WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, January 21, 2008

อยู่ที่ตัวเอง [21 ม.ค. 51 - 17:37]

วันนี้ การเมืองยุคใหม่จะเริ่มต้นนับหนึ่งได้ซะที

แต่กว่าจะถึงวันนี้...ก็ต้องฟันฝ่าอุปสรรคมามากมาย

กว่าจะตะกายฝาโลงออกมาได้หลังยุบพรรคไทยรักไทย

กว่าจะระดมพลที่เหลือรอดจากถูกห้ามเล่นการเมือง 5 ปี

กว่าจะกลายร่างมาเป็นพรรคพลังประชาชน

กว่าจะฝ่าแผนบันได 4 ขั้นจาก คมช.

กว่าจะผ่านใบเหลืองใบแดง กกต.

และกว่าจะเอาตัวรอดคดีล้มเลือกตั้งศาลฎีกา

นี่คือการดิ้นสู้ฟัดกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง หลังจากโดนปฏิวัติรัฐประหารเมื่อ 16 เดือนที่ผ่านมา

ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ แต่ก็เป็นไปแล้วจริงๆ

วันนี้ รัฐบาลผสม 6 พรรค มีพรรคพลัง ประชาชนเป็นแกนนำ มี “สมัคร สุนทรเวช” เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เป็นรัฐบาลเสียงข้างมากตามกติกา

ถ้ารวมการเลือกตั้งซ่อมอีก 9 จังหวัด ชิงเก้าอี้ ส.ส.อีก 20 คน ก็จะทำให้มีเสียงในสภาฯไม่ต่ำกว่า 310 เสียง เกินครึ่งไป 70 เสียงโดยประมาณ

ถือว่าเป็นรัฐบาลที่มั่นคงพอสมควร

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถูกโดดเดี่ยวเป็นฝ่ายค้านพรรคเดียว มี ส.ส.ล่าสุด 163 คน

ถ้าได้ ส.ส.เพิ่มจากการเลือกตั้งซ่อมอีก 3 คน? หรือ 5 คน? ก็ไม่ได้ทำให้ขั้วการเมืองเปลี่ยนไป

จำนวน ส.ส.บังคับให้ประชาธิปัตย์ ต้องเป็นฝ่ายค้านสถานเดียว!!

ความจริงพรรคประชาธิปัตย์ควรประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านตั้งแต่ทราบผลเลือกตั้ง 23 ธันวาคม ซึ่งจะทำให้ภาพพรรคประชาธิปัตย์ เก๋ไปอีกแบบนึง

แต่เพราะประชาธิปัตย์ไปตั้งความหวังว่า กกต.ต้องแจกใบแดงให้พรรคพลังประชาชนมากถึง 5060 ใบ ซึ่งเอาเข้าจริง กกต.ควักใบแดงให้พรรคพลังประชาชนแค่ 4 ใบ

น้อยกว่าที่ประชาธิปัตย์หวังเอาไว้ บานตะเกียง

แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังลุ้นความหวัง สุดท้าย คือหวังให้ศาลฎีกาตัดสินคดีพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีพรรคไทยรักไทย เพื่อทำให้ ส.ส.พรรคพลังประชาชน 233 คน ต้องเป็นโมฆะยกพวง

แต่เมื่อศาลฎีกายกฟ้องคดีนี้...ทุกอย่างก็จบเกม

“แม่ลูกจันทร์” ให้กำลังใจพรรคประชาธิปัตย์ยุค “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ให้ทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาฯอย่างเต็มภาคภูมิ

เพราะการเป็นฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง จะทำให้การเมืองมีความสมดุล

ข้อดีของระบอบประชาธิปไตยคือ ต่อสู้กันตามกติกา

ไม่มีใครผูกขาดเป็นรัฐบาลได้ตลอด กาล

“แม่ลูกจันทร์” มั่นใจว่าพรรคประชา-ธิปัตย์ยังมีโอกาสได้เป็นรัฐบาลในอีกไม่นานเกินรอ

แต่พรรคประชาธิปัตย์ต้องทบทวนตัวเองอย่างจริงจังว่า การพ่ายแพ้การเลือกตั้งครั้งนี้ มีจุดไหนที่พลาดไป??

นโยบายที่ใช้หาเสียงตรงไหนที่ยังไม่ โดนใจประชาชน??

ทำอย่างไรประชาธิปัตย์จะเจาะฐานใหญ่ ภาคอีสาน ที่เป็นสนามชี้ขาดอนาคตการเมือง??

ความจริงการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาธิปัตย์ ได้เปรียบทุกประตู

แต่การที่มีตัวช่วยมากเกินไปก็อาจเป็นจุดอ่อนได้เช่นกัน

กลับมาที่รัฐบาลผสม 6 พรรคอีกที... รัฐบาลจะราบรื่นหรือไม่ราบรื่น? จะอยู่สั้นอยู่ยาว? จะจบสวยหรือจบแบบประวัติศาสตร์ ซ้ำรอย? ก็อยู่ที่ตัวของรัฐบาลเอง

วันนี้ วิกฤติของชาติที่หมักหมมมานาน กำลังรอให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหามากมาย

รัฐบาลใหม่จึงไม่มีการวอร์มอัพ ไม่มีเวลาไหว้ครู ไม่มีช่วงฮันนีมูน ระฆังยกหนึ่งดังแก๊งต้องเริ่มลุยถั่วทำงานทันที

ประชาชนให้โอกาสแล้ว...อย่าทำ ให้ผิดหวังนะโยม.

“แม่ลูกจันทร์”

คอลัมน์ สำนักข่าวหัวเขียว


บุญรอดชี้แค่ข่าวลวง 'สมัคร' จะคุมกลาโหม [20 ม.ค. 51 - 04:11]

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน พร้อมแกนนำอีก 5 พรรค ร่วมกันแถลงจัดตั้งรัฐบาลว่า การที่พรรคพลังประชาชนสามารถฟอร์มทีมรัฐบาลได้ถือเป็นสิ่งที่ดีสำหรับส่วนรวม และเป็นสิ่งที่ดีสำหรับประเทศไทยซึ่งมีสุญญากาศมาพอสมควรแล้ว ทุกคนหวังให้มีรัฐบาลชุดใหม่ขึ้นมาบริหารประเทศ เมื่อสามารถฟอร์มทีมรัฐบาลได้ก็เป็นสิ่งที่ดี ส่วนจะสามารถสานงานต่อจากรัฐบาลชุดปัจจุบันได้หรือไม่ ก็ต้องคอยดูจากผลสรุปของรัฐบาลชุด พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ในห้วงที่ผ่านมา หากส่วนไหนดีก็น่าจะสานงานต่อ แต่ส่วนไหน ที่พรรคพลังประชาชนเห็นว่าน่าจะมีการปรับให้ดีขึ้น ก็สามารถจะปรับแก้ไขให้ดีขึ้นได้

เมื่อถามว่า สามารถคาดหวังอะไรจากรัฐบาลใหม่ ได้หรือไม่ พล.อ.บุญรอดตอบว่า ตอนนี้ยังพูดไม่ได้ ต้องเห็นหน้าตาของรัฐบาลก่อนว่าใครเป็นผู้นำ ใครเป็นรัฐ-มนตรี ถึงจะวิจารณ์ได้ ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าใครจะมานั่งกระทรวงไหนหรือทำอะไร เมื่อถามถึงกระแสข่าวนายสมัครจะนั่งควบตำแหน่ง รมว.กลาโหม พล.อ.บุญรอดกล่าวว่า เร็วเกินไปที่จะพูด คิดว่าข่าวที่ออกมาอาจจะเป็นข่าวไม่จริง เป็นข่าวออกมาเพื่อป้องปรามการแก่งแย่งกันเป็น รมว.กลาโหม ดังนั้น ถ้ามันวุ่นวายก็จะควบเสียเอง แต่เรื่องนี้คงไม่จริง เมื่อถามว่า โดยส่วนตัวอยากได้ รมว.กลาโหมที่มีคุณสมบัติอย่างไร พล.อ.บุญรอดตอบว่า อย่างที่เคยให้สัมภาษณ์ว่าใครก็ได้ที่เป็นทหาร เข้าใจทหาร และสามารถทำให้ทหารอยู่ในกรอบได้


แป๊บเดียวก็ขยับกันใหม่ [21 ม.ค. 51 - 03:20]

หลุดด่านโหดมาถึงขั้นนี้ เอาช้างมาฉุดก็คงไม่อยู่แล้ว

และก็เป็นอะไรที่ต้องเล่นเกมไว ทันทีที่ฉากการแถลงข่าวรัฐบาลผสม 6 พรรคผ่านไป ก็ปรากฏโฉมหน้าคณะรัฐบาล “สมัคร 1” เปิดโผลงตัวไปกว่าครึ่ง

มีการยืนยันชื่อนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ควบ รมว.กลาโหม

“เสธ.หนั่น” พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทย ได้ทิ้งทวนบทแมวเก้าชีวิตบนเก้าอี้รองนายกฯ นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ทำดับเบิ้ลแฮตทริก จะเป็นรองนายกฯ สมัย 6 มากที่สุดในโลก นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ มือการตลาดชั้นอ๋อง นั่งรองนายกฯถ่างขาควบ รมว.พาณิชย์

“หมอเลี้ยบ” นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ต้องรับบทตุ๊กตาในตำแหน่งขุนคลัง เพื่อคอยรับการป้อนโปรแกรมแก้ปัญหาเศรษฐกิจจากมือโปรที่ลอนดอน

“สารวัตรเหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ได้ใหญ่สมใจในตำแหน่ง มท.1 ตามที่ได้ประกาศลั่นท้องสนามหลวง เพราะเป็นเงื่อนไขที่ตกปากรับคำกันไว้ตั้งแต่บินไปนั่งดูฟุตบอลที่สนามของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้

เอาไว้บี้กับฝ่ายตรงข้ามเป็นการเฉพาะ

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน อดีตตำนานหัวหน้ากลุ่ม 16 ผู้กว้างขวางในทุกวงการ จะได้รับธงให้ไปนั่งคุมกระทรวงยุติธรรม

คอยประสานสิบทิศ

แต่ที่ออกจะเซอร์ไพรส์ ถ้าเป็นไปตามข่าวที่แว่วๆมาจากคนระดับบิ๊กในพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ซึ่งมีอยู่ในมือไม่ถึง 10 เสียง แต่คว้าไป 2 เก้าอี้ว่าการกระทรวงใหญ่

หงายไพ่ป๊อก 21

ได้ใจนายใหญ่ที่บินไปคุยกันถึงฮ่องกง ในฐานที่รีบแสดงตัวแสดงตนรวมทีมพรรคเล็กกับทีมมัชฌิมาธิปไตย และพรรคประชาราช ยก 21 แต้มให้พรรคพลังประชาชน สามารถรวบรวมเสียงได้ 254 ที่นั่ง เกินครึ่งของสภาฯ

ประกาศล็อกขั้วรัฐบาลได้

รับรางวัลสมนาคุณ ตกที่ “บิ๊กติ้ง” พล.ท.หญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ ภรรยานายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ จะได้เปลี่ยนบทจากหลังบ้านคณะรัฐมนตรี มานั่งใหญ่บนเก้าอี้ รมว.พลังงาน ขณะที่ “เสี่ยอ๊อด” นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรค จะได้นั่ง รมว.การท่องเที่ยวฯ หรือ รมต.ประจำสำนักนายกฯ

เช่นเดียวกับ “เจ๊เป้า” นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เลขาธิการพรรคมัชฌิมาธิปไตย เมียรักของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน จะพลิกบทจากหลังบ้านรัฐมนตรี มานั่งเป็นเจ้าแม่กรรมกร ในตำแหน่ง รมว.แรงงาน

และเมื่อเป็นยุคแม่บ้านพลิกกลับมาเป็นใหญ่แทนสามี “ป้าอุ” นางอุไรวรรณ เทียนทอง เมียรักของ “ป๋าเหนาะ” นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ก็จะหวนถิ่นเก่า นั่งแป้นเป็น รมว.วัฒนธรรม

พรรคเล็กได้ไพ่ป๊อก 21 ไปตามๆกัน

หันไปที่พรรคชาติไทย ในฐานะพรรคอันดับ 2 สมใจกับของชอบของคุณหนู “เฮียเม้ง” นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค ล็อกโควตา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในขณะที่ “หนูนา” น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ลูกสาวของหัวหน้าพรรค ประกาศไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อแสดงสปิริต ฐานที่ตั้งแง่รังเกียจการร่วมงานกับพรรคพลังประชาชนมาตั้งแต่ต้น

ส้มจึงหล่นใส่ตีน “เฮียตือ” นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ได้หวนกลับมานั่งเป็นเสมา 1 จองตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ

แต่ก็มีเงื่อนไข หากเคลียร์เรื่องค้างคาใจสมัยตีฝีปากอัด “นายใหญ่” ไม่ได้ “เสี่ยตือ” ก็ต้องหลบให้นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ศิษย์ก้นกุฏิของนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย นั่งกินโควตาแทน

สรุปว่า เกมต่อรองยังไม่นิ่ง เพราะแว่วๆว่าพรรคชาติไทยก็เกี่ยง อยากเปลี่ยนโควตาไปแลกกับเก้าอี้ รมว.การท่องเที่ยวฯ

ส่วนที่กำลังวัดใจกันอยู่ก็คือ คิวของค่ายเพื่อแผ่นดิน ในฐานะพรรคอันดับ 3 ที่มีเสียงเกิน 20 เก้าอี้ ตอนนี้ล็อกไปแล้วแน่ๆคือเก้าอี้ รมว.ไอซีที กับอีก 1 กระทรวงใหญ่ โดยเล็งเป้าไปที่กระทรวงพลังงาน ลุ้นเบียดแย่งกับพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา

งานนี้ถ้าพรรคที่มีต้นทุนอยู่ไม่ถึง 10 เสียง แต่ได้ชิ้นปลามันไป 2 เก้าอี้กระทรวงเกรดเอ แต่พรรคเกิน 20 เสียง ได้แค่หางปลา

คงมีอะไรมันๆแน่

อย่างที่เห็นเพื่อแผ่นดินยังกั๊กเกมโหวตนายกรัฐมนตรีในสภา

แต่ก็อีกนั่นแหละ อะไรที่ว่ายากก็อาจง่าย เพราะแว่วๆว่า เขาตกลงกันภายใต้เงื่อนไขสัญญา ให้อดใจอีกแป๊บเดียว ไม่ถึง 4-5 เดือนก็คงมีรายการขยับกันใหม่

ตอนนี้ขอให้ล็อกอำนาจรัฐมาอยู่ในมือก่อน.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ข่าวการเมือง(วิเคราะห์)

เลขา กกต.เผยเริ่มขั้นตอนสรรหา ส.ว.ลากตั้งวันนี้ [21 ม.ค. 51 - 04:13]

วานนี้ (20 ม.ค.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า วันนี้ (21 ม.ค.) คณะ กรรมการอำนวยการเกี่ยวกับการรับลงทะเบียนองค์กรในการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จะนำรายชื่อองค์กรที่ลง ทะเบียนเสนอชื่อบุคคลทั้งหมด 1,087 องค์กร แยกเป็นองค์กรภาครัฐ 114 องค์กร ภาคเอกชน 443 องค์กร ภาควิชาการ 123 องค์กร ภาควิชาชีพ 152 องค์กรและภาคอื่นๆ อีก 255 องค์กร ให้ กกต. พิจารณา หลังจากนั้น จะส่งมอบรายชื่อบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อต่อคณะกรรมการสรรหาฯ ต่อไป

เลขาธิการ กกต. กล่าวต่อว่า เวลา 13.30 น. วันเดียวกัน คณะกรรมการสรรหาฯ ที่มี นายวิรัช ลิ้มวิชัย ประธานศาลฎีกาเป็นประธาน จะจัดประชุมเพื่อรับมอบรายชื่อบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็น ส.ว. อย่างไรก็ตาม การพิจารณารายชื่อบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็น ส.ว. คณะกรรมการสรรหาฯ จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จและส่งให้ กกต. ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับรายชื่อจาก กกต. เพื่อที่จะได้ประกาศผลการสรรหาและแจ้งผลการสรรหาให้ประธานรัฐสภาทราบและประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป


เรือใบเปิดรังเจ๊าขุนค้อน 1 -1 หยุดสถิติชนะในบ้าน [21 ม.ค. 51 - 01:32]

ผู้สื่อข่าวรายงานผลศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษ คืนซุปเปอร์ซันเดย์ 20 ม.ค. 2551 มีเตะรวม 2 คู่ โดยคู่เอกเป็นเกมที่สนามซิตี้ ออฟแมนเชสเตอร์ สเตเดียม ของทีม "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 7 ของตาราง เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ขุนค้อน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 10 โดยเกมนี้ นับเป็นเกมที่ 2 ในรอบสัปดาห์ หลังจากทั้งคู่เพิ่งเตะกันมาเมื่อกลางสัปดาห์ในศึกเอฟเอคัพ รอบ 3 ที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นฝ่ายคว้าชัยไป 1-0

แต่เกมนี้ แค่ 8 นาที ทีมเยือนที่วันนี้ ช่วงแรกเล่นได้ดีกว่าเล็กน้อยก็ออกนำก่อน 1-0 จากลูกตีลังกายิงของคาร์ตัน โคล ส่วนเจ้าบ้านมาได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 16 จากดาริอุส วาสเซลล์ จบเกมครึ่งแรกเสมอ 1-1


ครึ่งหลัง เกมของเจ้าถิ่นยังไม่ดีขึ้นเนื่องจากกองกลางเก็บบอลไม่อยู่และจ่ายบอลผิดพลาดบ่อย อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายเกมเป็นเวสต์แฮมที่ได้ลุ้นจากจังหวะที่คาร์ตัน โคลได้จังหวะยิงที่หน้าประตู แต่ว่า ผู้รักษาประตูของทีมเจ้าบ้านยัง ปัดบอลข้ามคานออกไปได้ จบเกมเสมอกันไป 1-1 แบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม


ส่วนผลการแข่งขันในอีก 1 คู่ ที่ลงเตะก่อนหน้านี้ วีแกน แอธเลติก ทีมอันดับ 17 ของตารางเปิดรังพ่าย ทอฟฟี่ เอเวอร์ตัน ทีมอันดับ 5 ของตารางไป 1-2


ผลลต.ใหม่7จว.พปช.14พผ.2ปชป.1-โคราชพปช.-พผ.แบ่งคนละที่

ผลเลือกตั้งส.ส.ใหม่ 7 จังหวัด 17 คน อย่างไม่เป็นทางการ พรรคพลังประชาชน ได้ 14 ที่นั่ง เพื่อแผ่นดิน 2 ที่นั่ง และประชาธิปัตย์ 1 ที่นั่ง

ผลการนับคะแนนเลือกตั้งซ่อม 2 ใบเหลือง ในเขตเลือกตั้งที่ 6 ภายหลังคณะกรรมการประจำหน่วย เลือกตั้ง ทั้ง 554 หน่วย ในพื้นที่ 5 อำเภอ ของจังหวัดนครราชสีมา ได้นับคะแนนเรียบร้อยอย่างไม่เป็นทางการ ผลปรากฏผู้ที่มีคะแนนมาเป็นอันดับ 1 และชนะการเลือกตั้ง 2 ใบเหลือง ในครั้งนี้ คือ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ หมายเลข 7 จากพรรคพลังประชาชน ได้ 63,997 คะแนน อันดับที่ 2 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี จากพรรคเพื่อแผ่นดิน หมายเลข 3 ได้ 62,839 คะแนน โดยเขตเลือกตั้งที่ 6 นี้มีส.ส.ได้ 2 คน เมื่อเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ที่ผ่านมา ผู้สมัครที่ชนะการเลือกตั้งแต่ถูกใบเหลืองนั้น ในข้อหาสัญญาว่าจะให้ มาจาก 2 ผู้สมัครพรรคเพื่อแผ่นดิน หมายเลข 3 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี และหมายเลข 4 นายมีชัย จิตต์พิพัฒน์ พล.อ.วีรวุธ ส่งสาย ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า การเลือกตั้งซ่อมในเขตเลือกตั้งดังกล่าวนี้มีประชาชนมาใช้สิทธิ์เพียง 55 %

ขณะที่การเลือกตั้งทั้ง 3 เขตใน จ.อุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 3 นั้น ได้ผลการเลือกตั้งแล้ว ก็คือพรรคเพื่อแผ่นดินนั้นก็สามารถเบียดเก้าอี้ขึ้นมาได้เป็นอันดับ 1 ขณะที่พรรคพลังประชาชน ก็สามารถรักษาเก้าอี้ไว้ได้ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 และ 2

อ.เต่างอย และ อ.กุดบาก ที่ส่งมาได้ประมาณ 40 % นายเฉลิมชาติ การุญ จากพรรคพลังประชาชน ที่ถูกใบเหลืองมีคะแนนนำมากว่า 3 หมื่นคะแนน ตามด้วย นายนริศร ทองธิราช ผู้สมัครจากพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 9,700 คะแนน และนาย อภิชาติ ตีรสวัสดิชัย จากพรรคเพื่อแผ่นดิน 4,500 คะแนน จากจำนวนผู้มีสิทธิ์ 317,747 คน อย่างไรก็ตามยังเหลืออำเภอที่ยังไม่ส่งคะแนนมา คือ อ.เมืง อ.โพนนาแก้ว อ.โคกศรีสุพรรณ อ.กุสุมาลย์คาดว่าประมาณไม่เกิน 22.00น. จะทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ

ส่วนผลการนับคะแนนของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส.แบบแบ่งเขต ในเขตเลือกตั้งที่ 1 ของ จ.ลำปาง ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการขณะนี้ มีการนับคะแนนแล้วเสร็จทั้งสิ้น จาก 639 หน่วยเลือกตั้ง โดยนายธนาธร โล่ห์สุนทร ผู้สมัครจากพรรคพลังประชาชน ได้คะแนน 103,430 คะแนน ซึ่งได้มากกว่าครั้งก่อนที่ได้ 9 หมื่นกว่าคะแนน จึงได้เป็นว่าที่ส.ส.ในกลุ่มนี้ ซึ่งก่อนหน้านั้น นายธนาธร ก็ได้ใบเหลือง แต่ครั้งนี้กลับมาชนะ และได้คะแนนมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนอันดับ 2 คือ นายมัธยม นิภาเกษม จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้คะแนน 54,377 คะแนน ซึ่งได้คะแนนลดลงจากครั้งก่อนอย่างมาก รวมไปถึงนายจินดา วงศ์สวัสดิ์ จากพรรคชาติไทย ได้คะแนน 24,950 คะแนน ซึ่งได้คะแนนต่ำกว่าครั้งก่อน ถึง 4 หมื่นคะแนน ส่วนผู้มีสิทธิ์และออกมาใช้สิทธิ์ในครั้งนี้ ถือว่าออกมาใช้สิทธิ์ต่ำกว่าเป้าที่คาดการณ์ไว้ มีเพียง 65%

อีกจังหวัดที่มีการเลือกตั้ง จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ ขับเคี่ยวกับพรรคพลังประชาชน ซึ่งผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเมื่อสักครู่ผลปรากฏว่า เกิดการพลิกล็อก เมื่อนายสุทัศน์ จันทร์แสงศรี ผู้สมัครเขต 1 จากพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 10 พ่ายแพ้ต่อนาย ณรงค์กร ชวาลสันตติ ผู้สมัครหมายเลข 15 จากพรรคพลังประชาชน โดยคะแนนถูกนำห่าง ซึ่งนายณรงค์กร ได้คะแนน 103,593 คะแนน ในขณะที่นายสุทัศน์ ได้คะแนนเพียง 45,368 คะแนน เท่านั้น

ที่การนับคะแนนการเลือกตั้งใหม่ ส.ส.จังหวัดแพร่ จากจำนวน 759 หน่วยเลือกตั้ง เริ่มทยอยแจ้งผลต่อเนื่อง โดยผลคะแนนล่าสุดเมื่อเวลา 18.45 น. รวม 585 หน่วยเลือกตั้ง ผู้สมัครของพรรคพลังประชาชน ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.กลาง ให้ใบเหลือง ยังคงมีคะแนนนำยกทีม โดยหมายเลข 4 นาย วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ได้ 135,316 คะแนน หมายเลข 5 นางปานหทัย เสรีรักษ์ ได้ 135,239 คะแนน หมายเลข 6 นายนิยม วิวรรธนะดิฐกุล ได้ 134,169 คะแนน ทิ้งห่างผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ไปสุดโต่ง โดยหมายเลข 13 นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ได้คะแนนเพียง 27,855 คะแนน หมายเลข 14 นายสมชัย จำปี ได้ 25,694 คะแนน และหมายเลข 15 นายสุขุม กันกา ได้ 24,694 คะแนน

อีกจังหวัดที่มีการเลือกตั้งใหม่วันนี้ คือ ที่จังหวัดนครนายก ซึ่งมีเพียงเขตเลือกตั้งเดียวเท่านั้น ล่าสุดผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ยังคงรักษาที่นั่งในการเลือกตั้งใหม่ไว้ได้

พรีเมียร์ลีก แมนฯซิตี้ VS เวสต์แฮม เจอกันครั้งที่3ในรอบ16วัน


พรีเมียร์ลีก

แมนฯซิตี้ VS เวสต์แฮม

สนาม : ซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ สเตเดี้ยม

เวลาคิกออฟ : 23.00 น.

ผู้ตัดสิน : ฟิล ดาวด์

ผลเจอกันนัดแรกฤดูกาลนี้ :

เวสต์แฮม แพ้ 0-2

ผลเจอกันฤดูกาลที่แล้ว :

เวสต์แฮมแพ้ 0-1, แมนฯซิตี้ชนะ 2-0

แมนฯซิตี้ - ผลงานที่ผ่านมา

30-12-2007 เสมอ ลิเวอร์พูล 0-0 (เหย้า)

02-01-2008 ชนะ นิวคาสเซิล 2-0 (เยือน)

05-01-2008 เสมอ เวสต์แฮม 0-0 (เยือน)

12-01-2008 แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 (เยือน)

16-01-2008 ชนะ เวสต์แฮม 1-0 (เหย้า)

ความพร้อม :

สเวน โกรัน เอริคส์สันจะปรับทัพเมื่อเนรี่ คาสติลโญ่ไหล่หลุดมาจากเกมชนะเวสต์แฮม 1-0 ในเอฟเอ คัพรีเพลย์เมื่อกลางสัปดาห์ โลแรนโด้ เบียงคี่จะได้เสียบแทนและโยกดาริอุส วาสเซลล์ไปวิ่งปีกขวา สำหรับตัวเจ็บยังเป็นไมเคิล จอห์นสันกับเอมิล เอ็มเพ็งซ่าที่ชวดลงแน่นอน

ผู้เล่น 11 คนแรกตามคาด (4-4-1-1) :

โจ ฮาร์ท,เวดราน คอร์ลูก้า,ไมคาห์ ริชาร์ดส์,ริชาร์ด ดันน์,ไมเคิล บอลล์,ดาริอุส วาสเซลล์,สตีเฟ่น ไอร์แลนด์,ดีทมาร์ ฮามันน์,มาร์ติน เปตรอฟ,เอลาโน่,โลแรนโด้ เบียงคี่

เวสต์แฮม - ผลงานที่ผ่านมา

29-12-2007 ชนะ แมนฯยูฯ 2-1 (เหย้า)

01-01-2008 แพ้ อาร์เซนอล 0-2 (เยือน)

05-01-2008 เสมอ แมนฯซิตี้ 0-0 (เหย้า)

12-01-2008 ชนะ ฟูแล่ม 2-1 (เหย้า)

16-01-2008 แพ้ แมนฯซิตี้ 0-1 (เยือน)

ความพร้อม :

อลัน เคอร์บิชลี่ย์จะเปลี่ยนทีมให้เฮย์เด้น มัลลินส์กับคาร์ลตัน โคลลงมาแทนลี โบว์เยอร์กับหลุยส์ บัว มอร์เต้ที่ได้เล่นเมื่อกลางสัปดาห์ ที่เหลือจะเป็นชุดเดิมทั้งหมด ดีน แอชตันกับเฟรดริก ยุงเบิร์กพร้อมลง แดนนี่ แก็บบิดอนหายเจ็บกลับมาเป็นออพชันในแนวรับด้วยอีกคน

ผู้เล่น 11 คนแรกตามคาด (4-4-2) :

โรเบิร์ต กรีน,ลูคัส นีลล์,แอนทอน เฟอร์ดินานด์, แมทธิว อัพสัน,จอร์จ แม็คคาร์ทนี่ย์,เฟรดริก ยุงเบิร์ก, เฮย์เด้น มัลลินส์,มาร์ก โนเบิล,แมทธิว เอเธอร์ริงตัน,ดีน แอชตัน,คาร์ลตัน โคล

รูปเกม/โอกาส :

แมนฯซิตี้ไม่เสียประตูในการเจอเวสต์แฮม 3 นัดหลังในพรีเมียร์ลีก นี่คือการเจอกันเกมที่ 4 ในฤดูกาลนี้ ของทั้งสองทีมแล้ว ซิตี้สถิติข่มชนะ 2 เสมอ 1 ใน 3 เกมที่ผ่านมา และเพิ่งจะชนะ 1-0 เมื่อกลางสัปดาห์ที่เอลาโน่ โหม่งประตูชัย...ทั้งสองทีมเล่นกันสูสีมาตลอด 3 นัดที่เจอกัน แต่เรือใบนั้นจังหวะเข้าทำหวังผลได้มากกว่า เกมในบ้านแข็งแกร่งและมีโอกาสที่จะใช้มุกเดิมย้ำแค้นขุนค้อนไปได้อีกครั้ง

ขอขอบคุณ www.thailandsportsonline.com

จาก Hi-Thaksin

นายกฯเข็ดการเมือง วอนทุกฝ่ายเลิกโจมตีพล.อ.เปรม

นายกฯเข็ดการเมือง เผยหลังลงจากตำแหน่งจะใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่นี่ ไม่คิดกลับเล่นการเมืองอีก ยอมรับสมานฉันท์ทำยากเพราะแต่ละฝ่ายไม่ยอมลดทิฐิ วอนทุกฝ่ายเลิกโจมตีพล.อ.เปรม หวั่นกระทบสถาบัน ยอมรับ'ทักษิณ'ยังมีอิทธิพลในเมืองไทย เพราะเป็นนายกฯถึง 6 ปี

วันนี้ ที่บ้านพักบนเขายายเที่ยง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยท่านผู้หญิงจิตรวดี จุลานนท์ ภริยา ได้เปิดบ้านพักให้สื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชม อย่างเป็นทางการ หลังจากที่เคยรับปากเอาไว้ โดยทันทีที่เดินทางมาถึงนายกรัฐมนตรีได้พาผู้สื่อข่าวเดินชมตามจุด ต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณหน้าผาด้านหลังบ้าน ซึ่งเป็นมุมโปรด เพราะสามารถมองเห็นจุดชมวิวของลำตะคอง และอ.เขาช่อง ได้ทั้งหมด

ทั้งนี้ พล.อ.สุรยุทธ์ เปิดเผยว่า มักจะใช้จุดตรงนี้เป็นที่พักผ่อน อ่านหนังสือ มานั่งแล้วสบายใจ มองไปข้างล่างเหมือนเมืองตุ๊กตา และคิดว่าเมื่อหมดภาระการเป็นนายกรัฐมนตรีจะมาใช้ชีวิตส่วนใหญ่บนเขายายเที่ยง ส่วนที่มีการวิเคราะห์ว่าตนได้จะกลับไปทำหน้าที่เป็นองคมนตรีอีกครั้งนั้น ก็ยังไม่อยากพูดถึงเพราะ เป็นเรื่องที่คาดเดา ไม่ได้ อย่างไรก็ตามความหวังของตนในขณะนี้ก็คือการหมดภาระหน้าที่ ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยเร็ววัน

จากนั้นนายกรัฐมนตรี ก็ได้พาสื่อมวลชนเดินดูบริเวณโดยรอบพื้นที่ทั้งหมดของบ้านพักอย่างสบายใจ และมีท่าทีที่ผ่อนคลาย โดยได้ชี้ให้ผู้สื่อข่าวดูบ้านพักของนายไพโรจน์ รัตตกุล เจ้าพ่อน้ำดำ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงภายในรั้วเดียวกันด้วย โดยเปิดเผยอย่างอารมณ์ดีว่าบ้านหลังดังกล่าวนายไพโรจน์มาขอสร้าง เพื่อเป็นที่พักผ่อน ครั้งแรกจะขอซื้อที่ แต่ตนขายให้ไม่ได้ เพราะไม่มีโฉนด และบ้านหลังนี้ก็เป็นที่มาของข่าว มีโบกี้รถไฟของตน ซึ่งความจริงไม่มี แต่ถ้าถ่ายไกลๆ มายังหลังคาบ้านก็มีความคล้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมวงรับประทานอาหารกลางวันกับกลุ่มผู้สื่อข่าว ซึ่งได้จัดซุ้มอาหารพื้นเมืองไว้ต้อนรับ อาทิ ส้มตำ ไก่ย่าง ผัดหมี่โคราช เป็นต้น ทางด้านท่านผู้หญิงจิตรวดีก็ได้เปิด ให้สื่อมวลชนเข้าไปดูถึงภายในบ้านพักที่ใช้เป็นห้องนอน โดยเป็นเพียงห้องโล่งๆ มีเปลสนามไว้นอนเท่านั้น

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงถึงกรณีที่มีหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลเกียร์ว่างว่า การที่เป็นรัฐบาล ก็ไม่ได้แปลว่าจะทำอะไรได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเสนอกฎหมายเข้า สนช.ก็ทำได้ลำบาก หรือเรื่องที่ให้จัดการกับอำนาจเก่าก็เป็นเรื่องที่ยากเพราะมีแต่ข้าราชการ ที่ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลเขาต้องทำงาน ดังนั้นแต่ละเรื่องไม่ได้ทำได้ง่ายๆ แม้กระทั่งการสร้างความสมานฉันท์ที่ได้ประกาศไว้เพราะคนที่มองว่า เป็นพวกเดียวกัน เช่นกลุ่มพันธมิตร ก็ไม่ได้มองว่าเราเป็นพวกเดียวกันทำให้ทำงานลำบาก ทั้งนี้การสร้างความสมานฉันท์นั้น ถ้าใช้วิธีพูดคุยกันได้ก็จะเป็นประโยชน์ และมันไม่มีทางอื่น ซึ่งในช่วงต้นที่เข้ามาทำหน้าที่ก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งแล้วพยายามที่จะเป็นตัวกลางประสานกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่โทรศัพท์มาหา จากนั้นก็นำคำพูดของพ.ต.ท.ทักษิณ ไปบอกกับพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน แต่ต่างฝ่ายก็ต่างมีทิฐิต่อกันทำให้ยังมีปัญหา

เมื่อถามว่าแต่ในบ้านเมืองเราแบ่งกันเป็นคนละขั้วชัดเจน นายกรัฐมนตรี ตอบว่า พอถึงระยะหนึ่งมันก็จบเพราะทุกอย่างเป็นไปตามวงรอบมีเกิดก็ต้องมีดับ ส่วนจะไปถึงจุดนั้นเมื่อไหร่ตนคงตอบไม่ได้ เหมือนกับเพลงของทหารเรือที่บอกว่าเรื่องอนาคตเราไม่รู้ แต่ถึงไม่รู้เราก็ต้องเดินหน้าต่อไป ซึ่งการแก้ไขปัญหาทั้งหมดก็ต้องมาสู่จุดของการพูดคุยหารือ และลดทิฐิก็จะมีทางออก

'หลังจากนี้ผมคงจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกแล้ว เพราะชีวิตผมไม่เคยชอบและคิดที่จะเข้ามาเล่นการเมือง เพราะครอบครัวของผมเจ็บปวดมามากพอแล้ว คุณตาของผมก็ถูกยิงเสียชีวิตที่นี่ ส่วนพ่อก็ไปเสียชีวิตที่ประเทศจีน ผมรู้สึกดีถึงความสูญเสีย ก็ไม่อยากให้ครอบครัวและลูกต้องรู้สึกสูญเสียเหมือนอย่างผม ซึ่งเมื่อผมลงจากตำแหน่งไป และมีรัฐบาลใหม่เข้ามา แม้นโยบายที่ดีๆ จะเปลี่ยนไป ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลใหม่ ผมคงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว หรือขอรับเป็นที่ปรึกษาก็ไม่ขอรับ เพราะผมเข็ดกับการเมืองมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเข็ดตอนนี้' พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าว

พล.อ.สุรยุทธ์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวความขัดแย้งกับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ว่า ไม่ได้มีปัญหาหรือมีความขัดแย้งอะไร แต่คงไม่ถึงขั้นเป็นคอหอยกับลูกกระเดือก ยังทำงานด้วยกัน และรู้ว่าใครมีขีดความสามารถแค่ไหน

ผู้สื่อข่าวถามถึงความขัดแย้งระหว่างนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน กับพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ตนรู้จักนายสมัครเป็นการส่วนตัว สมัยเป็นรัฐมนตรีและรองนายกฯ แต่ก็ไม่ทราบว่านายสมัครมีปัญหาอะไรกับพล.อ.เปรม เพราะอดีตที่ผ่านมาก็ไม่มีปัญหาอะไร และก็รู้ๆกันว่าพล.อ.เปรมเป็นคนที่จะไม่ค่อยจะพูดจาอะไรมากมาย แต่ที่มีการนำพล.อ.เปรมมาเชื่อมโยงกับเรื่องต่างๆ

เป็นเรื่องที่ควรระมัดระวัง ถ้าไม่ทำได้ หรือเบาๆ ลงหน่อยก็เป็นเรื่องทีดี เพราะในฐานะที่เป็นประธานองคมนตรี ไม่ควรจะถูกนำมาเชื่อมโยงกับเรื่องใดๆเพราะเมื่อเป็นข่าวก็มักจะถูกนำไปเชื่อมโยงกับสถาบัน สำนักข่าวต่างประเทศก็จับตามองอยู่ ทำให้เกิดผลเสีย ดังนั้นถ้าผู้ที่เกี่ยวข้องลดการทำให้เกิดความขัดแย้งเหมือนอย่างที่เราใส่เสื้อเรารักในหลวง แต่ถ้าไม่ปฏิบัติตาม ในหลวงก็เหนื่อย เพราะพระพลานามัยของท่านก็ยังไม่แข็งแรง พระเพลาก็ไม่แข็งแรง ดังนั้นเราคนไทยต้องมาดูว่าจะช่วยกันได้อย่างไร

เมื่อถามว่าคิดว่าคิดว่านายสมัครจะเพลาการโจมตีพล.อ.เปรมลงได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ตอบแทนคนอื่นไม่ได้ เมื่อถามว่าก่อนที่จะลงจากตำแหน่งจะเป็นตัวเชื่อมให้ทุกฝ่ายมาพูดจา หารือ เพื่อให้ยุติความขัดแย้งหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่าจะเป็นไปได้ในระยะเวลาสั้นๆ นี้ได้หรือไม่ เพราะอดีตที่ผ่านมาเราต้องใช้เวลานาน

เมื่อถามว่าจะคุยกับพรรคพลังประชาชนหรือแกนนำรัฐบาลใหม่เพื่อขอไม่ให้พูดจาพาดพิงถึง พล.อ.เปรม หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในขณะนี้คงจะยังไม่มีโอกาส เพราะเรื่องเฉพาะหน้าคือการเปลี่ยนผ่าน รัฐบาล ต้องทำส่วนนี้ก่อน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้เวลาจะช่วยให้เรื่องราวต่างๆ ผ่านไปได้แต่ต้องไม่ทำเรื่องใหม่เพิ่มเข้าไปอีก บาดแผลที่มีอยู่ก็จะค่อยๆรักษาตัวเอง

เมื่อถามว่ามองว่านายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ที่นายสมัครตอบคำถามสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมาถือว่าดีที่สุดแล้ว เพราะการเลือกนายกฯ ก็ต้องเลือกในสภาฯ ไม่ใช่เลือกข้างหน้า คือพรรคร่วมรัฐบาลต้องหารือกันแล้วไปโหวตในสภาฯ ส่วนนายสมัครมีคุณสมบัติที่จะเป็นนายกฯ ได้หรือไม่นั้นตนไม่ขอพูดในเรื่องของตัวบุคคล

อยู่ที่พรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องจะโหวตให้ อย่างไรก็ตามถ้าถามในฐานะที่ตนเป็นคนไทยคนหนึ่ง ก็อยากได้นายกฯ ที่มีความซื่อสัตย์ ซื่อตรง ทำงานเพื่อส่วนรวมและมีความจงรักภักดีต่อสถาบัน ทั้งนี้เมื่อได้ ้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ตนจะหาโอกาสพูดคุยเพื่อฝากงานต่อกับนายกรัฐมนตรีคนใหม่อย่างเปิดเผยต่อไป

พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับผลการเลือกตั้งที่ออกมาก็ถือว่าตรงใจตน เพราะคนที่ตนเลือกก็ได้เข้ามา ส่วนที่พรรคพลังประชาชนได้เป็นรัฐบาลอีกนั้น เราก็ต้องยอมรับผลการตัดสินของประชาชน เสียงส่วนน้อยก็ต้องยอมรับเสียงส่วนใหญ่

เมื่อถามว่าคิดว่าหลังจากเลือกตั้งแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ควรเดินทางกลับประเทศเลยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับ พ.ต.ท.ทักษิณว่าจะตัดสินใจอย่างไร เป็นสิทธิของท่าน แต่ถ้าเป็นไปได้ ตนก็อยากให้กลับมา ต่อสู้ในทางคดี ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดี ส่วนคุณหญิงพจมาน ชินวัตร เดินทางกลับมาก่อนนั้น ตนไม่รู้ว่ามีเจตนาอะไร และไม่คิดว่าเป็นการกรุยทางเพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณกลับมา ทั้งนี้หลังจากที่คุณหญิงพจมานกลับมาแล้ว

ตนก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกันเลย เมื่อถามว่าจนถึงวันนี้คิดว่าพ.ต.ท.ทักษิณยังมีอิทธิพลในเมืองไทย มากน้อยแค่ไหน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นนายกฯ มาถึง 6 ปีก็ต้องมีพวกมีเพื่อน รวมทั้งมีเงินด้วย สังคมก็มองเหมือนกันว่าคนที่อยู่ในฐานะแบบนี้ก็น่าจะมีบารมีและอิทธิพลบ้าง เพราะไปถามชาวบ้านในต่างจังหวัด ส่วนใหญ่ก็ยังมีความชื่นชอบในตัว พ.ต.ท.ทักษิณ

'ส่วนอนาคตความเชื่อมั่นและบารมีในตัวคุณทักษิณจะเป็นอย่างไรคงตอบไม่ได้ แต่วันนี้ก็วิเคราะห์ได้ว่ายังมีบารมีอยู่ ตัวคุณทักษิณเองอยากกลับมาในเมืองไทย โดยให้เหตุผลว่าเป็นห่วงครอบครัว ซึ่งผมก็ได้นำสิ่งเหล่านี้ไปพูดคุยกับ พล.อ.สนธิว่ามีทางดำเนินการอย่างไร แต่จนถึงวันนี้ก็ไม่มีอะไรคืบหน้าไปมากกว่าเดิม' พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าว

'สุรเกียรติ'ร่อน จม.ถึง 'สุวิทย์' ให้ยึดมั่น 5 เงื่อนไข

ที่พรรคเพื่อแผ่นดิน นาย วชิระมณฑ์ คุณะเกษมธนาวัฒน์ โฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน แถลงว่า นาย สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตประธานสภานโยบายและยุทธศาสตร์พรรคเพื่อแผ่นดินได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึงนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ว่า

หลังจากที่พรรคเพื่อแผ่นดินได้ประกาศเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน ตนแม้จะไม่มีตำแหน่งใดๆ ในพรรคเพื่อแผ่นดินและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในการเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้ แต่ในฐานะผู้ประสานงานหลัก ในการนำประกาศเจตนารมณ์เพื่อแผ่นดินเมื่อวันที่ 11 ก.ย.50 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์

ตนจึงขอฝากหลักการสำคัญไปยังนายสุวิทย์ เพื่อต่อผลักดันเจตนารมณ์เพื่อแผ่นดินให้บรรลุผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้จดหมายดังกล่าวได้ฝากให้พรรคเพื่อแผ่นดินปฏิบัติตาม 3 ข้อ

1.ขอให้สำนึกยึดมั่นสานต่อผลักดันเจตนารมณ์ที่จะลดความแตกแยกและการเผชิญหน้าในสังคม มุ่งมั่นต่อการสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในชาติ ลดอคติ ไม่ยึดเอาผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้ง

2. คำขวัญของพรรคเพี่อแผ่นดินที่ประกาศไว้อย่างชัดเจนว่า 'จะสร้างชาติ ธำรงศาสน์ เทิดราชบัลลังก์' เป็นคำขวัญที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่ชัดเจน จึงขอให้ฝ่ายบริหารและพรรคได้สำนึกและระลึกไว้อยู่เสมอ เพื่อมิให้ประชาชนผิดหวัง

3.ตามที่พรรคเพื่อแผ่นได้ยี่นเงื่อนไข 5 ข้อในการเข้าร่วมรัฐบาลต่อพรรคพลังประชาชน ทั้งเรื่องความจงรักภักดีเทิดทูนสถาบัน ไม่ก้าวล่วงองคมนตรีสร้างความปรองดอง ให้พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในประเทศและไม่ยุบคตส.

ตนขอให้พรรคยึดถือและนำเงื่อนไขดังกล่าวไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนเพราะเงื่อนไขทั้ง 5 ข้อนี้ ี้เป็นหลักที่สำคัญของบ้านเมือง ไม่ใช่เรื่องการเมือง และตนเชื่อมั่นว่า ทั้ง 3 ข้อที่ฝากมาในครั้งนี้ หากทำอย่างจริงจัง บ้านเมืองจะสงบสุขและเจริญก้าวหน้าได้อย่างแท้จริง

เมื่อถามว่าความสัมพันธ์ระหว่างนายสุรเกียรติกับพรรคเพื่อแผ่นดินจากนี้ไปจะเหมือนเดิมหรือไม่ โฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า ยังเหมือนเดิมเพียงแต่นายสุรเกียรติอยากแสดงจุดยืนให้ทุกคนได้รับทราบ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 20ม.ค.นายสุรเกียรติก็ยังพูดคุยกับนายสุวิทย์อยู่

ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าในการแบ่งโควต้าตำแหน่งรัฐมนตรี โฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าเพราะต้องรอการประชุมของคณะกรรมการประสานงานของแต่ละพรรคมาคุยกัน จึงหมายความว่ายังไม่ได้มีการแบ่งงานอะไรให้พรรคใดไปทำ คาดว่าหลังจากวันที่ 21 ม.ค.นี้คงมีความชัดเจนมากขึ้น รวมถึงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพรรคเห็นว่าตำแหน่งนี้มีความสำคัญ เพราะในพรรคก็มีบุคคลที่มีความ รู้ความสามารถที่จะทำหน้าที่นี้ได้ หากไม่มีใครรับตนก็สนับสนุนให้ม.ร.ว.กิติวัฒนา ไชยันต์ ส.ส.อาวุโสหนึ่งเดียว ของพรรคนั่งตำแหน่งนี้เพราะถือว่ามีความเหมาะสมคนหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่นายจิรายุ วสุรัตน์ รองหัวหน้าพรรคจะได้นั่งเก้าอี้ รมช.คลัง นายวชิระมณฑ์ กล่าวว่า คาดว่าโอกาสที่นายจิรายุจะได้นั่งในกระทรวงเศรษฐกิจกระทรวงใดกระทรวงมีแน่ แต่ยังไม่รู้ว่าพรรค เพื่อแผ่นดินจะได้รับการจัดสรรกระทรวงใดบ้าง รวมถึงนาย วัชระ พรรณเชษฐ์ เลขาธิการพรรค ที่อาจจะได้นั่งเก้าอี้ใดเก้าอี้หนึ่ง เพราะเป็นถึงเลขาธิการพรรคก็น่าจะมีตำแหน่งบ้าง


Sunday, January 20, 2008

ปชป.เสนอรัฐบาลใหม่สานต่อนโยบายแก้ปัญหาภาคใต้ของรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์

นายพีรยศ มูราฮาริม ส.ส.ระบบสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนักวิชาการที่ติดตามสถานการณ์ภาคใต้ กล่าวถึงรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศว่า อยากเรียกร้องรัฐบาลใหม่ ในเรื่องของการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และเร่งยุติเหตุการณ์ฆ่ารายวัน อยากฝากว่าเมื่อตั้ง ครม.แล้ว รัฐมนตรีที่ดูแลด้านความมั่นคง ขอให้สานต่อนโยบายรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ ไม่ใช่นับ 1 ใหม่หมด โดยเฉพาะการมีศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)


ส่วนที่มีข่าวนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน อาจจะมานั่งควบตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้น นายพีรยศ กล่าวว่า หากรัฐมนตรีกลาโหมไม่ใช่ทหารไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าควบ 2 ตำแหน่ง อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่ เพราะคนที่ดูแลงานด้านความมั่นคง ถือเป็นงานหนัก ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ควรให้คนอื่นเป็นดีกว่า และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ควรลงพื้นที่ภาคใต้ทุกเดือน เพื่อดูแลปัญหาด้วยตัวเอง.-สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-01-20 16:00:26