ๆ ....ให้ ปชป .ลองทบทวนตนเองว่า....

ท่านเคย แสดงความยินดี (มุทิตาจิต)ใน "ความสำเร็จ" ในการบริหารของฝ่ายตรงข้าม อย่างจริงใจหรือไม่.....

ที่ผ่านมา สิ่งที่ ปชป. มักแสดงออกก็คือ .. การ"จับผิด" ในผลงานของฝ่ายตรงข้ามที่ประสบความสำเร็จ แม้จะเป็นความผิดพลาดเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ปชป. ก็จะตีให้เห็นเป็นเรื่องใหญ่........

วิธีที่จะแก้ไขอุปนิสัยนี้ก็คือ ฝึกฝนตนให้มี "มุทิตาจิต" ต่อผู้ที่ประสบความสำเร็จอย่างจริงใจ.........

อคติ4 คือ ความลำเอียง....การกระทำอันเป็นเหตุให้ผู้ไม่สมควรได้รับประโยชน์ กลับได้รับ ผู้ควรได้รับกลับไม่ได้รับ.....

ฉันทาคติ ..... ความลำเอียง อันเกิดจากอำนาจแห่งความรัก ความพอใจ ของบุคคล... เช่นให้ผลประโยชน์แก่บุคคลที่ไม่ควรจะให้ ยกตัวอย่างที่เห็นชัดเจน 1 ตัวอย่าง ก็คือ รู้ทั้งรู้ว่าการ"ยึดอำนาจ" รัฐบาลด้วย "เผด็จการ" นั้น เป็นสิ่งที่เป็นภัยต่อระบอบประชาธิปไตย..... แต่ ปชป. ก็ไม่เคยได้แสดงออกซึ่งการเรียกร้อง ต่อสู้ .. ตรงกันข้าม ปชป. กลับให้คำชม ยินดี พอใจ ศรัทธา กับทหาร ที่ทำการยึดอำนาจ.... ซึ่งมันขัดกับความรู้สึกของประชาชนโดยส่วนใหญ่อย่างมาก ๆ ........ ฉันทาคติ เป็นที่มาแห่งการคอรัปชั่นในสังคมทุกระดับ......

โทสาคติ....... ความลำเอียง อันเกิดจากอำนาจความโกรธ ความพยาบาทจองเวรกัน ทำให้บุคคลทำสิ่งที่ไม่ควรทำ...... พฤติกรรมนี้ ปชป. ก็ชัดเจน.... เคยอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เมื่อคราวเลือกตั้ง 2 เมย. ซึ่ง ปชป. ไม่ยอมลงแข่งขัน แต่ ท่านชวน ไปปราศรัยที่ นครศรีฯ... ประมาณคำพูดว่า "หากเมื่อใด ปชป.ได้กลับมาเป็นรัฐบาล จะ 'แก้แค้น' คืน ให้กับพี่น้องประชาชน " ทำนองนี้นะ เพราะจำคำพูดได้ไม่หมด....... นี่เป็นตัวอย่างหนึ่ง ที่ประชาชนอย่างข้าพเจ้ารับไม่ได้เลย.........โทสาคติ เป็นที่มาแห่งการกลั่นแกล้งกันในสังคม....

โมหาคติ....... คือความลำเอียง อันเกิดจากความโง่เขลา เบาปัญญา .....ยกตัวอย่างที่เห็นชัดเจน...ปชป. เห็นดีเห็นงาม และ ยินดีในความสำเร็จ กับการกระทำของ สนธิ ลิ้มทองกุล ขาดปัญญาในการวินิจฉัยลักษณะ "คนพาล"... โมหาคติ ทำให้สังคมขาดกฏเกณฑ์ที่แน่นอน เหมือนไม้หลักปักเลน...

ภยาคติ........ คือความลำเอียงกันเกิดจากความกลัวภัยมาถึงตัว.... ทำให้บุคคลทำสิ่งที่ไม่ควรทำเช่นกัน.... ด้วยความกลัวว่าจะแพ้การเลือกตั้งฝ่ายตรงข้าม กลัวที่จะไม่ได้เป็นรัฐบาล... จึงได้หันไปพึ่งพาอาศํย "อำนาจนอกรัฐธรรมนูญ" นอกจากจะไม่ปฏิเสธ "อำนาจนอกรัฐธรรมนูญ" ยังแสดงออกซึ่งความภักดี และ แก้ต่าง ซึ่งประชาชนได้เห็นพฤติกรรมนี้กันอย่างชัดเจน ....... ภยาคติ ก่อให้เกิดภัยมืดระบาดคุกคามในสังคม......

เราเป็นประชาชนคนหนึ่ง ที่ได้เฝ้าติดตามข่าวการเมือง และ พฤติกรรมของ นักการเมือง ที่เป็นข่าวมาตลอด ตั้งแต่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้ออกมาเคลื่อนไหว จนถึงปัจจุบัน..... ครั้งหนึ่งนานมากแล้ว ข้าพเจ้าเคยให้ความไว้วางใจกับ ปชป ..... แต่เหตุการณ์ที่ผ่านมานั้น...อุปนิสัย และ พฤติกรรม ที่เห็นชัดเจน ของ ปชป. ข้างต้นนั่นแหละ ที่ทำให้เราไม่อาจให้ความไว้วางใจ กับ ปชป. ได้อีกแล้ว.....

ยังไม่สายหรอกที่ ปชป .. จะกลับไปทบทวน อุปนิสัย และ พฤติกรรม ของตนเองที่ผ่านมา.....


จาก Thai E-News